ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

::: HIEROLGY ZONE :::มุมเล่าเรื่อง => มุมเล่าละครพื้นบ้าน => ข้อความที่เริ่มโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 03:06:15 PM

หัวข้อ: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 03:06:15 PM
หนึ่งในละครที่สร้างความประทับใจให้แก่หลายๆ คน
และเป็นเรื่องที่ประทับใจสุดท้ายของกาฬ
 :icon_smile:
ตัดสินใจอยู่นานว่าจะเล่าเรื่องนี้ดีมั้ย รู้สึกเหมือนมันเพิ่งจบไปได้ไม่นานเลย
แล้วก็มีบางฉากที่งงๆ อยู่บ้าง
เอาเป็นว่า กาฬจะเล่าตามการดำเนินเรื่องและความเข้าใจนะคะ




(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/tepsam2.jpg)


บทโทรทัศน์

พิกุลแก้ว



ฆธาวุธ  ปิ่นทอง  -  พระราหู
เลอสรรค์  คงเจริญ  -  พระพิรุณ
อุษณียาภรณ์  ผลเจริญ  -  จินดาเมขลา
ธมลพรรณ์  ภานุชิตพุทธิวงศ์ (ศิริวัฒนา เบญจมาธิกุล)  -  สุวรรณอัมพร
ประถมาภรณ์  รัตนภักดี  -  อัปสรสวรรค์
มาฬิศร์  เชยโสภณ  -  องค์อิศรา
สพล  ชนวีร์  -  สามศรี



(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/tep3-2.jpg)




หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 05:57:49 PM
พี่กาฬ วันนี้นั่งดูเพลงดีละครดังช่องจ๊ะทิงจาเค้าเอเพลงเทพสามฤดูมาเปิด มีรูปพี่แยมกับพี่อ้อมใส่กรอบหน้าไม่เหมือนในละครเลย สวยมากๆ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 06:19:34 PM
เป็นภาพที่ถ่ายไว้ตอนที่นางเอกยังไม่มีบทค่ะ เป็นไตเติลให้เห็นก่อนว่าวางตัวใครเอาไว้
ตอนแรกเห็นพี่แยมใส่กรอบหน้า  จำไม่ได้ด้วยแหละว่าเป็นพี่แยม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/PDVD_011-horz.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 06:29:10 PM
จะรออ่านนะครับ เรื่องนี้ว่าจะซื้อหลายครั้งแล้วแต่ก้ยังไม่ได้ซื้อเลย
แหะๆ คราวนี้จะได้เห็นตัวอย่างในกระทู้นี้แล้ว ^o^ เป็นกำลังใจให้นะครับผม
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 06:58:16 PM
พี่กาฬเล่าเวอร์ไหนค่ะ เวอร์เต็มตามทีวี หรือเวอร์ตัดแหลก  :icon_redface:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 11:26:30 PM
พี่กาฬเล่าเวอร์ไหนค่ะ เวอร์เต็มตามทีวี หรือเวอร์ตัดแหลก  :icon_redface:

ใช่ครับอยากถามเหมือนกันเพราะเห็นในเว็บขายcdมี2.ver.อะครับ
ver.แรก3แผ่นจบ ver.สอง10แผ่นแน่ะกว่าจะจบ ผมล่ะงง
เหมือนมันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย ทำไมต้องทำหลายver.ด้วยก้ไม่รุ
หาอ่านเนื้อเรื่องแล้วก้สนุกดีนะครับเห็นบอกว่าคนชอบคู่โฟน-แยม
กันเยอะมากคงต้องรอพี่กาฬรหัสย์มาเล่าแล้วล่ะครับว่าจะเป็นยังไง
(ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะซื้อเรื่องนี้มาดู 555 หลังจากคิดมานาน)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 29, 2010, 11:51:59 PM
พี่กาฬเล่าเวอร์ไหนค่ะ เวอร์เต็มตามทีวี หรือเวอร์ตัดแหลก  :icon_redface:

ใช่ครับอยากถามเหมือนกันเพราะเห็นในเว็บขายcdมี2.ver.อะครับ
ver.แรก3แผ่นจบ ver.สอง10แผ่นแน่ะกว่าจะจบ ผมล่ะงง
เหมือนมันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย ทำไมต้องทำหลายver.ด้วยก้ไม่รุ
หาอ่านเนื้อเรื่องแล้วก้สนุกดีนะครับเห็นบอกว่าคนชอบคู่โฟน-แยม
กันเยอะมากคงต้องรอพี่กาฬรหัสย์มาเล่าแล้วล่ะครับว่าจะเป็นยังไง
(ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะซื้อเรื่องนี้มาดู 555 หลังจากคิดมานาน)


กาฬรหัสย์ลงมือทำแล้วต้องทำให้เต็มที่ค่ะ  :icon_question:
เล่าทั้งที ต้องเอาฉบับเต็มๆ  ถ้าฉบับสามเศียรตัดยับซื้อมาแล้วอยากจะเขวี้ยงทิ้ง
ถ้าน้องวีจะซื้อ แนะนำให้ซื้อเวอร์ชั่น 10 แผ่น  เวอร์ 3 แผ่น ภาพชัดเพราะแผ่นมาสเตอร์
แต่อารมณ์ขาดห้วงอย่างน่าเกลียดสุดๆ  บทหวานๆ ของพระนางตัดออกเรียบ
คู่ราหู-อัมพรกระท่อนกระแท่น อัปสร-พิรุณยิ่งหายหมด
คู่จินดา-องค์อิศราหายเกลี้ยงไม่มีเหลือเลย
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 02:05:33 AM
พี่กาฬเล่าเวอร์ไหนค่ะ เวอร์เต็มตามทีวี หรือเวอร์ตัดแหลก  :icon_redface:

ใช่ครับอยากถามเหมือนกันเพราะเห็นในเว็บขายcdมี2.ver.อะครับ
ver.แรก3แผ่นจบ ver.สอง10แผ่นแน่ะกว่าจะจบ ผมล่ะงง
เหมือนมันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย ทำไมต้องทำหลายver.ด้วยก้ไม่รุ
หาอ่านเนื้อเรื่องแล้วก้สนุกดีนะครับเห็นบอกว่าคนชอบคู่โฟน-แยม
กันเยอะมากคงต้องรอพี่กาฬรหัสย์มาเล่าแล้วล่ะครับว่าจะเป็นยังไง
(ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะซื้อเรื่องนี้มาดู 555 หลังจากคิดมานาน)


กาฬรหัสย์ลงมือทำแล้วต้องทำให้เต็มที่ค่ะ  :icon_question:
เล่าทั้งที ต้องเอาฉบับเต็มๆ  ถ้าฉบับสามเศียรตัดยับซื้อมาแล้วอยากจะเขวี้ยงทิ้ง
ถ้าน้องวีจะซื้อ แนะนำให้ซื้อเวอร์ชั่น 10 แผ่น  เวอร์ 3 แผ่น ภาพชัดเพราะแผ่นมาสเตอร์
แต่อารมณ์ขาดห้วงอย่างน่าเกลียดสุดๆ  บทหวานๆ ของพระนางตัดออกเรียบ
คู่ราหู-อัมพรกระท่อนกระแท่น อัปสร-พิรุณยิ่งหายหมด
คู่จินดา-องค์อิศราหายเกลี้ยงไม่มีเหลือเลย

พี่กาฬซื้อเวปไหนค่ะ ฝากซื้อจะได้เปล่คะ เวปที่ซื้ออยู่มีแต่เวอร์สามแผ่นจบ หั่นแหลก ตักสะบั้นเลย
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 03:46:37 PM
**เนื่องจากการแก้ไขสแปมบอร์ดครั้งก่อน มีผลให้ code บางตัวหายไป
จึงต้องขออภัยผู้อ่านที่เครื่องหมายคำพูด อัญประกาศ ( "..." ) หายไป**



เอย...ข้าแต่องค์สยมภูฯผู้เป็นใหญ่
ธ เทพผไทพระเสื้อเมืองอันเรืองศรี     
ด้วยตัวเราราชาครองธานี
ประชาชีสุขสันต์นิรันดร์มา
แต่กลับไร้ซึ่งโอรสสืบสมบัติ
ดำรงรัฐเกรียงไกรในภายหน้า
จะสิ้นสูญไอศวรรย์อันมีมา
เชิญพระองค์อิศราโปรดปรานี
ขอโอรสยศยงสักองค์หนึ่ง
เป็นที่พึ่งข้าไทได้สุขศรี
จึงถวายสังเวยกรรมทำพลี
พร้อมบายศรีบวงสรวงองค์เทวัญ


นครอุดม ท้าวตรีภพและมเหสีฝ่ายซ้ายฝ่ายขวากระทำการบวงสรวงองค์พระสยมภูวญาณ เพื่อขอโอรสมาเป็นรัชทายาทสืบสมบัติปกครองบ้านเมืองสืบต่อไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/001.jpg)




ควันธูปแห่งการบวงสรวงลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์ องค์พระสยมภูวญาณทรงรับรู้ (องค์พระสยมภูวญาณ หรือ พระอิศวร แต่เครื่องทรงเขียวเหมือนพระอินทร์ ทำให้เกิดความสับสนต่อคนดู)
ดำริที่จะตอบรับคำขอนั้นจึงลุกจากแท่นประทับ เรียกหา มาตุลี เทวดาเลขา (ตามตำนาน มาตุลีคือเทพในสังกัดของพระอินทร์ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงให้มาตุลีมาอยู่กับพระอิศวร)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/002.jpg)




เทพมาตุลีนั่งหลับสับปะหงก เลยโดนตวาดซะสะดุ้งตื่นเลย “นั่นเจ้าเข้าฌาณหรือว่านั่งหลับ” มาตุลีอึกอักว่าเข้าฌาณ
“เจ้านี่เข้าฌาณแปลกนะ นั่งหัวเอียงไปเอียงมา เอาละ ไปตามพระพิรุณมาพบเราเดี๋ยวนี้” มาตุลีรับกระแสรับสั่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/003.jpg)




ฝ่ายพระพิรุณกำลังประลองศาสตรากับเทพราหู (เปิดฉากสวยมาก)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/004.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 03:49:42 PM
เทพมาตุลีเหาะตามหาพระพิรุณในขณะทั้งสองกำลังประลองกันดุเดือด แสงระเบิดพวยพุ่ง เทพธิดาจินดาเมขลาเข้ามาสมทบ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/005.jpg)




เห็นท่าทางน่าสนุกเลยเล่นบ้าง จึงโยนดวงจินดาของตนขึ้นไปผนวกกับพลังจากศาสตราวุธของเทพทั้งสอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/006.jpg)




เทพมาตุลีถูกลูกหลงของพลังร่วงตกลงมาท่ามกลางความตกใจของทั้งสาม จินดาเมขลาถามว่าเป็นยังไงบ้าง มาตุลีบอกเจ็บสิถามได้
พระราหูซ้ำเติม “ก็ไม่ดูตาม้าตาเรือเองนี่นา เค้ากำลังประลองกันอยู่ดันโผล่พรวดพราดเข้ามาได้” มาตุลีว่าพวกท่านตะหากไม่ดูตาม้าตาเรือ
พระพิรุณเลยตัดบทว่ามาทำไม หรืออยากจะประลองกับพวกเรา มาตุลีรีบปฏิเสธ บอกว่าพระอิศวรมีรับสั่งให้พระพิรุณเข้าเฝ้า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/007.jpg)




พระพิรุณทราบเรื่องก็พร้อมที่จะทำตามพระประสงค์ “ขอบใจในความเสียสละของท่าน จงไปเตรียมตัวให้พร้อมเพราะว่าในโลกมนุษย์น่ะไม่ได้สวยงามแล้วก็สะดวกสบายเหมือนบนสวรรค์นี่”
พระพิรุณบอกว่าพร้อมทุกอย่างแล้ว แต่ “ข้าพุทธเจ้าขอประทานอนุญาตไปร่ำลาเทพราหูและน้องจินดาเมขลาก่อนพระเจ้าค่ะ” องค์พระอิศวรทรงอนุญาต
แล้วหันมาหยั่งเชิงมาตุลีว่าอยากลงไปเกิดบ้างมั้ย มาตุลีรีบประจบว่าขออยู่รับใช้พระอิศวรอย่างนี้ดีกว่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/008.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 03:59:12 PM
"ไม่ได้นะเพคะ พระองค์จะเสด็จลงไปองค์เดียวได้ยังไงกัน น้องต้องไปด้วย พวกเราสามคนเป็นพี่น้องกันไปไหนก็ต้องไปด้วยกันเพคะ” จินดาเริ่มก่อน
“จินดาเมขลาลงไป พี่ก็จะตามลงไปด้วย” พระราหูก็เห็นด้วย “อย่าให้เรื่องมันยุ่งยากเลย เวลาบนโลกหนึ่งปีเท่ากับเพียงหนึ่งวันบนสวรรค์เท่านั้น เราคงจากกันไปไม่นานหรอก”
“นั่นน่ะมันเรื่องเล็ก ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเราน่ะต้องการลงไปผจญภัยบนโลกมนุษย์ต่างหาก” พระราหูเห็นเป็นเรื่องสนุก จินดาเมขลาก็ด้วย “ใช่ๆ แล้วยังช่วยปราบอธรรมอีกด้วย”
พระพิรุณระอา “ลงไปทั้งสามคนมันจะดูเอิกเกริกเกินไป” แต่จินดาเมขลาไม่ยอมแพ้ “คำพังเพยมีอยู่ว่าคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนยังรอดกลับมาได้เพคะ”
(เป็นไงล่ะ กว่าจะรอดกลับมาได้)
 :-[

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/009.jpg)




เลยเป็นปัญหาที่แม้แต่พระอิศวรยังแก้ไม่ตก “เค้าขอลูกแค่คนเดียว พวกเจ้าทั้งสามจะลงไปพร้อมกันได้ยังไง มันเกินจำนวน”
“แต่หม่อมฉันกลับคิดว่าพวกเค้าอาจจะชอบก็ได้นะเพคะ” พระอิศวรเลยถามว่า “แล้วเจ้าล่ะ จินดาเมขลาไม่ชอบอยู่บนสวรรค์หรือ”
“ชอบเพคะ แต่มันสบายจนเกินไป อีกอย่างพวกเราสามคนเป็นพี่น้องกันไปไหนก็ต้องไปด้วยกันเพคะ”
มาตุลีเสนอ “ขอเดชะ ข้าพุทธเจ้าคิดออกแล้วพระเจ้าค่ะ ที่เมืองมนุษย์เค้าชอบมีลูกฝาแฝด พระองค์ก็ส่งเทพทั้งสามท่านนี้ลงไปเกิดเป็นแฝดสามเลยสิพระเจ้าค่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/010.jpg)




“ก็บอกแล้วว่าเค้าขอแค่คนเดียว เอาละ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ ถ้าหากพวกเจ้าทั้งสามหาทางแก้ไขปัญหานี้ได้ เราก็จะอนุญาต”
แล้วพระราหูก็คิดออก “เราทั้งสามจะลงไปเกิดในร่างของมนุษย์คนเดียว หากแต่จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันตามแต่ฤดูกาล”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/011.jpg)




พระพิรุณเป็นฤดูวรรษสันต์
พระราหูเป็นฤดูคิมหันต์
จินดาเมขลาเป็นฤดูเหมันต์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/012.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 04:04:04 PM
พระพิรุณเห็นด้วย พระอิศวรจึงไม่อยากขัดข้อง “ตกลงเราจะทำตามสัญญา” สร้างความยินดีให้แก่ทั้งสามที่จะได้ลงไปเกิดพร้อมกัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/013.jpg)




(เวอร์เต็มอัดไม่ทันไปเบรคนึง เลยต้องไปเอาเวอร์ชั่นตัดยับมาเล่า) คืนนี้มเหสีมณีเกิดนิมิตว่ามีดวงแก้วลอยมาหา ชื่นชมอยู่ไม่ทันไร ดวงแก้วนั้นก็ลอยจากไป มณีสะดุ้งตื่นขึ้นมายังจำความฝันได้แม่นยำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/014.jpg)




รุ่งเช้าจึงให้ราชครูทำนายนิมิตนั้น ท้าวตรีภพเชื่อมั่นยินว่ากำลังจะมีลูกแน่ๆ มเหสีมณียินดี ในขณะที่มเหสีทัศนีย์มองอย่างเคียดแค้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/015.jpg)




“พระมเหสีมณีจะประสูติพระโอรสอันเปี่ยมไปด้วยบุญญาธิการ เอ่อ...แต่น่าเสียดายอยู่นิดนึงเพราะว่าพระโอรสจะต้องพลัดพรากจากเมืองไปชั่วคราวพระเจ้าค่ะ”
ทัศนีย์ได้ที “ท่านราชครูคงไม่ได้หมายความว่าพระโอรสที่ว่านั่นจะกระทำการมิดีมิร้ายต่อบ้านเมืองจนต้องถูกเนรเทศไปนะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/016.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 04:06:39 PM
ท้าวตรีภพฟังแล้วไม่สบอารมณ์ตำหนิว่าทำไมพูดอย่างนั้น ทัศนีย์แสร้งทำหน้าสำนึกผิดกราบขอประทานอภัยเพราะพูดไปตามประสาซื่อ
มณีร้อนใจว่าลูกจะถูกเนรเทศ แต่ราชครูบอกว่าไม่ได้บอกชัดขนาดนั้น แต่ต้องมีการพลัดพราก ท้าวตรีภพปลอบใจว่าลูกมีบุญญาธิการ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/017.jpg)




มณีค่อยสบายใจ ในขณะที่ทัศนีย์เคียดแค้นหนัก “ถูกต้องแล้วพระเจ้าค่ะ พระโอรสจะพลัดพรากจากเมืองไปเพียงชั่วคราวแล้วก็จะเสด็จมาปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นสืบไปพระเจ้าค่ะ”
ท้าวตรีภพและมเหสีมณีจึงเฝ้ารอคอยโอรสที่กำลังจะเกิดมาด้วยความหวัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/018.jpg)



แล้วมเหสีมณีก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ ตามที่ทัศนีย์กังวล คุณท้าวรีบให้นางกำนัลไปกราบทูลองค์เหนือหัวทันที เรื่องรู้ถึงทัศนีย์เพราะมีหมอหลวงเป็นพวก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/021.jpg)




ทัศนีย์เกรี้ยวกราดอาละวาด ทัศนีย์ให้เอายาพิษให้มณีกิน ให้ตายทั้งแม่ทั้งลูก หมอหลวงไม่กล้าทำกลัวโดนตัดหัว ยิ่งตอนนี้องค์เหนือหัวทรงเฝ้ามเหสีมณีไม่ให้คลาดสายพระเนตร ทัศนีย์ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อาละวาดบอกเกลียดๆ มณี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/022.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 04:22:53 PM
พี่กาฬ วันนี้นั่งดูเพลงดีละครดังช่องจ๊ะทิงจาเค้าเอเพลงเทพสามฤดูมาเปิด มีรูปพี่แยมกับพี่อ้อมใส่กรอบหน้าไม่เหมือนในละครเลย สวยมากๆ

ว้า .... เสียดายบ้านฟ้าไม่มีช่องนี้อ่ะเลยอดดู

เทพสามฤดูเนี่ยจำได้ว่าเคยดูตอนที่ช่อง7เอามาฉายช่วงเย็นอ่ะ แต่ดูไม่ปะติดปะต่อ เพราะเรียนพิเศษ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Vincent ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 07:21:58 PM
 ชอบมากๆเลยเรื่องนี้ n_n  :icon_rolleyes:  :icon_idea:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Nus ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 07:30:56 PM
ชอบเรื่องนี้    ชอบจินดา กับสามศรี ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 07:52:28 PM
ภาพชัดมากอย่างกับมาสเตอร์เลยอ่ะกาฬ แพงป่าว หุหุ แต่ไม่มีตังค์ซื้อใหม่ 555+

ขอกรี๊ดดดดดดดดพระเอกขา เมื่อตาสบตามาประสบ 555+ อาการหนัก ยิ่งตอนเห็นหน้าครั้งแรก เอาเก็บตาย  :icon_confused:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 09:58:03 PM
ภาพชัดมากอย่างกับมาสเตอร์เลยอ่ะกาฬ แพงป่าว หุหุ แต่ไม่มีตังค์ซื้อใหม่ 555+

ขอกรี๊ดดดดดดดดพระเอกขา เมื่อตาสบตามาประสบ 555+ อาการหนัก ยิ่งตอนเห็นหน้าครั้งแรก เอาเก็บตาย  :icon_confused:


ใจเย็นค่ะ พี่โบว์เบนซ์  555
ภาพไม่ได้ชัดมากมายอะไร  จะมาบางช่วงที่กาฬใช้แผ่นมาสเตอร์เล่า
มันก็เลยวิ้งนิดนึง  ไม่แพงอ่ะ  ประมาณ 200 ได้ ตัดใจซื้อใหม่เลยเนี่ย
พอเอามาเปิดดูแล้ว อารมณ์มันปรี๊ดขึ้นมาทันทีเลย เพราะมีหลายฉากที่จำไม่ได้ว่ามีด้วย
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 10:02:18 PM
ภาพชัดมากอย่างกับมาสเตอร์เลยอ่ะกาฬ แพงป่าว หุหุ แต่ไม่มีตังค์ซื้อใหม่ 555+

ขอกรี๊ดดดดดดดดพระเอกขา เมื่อตาสบตามาประสบ 555+ อาการหนัก ยิ่งตอนเห็นหน้าครั้งแรก เอาเก็บตาย  :icon_confused:


ใจเย็นค่ะ พี่โบว์เบนซ์  555
ภาพไม่ได้ชัดมากมายอะไร  จะมาบางช่วงที่กาฬใช้แผ่นมาสเตอร์เล่า
มันก็เลยวิ้งนิดนึง  ไม่แพงอ่ะ  ประมาณ 200 ได้ ตัดใจซื้อใหม่เลยเนี่ย
พอเอามาเปิดดูแล้ว อารมณ์มันปรี๊ดขึ้นมาทันทีเลย เพราะมีหลายฉากที่จำไม่ได้ว่ามีด้วย


200 เอง อยากได้มากๆ นี่มันจะสะสมเทพสามรึไง 555+ กรี๊ดดดด อยากเห็นฉากที่ว่าอ่ะ ตอนไหนมั่งที่จำไม่ได้ว่ามี  :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 10:22:47 PM

200 เอง อยากได้มากๆ นี่มันจะสะสมเทพสามรึไง 555+ กรี๊ดดดด อยากเห็นฉากที่ว่าอ่ะ ตอนไหนมั่งที่จำไม่ได้ว่ามี  :icon_evil:


5555+ เอาทุกเวอร์ชั่นเลยใช่มั้ย
ฉากที่ว่าเหรอ....ก็ฉากที่องค์อิศรากับจินดาทะเลาะกัน  ฉากสามศรีจีบจินดา  ฉากอัปสรเดินหนีพิรุณเข้ามาในห้องแล้วพิรุณตามมา อัปสรเลยเรียกกุมภีล์ออกมาขวาง
ฉากที่อัปสรไปฟ้องพิรุณคนสวนเรื่องเทวดามาหลอก  ฉากที่ท้าวจักรวรรดิลอบเข้าหาอัมพร  ฉากที่........โอ๊ยย  เยอะแยะมากมายบานตะไท


 >:(




คุณท้าวรีบห้ามว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ทัศนีย์ได้แต่เก็บกลั้นอารมณ์ แล้วคุณท้าวก็นึกแผนอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ทัศนีย์ได้ฟังแล้วก็พอใจ แต่คนดูก็ไม่รู้ว่าแผนอะไร (พี่ลูกศรสวยมาก หุ่นดีด้วย)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/023.jpg)




วันเวลาผ่านไปคล้ายมีปีก
มิอาจหลีกหลบพ้นทุกคนหนา
ต้องใช้กรรมตามโฉลกโชคชะตา
ด้วยเกิดมาเวียนว่ายในวังวน
มเหสีทรงครรภ์มาห้าปีแล้ว
ไร้วี่แววคลอดลูกยาน่าฉงน
ทะนุถนอมนานเนาว์เฝ้าอดทน
จนผู้คนสงสัยในท่าที


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/024.jpg)




มเหสีมณีกำลังพักผ่อนตากอากาศอยู่ มเหสีทัศนีย์ก็เดินมาเย้ย “หม่อมฉันมาเยี่ยมเพคะ พระครรภ์ใหญ๊ใหญ่จังเลย” คุณท้าวฝ่ายมณีว่าเป็นธรรมดาของคนใกล้คลอด
“อุ๊ยต๊ายย จริงสินะ เราลืมไปเลยว่าเคยใกล้คลอด เห็นทรงพระครรภ์มาตั้งห้าปีแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/025.jpg)




พวกคุณท้าวผกาของมเหสีทัศนีย์เสริมว่า ห้าปีสองเดือนสามวัน มณีเลยเอ่ยปากไล่กรายๆ “ถ้าพวกเจ้าไม่มีธุระอะไรกันแล้วก็กลับไปได้ละ เราอยากพักผ่อน”
“แหม หม่อมฉันเสียใจนะเพคะ” ทัศนีย์พูดไปทั้งที่ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น มณีเลยตัดปัญหาไปเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/026.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 10:25:36 PM
สนุกอ่ะ เล่าต่อนะคะ  จะติดตามอ่าน
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 10:41:02 PM

สนุกอ่ะ เล่าต่อนะคะ  จะติดตามอ่าน

ช่วงนี้เนื้อเรื่องยังเหมือนๆ ละครพื้นบ้านเรื่องอื่นๆ อยู่ ติดสินบนคำทำนายอะไรงี้
ถ้าโตขึ้นสิ  กรี๊ดกันลั่นบอร์ดแน่นอน
 :icon_rolleyes:





ทัศนีย์มองตามไปอย่างซ้ำเติม คุณท้าวนินทาว่าสงสัยท้องลมหรือท้องมาร ทัศนีย์แช่งให้ท้องอยู่อย่างนั้นจนตายเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/027.jpg)




ท้าวตรีภพกังวลใจว่าเมื่อไรมณีจะคลอดเสียที ในขณะที่ราชครูก็ยังยืนยันคำทำนายเดิม อำมาตย์เดชาคิดว่าอาจจะยังไม่ได้ทรงแก้บนที่พระมเหสีตั้งพระครรภ์แล้ว ราชครูเห็นด้วย ท้าวตรีภพจึงให้ไปจัดเตรียมของสำหรับแก้บน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/028.jpg)




ท้าวตรีภพทำพิธีบวงสรวงแก้บน ควันธูปลอยขึ้นถวายองค์พระอิศวร ทรงพอพระทัย  “ถึงเวลาของพวกเจ้าแล้ว พระพิรุณ พระราหู จินดาเมขลา” แล้วจึงบันดาลให้มเหสีมณีคลอดในทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/029.jpg)




มเหสีมณีสะดุ้ง เจ็บพระครรภ์ขึ้นมากระทันหัน เลยโกลาหลกันไปหมด ทัศนีย์รู้เรื่องรวดเร็ว นึกถึงหมอหลวงว่าคงจำคำสั่งของตนได้ สงสัยแผนการที่กระซิบกันเมื่อห้าปีที่แล้วนั่นแหละ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/030.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 10:42:47 PM
เมื่อจะมีประสูติกาล ท้องฟ้าก็ครั่นครืน หมอหลวงทำคลอดพระมเหสี คิดในใจว่าถ้าออกมาจะอุดจมูกให้ตายเลย จนมณีจะหมดแรงสายวชิราฟาดเปรี้ยงลงมา เกิดเป็นแสงรัศมีพุ่งออกมาจนหมอหลวงหงายหลัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/031.jpg)




โอรสที่เกิดออกมาแทนที่จะเป็นทารกกลับกลายเป็นกุมารที่เติบโตเจริญวัย ที่สำคัญเป็นยักษ์!
“ไม่ต้องทำคลอดหนูหรอก หนูน่ะ ออกมาเองได้” หมอหลวงตกใจจนเป็นลม ราหูน้อยงงเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/032.jpg)



ด้านนอกท้าวตรีภพก็กำลังเฝ้าคอยกระวนกระวาย ทัศนีย์ มาถามว่ามีประสูติกาลรึยัง ท้าวตรีภพคิดว่ายังเพราะยังไม่มีเสียงเด็กร้องเลย แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียง เด็กเรียกเสด็จแม่ๆ อยู่ข้างใน แล้วอยู่ๆ เด็กยักษ์ก็โผล่ออกมา ร้องเรียกให้ใครไปช่วยเสด็จแม่ที เสด็จแม่สลบ หมอตำแยก็สลบไม่รู้เป็นไรนักหนา (เค้าตกใจหนูแหละลูก)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/033.jpg)




ท้าวตรีภพตกใจแทบสิ้นสติ ถามว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน “หนูเป็นลูกเสด็จแม่ เพิ่งออกจากท้องเมื่อกี้นี้เอง” ทุกคนทั้งตกใจและงงงันไปตามๆ กัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/034.jpg)


หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 10:47:38 PM
อำมาตย์พ่อของทัศนีย์ยังไม่อยากจะเชื่อ ทุกคนต่างตกใจเรื่องพระโอรสยักษ์ กลัวว่าถ้าโตขึ้นมาได้จับกินหมดทุกคน ทัศนีย์ถามว่าจะทำยังไงดี  “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้ตัวของมันทำตัวมันเอง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/035.jpg)




มณีเมื่อเห็นลูกก็ไม่รู้จะทำยังไง ก้มกราบบาทพระสวามีอ้อนวอนว่ายังไงก็เป็นลูกของเรา ท้าวตรีภพปฏิเสธไม่มีเยื่อใย “เราเป็นมนุษย์แต่เด็กนั่นเป็นยักษ์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่”
มณียืนยันว่าไม่เคยมีใครเลย ต้องเป็นลูกเสด็จพี่ “แล้วไอ้เด็กยักษ์นี่มันมาจากไหน ทหารๆ จับไอ้เด็กยักษ์คนนี้ไปลอยแพเดี๋ยวนี้!” ใจร้ายมาก ทหารก็ลังเลไม่กล้า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/036.jpg)




ราหูน้อยเดินเข้าไปกอดมณี “ไม่ไป หนูจะอยู่กับเสด็จแม่หนูเพิ่งออกมาแท้ๆ จะให้หนูไปไหน” ท้าวตรีภพมองอึ้งๆ
“โถ ลูกรักของแม่ ถึงจะเป็นยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ใครมาพรากเจ้าไปจากแม่แน่ๆ” ท้าวตรีภพหันไปสั่งทหารให้ทำตามคำสั่งแล้วเดินออกไปเลย ไม่สนใจเสียงคร่ำครวญของมเหสีมณี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/037.jpg)




ราหูลุกขึ้น พวกนางกำนัลทหารก็ถอยหนีด้วยความกลัวกันหมด “ไม่ต้องกลัวหนูหรอก หนูไม่ทำอะไร” มณีกอดลูกเอาไว้ เสียใจที่จะต้องพลัดพรากจากกัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/038.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤศจิกายน 30, 2010, 10:49:06 PM
ท้าวตรีภพคิดไม่ตกเรื่องลูกยักษ์ ‘ลูก...นั่นน่ะเหรอลูกที่เราอุตส่าห์รอคอยมาถึงห้าปี มิน่าถึงได้อยู่ในท้องมาตั้งห้าปี มันไม่ใช่มนุษย์นี่เอง แล้วพ่อของมันเป็นใคร’

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/039.jpg)




พวกมเหสีทัศนีย์ตัดสินบนราชครู (ตามเคย) ให้ทำนายตามที่บอก แล้วถ้าหากได้เป็นใหญ่เป็นโตจะเลื่อนตำแหน่งให้เป็นปุโรหิต แล้วสุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/040.jpg)




ราชครูติดสินบน ให้กราบทูลว่าคำทำนายเปลี่ยนไปแล้ว “ขอเดชะ ถ้าพระมเหสีทรงมีประสูติกาลหลังจากทรงพระครรภ์ได้เก้าเดือน ข้าพุทธเจ้ายังคงยืนยันตามคำทำนายเดิมอยู่พระเจ้าค่ะ แต่นี่ทรงพระครรภ์นานถึงห้าปี ดวงชะตาของพระกุมารจึงเปลี่ยนไปเป็นกาลกิณีต่อบ้านเมือง เห็นได้จากพระวรกายที่เปลี่ยนไปจากมนุษย์ไปเป็นยักษ์พระเจ้าค่ะ” ดังนั้นจึงสมควรแล้วที่สั่งเนรเทศ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/041.jpg)




คุณท้าวไล่ทหารออกไป ทหารไม่กล้าออกกลัวโดนประหารเจ็ดชั่วโคตรที่ไม่ทำตามพระกระแสรับสั่งองค์เหนือหัว คุณท้าวบอกให้เสียสละ ราหูน้อยไม่เห็นด้วย
“เดี๋ยวก่อน ถ้าพวกเจ้าทั้งสองคนถูกประหาร รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องของท่านด้วยมันจะเป็นบาปเป็นกรรมให้เรากับเสด็จแม่เปล่าๆ”
“ไม่นะลูก”
“ลูกจะเป็นฝ่ายไปเองพระเจ้าค่ะ” มณีจะไปกับลูก “เสด็จแม่ไปไม่ได้ มันอันตรายเกิน” มเหสีมณีว่าจะปล่อยลูกไปได้ยังไง “เพราะลูกเป็นยักษ์ ย.ยักษ์เขี้ยวใหญ่ด้วย เห็นมั้ย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/042.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 06:42:25 PM
เอ้อ... ตามแบบฉบับละครพื้นบ้านเลย มเหสีโดนเนรเทศ กุมารน้อยต้องพลัดพรากจากบ้านเมืองไปผจญภัยโลกภายนอก

รู้สึกว่าเทพสามฤดูตอนเด็กเนี่ย ฟ้าไม่ได้ดู  ได้มาดูตอนที่เทพราหู พระพิรุณ จินดาเมขลา โตแล้วอ่ะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 08:30:30 PM
เอ้อ... ตามแบบฉบับละครพื้นบ้านเลย มเหสีโดนเนรเทศ กุมารน้อยต้องพลัดพรากจากบ้านเมืองไปผจญภัยโลกภายนอก

รู้สึกว่าเทพสามฤดูตอนเด็กเนี่ย ฟ้าไม่ได้ดู  ได้มาดูตอนที่เทพราหู พระพิรุณ จินดาเมขลา โตแล้วอ่ะ

มากๆอ่ะ  ช่วงเด็กเป็นอะไรที่สูตรสำเร็จมาก  นี่เล่าไปก็รอไป เมื่อไหร่จะโตน้า อยากเล่าตอนโตจะแย่แล้ว  :icon_lol:




คุณท้าวถามว่าทำไมถึงได้เป็นยักษ์ ราหูน้อยก็ไม่รู้เพราะยังจำอดีตชาติไม่ได้ มณีบอกให้ทหารพาตนกับลูกไปได้แล้ว แม้ว่าคุณท้าวจะทักท้วง
“เราตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าลูกอยู่ที่ไหน เราก็จะอยู่ที่นั่นด้วย ไม่ว่ามันจะเป็นนรกหรือสวรรค์ก็ตาม”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/043.jpg)




คุณท้าวรีบมากราบทูลท้าวตรีภพว่ามเหสีมณีเสด็จไปแล้ว ท้าวตรีภพรีบไปตาม ราชครูมองตามสมใจที่แผนการสำเร็จ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/044.jpg)




มเหสีมณีเดินอ่อนระโหยโรยแรงออกมา พร้อมจะโดนเนรเทศกับพระโอรสยักษ์ ท้าวตรีภพรีบเข้ามาห้าม พอดีมณีเป็นลม ท้าวตรีภพผลักราหูน้อยออกไป (ใจร้าย) แล้วสั่งทหารให้เอาราหูน้อยไปลอยแพทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/045.jpg)




ท้าวตรีภพอุ้มมณีกลับตำหนัก โดยไม่สนใจราหู ไม่ว่าเด็กน้อยจะร้องเรียกหาเสด็จแม่ยังไงก็ตาม น่าสงสารอ่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/046.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 08:40:02 PM
...แสนสงสารกุมารน้อย
ถูกจับลอยแพไปไม่เห็นหน
เพิ่งคลอดได้ไม่ถึงวันพลันอับจน
ต้องพรากพ้นมารดามาเดียวดาย
ขวัญเอยขวัญผวา
เล่าเหลียวหาเรียกแม่มาลับหาย
ทั้งเหนื่อยหิวซวนซบสลบกาย
สายน้ำไหลมาคล้องพลอยลับลา


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/047.jpg)




ทัศนีย์กับพวกรู้ว่ายักษ์น้อยถูกลอยแพไปแล้วก็หัวเราะสาสมใจกันใหญ่ ทัศนีย์นึกได้ว่ายังเหลือมณีอยู่ ต้องขุดรากถอนโคนให้หมด
เพราะถ้ามณีอยู่เดี๋ยวท้องอีก แต่ต้องทำให้แนบเนียนเพราะถ้าพลาดพวกเราจะตายหมด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/048.jpg)




คืนนั้นมณีเศร้าโศกตรอมใจคิดถึงลูกจนไม่เป็นอันทำอะไรได้แต่นอนนิ่งอยู่บนแท่นบรรทม ในขณะที่ราหูน้อยก็นอนหลับอยู่บนแพ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/049.jpg)




เอย...จะกลับกล่าวถึงงั่งกระหังป่า
ใจคอบ้าดุเดือดด้วยเลือดผี
กินของดิบตับไตไส้น้ำดี
จรลีลดเลี้ยวเที่ยวผ่านมา
เห็นกุมารอยู่บนแพชะแง้ชะเง้อ
โอ้เอ้อเหอเหมาะนักเป็นภักษา
บินมาใกล้แล้วกระโจนโผนลงมา
กุมาราพลิกกลับขยับกาย


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/050.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 08:45:10 PM
กระหังงั่งกระโดดลงมาหมายจะกินกุมารน้อย ราหูรู้สึกตัวพอดีลุกขึ้นมา ต่างฝ่ายต่างตกใจกัน งั่งก็ร้องว่า ยักษ์ ราหูก็ร้องว่าผี กระเจิงกันไปคนละทาง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/051.jpg)




งั่งนึกได้วิ่งตามราหูไปหมายจะจับกินให้ได้ ราหูวิ่งร้องเรียกให้คนช่วย งั่งก็บินตามไปไม่ลดละ แล้วก็โฉบราหูลอยขึ้น กุมารน้อยดิ้นใหญ่ ราหูกัดขางั่ง ตกลงมาด้วยกัน
แล้วก็เตรียมตระครุบราหู เอาเป็นว่ามันวิ่งหนีกันไปวิ่งหนีกันมา ราหูเรียกงั่งว่าผีกระด้ง จนกระทั่งพระฤๅษีมาโปรด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/052.jpg)




ราหูหลบไปอยู่หลังพระฤๅษี พระฤๅษีเทศนาไปก็ไม่เข้าหัว งั่งเสกสากกระเบือออกมาสู้ งั่งสู้ไม่ได้จะหนีก็โดนพระฤๅษีเสกมงคลครอบหัวไว้แล้วท่องคาถา
เก้าอี้ จู้จี้ แก้ได้ ใต้ตู้ บู้บี้ มาไข้ ไปป่า ได้เต่า (คิดได้เนอะ) เวลาท่องคาถานี้งั่งก็จะปวดหัวทุรนทุรายจนทนไม่ไหว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/053.jpg)




พระฤๅษีพาราหูกลับมาที่อาศรม ท่านมองด้วยญาณก็รับรู้ว่ามีร่างอีกสองร่างที่แฝงอยู่ภายในตัวยักษ์น้อย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/054.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 08:51:42 PM
"เก้าอี้ จู้จี้ แก้ได้ ใต้ตู้ บู้บี้ มาไข้ ไปป่า ได้เต่า"  คาถาอะไรเนี่ย
แต่ก็ตลกดี :icon_confused:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 08:52:48 PM
งั่งคิดจะแอบหนีก็โดนพระฤๅษีจับได้ พระฤๅษีคิดจะให้งั่งเป็นบริวารของเทพทั้งสาม จะได้ไม่ไปก่อกรรมทำเข็ญอีก พอคิดจะหนีก็โดนท่องคาถาเด็กจู้จี้อีก เลยจำต้องทนอยู่จะได้ไม่ถูกมงคลรัดหัวตาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/055.jpg)




พระฤๅษีเข้ามาดูราหูที่นอนหลับอยู่ในอาศรม (ตกใจมาก เห็นกล้วยเหลือแต่ก้านเครือ หนูกินหมดเครือเลยเหรอลูก) แล้วเรียกงั่งเข้ามา ใช้ให้เก็บเปลือกกล้วยไปทิ้ง พองั่งจะไม่เก็บก็ท่องคาถาขู่ นั่งเก็บเปลือกกล้วยไปก็ยังไม่ล้มเลิกความอยากกินเด็กน้อย เลยโดนพระฤๅษีขู่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/056.jpg)




พระฤๅษีมองเห็นรูปของเทพอีกสององค์ในร่างของพระราหูน้อย จึงเข้าญาณดูที่มาที่ไปตั้งแต่อดีตชาติ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/057.jpg)




พระฤๅษีมาปลุกงั่งแต่เช้าสอนเรื่องบาปกรรม แล้วก็เรื่องในอดีตของงั่ง ที่เคยมีเมียกำลังท้องแก่ ไม่ว่าใครจะบอกว่าผัวเป็นกระหังก็ไม่เชื่อ
จนกระทั่งเมียงั่งเห็นงั่งออกไปหาของโสโครกกินจึงรู้ว่างั่งเป็นกระหังก็ตกใจวิ่งหนีจนได้รับอุบัติเหตุตาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/058.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 09:12:07 PM
งั่งทึ่งที่พระฤๅษีรู้ นึกถึงชะตากรรมตัวเองที่โดนไล่ออกจากหมู่บ้าน แต่ก็ยังไม่ได้สำนึกจริงๆ ยังพยายามอ้อนวอนให้ถอดมงคลหัวออก และพอเห็นราหูน้อยก็ยังอยากกิน
ราหูไม่ยอมลงมาเพราะกลัวผีกระด้ง พระฤๅษีบอกว่ามันไม่ทำอะไรหรอก นับแต่นี้งั่งจะเป็นพี่เลี้ยงเจ้า ราหูไม่อยากได้ งั่งทำเป็นลิงหลอกเจ้าลับหลังพระฤๅษีก็จ้องจะกินราหู พระฤๅษีเลยไล่ให้ไปเก็บผลไม้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/059.jpg)



แล้วก็สอนราหูน้อยให้ท่องคาถาบังคับงั่ง พอราหูลองท่องคาถาก็ลอยไปถึงงั่งที่กำลังเก็บผลไม้ พระฤๅษีให้ราหูหยุดท่อง เดี๋ยวงั่งมันตายซะก่อน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/060.jpg)




เอย...นับแต่นั้นพระมุนีผู้มีฤทธิ์
รับเป็นศิษย์ศึกษาอาคมขลัง
แล้วถ่ายทอดอิทธิฤทธิ์ไม่บิดบัง
จอมกระหังเป็นพี่เลี้ยงเพียงยินดี


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/061.jpg)




วันเวลาเวียนเปลี่ยนฤดูเข้าวรรษสันต์ (น้องเก้า หนูโตมาน่ารักกระเจิดกระเจิงมาก) :icon_evil:

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/062.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 01, 2010, 09:16:18 PM
เอ่อ.. น่ารักกระเจิดกระเจิง ฟังดูเหมือนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไงไม่รู้  :icon_confused:

แต่น้องเก้าโตมา น่ากิน เอ๊ย! น่ารักจริงๆ หล่อด้วย :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 02, 2010, 10:55:23 AM
เอ่อ.. น่ารักกระเจิดกระเจิง ฟังดูเหมือนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไงไม่รู้  :icon_confused:

แต่น้องเก้าโตมา น่ากิน เอ๊ย! น่ารักจริงๆ หล่อด้วย :icon_evil:


หมายความว่า สติสตังของพี่กระเจิดกระเจิง  กู่ไม่กลับไปแล้วน่ะสิ   :icon_confused:



ล่วงเข้าเหมันต์ งั่งก็ยังคอยจะจับเด็กน้อยกินอยู่ แต่มีพระฤๅษีคอยกันท่า งั่งก็คอยเป็นลูกไล่ให้เทพทั้งสามซ้อมมือเล่น แม้แต่จินดาเมขลาก็ห้าวหาญเกินชาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/063.jpg)




ในขณะที่มณีคะแนนตก ทัศนีย์ก็รีบฉวยโอกาสเอาอกเอาใจท้าวตรีภพ “หมู่นี้เจ้าพี่เสด็จไปแต่ที่ตำหนักของน้อง พระมเหสีฝ่ายขวาจะไม่น้อยพระทัยเอาหรือเพคะ”
ท้าวตรีภพไม่อยากได้ยิน “ถ้าเจ้าพี่กริ้ว เพราะว่าคลอดพระกุมารออกมาเป็นยักษ์หม่อมฉันคิดว่าไม่ใช่ความผิดของพี่มณีนะเพคะ”
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็เป็นความผิดของพี่น่ะสิ” ทัศนีย์แกล้งทำเป็นสงสารเห็นอกเห็นใจมณี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/064.jpg)




พวกทัศนีย์สรรหารูปปั้นยักษ์มาเพื่อใส่ร้ายมณี และให้หมื่นมิตรทหารคนสนิทจัดการฆ่าปิดปากช่างปั้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/065.jpg)




อำมาตย์มาบอกข่าวทัศนีย์และให้ทำตามแผนที่วางไว้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/066.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 02, 2010, 10:59:49 AM
ทัศนีย์แกล้งชวนมณีออกมาเดินเล่นที่อุทยานของตำหนักตนเอง คุณท้าวฝ่ายมณีไม่ไว้ใจไม่รู้จะมาไม้ไหนอีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/067.jpg)




ทัศนีย์พามณีมาคุยกันตามลำพัง โดยไล่คุณท้าวนางกำนัลไปให้หมด โดยเสแสร้งบอกว่ามณีว่าอยากให้ทุกอย่างจบลงเรียบร้อย ไม่งั้นคงไม่ยอมไปง้องอนพี่มณีมาหรอก
ตอนแรกก็อิจฉาที่พี่มณีทรงครรภ์ แต่พอคลอดโอรสออกมาความรู้สึกของน้องก็เปลี่ยนไป บลา....สารพัดจะเอื้อนเอ่ยเสแสร้งแกล้งทำดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/068.jpg)




ท้าวตรีภพและทัศนีย์อยู่ๆ ก็เข้ามาหามณีในตำหนัก ไม่พูดพร่ำทำเพลง ท้าวตรีภพตบพระพักตร์มเหสีมณีฉาดใหญ่อย่างเกรี้ยวกราดว่ามันอยู่ที่ไหน มณีไม่รู้เรื่องอะไร
“แหม พี่มณีของกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องไม่น่าทำเป็นไร้เดียงสาบริสุทธิ์เลยนี่เพคะ อยู่ที่ไหนก็กราบทูลเจ้าพี่ไปเถอะเพคะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา” ท่าทีเปลี่ยนไปหน้ามือเป็นหลังมือ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/069.jpg)




มณีไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไร ทัศนีย์สั่งให้ค้นตำหนัก แล้วก็เจอรูปปั้นยักษ์ที่เอามาซ่อนไว้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/070.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 02, 2010, 03:27:10 PM
น้องจินดาเมขลาน่ารักจัง

ท้าวตรีภพเนี่ย ไม่ไหวๆ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 01:24:31 PM
มณีรีบปฏิเสธว่ามันไม่จริง ท้าวตรีภพมองมณีอย่างไม่เชื่อถืออีกต่อไป เพราะรูปปั้นเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามณีแอบคบชู้กับยักษ์ถึงมีรูปยักษ์ซ่อนไว้เชยชม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/071.jpg)




ทัศนีย์กลับมาสาสมใจ ไม่คิดว่าเรื่องจะง่ายดายขนาดนี้ ตำแหน่งมเหสีเพียงหนึ่งเดียวจะต้องเป็นตนเท่านั้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/072.jpg)




ท้าวตรีภพกลับมาเดือดดาลเมื่อนึกถึงคำปฏิเสธอ้อนวอนของมณีว่าไม่รู้เรื่องรูปปั้นยักษ์นั้น “อำมาตย์เดชา เอาตัวนางแพศยานี่ไปฆ่าที่กลางป่าแล้วทิ้งศพให้เป็นเหยื่อของแร้งกากิน”
(เออ ตอนที่ดูในทีวีดูผ่านๆ เลยไม่ได้รับรู้ว่าท้าวตรีภพโหดร้ายขนาดนี้ นี่ขนาดเรื่องนี้ไม่มีเสน่ห์นะเนี่ย) ทัศนีย์ย้ำคำสั่งขององค์เหนือหัว อำมาตย์เดชเลยจำใจทำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/073.jpg)




“ถ้าเจ้าพี่ทรงปักพระทัยเชื่อว่าหม่อมฉันทำผิดจริง หม่อมฉันก็ขอกราบทูลลาเพคะ แต่หม่อมฉันก็ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของหม่อมฉันและขอให้พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองได้โปรดเป็นพยาน
ใครที่ใส่ร้ายป้ายสีหม่อมฉัน คนเหล่านั้นจะต้องได้รับเวรกรรมตอบสนอง” ทัศนีย์โดนแช่งใจหายวูบ ท้าวตรีภพคิดด้วยความโกรธหน้ามืดตามัว ไม่ไตร่ตรองเหตุผล ยังกล่าวหาว่ามณีจะตายแล้วยังแช่งคนอื่นอีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/074.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 01:46:08 PM
มณีถูกหมื่นมิตรคุมตัวออกมา มีชาวบ้านมามุงดูเต็มไปหมด หมื่นมิตรประกาศกร้าวว่าใครที่บังอาจแสดงความอาลัยอาวรณ์มเหสีมณีจะต้องได้รับโทษเยี่ยงนี้
แล้วก็เชือดทหารให้ดูเป็นตัวอย่าง มณีทนไม่ไหวกับความโหดร้าย ด่าว่าไปก็ไม่รู้สึกรู้สา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/075.jpg)




มณีถูกทหารคุมตัวออกจากเมืองไป หมื่นมิตรไล่ชาวบ้านกลับไป บอกว่ามณีไม่มีค่าพอที่ใครจะสละชีวิตให้ ชาวบ้านบางคนกล้าหาญลุกขึ้นมาด่าว่าหมื่นมิตรก็ถูกฆ่าตายหมด ทุกคนหนีกันกระเจิง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/076.jpg)




ท้าวตรีภพยืนเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง ทัศนีย์เดินเข้ามาเห็นก็โกรธที่เหนือหัวยังอาลัยอาวรณ์มณีอยู่ แกล้งทำบีบน้ำตา “เรายังพอแก้ไขเหตุการณ์ได้นะเพคะ ถ้าเจ้าพี่ทรงรับสั่งม้าเร็วให้ตามไป”
ท้าวตรีภพถามว่าพูดเรื่องอะไร “ความจริงแล้วไม่จำเป็นเลยเพคะที่พระมเหสีจะต้องโทษประหารชีวิต” ท้าวตรีภพได้ฟังก็โกรธ
“ไม่จำเป็นเหรอ นางมณีมันคบชู้สู่ชายอย่างนั้นเจ้ายังว่าไม่จำเป็นอีกเหรอ ผัวมันเป็นยักษ์มันถึงได้คลอดลูกออกมาเป็นยักษ์อย่างนั้น ความจริงเราน่าจะสะกิดใจตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/077.jpg)




“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันอดคิดไม่ได้ว่าหม่อมฉันคือสาเหตุที่ทำให้พระมเหสีต้องโทษประหารชีวิต หม่อมฉันกลัวบาป หม่อมฉันกลัวเวรกรรมเพคะ” พูดซะดิบดี
ท้าวตรีภพปลอบไม่ให้คิดมาก “เจ้าทำไปก็เพราะหวังดี ไม่อย่างนั้นพี่ก็คงโง่งมงายให้นางมณีกับชู้มันหัวเราะเยาะพี่ เจ้าทำไปเพื่อรักษาเกียรติยศของพี่ตะหากล่ะ” ทัศนีย์ลอบยิ้มสาสมใจที่กำจัดมณีออกไปได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/078.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 01:48:37 PM
มณีถูกพามาฆ่ากลางป่าลึก โดยที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร ด้วยความกลัวตายจึงวิ่งหนีพวกทหารไปจนมุมที่หน้าผา มณีว่าไม่เคยคิดร้ายกับใคร ทหารพวกนี้ก็พวกทัศนีย์บอกว่ามณีมีความผิดเพราะเป็นคู่แข่งกับมเหสีทัศนีย์
ขณะที่ทหารเงื้อดาบกำลังจะฟันลงมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/079.jpg)




ก็มีแสงประหลาดซัดใส่พวกทหารกระเด็นไป มณีอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีไป ตัววิปริตปรากฏขึ้นมาขัดขวางพวกทหาร มณีวิ่งหนีทั้งคนทั้งตัวประหลาดไปอย่างไม่คิดชีวิต

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/080.jpg)




จนเหนื่อยจึงหยุดพัก คิดว่าไม่รู้จะไปทางไหนต่อ แล้วตัววิปริตก็กระโดดลงมาขวางหน้า “จะไปไหนแม่นางคนสวย” มณีอ้อนวอนอย่าทำอะไรเราเลย ปล่อยเราไปเถอะ
วิปริตอยากได้มณีไปเป็นเมีย มณีวิ่งหนีก็ต้อนหน้าต้อนหลังจนนางหนีไปไหนไม่ได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/081.jpg)




ขณะนั้นลิงนันทเสนผ่านมาเห็น จึงได้เกิดศึกชิงนางกันขึ้น มัวแต่ทะเลาะกันสู้กัน มณีเลยได้โอกาสหนี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/082.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 01:55:01 PM
มณีก็หนีแล้วหนีอีก วิ่งมาจนเหนื่อยนั่งพิงก้อนหิน เผอิ๊ญญ ก้อนหินก้อนนั้นเป็นยักษ์สุระผัดที่จำศีลอยู่ เห็นหญิงงามเข้ามาใกล้ก็หมายจะโลมเลีย มณีรู้สึกตัวหันไปเจอยักษ์ก็ตกใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/083.jpg)




มณีกรีดร้องกับความซวยซ้ำซากของตัวเอง เดี๋ยวเจอะนั่นเจอะนี่วิ่งหนีตัวประหลาดมาก็มาเจอยักษ์ รู้อย่างนี้ให้เพชรฆาตฆ่าให้ตายแต่แรกดีกว่า
ยักษ์สุระผัดโมเมว่าเพราะเป็นเนื้อคู่กันเลยมาเจอกัน มณีบอกว่าตนมีสามีมีลูกแล้ว แต่สุระผัดไม่เชื่อ แล้วยังเสกคาถาสะกดนิ่งทำให้มณีไปไหนไม่ได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/084.jpg)




แล้วก็อุ้มมณีเหาะผ่านนันทเสนกับวิปริตที่ยังสู้กันอยู่ สุดท้ายวิปริตก็ถูกฆ่าตาย นันทเสนหันไปหันมาเพิ่งรู้ว่ามณีหาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/085.jpg)




นันทเสนตามมาทันสุระผัด เลยแย่งกันกลางอากาศ (เออ กาฬก็เล่าเพลิน น่าจะเล่าตัดๆ จะได้สู้กันเสร็จเร็วๆ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/086.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 02:00:06 PM
กล่าวฝ่ายพระฤๅษีผู้มีเมตตาเห็นเหตุการณ์จึงร้องห้าม มณีวิ่งเข้าไปขอพึ่งบารมี ต่างฝ่ายต่างอ้างว่านางเป็นเมียของตน ถึงขั้นลบหลู่พระฤๅษี เลยโดนพลังสะท้อนกลับ พระฤๅษีเลยเสกให้สู้กันต่อ ถ้าไม่สั่งให้หยุดก็ไม่ต้องหยุด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/087.jpg)




มณีโชคดีได้มาพึ่งใบบุญพระฤๅษี มณีว่าตนคงสร้างเวรกรรมไว้มาก ชาตินี้เลยทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้น พระฤๅษีว่า คงสร้างความดีเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน ชาตินี้จึงเกิดมาสูงส่งและมีรูปอันเป็นที่เจริญตาแก่ผู้พบเห็น
มณีว่ามีประโยชน์อะไรในเมื่อมันนำมาซึ่งความทุกข์และความตาย “ถ้าเจ้าหมายถึงยักษ์และลิงนั่นน่ะ มันยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/088.jpg)




นันทเสนกับสุระผัดก็สู้กันหยุดไม่ได้ จนพระฤๅษีสั่งเลยล้มหมดแรงทั้งคู่ ต่างเข้ามากราบเป็นอาจารย์และสำนึกผิด
พระฤๅษีว่าพวกเจ้าผิดที่ปล่อยให้อำนาจใฝ่ต่ำครอบงำ ดูนางสิ นางถูกให้ร้ายต้องโทษประหาร พวกเจ้าก็มาซ้ำเติม แล้วพระฤๅษีก็ให้มองดูกองไฟ เป็นภาพเหตุการณ์เกี่ยวกับมณี (ย้อนความหลังกันอีกละ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/089.jpg)




เมื่อรู้ถึงความทุกข์ของมณีแล้ว ทั้งสองก็เอ่ยขอโทษ มณียังกลัวๆ เกรงๆ อยู่ พระฤๅษีว่าพวกเจ้าไม่ได้มีสันดานเลวร้ายอะไรเพียงแต่คึกคะนองเท่านั้น นันทเสนสารภาพว่ามีตัวประหลาดตายด้วย แล้วก็พาไปดูศพ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/090.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 02:03:28 PM
พระฤๅษีรู้จักวิปริตด้วย สุระผัดถามว่ามันเป็นพวกวิปริตเหรอ นันทเสนว่ามันชื่อวิปริตตะหาก มันมีอิทธิฤทธิ์ไม่ต่างจากเจ้าทั้งสองปล่อยให้ตายไปน่าเสียดาย
จึงจัดการควักหัวใจนันทเสนให้วิปริตโดยรวมร่างทั้งสองเข้าด้วยกัน อิทธิฤทธิ์ก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า และเพื่อชดใช้ความผิดต่อมณี ให้ไปตามหาโอรสของนางให้พบ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/091.jpg)




มณีขอบคุณอย่างดีใจ สุระผัดว่า แหม ยังไม่ทันรับปากเลยชิงขอบคุณก่อนซะแล้ว พระฤๅษีว่าหรือเจ้าจะไม่ทำ สุระผัดว่าทำสิ แค่ล้อเล่นเอง แล้วมณีก็ได้องครักษ์ฝีมือดีคอยคุ้มครอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/092.jpg)




มณีรักษาศีลอยู่ใต้ใบบุญพระฤๅษี พระฤๅษีเสกอาศรมให้และให้ระฆังแก้วเอาไว้ ถ้าหากมีอันตรายให้สั่นระฆังแล้วนันทเสนกับสุระผัดจะมาช่วยไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/093.jpg)




ล่วงเข้าหน้าฝน ขณะนี้เป็นเวลาของพิรุณน้อย งั่งยังไม่เลิกคิดจะจับโอรสน้อยกินแอบย่องเข้ามาตอนพิรุณหลับ แต่พอดีพิรุณละเมอท่องคาถาเด็กจู้จี้เสียก่อน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/094.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 08:52:05 PM
ละเมอหนักเข้าจนงั่งทุรนทุรายต้องปลุกให้พิรุณตื่น พิรุณโวยวายว่าผีกระด้งมาทำไรเนี่ย หรือคิดไม่ซื่อ งั่งรีบแก้ตัวว่าได้ยินพิรุณเรียกที่ไหนได้ ละเมอท่องคาถา พิรุณก็ใจดีช่วยท่องซ้ำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/095.jpg)




พิรุณเดินออกมาข้างนอก ฝนตกไม่หยุด พิรุณถามว่างั่งหิวเหรอ (เห็นทำหน้าเหมือนอยากกินตัวเอง) ออกไปหาผลไม้กันดีกว่า
งั่งว่าออกไปได้ไง ฝนตกเดี๋ยวพระฤๅษีโคดมก็ดุเอาหรอก“ฝนตกเราก็ห้ามไม่ให้ตกซะก็สิ้นเรื่อง”  แล้วพิรุณก็บันดาลให้ฝนฟ้าหยุดตกในทันที น้องเก้าน่ารักมากทำแบมือสองข้างบอก เห็นมั้ยแค่นี้เองเนี่ย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/096.jpg)




“คราวนี้ก็ก้มตัวลง” งั่งถามทำไม “ก็หนูเดินไปมันเมื่อยอ่ะ ก็ขี่หลังไปแล้วกัน” พอไม่ให้ก็ท่องคาถาขู่ แค่คิดด่าในใจยังโดนตีหัวเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/097.jpg)




…...ก่อเกิดสามฤดูกอบกู้โลก
ให้พ้นโศกสารพัดอุบัติศรี
เมื่อร่างหนึ่งออกมารบราวี
อีกสองร่างหลบลี้สู่นิทรา


พิรุณน้อยได้ฟังเรื่องของตนจากท่านตาก็ถาม “แล้วหนูจะได้พบคนอีกสองคนรึเปล่าจ๊ะท่านตา”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/098.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 08:53:23 PM
ท่านตาบอกว่าไม่ จะวนเวียนอย่างนี้จนกว่าจะขึ้นสวรรค์ตามเดิม พิรุณน้อยบ่นว่าไม่สนุกน่ะสิ ท่านตาว่าเจ้าเกิดมามีภารกิจที่สำคัญต้องทำคือปราบอธรรม
พิรุณถามว่าอธรรมหน้าตาเป็นไง หน้าเหมือนหนูหรือเหมือนงั่ง อธรรมคือผู้ที่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เมื่อเจ้าไปตามหาแม่เจ้าก็จะได้พบกับคนพวกนี้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/099.jpg)




พระฤๅษีพาพิรุณกับงั่งไปที่บึงน้ำ งั่งพลัดตกน้ำตกท่าต้องหิ้วขึ้นมา พระฤๅษีเสกน้ำให้หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นลมลอยขึ้นไปถึงสวรรค์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/100.jpg)




เป็นสัญญาณให้พระอิศวรทรงทราบว่ากุมารน้อยจะออกเดินทางแล้ว จึงประทานศาสตราวุธของเทพทั้งสามลงไปให้ได้แก่ กระบองของเทพราหู พระขรรค์ของเทพพิรุณ ดวงจินดาของจินดาเมขลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/101.jpg)




พิรุณขอลองใช้อาวุธ เพียงครั้งแรกที่ได้จับอาวุธคู่กาย ก็สะท้านสะเทือนขึ้นไปถึงสวรรค์ พระอิศวรทอดพระเนตรอย่างพอพระทัย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/102.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 08:55:31 PM
ขณะทดลองศาสตราวุธก็พลันเปลี่ยนร่างไปเป็นอีกสองร่างด้วยเช่นกัน เพราะราหูกับจินดาก็มาทดลองศาสตราด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/103.jpg)




พระฤๅษีโคดมบอกพิรุณว่าถึงเวลาออกเดินทางแล้ว ให้เดินทางไปทางทิศเหนือ งั่งทวงอยากได้อาวุธใหม่บ้างเลยโดนพระฤๅษีเอ็ดแล้วเดี๋ยวจะสาปจากกระหังเป็นกระสือ
งั่งเลยไม่กล้าหือ แล้วก็บอกให้งั่งเรียกพิรุณว่าพระโอรสและต้องเคารพอย่างจริงใจไม่ใช่เป็นลิงหลอกเจ้าอย่างทุกวันนี้ พิรุณกราบลาท่านตาไปตามหาแม่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/104.jpg)




งั่งยังคิดไม่ซื่อ จ้องอยากจะกินโอรสน้อยแล้วชิงอาวุธไป แต่พิรุณรู้ทันยังกะได้ยินความคิดหันมาชี้หน้า “หึ! งั่งยังคิดจะกินหนูอยู่อีกเหรอ”
งั่งปฏิเสธว่าเปล่า ระแวงไปเองน่ะ “ท่านตาสอนว่าอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคนแล้วจะจนใจเอง ยิ่งงั่งเป็นผียิ่งไว้ใจไม่ได้ใหญ่ เพราะผีชอบหลอก”
“ถึงงั่งหลอกพระโอรสก็ไม่กลัวใช่ม้า”
“ไม่กลัวเพราะว่าถ้ารายึดมั่นในความดี ความดีก็จะเป็นเกราะคุ้มครองให้เอง”
แต่งั่งก็ยังไม่เลิกล้มความตั้งใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/105.jpg)




กลางคืนแวะพักแรม งั่งจะกินเนื้อดิบพิรุณก็ห้ามไว้ ต้องกินเนื้อที่สุกแล้ว ขู่ว่าถ้าจะกินเนื้อดิบก็แยกทางกัน ทางใครทางมัน
งั่งได้แต่บ่นในใจแต่ก็ขัดไม่ได้ เพราะหวังเนื้อโอรสน้อยกับอาวุธวิเศษ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/106.jpg)


หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ ธันวาคม 03, 2010, 09:09:36 PM
 :icon_evil:  น้องกาฬนี่น่ารักจริงอ่ะ  เรื่องนี้อ่ะเรื่องโปรดพี่เลยนะ (เทพศิลป์ฯ ก็ด้วยอ่ะ น้องกาฬคงทราบอยู่แล้ว)
ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักนะจ๊ะ....แล้วจะมาตามอ่านจ๊ะ.....เจ๊ขอสัญญา
เป็นกำลังใจให้สำหรับทุกเรื่องนะจ๊ะ

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 03, 2010, 09:15:23 PM
เล่าต่อนะคะ จะตามอ่าน
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 09:37:01 AM
:icon_evil:  น้องกาฬนี่น่ารักจริงอ่ะ  เรื่องนี้อ่ะเรื่องโปรดพี่เลยนะ (เทพศิลป์ฯ ก็ด้วยอ่ะ น้องกาฬคงทราบอยู่แล้ว)
ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักนะจ๊ะ....แล้วจะมาตามอ่านจ๊ะ.....เจ๊ขอสัญญา
เป็นกำลังใจให้สำหรับทุกเรื่องนะจ๊ะ




พอดีเปื่อย  เลยไม่ได้มาเล่าต่อซะที

หวัดดีค่ะ พี่ viki  หายไปนานเลย  สงสัยต้องมีของมาล่อบ่อยๆ ถึงจะเข้า



เอย...ณ ผืนดินที่เห็นเป็นผืนป่า
คืออาณาเขตวิญญาณสุสานผี
ถูกฝังใต้ป่าช้าชั่วตาปี
รอคอยเหยื่อคนที่หนีหลงมา
พอค่ำคืนนอนหลับจับขม้ำ
คนตายซ้ำตายซากมากหนักหนา
กลับเป็นผีคอยเหยื่อเหลือระอา
วนเวียนไปบ้างว่ามานานครัน


พิรุณนอนหลับ งั่งนอนบนต้นไม้เตรียมจะลอบจับพิรุณกิน แต่พอดีผีโผล่มาขโมยซีนซะก่อนเลยอด ผีเถียงกับผี งั่งเอาตัวรอดให้ผีกินพิรุณแทน
หารู้ไม่เด็กน้อยลุกขึ้นมานั่งฟังงั่งขายตัวเองตาแป๋ว พิรุณโวยวายพูดงี้ก็สวยดิ งั่งไม่สนใจขอเอาตัวรอดก่อน งั่งบินหนีทิ้งพิรุณต่อสู้กับผีเพียงลำพัง (ผีเหมือนลูกอ๊อดนะ ว่ามั้ย)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/107.jpg)




พิรุณต่อสู้กับผี ส่วนงั่งบินไปดีใจไป ถ้าพิรุณตาย ราหูกับจินดาก็ตายด้วยจะได้เป็นอิสระแล้ว ก่อนอื่นต้องถอดห่วงครอบหัวออก แต่ถอดยังไงก็ถอดไม่ออก
แล้วพิรุณก็กำจัดผีเหล่านั้นไปได้ แล้วท่องคาถาเด็กจู้จี้เรียกงั่งกลับมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/108.jpg)




โดนพิรุณด่าว่าคิดว่าถ้าตนตายแล้วจะพ้นจากอาคมท่านตาเหรอ งั่งแก้ตัวสารพัดสารพัน ทั้งที่ในใจยังคิดไม่ซื่อ พิรุณรำคาญเลยเลิกๆ ไปนอนต่อดีกว่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/109.jpg)




แล้วก็เปลี่ยนฤดู เป็นราหูน้อย (ไม่รู้ฤดูมันเดินถอยหลังรึเปล่า ฝนแล้วร้อน) ราหูบิดขี้เกียจบอกกำลังหลับสบายเลย ฝันเยอะแยะ ฝันถึงงั่งด้วย แล้วถามว่าจะไปไหนกันเหรอ
งั่งโกหกว่าไปบ้านงั่ง ราหูไม่เข้าใจไปทำไม งั่งกำลังจะหลอกล่อ พระฤๅษีก็มาเสียก่อนเพราะรู้ทันงั่ง และห้ามงั่งหลอกอะไรอีกเด็ดขาดต้องบอกความจริงทุกครั้ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/110.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 04:00:24 PM
ผีเหมือนลูกอ๊อดจริงด้วย :icon_confused:


อืมม์.. นั่นสิฤดูมันเดินถอยหลังหรือเปล่า ฝนแล้วต้องไปหนาวสิ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 05:34:12 PM
แล้วก็เทศนางั่งเสียยืดยาว แล้วก็เตือนราหูให้อย่าไว้วางใจใครง่ายๆ ราหูกราบลาท่านตา ท่านตาคาดโทษงั่งก่อนที่จะหายตัวไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/111.jpg)




อำมาตย์อาจอง พ่อของทัศนีย์โมโหมากเมื่อไม่มีใครหาศพมณีพบ ถ้าไม่พบศพแสดงว่ายังไม่ตาย จึงสั่งให้ออกตามหาให้ทั่วถ้าพบแล้วก็ฆ่าเสียแล้วเอาหัวใจมาให้ดู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/112.jpg)




แต่หาเท่าไรก็ไม่พบแม้แต่วี่แวว หมื่นมิตรไม่รู้จะทำยังไงดี ทหารเลยแนะนำว่าให้ไปฆ่าหญิงสาวชาวบ้านซักคนแล้วควักหัวใจไปให้อำมาตย์ดู หมื่นมิตรก็ทำตามนั้นจริงๆ
น่าสงสารหญิงชาวบ้านที่ต้องรับเคราะห์ไป ถ้าสมัยนี้ท่าทางจะต้องเอาไปตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นหัวใจของมณีจริงๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/113.jpg)




ราหูเดินทางมาถึงถ้ำแห่งนี้ มีรูปปั้นยักษ์เฝ้าหน้าถ้ำ ราหูไม่อยากเข้าไป แต่งั่งก็หลอกล่อว่าอาจจะมีอาวุธวิเศษเข้าไปดูกัน แล้วก็เข้าไปพบสมบัติมากมายกองอยู่
งั่งกระโจนเข้าไปอย่างดีใจถึงขนาดเอากระด้งมาโกยสมบัติ ราหูห้ามไม่ให้ทำ มันไม่ใช่ของๆ เรา อย่างนี้เรียกว่าขโมย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/114.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 05:35:54 PM
ราหูบอกให้งั่งเอาของไปคืนที่เดิม งั่งก็ไม่ยอม ราหูเลยไม่สนใจ ที่หน้าถ้ำรูปปั้นยักษ์เริ่มขยับเขยื้อน เพราะสมบัติที่ถูกเคลื่อนย้าย งั่งยังเริงร่ากับสมบัติที่ได้มา
ราหูเหลืออดบอกให้เอาไปคืน ถามว่าจะเอาของพวกนั้นไปทำไร ในเมื่องั่งเป็นผี งั่งบอกเป็นครึ่งผีครึ่งคนเอาไปจะทำให้รวยขึ้น ราหูว่าขโมยของคนอื่นมันไม่ถูก ราหูเลยไม่พูดต่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/115.jpg)




และแล้วรูปปั้นยักษ์ใหญ่
จึงเริ่มเคลื่อนไหวแขนขา
เดือดดาลกระหังชั่วช้า
บังอาจเข้ามาเยี่ยมกราย
ด้วยว่าได้รับคำสั่ง
อยู่เฝ้าของขลังทั้งหลาย
จึงต้องติดตามทำลาย
ทุกคนที่หมายมุ่งขโมย


ยักษ์ตามงั่งมา ต้องวิ่งหนีกันอุตลุดมาหยุดพักเหนื่อยในถ้ำ ราหูว่าเป็นไงอยากโลภ แต่งั่งยังไม่รู้สำนึก ราหูบอกให้เลือกเองแล้วกัน ไม่อยู่ด้วยหรอก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/116.jpg)




ยักษ์หินไล่ตามมา ราหูเลยไปเก็บสมบัติที่หล่นกระจายไปคืน ราหูมาพบคนธรรพ์อันธพาลตนหนึ่งมาดักอยู่หน้าถ้ำ
เห็นราหูเอาสมบัติออกมาได้ก็เลยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของสมบัติ แต่ราหูไม่ยอมให้บอกจะเอาเข้าไปเก็บข้างในเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/117.jpg)




แต่หลอกราหูไม่สำเร็จ เลยเกิดการต่อสู้กันขึ้น ตรงช่วงนี้แผ่นกระตุกแคปยากหน่อย ราหูเอาของไปคืนได้สำเร็จ
(เอ่อ ของวิเศษในถ้ำนี้มีเกราะเพชรเจ็ดสีอยู่ด้วยอ่ะ 555) งั่งเลยรอดตายได้หวุดหวิด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/118.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 06:24:25 PM
งั่งบ่นว่าเกือบตายแน่ะ ถ้าเป็นไรไปนะ โทษราหูคนเดียวเลยที่ชักช้า ราหูบ่นว่าอุตส่าห์ช่วยแล้วยังไม่มีไรดีอีก แล้วงั่งก็เห็นศพคนธรรพ์ ก็ว่าราหูฆ่ามันใช่มั้ย ไหนคุยว่าเป็นยักษ์ดีมีศีลธรรม
ราหูว่าอุตส่าห์ช่วยยังจะมาพูดมากอีก รู้งี้ปล่อยให้ตายดีกว่าแล้วก็เดินไปเลย งั่งคิดในใจว่าเด็กพวกนี้นับวันจะยิ่งแข็งแกร่งต้องรีบยึดอาวุธและเป็นอิสระให้เร็วที่สุด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/119.jpg)




นันทเสนออกตามหาลูกของมณี กำลังกินกล้วยอยู่ดีๆ อะไรแวบๆ เหาะข้ามหัวไปก็โกรธเลยเหาะตาม ราหูเห็นตัวอะไรแปลกๆ
นันทเสนว่าบังอาจเหาะข้ามหัวมาให้สั่งสอนซะดีๆ ราหูว่าเรื่องอะไรล่ะ แล้วก็เหาะลงไปสู้กันข้างล่าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/120.jpg)




ราหูกับนันทเสนต่อสู้กัน งั่งเห็นเป็นโอกาสยื่นขอเสนอนันทเสนให้ช่วยแย่งกระบองแก้วคืนมาหน่อย เด็กยักษ์นั่นขโมยของข้าไป
นันทเสนไม่เชื่อบอกใครดีใครได้แล้วกัน “เผลอไม่ได้เลยนะงั่ง เผลอเมื่อไหร่ทรยศทุกที”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/121.jpg)




บนสวรรค์ ขอฉากสวรรค์หน่อยทำสวยดี นางฟ้ากำลังร่ายรำถวายให้พระอิศวรทอดพระเนตร แต่จะมีก็แต่มาตุลีที่รื่นเริง มาตุลีบอกนางฟ้านางนั้นส่งยิ้มมาให้พระองค์ด้วย
พลันทิพยอาสน์ก็แข็งกระด้าง พระอิศวรทรงรับรู้ถึงเรื่องราวข้างล่างก็รีบลุกไปดูทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/122.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 06:26:37 PM
ทรงเล็งเห็นราหูกำลังโดนรุม หรือมันสู้กันมะรุมมะตุ้มแย่งกันเอง ราหูโดนสากกระเบือของงั่งพุ่งเข้ามาเพราะตั้งตัวไม่ทัน
เกรงว่าจะสู้กันจนตายไม่ทันได้รู้เรื่อง “ลงไป” ทรงรับสั่งกับมาตุลี “ลงไปไหนพระเจ้าค่ะ” พระอิศวรเลยจัดการโยนมาตุลีลงไปห้ามทัพ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/123.jpg)




ข้างล่างกำลังสู้กันอยู่ดีๆ ก็มีอะไรไม่รู้หล่นตุ๊บลงมาทับนันทเสนกับงั่งพอดี เถียงกันไปด่ากันไป พลังของนันทเสนทำอะไรมาตุลีไม่ได้ เพราะเป็นเทวดา
(น่าสงสารมาตุลี บทตั้งแต่ลงไปเดินดินไม่มีอิทธิฤทธิ์ จะเขียนให้ดีกว่านั้นไม่ได้รึไง จากเทวดาดีๆ กลายเป็นตัวตลกกิ๊กก๊อกไปเลย)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/124.jpg)




ราหูหันมาคิดบัญชีกับงั่ง งั่งบอกว่าเมื่อกี้แกล้งทำดีกับมันเฉยๆ “ไม่ว่ากันอยู่แล้วคราวนี้หนูจะแกล้งท่องคาถาบ้าง” แล้วก็เริ่มท่องคาถา งั่งทุรนทุราย
นันทเสนหันมามองอย่างแปลกใจ เลยโดนมาตุลีเสกเชือกมัดเอาไว้ซะเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/125.jpg)




ราหูถามว่าเข็ดรึยัง งั่งบอกเข็ดแล้วจริงๆ มาตุลีบอกอย่างไปเชื่อมัน แล้วบอกกับราหู
“พระโอรสราหูจงพาเจ้าสองตัวนี้ไปทางทิศนู้น แล้วจงอย่าเชื่อคำพูดของพวกมันเด็ดขาด” บอกเสร็จมาตุลีก็หายไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/126.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 06:33:43 PM

ราหูเดินมาตามทิศทางที่มาตุลีบอก เดินทางรอนแรมข้ามวันข้ามคืน จากคิมหันต์ล่วงเข้าเหมันต์ (ตามในละครอ่ะนะ) ร่างราหูกลายเป็นจินดาเมขลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/127.jpg)




“เดี๋ยว หยุดก่อน” จินดาเมขลาเรียก เดินไปเก็บดอกไม้ งั่งเห็นว่าราหูเปลี่ยนเป็นจินดาแล้วก็คิดว่าเด็กผู้หญิงท่าทางจะหลอกง่ายกว่า
“ถ้าคิดผิดคิดใหม่ได้ เราอาจจะให้อภัย” งั่งรีบอ้อนปฏิเสธ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/128.jpg)




จินดาถามว่านั่นใคร งั่งรีบใส่ไฟ นันทเสนถามว่ายักษ์ราหูไปไหน งั่งบอกไม่ต้องถามมากอยู่นานไปก็รู้เอง นันทเสนบอกไม่อยากอยู่นาน
“จะอยากอยู่นานหรือไม่อยากก็ขึ้นอยู่กับเรา” พลันมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นจินดารีบไปดู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/129.jpg)




จินดาแอบมาดูเห็นพระฤๅษีกำลังลองพระเวทย์ นันทเสนเห็นพระอาจารย์ก็ดีใจรีบวิ่งเข้าไปหา พระฤๅษีถามว่าไปถูกใครจับมัดไว้ล่ะ แล้วท่านก็รู้ว่ามีใครอีกคนแอบอยู่หลังพุ่มไม้ให้ออกมา
งั่งบอกว่านั่นน่ะตัวแสบเลยจับข้ามาเป็นทาส ช่วยที พระฤๅษีให้ออกมา จินดาเมขลาจึงเดินออกมาไหว้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/130.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 06, 2010, 06:39:33 PM
น้องจินดาเมขลาน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 07, 2010, 10:06:14 PM
เล่าไปก็รอไป  เมื่อไหร่จะโตซะทีน้าาาาาา   :icon_biggrin:



"เนี่ยเหรอ ที่เจ้าบอกว่าเป็นตัวแสบ” จินดาเมขลาบอกงั่งตะหากตัวแสบเถียงกันไปเถียงกัน
นันทเสนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครโกหก แต่ผีกระด้งนี่ก็ร้ายเหมือนกัน พระฤๅษีว่ามีวิธีจับคนโกหก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/131.jpg)




พระฤๅษีพาจินดาเมขลามาพบมณี มณีทักทายนันทเสนว่าไปทำไรมาถึงได้ถูกมัด พระฤๅษีว่าคงไปพาลเกเรมา
มณีเห็นจินดาเมขลาก็ทักทาย“หนู หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันจ๊ะ น่ารักจริง ทำไมพ่อแม่ถึงได้ใจร้ายใจดำเอาหนูมาปล่อยป่าได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/132.jpg)




นันทเสนว่ามัวแต่พูดกันอยู่ได้ เลยไปขอพระฤๅษีแก้เชือกให้ “ใครมัดเจ้าคนนั้นก็จะเอาออกเอง” นันทเสนจนใจ คนที่มัดไปไหนแล้วก็ไม่รู้
บนสวรรค์พระอิศวรทรงอนุญาต “ได้เวลาแล้วมาตุลี” มาตุลีจึงแก้เชือกให้ เชือกมนตร์คลายหายไปในอากาศ ทุกคนมองอย่างตกตะลึง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/133.jpg)




“เจ้าวิปริตนันทเสน รู้ตัวรึเปล่าว่าไปเล่นกับใคร เทวดาเชียวนะเว่ย”
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะท่านอาจารย์ อยู่ๆ ก็ตกตุ๊บลงมาบนตัวข้าพอดีเลยท่านอาจารย์”
มณีเอ่ยเรียกพระฤๅษี “ท่านตาเจ้าคะ หลานรู้สึกถูกชะตากับหนูคนนี้เหลือเกิน หลานขอเลี้ยงไว้เป็นลูกเถอะนะเจ้าคะ”
จินดารีบปฏิเสธ “อุ๊ย ไม่ได้ หนูมีแม่แล้ว หนูกำลังจะตามหาแม่” งั่งค้าน
“นี่ แม่ที่ปล่อยลูกลอยแพไปน่ะเรอะ งั่งว่าอยู่กับแม่นางคนนี้จะดีกว่าแล้วก็ปล่อยงั่งให้เป็นอิสระซะที แลกกับทองนิดๆ หน่อยๆ ท่านเป็นฤๅษีคงหาได้ไม่ยากหรอก” งั่งฉวยโอกาสเสนอข้อต่อรอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/134.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 07, 2010, 10:09:52 PM
พระฤๅษีถามว่าเห็นเหรอว่าเด็กคนนี้ถูกลอยแพมา “เห็นสิ งั่งเห็นเต็มสองตาเลย แต่ไม่ได้เป็นเด็กคนนี้...เป็นเด็กในร่าง...ยักษ์!!” งั่งยืนยัน ทุกคนมองงงๆ
งั่งยืนยันว่าพูดจริงนะ เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาเลี้ยงไว้รวยแน่ พระฤๅษีรู้สึกไม่ชอบมาพากลถามว่าหมายความว่าไง งั่งกั๊กไม่ยอมบอกจนกว่าจะได้ทองสิบตำลึง เพราะเด็กคนนี้อยู่ในความดูแลของตน
จินดาเมขลาขึ้นทันที“อ๋อ นี่เจ้าคิดจะขายเรากินรึ” งั่งรีบหลบจินดา บอกอย่าเรียกขาย แลกเปลี่ยนดีกว่า
จินดาเขกหัวงั่งไปที “เรามีพ่อแม่ มีครูบาอาจารย์ เราไม่ยอมให้ผีกระด้งอย่างเจ้ามาขายเรากินหรอก”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/135.jpg)




ก่อนจะหันมาทางมณี บอกว่าอยู่ด้วยไม่ได้หรอก ท่านตาที่เลี้ยงมาบอกให้มาตามหาแม่ในทิศนี้
พระฤๅษีถามว่าชื่ออะไร“จินดาเมขลาเจ้าค่ะ” พระฤๅษีจึงออกปากจะช่วยตามหาให้ จินดาเมขลาไหว้ขอบคุณ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/136.jpg)




พระฤๅษีเข้าญาณมองเห็นเรื่องราวของจินดาเมขลา และการเปลี่ยนร่างไปตามแต่ฤดู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/137.jpg)




ฝ่ายงั่งก็ขอให้นันทเสนช่วยเอามงคลหัวออกให้หน่อย ทั้งถีบทั้งยันจนเหนื่อยก็เอาไม่ออก พระฤๅษีออกมาถามหามณีกับจินดาเมขลา นันทเสนบอกอยู่ในกระท่อม
“ไปตามมาหาข้า พร้อมทั้งแม่ทั้งลูกเลย ไปสิ เดี๋ยวนี้” ท่านสำทับเมื่อนันทเสนยังงงๆ
งั่งฝันหวานคิดว่าพระฤๅษีจะรับจินดาเมขลาไว้ให้มณีเลี้ยง ตัวเองจะได้เป็นอิสระ เลยโดนพระฤๅษีตักเตือนให้ปรับปรุงตัว แต่งั่งก็ยังโง่งมไม่รู้ตัวเอง พอดีมณีกับจินดามาพอดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/138.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 07, 2010, 10:13:18 PM
เล่าไปก็รอไป  เมื่อไหร่จะโตซะทีน้าาาาาา   :icon_biggrin:

อย่าพึ่งรีบโตเลยครับตอนเด็กก้น่ารักดีนะ U.U
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 07, 2010, 10:18:29 PM
เล่าไปก็รอไป  เมื่อไหร่จะโตซะทีน้าาาาาา   :icon_biggrin:

อย่าพึ่งรีบโตเลยครับตอนเด็กก้น่ารักดีนะ U.U


พี่กรี๊ดล่วงหน้ากับตอนโตไปแล้วน่ะสิ ตอนเช็คแผ่นก็โอ๊ยยย  ไม่ไหวแล้ว
 :icon_evil:




พระฤๅษีบอกกับจินดา “เจ้าไม่ต้องไปเที่ยวตามหาแม่ที่ไหนอีกแล้ว จินดาเมขลา เพราะว่า...” งั่งแทรกขึ้นว่าท่านตาจะให้มณีเลี้ยงพระธิดาไว้เป็นลูก
มณีแปลกใจกับคำว่าพระธิดา “สอดไม่ถูกก็อย่าสอด ไอ้งั่ง” นันทเสนหัวเราะเยาะใหญ่เลย “เพราะนางคือมารดาที่แท้จริงของเจ้า”
“ลูกของหลานเป็นผู้ชายนะเจ้าค่ะ เป็นยักษ์” มณีแย้ง งั่งโพล่งขึ้นทันที “พระโอรสราหู!”
มณีรีบถามว่าเคยเห็นลูกของเราเหรอ งั่งตอบเซ็งๆ ว่าเคย พระฤๅษีเลยเฉลย “จินดาเมขลา ราหู และพิรุณน่ะเป็นเด็กสามคนรวมอยู่ในร่างเดียวกัน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/139.jpg)




ตัดไปเล็กน้อย แต่คงจะเป็นฉากกอดกันด้วยความดีใจอ่ะ ถ้าจำไม่ผิด คืนนั้นแม่ลูกก็นอนกอดกันด้วยความคิดถึง มณีว่าเป็นบุญที่มีชีวิตอยู่ได้มาพบลูก ฤๅษีมหาโพธิ์ได้มาพบแล้วช่วยเอาไว้
“คอยดูนะจ๊ะ ใครที่ทำแม่ จินดาจะแก้แค้น” มณีรีบห้ามไม่ให้ทำบาปกรรม จินดาบอกว่าโกรธที่ทำกับแม่ 
มณีสอนว่าใครที่ทำเวรกรรมอะไรไว้ก็จะได้รับกรรมนั้น ไม่มีใครหลุดพ้นเวรกรรมที่ตัวเองสร้างได้หรอก
จินดาลุกขึ้นชวนกลับบ้าน มณียังไม่แน่ใจ “ท่านตาของจินดาสอนเอาไว้ว่า ถ้าเราไม่ได้ทำผิดอะไร เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/140.jpg)



รุ่งเช้ามณีจึงตัดสินใจกลับนครอุดม พระฤๅษีบอกว่าคิดถูกแล้วในเมื่อเราไม่ผิดเราก็ต้องกล้าเผชิญหน้า แล้วบอกให้จินดาดูแลแม่ให้ดี
“เจ้าค่ะ จินดาจะไม่ยอมให้ใครมารังแกแม่อีก ถ้าใครทำรังแกจินดาจะจัดการให้หมดเลย” เลยโดนมณีปรามกับความห้าวหาญเกินหญิง
แล้วหันไปบอกงั่งว่าตัวเองมีบุญแล้วที่ได้ร่วมทางกับเทพทั้งสาม ละทิ้งนิสัยเดิมซะ แต่งั่งยังนั่งทื่อไม่ยินดี เลยโดนนันทเสนสะกิดเตือน งั่งเลยต้องจำใจรับ ทั้งหมดออกเดินทางทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/141.jpg)




นันทเสนมาส่งมณีกับจินดาได้ระยะหนึ่งก็ลากลับ จินดาบ่นอยากให้ลุงไปด้วยจัง นันทเสนบอกว่าถ้าจะเรียกตนหรือสุระผัดให้สั่นระฆังแก้วนะ งั่งพอได้ยินว่ามีระฆังแก้วด้วยก็ละโมบอยากได้อีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/142.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 07, 2010, 10:26:25 PM
เจ้างั่งนี่ โลภมากจัง

ราหูกับอัมพรคงมีฉากหวานหลายฉากใช่ป่ะคะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 07, 2010, 10:29:10 PM
เจ้างั่งนี่ โลภมากจัง

ราหูกับอัมพรคงมีฉากหวานหลายฉากใช่ป่ะคะ

เยอะแยะมากมาย บานตะไท ให้อิ่มหนำสำราญ  55+
เอาเป็นว่าเป็นเรื่องที่มีฉากหวานของพระนางเยอะสุดอ่ะ
 :icon_smile:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Nus ที่ ธันวาคม 08, 2010, 11:45:58 AM
แล้วองค์อิศรา  จินดา  สามศร๊ ล่ะค่ะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 11, 2010, 12:07:02 PM
แล้วองค์อิศรา  จินดา  สามศร๊ ล่ะค่ะ


นี่ก็รันทดทั้งสามคน  มีฉากสามศรีจีบจินดาหน่อยเดียวเอง แถมไม่ได้ถึงเนื้อถึงตัวด้วย
ส่วนกับองค์อิศราก็น่าสงสาร  ต้องประพฤติตนให้เหมาะสม พองามกับความเป็นเทพแล้วยังต้องแคล้วคลาดไม่ได้เจอหน้ากันอีก
 :icon_surprised:





เอย...เมื่อนั้นยักษ์ร้ายใจฉกาจ
อาจสามารถครองเมืองเรืองศักดิ์ศรี
ทรงพระนามอนันตวงศ์ทรงฤทธี
มเหสีมีนามโชตะนา
แม้ใครฆ่าก็ไม่ตายวายชีวิต
ถอดดวงจิตเก็บไว้ไกลหนักหนา
เก็บอยู่ในแมลงภู่อสุรา
สถิตในคูหาพนาวัลย์


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/143.jpg)




ท้าวอนันตวงศ์ กับมเหสีโชตะนาก็ไม่ค่อยจะรักกันหวานชื่นเท่าไหร่ออกจะเป็นไม้เบื่อไม้เมามากกว่า
โชตะนากำลังกินเนื้อช้างกับนางตัวเล็กตัวน้อย (ชื่อนางกำนัลค่ะ) โชตะนาว่าอยากกินเนื้อคน
อนันตวงศ์เข้ามาบอกว่าจะไปให้อาหารแมลงภู่ที่ถ้ำนิลคูหา โชตะนากระดี๊กระด๊าจะไปด้วย
อนันตวงศ์ว่าไปได้ไงพร้อมกันสองคน ต้องมีคนดูแลที่นี่คนนึง หรือน้องจะไปให้อาหารแมลงภู่เอง โชตะนาเลยอยู่ให้อาหารตัวเองดีกว่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/144.jpg)




อนันตวงศ์มากับล่าส่ำเหาะมา อนันตวงศ์ก็นินทามเหสีไป เบื่อนางยักษ์ไม่เจริญหูเจริญตาแถมโชตะนาก็อ้วนขึ้นทุกวันเพราะมีนางตัวเล็กตัวน้อยเป็นคู่หูเสวย
อนันตวงศ์ว่าจะต้องหาเมีใหม่แล้วล่ะคราวนี้จะเอานางฟ้าเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/145.jpg)




จินดาเมขลากับมณีรอนแรมอยู่ในป่า ให้งั่งไปหาอาหาร แต่รอนานแล้วงั่งก็ไม่กลับมาซะที มณีคิดว่างั่งอาจจะหนีท่าทางไม่น่าไว้ใจ
“เค้าก็คงอยากจะหนีเหมือนกันแหละจ้ะ แต่หนีไม่ได้ เพราะจินดามีมนตร์ที่จะตามเค้ากลับมา” พูดถึงงั่งก็กลับมาพอดี ถามว่านินทาไร
จินดาว่าเยอะแยะ ย่างเนื้อสิจะได้เล่าให้ฟังว่านินทาอะไร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/146.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 11, 2010, 12:12:31 PM
งั่งไม่พอใจที่โดนใช้ นึกในใจว่าอย่าให้ถึงทีของตนบ้างแล้วกัน จินดาชวนมณีไปเก็บดอกไม้ระหว่างรองั่งย่างเนื้อ
อนันตวงศ์เหาะผ่านมาเห็นเข้า “มนุษย์!!” ล่าส่ำบอกว่าให้พระองค์เสวยสองคน ขอตนคนนึง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/147.jpg)




มณีกับจินดากำลังจะกินเนื้อย่าง ยักษ์ก็เหาะลงมาเสียก่อน งั่งคิดไม่ซื่ออีกแล้ว เพราะอยากเป็นอิสระ
อนันตวงศ์เห็นมณีก็ถูกใจ มณีขอร้องว่าอย่าทำอะไรพวกเราเลย อนันตวงศ์ว่าไม่ทำอะไรหรอกจะเอาไปชุบเลี้ยง รับรองด้วยชาติกำเนิดอันสูงส่งของยักษ์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/148.jpg)




จินดาว่างั้นก็กลับไปสิ มาทางไหนกลับไปทางนั้น อนันตวงศ์ถามว่าเจ้าตัวน้อยนี่เป็นอะไรกับนาง งั่งตอบแทนว่าลูก
“ในเมื่อเจ้าเป็นลูกของนางก็เท่ากับเป็นลูกของข้า ข้าจะพาเจ้าสองแม่ลูกไปเลี้ยงดูให้มีความสุข”
“ท่านไม่ใช่พ่อของหนู หนูมีพ่อแล้วและหนูกำลังจะตามหาพ่อ” อนันตวงศ์ไม่พอใจที่จินดาอวดดี มณีขัดขวางอย่าทำอะไรลูกเรานะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/149.jpg)





จินดาเมขลาคายลูกแก้วออกมาขู่ให้อนันตวงศ์เห็นว่าไม่ใช่เล่นๆ เหมือนกัน “หนูจะพาแม่กับงั่งไปอย่าตามมานะ” แล้วก็พากันวิ่งหนี แต่พวกยักษ์มีหรือจะฟังก็ตามไปสิ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/150.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 11, 2010, 12:18:55 PM

บนสวรรค์ พระอิศวรทรงเล็งเห็น ก็ยิ้มเอ็นดูจินดาเมขลา มาตุลี “กล้าบ้าบิ่นไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะพระเจ้าค่ะ”
“ถ้าเปลี่ยนแปลง นางก็ไม่ใช่จินดาเมขลาน่ะสิ” พระสุรเสียงอ่อนโยนเชียว
ทั้งสามวิ่งหนียักษ์มาเจอพวกมันเหาะมาดักหน้า “เจ้าจะพานางไปไหนไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้ เราเป็นแม่ลูกกันไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน” จินดากล้าหาญมาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/151.jpg)




อนันตวงศ์ย่างสามขุมเข้ามา จินดาชูลูกแก้วขู่ พวกมันชะงัก จินดาโยนลูกแก้วขึ้นไปเป็นแสงเรืองรองยิงระเบิดลงมาใส่
แล้วอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีต่อ อนันตวงศ์โกรธมากที่ทั้งหมดหายไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/152.jpg)



จึงกลายร่างให้ใหญ่โตตามมา งั่งสะดุดล้มเลยเสกกระด้งออกมาบินหนี จินดาโยนลูกแก้วขึ้นไปเป็นแสงสว่างไสว จนไม่อาจทนได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/153.jpg)




ทั้งสามหนีต่อไป อนันตวงศ์ทนไม่ไหวต้องย่อกายเล็กลง แล้วกล่าวอาฆาตจินดาเมขลา
ฝ่ายจินดาก็พามณีวิ่งมาไม่หยุด เดี๋ยวยักษ์จับกิน งั่งถ้าไม่อยากถูกยักษ์จับกินก็อย่าหยุดวิ่งนะ งั่งลิ้นห้อยจะหัวใจวายก่อนถูกยักษ์กินแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/154.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 11, 2010, 12:42:07 PM
พลันมีหมอกขาวมาบดบังจนมองไม่เห็นอะไร เมื่อหมอกจางหายร่างมณีก็หายไปแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/155.jpg)




จินดาร้องเรียกหาแม่ งั่งว่าอาจถูกยักษ์จับไปแล้ว ฝ่ายมณีถูกอนันตวงศ์จับตัวเหาะไปในอากาศ พยายามดิ้นรนหนีแต่ก็ทำอะไรไมได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/156.jpg)




จินดาร้องไห้ไม่รู้จะไปตามหาแม่ที่ไหน อุตส่าห์ตามหาแม่จนพบยักษ์บ้านั่นก็มาพาตัวแม่ไปอีก งั่งสงสารปนรำคาญบอกร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์
จินดายืนยันจะตามหาแม่ งั่งว่ารู้เหรอว่ามันจับไปไว้ที่ไหน งั่งว่าเมืองยักษ์ไม่ใช่ว่าจะไปกันได้ง่ายๆ นะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/157.jpg)




อนันตวงศ์พามณีมาถึงเมืองยักษ์ นคร...อะไรไม่รู้ฟังชื่อไม่ถนัด มณีอ้อนวอนขอให้ปล่อยตนไป เรามีสามีมีลูกแล้ว
“ข้าก็มีเมียแล้ว” หน้าด้านมาก “ไม่มีลูก ถ้านางตัวจิ๋วตัวดีนั่นไม่ฤทธิ์มากข้าก็จะเลี้ยงมันเป็นลูก เพื่อเห็นแก่เจ้า แต่นี่มันไม่รักดีข้าก็ไม่รู้จะทำยังไง”
มณีคุกเข่าอ้อนวอนปล่อยไปเถอะ อนันตวงศ์จะตามใจทุกอย่างแต่ไม่ปล่อยไป “ถึงท่านเลี้ยงดูเราดียังไง เราก็ไม่มีวันมีความสุข”
“มันก็ไม่แน่ ข้าจะให้เวลาเจ้าทบทวนดู”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/158.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 11, 2010, 12:44:53 PM
โชตะนากินแล้วก็นอนหลับไปกับกองเนื้อช้าง ตัวเล็กตัวน้อยมีข่าวจะมากราบทูลแย่งกันเข้าเลยติดอยู่ตรงประตูเสียงดังเอะอะจนโชตะนาตื่น
โชตะนาถามว่ามีเรื่องอะไร “องค์เหนือหัวทรงพาผู้หญิงกลับมาด้วยเพคะ” โชตะนาเดือดดาลเดินออกไปชนทั้งสองตนกระเด็นเมืองสะเทือนเลยทีเดียว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/159.jpg)




อนันตวงศ์กำลังเตรียมตัวหล่อให้สมกับมณี กำลังคิดว่าถ้าถอดคราบยักษ์ออกนางจะต้องหลงใหลในความงามสง่า ล่าส่ำว่ายักษ์สง่างามที่สุดในบรรดาสามโลก แต่ข้ากำลังจะมีเมียมนุษย์
“แล้วเมียยักษ์ล่ะเพคะ!!” อนันตวงศ์ตกใจหันมาเห็นโชตะนา“ว่ายังไงเพคะ เอาเมียยักษ์อย่างหม่อมฉันไปเก็บไว้ที่ไหนเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/160.jpg)




“ก็เอาไปเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไงล่ะจ๊ะ” อนันตวงศ์ตอบเอาใจ“อ๋อ เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไป งั้น...ก็เป็นแม่!!!พระองค์น่ะสิเพคะ” เด็ดมาก
นางตัวเล็กตัวน้อยหัวเราะเกรียวกราวจากเมียเป็นแม่ พวกข้าทาสเลยโดนไล่ออกไปหมด โชตะนามองสวามีตาดุ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/161.jpg)




พวกบ่าวๆ ออกมาถามกันข้างนอกว่าไปได้นางมนุษย์นั่นมาจากไหน สวยได้ครึ่งนึงของพระมเหสีมั้ย
“แม่ตัวน้อยต้องถามใหม่ว่าพระมเหสีทรงพระสิริโฉมได้ครึ่งนึงของนางมนุษย์หรือเปล่า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/162.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 11, 2010, 12:46:27 PM
“พระองค์ต้องทรงเลือก เอาคนใดคนนึง หม่อมฉันหรือว่านาง”
“นาง!!!” ตอบโดยไม่คิดเลย โชตะนาอยากจะกรี๊ด อนันตวงศ์บอกอย่าบังคับให้ต้องเลือก น้องอยู่ส่วนน้อง นางอยู่ส่วนนางจะได้สงบสุข
โชตะนาว่ารับสั่งเอาแต่ได้หม่อมฉันไม่ยอม ต่างคนต่างไม่ยอม โชตะนาว่าจะฉีกเนื้อนางเป็นชิ้นๆ แล้วแบ่งนางตัวเล็กตัวน้อยกิน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/163.jpg)




อนันตวงศ์ตามมาขัดขวางไม่ให้โชตะนาเข้าไปในตำหนักของมณี มณีได้ยินเสียงทะเลาะกันข้างนอก
อนันตวงศ์ให้โชตะนากลับไปสงบจิตสงบใจแล้วค่อยมาพูดกันใหม่ โชตะนาโวยวายไม่กลับ เกลียดนางมนุษย์นั่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/164.jpg)



ในเมื่อห้ามไม่ฟังฉุดกระชากลากถูกันก็เลยถึงขั้นลงไม้ลงมือตบเลย มณีตกใจ นางกำนัลกล่อมให้โชตะนากลับไปก่อน มณียิ่งรู้สึกหวาดกลัวอนันตวงศ์มากขึ้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/165.jpg)




โชตะนาเสียใจอ่อนระโหย แต่เพียงแป๊บเดียวก็ฮึดสู้ นึกหาแผนการกำจัดนางมนุษย์ให้ได้ ตัวเล็กตัวน้อยไม่อยากให้เข้าไปเอาเรื่องนางมนุษย์นั่น
“เรื่องอะไรเราจะต้องลงมือเองล่ะ”  ว่าและโชตะนาก็เหาะขึ้นไป ตัวเล็กเลยรีบตามไปให้ตัวน้อยอยู่รอที่นี่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/166.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Nus ที่ ธันวาคม 11, 2010, 07:58:41 PM
โชตนานี่ใช่คนที่มาปิ๊งราหูตอนโตรึป่าวคะ   เคยดูแล้วแต่จำไม่ได้เท่าที่จำได้คือมียักษ์มาปิ๊งราหู และนางไม้มาปิ๊งพิรุณ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ ธันวาคม 12, 2010, 11:06:18 PM
เรื่องนี้เจ้างั่งก็น่ารักดีนะ  แม้จะดู้ร้ายๆ แต่ลึกๆแล้วเจ้างั่งเนี่ยะเค้าเป็นคนดีนะ  อ่า เอ่อ ไม่ใช่คนซินะ

พระพิรุณตอนเด็กเนี่ยะ น่ารักมากกกกกกกก  ตอนนี้โตเป็นหนุ่มรูปหล่อมากกกกกกกกกก น้องเก้าของป้าๆอ่ะ อิอิ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 02:18:17 PM
โชตนานี่ใช่คนที่มาปิ๊งราหูตอนโตรึป่าวคะ   เคยดูแล้วแต่จำไม่ได้เท่าที่จำได้คือมียักษ์มาปิ๊งราหู และนางไม้มาปิ๊งพิรุณ

ใช่แล้วค่ะ  ก็ยักษ์แก่ช้ากว่ามนุษย์อ่ะนะ
แต่นางไม้เนี่ย ไม่ได้แค่ปิ๊งพิรุณอย่างเดียวนะ เพราะพิรุณก็เล่นด้วย

เรื่องนี้เจ้างั่งก็น่ารักดีนะ  แม้จะดู้ร้ายๆ แต่ลึกๆแล้วเจ้างั่งเนี่ยะเค้าเป็นคนดีนะ  อ่า เอ่อ ไม่ใช่คนซินะ

พระพิรุณตอนเด็กเนี่ยะ น่ารักมากกกกกกกก  ตอนนี้โตเป็นหนุ่มรูปหล่อมากกกกกกกกกก น้องเก้าของป้าๆอ่ะ อิอิ

หวัดดีค่ะ  พี่ viki  คิดถึงจังเลย จะพยายามอัพบ่อยๆ นะคะ  พี่จะได้แวะเข้าบอร์ดบ่อยๆ
เอาจริงๆ นะ  คุณหนำเลี๊ยบเล่นเรื่องนี้ดีสุด   กาฬแคปไปรู้สึกได้เลยว่า  ทำไมเค้าเล่นเป็นธรรมชาติจังเลยอ่ะ
เล่นดีกว่าตอนเป็นเจ้าเงาะในสังข์ทองซะอีก   
เนอะๆๆ   น้องเก้าโตมา จะบ้าตาย  น่ารักอะไรปานนั้น





อนันตวงศ์เข้ามาหามณี บอกเห็นรึยังว่าพี่จริงใจกับน้องแค่ไหน แม้แต่เมียพี่ยังไม่ไว้หน้ามันเลย มณีถอยหนีไปทั่วห้อง อนันตวงศ์ว่าอย่าพยายามถ่วงเวลาอีกเลย ยังไงเจ้าก็หนีข้าไปไม่พ้น
มณีคิดออก “ถ้าอย่างนั้นท่านก็ไม่ได้คิดจะยกย่องเราจริงๆ อย่างที่พูด ลูกผู้หญิงน่ะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือการแต่งงานอย่างสมเกียรติยศ...เราจะยอมเป็นมเหสีของท่านก็ต่อเมื่อมีการแต่งงานอย่างถูกต้องและยิ่งใหญ่”  
อนันตวงศ์ว่างั้นพรุ่งนี้จะจัดงานแต่งงานให้อย่างยิ่งใหญ่ มณีตกใจว่าเร็วเกินไป ไม่ได้เตรียมตัวเลย อนันตวงศ์ก็เจ้าอยากได้ก็ให้แล้ว มณีไม่รู้จะหาทางรอดต่อไปยังไง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/167.jpg)




อนันตวงศ์เริงร่าฝันหวานว่าจะจัดงานแต่งงานให้มณียิ่งใหญ่ถูกใจนางที่สุด ในวันพรุ่งนี้ แต่ยังติดใจเรื่องลูกแก้วของเด็กน้อยนั่น ไม่เคยมีอาวุธอะไรหยุดข้าได้มาเป็นร้อยปีแล้ว นี่มันมาจากไหน
ล่าสันแนะนำให้ถามคนแม่ดู อนันตวงศ์ว่านางคงไม่บอกหรอก นอกจากเจ้าจะไปตามหากับข้า อยู่มาเป็นพันปีจะใช้ปัญญาหลอกเด็กไม่ได้เลยเหรอ เด็กก็คือเด็ก แล้วบอกให้ล่าสันไปจัดการแต่อย่าให้เด็กกลัว เดี๋ยวเตลิดไปอีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/168.jpg)




โชตะนามาฟ้องท้าวจักรวรรดิพี่ชายเรื่องพระสวามีมีผู้หญิงใหม่ มายุยงว่าสวยสมกับเจ้าพี่ “แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าสามีของน้องเค้าจะยกให้พี่ นางสวยขนาดนั้นน่าจะเก็บไว้เองมากกว่า”  
โชตะนาว่าเจ้าพี่เป็นพี่ชายหม่อมฉัน ถ้าพอใจเชลยมนุษย์นั่น ก็ต้องเกรงพระทัยยกให้ ตัวเล็กว่าเห็นแก่พระขนิษฐาเถอะ ประมาณช่วยเอามันออกไปที
“เราเองก็ตกเป็นพุ่มหม้ายมานาน ดีเหมือนกัน ปราบไตรจักรจะได้มีแม่กับเค้าเสียที”  

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/169.jpg)




 “เออ พูดถึงปราบไตรจักร ตั้งแต่น้องมาถึงยังไม่เห็นหลานเลยเพคะ”   
“พี่ส่งไปเรียนพระเวทย์ที่ดินแดนอสูรโน่น”   ตัวเล็กกระลิ้มกระเหลี่ยว่าจะเก่งกล้าเหมือนพ่อ อยากเห็นจัง เลยโดนโชตะนาขึงตาดุ แล้วหันมาชวน
“เสด็จพี่เสด็จไปทอดพระเนตรนางมนุษย์นั่นกับน้องดีกว่าเพคะ”   ท้าวจักรวรรดิเห็นดีด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/170.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 02:22:38 PM
ฝ่ายจินดาเมขลาก็ยังดั้นด้นตามหาแม่ งั่งสงสัย “เด็กพวกนี้ทำไมรักแม่กันจังนะ แม้จะไม่มีจุดหมายแต่ก็ยังดั้นด้นตามหา แทนที่จะเล่นสนุกสนานตามประสาเด็กๆ”
 อยู่ๆ จินดาก็หันมา พวกยักษ์แอบมองอยู่ “งั่งพอจะรู้จักใครที่จะพาเราไปเมืองยักษ์บ้างมั้ย”
งั่งบอกเมืองผีพอมี แต่เมืองยักษ์ไม่กล้าไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/171.jpg)




งั่งว่าเปลี่ยนใจเหอะ ไม่มีทางไปได้หรอก มันยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีก “ยากยังไงเราก็จะไป”
 แล้วก็สุ่มทางไปต่อ งั่งพูดไม่ก็ไม่เป็นผลได้แต่ตามไป ล่าสันคอยสะกดรอยตามไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/172.jpg)




จินดาเมขลาเดินมาซักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนคนตัดไม้อยู่ข้างหน้าเลยรีบวิ่งไป ที่แท้เป็นพวกยักษ์วางแผนแล้วแอบซุ่ม จินดาเห็นคนตัดไม้อยู่ก็รีบเดินเข้าไปถาม ล่าสันที่แปลงเป็นมนุษย์หันมาก็แกล้งร้องเตือนให้ระวังกระหัง
จินดาว่าไม่เป็นไรหรอกงั่งเป็นเพื่อนหนูเอง ล่าสันว่าหน้าตางี้ไว้ใจไม่ได้หรอก งั่งว่าเดี๋ยวจับกินหรอก จินดารีบถามเข้าเรื่องว่ารู้จักทางไปเมืองยักษ์รึเปล่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/173.jpg)




ล่าสันแกล้งเตือนให้กลับบ้านไปเถอะ งั่งว่าไม่รู้แล้วทำเก็ก ล่าสันบอกรู้แต่ให้หนูกลับบ้านไปเถอะ จินดาขอร้องให้พาตนไปเมืองยักษ์ กลับไปหาพ่อแม่ซะ
“ก็นี่ไงจ๊ะ หนูกำลังจะไปหาแม่ แม่หนูถูกยักษ์จับไป ลุงช่วยพาหนูไปเมืองยักษ์หน่อยนะจ๊ะ หนูจะไปช่วยแม่”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/174.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 02:36:32 PM

ทั้งสองเดินตามล่าสันมา งั่งว่าทำไมรู้ทางไปเมืองยักษ์หรือว่าเป็นพวกเดียวกับยักษ์ ล่าสันไม่พอใจ จินดาดุงั่งให้เดินตามอย่างเดียวไม่ต้องพูดมาก ล่าสันบอกไม่ได้อยากไปหรอก
แต่เห็นความกตัญญูของแม่หนูนี่แล้วรับรองว่ามีของวิเศษป้องกันตัวถึงได้ยอม งั่งบอกใครว่าไรล่ะ เวลานี้จินดาเชื่อคนแปลกหน้ามากกว่างั่งเพราะหวังว่าจะได้เจอแม่ แล้วเดินตามล่าสันไปต่อ โดยมีทหารยักษ์สองตนสะกดรอยตาม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/175.jpg)




จักรวรรดิไปกับโชตะนาถามว่านางมนุษย์นั่นสวยมากแน่นะ โชตะนาว่าแน่ยิ่งกว่าแน่  (ตัวเองก็ยังไม่เห็นเลยวุ้ย) ตัวเล็กมองลงไปข้างล่างเห็นพวกจินดา เลยชวนกันลงไปกินมนุษย์ก่อน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/176.jpg)




จักรวรรดิโชตะนาลงมาดักหน้าล่าสัน ล่าสันเห็นก็เผลอคุกเข่า โชตะนาเห็นล่าสันก็จำได้ จินดาเลยรู้ว่าโดนหลอก งั่งว่า ไหมล่ะใครว่าผีชอบหลอก ยักษ์หลอกเก่งกว่าผีอีก ทีนี่ควรจะเชื่อยักษ์หรือเชื่อผี
“เชื่อไม่ได้ทั้งหมดแหละ” จักรวรรดิถามว่าเด็กนี่เป็นใคร “ขอเดชะ มันเป็นลูกของแม่นางมณี นางมนุษย์ที่องค์เหนือหัวทรงได้ตัวมาพระเจ้าค่ะ”
 “ดีเลยเพคะ เจ้าพี่เอาแม่มันไป ส่วนลูกหม่อมฉันจะเคี้ยวทั้งกระดูกอ่อนเลยเพคะ”
 “พวกท่านใช่มั้ยที่เอาแม่ของหนูไป”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/177.jpg)




ตัวเล็กว่าใช่แล้วทำไม ตัวเล็กเท่าขี้ตาทำยังกับราชสีห์ จินดาบอกให้คืนแม่มา พวกยักษ์หัวเราะเยาะคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าท้าทายยักษ์ทั้งฝูงแบบนี้
ล่าสันเตือนว่ามันมีของวิเศษขนาดองค์เหนือหัวยังสู้เกือบไม่ได้เลย จักรวรรดิเลยให้เอาของวิเศษออกมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/178.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 02:45:09 PM
จินดาเมขลาคายลูกแก้วออกมา จักรวรรดิพึมพำว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน จินดาขู่ว่าให้พาตนไปหาแม่ถ้าไม่อยากให้ใช้ลูกแก้ววิเศษนี่ 
“ลูกแก้วของหนูอาจจะวิเศษก็จริง แต่ลองดูพัดของข้านี่สิ...พัดชีวิต!...ตาย!!” แล้วก็โชว์พัดออกมา มันสามารถหุบให้ใบเล็กได้ด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/179.jpg)




จินดาตกใจยังไม่ทันได้หลบ ก็ถูกพัดชีวิตพัดตายทันทีอย่างง่ายดาย จักรวรรดิภูมิใจในอาวุธวิเศษของตัวเอง ที่จะชนะได้โดยไม่ต้องออกแรง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/180.jpg)




ล่าสันเข้าไปเก็บลูกแก้ว จักรวรรดิบอกให้ส่งมาให้ตน จะได้เอาไปสะสมไว้ โชตะนาขอกินเด็กเลย จักรวรรดิว่าเอาไปกินในเมืองดีกว่า อยากเห็นหน้านางมนุษย์จะแย่แล้ว โชตะนาไม่พอใจแต่ก็โอเค ให้ล่าสันเอาอาหารของตนไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/181.jpg)




มณีหาทางเอาตัวรอด แล้วก็นึกถึงคำพูดของนันทเสนขึ้นมาได้ว่าถ้าจะเรียกตนและสุระผัดให้สั่นระฆังแก้ว แต่พอกำลังจะสั่นระฆัง นางยักษ์ก็เข้ามาเห็นแล้วก็ขู่ให้เอามาให้ตน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/182.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 06:22:26 PM
ยื้อแย่งกันไปมา จนระฆังร่วงหลุดจากมือมณี  (ไม่เข้าใจว่าระหว่างยื้อแย่งกันมันสั่นไม่ได้เหรอ) นางยักษ์จะไปเก็บมณีก็ยื้อไว้ เลยโดนผลักกระเด็น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/183.jpg)




พอดีกับที่อนันตวงศ์เข้ามาพอดี นางยักษ์จึงถวายระฆังให้ มณีขอระฆังคืน อนันตวงศ์บอกจะคืนให้หลังแต่งงานแล้ว นางยักษ์ว่าอาจจะเป็นของวิเศษก็ได้
อนันตวงศ์สั่งให้ดูแลนางให้ดี ถ้ามีของแปลกปลอมมาอีกให้เอาไปให้ตน แล้วเดินออกไปพร้อมระฆัง มณีจนหนทางไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/184.jpg)




อนันตวงศ์กลับตำหนัก พินิจดูระฆังแก้วด้วยความแปลกใจ คงจะดูว่ามันใช้ยังไงล่ะมั้ง
ฝ่ายโชตะนากลับมาพร้อมท้าวจักรวรรดิ ตัวน้อยรีบรายงาน “พระมเหสีเสด็จกลับมาพอดีเพคะ องค์เหนือหัวจะเข้าพิธีอภิเษกกับนางมนุษย์พรุ่งนี้เพคะ” โชตะนาแทบกรี๊ดด้วยความเจ็บใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/185.jpg)




“เจ้าพี่!! ทำอะไรไม่ทรงคิดถึงเมียบ้างเลย” ท้าวจักรวรรดิไม่พอใจแทนน้อง “ไม่ต้องกลัวโชตะนา เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง”
แล้วก็รีบไปพบอนันตวงศ์ ตัวเล็กตัวน้อยปลอบใจว่ายังไงพระเชษฐาก็ต้องช่วย เดี๋ยวไปเอาศพลูกมันมาให้เสวย โชตะนาบอกรีบไปเอามาเลย อยากกินเต็มแค้นแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/186.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 06:30:48 PM

ล่าสันกลับมารายงานอนันตวงศ์ว่าผิดแผน เพราะมีท้าวจักรวรรดิมาแจม ล่าสันว่าเดี๋ยวท้าวจักรวรรดิก็เสด็จมา  “ก็ให้มันมาเลยสิ!!” ขอได้ทันใจ เงยหน้าไปเจอเลย จักรวรรดิเดินเข้ามาทักยิ้มแย้ม 
“อนันตวงศ์ ข้าได้ข่าวมาว่าเจ้าได้เชลยมนุษย์มา ใช่มั้ย” อนันตวงศ์ประชดว่าได้ข่าวรวดเร็วนัก แม้แต่ที่นี่ยังรู้ไม่กี่คน  “อ้อ แน่นอน สายตาของพี่กว้างไกลไม่มีอะไรจะเล็ดลอดสายตาของพี่ไปได้หรอก”
 “เจ้าพี่คงไม่ได้เสด็จมาเพียงเพื่อถามแค่นั้น” จักรวรรดิหัวเราะลั่น เริ่มเข้าประเด็น  “เจ้าก็รู้ว่าปราบไตรจักรน่ะ กำพร้าแม่ ถึงเวลาแล้วที่ปราบไตรจักรจะได้มีแม่กับเค้าเสียที พี่จะมาขอนางมนุษย์คนนั้น”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/187.jpg)




 “ปราบไตรจักรคงไม่อยากจะมีแม่เป็นมนุษย์หรอกพระเจ้าค่ะ”
 “ปราบไตรจักรไม่เคยขัดใจพ่อ ไม่ว่าพ่อจะทำสิ่งใด ปราบไตรจักรจะสนับสนุนด้วยซ้ำไป”
 “ถ้าหม่อมฉันจะบอกว่าหม่อมฉันไม่ให้นางล่ะพระเจ้าค่ะ”
 “ถ้าเช่นนั้นเราก็ต้องตัดสินกันที่ว่าใครดีใครได้”
 “ตกลงพระเจ้าค่ะ แต่อย่าลืมว่าถ้าเจ้าพี่แพ้จะต้องเสด็จกลับทันที และยกพัดชีวิตให้กับหม่อมฉัน” เดิมพันสูงนะเนี่ย
 “พี่สัญญา!!”
“ถ้าเช่นนั้นเชิญเสด็จ!” แล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/188.jpg)




การต่อสู้เริ่มขึ้นแข่งกันไปก็บรั๊ฟกันไป อนันตวงศ์เสียท่าถูกซัดกระเด็นไป แต่ยังไม่ยอมแพ้ ต่อมาจักรวรรดิโดนพลังต้านกลับบ้าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/189.jpg)




นางตัวน้อยอุ้มศพจินดาเมขลาเข้ามา โชตะนามองอาหารอย่างพอใจ ตัวน้อยว่าน่ากิน โชตะนายกหมีควายเมื่อวานให้นางกำนัลไปเลย ตนจะกินลูกนางมนุษย์ไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก กำลังจะงับแขนอยู่แล้ว นางกำนัลก็เข้ามาขัด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/190.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 06:39:19 PM
บอกว่าพระสวามีกับพระเชษฐาสู้กันใหญ่เลย โชตะนาโกรธที่สามีเห็นนางมนุษย์นั่นดีกว่าเมียและพี่เมีย นางตัวเล็กบอกให้รีบไปห้าม ถ้าท้าวจักรวรรดิใช้พัดวิเศษ พระมเหสีจะต้องทรงเป็น...(หม้าย) โชตะนาเคืองแค้นว่าน่าให้ตายซะให้เข็ด ก่อนจะรีบออกไป ศพจินดาเมขลาเลยยังปลอดภัย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/191.jpg)




ทางนี้ก็สู้กันเอาเป็นเอาตาย จักรวรรดิกระอักเลือดเสียเปรียบแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ เอาพัดชีวิตออกมาสู้ พอพัดไปอนันตวงศ์ก็กระโดดหลบ ทหารตายกันเป็นเบือ จักรวรรดิจะพัดใส่อนันตวงศ์อีกครั้ง คราวนี้กะไม่พลาดแน่ แต่โชตะนาเข้ามาห้ามเสียก่อน
“อย่านะเพคะ เจ้าพี่!! น้องไม่ได้ตามให้มาฆ่าสามีนะเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/192.jpg)




“มันสายเกินไปแล้วโชตะนา สามีของน้องมันอวดดีกับพี่นัก” แล้วก็พัดพัดชีวิตใส่อีกจนต้องหลบกันไปเป็นขบวน อนันตวงศ์นึกได้ เอาระฆังแก้วออกมาสั่นเพราะคิดว่าเป็นอาวุธ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/193.jpg)




เสียงสั่นระฆังสะท้านสะเทือนก้องจนทุกคนทนไม่ไหว อนันตวงศ์หัวเราะสะใจคิดว่าระฆังมีผลทำให้แรงสะเทือนไปถึงแก้วหู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/194.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 06:44:47 PM
เสียงระฆังดังก้องผ่านป่าเขาลำเนาไพรไปถึงนันทเสนที่นอนเอกเขนกอยู่ในป่า และสุระผัดที่จำศีลอยู่ รีบมุ่งตรงตามเสียงระฆังมาเพื่อช่วยเหลือมณี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/195.jpg)




นันทเสนกับสุระผัดกระโดดลงมากลางวงท่ามกลางความงุนงงของทุกคน เดินงุ่นง่านหามณีไม่พบก็เดือด  “พวกเจ้าเอาน้องมณีไปซ่อนไว้ที่ไหน” โชตะนาคิดซะ  ‘ไอ้ลิงกับไอ้ยักษ์สองตัวนี่ต้องมีตัวใดตัวหนึ่งเป็นผัวนางมณีแน่’ จึงบอกไป “โน่น อยู่ในตำหนักโน่นไง” ทั้งสองจะเข้าไปช่วยมณี อนันตวงศ์เข้าขวาง  “เฮ้ย หยุด ข้าเป็นคนสั่นระฆังเรียกเจ้ามา พวกเจ้าต้องเป็นทาสของข้า” เหอะๆ ไม่ใช่จินนี่จะเว้ย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/196.jpg)




สุระผัดชี้หน้าด่า “ไอ้ขี้ขโมย บังอาจขโมยของๆ น้องมณีมา นี่เจ้าไปตามหาน้องมณี ส่วนข้าจัดการไอ้พวกขี้ขโมยนี่เอง” นันทเสนโอเคแล้วเดี๋ยวกลับมาช่วย สุระผัดเสกขวานออกมาสู้ โชตะนาหันไปขอร้องจักรวรรดิให้ช่วยอนันตวงศ์ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยมาสู้กันเองใหม่ก็ได้ จักรวรรดิงงๆ รับปากพร้อมเข้าไปช่วยญาติตัวเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/197.jpg)





นันทเสนผ่านด่านทหารและล่าสันเข้าไปหามณีได้สำเร็จ มณีดีใจมากได้พบนันทเสน นางกำนัลตัวดีเข้ามาด่า “ใครใช้ให้เจ้าบุกรุกเข้ามาในตำหนักของพระมเหสีมณี” นันทเสนงง “พี่นันทเสนช่วยน้องด้วย ยักษ์มันจะจับให้น้องอภิเษกกับมันในวันพรุ่งนี้”
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นน่ะให้นางแต่งงานแทนเจ้าก็แล้วกัน” นันทเสนจะพามณีออกไป แต่นางกำนัลยักษ์ขัดขวางเลยถูกบีบคอตาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/198.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 17, 2010, 09:51:49 PM

ทางนี้ก็สองรุมหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครสู้สุระผัดได้ พัดชีวิตก็พัดไม่โดน เจอฤทธิ์ขวานของสุระผัดจามทีแผ่นดินสะเทือน อนันตวงศ์ถูกพลังขวานสาหัส แต่ไม่ตายเพราะถอดหัวใจเก็บไว้ สุระผัดกำลังจะเสียเปรียบ เลยตะโกนเสียงนันทเสน จักรวรรดิจะพัดใส่สุระผัด นันทเสนมาพร้อมลูกถีบ ถีบจักรวรรดิและพัดชีวิตกระเด็นไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/199.jpg)




จักรวรรดิตามไปเก็บก็ถูกปัดกระเด็นไปตกตรงหน้าโชตะนา สุระผัดมาไปเก็บแถมตบโชตะนาที่กำลังจะเก็บเซไปเลย พวกสุระผัดเป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อมีพัดชีวิตอยู่ในมือ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/200.jpg)




นันทเสนบอกจะสั่งสอนให้รู้ซะบ้างที่พวกเจ้าชี้เป็นชี้ตายให้คนอื่นมามากแล้ว อนันตวงศ์ท้า “พัดไปเลย อยากพัดก็พัดไปเลยเจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะเอาหัวใจไว้กับตัวหรอกนะ ๕๕๕”  นันทเสนกับสุระผัดฟังแล้วหัวเราะ  “หึหึ ข้าว่าไม่ใช่พวกเจ้าทุกคนหรอกมั้งที่ถอดหัวใจไว้ที่อื่นน่ะ”  สุระผัดบอกให้ลองกับยักษ์ตนนี้ก่อน หมายถึงจักรวรรดิ แต่ก่อนที่จะได้พัด โชตะนาก็ต่อรอง  “ถ้าพวกเจ้าฆ่าพี่ชายฆ่าตาย พวกเจ้าก็จะไม่มีวันรู้ว่าศพลูกของนังมณีและศพกระหังป่ามันอยู่ที่ไหน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/201.jpg)




มณีตกใจ  “ฮะ!! จินดาเมขลา!! พวกเจ้าฆ่าลูกเราเหรอ”
 “ใช่ แต่มันจะฟื้นได้ก็ต่อเมื่อได้พัดนั่นพัดไปทางขวา”
 “แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะต้องพัดในวันที่ตายเท่านั้น ถ้าเลยไปแล้วก็ตายแล้วตายเลย”  จักรวรรดิบอกข้อจำกัด สุระผัดถาม  “พวกเจ้าเอาศพหลานข้าไปไว้ที่ไหน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/202.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:01:41 AM
อนันตวงศ์ต่อรอง “พวกเจ้าต้องรับปากว่าจะปล่อยพวกเราไปก่อน ไม่งั้นไม่มีทาง”  เสียเกียรตินะเนี่ย มณีห่วงลูก  “เราสัญญา ถ้าท่านบอกว่าลูกเราอยู่ที่ไหนเราจะปล่อยพวกท่านไป”  การตกลงเป็นอันสมบูรณ์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/203.jpg)




เมื่อรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน มณีก็รีบมาหาทันที ร่างจินดาเมขลานอนนิ่ง มณีหันไปขอให้นันทเสนช่วยพัดที พอนันทเสนพัด จินดาเมขลาก็ฟื้นขึ้นมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/204.jpg)




มณีดีใจเข้าไปหาลูก จินดาฟื้นขึ้นมางงๆ เมื่อเห็นหน้าแม่ก็โผเข้ากอดด้วยความดีใจ  “แม่เกือบจะเสียลูกไปซะแล้ว”  
จินดาถามว่างั่งอยู่ไหน นันทเสนบอกช่างมันเถอะกระหังป่าเจ้าเล่ห์นั่นปล่อยให้มันตายไปซะได้ก็ได้ “ไม่ได้หรอกจ้ะ ท่านตาบอกให้งั่งดูแลหนู หนูก็ต้องดูแลงั่งเหมือนกัน” มณีเห็นด้วยชวนกันไปตามหางั่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/205.jpg)




ทั้งหมดมาตามหางั่งในป่า สุระผัดกับนันทเสนว่าป่ารกขนาดนี้หาไม่เจอหรอกหรือไม่สัตว์มาลากไปกินแล้ว มณีบอกแยกกันตามหาดีกว่า จินดาเดินมาเจองั่งนอนตายอยู่  (เจอง๊ายง่าย)  นันทเสนหัวเราะบอกใครไม่เคยเห็นผีตายบ้าง จินดาบอกให้ลุงนันทเสนรีบพัดงั่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/206.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:10:18 AM
นันทเสนบอกไม่อยากช่วยมันหรอก หลานช่วยเองแล้วกัน แล้วส่งพัดให้จินดา จินดาจัดการพัดงั่งให้ฟื้น งั่งฟื้นขึ้นมางงๆ มองหน้าแต่ละคนแล้วถามว่าเกิดไรขึ้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/207.jpg)




นันทเสนกับสุระผัดว่าจินดาช่วยให้เจ้าฟื้นขึ้นมา พวกตนล่ะพยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จเลยปล่อยเลยตามเลย งั่งคลานเข้าไปพนมมือไหว้อย่างซาบซึ้ง  “พระธิดาไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดงั่งเหรอ”
 “ความจริงก็โกรธเหมือนกัน แต่ไม่ได้โกรธจนอยากให้งั่งตาย”
 “อย่างนั้นก็เถอะ งั่งจะไม่ลืมบุญคุณเลย งั่งเป็นหนี้ชีวิตของพระธิดา”  เรียกคะแนนซื้อใจงั่งได้ผลแฮะ มิน่าล่ะ ตอนโตไป งั่งถึงอยากจะรับใช้แต่จินดา ทั้งที่จินดาดุ๊ดุกว่าคนอื่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/208.jpg)




จักรวรรดิคลุ้มคลั่งเจ็บใจโทษอนันตวงศ์ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงที่แพ้พวกสัตว์ประหลาดแถมยังถูกยึดพัดชีวิตไปอีก โชตะนาแอบบ่น  “มัวแต่โทษคนอื่นเค้านั่นแหละ ตัวเองก็เฒ่าหัวงูเหมือนกันแหละน่า”  จักรวรรดิหันมาถามว่าพูดอะไร ขมุบขมิบอยู่ตั้งยาว พวกเจ้ายังดีพลาดพลั้งไปยังถอดหัวใจไว้ที่อื่น แต่หัวใจตัวเองอยู่ในอก อนันตวงศ์แนะนำให้ถอดหัวใจบ้าง  “ข้าไม่เหมือนอย่างเจ้านี่ ที่จะได้ถอดง่ายๆ เหมือนถอดเสื้อผ้า ข้ารักหัวใจข้าโว้ย ถ้ามันจะตายก็ปล่อยให้มันตายพร้อมกันไปเลย ไม่ใช่ตัวตายครั้งนึงหัวใจตายอีกครั้งนึง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/209.jpg)





 “แหม แล้วจะทรงบ่นทำไมล่ะเนี่ยเพคะ”  จักรวรรดิอารมณ์เสียพาลไปหมด  “ก็จริงมั้ยล่ะเพคะ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงก็ไม่เสด็จมา อย่างนี้เค้าเรียกว่าพวกตัณหาพาพินาศเพคะ”  ด่าอีกคนกระทบอีกคนที่อยู่ข้างๆ จักรวรรดิโกรธจัดแทบจะเข้าไปตบ อนันตวงศ์ต้องห้าม แล้วก็ทะเลาะกันเอง จนอนันตวงศ์ต้องห้ามว่ามัวแต่ทะเลาะกันอย่างนี้จะชนะศัตรูได้ยังไง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/210.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:17:02 AM



อนันตวงศ์พูดแล้วก็อดไม่ได้หันมาด่าเมียว่าชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน เพราะความหึงตัวเดียว  “อ้าว พูดอย่างนี้เดี๋ยวก็มีเรื่องน่ะสิ ถ้าไม่เพราะ เจ้าพี่ เจ้าพี่ ไม่ใช่พวกตัณหากลับ เรื่องมันก็ไม่คงจะเกิดแบบนี้หรอกเพคะ”
 “นางโชตะนา!!”  ชี้ด่าพร้อมกัน โชตะนาลอยหน้าลอยตา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/211.jpg)




โอ๊ย ทะเลาะกันน่าปวดหัว ล่าสันจะพูดก็โดนสั่งหุบปาก ไล่ออกไปหมด พวกตัวเล็กตัวน้อยล่าสันเห็นพวกมณีเหาะผ่านไป  (ฉากมันสลับกันเปล่าวะ – กาฬแคปไม่ทัน มันเหาะเข้าเมฆไปแล้ว เห็นแวบๆ นะคะ)  ก็เกี่ยงกันว่าใครจะไปกราบทูล

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/212.jpg)




 โชตะนาถามว่าจักรวรรดิจะไปไหน จักรวรรดิบอกไปเอาพัดชีวิตคืนมา โชตะนาว่าควรจะร่วมมือกันไม่ใช่ต่างคนต่างไป ใครผิดใครถูกไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญหรือทุกคนเสียหน้า
จักรวรรดิบอกข้ายังเสียอาวุธอีกด้วย อนันตวงศ์ถามว่ามีความคิดอะไร  “ทั้งสองพระองค์ต้องร่วมมือกันเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของพญายักษ์กลับคืนมาโดยลืมความบาดหมางทั้งหมด”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/213.jpg)




นันทเสนกับสุระผัดมาส่งมณีและจินดาที่น้ำตกแห่งหนึ่ง จินดาบอกอยากให้ทั้งสองไปด้วย มณีบอกอย่าไปกวนท่านลุงเลย ทั้งสองขู่งั่งให้ดูแลมณีกับจินดาให้ดีไม่งั้นจะเผากระด้งซะ
แล้วสุระผัดก็ยื่นพัดให้มณีเก็บไว้ป้องกันตัว ใครมาขอก็ห้ามให้ไม่ว่าจะเป็นตนหรือนันทเสน มณีถามว่าทำไมถึงสั่งอย่างนั้น  “ก็เพราะในป่านี้มันไม่อะไรน่าไว้วางใจเลย หลานจินดาดูแลแม่มณีให้ดีนะจ๊ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/214.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:55:17 AM

จินดาเมขลารับคำหนักแน่น นันทเสนกำชับอีกครั้งไม่ให้ไว้ใจอะไร ก่อนทั้งสองจะจากไป มณีเอาระฆังออกมาให้จินดาอยากให้ลูกเก็บไว้ จินดาถามว่าทำไมแม่ไม่เก็บไว้เอง ยังไงเราก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว  “ฟังแม่นะลูก จินดาเมขลา ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้และแน่นอน ใครจะไปรู้ล่ะว่าแม่ต้องมาเจอกับชีวิตแบบนี้ เราแม่ลูกเคยพลัดพรากจากกันมาแล้วครั้งนึง และไม่มีอะไรจะรับรองได้ว่าเราจะไม่จากกันอีก แม่จึงอยากให้ลูกเก็บระฆังนี้ไว้เผื่อต้องการความช่วยเหลือจากท่านลุงทั้งสอง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/215.jpg)




“แม่เป็นห่วงจินดา จินดาก็เป็นห่วงแม่เหมือนกัน แม่เก็บเอาไว้เองเถอะจ้ะ”
 “นี่ไง แม่มีพัดชีวิตนี่แล้ว”  งั่งยืนประกอบฉากอยู่ข้างหลัง เห็นเกี่ยงกันไปมาอยากเก็บไว้เอง
 “เอาอย่างนี้นะ แม่ให้ลูกเลือกอันใดอันนึงระหว่างพัดชีวิตกับระฆังแก้ว”  
งั่งบอกเลือกไปเถอะ เสด็จแม่จะได้สบายใจ งั่งเลือกให้ก็ได้ จินดามองอย่างชั่งใจก่อนจะไหว้ขอบคุณแล้วรับระฆังแก้วไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/216.jpg)




จักรวรรดิ อนันตวงศ์ โชตะนา กำลังจะไปล้างแค้น เห็นสุระผัดเหาะผ่านมาเลยหลบเข้ากลีบเมฆ จนสุระผัดเหาะผ่านไป ทั้งสองคิดแผนออก จักรวรรดิแปลงเป็นนันทเสน อนันตวงศ์แปลงเป็นสุระผัด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/217.jpg)




โชตะนาบอกเหมือนมาก  “แต่ว่าอย่าทรงทำอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่ควรทำนะเพคะ ไม่อย่างนั้นจะหาว่าหม่อมฉันไม่ดีไม่ได้”
 “ไม่ต้องกลัวน้องโชตะนายังไงนางมนุษย์นั่นก็ต้องเป็นของพี่ อนันตวงศ์ผัวของเจ้าไม่สามารถแตะต้องตัวนางได้แล้ว”  
อนันตวงศ์คิดในใจ  ‘ฝันไปเหอะ’ โชตะนารู้ทันถามว่าคิดอะไร อนันตวงศ์แก้ตัวบอกคิดว่าจะทำยังไงให้มันเชื่อ โชตะนากำชับพี่ชายอย่าปล่อยนางมนุษย์นั่นรอดไปได้
จักรวรรดิคุยโวว่ายังไงนางก็เป็นของตน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/218.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:59:53 AM
โชตะนากลับมาที่เมือง ตัวเล็กตัวน้อยถามว่าเป็นไงบ้าง โชตะนาว่าก็น่าจะสำเร็จแล้วก็บ่นหิว  “แรดดดด เพคะ!!” ตัวน้อยบอก โชตะนาแอบรู้สึกเหมือนโดนด่า “นอกจากแรดดด!! แล้วมีอะไรกินอีก”
 “มีปลาวาฬเพคะ”  ลงไปจับมาเลยเรอะ!!
โชตะนาพอใจ  “ดี กินปลาแล้วฉลาด”  ไม่ใช่เพิ่มไขมันหรอกเหรอ 555  เลยสั่งไปเอามาสองตัว ตัวน้อยรีบไปเอามาให้ ตัวเล็กถามว่าทรงไว้ใจองค์เหนือหัวได้เหรอ  “เราไม่ได้ไว้ใจเจ้าพี่อนันตวงศ์หรอกนะ แต่เราไว้ในพี่ชายเราต่างหาก”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/219.jpg)




บนสวรรค์
พระอิศวร  (เปลี่ยนชุดขาวละ สงสัยเพิ่งจะนึกได้ว่าคอสตูมจัดผิดสี)  ทรงเล็งเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าว่ายักษ์สองตนแปลงเป็นสุระผัดกับนันทเสนย้อนกลับมาหามณีและจินดา และหลอกเอาพัดชีวิตไป แล้วพัดทั้งสามตายหมด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/220.jpg)




ทรงเห็นว่าไม่ได้การณ์ ทรงตรัสเรียกมาตุลีที่นั่งหลับ มาตุลีแก้ตัวว่าแสวงหาความสงบ  “เราจะต้องลงไปถ่วงเวลาบนโลกมนุษย์เพื่อให้เหตุการณ์มันเปลี่ยนไป ไม่เช่นนั้นเทพธิดาจินดาเมขลาก็ต้องถึงกับชีวิต”  มาตุลีถามว่าร้ายแรงขนาดนั้นเชียวเหรอ พระองค์ไม่ตรัสตอบทว่าหายตัวลงไปเลย มาตุลีรีบตามไปทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/221.jpg)




พระอิศวรและมาตุลีจำแลงลงมาเป็นชายหนุ่มสองคนนั่งตกปลาอยู่ริมน้ำตกคอยดักพวกยักษ์  (คือ ตกแถวนั้นมันจะมีปลาเรอะ พอดีเหยื่อโดนน้ำพัดหายหมด)  สองยักษ์ที่แปลงเป็นสุระผัดกับนันทเสนผ่านมาเห็นก็คิดจะจับเป็นอาหาร จักรวรรดิว่าโชคดีลงมาได้ทั้งเมียได้ทั้งอาหาร อนันตวงศ์หมั่นไส้ อีกฝ่ายเลยให้เลือกว่าจะกินคนไหน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/222.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 12:10:43 PM


อนันตวงศ์ว่าขอเลือกคนที่อยู่บนโขดหินสูงก็แล้วกัน ซึ่งก็คือพระอิศวร แล้วทั้งสองก็แปลงกายเป็นปลาว่ายทวนน้ำตกไปกินเบ็ด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/223.jpg)




 (แผ่นอัดไม่ทันเพราะมาเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมง เลยต้องไปเอาของสามเศียรมาเล่า)  ปลายักษ์ฮุบเบ็ดตามแผน เบ็ดเกี่ยวปากเอาไม่ออก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/224.jpg)




พระอิศวรตกยักษ์ได้ มาตุลีหัวเราะชอบใจใหญ่ เบ็ดเกี่ยวปากแกะไม่ออก อนันตวงศ์ถามว่าพวกเจ้าเป็นใครกันแน่ พระองค์จึงปรากฏร่างที่แท้จริงให้เห็น  “องค์พระอิศรวร!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/225.jpg)




อนันตวงศ์ไม่ยอมตะโกนลั่นป่า พระอิศวรรังแกยักษ์! พระอิศวรรังแกยักษ์ พระองค์คาดไม่ถึงกลัวชื่อเสียงจะระบือไปในทางเสียหาย  “พระองค์คือพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ เหตุไฉนมาใช้เล่ห์เหลี่ยมจับยักษ์เช่นนี้ ไม่ยุติธรรม!”  พระองค์จึงเอาเบ็ดออกจากปาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/226.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Nus ที่ ธันวาคม 18, 2010, 08:45:36 PM
อยากให้โตเร็วๆจังเลย
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:28:21 PM
อยากให้โตเร็วๆจังเลย

นี่ก็อีกคน อย่าเพิ่งเลยครับ ตอนเด็กน่ารักมากกก
ปกติแล้วเรื่องอื่นๆผมก็เป็นแบบทุกคนล่ะครับอยาก
ให้โตเร็วๆเบื่อตอนเด็ก แต่เรื่องนี้ไม่รู้สิผมว่าน่ารักดี
ยังไม่เบื่อยังดูเรื่อยๆได้หมดมุขแล้วค่อยโตละกัน ^^
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:49:39 PM
อยากให้โตเร็วๆจังเลย

นี่ก็อีกคน อย่าเพิ่งเลยครับ ตอนเด็กน่ารักมากกก
ปกติแล้วเรื่องอื่นๆผมก็เป็นแบบทุกคนล่ะครับอยาก
ให้โตเร็วๆเบื่อตอนเด็ก แต่เรื่องนี้ไม่รู้สิผมว่าน่ารักดี
ยังไม่เบื่อยังดูเรื่อยๆได้หมดมุขแล้วค่อยโตละกัน ^^


เล่าไปเล่ามาตอนเด็กก็สนุกดีนะ  แต่ว่าตอนเด็กมีอยู่แผ่นครึ่งกว่าๆ ค่ะ
และตอนนี้กาฬก็เล่าจบไป 1 แผ่นแล้ว  (ดีใจกับตัวเองมาก)

 :icon_question:

ถ้ากาฬรหัสย์มาเล่าทุกวัน  อีกไม่นานก็โตแล้วค่ะ
แต่อยู่ที่ว่าจะมีเวลาขนาดนั้นรึเปล่าเนี่ยสิ
แต่รับรอง  ตั้งแต่เล็กจนโต  เรื่องนี้ไม่มีเบื่อค่ะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 18, 2010, 11:54:40 PM
ตอนเด็กก็สนุกดีนะคะ  ตอนโตคงสนุกยิ่งกว่า
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 19, 2010, 12:02:37 AM
เล่าไปเล่ามาตอนเด็กก็สนุกดีนะ  แต่ว่าตอนเด็กมีอยู่แผ่นครึ่งกว่าๆ ค่ะ
และตอนนี้กาฬก็เล่าจบไป 1 แผ่นแล้ว  (ดีใจกับตัวเองมาก)

 :icon_question:

ถ้ากาฬรหัสย์มาเล่าทุกวัน  อีกไม่นานก็โตแล้วค่ะ
แต่อยู่ที่ว่าจะมีเวลาขนาดนั้นรึเปล่าเนี่ยสิ
แต่รับรอง  ตั้งแต่เล็กจนโต  เรื่องนี้ไม่มีเบื่อค่ะ

อ๋อ ที่บอกver.10แผ่นใช่มั๊ยครับ แสดงว่าตอนโตนี่เรื่องราวเยอะมาก
คือผมยังไม่ได้ซื้ออะครับ แหะๆ เพราะดูทิณวงศ์ยังไม่จบเลย
แล้วที่บ้านก็ยังเหลือวงสวรรค์กับเกราะกายสิทธิ์อีก กะว่าจะดูเรื่องพวกนี้
ให้จบก่อนแล้วค่อยซื้อน่ะครับ แล้วยิ่งเข้ามาอ่านในนี้นะยิ่งชอบ
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงชอบเรื่องนี้กันเยอะนี่ขนาดตอนเด็กนะ
ยังน่ารักขนาดนี้แล้วตอนโตล่ะจะขนาดไหน อิอิ ไม่เหมือนทิณวงศ์
ดูไปก็อึดอัดไปเมื่อไหร่พี่อุ๊จะออกซักที  O0
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ ธันวาคม 19, 2010, 12:03:44 AM
พี่กาฬฯช่องสามเรื่องที่คล้ายๆกันชื่อเรื่องฝนสามฤดูใช่รึเปล่าคะ

แต่รู้สึกว่าตอนสุดท้ายราหูกับจินดาขึ้นไปบนสวรรค์ส่วนพระพิรุณรับนางไม้(รึเปล่าไม่แน่ใจบทเดียวกับลักษณาประมาณ :icon_mrgreen:นั้น)กลับไปอยู่ในวังด้วยกัน
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 19, 2010, 12:14:27 AM
พี่กาฬฯช่องสามเรื่องที่คล้ายๆกันชื่อเรื่องฝนสามฤดูใช่รึเปล่าคะ

แต่รู้สึกว่าตอนสุดท้ายราหูกับจินดาขึ้นไปบนสวรรค์ส่วนพระพิรุณรับนางไม้(รึเปล่าไม่แน่ใจบทเดียวกับลักษณาประมาณ :icon_mrgreen:นั้น)กลับไปอยู่ในวังด้วยกัน



ใช่แล้วค่ะ เรื่องนั้นชื่อเรื่อง  ฝนสามฤดู 
คนที่เล่นเป็นพิรุณคือ ภูมินทร์ในเกราะกายสิทธิ์
มันออกจะงงๆ นิดหน่อย เพราะว่า พิรุณดันไปอยู่ฤดูร้อน (แต่ชื่อพิรุณ)
ส่วนอสุรินทราหูอยู่ฤดูฝน จินดาชื่อดวงจินดา
เรื่องเกิดจากอสุรินทราหูกับดวงจินดาทะเลาะกับแล้วพิรุณมาห้าม
เลยโดนลงโทษให้ลงมาเกิดทั้งคู่เลย (มั้งนะ ไม่แน่ใจเพราะกลับบ้านไม่ค่อยทัน อาจจะเพราะพิรุณจะต้องลงมาเกิดอยู่แล้วด้วย)
มาเกิดกับมเหสีมณีเนตร (ชื่อของช่อง 3 ซึ่งน่าจะตรงกับเค้าโครงเรื่อง)
ส่วนนางไม้คือนางฟ้าที่เป็นคู่ของพิรุณตามลงมาเกิดในต้นกล้วยเป็นนางตานีชื่อ กัทลียา
มีลูกชื่อ ทุมมา ตอนหลังพิรุณช่วยแม่กลับเมืองได้แล้วก็ไปรับกัทลียากับทุมมาเข้าวัง
อสุรินทราหูกับดวงจินดาก็ขึ้นสวรรค์

ส่วนของช่อง 7 ที่เคยอ่านเรื่องย่อก็มีเสริมเติมมา มีอัปสรสวรรค์ สุวรรณอัมพร
ไม่รู้ว่าฉบับไหนของจริงกว่ากัน  แต่ก็สนุกมากๆอ่ะ  แถมมีเรื่องไปถึงรุ่นลูกด้วยแหละ
ไว้พี่จะพิมพ์เรื่องย่อที่ช่อง 7 เคยลงในเวบดีด้าตอนที่เทพสามฤดูฉายให้อ่านนะ  ถ้ามีเวลา
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ ธันวาคม 19, 2010, 12:16:57 AM
จริงเหรอคะที่คนที่เล่นเป็นพิรุณคือภูมินทร์จำไม่ได้เลยช่วงนั้นกลับบ้านไม่ทันเลยคะ

จำได้ว่าตอนจบมาานั่งดูที่โรงเรียนอยู่เลย แต่หนูว่านะช่องสามน่าจะตรงกับโครงเรื่องมากกว่าช่องเจ็ด
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ ธันวาคม 19, 2010, 12:22:49 AM
เรื่องย่อใช่รึเปล่าคะพี่กาฬ

ท้าวตรีภพ ผู้ครองเมืองอุดม มีมเหสี 2 คน ฝ่ายขวาชื่อ นางมณี ฝ่ายซ้ายชื่อ นางสุทัศน์ แต่ทั้งสองไม่มีโอรสสืบราชสมบัติ ทำให้ท้าวตรีภพเดือดร้อนใจยิ่งนัก จึงทำการ บวงสรวงเทวดา ซึ่งเนื่องจากท้าวตรีภพมีความตั้งใจอันแน่วแน่ คำขอจึงไปถึงวิมานพระอิศวร พระอิศวร จึงให้ พระพิรุณ ลงมาเกิด แต่เนื่องจากพระพิรุณมีเพื่อนรักอีก 2 คน คือ เทพหน้าเป็นยักษ์ชื่อ ราหู และนางฟ้าชื่อ เมขลา ทั้ง 3 สาบานเป็นพี่น้องกัน พระราหู และ เมขลา จึงไปอ้อนวอน พระอิศวรขอตามไปเกิดด้วย พระอิศวรเห็นใจในความรักความผูกพันของทั้ง 3 จึงตกลงใจให้ไปเกิดด้วยกัน แต่เนื่องจากท้าวตรีภพต้องการลูกคนเดียว ทั้ง 3 จึงต้องผลัดกันออกมาคนละฤดู คือ พระพิรุณ จะออกมาในฤดูฝน ในรูปร่างของเทพบุตรรูปงาม พระราหูออกมาในฤดูร้อน ในรูปร่างอัปลักษณ์ของยักษ์ร้าย (แต่ใจดี) และนางจินดาเมขลาจะออกมาในฤดูหนาว เป็นสาวงาม นี่เป็นที่มาของ "ฝนสามฤดู"
พระอิศวรเล็งเห็นว่า นางมณีเป็นคนดี ส่วนสุทัศน์มีจิตใจริษยา จึงประทานเทพ ทั้ง 3 มาเกิดกับนางมณี แต่เนื่องจากกรรมเก่าจะทำให้พลัดพราก ก็บันดาลให้นางมณีคลอดลูกตรงกับฤดูร้อน หลังจากตั้งครรภ์ถึง 5 ปี เด็กที่ออกมาจึงกลายเป็นเด็กโต และออกมาในรูปยักษ์ เพราะเป็นที่ของพระราหู สร้างความโกรธกริ้วให้กับท้าวตรีภพมาก ประกอบกับการยุแหย่ของ นางสุทัศน์ ท้าวตรีภพจึงสั่งให้ลอยแพราหูออกจากเมือง ไป โดยไม่ฟังคำขอร้องของนางมณี ส่วนนางมณีนั้นจะขอตามลูกไปด้วย แต่พระราหูเกรงแม่จะลำบากจึงปลอบใจแม่ต่างๆ นานา จนแม่เชื่อว่าพระราหูมีบุญญาธิการ และจะปลอดภัยทุกอย่างจึงปล่อยให้ไป นางมณีร้องไห้อาลัย ลูกจนสลบไป

ส่วนพระราหูนั้นถูกลอยแพมาเรื่อย ผจญอันตรายต่างๆ แต่ไม่เป็นอันตราย เพราะเทพคุ้มครองไว้ จนกระทั่งมาพบผีกระหังชื่อ เจ้างั่ง งั่งจะจับพระราหูกินเพราะความหิว พอดี พระฤาษีโคดม มาช่วยเอาไว้ แล้วพาราหู และ งั่งไปอาศรม สอนให้งั่งเป็นคนดี และ เป็นพี่เลี้ยงของราหู พระราหูอยู่กับพระฤาษีต่อมาได้ร่ำเรียนศิลปะวิทยามากมาย แล้วได้เปลี่ยนร่างเป็นจินดา และพระพิรุณในที่สุด สร้างความตื่นเต้นให้กับพระฤาษี และ งั่งยิ่งนัก

ฝ่ายนางมณี นับตั้งแต่ลูกจากไปก็ไม่มีความสุข แม้ท้าวตรีภพเองก็เริ่มเบื่อหน่าย เพราะไม่พอใจที่คลอดลูกออกมาผิดมนุษย์ ประกอบกับนางสุทัศน์ใส่ร้ายว่าคบชู้เป็นยักษ์ โดยหาหลักฐานรูปปั้นยักษ์ไปลอบใส่ไว้ในตำหนักมณี นางมณีจึงถูกท้าวสุทัศน์เนรเทศออกไป จากเมือง และให้เพชฌฆาตฆ่าเสียกลางทาง

ระหว่างที่เพชฌฆาตจะลงมือประหาร มีสัตว์ประหลาด รูปร่างเหมือนมนุษย์ ปีกเท้าเป็นครุฑ แต่มีหางเหมือนไก่ ใจคอโหดร้าย ได้เดินทางเหาะผ่านมา เห็นนางเข้าก็พอใจ จึงเหาะลงไป เพชฌฆาตหนีกระเจิงไปหมด เหลือแต่มณี ตัวประหลาดหรือ ตัวอระหัน นี้ได้ลวนลามนาง แต่เกิดมีพญาลิงยักษ์ชื่อ นันทะเสน ซึ่งมีฤทธิ์มากมาขัดขวาง แย่งชิงนางอีก นันทะเสนได้ฆ่าอระหันตาย และออกปากฝากรักนาง แต่ก็ถูกยักษ์ชื่อ สุระผัด ซึ่งผ่านมาแย่งชิงนางอีก ขณะที่กำลังรบอยู่นั้น พระฤาษีชื่อ มหาโพธิ์ ได้มาขัดขวางไว้ พร้อมกับเทศน์สั่งสอน เรื่องความไม่เบียดเบียนกัน จนทั้งหมดกลับใจโดยเฉพาะนันทะเสนสำนึกบาปที่ฆ่าอระหันตาย พระฤาษีจึงพาไปชุบชีวิตขึ้นล้าง บาปให้นันทะเสนโดยควักหัวใจนันทะเสนมาใส่อระหัน แต่เนื่องจากนันทะเสนมีอิทธิฤทธิ์มาก ร่างอระหันก็กลับเป็นนันทะเสนอีก ทั้งคู่รวมกันเป็นคนเดียว ยิ่งทำให้นันทะเสน มีอิทธิฤทธิ์มากขึ้น ทั้งหมดคือมณี และ นันทะเสน และ สุระผัด สาบานกันเป็นพี่น้อง และสัญญาว่าถ้ามณีมีเรื่องเดือดร้อนจะมาช่วย โดยพระฤาษีให้ระฆังวิเศษ กับมณี ไม่ว่านันทะเสนหรือสุระผัดอยู่ที่ไหน ถ้าได้ยินระฆังสัญญาณจะมาช่วยทันที นางมณีจึงพักอยู่กับพระฤาษีมหาโพธิ์

กล่าวทางพระพิรุณได้ขอลาพระโคดมออกหาแม่ โดยมีงั่งไปเป็นเพื่อน พระฤาษี มอบของวิเศษให้ด้วย พระพิรุณ และ งั่งกราบลาพระฤาษีออกเดินทาง ระหว่างทางทั้งสองได้ผจญภัยมากมายเพราะความซื่อ และ ไม่มีประสบการณ์ของพระพิรุณ แต่ก็เอา ตัวรอดจากหมู่มารมาได้ทุกครั้ง จนกระทั่งหลงมาในวงแขนของท้าวครอบจักรวาล (ขณะนั้นพระพิรุณกลายร่างเป็นจินดาเมขลาแล้ว) พระยายักษ์ใหญ่ซึ่งนอนหลับอยู่ นางไม้บริเวณนั้นสงสารว่า ถ้า ท้าวครอบจักรวาล ตื่นขึ้น จะต้องตกเป็นเหยื่อ จึงหาทางช่วยออกมา และขอให้จินดาเป็นลูกบุญธรรม และ นางไม้ได้ให้ของวิเศษไว้ด้วย

จินดา และ งั่งเดินทางต่อมา จนกระทั่งมาพบกับนันทะเสน เกิดรบกัน แต่ไม่มีใครแพ้ ใครชนะ ไม่ว่าจะรบกันอย่างไรก็ตาม จึงเกิดถามไถ่ประวัติกันขึ้น นันทะเสนนึกเอะใจว่า จินดาจะเป็นลูกของมณี จึงพากันไปหานางที่พระฤาษีมหาโพธิ์ เมื่อแม่ลูกพบกัน ทุกคนก็มีความสุข แต่จินดานั้นแค้นใจมากที่แม่ลูกสุทัศน์ใส่ร้ายจนต้องออกจากเมือง จึงคิดแก้แค้นตลอดเวลา แต่มณีห้ามไว้ว่า ใครที่ทำกรรมอะไรก็จะได้รับกรรมอันนั้น เอง โดยที่เราไม่ต้องไปลงมือ

ต่อมามณี และ พิรุณ (ซึ่งถือเวลาเปลี่ยนร่างต่อจากจินดา) และ งั่งก็กราบลาพระฤาษี เดินทางกลับบ้านเมือง ระหว่างทางได้พบเสือสมิง เสือสมิงจะเข้าทำร้าย แต่เจ้างั่งขวางไว้ ขณะที่สมิงจะเสียทีนั้น พระพิรุณได้ห้ามงั่ง สร้างความประทับใจให้สมิงมาก จึงขอเข้าเป็นพวก ทั้งหมดเดินทางต่อ จนกระทั่งพระยายักษ์ตนหนึ่งชื่อ อนันตะวงศ์ มาพบเข้า ก็พอใจนางมณีจึงรมยาพระพิรุณและพรรคพวก แล้วลักพานางมณีไป
อนันตะวงศ์นั้นมีชายาชื่อ นางโชตะนา นางโชตะนานั้นเบื่อท้าวอนันตะวงศ์ พานางมนุษย์มาก็โมโห ให้คนไปบอกบิดาคือ ท้าวจักรวรรดิ ว่าสามีตนได้นางเชลยหน้าตา สวยงามมา ขอให้บิดามาดู ถ้าชอบใจก็จะได้ขอไป

ทางฝ่ายมณีถึงแม้จะหวาดกลัวอนันตะวงศ์เพียงใด แต่ก็แกล้งผัดผ่อนขอให้ตน สบายใจเสียก่อน คือในเย็นวันรุ่งขึ้นจึงจะยินยอมพร้อมใจ
ทางฝ่ายพระพิรุณตื่นมาไม่เห็นแม่ก็ตกใจ สั่นระฆังเรียกพรรคพวกทุกคนมา แล้วแยกย้ายกันค้นหา ทางด้าน นันทะเสนมาพบท้าวจักรวรรดิ ซึ่งมีอาวุธวิเศษคือพัดชีวิต ซึ่งถ้าพัดไปทางหนึ่งคนจะตาย พัดอีกทางหนึ่งคนจะฟื้น นันทะเสนทำทีเป็นจงรักภักดี ท้าวจักรวรรดิเอ็นดูจึง บอกว่า ตนกำลังจะไปดูนางเชลยมนุษย์ที่ลูกเขยจับมาได้ นันทะเสนเอะใจ จึงไปด้วย และได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกเอาพัดมาพัดท้าวจักรวรรดิตาย ตนเองแปลงกายเข้ามา จนหานางมณีพบ นันทะเสนแยกตัว ให้ส่วนหนึ่งพามณีออกไป อีกส่วนหนึ่งอยู่ล่อ ท้าวอนันตะวิก และ ฆ่าท้าวอนันตะวิกในที่สุด

ขณะที่นันทะเสนพามณีตามหาพระพิรุณนั้น ก็ถูกยักษ์อีก 2 ตนชื่อ อนันตะวิก และ อนันตะเวก สองพี่น้องทำเล่ห์กลเอามณีไปอีก ส่วนอนันตะเวกแปลงกายเป็นมณีแทน (อนันตะวิกและอนันตะเวกนั้นเป็นสหายท้าวอนันตะวงศ์และจักรวรรดิ) ระหว่างทาง อนันตะเวกทราบว่า สหายตนถูกนันทะเสนฆ่าตาย ก็คิดจะแก้แค้น โดยเมื่อพบพระพิรุณและพรรคพวกแล้วก็หลอก พาไปเมืองตน ทุกคนหลงเชื่อเพราะนึกว่าเป็นมณีตัวจริง

ฝ่ายมณีตัวจริงนั้น เทวดาได้ช่วยให้ร่างกลายเป็นชาย เพื่อท้าวอนันตะวิกจะได้ ทำอะไรไม่ได้ อนันตะวิกโกรธ จึงสั่งขังไว้
อนันตะเวกหลอกพิรุณและพรรคพวกมาขังไว้ในห้องกล ซึ่งอาวุธวิเศษต่างๆ ก็ช่วยไม่ได้ จนในที่สุดนางไม้แม่เลี้ยงจินดาก็มาช่วย ทุกคนปลอดภัย ท้าวอนันตะวิกและ อนันตะเวก ถูกจับ แต่พิรุณไม่ถือโทษ ทั้งสองเลยกลับใจมาช่วยพิรุณอีก
ทั้งหมดลาอนันตะวิก และ อนันตะเวกกลับเมืองอุดม ครั้นมาถึงก็ได้ทำอุบายหลอกท้าวตรีภพให้ยกนางสุทัศน์ให้ ท้าวตรีภพไม่ยอม จึงต้องใช้เล่ห์กลกันอีก
เมื่อท้าวตรีภพได้ทราบความจริงทั้งหมดก็โกรธสุทัศน์ สั่งให้ประหาร แต่มณีสงสาร ได้ขอชีวิตไว้ สุทัศน์จึงถูกเนรเทศไป ระหว่างเดินทางในป่า สุทัศน์ถูกยักษ์ชื่อ อัศตัน จะจับตัวไปเป็นชายา พอดีมีผู้วิเศษ โคธรรพ์ มาช่วยไว้ อัศตันสู้ไม่ได้จึงยอมเป็นศิษย์โคธรรพ์ ต่อมาสุทัศน์ ได้กับโคธรรพ์เพื่อหวังกลับไปแก้แค้นตรีภพ และ มณี ทั้งสองมีลูกชื่อ สามศรี

ทางฝ่ายเมืองอุดม พิรุณซึ่งโตเป็นหนุ่มขอพ่อออกมาเลือกคู่เอง ระหว่างทาง ได้นางไม้ เป็นชายา มีลูกชื่อ ทุมมา มีฤทธิ์เดชมาก พระพิรุณอยู่กับนางไม้จนกลายร่างเป็นจินดาและราหูในที่สุด ราหูออกเดินทางต่อไปจนไปพบเมืองโรมวิสัย ซึ่งมี ท้าวคันธมาศ และ นางรัชฎา ปกครองอยู่ ทั้งคู่มีธิดาสองคนชื่อ สุวรรณอัมพร กับ อัปสรสวรรค์ ท้าวคันธมาศได้ประกาศหาคู่ให้ธิดาทั้งสอง มีคนมามากมาย แต่ทั้งคู่ไม่พอใจ จนมียักษ์ร้ายชื่อ ปราบไตรจักร แปลงร่างเป็นมนุษย์รูปงามเข้ามาเที่ยวเล่น พร้อมกับราหูซึ่งเดินทางมาถึงเมืองนี้เช่นกัน ผู้คนพลเมือง ต่างก็ตกใจในความที่หน้าเป็นยักษ์ของราหู พอๆกับ ที่ตื่นเต้นในความงามของปราบไตรจักร
ในที่สุดอัปสรสวรรค์ก็เลือกปราบไตรจักรเป็นคู่ครอง ในขณะที่สุวรรณอัมพร เลือกพระราหู ทำให้ท้าวคันธมาศโกรธที่ไปเลือกยักษ์ จึงไล่ให้สุวรรณอัมพร และ ราหูไปอยู่กระ ท่อมท้ายวัง

ทางฝ่ายปราบไตรจักรก็ไม่สามารถเข้าใกล้อัปสรสวรรค์ได้ เพราะอัปสรไม่ใช่เนื้อคู่ของ ตน จึงทำให้ตัวร้อนทุกครั้งที่เข้าใกล้ ในที่สุดก็แยกตำหนักออกมา ปราบไตรจักรออกจับ ประชาชนพลเมืองกิน แล้วใส่ร้ายว่าเป็นราหู ทุกคนเชื่อเพราะราหูหน้าเป็นยักษ์ ในที่สุดปราบไตรจักรก็ลักพาเอาสุวรรณอัมพรเหาะกลับเมืองตน แต่ถูกนันทะเสนชิงตัวไว้ได้ระหว่างทาง นันทะเสนรู้ว่าอัมพรเป็นชายาราหูก็ดีใจ ออกติดตามราหู ฝ่ายราหูถูกจับฆ่า แต่ไม่ว่าจะฆ่าด้วยวิธีใดๆ ราหูก็ไม่ตาย ปราบไตรจักรจึงใช้ จักรวิเศษฆ่า แต่ราหูกลับขาดเป็น 2 ท่อน ไม่ตายอีก จึงให้ขังไว้

ปราบไตรจักรเอาใจพ่อตาแม่ยายโดยเอาของวิเศษของราหูคือ พัดชีวิตกับระฆังมาให้ รัชฎา เมื่อใช้พัดๆ ตนก็ตายทันที ปราบไตรจักรจึงสั่นระฆังเพราะคิดว่าจะแก้กันได้ จึงทำให้ พรรคพวกพระราหูมากันหมด เมื่อได้ยินเสียงระฆัง ความจึงแตกออกว่าที่แท้ปราบ ไตรจักรเป็นยักษ์ร้าย แต่ปราบไตรจักรก็หนีไปได้ ฝ่ายราหูถูกจำจองจนเข้าฤดูหนาวก็กลายร่างเป็นจินดา พอดีกับพรรคพวกมาช่วยไว้ ทุกคนเข้าใจกัน จินดาพักอยู่โรมวิสัยจนกลายร่างเป็นพระพิรุณ ท้าวคันธมาศยกอัปสรสวรรค์ให้พระพิรุณ และอยู่กันมาด้วยความสุข

ทางฝ่ายสุทัศน์ได้พยายามพูดจาให้ลูกได้ทราบถึงความเจ็บแค้นของตน พอดีกับ โคธรรพ์ได้ชุบฝาแฝดอีก 2 คนให้มีลักษณะเหมือนสามศรีทุกประการ เพื่อไว้ป้องกันสามศรี พอสบโอกาส สุทัศน์ก็เล่าเรื่องราวของตนโดยพลิกแพลงเอาความดีใส่ตัวเอง สามศรีแค้นมากเพราะอารมณ์เด็กจึงชวนอัศตันออกไปเมืองอุดม ทั้งสามศรีได้ตัวท้าวตรีภพ และ มณีมาขังไว้ในถ้ำ ปิดทางออกเพื่อให้อดอาหาร และขาดอากาศตาย แต่เทวดารักษาถ้ำช่วยเอาไว้ โดยให้มีทาง ช่องเปิด และเกิดรังผึ้งวิเศษให้มีน้ำผึ้งไหลออกมาตลอดเวลา ทั้งคู่จึงอยู่ในถ้ำอย่างปลอดภัย
โคธรรพ์เมื่อได้ทราบเรื่องก็สั่งสอนสามศรีไม่ให้ทำเช่นนี้อีก เพราะอาจจะเป็นการชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านก็ได้ แต่สุทัศน์รู้สึกสะใจ
ฝ่ายพิรุณเกิดฝันร้าย สังหรณ์ว่าบิดามารดาคงตกอยู่ในอันตราย จึงขอลาท้าวคันธมาศออกไปนอกเมือง แต่เนื่องจากเกรงว่าปราบไตรจักรจะย้อนกลับมาอีก จึงเรียกทุมมาและ นันทะเสนมาเฝ้าเมืองไว้ ตนเองออกเดินทางพร้อมกับงั่ง และ สุระผัด ซึ่งพอมาถึงเมืองอุดม ก็ได้รู้ว่าพ่อแม่หายไป จึงออกติดตาม โดยให้งั่ง และ สุระผัดช่วยเฝ้าเมือง แต่เนื่องจากกรรมเก่าจึงทำให้ไม่พบ

ทางเมืองโรมวิสัย ปราบไตรจักรย้อนกลับมาใหม่ แต่ถูกทุมมา และ นันทะเสนฆ่าตาย ครั้นเสร็จศึก ทุมมาก็กลับป่า ส่วนนันทะเสนออกไปเมืองอุดมตามพระพิรุณ ทางงั่ง และ สุระผัด ได้พยายามออกตามหาท้าวตรีภพ และ มณีด้วยความเป็นห่วง อีกแรงหนึ่ง จึงขัดคำสั่งของพิรุณ ทั้งสองมาถึงเมืองของโคธรรพ์ จึงลงไปดูด้วยความ ประหลาดใจว่าเมืองอะไรมาอยู่กลางป่า สมิงรู้สึกประทับใจโคธรรพ์ ในขณะที่งั่งสงสัย ขณะเดียวกันสุทัศน์มาเห็นเข้า ก็จำงั่งได้ จึงรีบหลบไป แล้วเล่าให้โคธรรพ์ฟัง ทั้งสองจึงกำจัดงั่ง และ สมิง โดยผลักลงไปในเหวพิษพญานาค แต่เนื่องจากงั่ง และ สมิงมีอาคมแก่กล้า จึงไม่ตาย แต่ก็ขึ้นมาไม่ได้
นันทะเสนเดินทางมาเมืองอุดมก็มาพบเมืองโคธรรพ์เช่นกัน นันทะเสนเห็นสุทัศน์ด้วยก็สงสัยว่ามาอยู่ทำไมที่นี้ จึงเข้ามาสืบโดยปลอมตัวเป็นกุมารน้อยชื่อ นันทะกุมาร สุทัศน์รู้สึกชอบเด็กคนนี้ในขณะที่โคธรรพ์นึกสงสัย แต่ยังไม่ทันทำอะไร เพราะโคธรรพ์ถึงเวลาต้องจำศีลภาวนาในถ้ำเดิม

วันหนึ่งสามศรีกับอัศตันไม่อยู่ เพราะเป็นคราวเคราะห์ของสุทัศน์ นันทะกุมารได้หลอก สุทัศน์ไปแล้วถามเอาความจริง สุทัศน์สารภาพ นันทะเสนจึงต้องฆ่าปิดปาก แล้วแกล้งทำเป็นว่านางผูกคอตายเอง ตนเองกลับมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วแกล้งเขียนเป็นลาย มือสุทัศน์ว่าถูกยักษ์ป่ามาลอบปล้ำ ตนอายจึงขอลาตายจากไป วันนั้นเองขณะที่โคธรรพ์กำลังจำศีลเกิดลางสังหรณ์ เป็นห่วงสุทัศน์รีบกลับ สามศรีก็เช่นกัน พอมาเห็นสุทัศน์ ตายก็เสียใจ พร้อมทั้ง ไล่นันทะกุมารไป เพราะไม่เฝ้าสุทัศน์ให้ดี

โคธรรพ์ทำพิธีชุบสุทัศน์ แต่สุทัศน์มีกรรมมากมาย จึงไม่ฟื้น และ กลับกลายเป็นผีดิบ มาเล่าความจริงให้ฟัง โคธรรพ์ และ อัศตันตามนันทะเสนไปโดยแปลงเป็นงั่ง และ สมิงเพื่อแก้แค้นบ้าง นันทะเสนหลงเชื่อ ถูกงั่ง และ สมิงปลอมพามาที่บ่อเหวพิษพญานาค และผลักตกไป แต่นันทะเสนก็ไวพอที่จะดึงเอาโคธรรพ์ และ อัศตันลงไปด้วย
กล่าวถึงพิรุณ เห็นหาพ่อแม่ไม่เจอแน่แล้วก็สั่นระฆังเรียก แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมาได้เลย จึงรู้ว่าต้องมีอันตรายแน่ จึงอธิษฐานขอให้พบพ่อแม่ คราวนี้พิรุณมาพบสามศรีเฝ้าวัง อยู่ เกิดมีการไต่ถามกันขึ้น ปรากฏว่าสามศรี และ พิรุณต้องรบกัน ไม่แพ้ไม่ชนะ

ทางฝ่ายพญานาคพอถึงเวลาพ่นพิษก็ขึ้นมา เห็นผู้คนในเหวด้วยความเป็นนาคถือศีลก็ เกิดเมตตา พาขึ้นจากเหวจนหมด โคธรรพ์กับอัศตันรบกันต่อกับนันทะเสน, งั่ง และ สุระผัด พอดีพิรุณซึ่งกำลังรบกับสามศรีถอยมาทางนี้พอดี พญานาคจึงห้ามปรามทั้ง 2 ฝ่าย โคธรรพ์ไม่ฟัง เรียกไฟกลดมาเผา พญานาคจึงช่วยพวกพิรุณไว้ โคธรรพ์, อัศตัน และ สามศรีหนีรอดไปได้ พวกพิรุณจึงติดตามท้าวตรีภพ และ มณีต่อ ในที่สุดต้อง บวงสรวงเจ้าป่าเจ้าเขา จึงได้พบพ่อแม่ และ พากลับเมือง
ฝ่ายปีศาจสุทัศน์ยังเจ็บแค้นไม่หาย จึงพาปีศาจป่ามาหลอกหลอน พวกพิรุณตกอยู่ในวงล้อมของปีศาจ จนกระทั่งทุมมาต้องมาช่วยพากลับเมืองได้โดยปลอดภัย
ทางฝ่ายโคธรรพ์, อัศตัน และ สามศรีได้ปลอมตัวหนีมาที่เมืองๆ หนึ่ง ชื่อ กาญจราช มี ท้าวจิตภักดิ์ ซึ่งเป็นยักษ์ครองอยู่ มเหสีชื่อ มาลีมาศ โคธรรพ์ทำอุบายจนกำจัดจิต ภักดิ์ไปได้ และ ให้อัศตันแปลงร่างแทน ทั้งหมดจึงอาศัยอยู่ที่กาญจราชด้วยความสุข

ทางฝ่ายสุวรรณอัมพร พอครบกำหนดก็คลอดลูกชายรูปงามชื่อ ตรีสุริวงศ์ ขณะเดียวกัน อัปสรสวรรค์ก็คลอดลูกชื่อ ตรีสุริยา ทั้ง 2 กุมารฉลาด และ เก่งกล้าสามารถตามบิดาคือ ราหูและพิรุณ
ทางฝ่ายพระอิศวรเล็งไปในโลก เห็นจินดาอยู่คนเดียว ก็ไม่เห็นใครจะเหมาะสม เท่าตน จึงลงมาในรูปเทพบุตรรูปงามอยู่กับจินดาจนตั้งครรภ์ คลอดบุตรออกมาเป็นหญิงชื่อ แก้วฟ้า
ต่อมาตรีสุริวงศ์เป็นหนุ่มขอเดินทางลาไปเยี่ยมญาติทางฝ่ายบิดา ระหว่างทางพบพราหมณ์ชื่อ วิชายง เกิดถูกชาตากัน จึงร่วมเดินทางไปถึงเมืองๆ หนึ่ง ชื่อ จักรพรรดิมี ท้าวมหาวงษ์ และ มเหสีกาญจนา มีธิดาสวยมากชื่อ สร้อยสวรรค์ สร้อยสวรรค์นี้เองที่โคธรรพ์หมายมั่นไว้จะให้สามศรี แต่ถูกวิชายงวางแผนแย่งชิงเอามาให้ตรีสุริวงศ์ ในที่สุดก็เกิดสงครามขึ้น ตรีสุริวงศ์จึงสั่นระฆังเรียกพรรคพวกมาช่วย ปรากฏว่าโคธรรพ์สู้ไม่ได้ จึงไปเฝ้าพระอาทิตย์ และ ขโมยเอาแสงอาทิตย์มาส่องพวกพิรุณจนสลบหมด ร้อนถึงพระจันทร์ต้องเอา แสงจันทร์มาช่วยแก้ไขให้ฟื้น สามศรีถูกฆ่าตาย ปีศาจสุทัศน์เป็นห่วงลูกจึงเอาหัวสามศรีไปให้โคธรรพ์ต่อ โคธรรพ์แปลงเป็นแมลงภู่ไปเอายา พระอาทิตย์มาต่อหัวลูกอีก
ครั้นสำเร็จ โคธรรพ์, อัศตัน และ สามศรี จึงก่อสงครามขึ้นอีก คราวนี้พระอิศวรได้บันดาลให้สามฤดูออกปรากฏตัว พร้อมๆ กัน จึงฆ่าโคธรรพ์ อัศตัน และสามศรีได้ ทุกคนจึงอยู่ด้วยความสงบสุขตลอดไป

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 19, 2010, 01:40:21 PM
น้องเรนโบว์ยังเก็บไว้อีกเหรอเนี่ย  สุดยอดมากเลย  ของพี่มันหายไปนานแล้ว  :'(



มาตุลีว่าทีอย่างนี้มาร้องหาความยุติธรรม ทีพวกเจ้าแปลงร่างไปหลอกคนอื่นล่ะ  “แล้วทำไมพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ถึงต้องลงมาปกป้องมนุษย์พวกนั้น”
 “นั่นไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้า แต่หากว่าพวกเจ้ายังทำตัวเป็นพวกยักษ์อันธพาลอีกอย่าหาว่าเราไม่เตือนก็แล้วกัน” แล้วพระอิศวรกับมาตุลีก็กลับขึ้นสวรรค์ไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/227.jpg)




พระอิศวรทรงกลับมายังขายหน้ากับพวกยักษ์ไม่หาย มาตุลีว่าอย่าถือสาคำพูดพวกยักษ์เลย “พวกมันพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง เราไม่ควรปลอมแปลงตัวไปหลอกล่อให้พวกมันติดกับอย่างเมื่อกี้นี้เลย”
“แต่พระองค์ทรงทำไปก็เพื่อช่วยชีวิตเทพทั้งสาม ซึ่งมาภาระหน้าที่ปราบทุกข์เข็ญนำความร่มเย็นมาสู่โลกมนุษย์นะพระเจ้าค่ะ”
“จำคำเราไว้นะ มาตุลี ครั้งต่อไปที่เราจะลงไปบนโลกมนุษย์ เราจะลงไปอย่างมนุษย์ธรรมดาคนนึง”
 (เพราะคำปฏิญาณนี้แหละ ถึงได้เกิดเรื่องใหญ่โต)  มาตุลีตกใจ    “หมายความว่าจะทรงไม่มีอิทธิฤทธิ์!...แล้วจะรอดเหรอพระเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อมนุษย์เค้ายังอยู่ได้ แล้วทำไมเราจะไม่รอด” มาตุลีขอตามเสด็จไปถวายความปลอดภัย  “ไม่เป็นไรหรอก มาตุลี เพราะว่าเจ้าเองก็ต้องคอยพยายามเอาตัวให้รอดเหมือนกัน เจ้าก็ต้องตามเราไปโดยปราศจากอิทธิฤทธิ์เช่นกัน...และเมื่อถึงเวลานั้น บรรดายักษ์ทั้งหลายก็จะว่าเราไม่ได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/228.jpg)




นันทะเสนกับสุระผัดแปลงเหาะมาหาพวกจินดา บอกว่าคิดดูแล้วไม่อยากปล่อยให้ไปกันตามลำพัง มณีกับจินดาดีใจที่ทั้งสองจะร่วมทางไปด้วย งั่งกระซิบบอกอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนเดี๋ยวจะจนใจเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/229.jpg)




คืนนั้นสุระผัดแปลงแกล้งยั่วยุให้งั่งโกรธแล้วเดินหนีไป เพื่อจะหาทางจัดการกับมณีและจินดาได้สะดวก แล้วก็หลอกถามล้วงความลับไปเรื่อย หลอกจนได้รู้ว่าคาถาปราบเจ้างั่งท่องยังไง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/230.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 19, 2010, 01:43:16 PM
แล้วงั่งก็ถูกจักรวรรดิที่แปลงเป็นนันทะเสนท่องคาถากำราบ แต่งั่งก็ไม่ยอมหนีไปแถมรู้ทันด้วยว่าไม่ใช่นันทะเสน จักรวรรดิท่องคาถาจนงั่งสลบไป แล้วเสกคนโทขึ้นมาเก็บงั่งไว้ข้างใน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/231.jpg)




มณีกับจินดารองั่งอยู่ด้วยความเป็นห่วง นันทะเสนกลับมาบอกว่าไม่รู้มันไปอยู่ที่ไหน สุระผัดบอกให้จินดาท่องคาถา ถ้าเจ็บปวดจนทนไม่ไหวเดี๋ยวก็กลับมาเอง จินดาจึงท่องคาถาเรียกงั่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/232.jpg)




งั่งอยู่ในคนโทปวดหัวแทบระเบิดออกไปก็ออกไม่ได้ จินดาแปลกใจที่ท่องคาถาแล้วงั่งไม่มา ต่างคิดไปต่างๆ นานา สุระผัดว่าช่างมันเถอะ มีแค่ลุงกับเจ้านันทะเสนก็สามารถพาหลานกลับบ้านเมืองได้เหมือนกัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/233.jpg)




ฝ่ายงั่งฟื้นขึ้นมาก็ตะโกนโวยวายหาทางออก บ่นว่าถูกขังอย่างนี้แล้วใครจะช่วยพระธิดาล่ะ คืนนี้ย่างเข้าวรรษสันต์(เวียนถอยหลังอีกแล้ว) ฟ้าครึ้มฝนลั่นครืน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/234.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 19, 2010, 01:53:19 PM


สองยักษ์รอจนมณีกับจินดาหลับแล้วก็คิดจะลอบเข้าไปเอาพัดวิเศษและจัดการกับทั้งสองซะ แต่มณีพลิกไปพลิกมาหยิบไม่ได้ซะที ทั้งสองเลยกะใช้อาวุธเผด็จศึกซะเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/235.jpg)




พลันฝนแรกของฤดูก็เทลงมา ร่างจินดาเมขลาก็กลายเป็นพิรุณ สองยักษ์เห็นก็ตกใจ มณีตื่นมาตกใจเรียกหาจินดาเมขลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/236.jpg)




พิรุณตื่นขึ้นมาอธิบาย “หนูไปอยู่ในนี้แล้วจ้ะ ถ้าเกิดฝนหลงฤดูก็จะเป็นหน้าที่ของลูก พิรุณ”
“พิรุณเหรอลูก”  จักรวรรดิเผลอตวาด งงเพราะเดี๋ยวเปลี่ยนเป็นเด็กผู้หญิงเดี๋ยวเป็นเด็กผู้ชาย มณีเลยรู้ว่าไม่ใช่นันทะเสน ยักษ์ทั้งสองคืนร่างเดิมพร้อมกับทวงพัดคืน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/237.jpg)




งั่งรู้ว่าฝนตก รู้ว่าพิรุณต้องออกมาแล้วเลยตะโกนขอความช่วยเหลือ มณีพัดชีวิตใส่ทั้งสอง แต่พวกมันหลบได้ แล้วถูกกระชากแย่งพัดไปได้ มณีรีบบอกให้พิรุณสั่งระฆัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/238.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ ธันวาคม 19, 2010, 01:56:45 PM
เออแฮะ จากฝนไปร้อน  จากหนาวไปฝนเลย  ชักสับสนกับฤดูเรื่องนี้แล้วแฮะ  :icon_confused:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ ธันวาคม 20, 2010, 06:00:11 PM
ฝนหลงฤดูไง พิรุณเลยออกมา  :icon_rolleyes:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 06:04:56 PM
ฝนหลงฤดูไง พิรุณเลยออกมา  :icon_rolleyes:


พิรุณก็บอกงั้นแหละค่ะ  แต่หลังจากนี้ไปก็หน้าฝนไปอีกนานเลยอ่ะ  สงสัยหลงแล้วหลงเลย   :icon_question:



v
v
v


สุระผัดกับนันทะเสนตัวจริงกระโดดลงมาช่วย บอกให้มณีกับพิรุณหนีไปก่อน ทางนี้จัดการเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/239.jpg)




จักรวรรดิจะดูดนันทะเสนเข้าคนโท แต่กลับโดนพลังจากนันทะเสนกระแทกล้มลง คนโทหลุดมือ งั่งเลยกระเด็นออกมา นันทะเสนเข้าไปอยู่ในนั้นได้ไง งั่งฟ้องว่าไอ้ยักษ์นั่นจับเข้าไป จักรวรรดิเจ็บใจที่งั่งหลุดออกไปได้ จะใช้พัดชีวิต

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/240.jpg)




นันทะเสนสกัดเอาไว้ และบอกให้งั่งรีบตามพระโอรสไป พิรุณกับมณีได้ยินเสียงงั่งเรียกก็รีบซ่อน เมื่อเห็นงั่งบินลงมา พิรุณก็เริ่มท่องคาถาทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/241.jpg)




งั่งอยู่ๆ ก็เจอคาถาเด็กจู้จี้ปวดหัว พิรุณเห็นงั่งทุรนทุรายก็เดินออกมา “อย่างนี้แปลว่าตัวจริงเสียงจริง” นี่ทดสอบกันเหรอเนี่ย 555+
งั่งว่านึกแล้วว่าต้องเป็นพระโอรส “ขอโทษนะงั่ง เวลานี้มันไว้ใจใครไม่ได้เลยต้องพิสูจน์กันหน่อย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/242.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 06:08:30 PM
งั่งงอนบอกตามสบาย มณีปลอบและขอโทษ เพราะไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ ถูกหลอกมาตลอดทางเลย งั่งเลยค่อยหายงอน “งั่งรู้รึเปล่าว่ายักษ์ตนนี้มันถอดหัวใจไว้ที่อื่น ถ้าไม่ได้หัวใจมันมาท่านลุงทั้งสองคงสู้มันไม่ได้แน่”  
งั่งว่าแย่แน่ “เราต้องไปเอาหัวใจมันมา”  มณีถาม “แล้วเราจะไปเอาหัวใจที่ไหนล่ะลูก พิรุณ ใครมันจะไปรู้นอกจากพวกมันเอง”
“นึกออกแล้ว!!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/243.jpg)




งั่งงานงอก ทำหน้าที่ไปสืบหาหัวใจยักษ์ที่เมืองยักษ์ แปลงเป็นอนันตวงศ์ ทำเนียนเดินอาดๆ ไป “หยุด!! ข้าบอกให้หยุด!!”
เสียงล่าสันตวาด งั่งในคราบอนันตวงศ์ตกใจหันมามอง พอเห็นว่าเป็นอนันตวงศ์ล่าสันกับทหารก็ทำความเคารพ รีบถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/244.jpg)




งั่งก็ฉลาดทำเนียนบอกว่าถูกอาวุธร้าย ขนาดถอดหัวใจแล้วยังเจ็บขนาดนี้ (เพิ่งเห็นว่าถึงมันจะปลอมตัวแต่มงคลหัวก็ยังครอบอยู่ มิน่าล่าสันมันมองแปลกๆ)
งั่งแถต่อไปอีกว่า พวกมันจับเจ้าพี่จักรวรรดิไว้ แล้วกำลังจะไปเอาหัวใจข้าเพื่อจะมาฆ่าพร้อมกัน เลยต้องกลับมาซ่อนตัว ล่าสันถามถึงหัวใจ “เจ้ารีบไปเอามาให้ข้าก่อนที่พวกมันจะไปถึง”  ล่าสันจะไปส่งที่ตำหนักก่อน งั่งแกล้งไล่ให้รีบไปเอาหัวใจ งั่งยิ้มกริ่มตามแผน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/245.jpg)





พอเห็นพวกมันเหาะไปแล้วก็คืนร่างเดิม แล้วรีบตามไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/246.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 06:14:16 PM

ทางนี้ก็สู้กันไม่เลิก พิรุณกับมณีกลับมาดูสถานการณ์ มณีว่าท่านลุงต้องแย่แน่ๆ พิรุณเลยเอางี้ หนูน้อยเริ่มร่ายเวทย์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/247.jpg)




เกิดฝนฟ้าคะนองกระจายจนสู้กันไม่ได้ พิรุณตะโกนเรียกท่านลุงทั้งสอง นันทะเสนกับสุระผัดขอบใจพิรุณที่ช่วยไว้ไม่งั้นแย่แน่ มณีกับพิรุณไม่รู้จะทำยังไงดี งั่งก็ยังไม่กลับมา ทั้งสองจึงพามณีกับพิรุณไปซ่อนตัวก่อน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/248.jpg)




ยักษ์ทั้งสองหมุนคว้างอยู่ท่ามกลางพายุฝน อยู่ๆ ฝนก็หยุดตก พายุไม่มี เหตุการณ์ปกติ แถมตัวไม่เปียกอีกตะหาก อนันตวงศ์ว่ามันต้องเป็นอาคมแน่ๆ แต่เป็นของใคร  “หือ องค์พระอิศวร”  จักรวรรดิคิดไรหาเรื่องล่ะ “ต้องเป็นองค์พระอิศวรแน่ๆ เมื่อตอนกลางวันก็พยายามขัดขวางเราทีนึงล่ะ ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าองค์พระอิศวรมายุ่งเรื่องนี้ทำไม” อนันตวงศ์ว่ายังไงก็ต้องหาพวกนั้นให้พบก่อน ถ้าปล่อยให้หลุดรอดไปได้ พวกเราจะลำบากทีหลัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/249.jpg)




พวกพิรุณมาหลบซ่อนอยู่ในถ้ำ สุระผัดกับนันทะเสนว่าคงอยู่ได้ไม่นานพวกยักษ์ก็ตามมาเจอ มณีบอกว่าคิดในแง่ดีกว่าพวกมันจะเจอ งั่งคงกลับมาพร้อมหัวใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/250.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 11:09:36 PM
พวกยักษ์ก็แปลงกายให้ใหญ่โตแล้วออกตามหามณีกับลูก ฝ่ายพวกพิรุณก็เก็บตัวซ่อนอยู่แต่ในถ้ำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/251.jpg)




ล่าสันมาถึงถ้ำนิลคูหาเก็บแมลงภู่ ฝ่ายงั่งก็ติดตามมาโดยเกาะอยู่บนหินผาด้านบน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/252.jpg)





ล่าสันปรึกษากับทหารว่าจะเอาไปกี่ตัว ทหารว่าองค์เหนือหัวบอกให้เอาแค่หัวใจพระองค์ ล่าสันว่าถ้าไม่เอาหัวใจพระมเหสีไปด้วยแล้วพวกนั้นมาเจอ พระมเหสีไม่สิ้นพระชนม์เหรอ “องค์เหนือหัวจะได้เปลี่ยนพระมเหสีใหม่ไง” 555+ พูดดีนะ “ระยะหลังๆ พระองค์ทรงเบื่อหน่ายพระมเหสีเต็มที”  ทหารอีกตนว่าคงไม่ถึงกับอยากให้มีอันเป็นไปหรอก แล้วก็ตัดสินใจ
“ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า เวลานี้ศัตรูใกล้จะมาถึงที่นี่แล้ว ข้า’พุทธเจ้าขอเชิญทั้งสองพระองค์ไปกับข้าง’พุทธเจ้าเพื่อความปลอดภัยพระเจ้าค่ะ”  แม้แต่หัวใจยังต้องกราบทูล

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/253.jpg)




แมลงภู่ทั้งสองตัวบินมาสู่มือล่าสัน ล่าสันประคองแมลงภู่ไปอย่างดี งั่งสบรออยู่ สบโอกาสยิงระเบิดใส่ล่าสันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/254.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 11:10:43 PM
ล่าสันล้มลง แมลงภู่หลุดจากมือ งั่งกระโดดคว้าแมลงภู่ได้หนึ่งตัว อีกตัวคว้าไม่ทัน เพราะล่าสันเกาะขาไว้ พวกทหารจะฆ่างั่ง งั่งเลยเอาแมลงภู่ในมือขู่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/255.jpg)




แถมไม่รีรอ เอาเก็บไว้ในปากทันที งั่งเอาสากกระเบือออกมาต่อสู้ จัดการทหารยักษ์ซะสะบักสะบอม คายแมลงภู่ออกจากปากแล้วก็รีบกลับไป ล่าสันให้ทหารตามแมลงภู่อีกตัวไป ตัวเองจะตามกระหังป่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/256.jpg)




ล่าสันเหาะตามงั่งมา จนกระพือกระด้งแทบไม่ทัน ทางฝ่ายสองยักษ์ก็มัวแต่คุ้ยหาพวกพิรุณ อีกฝ่ายก็ต้องหลบซ่อนอยู่เงียบๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/257.jpg)




ล่าสันยิงพลังใส่งั่ง แต่งั่งหลบได้ ฝ่ายพวกยักษ์ก็มาเจอถ้ำเข้าจนได้ เลยเหยียบซะแผ่นดินสะเทือน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/258.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 11:15:50 PM

ถ้ำสะเทือนจนทุกคนต้องออกไปก่อนที่ถ้ำจะถล่มลงมา พวกยักษ์เห็นรีบตาม ข้างบนก็กำลังไล่ตามกันอยู่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/259-1.jpg)




พิรุณวิ่งหนีไม่พ้น สะดุดล้ม อนันตวงศ์จับตัวไว้ได้ มณีกรีดร้องคร่ำครวญ แต่ถูกสุระผัดกับนันทะเสนลากเอาตัวรอดก่อน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/260.jpg)



พิรุณยิงแสงเข้าตาอนันตวงศ์ จนโกรธจะกินเสีย พิรุณร้องตะโกนอย่ากินเราๆๆ ช่วยด้วยๆๆๆ
“หยุดๆๆๆ”  และแล้วฮีโร่งั่งก็มา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/261.jpg)




“เห็นมั้ยว่านี่อะไร ปล่อยพระโอรสลงมาเดี๋ยวนี้”
“งั่ง!!”  
อนันตวงศ์ต่อรองว่าให้ส่งผึ้งคืนมาก่อน งั่งไม่ยอม อนันตวงศ์สั่งให้ล่าสันจัดการ  เอาเป็นว่าต่อรองกันอยู่นั่นแหละ งั่งก็ฉลาดล้ำรู้ว่ายักษ์มันเจ้าเล่ห์เลยไม่ยอมคืนแมลงภู่ให้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/262.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 11:32:25 PM
ฝ่ายมณีก็ถูกลากพาหนี ร้องเรียกหาแต่พิรุณ นันทะเสนบอกลงข้างล่างเถอะ ฝ่ายอนันตวงศ์ได้เปรียบเลยท่องคาถาเด็กจู้จี้บีบหัวงั่ง แต่งั่งก็ใจเด็ดไม่ยอมปล่อยแมลงภู่ (ฉากนี้งั่งคะ คุณคือฮีโร่ตัวจริง) >:D

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/263.jpg)




ฝ่ายนันทะเสนกับสุระผัดพามณีวิ่งหนีจักรวรรดิ จักรวรรดิเลยใช้พัดชีวิตจะพัดใส่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/264.jpg)




งั่งทนไม่ไหว บีบแมลงภู่แหลกคามือ อนันตวงศ์เจ็บปวดทุรนทุรายปล่อยพิรุณหลุดจากมือ จักรวรรดิได้ยินเสียงร้องก็ชะงัก แล้วร่างกายก็ระเบิด (เฮ้อออ ตายซะที)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/265.jpg)




จักรวรรดิและล่าสันรีบเข้ามาดูใจอนันตวงศ์ครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นใจ จักรวรรดิแค้นใจมาก หันมาทางพวกพิรุณ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/266.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 11:33:47 PM
“พวกเจ้าทำร้ายอนันตวงศ์ ตายซะเถอะ อย่าอยู่เลย พัดชีวิต!!”  จักรวรรดิกำลังจะพัด พิรุณฟาดพระขรรค์ใส่พัดชีวิตขาด ไม่สามารถใช้งานได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/267.jpg)




สุระผัดพาทุกคนหายตัวไปจากตรงนั้นทันที ทำให้จักรวรรดิตามไม่ทัน ได้แต่แค้นใจ (เหมือนมันจะตัดไปหน่อยนึงด้วยแหละ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/268.jpg)




จักรวรรดิกลับมาพร้อมความพ่ายแพ้และศพของอนันตวงศ์ที่โชตะนาโศกเศร้าเสียใจมาก จักรวรรดิบอกน้องสาวให้หักห้ามใจ โชตะนาว่าหักห้ามใจได้ไง ในเมื่อจากไปแบบนี้ อุตส่าห์ถอดหัวใจไว้ที่อื่นแต่ก็หนีไม่พ้นความตาย จักรวรรดิหันไปถามล่าสันว่าทำไมศัตรูถึงได้หัวใจอนันตวงศ์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/269.jpg)




โชตะนาตกใจนึกถึงหัวใจตัวเอง ว่าอยู่ที่ศัตรูรึเปล่า “เปล่าพระเจ้าค่ะ โชคดีที่หัวใจของพระมเหสีบินหนีไปได้” แล้วล่าสันก็เล่าๆๆๆ เหตุการณ์ที่เป็นไป
โชตะนาถามว่าทหารที่ไปตามหัวใจข้ากลับมารึยัง พอล่าสันบอกยัง โชตะนาก็ยิ่งใจเสีย จักรวรรดิโกรธมากแทบจะบีบคอล่าสัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/270.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 20, 2010, 11:43:19 PM


จักรวรรดิยังพอมีสติ จึงบอกให้ทางนี้จัดการเรื่องอนันตวงศ์ให้เรียบร้อย โชตะนาไปตามหาหัวใจ ส่วนตัวจะกลับไปซ่อมพัดชีวิตใหม่ ก็ไม่รู้จะใช้การได้เหมือนเดิมรึเปล่า โชตะนามองพระสวามีอย่างหักห้ามใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/271.jpg)




บนสวรรค์ พระอิศวรและมาตุลีเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม “พระองค์เสด็จลงไปขัดขวางเพื่อให้เหตุการณ์เปลี่ยนไปใช่มั้ยพระเจ้าค่ะ”
“ใช่ และอีกไม่นานเราก็ต้องลงไปเพื่อชดใช้ความผิด”  มาตุลีขอตามเสด็จ “อย่าเลย มาตุลี เพราะว่าลงไปครั้งนี้เราลงไปอย่างมนุษย์ธรรมดาคนนึง ไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆ เราเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ” แต่มาตุลีก็ยังยืนยันคำเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง พระอิศวรตรัสขอบใจอย่างซาบซึ้ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/272.jpg)




โชตะนามาที่ถ้ำ มีทหารสองตนยืนเฝ้าอยู่ ล่าสันถามว่าไม่ได้ไปตามหาผึ้งเหรอ พวกมันบอกไล่ต้อนจนผึ้งเข้าถ้ำแล้ว แล้วก็เฝ้าอยู่เนี่ย กลัวมีใครมาเอาไปอีก
โชตะนาชมที่ทำดี และให้ล่าสันกับทหารคอยอยู่ข้างนอก ตนกับนางกำนัลเข้าไปในถ้ำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/273.jpg)




โชตะนาคิดไม่ตกว่าจะเอาหัวใจซ่อนไว้ในผึ้งต่อไป หรือเอากลับมาใส่ไว้ในตัวดี นางตัวเล็กกับตัวน้อยก็ดันตอบไปคนละอย่าง ตัวเล็กว่าเอาไว้ในนี้ศัตรูจะได้ทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยเกิดไรขึ้นจะได้แก้ไขทัน
ตัวน้อยว่าถ้าดีขนาดนั้นแล้วทำไมองค์เหนือหัวถึงพลาดได้ล่ะ “ตัวน้อยคิดว่าหัวใจควรจะอยู่กับตัวผู้เป็นเจ้าของนะเพคะ เพราะถ้าถึงคราวตายไม่ว่าหัวใจจะไปอยู่ที่ไหนก็ตายเพคะ”
ตัวเล็กจะค้าน “พอ เราตัดสินใจแล้ว หัวใจก็ควรจะอยู่กับตัวผู้ที่เป็นเจ้าของเสมอ ใจกับกายก็ควรจะไปด้วยกัน ตัวน้อยเจ้าออกไปบอกล่าสันให้กลับไปดูแลบ้านเมืองก่อน หลังจากที่ข้าทำพิธีนำหัวใจกลับมาไว้ในตัวแล้ว ข้าจะกลับไป”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/274.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 10:48:19 AM
สุระผัดและนันทะเสนพามณีกับพิรุณเดินทางเหาะมาจนกระทั่งถึงนครอุดมในที่สุด (น่าจะผ่านมาหลายเดือนแล้ว)  ประชาชนค้าขายอยู่ดีกินดี
“นี่น่ะเหรอจ๊ะ บ้านของแม่ ใหญ่โตดีจังเลย เราเข้าไปหาพ่อกันเถอะจ้ะ”
“เดี๋ยวก่อนลูก แม่ไม่อยากให้วิ่งพรวดพราดเข้าไปแบบนี้” มณียังคิดเจ็บแค้นอยู่ งั่งว่ากลัวอะไร มีพวกตนอยู่แล้วก็ทะเลาะกับนันทะเสนนิดหน่อย
สุระผัดบอกว่า “ข้านึกออกแล้ว นันทะเสน เราจะต้องพาน้องมณีเข้าเมืองอย่างมีศักดิ์ศรี” พิรุณถามว่าศักดิ์ศรีคืออะไร สุระผัดตอบเดี๋ยวหลานก็รู้เอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/275.jpg)




อยู่ๆ ก็เกิดมีปราสาทราชวังปรากฏขึ้นราวเนรมิตที่ข้างหน้าประตูวัง ทหารและประชาชนเห็นเข้าก็แตกตื่นไปมุงดูกัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/276.jpg)




เรื่องที่อยู่ๆ ก็มีเมืองใหม่ผุดขึ้นมาลือกระฉ่อนไปทั่วจนทุกฝ่ายในวังทั้งฝ่ายดีฝ่ายร้ายต่างพากันไปมุงดู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/277.jpg)




ทุกคนต่างพากันมาดูเมืองใหม่ที่ปรากฏขึ้นอย่างอัศจรรย์ใจ อำมาตย์อาจองกราบทูลว่าไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ต้องรีบกำจัดโดยเร็ว แต่อำมาตย์เดชาให้รอดูก่อนเพราะต้องมีคนอาศัยอยู่แน่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/278.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 10:51:35 AM
คุณท้าวผกา ฝ่ายทัศนีย์บอกคนอะไรจะทำได้อย่างนั้น เป็นตายก็ไม่ใช่คนหรอก ทัศนีย์เห็นด้วย ท้าวตรีภพถามอำมาตย์อาจองว่าคิดจะทำยังไง “เผามันเลยพระเจ้าค่ะ เผาให้สิ้นซาก”
“ตกลงท่านรีบไปจัดการ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/279.jpg)




ฝ่ายพวกมณีเตรียมรับมือกับการต้อนรับของท้าวตรีภพอยู่แล้ว ในขณะที่อำมาตย์อาจองและหมื่นมิตรคุมทหารมาเตรียมสุมไฟ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/280.jpg)




แต่แล้วอยู่ๆ ฝนก็ตกลงมาดับไฟจนหมด อำมาตย์อาจองต้องล่าถอยกลับมา คิดว่ามันคงไม่ธรรมดาแล้ว “น้องกลัวเพคะเจ้าพี่”
ท้าวตรีภพกำลังเครียด “กลัวก็กลับเข้าไปข้างในก่อน”  แล้วให้คุณท้าวพาทัศนีย์กลับตำหนัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/281.jpg)




อำมาตย์อาจองเสนอให้ใช้กำลังทหารเลย อำมาตย์เดชาค้านว่าไฟยังทำอะไรไม่ได้เลย เปลืองกำลังเปล่าๆ แล้วก็ค้านกันไปมา แต่ตอนนี้ท้าวตรีภพก็เชื่อคำแนะนำของอำมาตย์อาจองมากกว่า อนุมัติให้ใช้กำลังทหารจู่โจมได้ แต่ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็รอดูท่าทีอย่างที่อำมาตย์เดชาบอก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/282.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 01:37:19 PM


ทหารใช้ท่อนซุงพังประตูก็พังไม่ได้ ใช้บันไดพาดก็มีมนตรากั้นไว้เข้าไปไม่ได้ ท้าวตรีภพเห็นว่าทำอะไรไม่ได้ จึงสั่งให้อำมาตย์เดชาจัดกำลังรอบกำแพง ถ้ามีอะไรผิดปกติให้ไปรายงานทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/283.jpg)





เมื่อกลับเข้ามาในตำหนัก ทัศนีย์ก็รีบถาม “เราไม่มีทางรู้เลยว่ามีอะไรอยู่ข้างในนั้น นอกจากคนในนั้นจะปรากฏตัวออกมาเอง” สองคุณท้าวเสริมสีตีไข่แล้วก็เถียงกันเอง จนทัศนีย์ไล่ออกไปด้วยความรำคาญ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/284.jpg)




เมื่อออกไปกันแล้ว ทัศนีย์ก็ปลอบใจอย่ากังวลเพราะเชื่อว่าพ่อของตนจัดการได้ ท้าวตรีภพบอกว่าอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่เรื่องนี้มันไม่ธรรมดา ทัศนีย์เสนอให้หาคนดีมีฝีมือมาปราบ คงหาไม่ยากหรอก ท้าวตรีภพคิดตาม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/285.jpg)





ตกกลางคืนมีเวรยามเฝ้าดูเหตุการณ์หน้าเมือง อยู่ๆ ประตูเมืองก็เปิดมีทหารชุดเขียวกรูกันออกมาประจันหน้า มีกระหังเป็นแม่ทัพ หมื่นมิตรเลยพาทหารถอยหนี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/286.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 01:42:08 PM
คุณท้าวต้องมาเคาะประตูเรียกท้าวตรีภพและทัศนีย์กลางดึก บอกว่าอำมาตย์อาจองขอเข้าเฝ้าด่วน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/287.jpg)




ท้าวตรีภพออกมาเจอทหารประจันหน้ากัน หมื่นมิตรกราบทูลว่ามีกระหังด้วย แล้วก็ชักรอกคุณหนำเลี๊ยบแลบลิ้นปลิ้นตา ทัศนีย์กรีดร้องอย่างหวาดกลัว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/288.jpg)





งั่งกระโดดลงมาทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรี ทัศนีย์กรีดร้องกรี๊ด ท้าวตรีภพเลยไล่กลับไป ทัศนีย์ไม่พอใจที่ถูกต่อว่าท่ามกลางข้าราชบริพารแต่ก็กลัวกระหังเลยรีบกลับตำหนัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/289.jpg)





ท้าวตรีภพประกาศถามว่าเจ้าต้องการอะไร งั่งก็ลีลาไปเรื่อย บอกว่ามาแทนนาย อำมาตย์อาจองถามว่าใครเป็นนาย งั่งไม่ตอบ แต่พูดเป็นเชิงขู่ว่าใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลตอบแทน ก่อนจะบินกลับไป ท้าวตรีภพไม่เข้าใจที่งั่งพูด แต่อำมาตย์อาจองชักร้อนๆ หนาวๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/290.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 01:55:03 PM
คืนนั้น มณียังไม่นอนนั่งเหม่อลอย พิรุณตื่นขึ้นมาเห็นก็ถาม “แม่นึกอะไรเหรอจ๊ะ”
“เปล่าหรอกลูก แล้วลูกล่ะยังไม่หลับเหรอ”
“เอ่อ ลูกแค่ตื่นเต้นที่จะได้พบพ่อ”  มณีฟังแล้วไม่ตอบอะไร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/291.jpg)





“แม่ยังโกรธพ่ออยู่เหรอจ๊ะ” มณีเลี่ยงไปพูดอีกเรื่อง
“ต้องเรียกเสด็จพ่อนะลูก เสด็จพ่อทรงเป็นกษัตริย์ปกครองบ้านเมือง”
“งั้นก็ต้องเรียกเสด็จแม่ด้วยใช่มั้ยจ้ะ”
“เรียกแม่เฉยๆ ก็ได้จ้ะ”
“ไม่เอาถ้าเรียกเสด็จพ่อก็ต้องเรียกเสด็จแม่ด้วย” มณีบอกจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ไปนอนได้แล้ว พิรุณยอมไปนอน มณีห่มผ้าให้
พิรุณยังถาม “แล้วพรุ่งนี้ลูกจะได้พบเสด็จพ่อใช่มั้ยจ้ะ”
“อันนี้ลูกก็ต้องถามท่านลุงทั้งสองของลูกดูเองนะ หลับตาได้แล้วจ้ะ”  

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/292.jpg)





พิรุณหลับตาแต่ยังไม่หลับ “นั่นแน่ แม่ยังมองอยู่นะ”
“แม่นอนด้วยสิจ๊ะ ถ้าแม่ไม่นอนลูกก็ไม่หลับ” มณีก้มลงจุมพิตหน้าผากลูกแล้วนอนลงข้างๆ “ทีนี้หลับได้แล้ว แม่จะได้นอนด้วย” แล้วสองแม่ลูกก็หลับไปด้วยกัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/293.jpg)





ขณะเดียวกัน ท้าวตรีภพเครียดจนนอนไม่หลับ ในขณะที่ทัศนีย์เกิดนิมิตร้ายขึ้นมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/294.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 21, 2010, 02:27:56 PM
คิดถึงน้องเก้า   น่ารักแบบนี่พี่รับเลี้ยง  เด็กน่ารัก

เนื้อเรื่องขุดมาดูจนรู้หมดทุกรูขุมขน  เลยไม่อ่านล่ะแต่มาให้กำลังใจคนเล่า   >:D
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 04:42:51 PM


คิดถึงน้องเก้า   น่ารักแบบนี่พี่รับเลี้ยง  เด็กน่ารัก

เนื้อเรื่องขุดมาดูจนรู้หมดทุกรูขุมขน  เลยไม่อ่านล่ะแต่มาให้กำลังใจคนเล่า   >:D

ประมาณว่าถ้ามีแข่งแฟนพันธุ์แท้เทพสามฤดู  พี่โบว์เบนซ์ชนะเลิศค่ะ
 ;D





ในนิมิตนั้นว่าตนเองเดินอยู่ในอุทยาน และเอื้อมเก็บดอกหางนกยูงลงมา แต่แล้วก็มีกระหังป่าบินลงมา บนหลังมีเด็กชาย (พิรุณ) นั่งมาด้วย ทัศนีย์กรีดร้องตกใจวิ่งหนี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/295.jpg)





เด็กคนนั้นก็ยังสั่งให้กระหังบินตาม พิรุณกระโดดลงจากหลังงั่ง งั่งบินมาโฉบทัศนีย์ลอยขึ้นฟ้า นางร้องสั่งให้ปล่อย งั่งก็ปล่อยตกลงมาจากอากาศ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/296.jpg)




ทัศนีย์สะดุ้งตื่นขึ้นมาตกใจ ขวัญผวากอดท้าวตรีภพไว้แน่น จนต้องปลอบให้สงบสติอารมณ์ ทัศนีย์รู้ว่าฝันไปก็โล่งอก ทัศนีย์ว่าไม่ตามเจ้าพี่ออกไปจนเห็นผีนั่นเลย (ตัดไปหน่อยนึงอ่ะ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/297.jpg)





รุ่งเช้าท้าวตรีภพปรึกษากับอำมาตย์ทั้งสองอยู่ในท้องพระโรง ไม่รู้ว่าพวกมันต้องการอะไรกันแน่ หมื่นมิตรมากราบทูลว่ามีตัวประหลาดมาขอเข้าเฝ้า อำมาตย์อาจองว่าบังอาจ ไล่มันไป หมื่นมิตรว่ามันเป็นตัวแทนของคนในเมืองประหลาดนั่นมาเจรจา ท้าวตรีภพอนุญาตให้ไปพาเข้ามา
นันทะเสนกระโดดหยองแหยงเข้ามาสร้างความแตกตื่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/298.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 04:48:58 PM

และเพื่อให้มีเกียรติเท่าเทียม นันทะเสนก็เลยเสกหางของตัวเองออกมายาวขดยันตัวให้สูงเท่ากับบัลลังก์ของท้าวตรีภพ อำมาตย์เดชาตวาดว่าไม่ใช่มนุษย์ทำไมจึงกล้านั่งเทียบองค์เหนือหัว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/299.jpg)




นันทะเสนย้อนว่า องค์เหนือหัวของเจ้าไม่ใช่ของข้า ทำไมจะนั่งอย่างนี้ไม่ได้ เอาความจริงจะนั่งให้สูงกว่านี้ด้วยซ้ำ อำมาตย์ทั้งสองจะเรียกทหารมาจัดการ แต่ท้าวตรีภพห้ามไว้ “เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร”
“เอาอย่างนี้ท่านถามตรงๆ ข้าก็จะตอบตรงๆ คืออย่างนี้เจ้านายของข้าเนี่ย ได้ข่าวมาพระองค์มีพระมเหสีที่ทรงสิริโฉมงดงามมาก เจ้านายของข้าอยากจะได้ จึงส่งข้ามาสู่ขอนางท่านจะให้มั้ย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/300.jpg)




ท้าวตรีภพเดือดดาล “บังอาจ กลับไปบอกเจ้านายของเจ้า ไปตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาตัวเองซะบ้าง แล้วเราจะไม่มีวันยกนางให้กับใครเป็นอันขาด”
นันทะเสนถามแม้ว่าจะต้องแลกกับนครแห่งนี้ (อะไรประมาณนี้แหละ ฟังไม่ถนัด)
“แน่นอน!!”
“ดี!”  นันทะเสนหัวเราะชอบใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/301.jpg)




มณีรู้คำตอบก็ปลดปลงปนน้อยใจ “ช่างเถอะ ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ เราก็จะกลับ”
“กลับ? กลับไปไหนจ๊ะแม่ ในเมื่อบ้านของเราอยู่ที่นี่”
“โลกใบนี้กว้างใหญ่ที่พอให้เราแม่ลูกได้อยู่อาศัย”  
สุระผัดหันไปซัดนันทะเสนที่ไปเจรจาไม่สำเร็จ แล้วทะเลาะซัดกันไปมา มีงั่งคอยเป็นกรรมการ มณีกับพิรุณเลยเดินหนี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/302.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 21, 2010, 04:52:04 PM
พิรุณตามมาปลอบ “แม่อย่าเสียใจเลยนะจ๊ะ ใครไม่รักแม่ก็ช่าง พิรุณรักแม่คนเดียว รักที่สุดในโลกเลย”
“โถ พิรุณ”
“ถ้าแม่ยังรักพ่ออยู่ พิรุณก็จะไปชิงเอาพ่อมาคืนแม่ให้ได้”  มณีไม่ตอบแต่น้ำตาไหลพราก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/303.jpg)




“แม่ยังรักพ่ออยู่ใช่มั้ยจ๊ะ”  มณีไม่ตอบ พิรุณเอามือประคองหน้ามณีให้หันมามองตน “แม่ยังรักพ่ออยู่แน่ๆ เลย”
มณีตัดใจ “เราไปกันเถอะลูก ไปที่ไหนก็ได้”
“แต่พิรุณอยากเห็นพ่อ อยากรู้จักพ่อ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/304.jpg)




“ไหนลูกบอกว่าลูกรักแม่คนเดียวไงล่ะ”
“ใช่จ้ะ พิรุณรักแม่คนเดียว แต่...พิรุณก็อยากรู้จักพ่อเหมือนกัน”
“ไม่มีประโยคหรอกลูก เสด็จพ่อทรงปักพระทัยเชื่อว่าเราแม่ลูกเป็นคนไม่ดี พระองค์ทรงเชื่อคนอื่น”
“แต่พิรุณอยากจะลองดู ถ้าหากพ่อ เอ๊ย...เสด็จพ่อเป็นอย่างที่แม่บอก เราก็จะไปจากที่นี่ทันที นะจ๊ะแม่” พิรุณอ้อนวอนจนมณีเริ่มใจอ่อน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/305.jpg)





นันทะเสนกับสุระผัดยังบีบคอกันไม่เลิก พิรุณเข้ามาห้ามทัพ “หยุดๆ! หยุดกันได้แล้ว สงสัยต้องฆ่ากันตายก่อนที่จะไปสู้กับพวกศัตรู”  
งั่งผสมโรงบอกห้ามแล้วห้ามอีก มันก็ยังสู้กันไม่เลิก งั่งล่ะอ่อนใจ คราวนี้ทั้งสุระผัดกับนันทะเสนแทคทีมกันโยนความผิดให้งั่งที่คอยยุดีนัก งั่งยั่วโทสะเลยโดนซัดกลับมาทีนึง งั่งหนีไปหลบหลังพิรุณ
 “หยุดๆ บอกให้หยุด ทุกคนอยากจะสู้กันเองหรืออยากจะช่วยหนู”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/306.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Vincent ที่ ธันวาคม 22, 2010, 04:13:55 PM
 :icon_sad: ชอบเรื่องนี้จังคะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 23, 2010, 12:45:27 AM
:icon_sad: ชอบเรื่องนี้จังคะ

เรื่องนี้นี่อยู่ในความทรงจำทุกคนจริงๆ  :icon_evil:



ทุกคนพร้อมใจกันช่วย งั่งสอพลอว่างั่งจงรักภักดีอยู่แล้ว“เอาล่ะๆ ถ้าจะทะเลาะกันน่ะกลับไปได้เลย แต่ถ้าจะช่วยหนูฟังทางนี้” แล้วพิรุณก็ว่าแผนการ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/307.jpg)





เมื่อมีการประชุมกัน ทัศนีย์ก็พูดเสียน่าสงสาร “เพื่อเจ้าพี่ เพื่อบ้านเพื่อเมืองเพื่อราษฎร เพื่อทุกคน น้องขอเสียสละชีวิตเพคะ”  
ท้าวตรีภพตกใจ “ไม่ได้นะ พี่จะไม่ยอมให้น้องทำอย่างนั้นเป็นอันขาด” อำมาตย์อาจองยกยอลูกสาวตัวเอง “พระมเหสีเป็นสตรีที่กล้าหาญเสียสละเหลือเกินพระเจ้าค่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/308.jpg)





แล้วขุนนางฝ่ายอำมาตย์อาจองก็ยอกันเองขัดกับฝ่ายอำมาตย์เดชา อำมาตย์เดชาคิดว่าคงไม่มีวิธีการใดนอกจากระดมไพร่พลปกป้องบ้านเมืองอย่างสุดความสามารถ โดนอำมาตย์อาจองกัดว่าคิดได้แค่นี้เอง ท้าวตรีภพจึงให้อำมาตย์เดชาไปเตรียมไพร่พล

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/309.jpg)





คุณท้าวนางกำนัลฝ่ายมณีที่อยู่กันอย่างเงียบๆ พูดคุยกันเรื่องข้าศึกมาขอมเหสีทัศนีย์ “ไหมล่ะ ฉันว่าแล้วว่าเวรกรรมมีจริง”  คุณท้าวอีกคนว่ากลัวแต่องค์เหนือหัวจะไม่ส่งมเหสีทัศนีย์ออกไปแล้วประชาชนจะเดือดร้อน
“แหม อยากรู้จังเลยนะเจ้าคะ ว่าพวกที่มาขอพระมเหสีทัศนีย์เป็นใคร เค้าไม่รู้หรือยังไงว่าผู้หญิงคนนี้เนี่ยเป็นตัวอันตราย เข้าที่ไหนก็พินาศที่นั่นนะเจ้าคะ”  นางกำนัลอีกคนว่าพูดไรระวังบ้าง หน้าต่างมีหูประตูมีช่องนะ
คุณท้าว (คุณน้ำเงิน) บอก “หน้าต่างกับประตูมาแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/310.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 23, 2010, 12:49:06 AM
คุณท้าวฝ่ายทัศนีย์เดินเข้ามาหาเรื่องถามว่ากำลังนินทาอะไรกันอยู่  เห็นนะ คุณท้าวฝ่ายมณีว่าจัดดอกไม้กันอยู่ดีๆ ก็เข้ามาหาเรื่องเลยชวนกันย้ายหนี แสดงออกว่ารำคาญทั้งสองคุณท้าวเต็มทน คุณท้าวฝ่ายทัศนีย์ได้แต่เจ็บใจ จะไปทูลฟ้องตอนนี้ก็ไม่ได้ เพราะทัศนีย์กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ เลยอาฆาตแค้นไว้ว่ารอให้ศัตรูมันยกทัพกลับไปให้หมดก่อนเถอะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/311.jpg)




คืนนี้ทัศนีย์ก็ฝันอีกว่าเดินอยู่ที่ไหนไม่รู้ พลางเรียกหาเจ้าพี่กับท่านพ่อ แต่ก็ไม่พบใครเลย พลันมีแสงอะไรพุ่งลงมาแล้วกลายเป็นดวงวิญญาณสีเขียวลอยลิ่วไล่ตาม
ทัศนีย์วิ่งหนีสุดชีวิต วิญญาณนั้นพุ่งมาดักหน้าแล้วก็บีบคอทัศนีย์ (วิญญาณมีท่อนล่างเหมือนปลาหมึกด้วยอ่ะ 55+)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/312.jpg)





ทัศนีย์สะดุ้งตื่น เรียกหาเจ้าพี่ แต่กลับไม่พบท้าวตรีภพที่นอนอยู่ข้างๆ กัน เมื่อออกมาถามมหาดเล็กข้างนอกก็บอกว่าองค์เหนือหัวไม่ได้เสด็จออกมา ทัศนีย์โวยวายจะสั่งโบยที่ไม่มีใครเห็นแล้วสั่งให้มหาดเล็กออกไปตามหา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/313.jpg)





ฝ่ายท้าวตรีภพถูกนันทะเสนลักพาตัวมา สุระผัดเข้ามาจ้องแล้วแอบคิดในใจอย่างเคืองๆ ‘รูปงามอย่างนี้นี่เอง น้องมณีถึงไม่มองข้าเลย’ ไอ้งั่งก็ไม่คิดอะไรนอกจากน่ากิน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/314.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 23, 2010, 12:51:38 AM
นันทะเสนสั่งให้ถอยออกมาให้หมด เพื่อที่จะคลายมนต์สะกด นันทะเสนคลายมนต์แล้วท้าวตรีภพก็ได้สติ ตื่นมาพบตัวประหลาดนานาพันธุ์ก็ตกใจ เรียกหาทัศนีย์คิดว่าตัวเองฝันไป ตัวประหลาดเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท้าวตรีภพรีบวิ่งไปที่ประตูแต่แล้วประตูก็ปิดไร้ทางออก  สุระผัดขู่ด้วยความสะใจว่าถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็หนีไปไม่ได้หรอก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/315.jpg)





“ปล่อยเราไปนะ ถ้าพวกเจ้าต้องการอะไรเราจะยกให้ทั้งหมด” นันทะเสนหัวเราะเยาะเย้ย “นี่ ข้าน่ะมีมากกว่าพระองค์ด้วยซ้ำ”  แล้วก็ล้อเลียนท้าวตรีภพกันสนุกปาก
ท้าวตรีภพถามว่าต้องการอะไรกันแน่ “วันนั้นข้าก็บอกไปแล้วว่า เจ้านายของข้าต้องการพระมเหสีทัศนีย์”
“แล้วเจ้านายของเจ้า เป็นใคร”
“เราเอง!!”  มณีและพิรุณเดินออกมา ท้าวตรีภพตะลึง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/316.jpg)





แม้จะเห็นด้วยตาตนเอง แต่ท้าวตรีภพก็ยังไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง ยังคิดว่าฝันไปอยู่ที่เห็นมณีมายืนอยู่ตรงหน้า พิรุณและมณีมองหน้ากัน คืนนี้ตัดสินแล้วว่าจะจากไปหรือไม่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/317.jpg)






อำมาตย์เดชากลับมารายงานทัศนีย์ว่าตามหาองค์เหนือหัวไม่พบ หมื่นมิตรก็หาไม่พบเหมือนกัน ทัศนีย์ร้อนใจคิดว่าต้องพวกตัวประหลาดแน่ๆ
คุณท้าวฝ่ายมณีรีบมาเพราะได้ยินว่าองค์เหนือหัวหายไป คุณท้าวฝ่ายทัศนีย์เลยกัดว่าไม่มาถามพรุ่งนี้เลยล่ะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/318.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 23, 2010, 12:54:21 AM

คุณท้าวฝ่ายมณีร้องไห้เสียใจหวาดกลัว ทัศนีย์รำคาญบอกให้ไปร้องที่อื่น แล้วหันไปสั่งอำมาตย์อาจองว่าจะทำไรก็รีบทำลูกยิ่งกลุ้มใจอยู่ แล้วก็ให้เอาทหารมาเฝ้าด้วยเดี๋ยวตัวประหลาดมาเอาลูกไปอีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/319.jpg)





“จริงหรือ มณี” ท้าวตรีภพถามย้ำหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเทพสามฤดู “พระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่พระทัยเถอะเพคะ”
“มันก็...อืม...เป็นเรื่องที่เชื่อยากอยู่เหมือนกันนะ โดยเฉพาะที่น้องบอกว่า เด็กคนนี้เป็นคนๆ เดียวกับเด็กยักษ์นั่น” ทั้งนันทะเสน สุระผัด และงั่งต่างยืนยันเป็นเสียงเดียว
โดยเฉพาะงั่งได้รับมอบหมายจากพระฤาษีโคดมให้ดูแล พระโอรส พระธิดาทั้งสาม ท้าวตรีภพยังงุนงงไม่อยากเชื่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/320.jpg)




“เสด็จพ่อทรงเชื่อเถอะจ้ะ หนูเป็นลูกของเสด็จพ่อจริงๆ ทั้งหนูทั้งเสด็จแม่ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโกหกเสด็จพ่อเลยนะจ๊ะ” ท้าวตรีภพยังไม่ปักใจเชื่อจึงแบ่งรับแบ่งสู้
“ขอเวลาเราทบทวนอะไรอีกซักนิดเถอะ ทุกอย่างมันกระทันหันเหลือเกิน แล้วมันก็เป็นเรื่องที่...เหลือเชื่อมาก”
“พี่นันทะเสน พาองค์เหนือหัวกลับไปคืนซะเถอะ เราผิดหวังจริงๆ ที่อุตส่าห์บุกป่าฝ่าดงมาถึงที่นี่” มณีพูดอย่างตัดเยื่อใย แต่ท้าวตรีภพยังมองมณีอย่างมีเยื่อใย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/321.jpg)




บนวิมาน พระอิศวรเห็นทรงเฝ้ามองความเป็นไปทุกอย่าง มาตุลีว่าท่าจะยุ่งเหมือนกันท้าวตรีภพบทจะไม่เชื่อก็หาเหตุผลมาค้านได้สารพัด บทจะหูเบาลมพัดหวิวก็ปลิวว่อนแล้ว 
“ในเมื่อเค้าไม่เชื่อ เราก็ทำให้เชื่อสิ”
“พระองค์ไม่ทรงกลัวถูกติฉินนินทาหรือพระเจ้าค่ะว่าทรงออกนอกพระพักตร์มากจนเกินไป”
“ไหนๆ เราก็รับคำท้าพวกยักษ์ไปแล้วว่าเราจะลงไปพบพวกมันบนโลกมนุษย์โดยปราศจากพระเวทย์ทั้งปวง ฉะนั้นเราก็มีสิทธิ์ที่จะออกนอกหน้าได้อย่างเต็มที่”
แล้วพระองค์ก็ทรงบันดาลเพื่อให้ท้าวตรีภพเชื่อเสียที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/322.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 28, 2010, 11:41:11 AM
ท้าวตรีภพตะลึงงันเมื่อเห็นพิรุณเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นจินดาเมขลาและราหู มณีอมยิ้มที่สามารถพิสูจน์คำพูดตัวเองได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/323.jpg)




ท้าวตรีภพพูดไม่ออก เมื่อโอรสธิดาทั้งสามออกมาพร้อมกัน แล้วก้มกราบพระบาทก่อนจะรวมกลับเข้าร่างพิรุณเหมือนเดิม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/324.jpg)




“พิรุณ มาหาพ่อสิลูก” ในที่สุดก็เชื่อเสียที ท่ามกลางเสียงดีใจยกใหญ่ของตัวประหลาดทั้งสาม ท้าวตรีภพอ้าแขนกอดพิรุณที่เดินเข้ามา
ก่อนจะหันมาทางมณี “มณี...พี่...พี่ขอโทษนะ” สั่งให้เอาเค้าไปฆ่า แล้วเอ่ยแค่คำขอโทษคำเดียว มณียังทระนง “หม่อมฉันไม่อยากให้ทรงปักพระทัยเชื่อ จนกว่าจะได้พบหลักฐานมากกว่านี้เพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/325.jpg)





(ตัดไปหน่อยนึงอ่ะ เลยไม่รู้ว่าทัศนีย์พูดกับคุณท้าวเรื่องอะไร กาฬมาฉากนี้เลยละกัน) อำมาตย์เดช อำมาตย์อาจองและหมื่นมิตรให้ทหารตรวจตราตามหาองค์เหนือหัว อำมาตย์เดชาหันไปเห็นเงาตะคุ่มอยู่ใต้ต้นไม้ก็ถามว่าใคร เมื่อไม่ตอบ อำมาตย์อาจองกับหมื่นมิตรก็ตะคอกถาม แต่พอเห็นหน้าผู้ที่เดินออกมาชัดๆก็ตกใจถวายความเคารพแทบไม่ทัน ท้าวตรีภพเดินกลับขึ้นตำหนักไปโดยไม่ปริปากตอบคำถามใดๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/326.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 28, 2010, 11:48:04 AM
ทัศนีย์เห็นท้าวตรีภพกลับมาก็ดีใจ ตรงเข้าไปสวมกอดพลางถามว่าเสด็จไปไหนมา ท้าวตรีภพปลดมือออกตัดบท “นอนเถอะ”
 ทัศนีย์งง เข้าไปซบอิงถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรไป แต่ท้าวตรีภพก็ไม่แยแส ทัศนีย์เลยจำใจล้มตัวนอนข้างๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/327.jpg)




แม้ว่าจะเอื้อมมืดไปโอบกอดไว้ ท้าวตรีภพก็ดูไม่มีปฏิกริยาใดๆ ไม่เอ็นดูตนเหมือนก่อน ‘แปลก เจ้าพี่เป็นอะไร หรือว่าจะทรงมีพระสนมคนใหม่’ คิดแล้วก็ชักโมโหรีบผุดลุกไปหาความจริงทันที
ท้าวตรีภพมองตามทัศนีย์ที่เดินออกไปคิดในใจ “เราขยะแขยงเจ้าเหลือเกิน ทัศนีย์”
 (เป็นผู้ชายที่รักแรงเกลียดแรงจริงๆ พอหมดรักแล้วก็หมดสิ้นความอาลัยทุกอย่าง)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/328.jpg)




มหาดเล็กหน้าห้องโดนไล่เบี้ยอีกตามเคย ไม่ว่าทัศนีย์จะถามอะไรก็ไม่รู้อย่างเดียว“ไม่รู้! เจ้าไม่รู้ได้ยังไง เจ้านั่นเป็นคนดูต้นทางให้องค์เหนือหัว พอเราถามเจ้าก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็น”
มหาดเล็กยืนยันว่าไม่เห็นตอนเสด็จออกไป เห็นแต่ตอนกลับ “โกหก บอกมานะว่านางสนมคนใหม่เป็นใคร” ไม่ได้คำตอบอะไรเลย ทัศนีย์เลยขู่ทิ้งท้ายว่าถ้าจับได้ล่ะก็จะให้ลากลิ้นเจ้าออกมาตัดทิ้งซะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/329.jpg)





คืนนั้นมณีนอนคิดทบทวนเรื่องท้าวตรีภพที่แตกแรกไม่เชื่อง่ายๆ แต่แล้วเมื่อเห็นทั้งสามร่างก็เชื่ออย่างสนิทใจ (ถ้าเป็นกาฬคงจะไม่อยากเชื่อใจสามีแบบนี้ เพราะไม่รู้จะเกิดหูเบาเชื่อคนง่ายขึ้นมาเมื่อไหร่อีก)
ก่อนจะหันมากอดโอรสพิรุณที่เสมือนเป็นความหวังและสิ่งสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต พยายามข่มตาให้หลับลง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/330.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 28, 2010, 11:53:22 AM

รุ่งเช้า วรรษสันต์ล่วงเลยไป คิมหันต์มาแทนที่ (วนถอยหลังอีกแล้ว) พิรุณเปลี่ยนร่างเป็นราหู มณีเดินเข้ามาเห็นลูกเปลี่ยนร่างก็เกิดความคิดภูมิใจที่ได้กู้ศักดิ์ศรีให้ลูกด้วย
“ลูกของแม่ออกจากเมืองในร่างของยักษ์ราหู วันนี้ลูกก็จะกลับเข้าเมืองในร่างของยักษ์ราหูเช่นกัน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/331.jpg)




ราหูตื่นมาหาวววว บิดขี้เกียจ หันมามองมณียิ้มๆ “แม่จ๋า แม่ตื่นนานแล้วเหรอจ๊ะ”
“ไปล้างหน้าล้างตาซะนะลูก แล้วเดี๋ยวเราจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อด้วยกัน”
ราหูลุกขึ้นไปทันทีอย่างไม่เกี่ยงงอน มณีดีใจที่วันนี้ชีวิตจะหมดเคราะห์กรรมเสียที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/332.jpg)




ท้าวตรีภพประกาศกลางท้องพระโรงอย่างยินดี “วันนี้เป็นวันที่เรามีความสุขที่สุดในชีวิต เพราะเราได้คนที่เรารักกลับคืนมา” (ขนาดรักนะ ยังสั่งลอยแพสั่งประหารได้ลงคอ)
 ทุกคนงงงันเมื่อท้าวตรีภพสั่งว่า “เข้ามาได้”
“พระมเหสีมณีกับพระโอรสราหูเสด็จแล้วพระเจ้าค่ะ” อำมาตย์อาจองกับหมื่นมิตรตัวสั่นงันงก ท้าวตรีภพรู้ทัน “มีอะไรเหรอ อำมาตย์อาจอง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/333.jpg)




อำมาตย์อาจองยังยืนกรานต่อไป “ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า ใครๆ ก็รู้กันว่าพระมเหสีมณีทรงคบยักษ์เป็นชู้จนคลอดลูกออกมาประจานความผิด แล้วองค์เหนือหัวจะทรงรับเลี้ยงดูอีกหรือพระเจ้าค่ะ”
ท้าวตรีภพเกรี้ยวกราด “บังอาจ!!! อำมาตย์เดชาจับสองคนนี้ไปขังไว้แล้วรอคำสั่งประหารจากเรา!!” อำมาตย์เดชาให้ทหารลากตัวทั้งสองออกไป มณีมองอย่างขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและลูก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/334.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 28, 2010, 01:59:35 PM
ท้าวตรีภพเดินเข้ามาหามณีและราหูกอดประทับรับขวัญทั้งสองและกอดราหูไว้ด้วยความรัก (เพราะเห็นว่าเป็นลูกตัวจริงๆ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/335.jpg)




ทัศนีย์ยังไม่รู้ชะตากรรม คงเสวยสุขนั่งชิมเครื่องเสวยฝีมือคุณท้าวทั้งสองพลางวิจารณ์ต่างๆ นานา อำมาตย์เดชาก็นำกำลังทหารเข้ามาสั่งให้จับกุมตัวพระมเหสีและคุณท้าวทั้งสองไปขัง
 “อะไรกัน! พวกเจ้าเป็นแค่ทหารธรรมดา บังอาจมาแตะต้องตัวเรา ระวังจะโดนกุดหัวเจ็ดชั่วโคตร”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/336.jpg)




“ข้าพุทธเจ้าและทหารเหล่านี้ได้รับพระกระแสรับสั่งจากองค์เหนือหัวตรีภพพระเจ้าค่ะ”
“โกหก!!” ทัศนีย์ไม่เชื่อ แต่ก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ เมื่อถูกทหารลากตัวไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/337.jpg)




ทหารนำทัศนีย์มาขังไว้กับอำมาตย์อาจองที่กำลังซ้อมเอาเรื่องกับหมื่นมิตรที่ทำงานพลาด ทัศนีย์โวยวายจะเข้าเฝ้าท้าวตรีภพ อำมาตย์อางองบอกไม่มีประโยชน์หรอก ทัศนีย์ไม่เชื่อ
“ฟังพ่อนะ เวลานี้นางมณีกับลูกมันกลับมาแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/338.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 28, 2010, 02:03:21 PM
“อะไรนะ ก็ไหนท่านพ่อบอกว่าหมื่นมิตรเอาหัวใจมันมาดูแล้วไง” อำมาตย์อาจองโมโหมากที่หมื่นมิตรโกหก
ทัศนีย์นิ่งงันไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์ยังไงดี พวกคุณท้าวโวยวายน่ารำคาญ ทัศนีย์อาฆาต “เราคนนึงล่ะที่ไม่ยอมตายเหมือนหมาตัวนึงหรอก!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/339.jpg)




ชัยชนะกลับมาที่มณีอีกครั้ง คุณท้าวฝ่ายมณีรีบมาเข้าเฝ้าด้วยความปลาบปลื้มใจ“เราขอบใจทุกคนมากนะ ที่เชื่อใจเรามาโดยตลอด...แต่เพื่อเป็นการยืนยันในความสบายพระทัยของเจ้าพี่ เราจะขอลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์”
ท้าวตรีภพตกใจ “ไม่ต้องหรอก พี่ไม่ได้คิดติดใจเรื่องนั้นอีกแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/340.jpg)



“เสด็จแม่” ราหูกอดมณีไว้ด้วยความเป็นห่วง “อย่าทรงเป็นห่วงเลยเพคะ ราหูด้วยลูก แม่มีความสุจริตใจเป็นเกราะกำบังอยู่แล้ว”
“มณี พี่เชื่อน้องแล้วพี่ไม่ต้องการที่จะให้มณีออกไปเสี่ยงอันตรายถึงขนาดนั้น เราเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาไม่เคยศึกษาพระเวทย์มาก่อน อาจจะเกิดอันตรายได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/341.jpg)




คุณท้าวก็กราบทูลทัดทาน“แต่เราทำไปก็เพื่อความสบายใจของตัวเราเองด้วย คุณท้าว” มณียังยืนยันคำเดิมจนท้าวตรีภพไม่รู้จะห้ามยังไง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/342.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: sk ที่ ธันวาคม 28, 2010, 05:51:52 PM
ง่า วันนี้มาเม้นเพื่อ....

เพื่อจะบอกว่ายังมีคนติดตามรออ่านนะคะ ถึงแม้ไม่ค่อยมาเม้นแต่ติดตามเสมอ วันนี้มาเพื่อให้กำลังใจ
สู้ๆนะค่ะ อย่าท้อ มีคนรออ่านอยู่แน่นอนค่ะ

คิดถึงนะคะพี่กาฬ 555++
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ ธันวาคม 30, 2010, 07:22:32 PM
 “ลูกของแม่ออกจากเมืองในร่างของยักษ์ราหู วันนี้ลูกก็จะกลับเข้าเมืองในร่างของยักษ์ราหูเช่นกัน”  ชอบประโยคนี้จังเลย ดูกี่รอบพอถึงตอนนี้ทีไร ได้ฟังประโยคนี้แล้วรู้สึกเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เนอะ แบบว่า....อธิบายไม่ถูกอ่ะ แต่รู้สึกดีอ่ะ
เอ่อ...พูดเรื่องการเปลี่ยนฤดู แบบบางทีก็งงๆนะ บางทีต้องมานึกงัย เอ คิมหันต์ เหมันต์ อะไรหน้าร้อน อะไรหน้าหนาว แบบว่าเราจำผิด หรือเค้างงๆอ่ะ  ขำๆดี



อืมนานๆเข้ามาทีจุใจจิงๆ เห็นท้าวตรีภพแล้วนึกถึงตอนเล่นเป็นพระรถเสน (ที่เล่นคูกับสินี หงษ์มานพอ่ะ) โห...ตอนนั้นนะ หล่อมากกกกกกก
พี่อ่ะชอบมากเลยนะ  น้องกาฬโตทันได้ดูป่าวเอ่ย
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 01:55:01 AM
ขอบคุณมากจ้า  แล้วแวะมาอ่านบ่อยๆ นะ  :icon_evil:


“ลูกของแม่ออกจากเมืองในร่างของยักษ์ราหู วันนี้ลูกก็จะกลับเข้าเมืองในร่างของยักษ์ราหูเช่นกัน”  ชอบประโยคนี้จังเลย ดูกี่รอบพอถึงตอนนี้ทีไร ได้ฟังประโยคนี้แล้วรู้สึกเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เนอะ แบบว่า....อธิบายไม่ถูกอ่ะ แต่รู้สึกดีอ่ะ
เอ่อ...พูดเรื่องการเปลี่ยนฤดู แบบบางทีก็งงๆนะ บางทีต้องมานึกงัย เอ คิมหันต์ เหมันต์ อะไรหน้าร้อน อะไรหน้าหนาว แบบว่าเราจำผิด หรือเค้างงๆอ่ะ  ขำๆดี



อืมนานๆเข้ามาทีจุใจจิงๆ เห็นท้าวตรีภพแล้วนึกถึงตอนเล่นเป็นพระรถเสน (ที่เล่นคูกับสินี หงษ์มานพอ่ะ) โห...ตอนนั้นนะ หล่อมากกกกกกก
พี่อ่ะชอบมากเลยนะ  น้องกาฬโตทันได้ดูป่าวเอ่ย


หวัดดีค่ะ พี่ viki คิดถึงนะเนี่ย  มาแป๊บๆ แล้วหายไปนานเลย
แหะๆ  กาฬติดคำสวย 
คิมหันต์ - หน้าร้อน
เหมันต์  - หน้าหนาว
วรรษสันต์ - หน้าฝน
แต่เค้าคงจะพยายามเขียนให้ลงบทน่ะค่ะ  ฤดูเลยเดินถอยหลัง   :icon_rolleyes:


เอ่อ  ท้าวตรีภพเล่นพระรถเสนคู่กับสินี หงษ์มานพ  เหมือนกาฬจะเกิดไม่ทันแฮะ
มันเล่นปีอะไรคะ  แต่กาฬเคยเห็น เคยดูเพลงไตเติล ว่าจะหามาดูเหมือนกันว่าจะอารมณ์เหมือนดูเวอร์ชั่นพี่บอยเปล่า
 :icon_smile:




ราหูนั่งเครียดเป็นห่วงเสด็จแม่อยู่กับท่านลุงทั้งสองและงั่ง ราหูบอกไม่อยากให้ทำงั้นเลย เสด็จแม่เป็นมนุษย์ธรรมดาแล้วให้ท่านลุงทั้งสองช่วยได้มั้ย สุระผัดกลัวว่าถ้ามณีรู้ต้องโกรธแน่ๆ นันทะเสนก็เชื่อว่าสุจริตคือเกราะกำบังจากอันตรายทั้งปวง งั่งว่าสุจริตมันมีตัวตนที่ไหน เกิดพระมเหสีถูกย่างไม่กลายเป็นว่าเป็นคนไม่ดีหรอกเหรอ เลยโดนเบิ๊ดกระโหลกไปฉาดใหญ่ สุระผัดบอกว่าถ้าหลานไม่สบายใจเดี๋ยวไปที่พิธีด้วย เกิดไรขึ้นจะได้ช่วยได้ทัน งั่งขอไปด้วยคน ราหูเลยบอกให้สำรวมห้ามทำหน้าตาอยากกินใครไม่งั้นเดี๋ยวโดนเก้าอี้จู้จี้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/343.jpg)




ปะรำพิธีลุยไฟถูกตั้งขึ้น ราหูขอให้แม่ปลอดภัย “ถ้าเราเป็นคนดี ก็จงอย่ากลัวอะไรนะลูก จำเอาไว้”
“แต่พี่ไม่ต้องการให้มณีทำแบบนี้นะ” ท้าวตรีภพยังคงคัดค้าน แต่ก็ไร้ผล “หม่อมฉันทราบเพคะ แต่มันเป็นความประสงค์ของหม่อฉันเอง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/344.jpg)



มณีเดินเข้าไปใกล้กองไฟท่ามกลางความลุ้นและเป็นห่วงของทุกคน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/345.jpg)




เมื่อเข้าใกล้ไฟก็รู้สึกร้อน น่าหวาดหวั่น แต่มณีก็เชื่อมั่นในความดีของตนเอง ตั้งจิตอธิษฐาน
ด้วยเดชะความดีเป็นที่ตั้ง
สุจริตเกราะกำบังดังขานไข
จึงร้อนอาสน์อิศราบนฟ้าไกล
ประทานให้ไฟเย็นเห็นความดี
ทุกย่างก้าวไปไม่รุ่มร้อน
โฉมบังอรงามสง่ามีราศี
ทุกสายตาแลหวนทวนยินดี
เห็นเป็นที่อัศจรรย์กันทั่วไป


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/346.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:09:13 AM
ทหารที่จงรักภักดีต่อฝ่ายทัศนีย์เข้าปล้นคุกฆ่าทหารยามตายหมดแล้วไขกุญแจให้พวกทัศนีย์และอำมาตย์อาจองหนีออกไปได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/347.jpg)




ทุกคนกำลังยินดีกับการพิสูจน์ตัวเองของมณี ท้าวตรีภพตรัสว่า “ถึงแม้น้องมณีจะไม่ได้ลุยไฟพิสูจน์พี่ก็ไม่ได้คลางแคลงใจอะไรเลยนะ”
มณีขอบคุณแต่มันก็เป็นความพอใจของตนเองด้วย “แม่ของราหูเก่งที่สุดเลย”
นันทะเสนเห็นว่าสมควรแล้ว จึงขอลากลับ สุระผัดก็เห็นด้วย “พี่ก็เหมือนกัน พี่ก็ต้องไป พี่ขอให้น้องมณีมีความสุขมากๆ แล้วก็หลานรักของลุงด้วย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/348.jpg)




“แล้วท่านลุงไม่ลาเสด็จพ่อของหลานเหรอจ๊ะ” ราหูถามอย่างไร้เดียงสา สุระผัดหน้าตึง “ไม่หรอกจ้ะ ลุงบอกตรงๆ ลุงไม่ค่อยชอบขี้หน้า” งั่งเข้ามาแทรกกลางอยากได้คำร่ำลาบ้าง เลยโดนศอกถองกันเข้าไปคนละข้าง
ท้าวตรีภพไม่ถือโกรธ “เอาละ ถึงแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ค่อยชอบหน้าเราแต่เราก็ต้องขอขอบใจที่ท่านให้การช่วยเหลือลูกเมียเราโดยดี” นันทะเสนกับสุระผัดทำหูทวนลมไม่ได้ยินไม่รับฟัง “ไปกันเถอะ นันทะเสน ยิ่งอยู่ยิ่งแสลงใจ” ง่า แอบสงสารอุตส่าห์รักมณี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/349.jpg)




ก่อนจะไปมณีรีบเอ่ยอำลา “น้องขอให้พี่ทั้งสองโชคดีนะจ๊ะ” ทีกับมณีล่ะรับคำหวานเชียว แล้วก็เหาะไป เหลือแต่งั่งตะโกนบอกให้กลับมาเยี่ยมกันบ้างน้า ทุกคนมีความสุขที่เรื่องราวลงเอยด้วยดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/350.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:12:10 AM
ทหารฝ่ายทัศนีย์เตรียมเรือให้หนี และออกจากเมืองไปเรียบร้อยอย่างง่ายดาย ทหารที่มาเปลี่ยนเวรยามมาพบแต่คุกเปล่าและทหารนอนตายอยู่ จึงรีบไปรายงานอำมาตย์เดชา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/351.jpg)




ท้าวตรีภพให้ส่งทหารไปตามจับตัวกลับมาให้ได้ อำมาตย์เดชารับพระกระแสรับสั่งไปจัดการตามนั้น มณีสงสารขอร้องว่าถ้าเค้าหนีไปแล้วก็เลิกแล้วต่อกันเถอะ ไม่อยากให้เป็นเวรเป็นกรรมกันต่อไป
“ไม่ได้หรอก มณี ถ้าเราปล่อยพวกนั้นไปก็เท่ากับเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า ซักวันนึงพวกมันก็ต้องกลับมาทำลายเราจนได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/352.jpg)




มณีกังวลใจ ท้าวตรีภพเห็นดังนั้นจึงเอ่ยปลอบ “ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า คนทำผิดก็ย่อมได้รับโทษเป็นธรรมดา...เออแล้ว นี่ลูกราหูอยู่ที่ไหนล่ะ” มณีบอกว่าอยู่กับพวกคุณท้าว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/353.jpg)




คุณท้าวแต่งองค์ทรงเครื่องให้ราหู (ซึ่งก็ชุดเดิมไม่ใช่เหรอ) แล้วชมว่างามเหลือเกิน อีกคนกระซิบ “เสียอย่างเดียวมีเขี้ยว”
ราหูเลยแฮ่ใส่ซะเลย แฮ่ทีนางกำนัลที่ยกผลไม้มาตกใจล้มลุกคลุกคลานกันหมด คุณท้าวต่อว่าดัดจริตกรี๊ดกร๊าดกันจริงกลัวไรนักหนา ราหูเลยมาแฮ่ข้างๆ แกล้งเล่นซะเลย คุณท้าวตกใจตัวสั่นเลย 555+ บทราหูนี่น่ารักตั้งแต่เด็กแฮะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/354.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:16:13 AM
“บอกไม่ต้องกลัวก็ไม่ต้องกลัวซี่ ยังจะกลัวกันอีก” นางกำนัลบอกก็ทรงมีเขี้ยวนี่ ราหูชี้เขี้ยวตัวเอง
 “เนี่ยเหรอ เค้าเรียกว่าเขี้ยวเสน่ห์ ดูดีๆ ซี่ มีแล้วหล่อจะตาย” (จ้า หล่อจริงๆ จ้ะ เพราะกาฬรหัสย์ชอบน้องคนนี้มากเลย :o) แต่ยังไงก็ยังขยาดกลัวกันอยู่ดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/355.jpg)




ราหูก้มลงเก็บผลไม้ที่ตกอยู่ขึ้นมาชิมแล้วอร่อย คุณท้าวรีบเข้ามาห้ามไม่ให้เสวยของที่ตกไปแล้ว แล้วก็เข้าคอร์สสอนคำราชาศัพท์ นางกำนัลเลยบอกจะไปยกมาใหม่
“ไปเดี๋ยวนี้เลย หนูน่ะหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว แฮ่!!” ขู่ทีเดียววิ่งกันพล่านเลย รู้สึกราหูน้อยจะสนุกมากกับการที่ได้แกล้งคนแก่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/356.jpg)




(ตัดนิดหน่อยแต่เข้าใจ)อำมาตย์อาจองและหมื่นมิตรที่หนีรอดมาได้พักแรมอยู่กลางป่า นึกถึงโหรากับหมอหลวงที่ไม่โดนหางเลขไปด้วย อาจจะเอาตัวรอดไปเข้ากับทางนู้นแล้วก็ได้ อำมาตย์อาจองว่าถึงจะไปเข้ากับทางนู้นแต่ถ้าเราใช้งานมัน มันต้องทำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/357.jpg)




เอย...จะกลับกล่าวอมนุษย์สุดโหดร้าย
เดิมร่างกายเป็นโคถึกคึกหนักหนา
ละกิเลสจำศีลภาวนา
จนเทวาผู้มากประสาทพร
ให้ร่างกลับเป็นคนดลดวงจิต
ยิ่งเรืองฤทธิ์พิษพระเวทย์วิเศษสอน
สารพัดอวิชชาพาเดือดร้อน
เทพไม่กล้าต่อกรดังก่อนมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/358.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:21:38 AM
โคธรรพ์มีพาหนะเป็นนกใหญ่สีดำ (น่าจะเป็นภูติดำนะ) ออกจากถ้ำมาสำรวจพื้นที่เห็นคณะเดินทางก็เลยลงไปดูว่าอาจจะเป็นพวกพรานป่า เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ได้เห็นความงามของทัศนีย์จึงเกิดต้องตาต้องใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/359.jpg)




จึงเป่ามนต์สะกดให้ทุกคนหลับใหล แล้วเข้าไปพินิจทัศนีย์ใกล้ๆ “ยิ่งมองใกล้ๆ ก็ยิ่งสวย ไปอยู่กับข้าเถอะนะ” มีการโยนไม้เท้าขึ้นเก็บด้วย คือมันหายไปในอากาศอ่ะ แล้วก้มลงอุ้มทัศนีย์ ลักพาหายตัวไปทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/360.jpg)




โคธรรพ์พาทัศนีย์กลับมาที่ถ้ำก่อนจะคลายมนต์สะกด เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นว่าไม่ใช่ที่ๆ ตัวเองนอนอยู่แต่แรกซ้ำยังเจออมนุษย์ประหลาดก็ตกใจ “ไม่ต้องกลัวนะ ข้าน่ะไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”
“ท่านเป็นใครแล้วคนของเราอยู่ที่ไหน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/361.jpg)




“ทุกคนยังปลอดภัยอยู่ที่เดิม ข้าไม่ได้ทำอันตรายใคร เพราะข้าคิดแล้วว่าทุกคนจะต้องเป็นญาติพี่น้องของเจ้า ข้าชื่อโคธรรพ์”
ทัศนีย์ไม่สนใจโวยวายให้พากลับไปหาบิดาตนเอง โคธรรพ์หัวเราะเยาะอย่างผู้ร้ายมาก ทัศนีย์ก็ร้ายพอกัน ถามกลับว่าหัวเราะอะไร บอกให้พากลับไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/362.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:25:11 AM
“ข้าอุตส่าห์พาเจ้ามาถึงที่นี่แล้วมันเรื่องอะไรที่ข้าจะต้องพาเจ้าส่งกลับคืนไป เจ้าจะต้องอยู่กับข้าอยู่กับข้าที่นี่!” ทัศนีย์ไม่ยอมผลักโคธรรพ์ออกไปแล้ววิ่งหนี แต่โคธรรพ์ก็ดักหน้าไว้ได้
“ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าเจ้าจะต้องอยู่กับข้าที่นี่! หากเจ้าเป็นเมียผู้วิเศษโคธรรพ์ หากเจ้าอยากจะได้ดาวได้เดือน ข้าก็จะหามาให้”
“ไม่!! เราไม่ต้องการ เรามีสามีแล้ว” โคธรรพ์ย้อนถามว่าไหนล่ะสามี ทัศนีย์หนีไม่พ้นร้องไห้อ้อนวอนว่ากำลังทุกข์หนักปล่อยเราไปเถอะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/363.jpg)




“ก็อยู่กับข้าที่นี่ เป็นเมียของข้า แล้วเจ้าจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามที่เจ้าต้องการ” ทัศนีย์ไม่ยินยอมแต่ก็ไม่สามารถหนีรอดจากโคธรรพ์ได้ นางกรีดร้องแทบขาดใจเมื่อไม่สามารถสู้แรงอีกฝ่ายได้ ถูกกระทำย่ำยีให้เจ็บช้ำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/364.jpg)




รุ่งเช้า ทุกคนตื่นมาไม่พบทัศนีย์ก็รีบออกตามหาด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไร้ร่องรอย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/365.jpg)




ทัศนีย์ถูกโคธรรพ์ย่ำยีก็ร้องไห้คร่ำครวญว่าเวรกรรมอะไร เรียกหาท่านพ่อทั้งที่ไม่มีหวัง โคธรรพ์เอาหญ้า(?)มาให้กิน ทัศนีย์ถอยหนีด้วยความรังเกียจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/366.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:39:18 AM
โคธรรพ์ว่าเป็นเมียผู้วิเศษน่าจะดีใจนะ แล้วก็แกะผลไม้ป้อนอย่างเอาใจ (เมื่อกี้เห็นแต่ใบไม้) ทัศนีย์ปัดออกไปอย่างเกรี้ยวกราด โคธรรพ์เห็นกำลังโกรธๆ อยู่เลยไม่ง้องอน เดินออกไป ทัศนีย์ร้องไห้แล้วนึกได้มองหาทางหนี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/367.jpg)




เมื่อไม่เห็นโคธรรพ์ก็คิดหนี เดินลัดเลาะไปตามโพรงถ้ำจนออกมาถึงหน้าถ้ำ แต่แล้วความหวังก็พังทลายเมื่อปากถ้ำเป็นหน้าผาสูงชัน เจอทางออกแต่ก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/368.jpg)




ไม่มีใครตามหาทัศนีย์พบ อำมาตย์อาจองกลุ้มใจเป็นห่วงลูกสาว หมื่นมิตรเตือนว่าถ้าไม่เดินทางต่อพวกอำมาตย์เดชาจะตามมาถึง คุณท้าวว่าคงตามไม่ทันหรอก เผาเรือแล้ว (สงสัยว่าแล้วเค้าเอาเรือลำใหม่มาแทนไมได้เหรอไง) แล้วจะไปโดยไม่มีพระมเหสีเหรอ อำมาตย์อาจองตัดสินใจเดินทางต่อ เพราะถ้าพวกมันตามมาจับตัวไปได้ ตายก็ไม่ได้แก้แค้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/369.jpg)




ทัศนีย์เดินโซเซกลับเข้ามาอย่างสิ้นหวัง เมื่อสิ้นหวังก็เดือดดาลเคียดแค้นตามวิสัยของนาง และคนที่จะโทษก็คือ 
“นางมณี!! เพราะแกคนเดียวทำให้ชีวิตฉันต้องเป็นอย่างนี้! ฉันขอสาบานว่าฉันจะตามจองล้างจองผลาญแกกับลูกแกไปตลอดชีวิต ไม่แกกับฉันจะต้องตายกันไปข้างนึง!!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/370.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:44:33 AM
ฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนผัน นครอุดมอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข จนล่วงเข้าเหมันต์ถึงเวลาของจินดาเมขลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/371.jpg)




จินดากำลังรื่นรมย์อยู่กับนางกำนัล งั่งก็เป็นแกนนำนำทีมมาเรียกไปฝึกอาวุธ จินดาไม่ไปจะร้อยพวงมาลัย งั่งไม่ยอมจะบังคับไปให้ได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/372.jpg)




เลยโดนคาถาแป้งเย็นหิมะซะตัวแข็งค้าง ทหารต้องแบกกลับไป จินดาหัวเราะมองตามไปอย่างสนุกสนาน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/373.jpg)




แล้วก็มาร้อยมาลัยกับมณี เป็นที่รักของพ่อและแม่ ช่วงนี้คงเป็นช่วงเวลาที่เทพทั้งสามมีชีวิตที่สุขสบายและมีความสุขที่สุด เวลาผ่านไปอีกจนเข้าวรรษสันต์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/374.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:49:25 AM
พิรุณออกมาก็เล่นสนุกตามประสาเด็กผู้ชาย ซ้อมอาวุธกับทหาร นำทีมโดยงั่งเจ้าเก่า พิรุณฝีมือดีมีอิทธิฤทธิ์ตั้งแต่เด็ก และไอ้คนที่โดนลูกหลงพลังที่ซัดมาประจำก็งั่งอีกตามเคย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/375.jpg)




เป็นที่รักของพ่อแม่ไม่ต่างกัน ถ้าใครมีลูกเปลี่ยนสามฤดูได้อย่างนี้คงปลาบปลื้มภูมิใจมาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/376.jpg)




เวลาเปลี่ยนผ่านเป็นคิมหันต์ ราหูก็เล่นเหมือนๆ พิรุณนั่นแหละ แต่คราวนี้งั่งมีพร็อพเสริมกะไม่ให้แพ้ง่ายๆ แต่พอราหูวิ่งเข้าใส่ทหารกี่คนๆ ก็กระเจิงไปคนละทาง พอเสกกระบองแก้วออกมาสู้ งั่งก็งัดสากกระเบือของตัวเองออกมาบ้าง ยังไม่ทันจะใช้โดนราหูฟาดพลังใส่หงายเค้เก้ โดนแบกกลับไปเก็บตามระเบียบ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/377.jpg)




ตรงนี้มีแต่ภาพๆๆ แสดงให้เห็นความเป็นอยู่ กาฬรหัสย์ไม่รู้จะเล่ายังไงเลย รู้แต่ว่ารูปสวย อยากแคปมาซะให้หมด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/378.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 02, 2011, 02:52:56 AM


Coming Soon

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/page1.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 03, 2011, 03:31:20 PM

Coming Soon

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/page1.jpg)


ว้าววว...ชอบก็ตรงนี้ล่ะ comingsoonnn อิอิ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 03, 2011, 06:02:20 PM

ว้าววว...ชอบก็ตรงนี้ล่ะ comingsoonnn อิอิ

ใจจะขาด อยากให้ถึงเร็วๆ แล้วเหมือนกัน    :icon_evil:





ฝ่ายทัศนีย์ก็จำใจต้องอยู่กับโคธรรพ์จนกระทั่งเริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน โคธรรพ์เอายามาให้กินก็ปัดกระจาย ทัศนีย์ว่าให้มันตายๆ ไปซะจะได้รู้แล้วรู้รอด
]“คำก็ตาย สองคำก็ตาย ทำไม! คนอย่างข้าเนี่ยมันเลวร้ายอะไรนักหนาถึงขนาดอยู่ด้วยไม่ได้ จนเจ้าน่ะคิดจะฆ่าตัวตายอย่างนั้นเหรอ”
“ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเจ้าใช้กำลังข่มเหงเราโดยที่เราไม่มีทางสู้ ทั้งๆ ที่เราบอกว่าเรามีสามีแล้ว”  พูดไปก็คลื่นไส้ไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/379.jpg)




“สามีของเจ้าคงจะรักเจ้ามากสินะ ถึงได้ปล่อยให้เจ้ามาอยู่ในป่าอย่างนี้” โคธรรพ์เยาะสะกิดใจทัศนีย์ “นั่นมันเป็นเรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”
“แต่เรื่องของเจ้าน่ะมันเป็นเรื่องของข้าไปล่ะ เพราะเจ้ากำลังจะมีลูกกับข้าไง!! 5555+” ทัศนีย์ตะลึงงันเมื่อรู้ว่าท้องก่อนจะกรี๊ดออกมาคลุ้มคลั่งอย่างรับไม่ได้
“เจ้าลองคิดดูนะ ระหว่างสามีที่ไม่เคยใยดีกับเจ้าเลย กับข้าที่จะรับเลี้ยงดูเจ้า เจ้าควรจะเลือกใคร”  พูดแล้วก็เดินออกไป ปล่อยให้ทัศนีย์กรีดร้องคลุ้มคลั่งอยู่คนเดียว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/380.jpg)




โคธรรพ์เดินออกมาหน้าถ้ำด้วยความหงุดหงิด ภูติดำถามว่านางยังไม่ใจอ่อนอีกเหรอ “ยัง แต่ก็ช่างเถอะ เพราะนางกำลังจะมีลูกกับข้า”  ตอนนี้โคธรรพ์ก็ไม่สนอะไรแล้วขอเพียงมีลูกก็พอ เสียงหัวเราะพอใจสะท้อนก้องไปทั้งผา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/381.jpg)




ทัศนีย์หยุดสงบสติอารมณ์ได้แล้วก็คิดได้ ‘ไม่มีประโยชน์ที่จะร้องไห้ เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว’ พลางคิดถึงคำพูดต่างๆ ของโคธรรพ์ที่ผ่านๆ มา ‘จริงสิ ไม่มีประโยชน์อะไรในเมื่อมันแก้ไขอะไรไม่ได้ก็ต้องตกกระไดพลอยโจนทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองดีกว่า’

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/382.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 03, 2011, 06:09:41 PM
ทัศนีย์เดินออกมาเห็นโคธรรพ์กำลังฝึกพระเวทย์มีอิทธิฤทธิ์แก่กล้าก็เกิดความยินดีคิดถึงจุดมุ่งหมายของตัวเอง ‘ใช่! เจ้าต้องแก้แค้นให้เราได้แน่!’

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/383.jpg)





ท่าทีของทัศนีย์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่ดื้อดึงเกรี้ยวกราดก็กลับนบนอบเอาใจใส่ และเก็บข้าวของที่ตัวเองเขวี้ยงเกลื่อนกลาดให้เรียบร้อยจนโคธรรพ์แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“เรามาคิดๆ ดูแล้ว ก็จริงอย่างที่ท่านว่า ในเมื่อมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วก็น่าจะปล่อยให้มันเลยตามเลย”  โคธรรพ์ถามว่าพูดจริงหรือ
 “เราไม่ได้บอกให้ท่านเชื่อ ทุกอย่างต้องดูกันไปเอง”  โคธรรพ์มองทัศนีย์อย่างประเมิน  “นี่เจ้าคิดวางแผนการอะไรบางอย่างอย่างนั้นหรือ”
“ก็แล้วแต่ท่านจะคิด เพราะมันเป็นไปได้ทั้งนั้น” โคธรรพ์มองทัศนีย์อย่างคาดไม่ถึงว่าจะใจแข็งได้รวดเร็วปานนี้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/384.jpg)




วันเวลาผ่านไปครรภ์ของทัศนีย์ใหญ่ขึ้นเมื่อใกล้กำหนดคลอด ทั้งสองอยู่สุขสบายตามประสาผัวเมียเมื่อทัศนีย์ไม่คิดต่อต้าน ว่างๆ ก็พานางขี่ภูติดำออกมาเที่ยวเล่นในป่า กำลังเดินเล่นชมนกชมไม้กันอยู่ ทัศนีย์ก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/385.jpg)




โคธรรพ์ตื่นเต้นยินดี รีบเรียกภูติดำให้มาพานางกลับถ้ำเดี๋ยวนี้ ทัศนีย์คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดไปตลอดทาง
เวลาผ่านไปข้ามคืนวันเดือนปี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/386.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 04, 2011, 10:35:43 AM
ลูกชายของทัศนีย์ที่เกิดมาคือ สามศรี ค่ะ เติบใหญ่อยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ ซึ่งโคธรรพ์ก็ได้ฝึกสอนศิลปวิทยาต่างๆ ให้จนเก่งกล้าสามารถเป็นที่พอใจของทัศนีย์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/387.jpg)




เมื่อถึงเวลาพัก ทัศนีย์ดูแลย่างเนื้อให้สามศรีเป็นอย่างดี “กินมากๆ นะลูกจะได้ไปฝึกต่อ”
“ไม่เอา ลูกขี้เกียจแล้ว”
“ขี้เกียจไม่ได้ มัวแต่ขี้เกียจแล้วจะเอาชนะคนอื่นเค้าได้ยังไง”
“ลูกไม่ได้จะไปสู้กับใครซะหน่อย”
โคธรรพ์เห็นด้วยกับลูก พักบ้างก็ดี เพราะแค่นี้ก็เก่งกว่าผู้ใหญ่หลายคนแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/388.jpg)




“น้องอยากให้สามศรีเตรียมตัวให้พร้อม”
“นี่หมายความว่าทัศนีย์จะให้ลูกไปสู้รบกับใครหรือ”  ทัศนีย์หลบตาเพราะไม่เคยบอกความแค้นของตนให้อีกฝ่ายฟังเลย ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นตามใจลูก ให้พักได้ แต่หายเหนื่อยแล้วต้องฝึกต่อนะ สามศรีรับคำเป็นอย่างดี โคธรรพ์มองทัศนีย์อย่างแคลงใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/389.jpg)





ตกกลางคืนนางก็ดูแลลูกชายขับกล่อมนอนหลับด้วยความรักความเอาใจใส่ตามประสาคนเป็นแม่ โคธรรพ์เดินเข้าเปรยขึ้น “เจ้าไม่ควรเร่งรัดสามศรีให้ไปแก้แค้นแทนเจ้า” ทัศนีย์ทำเฉไฉไม่รู้เรื่อง
“แก้แค้นไง พี่รู้นะว่าเจ้ายังผูกใจเจ็บสามีเก่าของเจ้าอยู่”
“จำได้มั้ยที่ท่านพี่เคยสัญญาว่าจะหาทุกสิ่งทุกอย่างที่น้องต้องการมาให้ แม้แต่ดาวกับเดือนก็ไม่เว้น” ทัศนีย์ทวงคำพูด โคธรรพ์ยังจำได้จึงถามว่าต้องการอะไร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/390.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 04, 2011, 10:38:17 AM
“แก้แค้น!!” ทัศนีย์พูดดวงตาเป็นประกายกร้าว “น้องต้องการแก้แค้นชาวนครอุดมทุกคน ทุกๆ คนจะต้องถูกฝังจมธรณี โดยเฉพาะ...”
“โดยเฉพาะสามีเก่าของน้องกับเมียใหม่ของเค้าใช่มั้ย” โคธรรพ์ต่อให้อย่างรู้ทัน
“ใช่! ท่านพี่จะให้ได้รึเปล่า”  โคธรรพ์อึดอัดใจ แต่สัญญาก็เป็นสัญญา แต่ควรจะให้สามศรีฝึกวิชาให้เก่งกว่านี้ ทัศนีย์ใจร้อนคิดว่าท่านกับภูติดำไปด้วยก็น่าจะพอ
โคธรรพ์จึงให้ภูติดำไปดูลาดเลาก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องนี้กันทีหลัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/391.jpg)




ภูติดำได้รับคำสั่งจากโคธรรพ์ให้ไปสืบข่าวที่นครอุดม โคธรรพ์กำชับว่าไปดูเฉยๆ ยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ภูติดำมุ่งหน้าไปนครอุดมทันทีโดยแปลงกายเป็นนกน้อย CG สีฟ้าส้มเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/392.jpg)




เวลานั้นเป็นฤดูหนาวพอดี ภูติลงมาเกาะกิ่งหางนกยูงเฝ้าดูจินดาเมขลากำลังเล่นอยู่กับพวกคุณท้าวนางกำนัล โชว์ดวงจินดาวิเศษที่มีอิทธิฤทธิ์ พวกนางกำนัลกลัวหนีแตกกระเจิง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/393.jpg)




ฝ่ายงั่งที่ปาวารณาตนเป็นลูกไล่ของเทพทั้งสามก็คอยโผล่มากระเซ้าเย้าแหย่นางกำนัล วิ่งไล่กวดกลับมาหาจินดาเมขลาแล้วก็หลอกเล่นจนเค้ากลัวกันไปหมด จินดาเห็นแล้วรำคาญเลยท่องคาถาเด็กจู้จี้สั่งสอน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/394.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 04, 2011, 10:40:42 AM
งั่งบอกพอๆๆ ภูติมองเด็กน้อยที่มีอิทธิฤทธิ์นั้นด้วยความทึ่ง งั่งโวยวายว่าท่องอยู่นั่นแหละคาถานี้ “คาถาประทับใจจะลืมได้ไงล่ะ ขนาดนอนหลับนะ ยังละเมอเลย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/395.jpg)




“อ๊า จับตัวได้แล้วพระธิดานี่เอง มิน่า งั่งน่ะนอนสะดุ้งตอนดึกๆ ทุกที”  คุณท้าวไล่งั่งไปเล่นในป่าช้าเพื่อนเยอะดี แล้วชวนจินดากลับตำหนัก
งั่งขอร้องอย่าเพิ่งไปสิ แล้วงั่งจะเล่นกับใคร จินดาไม่สนใจบอกลาไปดีกว่า งั่งเลยได้แต่บ่นๆๆๆ
(ดูไป ขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณหนำเลี๊ยบเล่นดีมาก มีความเป็นธรรมชาติและน่ารัก ไม่เหมือนเรื่องต่อๆ มา ที่สัมผัสอะไรไม่ได้เลย)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/396.jpg)




ภูติดำทึ่งมากที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กขนาดนี้มีฤทธิ์และมีบริวารเป็นกระหัง แล้วบินตามจินดาที่เข้ามาหามณี มาเกาะขอบหน้าต่าง จินดาเห็นนกสวยก็ตื่นเต้น มณีเห็นก็ว่าสวยจริงๆ ด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/397.jpg)




จินดาเมขลาเดินเข้าไปใกล้ แล้วยื่นมือให้ “มานี่มา มาอยู่กับจินดานะจ๊ะ”  นกน้อยก็กระโดดขึ้นมาบนมืออย่างแสนเชื่องผิดธรรมชาติ
เมื่อมณีขอดูใกล้ๆ นกก็แสนรู้กระโดดขึ้นมาบนมือมณี คุณท้าวว่าแสนรู้ซะด้วย คิดว่ามีแต่คนขี้ประจบนกก็ด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/398.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 06, 2011, 10:59:08 PM
ภูติดำกลับมาบอกโคธรรพ์ถึงเด็กเทพสามฤดู “มิน่าล่ะ ตอนมันถูกลอยแพไปเป็นยักษ์” ทัศนีย์เข่นเขี้ยว
“ท่านพ่อ ลูกอยากเป็นอย่างนั้นบ้าง หน้าร้อนเป็นยักษ์ หน้าฝนเป็นมนุษย์ผู้ชาย หน้าหนาวเป็นมนุษย์ผู้หญิง”
“เรื่องอะไรที่เราจะต้องไปเป็นเหมือนมันในเมื่อเราสามารถแปลงเป็นอย่างอื่นก็ได้”  ทัศนีย์ฟังแล้วแปลกใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/399.jpg)




โคธรรพ์พาสามศรีออกมาฝึกสอนให้สามศรีเปลี่ยนร่าง ทัศนีย์แอบตามมาดูด้วยความอยากรู้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/400.jpg)




ทั้งสองทำสมาธิจนรังสีพลังอำนาจก่อเกิดสายอสุนีบาตฟ้าลั่นครั่นครืน แล้วร่างของโคธรรพ์และสามศรีก็ค่อยแปรเปลี่ยนคืนกลับเป็นโคตามสัญชาติเดิม
ทัศนีย์ตกใจมากเมื่อรู้ความจริงเห็นโคสองพ่อลูกตรงหน้า  (เห็นมีเขา คิดว่ารู้ตั้งแต่แรกแล้วซะอีก)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/401.jpg)




โคธรรพ์กลับมาเห็นทัศนีย์คร่ำครวญก็ตกใจ “ตกใจล่ะสิที่เรารู้ความจริง เจ้ามีชาติกำเนิดเป็นโค เราเกลียดเจ้า เจ้าเป็นพวกหลอกลวง”  โคธรรพ์ยังพยายามปลอบว่าไม่ใช่โคธรรมดานะ “จะธรรมดาหรือไม่ธรรมดา มันก็เป็นโคนั่นแหละ  ลูกเรามีชาติกำเนิดเป็นโค แล้วนี่เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เราอยากตาย” ทัศนีย์ฟูมฟายโวยวาย จนโคธรรพ์ที่รักเมียมากต้องยอมตามว่าถ้าหากทำให้อับอายก็จะชดใช้ให้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/402.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 06, 2011, 11:06:20 PM
ทัศนีย์ย้อนถามว่าจะชดใช้ยังไง มันไม่ทำให้ความรู้สึกเราดีขึ้นหรอก “ถ้าหากว่าพี่จะเนรมิตวังขึ้นมาให้มันยิ่งใหญ่และสวยงามกว่านครอุดมล่ะ”  
ทัศนีย์หยุดร้องคิดอย่างน่าสน “ทำได้ด้วยเหรอ”
“พี่ทำได้ยิ่งกว่านั้น พี่จะให้น้องได้อยู่กับท่านพ่อและคนของน้องทั้งหมด”  ทัศนีย์สงสัยว่าจะหาเจอได้ไง “มันคงจะไม่เกินความสามารถของโคธรรพ์คนนี้ไปได้หรอก และเราทั้งสองก็จะเปลี่ยนฐานะเป็นกษัตริย์และให้น้องเป็นราชินีปกครองนครอันยิ่งใหญ่ ที่สวยงามยิ่งกว่าสามีของน้องอีก” ทัศนีย์ฟังด้วยความสนใจ “พี่บอกน้องแล้วไงว่าถ้าน้องทัศนีย์ต้องการอะไร พี่ก็จะพยายามหามาให้ได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/403.jpg)




แล้วโคธรรพ์ก็เริ่มร่ายมนต์ประกายทองเรืองรอง ทัศนีย์มองด้วยความตื่นตะลึง เกิดปราสาทราชวังขึ้นกลางขุนเขา ถ้ำที่อาศัยก็งดงามโอ่โถงเป็นท้องพระโรง รวมถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ของทัศนีย์ก็สวยงาม
ร่างกายโคธรรพ์ก็แปรเปลี่ยนเป็นกษัตริย์มีมงกุฏเฉกเช่นกษัตริย์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/404.jpg)




ทัศนีย์มองรอบกายด้วยความยินดีปรีดา ก่อนจะกราบแทบอก ทั้งคำพูดคำจาก็เปลี่ยนเป็นราชาศัพท์ให้สมฐานะ
“แม่!!”  สามศรีวิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับภูติดำที่แปลงเป็นคน ทัศนีย์สอนให้ใช้ราชาศัพท์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/405.jpg)




“สามศรีลูกรักของแม่ ต่อไปนี้แม่สามารถเชิดหน้าใส่ทุกคนได้อย่างภาคภูมิแล้ว แม่มีทุกอย่างโดยไม่น้อยหน้าใคร”
“น้องทัศนีย์น่ะจะมีมากกว่าทุกคนด้วยซ้ำไป”  ทัศนีย์ลำพองในอำนาจวาสนาของตนเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/406.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 06, 2011, 11:10:10 PM
พวกอำมาตย์อาจองมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งกันอย่างเงียบๆ และใช้ชีวิตอย่างชาวบ้านธรรมดา
ขณะที่คุณท้าวทั้งสองออกไปจ่ายตลาด ภูติดำที่มาตามหาพ่อของทัศนีย์ก็สะกดรอยตามไป จนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/407.jpg)




กำลังเดินสำรวจอยู่ หมื่นมิตรก็เข้ามาหาเรื่องอย่างระแวง ภูติดำบอกมาหาอำมาตย์อาจอง หมื่นมิตรปฏิเสธว่าที่นี่ไม่มี แล้วก็ลงไม้ลงมือกันให้เปลืองแรงเล่นๆ
เสียงต่อสู้ดังขึ้นไปถึงข้างบนจนอำมาตย์อาจองได้ยิน คุณท้าวบอกว่าหมื่นมิตรกำลังต่อสู้กับใครไม่รู้ อำมาตย์อาจองเลยเดินไปดู คุณท้าวทั้งสองพูดกันกลัวว่าจะเป็นคนของมเหสีมณี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/408.jpg)




หมื่นมิตรกับภูติดำกำลังประดาบกัน เสียงอำมาตย์อาจองก็ตะโกนห้าม ทั้งหมดจึงหยุด ภูติเห็นอำมาตย์ก็คุกเข่าเคารพ “ข้าได้รับคำสั่งให้มารับตัวท่านอำมาตย์และทุกคนที่อยู่ที่นี่”
 อำมาตย์ถามว่ารับไปไหนและเป็นคนของใคร หมื่นมิตรเตือนว่าอย่าไว้ใจมัน “พวกข้าเป็นคนขององค์เหนือหัวโคธรรพ์และพระมเหสีทัศนีย์”  เมื่อได้ยินชื่อทัศนีย์ อำมาตย์อาจองก็ดีใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/409.jpg)




เมื่อได้พบกัน สองพ่อลูกก็สวมกอดอย่างดีใจ “ทัศนีย์ลูกพ่อ พ่อคิดว่าชาตินี้จะไม่ได้พบลูกอีกแล้ว”
 “เป็นเพราะเจ้าพี่โคธรรพ์จ้ะท่านพ่อที่ทำให้เราได้มาพบกันอีก”  (ที่จากกันก็เพราะโคธรรพ์ด้วยไม่ใช่เหรอ)
อำมาตย์อาจองหันไปถวายความเคารพโคธรรพ์ พอดีกับที่สามศรีเดินเข้ามา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/410.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มกราคม 06, 2011, 11:56:46 PM
อ๊ายยยสามศรีตอนเด็กเป็นน้องคนนี้เองหรอเนี่ย!! พี่ชอบมากมาย^o^ :o

รอสามศรีตอนโต อ๊ากกก>o<!!

สู้ๆนะจ๊ะน้องกาฬ ;)

ปล.น้องพิรุณก็ชอบบบบบบโฮกกกกกกดาราเด็กน่ารักอ่ะ เสียดายไม่เคยดูTT
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 07, 2011, 12:03:59 AM
อ๊ายยยสามศรีตอนเด็กเป็นน้องคนนี้เองหรอเนี่ย!! พี่ชอบมากมาย^o^ :o

รอสามศรีตอนโต อ๊ากกก>o<!!

สู้ๆนะจ๊ะน้องกาฬ ;)

ปล.น้องพิรุณก็ชอบบบบบบโฮกกกกกกดาราเด็กน่ารักอ่ะ เสียดายไม่เคยดูTT

ใช่ๆ  ชอบน้องคนนี้เหมือนกัน  ถึงเค้าจะได้เล่นแต่บทร้ายๆ  แต่เค้าก็หล่อน่ารักอ่ะนะ
พี่กันย์ไม่ได้ดูเทพสามฯเหรอคะ  หรือว่าไม่ได้ดูตอนเด็ก





ทัศนีย์จึงบอกให้ลูกทำความเคารพท่านตา สามศรีไหว้อำมาตย์อาจอง โคธรรพ์บอกว่าได้จัดเตรียมพักไว้ให้แล้วโดยมีภูติดำเป็นคนนำไป สามศรีขอไปกับท่านตา ทัศนีย์มองตามครอบครัวไปด้วยความสุขใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/411.jpg)




คุณท้าวทั้งสองมาประจบทัศนีย์ด้วยความปลาบปลื้มใจ คุณส้มลิ้มสรรเสริญโคธรรพ์ คุณท้าวผกาถามว่าทรงพบกับเหนือหัวโคธรรพ์ได้ไง ทัศนีย์หน้าเจื่อนไม่ตอบ คุณท้าวถามต่อถึงเรื่องที่หายตัวไป จนโดนคุณท้าวส้มลิ้มเบรก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/412.jpg)




 “ช่างเถอะ เราจะพบกับโคธรรพ์ยังไงมันไม่สำคัญ มันสำคัญที่ว่าโคธรรพ์จะช่วยเราแก้แค้นต่างหาก ใครที่มันทำอะไรกับเราไว้ คนๆ นั้นจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม พวกเจ้าคอยดูไปก็แล้วกัน” คุณท้าวทั้งสองรีบผสมโรงเอาใจนาย
(คนเรานะ เวลาตัวเองทำกับคนอื่นไม่เคยคิด แต่พอมีใครมาทำกับตัวเองบ้างก็โทษว่าเป็นความผิดเค้า เจ็บแค้นไม่มีที่สิ้นสุดเพราะไม่เคยมองว่าตัวเองผิด)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/413.jpg)






วันเวลาผันผ่าน ฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามครรลองธรรมชาติ นครอุดมร่มเย็นเป็นสุขเสมอมา จนกระทั่ง...
(อาจจะดูเหมือนกาฬรหัสย์แคปมาทำไม แต่ชมธรรมชาติบ้างก็ดีเหมือนกันนะ เพราะบรรยากาศสวยมาก)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/414.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 07, 2011, 12:12:09 AM
เทพทั้งสามเจริญวัย พระธิดาจินดาเมขลาทรงสิริโฉมงดงาม และยังคงมีงั่งคอยเป็นลูกไล่ไม่หนีไปไหน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/415.jpg)




พระราหูทรงสง่างามและเชี่ยวชาญชำนาญศาสตราวุธ ทั้งยังมีพระทัยเมตตากรุณาผิดจากยักษ์ทั่วไป
(กาฬรหัสย์บรรยายด้วยความชอบส่วนตัว ^^) :o

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/416.jpg)




พระพิรุณทรงเชี่ยวชาญศาตราวุธไม่ต่างจากพระเชษฐา พระสิริโฉมงดงามสำอางองค์ไม่ผิดจากเมื่อครั้งเป็นเทวา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/417.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 07, 2011, 12:27:52 AM
(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/PDVD_082.jpg)


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/PDVD_179.jpg)


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/PDVD_291.jpg)
 
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 07, 2011, 12:53:34 AM


แถมๆ  พี่ลูกศรสวยมากกกกกก :)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/page2.jpg)




...TBC...


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/page3.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ มกราคม 09, 2011, 02:23:09 PM
 :) ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึงแล้วอ่ะ...พระราหู  โหะ โหะ  แบบว่าเรื่องนี้แอบนอกใจพี่บอยอ่ะ เกิดอาการคลั่งไคล้พระราหู จนไม่อยากเห็นหน้าเจ้าลูกวัวเลยอ่ะ (จิงๆแล้วเพราะสงสารเจ้าลูกวัวต่างหาก ที่รู้ว่าจุดจบของเจ้าลูกวัวเป็นอย่างไร จนป่านนี้ยังทำใจไม่ได้เลยอ่ะ กับฉากจบของเจ้าลูกวัวอ่ะ... :icon_frown:)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Nus ที่ มกราคม 09, 2011, 02:34:10 PM
เวลาแห่งการรอคอยมาถึงแล้ว โตซะที   อยากให้มีบทของ  สามศรี  จินดา และองอิศราเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบมากสามคนนี้
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 09, 2011, 05:08:33 PM
:) ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึงแล้วอ่ะ...พระราหู  โหะ โหะ  แบบว่าเรื่องนี้แอบนอกใจพี่บอยอ่ะ เกิดอาการคลั่งไคล้พระราหู จนไม่อยากเห็นหน้าเจ้าลูกวัวเลยอ่ะ (จิงๆแล้วเพราะสงสารเจ้าลูกวัวต่างหาก ที่รู้ว่าจุดจบของเจ้าลูกวัวเป็นอย่างไร จนป่านนี้ยังทำใจไม่ได้เลยอ่ะ กับฉากจบของเจ้าลูกวัวอ่ะ... :icon_frown:)

 :icon_confused:  ขนาดนั้นเลยเหรอคะ  ตอนแรกกาฬก็ไม่ได้อะไรพระราหูนะ  แต่พอดูไปเรื่อยๆ  อ๊ายยยยย หล่อแฮะ  ส่วนสามศรีก็ยังรู้สึกเสียดายเพราะตอนนั้นก็แอบหวังไว้ว่าอยากให้จินดาเมขลามองเห็นความรักที่มีให้ตน  แต่ก็.... :-X


เวลาแห่งการรอคอยมาถึงแล้ว โตซะที   อยากให้มีบทของ  สามศรี  จินดา และองอิศราเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบมากสามคนนี้

สามศรีมีเยอะค่ะ  เยอะกว่าจินดากับองค์อิศราอีก  แต่ว่าบทที่ 3 คนนี้มารวมกัน หาไม่ค่อยจะได้   ยังไงก็เชียร์ๆ สามศรีหน่อยนะคะ 
 :icon_evil:





ทั้งสามเป็นที่รักของพระบิดาและพระมารดา รวมทั้งอาณาประชาราษฎร์เป็นอย่างยิ่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/418.jpg)




จนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูวรรษสันต์
“แต่งงานหรือพระเจ้าค่ะ”  พิรุณทวนถามท้าวตรีภพอย่างคาดไม่ถึง
“ใช่ พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้วว่าจะไปสู่ขอราชธิดาองค์ใดองค์นึงจากบรรดาหัวเมืองใกล้เคียงมาให้ลูกกับลูกราหู”  
พิรุณทำหน้าเมื่อยก่อนจะแย้ง “เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ นั่นหมายถึงความสุขทั้งชีวิตของลูก ลูกจึงกราบขอประทานอนุญาตเลือกด้วยตัวของลูกเองพระเจ้าค่ะ”
“นี่หมายความว่าลูกมองใครอยู่แล้วใช่มั้ย”  มณีถาม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/419.jpg)




“ยังพระเจ้าค่ะ ลูกยังไม่พบใครที่ถูกใจเลย”  ท้าวตรีภพร้องอ้าว พิรุณได้โอกาสอ้อนขอ “ลูกจึงมากราบขอประทานอนุญาตไปเสาะหาผู้หญิงคนนั้นด้วยตัวลูกเองพระเจ้าค่ะ”
 “นี่แสดงว่าอยากจะออกไปท่องเที่ยวผจญภัยอีกแล้วล่ะสิเนี่ย หึ๊”  ท้าวตรีภพรู้ทัน พิรุณยิ้มแฉ่งก่อนจะหุบแทบไม่ทันเมื่อมณีค้านเสียงแข็ง  “แต่แม่ไม่อนุญาต”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/420.jpg)




พิรุณเลยเปลี่ยนข้างมาอ้อนแม่  “โธ่ เสด็จแม่ ได้โปรดเถอะพระเจ้าค่ะ เรื่องท่องเที่ยวผจญภัยมันเป็นความใฝ่ฝันของลูกผู้ชายทุกคน”
“แต่ราหูก็อาจจะไม่อยากไปไหนก็ได้”
“ลูกรู้ดีว่าพี่ราหูน่ะ คิดเช่นเดียวกับลูก”
“แล้วจินดาเมขลาล่ะ น้องน่ะเป็นผู้หญิง ควรที่จะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนมากกว่าที่จะออกไปเสี่ยงอันตรายภายนอก” มณีพยายามหาเหตุมาอ้างจนได้
“จินดาเมขลาไม่เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปหรอกพระเจ้าค่ะ”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่ก็ไม่ให้ไปไหนแน่ แม่กลัว...กลัวว่าเราต้องจากกันอีกชั่วชีวิต”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/421.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 09, 2011, 05:11:41 PM
“มณี พี่ว่าปล่อยลูกไปเถอะ”  ท้าวตรีภพช่วยไกล่เกลี่ย แต่โดนย้อนกลับมาซะสะอึก “แน่ล่ะสิเพคะ เจ้าพี่รับสั่งแบบนี้ได้เพราะเจ้าพี่ไม่ได้ทรงรักลูกอย่างที่หม่อมฉันรัก”
“พ่อแม่ทุกคนย่อมรักลูกเป็นธรรมดา หากแตกต่างกันในเรื่องของการแสดงออก ลูกเราโตแล้วเค้าย่อมมีความคิดและการตัดสินใจของตัวเค้าเอง ไม่มีประโยชน์หรอกที่เราจะไปปิดกั้นความคิดของเค้า”  
พิรุณอมยิ้มที่พ่อให้ท้าย “อย่าทรงเป็นห่วงเลยพระเจ้าค่ะ ทั้งลูก พี่ราหู และน้องจินดาต่างก็มีพระเวทย์และอาวุธวิเศษไว้ป้องกันตัว และยังมีระฆังแก้วไว้เรียกท่านลุงนันทะเสนและท่านลุงสุระผัดอีก”  
 (บทยาว พี่เจมส์ท่องใหญ่เลย)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/422.jpg)




“งั่งด้วย!!”  งั่งโผล่พรวดเข้ามาแจม จนตกอกตกใจกัน เลยโดนพิรุณเทศน์ยาวเรื่องระเบียบแบบแผนและมารยาทในรั้วในวัง
พองั่งจะเถียงก็ท่องคาถาเด็กจู้จี้ งั่งอ้อนวอนขออย่าท่องอีกเลยนะ จะยอมทำทุกอย่างเลย “กลับลงไป”  แล้วพิรุณก็ช่วยส่งลงด้วยหลังมือผลั่วะร่วงลงไปข้างล่าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/423.jpg)




ก่อนจะเดินกลับมาอ้อนแม่ต่อ สุดท้ายมณีก็ต้องใจอ่อนจนได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/424.jpg)




พิรุณออกท่องเที่ยวผจญภัยไปกับงั่ง หันไปขอความเห็นจากผู้ติดตามว่าจะไปทางไหนดี งั่งชี้ไปทางโน้นแต่ดันไม่ถูกจริตนาย พิรุณบอกให้ไปอีกทาง เถียงกันไปเถียงกันจนงั่งรำคาญเอง  “อ้าว แล้วจะมาถามทำไม”
แล้วพิรุณก็เดินไปตามทางที่ตัวเองต้องการนั่นแหละ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/425.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 09, 2011, 06:19:47 PM
ตกค่ำพักแรมกันกลางป่า งั่งทำหน้าที่ย่างเนื้อตามเคย หันไปเห็นพิรุณกำลังจะเดินไปไหนเลยถาม พิรุณบอกไปเดินเล่น ขี้เกียจนั่งอยู่เฉยๆ กลับมาเนื้อสุกพอดี งั่งเลยบอกขี้เกียจนักก็มาช่วยปิ้งเลย พิรุณมองประมาณว่าหน้าที่แกทำไปสิ บอกว่าเดี๋ยวเจอผลไม้จะเก็บมาฝาก งั่งบ่นไล่หลังว่าเอาเปรียบกันนักถ้าไม่คิดถึงพระธิดาจินดาเมขลา งั่งอาละวาดเละ  (ยังกะว่าอาละวาดได้งั้นแหละ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/426.jpg)




พิรุณเดินมาตามทางในป่า ได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยมาตามลม แต่ก็ไม่รู้ว่ากลิ่นอะไร ก่อนจะรู้สึกได้ว่ามีใครแอบสะกดรอยตาม แต่พอหยุดผู้ที่แอบสะกดรอยก็รีบหายวับเข้าไปในต้นไม้ทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/427.jpg)




พิรุณหันกลับมาไม่พบ แต่ก็รู้ได้ไม่ยาก “นั่นใคร! เรารู้นะว่าเจ้าอยู่แถวนี้จงออกมาซะดีๆ”  แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับเลยขู่ทับ “จะออกหรือไม่ออก!!”  ฝ่ายนั้นยังคงนิ่งเฉย พิรุณเลยซัดพลังไปใส่ต้นไม้ที่เห็นอยู่ตรงหน้า ร่างที่ซ่อนอยู่ที่กระเด็นออกมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/428.jpg)




เมื่อได้เห็นโฉมหน้าของผู้สะกดรอยตามก็ตะลึงงัน ก่อนจะย่างเข้าหา “เจ้าเป็นใครกันแน่” สาวเจ้าไม่ตอบ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/429.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 09, 2011, 06:24:53 PM
โตปุ๊บก็เจ้าชู้ปั๊บเลยน้า พิรุณ --+
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 09, 2011, 09:57:26 PM
โตปุ๊บก็เจ้าชู้ปั๊บเลยน้า พิรุณ --+

พระเอกละครจักรๆวงศ์ๆ ก็งี้แหละ >:D




คืนนั้นขณะที่กำลังหลับ นางไม้ที่พิรุณรอคอยก็ค่อยๆ ย่องเข้ามา ก่อนจะนั่งลงข้างๆ พิรุณ พินิจรูปชายหนุ่มอย่างหลงใหล

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/433.jpg)




พิรุณรู้ตัวลืมตาขึ้นแล้วหันไปคว้าร่างนางเอาไว้ได้ทันก่อนจะหนีไปได้อีกครั้ง “ทีนี้เจ้าก็หนีเราไม่พ้น ไหนบอกมาสิว่าเจ้าเป็นใคร” นางยังไม่ทันได้บอกงั่งก็งัวเงียตื่นขึ้นมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/434.jpg)




พอเห็นก็โวยวาย ผีๆๆๆ!! นี่แหละผี  “แกน่ะสิผี ข้าเป็นนางไม้ รู้จักมั้ย” นางไม้หันมาโต้ตอบ งั่งบอกผีเหมือนกันแต่สิงตามต้นไม้
 “หยุดนะไอ้กระหังป่า น้ำหน้าผีชั้นต่ำ (ลงเสียงหนักดูถูกเต็มที่) อย่างเจ้าเนี่ย เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับข้า”
งั่งเดือดปากคอเราะร้าย จะควักหัวใจออกมากินให้หมดเลย (ผีมีหัวใจด้วยเหรอ?) นางไม้ท้าให้เข้ามา จะเผากระด้งให้บินไม่ได้เลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/435.jpg)




แล้วก็ทะเลาะกันจนพิรุณต้องออกปากห้ามแถมเข้าข้างของใหม่ด้วย “เจ้าน่ะแหละหยุด”  งั่งหงอย พิรุณหันมาถามนางไม้เสียงหวาน “เจ้าคือผู้ที่แอบตามเรามาตั้งแต่หัวค่ำใช่มั้ย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/436.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มกราคม 09, 2011, 10:00:38 PM
มีราหูน๊าที่ไม่เจ้าชู้  เป็นฟ้าขอเลือกราหู อิอิ  :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 09, 2011, 10:56:54 PM
มีราหูน๊าที่ไม่เจ้าชู้  เป็นฟ้าขอเลือกราหู อิอิ  :icon_evil:

อ๊ะ  มันแน่นอนอยู่แล้ว   :o




งั่งว่ามันจะเล่นงานพระองค์ทีเผลอ พิรุณขึ้นเสียงกำราบแล้วส่งซิกให้ไปไกลๆ แต่งั่งไม่เก็ท เลยต้องออกปากไล่ “จะไปไหนก็ไป!” เค้าจะจีบกัน
งั่งจะไม่ไปเลยโดนมุกคาถาเด็กจู้จี้ งั่งระทดระทวย พอๆๆๆ ไปก็ได้ แต่ยังไม่วายเตือนให้ระวังนางผีตนนี้อีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/437.jpg)




แล้วในที่สุดก็กำจัดกว้างขวางคอออกไปได้ เหลืออยู่ 2 คน (หรือ 1 คน 1 ตน) สวีทหวานมองตากันซะซึ้ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/438.jpg)




งั่งหนีออกมาบ่นๆๆ น้อยใจ แต่แล้วก็นึกได้ว่า พระโอรสพิรุณกำลังหลงเสน่ห์นางผีต้นไม้ เป็นโอกาสทองที่จะได้หนีไปเป็นอิสระ ใส่กระด้งบินปร๋อทันที พลางร้องเพลงไปอย่างมีความสุขกับอิสรภาพที่หนีมาได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/439.jpg)




เพิ่งได้พบกันก็พาผู้ชายเข้าบ้าน เอ๊ย นางไม้ลักษณา (บอกเองก็ได้ ไม่เห็นจะบอกซักที) พาพิรุณเข้ามาเยี่ยมชมบ้านต้นไม้ “ไม่นึกเลยนะว่าในต้นไม้จะกว้างขวางน่าอยู่ขนาดนี้”
“มันอยู่ที่ความรู้สึกมากกว่านะ ถ้าท่านคิดว่ามันเล็ก มันก็จะเล็ก แต่ถ้าท่านคิดว่ามันใหญ่ มันก็จะใหญ่”
“แล้วถ้าเราคิดว่า...เจ้าชอบเราล่ะ” เอ๊ะ มันคนละเรื่องนะเพคะ พระพิรุณ ลักษณาเหนียมอาย แต่พิรุณยังคงถามย้ำ “เจ้าจะว่ายังไง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/440.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 10, 2011, 07:54:26 PM
“ข้าคิดว่า...ท่านคงเข้าข้างตัวเองกระมัง” บอกไปเขินไป นี่ก็ส่งตาหวานให้เค้าตลอด “ไม่หรอก เราน่ะ รู้ตั้งแต่เจ้าตามเรามาแล้ว แล้วอีกอย่างนึงถ้าเจ้าไม่ชอบเราจริง เจ้าจะพาเรามาในที่ๆ เจ้าอยู่ทำไม”
“แต่...แต่ข้าเป็นแค่นางไม้นะท่าน” ลักษณาบอกอย่างเจียมตัว แต่พิรุณก็ยังจะให้ความหวังเค้าอีก “เจ้าเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือ ว่ามันขึ้นอยู่กับความรู้สึก ถ้าใจของเราสองคนตรงกันไม่ว่าเจ้าหรือเราจะเป็นยังไงมันก็ไม่สำคัญ จริงมั้ย”
พูดซะหวานขนาดนี้ สาวไหนจะไม่หลงใหล จริงๆ พิรุณก็ไม่เคยบอกรักเลยนะ แต่ไปให้ความหวังเค้าไว้สูง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/441.jpg)




ลักษณาขัดเขินแต่เมื่อชายเค้าก็มีไมตรีให้ด้วย นางก็ยินยอมพร้อมใจอย่างสุขสม อยู่ด้วยกันในต้นไม้อย่างนั้นตลอดทั้งฤดุกาล

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/442.jpg)




วรรษสันต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผ่านเข้าสู่เหมันต์ (ฤดูเริ่มเดินหน้าอย่างปกติแล้วค่ะ) พิรุณซึ่งยังอยู่ในต้นไม้ก็กลายร่างเป็นจินดาเมขลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/443.jpg)




ลักษณาอดที่จะตื่นตะลึงไม่ได้แม้จะได้รับรู้อยู่แล้วถึงเรื่องราวของเทพทั้งสาม  “น่าอัศจรรย์จริงๆ เลย ตอนที่เจ้าพี่พิรุณเล่าให้ข้าฟัง ข้ายังไม่เชื่อจนได้เห็นกับตาตัวเองเนี่ยแหละ”
“มันคือวิถีชีวิตของเราทั้งสามที่วนเวียนกันอยู่อย่างนี้แล้วก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไป”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/444.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มกราคม 10, 2011, 08:00:15 PM
จินดาเมขลาสวยจัง  เพิ่งสังเกตุว่ามีลักยิ้มด้วย
เรื่องจริงพี่เขาชื่ออะไรนะคะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 11, 2011, 10:20:43 AM
จินดาเมขลาสวยจัง  เพิ่งสังเกตุว่ามีลักยิ้มด้วย
เรื่องจริงพี่เขาชื่ออะไรนะคะ

ชื่อ  หน่อย  อุษณียภรณ์  ผลเจริญจ้า  ว่าแล้วคิดถึงหน่อยเหมือนกันนะ  เมื่อก่อนเคยคุยกันในไฮไฟว์

เจมส์จ๋าหล่ออออออออออออออเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนน  :-*
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 11, 2011, 12:46:23 PM
ตอนแรกที่ดูในทีวี   ไม่ได้รู้สึกว่าพี่เจมส์กับพี่โฟนหล่อนะ  แบบพระเอกใหม่ด้วยยังไม่ค่อยโดน
ตัวเปิดตัวพิรุณตอนโตก็ยังรู้สึกว่าไม่หล่ออยู่ดี  เพิ่งจะรู้สึกว่า  ....เออ...พี่เจมส์ตอนแรกๆ ก็หล่อหน้าใสดีนี่หว่า
ส่วนพี่โฟน ตกหลุมรักหลังจากโดนน้องอัมพรตะเพิดไล่
 :icon_idea:




ลักษณาเกิดความกลัวขึ้นมาว่าจะเสียพิรุณไป จึงอ้อนวอนจินดา “จินดาเมขลาท่านพักอยู่ที่นี่กับเราเถอะนะ”
“ไม่ได้หรอก เรามีบางสิ่งบางอย่างที่จะต้องทำอีก”
“ถ้าเจ้าไปก็เท่ากับว่าเจ้าพาเจ้าพี่พิรุณของเราไปด้วย” จินดาเมขลายังคงยืนยันคำเดิมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยความรักที่มากล้น ลักษณาจึงทำทุกทางเพื่อไม่ให้เสียคนรักไป
“ไม่! ข้าไม่ยอมให้เจ้าพรากเจ้าพี่พิรุณไปจากข้าเด็ดขาด”
“แต่เจ้าจะมาขัดขวางเราไม่ได้นะ” จินดาเมขลากล่าวจบก็ออกจากต้นไม้ไปอย่างไม่กลัวเกรง
“หยุดนะ!!” เมื่อไม่สามารถห้ามจินดาได้ก็รีบตามไปทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/445.jpg)




จินดาเมขลาเดินไปอย่างไม่แยแส เสียงลักษณาตวาดเรียกมาทางเบื้องหลัง “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ จินดาเมขลา!...ข้าบอกให้หยุดไง!”
เมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจ ลักษณาจึงร่ายมนต์เป่าไปใส่จินดาเมขลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/446.jpg)




บังเกิดเป็นเปลวเพลิงขวางหน้านางไว้ จินดาเมขลาหันกลับไปมองต้นเหตุอย่างเชิดๆ ก่อนจะเป่ามนต์ดับเปลวเพลิงที่ร้อนแรงนั้นจนหายไปหมดสิ้น จากนั้นจึงเดินต่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/447.jpg)




ลักษณายังไม่ละความพยายาม เป่ามนต์ไปเป็นทะเลขวางหน้าเอาไว้ แต่จินดาเมขลาก็ทำให้ทะเลหายไปได้อีกตามเคย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/448.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Nus ที่ มกราคม 11, 2011, 05:57:14 PM
จินดาเมขลาสวยจัง  เพิ่งสังเกตุว่ามีลักยิ้มด้วย
เรื่องจริงพี่เขาชื่ออะไรนะคะ

ชื่อ  หน่อย  อุษณียภรณ์  ผลเจริญจ้า  ว่าแล้วคิดถึงหน่อยเหมือนกันนะ  เมื่อก่อนเคยคุยกันในไฮไฟว์

เจมส์จ๋าหล่ออออออออออออออเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนน  :-*

พี่หน่อยใช่คนที่เล่นเป็นกุลา ในกุลาแสนสวยป่าวคะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: sk ที่ มกราคม 11, 2011, 08:06:18 PM
จินดาเมขลาสวยจัง  เพิ่งสังเกตุว่ามีลักยิ้มด้วย
เรื่องจริงพี่เขาชื่ออะไรนะคะ

ชื่อ  หน่อย  อุษณียภรณ์  ผลเจริญจ้า  ว่าแล้วคิดถึงหน่อยเหมือนกันนะ  เมื่อก่อนเคยคุยกันในไฮไฟว์

เจมส์จ๋าหล่ออออออออออออออเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนน  :-*

พี่หน่อยใช่คนที่เล่นเป็นกุลา ในกุลาแสนสวยป่าวคะ

ใช่ค่ะ ถูกต้อง
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 11, 2011, 10:21:33 PM
ลักษณายังไม่หยุด คราวนี้จินดาไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ถ้าเจ้าทำร้ายเราก็เท่ากับว่าเจ้าทำร้ายเจ้าพี่พิรุณด้วยเหมือนกัน” ลักษณาร้องไห้อ้อนวอน
“จินดาเมขลาเจ้าได้โปรดเห็นใจข้าเถอะนะ เจ้าอย่าพรากเจ้าพี่พิรุณไปจากข้าเลย”
“ถึงเราไม่ไป พอถึงหน้าร้อนเจ้าพี่ราหูก็ต้องไปอย่างแน่นอน เราบอกเจ้าแล้วไงว่าชีวิตของพวกเราเป็นแบบนี้” ลักษณาคร่ำครวญขอร้อง
“ฟังเรานะ ลักษณา เมื่อถึงเวลาที่ฤดูฝนมาเยือนโลกนี้อีกครั้ง เจ้าพี่พิรุณก็จะกลับมาหาเจ้าเอง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/449.jpg)




“แล้วถ้าเจ้าพี่ไม่กลับมา เจ้าพี่ไปมีผู้หญิงคนอื่นล่ะ” นี่คือสิ่งที่นางกลัว
“เราอยากให้เจ้าคิดในทางที่ดีเอาไว้ก่อนแล้วรอจนถึงฤดูฝนมาเยือนอีกครั้ง เชื่อเราสิ”
จินดาเมขลาพูดแล้วก็จากไป ทิ้งให้ลักษณาทรุดลงตรงนั้นด้วยความอาลัยถึงพระพิรุณและหวาดกลัวว่าจะต้องเสียพระสวามีไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/450.jpg)




ณ สรวงสวรรค์
พระอิศวรทอดพระเนตรความเป็นไปเบื้องล่างจนกระทั่งถึงเวลาอันควรที่จะกระทำตามสัญญา “พร้อมรึยังมาตุลี”
แล้วเสด็จลงจากสรวงสวรรค์พร้อมมาตุลีเทพบุตร มาเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/451.jpg)




มาตุลีดีใจกระดี๊กระด๊าบ้าบอที่ได้ลงมาเป็นมนุษย์เพราะอยู่บนสวรรค์ขี้เกียจจนตัวจะเป็นขนอยู่แล้ว
“เราลงมาบนโลกมนุษย์เพราะรับคำท้าของพวกยักษ์เอาไว้ ฉะนั้นน่ะต้องทำตัวให้ดี เพราะเราจะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น”
พระอิศวรเอ่ยเตือน แต่มาตุลีไม่แคร์ พระองค์ไม่มีแต่มาตุลีมี จะเป็นองครักษ์ให้เองแล้วก็นำเสด็จลัลล้า ไม่สนใจคำเตือนของพระอิศวร
“เดี๋ยว มาตุลี! เจ้าก็ไม่...”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/452.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 11, 2011, 11:10:15 PM
ยังไม่ทันได้ไปไหนก็ปะทะเข้ากับโจรป่ากลุ่มหนึ่ง เห็นทั้งสองดูมีเชื้อมีแถวท่าทางจะมีเงินทอง มาตุลีทำกร่างเพราะไม่รู้ว่าตัวเองไม่มีอิทธิฤทธิ์อะไรแล้วสั่งให้พวกโจรหลีกทาง
พวกโจรหัวเราะเยาะที่มาตุลีบังอาจมาสั่ง “นี่ ข้าจะบอกให้นะพวกเจ้าจงรีบไปซะถ้าไม่อยากเจ็บตัว พวกเจ้ารู้มั้ยชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนี้ผู้มีสง่าราศีคนนี้เป็นใครถ้าพวกเจ้ารู้แล้วจะหนาว เพราะพระองค์คือ องค์สยมภูวนาถ”  
คุยโวไม่ได้ดูเล้ยว่าเค้าพยายามห้ามให้สงบปาก พวกโจรหัวเราะเยาะตามประสาบัวใต้ตม “ถ้าไอ้หนุ่มคนนั้นเป็นองค์พระสยมภูวนาถ ข้าก็เป็นพระอินทร์สิวะ”  แล้วก็หัวเราะลบหลู่กันเกรียวกราว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/453.jpg)




มาตุลีได้ยินก็โกรธจึงหมายจะสั่งสอนที่บังอาจลบหลู่องค์พระอิศวร แต่ปล่อยพลังเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรออกมา เลยโดนยำเละถีบกระเด็นกลับมาหาพระองค์
“ไปท้าทายพวกมันทำไมเล่า มาตุลี เจ้าเองก็ไม่มีอิทธิฤทธิ์เหมือนกันนะ” มาตุลีคร่ำครวญว่าไม่บอกกันก่อน พระองค์ว่าพยายามบอกแล้วไม่ฟังเอง แต่สถานการณ์ตอนนี้พวกโจรรุมเข้ามาแล้ว ต้องหาทางเอาตัวให้รอดก่อนละ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/454.jpg)




ฝ่ายจินดาเมขลาหลังจากออกมาจากต้นไม้ของลักษณาก็เดินไปเรื่อย  “เรียกงั่งดีกว่า” เป็นการบ่นอย่างไม่มีอะไรทำใช่มั้ย ถ้าได้แกล้งให้ปวดหัวเล่นจะสนุกมาก
คาถาลอยไปหางั่งที่กำลังบินอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ต้องกลับมาตกตุ๊บลงตรงหน้าจินดาเมขลาอย่างยอมจำนน บ่นว่าท่องไรนักหนา
 “ก็เจ้าอยากหายไปทำไมล่ะ เราก็เลยเรียกมาซะเลยนี่”
“แหม พระธิดาก็พระโอรสพิรุณน่ะสิมัวแต่ติดนางไม้ หลงเสน่ห์อยู่ได้ งั่งจะอยู่ให้เป็นก้างขวางคอทำไมเล่า ดีไม่ดีนะอาจจะโดนท่องคาถาเด็กจู้จี้นี่อีกก็ได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/455.jpg)




 “เจ้าน่ะมันก็แก้ตัวไปได้เรื่อยๆ นั่นแหละ....ป๊ะ!” พูดแล้วก็ชวนเดินทาง งั่งรีบถามว่าไปไหน  “อ้าว ก็ไปป่าได้เต่าไง” โดนเข้าอีกโป๊กนึง ถึงมันจะท่อนเดียวแต่ก็เจ็บนะพระธิดา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/456.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 11, 2011, 11:13:53 PM
ฝ่ายองค์พระอิศวรก็ต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากพวกโจรป่าทั้งที่เพิ่งลงมาสัมผัสโลกมนุษย์ไม่ทันไร จนเห็นว่าสู้ไม่ไหวแล้วเลยลากกันเผ่นทั้งนายบ่าว
ก็ให้บังเอิ๊ญ บังเอิญ จินดาเมขลาก็เดินชมนกชมไม้อยู่บริเวณนั้นพอดี พวกโจรป่าก็วิ่งไล่ตามเป็นพรวน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/457.jpg)




วิ่งๆๆๆ มาไม่ลืมหูลืมตา ชนโครมมมเข้ากับคนที่เดินเล่นไม่รู้อิโหน่อิเหน่เค้าอย่างจัง ร่างสองร่างล้มถลาไปด้วยกัน ก่อนจะสบสายตากันปิ๊งๆๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/458.jpg)




นิ่งอึ้งตะลึงงันกันทั้งคู่ก่อนที่จินดาเมขลาจะได้สติผลักฝ่ายชายออกไปอย่างไม่พอใจ ลุกขึ้นมองขวางๆ ปัดไม้ปัดมือปัดฝุ่น ก่อนจะโพล่งด่าขึ้นมากลบเสียงงั่งกับมาตุที่กำลังทะเลาะกันอยู่เงียบกริบ
“รู้จักดูตาม้าตาเรือซะบ้างสิ!!” (โอ้ว นั่นพระอิศวรนะเพคะ)
“จินดาเมขลา...” พระองค์ตะลึงงงที่อยู่ๆ ก็ได้มาเจออย่างไม่ทันคาดคิด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/459.jpg)




จินดาเมขลาแปลกใจเพราะยังจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ “รู้จักชื่อเราได้ไง บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” ยังไม่ทันจะหาคำตอบพวกโจรก็ตามมาทัน พอมาเห็นจินดาเมขลาก็ตกตะลึงในความงาม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/460.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 11, 2011, 11:16:33 PM
กลัวไม่เห็นภาพ  เอา gif ไปเลย    :icon_evil:


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigiftsara-jinda.gif)



ตบท้ายด้วย ภาพสาวๆ หนุ่มๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/page4.jpg)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/page5.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มกราคม 11, 2011, 11:29:20 PM
gifใหญ่ได้ใจมาก แต่ชอบ :icon_evil:

เริ่มจิ้นคู่นี้ซะแล้วสิ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 11, 2011, 11:50:41 PM


Coming Soon



(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifaporn-absornx60.gif)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Nus ที่ มกราคม 12, 2011, 06:08:27 PM
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆในที่สุดเค้าสองคนก็ได้เจอกัน    แต่อยากให้จินดาคู่สามศรีง่ะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 11:36:29 AM
มาตุลีผสมโรงไม่รู้เวลาว่าใช่นี่แหละ นางฟ้าจำแลง องค์พระอิศวรต้องปราม  “มาตุ!” แล้วก็เถียงกันเพิ่มความฝืดเรื่องชื่อ มาตุกับมาตุลี แล้วก็หันไปทะเลาะกับงั่งเพิ่มความรำคาญอีกนิด
ก่อนที่พวกโจรจะเข้าไปยื้อยุดฉุดมือจินดาเมขลาอย่างจาบจ้วง   “ไปกับข้าซะดีๆ”
 “ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ!!” พอดีนางเอกเก่งค่ะ พระเอกแค่พูด แต่นางเอกสะบัดมือออกแล้วซัดกลับไปแล้ว พวกโจรเลยยิ่งเจ็บใจต้องเอาตัวนางไปให้ได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/461.jpg)




พวกโจรจะสวนมีดมา แต่จินดาเมขลากระโดดตีลังกาลอยฟ้าหลบได้ทัน แล้วก็ชุลมุนอุตลุตเพราะงั่งเข้าตะลุมบอนช่วยนาย จินดาเมขลาลงมาตั้งหลักก่อนจะร่ายมนต์เปลี่ยนให้อาภรณ์ยาวรุ่มร่ามของตนเป็นชุดทะมัดทะแมงพร้อมต่อสู้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/462.jpg)




แล้วก็แอ๊คชั่นหมู่กันอีกรอบ ยุ่งวุ่นวายดีแท้ พระอิศวรมีดีที่หลบเก่งแต่ก็หลบพลาดบ้างเหมือนกัน มาตุลีโดนต่อยเห็นดาว ฝ่ายจินดาเมขลาห้าวหาญไม่แพ้ชายชาตรี ท่าทางการต่อสู้ก็คล่องแคล่ว (พี่หน่อยบู๊สวยจริงๆ) จัดการขับไล่พวกโจรป่าไปได้หมด
พระอิศวรถึงกับยกนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชม แต่จินดามองกลับแบบไม่เป็นมิตร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/463.jpg)




แล้วหลังจากนั้นก็เดินตามสาวเจ้าต้อยๆ โดยไม่สนใจว่านางจะพอใจหรือไม่
‘จินดาเมขลา...ถึงเจ้าจะลงมาเกิดเป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความสวยสง่าของนางฟ้าเลย’ อ่ะนะ เริ่มชอบแล้วอ่ะดิ
จินดาตวัดสายตามามองผู้ที่พ่วงตามมาอีก 2 อย่างไม่พอใจ แต่ก็แอบคุ้นๆ ต้องหันมองแล้วมองอีก “หน้าตาอย่างนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ” งั่งเสริมว่าใช่ๆ โดยเฉพาะไอ้เหม็นตุๆ นั่นน่ะ (ก็เค้าเคยตกลงมาทับแกอ่ะนะ)
มาตุย้อนกลับว่าแกแหละเหม็นไม่ได้อาบน้ำเลย งั่งโวยวายที่โดนรู้ความลับ (ไปไหนใครก็เหม็นนี่ไม่เรียกความลับแล้วนะงั่ง)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/464.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 11:54:14 AM
จินดาเมขลาออกปากไล่ “จะไปไหนก็ไปสิ จะมาตามเราทำไม”
“ใครว่าเราตามเจ้า ป่านี้ไม่มีเจ้าของเราจะเดินไปไหนก็ได้” (ถ้าบทหลีหญิงของคุณหนึ่งนะ กาฬชอบเรื่องนี้ที่สุดอ่ะ น่ารักดี)
“งั่ง! เปลี่ยนทาง” นายไม่ไปฉันไปเองก็ได้ เค้าไปกันแล้วแต่พระองค์ก็ยังยิ้มระรื่นอยู่ มาตุลีถามว่าเอาไงดี  “ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีอิทธิฤทธิ์แล้วอ่ะนะ แต่ทุกหนทุกแห่งบนโลกใบนี้ เรารู้จักหมด โดนเฉพาะอย่างยิ่ง...ทางลัด”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/465.jpg)




(ตัดไปนิดนึง)งั่งมุกเดิมยุแยงตะแคงรั่วอีกแล้ว “...ลองคิดดูดีๆ สิเพียงแค่พระพิรุณต้องการจะหาคู่ครวง พระโอรสราหูก็คงจะเหมือนกัน ทั้งสององค์มัดมือชกพระธิดาให้เสด็จออกป่ามาลำบากตรากตรำอย่างนี้ ทั้งที่อยู่ในวังสบายๆ งั่งพูดถูกมั้ยพระเจ้าค่ะ”
“เค้าเรียกยุให้รำตำให้รั่วต่างหากล่ะ!” งั่งแป่วที่จินดารู้ทัน “จะบอกอะไรให้นะ ไม่ว่าเราคนใดคนนึงจะตัดสินใจทำอะไรก็ตาม นั่นก็หมายความว่าอีกสองคนที่เหลือถูกลิขิตให้เป็นไปตามนั้นด้วย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/466.jpg)




“อ้อ รู้แล้ว อย่างนี้ก็หมายความว่าพระธิดาต้องออกตามหาเนื้อคู่หนังคู่กระดูกคู่เหมือนกันใช่ม้า” งั่งล้อ
“หยุดคิดอย่างนั้นนะ! เราไม่ชอบ!!” งั่งหงอยเลยที่โดนตวาด “เราไม่ได้ออกตระเวนตามหาเนื้อคู่อย่างที่เจ้าเข้าใจหรอก เราก็เพียงแค่ต้องการสานต่อเจ้าพี่พิรุณกับเจ้าพี่ราหูเท่านั้นเอง ทีหลังน่ะห้ามพูดเรื่องนี้อีกเข้าใจมั้ย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/467.jpg)




“แต่งั่งก็ยังว่าแปลก” มันยังไม่เลิก “อยู่ดีๆ ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันโผล่มาได้ยังไง มัน...” จินดาหันขวับมาตาเขียว “เจ้าพูดว่ายังไงนะ”
“เปล่า...งั่ง...หมายถึงไอ้ผู้ชายคนนั้นเนี่ย มันโผล่มาได้ยังไงในป่าเนี้ยไม่มีน้ำยาอะไรเลย อย่างงี้มีหวังตายแน่ๆ” เฉไฉเรื่องอื่นเลย
“ช่างประไร ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราซะหน่อย” จินดาเมขลาตอบอย่างไร้น้ำใจทำเอางั่งอึ้ง ไม่สนซักนิดเลยเหรอ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/468.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 02:57:02 PM
จินดาเดินมาถึงน้ำตก ดีที่จะได้ล้างหน้าล้างตา งั่งบ่นอุบว่าไม่อยากล้างเลย จินดารำคาญบอกไม่ล้างก็เฉยๆ สิ จินดาวิ่งเข้าหาน้ำ งั่งวิ่งหนีเหมือนเป็นโรคกลัวน้ำ จินดาวักน้ำล้างหน้าล้างตาสดชื่นพลางเอ่ยชวนงั่งด้วย แต่งั่งนั่งสั่นเป็นลูกนก
“จะเก็บไว้ทำไมขี้ไคลหนาเขรอะขนาดนั้นน่ะ” งั่งบอกเก็บไว้ปั้นตัวประหลาด
“งั้นก็ตามใจ ตั้งแต่เกิดมานะเราไม่เคยเห็นใครสกปรกเท่าเจ้ามาก่อนเลย” จินดาพูดพลางลุกขึ้นจากริมน้ำเดินอ้อมไปข้างหลังงั่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/469.jpg)




งั่งหันมาเห็นจินดาก็ไม่ทันเสียแล้ว
“นี่แน่!” แล้วร่างกระหังผู้น่าสงสารก็ถูกผลักตกน้ำตู้ม งั่งโวยวายตีน้ำ พระธิดาใจร้ายๆๆๆ
“ขัดเนื้อขัดตัวให้สะอาดเลยนะ ขี้ไคลน่ะเอาออกให้หมดเราน่ะเหม็นสาบเจ้าเต็มทีแล้ว” แล้วก็จะเดินจากไป งั่งรีบเรียกถามว่าจะไปไหน จินดาบอกไปหาผลไม้มากินทิ้งให้งั่งบ่นอยู่ในน้ำคนเดียว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/470.jpg)




จินดาเมขลามาหาผลไม้เจอดงกล้วยคิดว่าจะได้กินแต่ก็ปรากฏว่ามีคนมาตัดกล้วยสุกไปหมดแล้ว เหลือแต่เครือกล้วยดิบที่กินไม่ได้ แม้แต่ผลไม้อื่นก็ไม่เหลือสุกๆ ให้กิน จินดาเมขลาอย่างแปลกใจว่าใครไม่รู้เด็ดไปหมดแล้ว
ก่อนจะได้กลิ่นเนื้อย่างจึงเดินตามกลิ่นนั้นไปด้วยความอยากรู้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/471.jpg)




เจ้าของกลิ่นเนื้อย่างนั้นคือองค์อิศรา (เรียกเลยแล้วกัน แต่ในละครเค้ายังไม่เรียกกัน)  “อ้าว เจ้านั่นเองน่ะ”
จินดาเมขลาเห็นว่าเป็นใครก็ชะงักและยิ่งเห็นผลหมากรากไม้สุกๆ ที่เก็บมาซะเกลี้ยงก็ไม่พอใจ แต่ไม่อยากจะมีเรื่องเลยหันหลังกลับ
 “นี่ เดี๋ยวก่อนสิ...หิวรึเปล่า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/472.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 03:01:32 PM
“ไม่หิว!” จินดาตอบหยิ่งๆ แต่พระองค์ไม่สนพระทัย
“ไม่หิวก็กินได้น่า นี่มันเย็นแล้วนะ...นี่ เราไม่ใจแคบเหมือนเจ้าหรอกนะ ที่หวงแม้กระทั่งการเดินในป่าน่ะ”
(นี่คือการชวนสาวดินเนอร์ด้วยกันเหรอเพคะ)
จินดาอดไม่ได้หันมาต่อปากต่อคำ “เราไม่ได้หวง เจ้าต่างหากที่จงใจตามเรามา”
“เราน่ะเหรอจงใจตามเจ้า? คิดดูให้ดีสิ เรานั่งปิ้งเนื้อปิ้งปลาอยู่ตรงเนี้ย แล้วอยู่ๆ เจ้าก็โผล่ขึ้นมา อย่างนี้เค้าเรียกว่าใครตามใครกันแน่...แต่ก็ช่างเถอะนะ เราไม่ถือหรอกใครจะตามใครก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่เหรอ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/473.jpg)




เห็นจินดาเงียบๆ ไม่เถียงกลับอย่างนี้อย่าคิดว่าเธอแพ้นะคะ แท้จริงแล้วกำลังเล็งอาหารอยู่ต่างหาก พอองค์อิศราหันหลังก็เป่ามนต์ให้ผลไม้หายไปหมด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/474.jpg)




องค์อิศราหันมาอย่างไม่พอใจ  “เจ้าทำอย่างนี้ทำไม”
แต่จินดาไม่สนใจ เป่ามนต์ใส่เนื้อย่างที่กำลังรมควันระเบิดบึ้มเกรียมยิ่งกว่าสเต๊กโอเวอร์คุ๊กซะอีก  “นี่! ของมันก็เสียหมดสิ แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรกินล่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/475.jpg)




“นั่นมันก็เรื่องของเจ้า!” สีหน้าเธอยิ้มเยาะสะใจมาก ประมาณว่าฉันมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ขอใครกิน และถ้าฉันไม่ได้กินนายก็ต้องไม่ได้กิน 555+
องค์อิศรามองตามไปอย่างอึ้งๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอมยิ้มถูกใจในทีท่าแสบเซี้ยว ไฮโซของนาง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/476.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 03:11:03 PM
ฝ่ายงั่งก็ยังลอยคอต๋อมแต๋มอยู่ในน้ำตะโกนโทษแต่จินดาไป มาตุลีแอบว่ายน้ำมาจากข้างหลังแล้วดำน้ำลงไปเป็นผีน้ำตกฉุดขางั่ง งั่งตกใจดิ้นพล่าน แล้วก็ตีกันในน้ำ งั่งว่ายน้ำหนีแล้วหันไปเอาคืนใช้พลังจับมาตุลีกดน้ำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/477.jpg)




กดกันไปกดกันมาจนจินดาเมขลามา ถามว่าทำอะไรกันงั่งรีบฟ้องว่าไอ้เหม็นตุจับงั่งกดน้ำ มาตุลีเถียงว่าจะอาบน้ำให้ต่างหากล่ะ
แต่ก่อนที่จะได้ทะเลาะกันอีกยก จินดาก็เรียก “ไปเถอะงั่ง เราไม่อยากจะอยู่แถวนี้” งั่งเลยรีบตามจินดาไปทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/478.jpg)




 “ช่างนางเถอะ” องค์อิศราไม่แคร์เมื่อรู้ว่านางไปแล้ว มาตุลีแปลกใจช่างนางทำไม  “เอ๊ะ นี่เจ้าจะซักไปให้ได้อะไรขึ้นมาฮะ มาตุลี ในเมื่อนางอยากจะไปก็ช่างนาง พูดแค่นี้เจ้าไม่เข้าใจเหรอ”
มาตุลีจะค้านเพราะชักปอดที่ตัวเองไม่มีอิทธิฤทธิ์แล้วกลัวไปเองไม่รอด  “นี่ มาตุลี! เจ้าอยากจะตามนางไปใช่มั้ย ถ้าอยากไปก็ไปเล้ย” เอ๊ะ นี่ตกลงแอบโกรธแล้วพาลรึเปล่าเพคะ
“หามิได้พระเจ้าค่ะ ข้าพุทธเจ้าเป็นข้าในพระองค์ ข้าพุทธเจ้าต้องตามเสด็จพระองค์สิพระเจ้าค่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/479.jpg)




 “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว การเดินทางในป่าเนี่ย ถึงแม้จะไม่มีพระเวทย์แต่ก็ต้องมีความสามารถในการใช้อาวุธติดตัวบ้าง ถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะเอาตัวไม่รอด” มาตุลีรีบเสริมว่าไม่รอดแน่ๆ
 “เราต้องหาที่ซักแห่งเพื่อฝึกเพลงอาวุธก่อน แล้วค่อยไปผนึกกำลังกับเทพทั้งสามเพื่อปราบอธรรมต่อไป”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/480.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 05:24:33 PM
กล่าวถึงเมืองยักษ์ หลังจากที่สามีสิ้นไปแล้วโชตะนาก็ครองตัวเป็นโสดเป็นพระแม่เจ้าปกครองอาณาประชาราษฎร์เรื่อยมา จนกระทั่ง...
“ถึงเวลาแล้ว!” โชตะนาโพล่งขึ้นมาหลังจากเดินวนไปวนมาคิดอยู่ตั้งนาน
“ถึงเวลาเสวยแล้วเหรอเพคะ” นางตัวเล็กตัวน้อยกระดี๊กระด๊า โชตะนารำคาญว่าเอาแต่กิน ถึงได้อ้วนอย่างนี้ไง (คุณเธอก็อวบนะคะ)

“ที่เราบอกว่าถึงเวลาเนี่ย หมายถึง...เวลาที่จะมีคู่อีกครั้งนึง!” นางทั้งสองอยากกรี๊ดแต่ต้องสงบปาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/481.jpg)




พอเห็นพระแม่เจ้าจะมีสามีใหม่ตัวเล็กตัวน้อยก็เลยจะถือโอกาสหาบ้าง แต่จะไปหาที่ไหนล่ะ ตัวเล็กว่าในนคร (ฟังชื่อไม่ออกอ่ะ อัศคีรีวัน เหรอ?) ไม่เอานะ ยังไม่เห็นมีใครหน้าตาดีซักคน
“เราว่าจะไปเมืองมนุษย์!” นางทั้งสองเกือบกรี๊ดอีกรอบ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/482.jpg)




“ช่าย พวกมนุษย์น่ะรูปร่างหน้าตาล้วนแต่อรชรอ้อนแอ้นดีๆ ทั้งน้านน ไม่น่าเกลียดน่าชังเหมือนพวกยักษ์หรอก” ตอนเอ่ยถึงมนุษย์นี่หน้าตาหยาดเยิ้มแต่พอพูดถึงยักษ์ขยะแขยงมาก
นางตัวเล็ก “แล้วเค้าจะชอบพวกยักษ์เหรอเพคะ”
นางตัวน้อย “ใช่เพคะ พวกเรายังไม่ค่อยปลื้มเลย”
“โอ๊ย จะโง่ให้รู้ว่าเป็นยักษ์ทำไมล่ะ จะมีผัวมนุษย์ก็แปลงร่างเป็นมนุษย์ซี้ วิธีนี้ใช้ได้เป็นร้อยเป็นพันปีแล้วล่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/483.jpg)




ท้าวจักรวรรดิคัดค้านเมื่อได้ฟังความคิดของน้องสาว
“คิดดีๆ โชตะนา พวกมนุษย์น่ะพอมันรู้ว่าเราเป็นยักษ์ก็หนีกระเจิดกระเจิงทั้งนั้นแหละ ไม่มีมนุษย์หน้าไหนหรอกที่จะรักยักษ์จริงสักราย”
“ถึงยังไงน้องก็อยากจะลองดูซักครั้ง อกหักก็ยังดีกว่ารักไม่เป็นเพคะ” ชีมั่นใจเต็มที่ นางตัวเล็กตัวน้อยแอ็คโค่ประโยคสุดท้าย
“อกหักดีกว่ารักไม่เป็นเหรอ!” เสียงที่ 3 (นับเฉพาะพวกเจ้านาย) แทรกเข้ามาพร้อมการปรากฏตัวของปราบไตรจักร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/484.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 05:29:47 PM

โชตะนาเมื่อเห็นใบหน้างามๆ หนุ่มแน่นกำยำโชตะนาก็ทำหน้าเยิ้มเก็บอาการไม่อยู่แทบจะกลืนกินหลานตัวเอง
“ปราบไตรจักร! ต๊ายตาย นี่ปราบไตรจักรหลานรักของอาจริงๆ เหรอเนี่ย แหม เติบโตเป็นหนุ่มรูปงามถึงเพียงนี้เลยเหรอ”
เห็นสีหน้าท่าทางของเด็จอาแล้วทำหน้าสยอง แต่ก็ยังชมกลับ “เสด็จอาก็ยังงดงามเหมือนที่หลานเห็นครั้งแรกไม่มีผิด”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/485.jpg)




“นั่นเป็นเพราะว่าพวกเราเป็นยักษ์ จึงไม่แก่ไม่เฒ่า เคยอยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้นแหละ เค้าเรียกว่าแก่อยู่ตัวนั่นแหละ” แอบโดนด่าว่าแก่อยู่ดี
โชตะนาอยากจะกรี๊ดรับไม่ด้ายยยยย แถมนังสองคนก็ออกท่าทางเลียนแบบเลยโดนปาเงาะใส่ปากคนละลูก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/486.jpg)




“เมื่อกี้หลานได้ยินแว่วๆ ว่าเสด็จอากำลังจะเสด็จลงไปเมืองมนุษย์”
“ใช่จ้ะ อาจะไปเสี่ยงหาเนื้อคู่ไงหลาน”
“พอดีหลานก็กำลังจะไปอยู่เหมือนกัน”
“ต๊าย ไปหาเนื้อคู่เหรอจ๊ะหลาน” ปราบไตรจักรหัวเราะขบขัน “ไปหาอาหารมากกว่าพระเจ้าค่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/487.jpg)




จักรวรรดิเห็นด้วยเพราะตนก็ไม่ได้ไปเมืองมนุษย์นานแล้ว ถือโอกาสจัดทริปซะเลย แต่นางตัวเล็กตัวน้อยโดนปัดออกจากกรุ๊ปเพราะเค้าจะไปกันแค่ 3 คน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/488.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 08:44:53 PM
แล้วคืนวันผ่านไปไม่สิ้นสุด
มวลมนุษย์เวียนหลงในสงสาร
เพียงพงไพรเทือกเขาลำเนาธาร
ที่มองเห็นเหตุการณ์อันเป็นไป
ทั้งชั่วสุดรึดีหนีไม่พ้น
เกิดเป็นคนไม่มีหนีไปไหน
จะกี่ร้อยพันปีที่ล่วงไป
ต่างชดใช้เวรกรรมตามครรลอง

(ประมวลภาพธรรมชาติที่แตกต่างกัน จากละครพื้นบ้านเรื่องเก่าๆ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/489.jpg)




กล่าวถึงนครโรมวิสัย ท้าวคันธมาศน์และมเหสีรัชดาเป็นผู้ปกครอง บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/490.jpg)




มีพระธิดารูปโฉมงดงามสาวสะพรั่งสององค์ที่กำลังเข้าเฝ้า ทั้งสองก้มกราบถวายบังคมอ่อนช้อย (เป็นพิธีรีตองที่ทำเฉพาะเปิดตัวฉากแรกเท่านั้น และคุณจะไม่เห็นอีกเลยทุกเรื่อง)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/491.jpg)




ไหว้แล้วก็เขยิบขึ้นมานั่งบนแท่นข้างๆ “ไงลูก สุวรรณอัมพร อัปสรสวรรค์ เตรียมตัวพร้อมสำหรับพิธีเลือกคู่แล้วรึยัง” ทั้งสองทำหน้าเบื่อ ก่อนที่สุวรรณอัมพรจะเป็นคนกราบทูล
“ก็อย่างที่ลูกกราบทูลไปแล้วเพคะ เสด็จพ่อ ลูกยังไม่พร้อมที่จะมีคู่ครอง”
“ลูกก็เหมือนกันเพคะ” เพียงแค่ประโยคแรกก็สามารถถ่ายทอดบุคลิกของพระธิดาทั้งสองได้เป็นอย่างดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/492.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 08:49:32 PM
“ไม่แต่งไม่ได้นะลูก ขืนมัวแต่ชักช้าอีกหน่อยก็ขึ้นคานเหมือนเสด็จอาดวงดารานะลูก” มเหสีรัชดากำหนดกฏเกณฑ์แถมพาดพิงไปถึงอีกบุคคลที่ทำให้ท้าวคันธมาศน์ทนไม่ได้ “ดวงดารานั่นคือน้องสาวของพี่นะรัชดา”
“หม่อมฉันไปว่าอะไรล่ะเพคะ เสด็จพี่ก็...หม่อมฉันเพียงแต่บอกผลร้ายกับลูกของการที่เป็นคนช่างเลือกเท่านั้นเองแหละเพคะ” พ่อแม่เถียงกันลูกๆ นั่งมอง นางกำนัลสมจิตได้ยินแล้วแอบไม่พอใจแทนคนถูกกล่าวถึง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/493.jpg)




“พระธิดาทั้งสองอย่าทรงวิตกกังวลไปเลยนะเพคะ หม่อมฉันคิดว่าจะต้องมีชายหนุ่มรูปงามเพียบพร้อมมากมายมาทรงให้เลือกเพคะ” คุณเทพทองช่วยเกลี้ยกล่อม
“แล้วถ้าเราไม่ถูกใจใครเลยซักคนละคุณท้าว” สุวรรณอัมพรถาม
“ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่ต้องเลือกสิลูก รอจนกว่าจะพบคนที่ถูกใจ” ท้าวคันธมาศน์ตามใจ ทำให้ทั้งสองพอมีทางออก แต่แล้วก็ต้องหน้าหมองเพราะเสด็จแม่ค้านเต็มที่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/494.jpg)




“ให้ท้ายลูกอีกแล้วนะเพคะ ฟังแม่ดีกว่านะลูก อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้จ้ะ ค่อยๆคิดค่อยๆพิจารณา ชายหนุ่มมีให้เลือกเยอะแยะไปหมดมีหรือจะไม่ถูกใจซักคนนึงใช่มั้ยลูก” เลยไม่มีใครขัดแย้งออกในความดื้อดึงของพระมเหสี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/495.jpg)




คำนินทาถูกคาบมาถึงหูดวงดาราให้ต้องเต้นด้วยความเดือดดาล “ฮะ? พระพี่นางกล้าพูดอย่างนั้นเชียวเหรอ”
สมจิตรีบเสริม แล้วก็แอบน้อยใจแทนพระขนิษฐาด้วย ดวงดาราถามถึงพระเชษฐาว่ารับสั่งยังไง “องค์เหนือหัวน่ะเหรอเพคะ จะทรงกล้า...ไม่มีหรอกเพคะ”
(สมจิตเป็นนางกำนัลของสุวรรณอัมพรอัปสรสวรรค์ด้วยความจงรักภักดีและไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร มีแต่ฉากนี้แหละที่ชีคาบข่าวมาบอก แล้วก็ไม่ได้สานต่ออะไรอีกเลย)
(จริงๆ คนนี้เค้าน่ารักดีนะ แต่เล่นเรื่องนี้เป็นนางกำนัลโดนแต่งซะไม่สวยเลย)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/496.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 09:09:09 PM
“หม่อมฉันว่าถึงเวลาที่พระขนิษฐาจะเสด็จลงจากคานทองแล้วนะเพคะ ไหนๆ ก็มีชายหนุ่มที่ชุมนุมกันตั้งมากมายแล้วทำไมไม่ทรงใช้โอกาสนี้ เข้าร่วมพิธีเลือกคู่ล่ะเพคะ”
ดวงดาราฟังแล้วเห็นด้วย “เราน่าจะถือโอกาสนี้แย่งสุวรรณอัมพรกับอัปสรสวรรค์เสี่ยงมาลัยดีมั้ย” นางกำนัลอีกคนค้านจะดีเหรอ
“ใคร? ใครบังอาจจะกล้าว่าเรา คอยดูนะ เราจะรีบเลือกก่อนแม่สองคนนั้นเลย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/497.jpg)




ท้าวคันธมาศน์และมเหสีรัชดากลับเข้ามาในตำหนักก็ให้นางกำนัลออกไปก่อนที่มเหสีรัชดาจะเริ่มต้นพูดเรื่องที่ท้าวคันธมาศน์ชอบทำให้ลูกลังเลใจ หรือว่ายังไม่ประสงค์ให้ลูกมีคู่ครองที่เหมาะสม
“ถ้าได้คู่ครองที่คู่ควรมันก็แล้วไปนะ แต่ถ้าไม่ได้ล่ะ พี่ไม่เห็นว่าจะต้องรีบร้อนให้ลูกแต่งงานไปทำไม”
“กราบทูลจริงๆ นะเพคะเจ้าพี่หม่อมฉันไม่อยากให้ลูกขึ้นคานเหมือนพระขนิษฐาของพระองค์นะเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/498.jpg)




ท้าวคันธมาศน์ส่ายหน้าระอาไม่ตอบอะไร “เชื่อหม่อมฉันเถอะเพคะ หม่อมฉันให้ทหารไปป่าวประกาศแว่นแค้วนใกล้เคียงไว้นานพอสมควรแล้วนะเพคะ ก็คิดว่าจะต้องมีผู้ชายที่ดีมาให้เราเลือกแน่ๆ เลยเพคะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็สุดแล้วแต่น้องเถอะ” ท้าวคันธมาศน์ตัดความยุ่งยาก “แน่นอนเพคะ ต้องแล้วแต่หม่อมฉันอยู่แล้วล่ะเพคะ” มเหสีรัชดายังไม่รู้ตัวว่าโดนประชด
ท้าวคันธมาศน์ลุกหนี จึงรีบถามว่าไปไหน “ไปทำสมาธิ!” มเหสีรัชดาขัดใจเพราะพระสวามีเอะอะอะไรก็ทำแต่สมาธิ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/499.jpg)




ฝ่ายสุวรรณอัมพรก็ดื้อแพ่งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ผิดกับคนน้องที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอะไร
“คอยดูนะพี่จะไม่ยอมเลือกใครซักคน จะดูสิว่าเสด็จแม่จะทรงทำยังไงถ้าหากว่าพี่ไม่ถูกใจใครเลย”
“จะดีเหรอเพคะ เสด็จแม่จะทรงเสียพระทัยเพราะว่าทรงหวังเอาไว้มาก” อัปสรสวรรค์ทักท้วงด้วยความกลัว
“ก็ช่วยไม่ได้นี่ พี่ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ!”
“น้องไม่อยากให้พี่อัมพรทำอย่างนั้นเลย”
สุวรรณอัมพรหันมาสอนน้องสาว “จะบอกอะไรให้นะอัปสรสวรรค์ ถ้าน้องมัวแต่เอาใจคนนู้นคนนี้อยู่เรื่อยๆ อีกหน่อยน้องก็จะไม่เป็นตัวของตัวเองเลย” สาวมั่นแห่งปี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/500.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 13, 2011, 09:21:02 PM


:icon_evil: สองสาวแสนสวย   :icon_evil:

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/page6.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มกราคม 13, 2011, 09:39:24 PM
เย้ๆ เปิดตัวพระธิดาแสนสวยสององค์แล้ว
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มกราคม 13, 2011, 09:42:26 PM
โฮกกกกกกกกกกกน้องกาฬจ๋า ขยันโพสสุดๆ>< พี่จะตามอ่านไม่ทันแล้วน๊า (ได้ข่าวว่ายังไม่ได้เริ่มอ่าน)   มโหสถพี่ยังไปไม่ถึงไหนเรยง่าToT

สองสาวพี่แยมพี่อ้อมเรื่องนี้สวยมั่กๆจริงๆ เสื้อผ้าหน้าผมก็เป๊ะสุดๆ!!><

อ้อๆๆจินดาก็สวยเป๊ะมั่กๆด้วย><!! อยากให้คู่กะสามศรีง่าT_T

ว่าแต่สามศรีของพี่(หืม?)ออกยังเนี่ย?? อิอิ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มกราคม 13, 2011, 10:36:54 PM
โฮกกกกกกกกกกกน้องกาฬจ๋า ขยันโพสสุดๆ>< พี่จะตามอ่านไม่ทันแล้วน๊า (ได้ข่าวว่ายังไม่ได้เริ่มอ่าน)   มโหสถพี่ยังไปไม่ถึงไหนเรยง่าToT

สองสาวพี่แยมพี่อ้อมเรื่องนี้สวยมั่กๆจริงๆ เสื้อผ้าหน้าผมก็เป๊ะสุดๆ!!><

อ้อๆๆจินดาก็สวยเป๊ะมั่กๆด้วย><!! อยากให้คู่กะสามศรีง่าT_T

ว่าแต่สามศรีของพี่(หืม?)ออกยังเนี่ย?? อิอิ

ยังค่าา สามศรี(ตอนโต)ยังไม่ออกค่ะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 14, 2011, 01:37:07 PM
อัปสรสวรรค์ฟังแล้วหน้าเจื่อน เพราะตัวเองก็ไม่ได้อยากเลือกอะไรนัก “น้องอยากเข้มแข็งเหมือนพี่อัมพรบ้างจัง”
“พี่ก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรมากมายนักหรอก เพียงแต่พี่ไม่ยอมให้ใครมาบังคับได้เท่านั้นเอง” (มีแต่บังคับคนอื่นค่ะ โดยเฉพาะพระสวามี 55+)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/501.jpg)




ยักษ์ทั้งสามออกป่ามาหาจับสัตว์ป่ากิน ได้ยินเสียงตีฆ้องร้องป่าวประกาศของพวกทหารเห็นเป็นมนุษย์ก็ลาภปากเลยชวนกันลงไปกิน ทหารเดินมาเจอทั้งสามก็ชะงัก ปราบไตรจักรถามเหมือนคนปกติว่าไปไหนกัน
ทหารบอกว่าเป็นทหารเมืองโรมวิสัย มาตีฆ้องร้องป่าวหาชายหนุ่มไปเลือกคู่กับพระธิดาทั้งสอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/502.jpg)




“ฮ๊า เลือกคู่เหรอ!!” จักรวรรดิตาโต ทหารอีกคนบอกว่าถ้าสนใจก็ลองไปดูอาจจะมีโชคก็ได้ “อ๋อ พวกเราน่ะมีโชคอยู่แล้ว” โชตะนายิ้มหยัน “เช่นอยู่ดีๆ ก็มีอาหารเดินมาให้กินถึงปาก”
พวกทหารไม่เข้าใจ ปราบไตรจักรถามว่านครโรมวิสัยไปทางไหน เมื่อทหารบอกทางก็พูดอย่างซาบซึ้ง “ขอบใจนะ มีทั้งอาหารและข่าวดีมาบอกพวกเรา” ทหารบอกข่าวดีน่ะ แม่น แต่แถวนี้บ่มีอาหาร
(คือทหารเว้าอีสาน กาฬฟังบอกแต่ไม่รู้จะพิมพ์ยังไง)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/503.jpg)




“มีสิ! ก็พวกเจ้าไง!! 555+” แล้วพวกยักษ์ก็หัวเราะกันอย่างสาสมใจ ก่อนจะกลายร่างเป็นยักษ์ใหญ่ กว่าทหารจะรู้ตัวก็วิ่งหนีไม่ทันเสียแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/504.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 14, 2011, 01:44:49 PM
เสร็จเรียบร้อยจากอาหารมื้อใหญ่ก็มาล้างมือล้างปากที่น้ำตก จักรวรรดิชื่นใจได้กินเนื้อมนุษย์
“เออ แล้วนี่เราจะเดินทางไปนครโรมวิสัยกันรึเปล่าเพคะ เจ้าพี่” โชตะนาถาม
“ไปสิ พี่จะลองไปเข้าพิธีเลือกคู่ดู” โชตะนาหมั่นไส้ “โอ๊ยยยย  เจ้าพี่น่ะแก่แล้ว...เอ่อ” เห็นสีหน้าพี่ชายแล้วต้องรีบชะงักปาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/505.jpg)




“เจ้าพี่พ้นวัยเลือกคู่แล้วนะเพคะ ยกให้เป็นหน้าที่ปราบไตรจักรดีกว่าเพคะ”
“หม่อมฉันยกให้เสด็จพ่อพระเจ้าค่ะ” ทางลูกก็โยน “แหม ดีมากลูก แต่พ่อว่า...ใครดีใครได้ดีกว่า” สองพ่อลูกหัวเราะชอบใจ
“เอ แล้วที่นั่นจะมีชายหนุ่มให้โชตะนาเลือกบ้างรึเปล่าน้า”
“น่าจะมีพระเจ้าค่ะ แต่ที่แน่ๆ เราพบแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ที่สุดเลยทีเดียว” ทั้งสามหัวเราะก้องป่าที่จะมีทั้งโชคแล้วก็ผลพลอยได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/506.jpg)




เวลาล่วงเลยผ่านจนกระทั่งย่างเข้าฤดูคิมหันต์ งั่งคอยป้วนเปี้ยนสังเกตดูร่างจินดาเมขลา และแล้วก็ถึงเวลา นางจึงเตรียมตัวเปลี่ยนร่าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/507.jpg)




และแล้วเจ้าพี่ราหูก็มา (กรี๊ดดดดดดดดดดดดด กาฬรหัสย์นี่อาการหนักไม่สร่างซา)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/508.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 14, 2011, 01:59:11 PM
ตื่นมาก็หาวหวอด บิดขี้เกียจอย่างเมื่อยขบ ก่อนจะหันมาทักทายงั่งที่ร้องออกมาด้วยความเซ็ง “ว่าไงงั่ง”
“จะว่ายังไงเล่า ว่าไม่ได้หรอก แต่ถ้าว่าได้นะ งั่งอยากให้เป็นพระธิดาจินดาเมขลาองค์เดียว คนอื่นไม่เอา!”
“เลือกไม่ได้หรอกงั่ง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/509.jpg)




งั่งก็รู้ว่าเลือกไม่ได้ ราหูมองซ้ายมองขวาก่อนจะถามว่าจะไปไหนกัน (ถามอย่างนี้ตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะเพคะ)
“จะไปไหน ก็ไปหาคู่ครองน่ะสิ”
“หาคู่ครอง! ใคร? เจ้าหรือว่าเรา” ถามเหมือนเป็นเรื่องตลก
“พระโอรสพิรุณโน่น”
“พระพิรุณจะหาคู่ครอง 55555+” หัวเราะออกมาจริงๆ ด้วย (หัวเราะไปเถอะ เดี๋ยวจะรู้สึก)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/510.jpg)




“ถ้าอย่างนั้นน่ะนะ เราคงได้พบก่อนแล้วล่ะ” มีคุยโวอีกนะ งั่งมองแบบ... “พระโอรสราหูเนี่ยนะ จะพบคู่ครอง 55555+ คราวนี้งั่งหัวเราะบ้างล่ะ 555+” หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
“ทำไม! เจ้าหัวเราะทำไม เจ้าคิดว่าอย่างเราเนี่ยจะหาคู่ครองไม่ได้รึไง” ไหนขอเหตุผลหน่อยสิ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/511.jpg)




“ไอ้ได้น่ะ มันก็ยังพอได้นะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องมีไอ้แบบนี้เหมือนกัน” ราหูจับเขี้ยวตัวเอง
“เออ คอยดูแล้วกัน เดี๋ยวเราจะหาคู่ครองชนิดที่สวยราวกับนางฟ้าลำแจงมาให้เจ้าดูเป็นขวัญตา” ต้องลบคำสบประมาทให้ได้
“ฮั่นแน่ นางฟ้าลำแจงหรือว่านางยักษ์จำแลงกันแน่จ๊ะ” งั่งยังหัวเราะไม่เลิก ราหูเสียเซลส์จริงๆ แต่ยังไงก็ไม่ยอมแพ้คำพูดกระหังหรอก  “เออ คอยดูแล้วกัน เจ้างั่ง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/512.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ มกราคม 16, 2011, 09:11:25 AM
น้องหน่อยจินดาเมฆขลา เรื่องนี้สวยมากนะ พีชอบ (ชอบให้แต่งชุดเดินป่านะ ไม่ชอบชุดพระธิดาอ่ะ) เสียดายจังตอนนี้หายไปเลยอ่ะ

เห็นด้วยกะน้องกาฬนะคะ ฉากเปิดตัวสองพระธิดาเป็นฉากที่สวยงามมาก ชอบบบบบบบ น้องแยมกะน้องอ้อม เรื่องนี้สวยมาก ชอบชุดที่สองคนพระธิดาใส่มาก ดูสวยแล้วลงตัวมาก

ฉากที่พระราหูบิดขี้เกียจน่ะ เป็นท่าประจำตัวเลยน๊าชอบฉากที่คุยกะเจ้างั่งในป่าอ่ะ  น่ารักดี  อิอิ ที่สำคัญในที่สุดฉากที่รอคอยก็มาถึงซะทีนะ
น้องกาฬขอฉากในกระท่อมตอนที่ถูกไล่ไปอยู่ปลายนา แบบเน้นๆเลยนะจ๊ะ  โดยเฉพาะฉากที่พระราหูถูกพระธิดาสุวรรณอัมพรตลาดจนห่อผ้าหลุดจากมืออ่ะ อิอิ (ยักษ์ราหูผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด กลับกลัวเมีย 55555+ ว่าแล้วก็อยากกลับไปเปิดแผ่นดูล่วงหน้าซะเลย แต่ว่าตอนนี้แผ่นอยู่กะนินดาอ่ะ)

อยากดู  อยากดู  ...... :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 16, 2011, 08:07:06 PM
โฮกกกกกกกกกกกน้องกาฬจ๋า ขยันโพสสุดๆ>< พี่จะตามอ่านไม่ทันแล้วน๊า (ได้ข่าวว่ายังไม่ได้เริ่มอ่าน)   มโหสถพี่ยังไปไม่ถึงไหนเรยง่าToT

สองสาวพี่แยมพี่อ้อมเรื่องนี้สวยมั่กๆจริงๆ เสื้อผ้าหน้าผมก็เป๊ะสุดๆ!!><

อ้อๆๆจินดาก็สวยเป๊ะมั่กๆด้วย><!! อยากให้คู่กะสามศรีง่าT_T

ว่าแต่สามศรีของพี่(หืม?)ออกยังเนี่ย?? อิอิ

เมื่อไหร่ที่กาฬโพสต์แสดงว่าเครียดค่ะ   555+ 
ต้องมาระบายอารมณ์   :icon_exclaim:

น่าแปลกนะ  ทั้งที่เรื่องนี้ก็สไบกลัดมุมเหมือนร่างอื่นๆ ต่อมา  แถมชุดแต่ละเรื่องยังสลับๆ กันมั่วๆ อีกด้วย
แต่ทำไมมองดูแล้วสวยประณีตกว่าเรื่องอื่น



น้องหน่อยจินดาเมฆขลา เรื่องนี้สวยมากนะ พีชอบ (ชอบให้แต่งชุดเดินป่านะ ไม่ชอบชุดพระธิดาอ่ะ) เสียดายจังตอนนี้หายไปเลยอ่ะ

เห็นด้วยกะน้องกาฬนะคะ ฉากเปิดตัวสองพระธิดาเป็นฉากที่สวยงามมาก ชอบบบบบบบ น้องแยมกะน้องอ้อม เรื่องนี้สวยมาก ชอบชุดที่สองคนพระธิดาใส่มาก ดูสวยแล้วลงตัวมาก

ฉากที่พระราหูบิดขี้เกียจน่ะ เป็นท่าประจำตัวเลยน๊าชอบฉากที่คุยกะเจ้างั่งในป่าอ่ะ  น่ารักดี  อิอิ ที่สำคัญในที่สุดฉากที่รอคอยก็มาถึงซะทีนะ
น้องกาฬขอฉากในกระท่อมตอนที่ถูกไล่ไปอยู่ปลายนา แบบเน้นๆเลยนะจ๊ะ  โดยเฉพาะฉากที่พระราหูถูกพระธิดาสุวรรณอัมพรตลาดจนห่อผ้าหลุดจากมืออ่ะ อิอิ (ยักษ์ราหูผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด กลับกลัวเมีย 55555+ ว่าแล้วก็อยากกลับไปเปิดแผ่นดูล่วงหน้าซะเลย แต่ว่าตอนนี้แผ่นอยู่กะนินดาอ่ะ)

อยากดู  อยากดู  ...... :icon_evil:


จัดไปตามคำขอเพื่อสนองนีสตัวเองเช่นกันค่ะ
รีดูจากนั้นหลายรอบแล้ว กว่าจะแคปเล่าไปถึง  ดูกี่ทีก็น่ารัก  555+

 :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 16, 2011, 08:21:02 PM
เอย...ครั้นถึงวันเลือกคู่ดูคึกคัก
หนุ่มน่ารักน่าชังทั้งน้อยใหญ่
มาประชันในปะรำชื่นฉ่ำใจ
รอทรามวัยพระธิดามาเลือกตน
บ้างคนดูองอาจท่าเย่อหยิ่ง
บ้างทำนิ่งมีเมตตาบ้างน่าฉงน
บ้างทำท่าเจ้าชู้ดูลุกลน
บ้างพร่ำบ่นมนตรามหาระรวย


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/513.jpg)




ภายในตำหนักก็ช่วยกันแต่งองค์ทรงเครื่องพระธิดาทั้งสองกัน จนสุวรรณอัมพรรำคาญบอกไม่ต้องแต่งมากนักหรอก สมใจบอกว่าวันนี้เป็นวันมงคล ไม่ได้ต้องน้อย “มงคลซะที่ไหน อัปมงคลซะมากกว่า”
“พี่อัมพรเพคะ ยังไงเราก็หนีไม่พ้นอยู่แล้วก็น่าจะทำพระทัยให้สบายดีกว่านะเพคะ” อัปสรสวรรค์ปลอบใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/514.jpg)



แต่มีหรือคนหัวแข็งอย่างอัมพรจะยอมโอนอ่อนได้ง่ายๆ “อัปสรสบายไปคนเดียวเถอะ” น้องสาวก็เลยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ คุณท้าวเทพทองที่มาช่วยกำกับกันพระธิดาดื้อเห็นด้วยกับคำพูดของอัปสรสวรรค์
สุวรรณอัมพรเลยได้แต่ฮึดฮัดขัดใจ นางกำนัลนำพวงมาลัยมาถวาย อัปสรสวรรค์รับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเตรียมตัวเตรียมใจพร้อม แต่อัมพรมองอย่างขยะแขยง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/515.jpg)



สมใจวางพานมาลัยไว้ข้างๆ องค์ ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้ “พระธิดา เมื่อคืนนี้พระธิดาสุบินเห็นงูบ้างมั้ยเพคะ”
อัมพรครุ่นคิดออกมาก่อนจะพูดออกมาให้ทุกคนตื่นเต้น “เราฝัน...”
“ฝันว่างูกัดหรือเพคะ” อัปสรถามลุ้นๆ
“ฝันว่างูมันจะกัด...แต่พอดีพี่ก็เหยียบๆๆๆ มันจนตายคาเท้าเลยอัปสร” พูดด้วยสีหน้าสะใจมากอัมพร (เจ้าพี่ราหูเพคะ ลางร้ายลอยมาเห็นๆ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/516.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 16, 2011, 08:24:47 PM
คุณท้าวกับสมใจหัวเราะกันใหญ่ แต่อัปสรสวรรค์ฟังแล้วหน้าง้ำ “รับสั่งเป็นเล่นอยู่เรื่อยเลย”
“เปล่านะ พี่ฝันจริงๆ แล้วพี่ก็จะทำจริงๆ ด้วย” (ไม่เชื่อทุกคนคอยดู แววตามุ่งมั่นขนาดนี้ ไม่เหลือซากแน่นอน) O0

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/517.jpg)



ฝ่ายพระขนิษฐาดวงดาราก็เตรียวพร้อมสำหรับการขโมยซีนเลือกคู่ นางช้อยเตือนว่าเดี๋ยวจะโดนกริ้วเอา แต่ดวงดาราไม่กลัว นางแช่มรีบยุว่าโอกาสดีๆ มาถึงแล้ว ต้องรีบคว้าไว้ ผู้ชายเยอะแยะจนอยากจะเลือกด้วยคน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/518.jpg)




ยักษ์ทั้งสามมาถึงปะรำพิธีนครโรมวิสัย โชตะนาเห็นแล้วตัวสั่นริกๆ ด้วยความตื่นเต้น อยากจะขอเข้าไปเลือกซะด้วยนั้น ท้าวจักรวรรดิต้องรีบห้ามไว้ บอกว่าให้รออยู่ตรงนี้ ตนกับปราบไตรจักรจะเข้าไปก่อน โชตะนาโวยวายว่าไม่ยุติธรรม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/519.jpg)




“เสด็จอา เสด็จพ่อทรงมีพระประสงค์ให้เสด็จอาทรงเลือกให้ดีๆ ของอย่างนี้ต้องใช้เวลานานๆ จะปุบปับไม่ได้ ใช่มั้ยเสด็จพ่อ” ปราบไตรจักรแก้ตัวแทน จะได้ไม่น้อยใจกัน
“ช่าย โชตะนาควรจะมีเวลาพิจารณาหาคนที่ถูกใจจริงๆ เดี๋ยวค่อยเข้าไป นะ”
โชตะนาหลงเชื่อเออออตามเลยยอมให้ทั้งสองเข้าไป ตนจะคอยเลือกอยู่ตรงนี้ หลังจากที่ยักษ์สองพ่อลูกไปแล้วก็ยืนกรี๊ดกร๊าดมองผู้ชายหล่อๆอยู่คนเดียว (กาฬรหัสย์ตาถั่วยังไม่เจอใครหล่อเลยซักคน)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/520.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 17, 2011, 12:29:52 AM
อีกด้านหนึ่งของปะรำพิธี ชาวบ้านกำลังวุ่นวายมามุงดูการเลือกคู่ พระราหูก็มาถึงสงสัยว่าเค้ามุงดูอะไรกัน งั่งเลยแนะนำให้เข้าไปถาม “ลุงๆ เค้ามุงดูอะไรกัน” ราหูถามเขี้ยวยิ้มแฉ่ง ตาลุงแกหันมาก็ตาเหลือกน่ะสิ
“ยักษ์!!!”  เท่านั้นแหละชาวบ้านก็แตกตื่นวิ่งหนีจนแทบจะเกิดมหกรรมคนเหยียบยักษ์ตาย ราหูบอกหยุดๆๆๆๆๆ  กว่าจะฟังกัน เหตุการณ์ชุลมุนเริ่มกลับมาสงบ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/521.jpg)





ขณะนั้นก็ถึงเวลาเลือกคู่พอดี เหนือหัวคันธมาศน์และมเหสีรัชดาเสด็จลงมายังปะรำพิธีพร้อมกับพระธิดาทั้งสองท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มมากมายที่เฝ้ารอเพื่อจะได้ยลโฉม
อัปสรสวรรค์มองบรรดาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มแจ่มใส ในขณะที่สุวรรณอัมพรหน้าบึ้งไม่สนใจใครเลย ในกลุ่มนั้นมีท้าวจักรวรรดิและปราบไตรจักรรวมปะปนไปกับผู้คนด้วย
(กาฬว่าฉากเลือกคู่เรื่องนี้ทำดีที่สุด คือคิดว่าคนเลือกต้องอยู่สูงประมาณนี้อ่ะ เอ แต่กาฬก็ไม่ได้ดูฉากเลือกคู่ในยอพระกลิ่นเลยไม่รู้เป็นยังไง)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/522.jpg)




เมื่อได้เห็นอัปสรสวรรค์ ปราบไตรจักรก็เกิดเสน่หาหลงใหลในความงามของนาง
“คนนี้ของพ่อนะลูก” ท้าวจักรวรรดิกระซิบ “คนไหนพระเจ้าค่ะ” ท้าวจักรวรรดิชี้ไปที่สุวรรณอัมพร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/523.jpg)




ปราบไตรจักรโล่งอกที่พ่อไม่ได้ปิ๊งคนที่ตนหมายตาไว้ “ค่อยยังชั่ว ของลูกน่ะอีกคน คงจะเป็นพี่น้องกัน”
“ถ้าเช่นนั้นเราสองคนพ่อลูกก็เป็นดองกันอีกชั้นล่ะสิ” กระซิบกระซาบหัวเราะกันอย่างมั่นใจว่าได้แน่ๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/524.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 17, 2011, 12:42:24 AM
แล้วปราบไตรจักรก็ร่ายมนต์ไปใส่อัปสรสวรรค์ให้ชะงักงัน หันมาสนใจ ด้วยฤทธิ์แห่งมนต์เสน่ห์เมื่อได้สบตากับปราบไตรจักร หญิงสาวก็เอียงอาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/525.jpg)




มเหสีรัชดาเห็นเข้าก็รีบเชียร์ “ถ้าคิดว่าใช่ก็เสี่ยงมาลัยเลยลูก เอาเลยจ้ะ” ด้วยอำนาจของมนต์เสน่ห์ในเวลานั้นทำให้อัปสรสวรรค์มองไม่เห็นใครอื่นอีกแล้ว เมื่อเสด็จแม่ไฟเขียวก็พร้อมจะเสี่ยงมาลัยทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/526.jpg)



อัปสรสวรรค์เสี่ยงมาลัยออกไป ชายหนุ่มทั้งหลายยื่นมือมารอรับ หากพวงมาลัยนั้นก็ตกเป็นของปราบไตรจักรอย่างง่ายดาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/527.jpg)




ทุกคนต่างมองว่าชายหนุ่มที่อัปสรสวรรค์เลือกมีคุณสมบัติเพียบพร้อมมาก มเหสีรัชดาหันไปบอกกับพระธิดาองค์โต
“ทีนี้ก็ตาลูกแล้วล่ะจ้ะ สุวรรณอัมพร” สุวรรณอัมพรยังคงลังเล โดยมีอัปสรสวรรค์ช่วยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/528.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 17, 2011, 01:33:04 PM
อ่อ ถึงตอนเสี่ยวพวงมาลัยแล้วเหรอเนี่ย แล้วเร็วมั่กๆ
พี่อ้อมสวยมากๆ เลยอ่ะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ มกราคม 17, 2011, 03:05:19 PM
เร็วมากเสี่ยงมาลัยแล้ว ตอนนี้ทางจ๊ะทิงจาเอามาฉาย ไม่รู้ว่าใครจะจบก่อน

พี่กาฬสู้ๆๆ  :icon_idea:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 17, 2011, 10:14:23 PM
เร็วมากเสี่ยงมาลัยแล้ว ตอนนี้ทางจ๊ะทิงจาเอามาฉาย ไม่รู้ว่าใครจะจบก่อน

พี่กาฬสู้ๆๆ  :icon_idea:


555+  ให้เค้าฉายไปดีกว่า  พี่ขอเล่าเรื่อยๆ แล้วแต่อารมณ์ละกัน  แต่ช่องขจ๊ะทิงจา ฉายเร็วตามดูไม่ทัน
เคยเปิดดูพระสุธนมโนห์ราตอนเด็กไป  ยังไม่ทันได้ดูต่อเลย จบแล้ว
 :icon_cry:



ฝ่ายพระราหูก็เพิ่งรอดจากฝ่าเท้ามนุษย์มาได้ ดีที่ไม่ถูกเหยียบตายมันอะไรกันนักหนาเนี่ย งั่งโทษว่าพระโอรสเป็น ย ยักษ์เขี้ยวใหญ่ใครก็กลัว ราหูโทษกลับว่าเจ้าก็ผีกระหังนั่นแหละ ผู้คนยังมองทั้งสองกันอย่างหวาดๆ
ราหูบอกว่าไม่ทำอะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าข้างในเค้ามีอะไรกัน และได้ความว่า “พระธิดาสุวรรณอัมพรกับพระธิดาอัปสรสวรรค์กำลังเลือกคู่”
ราหูได้ยินแล้วก็อมยิ้ม (แต่เขี้ยวใหญ่ติดปากเลยเหมือนแสยะมากกว่า) อย่างน่าสนใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/529.jpg)




.ฝ่ายสุวรรณอัมพรก็โดนเร่งให้เสี่ยงมาลัยทั้งที่ยังไม่ถูกตาต้องใจใครซักคน ท้าวจักรวรรดิให้ลูกเรียบร้อยไปแล้วเลยร่ายมนต์บ้าง หมายให้สุวรรณอัมพรหลงเสน่ห์และเลือกตน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/530.jpg)




แต่พอดี๊ เนื้อคู่ของเธอมาอยู่ใกล้ๆ แล้ว ก็ให้บังเอิญพวงมาลัยในมือหล่น หญิงสาวก้มลงเก็บพอดีกับที่จักรวรรดิร่ายมนต์มาปะทะเข้ามาดวงดาราที่ขโมยซีนเข้ามาแทรกกลางพอดี
มนต์เสน่ห์นั้นเลยกระทบกับดวงดาราเข้าอย่างจังแทนที่จะเป็นสุวรรณอัมพร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/531.jpg)




ผลของมนต์เสน่ห์ทำให้ดวงดาราปิ๊งจักรวรรดิและเสี่ยงมาลัยทันที พวงมาลัยตกครอบเกี้ยวของจักรวรรดิโดยไม่จำเป็นต้องรับ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
จักรวรรดิเอ๋อที่อยู่ๆ มีนางที่ไหนไม่รู้จะแทรกกลาง สุวรรณอัมพรเลยรอดตัวไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/532.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 17, 2011, 10:15:53 PM
ฝ่ายราหูแปลงเป็นยักษ์ชาวบ้าน หาทางไปยังปะรำพิธีก็เจอเข้ากับทหารที่ทำให้ต้องออกกำลังกายกันยกหนึ่ง ทหารสู้ไม่ได้เลยถอยร่นหนีไปหมด ก่อนจะเดินหาปะรำพิธีต่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/533.jpg)




ดวงดาราลอยหน้าลอยตาเป็นปลื้มกับความสำเร็จของตัวเองที่หักคานทองได้สำเร็จ มเหสีรัชดาบอกว่างานนี้เจ้าไม่เกี่ยว ท้าวคันธมาศน์ตัดบทว่าให้แล้วกันไปเถอะ แต่มเหสีรัชดาไม่พอใจจะจบง่ายๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/534.jpg)




“เจ้าพี่! จะแล้วได้ยังไงกันเพคะ สุวรรณอัมพรยังไม่ทันได้เสี่ยงมาลัยเลย ขนิษฐาของพระองค์ก็มาตัดหน้าไปซะก่อนแล้ว” แต่ดูเหมือนว่านอกจากดวงดาราแล้วคนที่จะดีใจไม่แพ้กันคือลูกสาวตัวดี
“ช่างเถอะเพคะเสด็จแม่ ลูกเองก็ยังไม่อยากแต่งงาน ให้เสด็จอาดวงดารานั่นแหละดีแล้ว”
“ลูกก็ เรื่องมากนัก แม่อุตส่าห์ส่งทหารไปป่าวประกาศหาผู้ชายดีๆ มาให้เจ้าเลือก นี่ยังไม่ถูกใจซักคนนึง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/535.jpg)




สุวรรณอัมพรหน้าเจื่อนที่โดนดุ ท้าวคันธมาศน์ต้องช่วยพูด “สุวรรณอัมพรเค้าอาจจะยังไม่ได้พบเนื้อคู่ก็ได้”
“มีผู้ชายมาให้เลือกจนหมดโลกแล้วนะเพคะ ยังไม่พบเนื้อคู่” (ถ้าเท่าที่มีมาให้เลือกหมดโลกแล้ว กาฬก็ขอขึ้นคานดีกว่าค่ะ)
“หม่อมฉันว่าชาตินี้สุวรรณอัมพรคงจะขึ้นคานเหมือยพระขนิษฐาของพระองค์ละมั้งเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/536.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ มกราคม 18, 2011, 12:52:47 AM
ถ้าปราบไตรจักรไม่ใช้เสน่ห์อัปสรสวรรค์คงจะไม่เลือกสินะ  :icon_rolleyes:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 21, 2011, 12:32:42 AM
ดวงดาราโดนกระแนะกระแหนก็ทนไม่ได้ “เอ๊ะ อย่ามาพาดพิงถึงหม่อมฉันจะเพคะ หม่อมฉันน่ะเจอเนื้อคู่แล้ว เอ๊ อย่างเนี้ยเค้าเรียกว่ากรรมกำลังตามสนอง รับสั่งเยาะเย้ยหม่อมฉันไว้มากนักนี่ เวลานี้พระธิดาของพระพี่นางนั่นแหละที่จะขึ้นคาน”
พอโดนย้อนกลับเข้าก็ทนไม่ได้หันไปฟ้องท้าวคันธมาศน์ จนต้องปรามให้พูดกันดีๆ “เจ้าพี่เอาแต่เข้าข้างพระมเหสีอยู่ตลอดเวลา ดวงดาราเป็นน้องแท้ๆของเจ้าพี่นะเพคะ...(บลาๆๆๆ)...”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/537.jpg)




ท้าวคันธมาศน์ลุกออกไปอย่างรำคาญ เสียงแย่งกันถามว่าเสด็จไปไหน “ไปทำสมาธิ!” แล้วก็เดินหน้าขุ่นออกไปเลย มเหสีรัชดาเลยหันมาลงกับลูกสาว
“สุวรรณอัมพร แม่สั่งให้ลูกไปเลือกคู่เดี๋ยวนี้”
“โธ่ เสด็จแม่ ก็ลูกยังไม่ถูกใจใครเลยแล้วจะเลือกได้ยังไงล่ะเพคะ”
“นี่ๆๆ ตกลงระหว่างแม่ลูกกันไปนะเพคะ หม่อมฉันจะไปเตรียมตัวเข้าพิธีอภิเษก ไปนะ ไปนะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/538.jpg)




สุวรรณอัมพรหัวเราะขำดวงดาราที่เดินลัลล้าออกไป แต่แล้วเมื่อหันมาเจอสายตาของเสด็จแม่ก็ขำไม่ออก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/539.jpg)





ฝ่ายจักรวรรดิก็บ่นใหญ่ว่าไม่ได้ชอบนางคนนั้น ชอบอีกคนนึงต่างหาก ผิดพลาดได้ไงเนี่ย (บุญพาวาสนาเนื้อคู่เค้าส่งค่ะ 555+)
ปราบไตรจักรบอกรับมาลัยนางมาแล้วก็ตามน้ำไปก่อนแล้วกัน โชตะนามองอยู่ไกลๆ อย่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ปราบไตรจักรบอกมีทหารมาทางนี้ เฉยๆ ไว้ อำมาตย์เข้ามาเชิญทั้งสองให้แยกไปอีกทางนึง โชตะนางง ว่าจะไปไหนกัน ตัวเองโดนทิ้งอยู่คนเดียว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/540.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 21, 2011, 12:51:50 AM
พลันเสียงชาวบ้านก็แตกตื่นแหวกเป็นทางราวกับตกใจกลัวอะไรบางอย่าง โชตะนาชะโงกดูบ้าง
ราหูในชุดชาวบ้านธรรมดาเดินเข้ามาอย่างองอาจพร้อมงั่ง โชตะนาเห็นเข้าก็ตาลุกวาว ท่ากรี๊ดได้นี่คงกรี๊ดไปแล้ว ตกหลุมรักในรูปโฉมที่งามเกินยักษาทั่วไปของพระราหูทันที (ตาลุกน่ากลัวมากค่ะ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/541.jpg)




“เค้าหลบอะไรกันน่ะงั่ง” พระราหูช่างเป็นยักษ์ที่ใสซื่อบริสุทธิ์มากเพคะ หรือว่าอยู่นครอุดมนานจนเค้าไม่กลัวกัน เลยลืมว่าคนต้องกลัวยักษ์ งั่งบอกรวมๆ ว่าเค้าคงไม่เคยเห็นคนแบบเรามั้ง
ราหูมองชายหนุ่มที่ต่างหลีกหลบรอบด้านอย่างไม่เข้าใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/542.jpg)




.ฝ่ายสุวรรณอัมพรก็ยังดื้อดึงไม่อยากเลือกคู่ มเหสีรัชดายื่นคำขาดว่าถ้ายังดื้อดึงก็ไม่ต้องมาเรียกว่าแม่ สุวรรณอัมพรฮึดฮัด
คนกลางอย่างอัปสรสวรรค์เลยต้องช่วยเกลี้ยกล่อมพี่สาว “พี่อัมพร อย่าทรงดื้อดึงกับเสด็จแม่สิเพคะ” แต่สุวรรณอัมพรยังนั่งนิ่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/543.jpg)





“พระธิดา หน้าที่ของลูกที่ดีก็คือกตัญญูรู้คุณต่อผู้ให้กำเนิดนะเพคะ” คุณท้าวเทพทองเสริม เลยโดนสวนกลับ
“นี่ถ้าคุณท้าวอยากแต่ง คุณท้าวก็แต่งเองสิ!” แรงค่ะ
“ว้าย! อกอีแป้นกลัดหนอง” (มันแปลว่าไรนะ คำอุทานคำนี้)
“อัมพร ลูกจะแต่งหรือไม่แต่ง!” เสด็จแม่ถามย้ำรอบที่ร้อยแล้วมั้งเนี่ย อัปสรพยายามช่วยกล่อม “ไปเถอะเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/544.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 21, 2011, 01:04:43 AM
เห็นแก่สีหน้าของอัปสรสวรรค์ที่เหมือนโดนบังคับให้แต่งซะเอง แต่ยังไม่วายแอบกระซิบ “ก็ได้ คอยดูนะ พี่จะเลือกคนที่หน้าตาหน้าเกลียดอัปลักษณ์ที่สุดเลย” อัปสรหน้าแหยกลัวเสด็จแม่ได้ยิน รีบเร่งพี่สาวให้ออกไปยังปะรำพิธี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/545.jpg)




มเหสีรัชดามองตามพระธิดาทั้งสองที่เดินออกไป ก่อนจะบ่น “หึ! ไม่เข้าใจจริงๆ เลย ทำไมดื้อดึงถึงขนาดนี้ก็ไม่รู้”
“เอาเถอะเพคะ ถึงยังไงพระธิดาก็ทรงยอมแล้วนะเพคะ อุ้ย! พูดแล้วขนลุกไปหมดเลย พระธิดาจะให้หม่อมฉันแต่งงานน” คุณท้าวเทพทองกระดี๊กระด๊าตามประสาสาวโสดคาวัง 
“อยากเหมือนกันล่ะสิ หึ” มเหสีรัชดาหมั่นไส้ ก่อนเดินตามลูกสาวออกไปดูผลการคัดเลือก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/546.jpg)




ราหูก็ยังไม่เข้าใจว่าทุกคนทำไมต้องให้เกียรติเปิดทางให้ตัวเองยืนเด่นอยู่ตรงกลา พอดีกับที่สุวรรณอัมพรถูกบังคับให้เดินออกมา งั่งพยักเพยิดให้ดูข้างบน เพียงเงยหน้าขึ้นประสบพบพักตร์ พระราหูก็ตะลึงยิ้มค้าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/547.jpg)




มเหสีรัชดาเห็นราหูก็อุทานด้วยความตกใจ “ว้าย! ยักษ์! ผีกระหัง!” พวกอำมาตย์นางกำนัลก็หวาดกลัวหวีดร้อง ร้องบอกพระธิดาอย่าโยนลงไปนะ น่ากลัว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/548.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 21, 2011, 01:19:38 AM
แต่ด้วยบุพเพบันดาล (ปนกับแรงทิฐิถือดีของสุวรรณอัมพร) เมื่อเห็นราหูในรูปยักษ์พเนจรก็ยิ้มตอบ (อย่างมีเลศนัย)
ชายหนุ่มน้อยใหญ่กรูกันเข้ามาอย่างไม่กลัวยักษ์ เมื่อเห็นว่าพระธิดาทำท่าจะเสี่ยงมาลัย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/549.jpg)




สุวรรณอัมพรเสี่ยงมาลัยออกไปมาลัยพวงนั้นตกอยู่ในมือราหูที่รับได้อย่างพอดิบพอดี ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของทุกคน แต่สุวรรณอัมพรกลับยิ้มสมใจ (สมแผนการที่คิดไว้)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/550.jpg)




โชตะนาที่แอบดูอยู่เจ็บใจที่หนุ่มที่ตัวเองเล็งไว้โดนเสี่ยงมาลัยตัดหน้าไปซะก่อน อัปสรสวรรค์ตกใจประคองเสด็จแม่ที่กำลังจะเป็นลมแล้ว ในขณะที่พี่สาวยังยิ้มร่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/551.jpg)





เก็บภาพๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/cats1.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 21, 2011, 01:21:11 AM
gif ฉากเสี่ยงมาลัยของราหูและสุวรรณอัมพรค่ะ

 :o


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifamporn-rahoo.gif)


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifrahoo.gif)

 ???
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ มกราคม 22, 2011, 02:36:58 PM
 :icon_frown:  อ้าว...น้องกาฬค้างไว้แค่นี้ได้งัยเนี่ยะ มาเล่าต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ...ไม่ยอมอ่ะ...แงงงงงงงงง
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: sk ที่ มกราคม 22, 2011, 10:44:10 PM
:icon_frown:  อ้าว...น้องกาฬค้างไว้แค่นี้ได้งัยเนี่ยะ มาเล่าต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ...ไม่ยอมอ่ะ...แงงงงงงงงง

หึๆๆๆ พี่กาฬค้างไว้แบบทรมานใจจริงๆ 555+++
จัดการเลยดีมั้ยค่ะพี่ viki

มาต่อเร็วๆนะคะ อยากรู้ว่าอัมพรจะกระทืบราหูให้จมดินยังไง 555++
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 23, 2011, 11:08:42 PM
:icon_frown:  อ้าว...น้องกาฬค้างไว้แค่นี้ได้งัยเนี่ยะ มาเล่าต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ...ไม่ยอมอ่ะ...แงงงงงงงงง

พอดีมันแคปค้างไว้แค่นี้ไงคะ  พี่  555+ :P

:icon_frown:  อ้าว...น้องกาฬค้างไว้แค่นี้ได้งัยเนี่ยะ มาเล่าต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ...ไม่ยอมอ่ะ...แงงงงงงงงง

หึๆๆๆ พี่กาฬค้างไว้แบบทรมานใจจริงๆ 555+++
จัดการเลยดีมั้ยค่ะพี่ viki

มาต่อเร็วๆนะคะ อยากรู้ว่าอัมพรจะกระทืบราหูให้จมดินยังไง 555++

จัดการไร  เดี๋ยวเหอะ  55555+ :icon_neutral:
แน่นอน  เจ้าพี่ราหู  จมดินแน่นอน
  :-X




ฝ่ายดวงดาราเมื่อรู้ข่าวเรื่องคู่ครองที่สุวรรณอัมพรเลือกก็หัวเราะคิกคักนินทากันใหญ่ แล้วก็สมน้ำหน้ามเหสีรัชดาที่อยากได้ลูกเขยนัก
“อะไรก็ไม่กลัวเท่ากับว่าสุวรรณอัมพรจะเป็นอาหารของมันแทนที่จะเป็นเมียน่ะสิ 555+” (เอ่อ อันนี้ต้องระวังตัวเองมากกว่านะคะ)
นางแช่มนางช้อยฟังแล้วกลัวว่าจะกลายเป็นอาหารยักษ์กันไปหมด ดวงดารานึกได้ก็เกิดสยองขึ้นมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/552.jpg)




มเหสีรัชดารีบแจ้นมาฟ้องพระสวามี แต่ท้าวคันธมาทน์กลับสงบนิ่งทำสมาธิต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน ขนาดลูกเลือกคู่เป็นยักษ์นะ แถมยังโดนย้อน
“รัชดา ในเมื่อน้องบังคับให้ลูกต้องเลือกคู่แล้วลูกก็ตามใจ ทำตามคำสั่งแล้ว เราก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามนั้น”
“หม่อมฉันให้เจ้าพี่ช่วยคิดแก้ปัญหานะเพคะ แต่เจ้าพี่ไม่ช่วย กลับมาซ้ำเติมหม่อมฉันอีกเหรอเพคะ”
“พี่ไม่ได้ซ้ำเติมนะ แต่พี่พูดตามความจริง”
“ก็ได้เพคะ ในเมื่อสุวรรณอัมพรอยากลองดีกับหม่อมฉัน ดี๊ จะได้รู้เพคะว่าใครจะชนะ เชิญเจ้าพี่นั่งสมาธิไปคนเดียวเถอะเพคะ”
ท้าวคันธมาทน์ส่ายหน้าระอาที่เลือกคู่แล้วเรื่องก็ไม่จบซะที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/553.jpg)




ในเมื่อพระสวามีไม่สน มเหสีรัชดาเลยเป็นผู้ตัดสินใจเอง กลางท้องพระโรง สุวรรณอัมพร อัปสรสวรรค์นั่งอยู่บนแท่นด้านขวา ปราบไตรจักรนั่งบนแท่นด้านซ้าย พระราหูของเราน่าสงสารโดนเบียดมาอยู่ปลายแท่นเหยียดฐานะกันจริงๆ
มเหสีรัชดาเดินเข้ามาเอาเรื่อง “สุวรรณอัมพร เจ้าทำให้เราขายหน้ามากเลยรู้มั้ย คนมีตั้งเยอะแยะไม่เลือก กลับไปเลือกยักษ์” (แหม ก็คนแต่ละคนหล่อสู้ยักษ์ไม่ได้เลยอ่ะนะ เป็นกาฬก็เลือกยักษ์อ่ะค่ะ (= ∧ д ∧ = ) )
สุวรรณอัมพรเถียงอะไรไม่ออก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/554.jpg)




ราหูเห็นเหตุการณ์ไม่ค่อยจะดี เลยรีบออกตัว “ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้า หม่อมฉันไม่ใช่ยักษ์กินคนพระเจ้าค่ะ”
“อ้าว ยักษ์ไม่กินคนแล้วกินอะไรล่ะ สหาย” ปราบไตรจักรถามทันทีอย่างสงสัย ก่อนจะนึกได้ว่าเข้าตัวเอง เลยรีบแก้ตัวกับอัปสรสวรรค์ “พี่จำเป็นต้องพูดกับยักษ์ตนนี้ให้กระจ่างชัดเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในนครแห่งนี้”
สาวเจ้ากำลังลุ่มหลงยักษ์ในคราบมนุษย์ก็ขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/555.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 23, 2011, 11:17:47 PM
“ใช่ ถ้าเจ้าไม่กินคนแล้วเจ้ากินอะไร” งั่งอดไม่ได้ “ความจริงยักษ์ราหูน่ะไม่ชอบกินคนร๊อก แต่ต่อไปน่ะไม่แน่ถ้าหากคนยังสร้างความรำคาญอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ เนอะ พระโอรสเนอะ!”
รัชดาแปลกใจ “พระโอรส? นี่เจ้าเรียกยักษ์ตนนี้ว่าพระโอรสเหรอ”
“ช่ายย...” งั่งจะเผยไต๋ แต่โดนเหยียบเท้าเบรคไว้ซะก่อน ลงทุนแต่งชุดซอมซ่อมาทั้งที (รองเท้ายี่ห้อไรคะพี่)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/556.jpg)




“งั่งแค่พยายามอยากจะยกย่องหม่อมฉันให้เท่าเทียมกับพระธิดาสุวรรณอัมพรเท่านั้นแหละพระเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องมาอ้างถึงเรา!” สุวรรณอัมพรแทรกทันที (นั่นไงล่ะ ออกคำสั่งตั้งแต่ยังไม่ทันได้อภิเษกเลย) ราหูหน้าหมอง
อัปสรสวรรค์ขอร้องให้เปลี่ยนใจเถอะ แต่สุวรรณอัมพรยังทิฐิ “พี่ทำตามพระประสงค์ของเสด็จแม่จะเปลี่ยนได้ยังไง อัปสร”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/557.jpg)




มเหสีรัชดากริ้วจัดกับความดื้อดึงลองดีของลูกสาว “นังลูกอกตัญญู! เราขอไล่เจ้ากับเจ้ายักษ์ตนนี้ไปอยู่ที่กระท่อมปลายนา!” ราหูตกใจ สุวรรณอัมพรอึ้ง “ทำมาหากินกันเอาเองห้ามใครไปเยี่ยมเด็ดขาด!”
“เสด็จแม่!” อัปสรสวรรค์คาดไม่ถึงว่าจะลงโทษเด็ดขาดขนาดนี้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/558.jpg)




แม้แต่คุณท้าวเทพทองพยายามทัดทานยังโดนสั่งให้หยุดพูด “ไปสิ ไม่ได้ยินรึไง!” สุวรรณอัมพรยังนั่งนิ่งอึ้ง น้ำตาจะไหลที่มเหสีรัชดาตัดขาดราวกับไม่มีความผูกพัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/559.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 23, 2011, 11:54:50 PM
อัปสรสวรรค์รีบลุกขึ้นมาจะขอร้อง ก็ถูกเสด็จแม่สั่งไม่ต้องพูดขออะไรทั้งนั้น (กับคนนี้ลูกสาวคนโปรดเลือกลูกเขยได้ถูกใจแม่)
ในเมื่อเสด็จแม่ทรงเห็นสมควรอย่างนั้น ก็ไม่คิดจะอ้อนวอนขอร้อง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/560.jpg)




สุวรรณอัมพรก็ทรุดลงกราบพระบาททูลลาทั้งน้ำตา ก่อนจะวิ่งออกไปด้วยความเสียใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/561.jpg)




ราหูและงั่งรีบทูลลาตามออกไป อัปสรสวรรค์ร้องไห้ด้วยความสงสารพี่สาว ในขณะที่มเหสีรัชดาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ซีนนี้ปราบไตรจักรแอบทำหน้าอ่อนโยนด้วยอ่ะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/562.jpg)




โดนเนรเทศออกมาอยู่กับธรรมชาติ กลางไร่กลางนามีอำมาตย์และทหารมาส่งถึงที่กระท่อม สุวรรณอัมพรขอบใจเสียงเศร้าและให้อำมาตย์กลับไปได้แล้ว อำมาตย์คนนึงยื่นห่อผ้าให้บอกว่าคุณท้าวเทพทองแอบฝากมาถวาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/563.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 23, 2011, 11:58:46 PM
สุวรรณอัมพรถามอะไร “เครื่องเสวยพระเจ้าค่ะ” อัมพรรับมาคิดอย่างเศร้าน้อยใจแม่ “คนอื่นแท้ๆ ยังเห็นใจเราเลย” ก่อนจะปรับสีหน้าให้เข้มแข็งบอกให้อำมาตย์กลับไปเถอะ เหลือเพียงตน ยักษ์ราหูและงั่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/564.jpg)




ราหูมองตามสุวรรณอัมพรที่เดินเศร้าเข้าไปในกระท่อมไม่พูดอะไร “ตามเข้าไปสิพระโอรส ตามเข้าไปเลย” งั่งยุ
“ตามเหรอ?” ถามอย่างไม่รู้ว่าต้องตามยังไง “ใช่พระเจ้าค่ะ ตามเข้าไปสิ”
“ก็เค้ายังไม่เรียกนี่นา” พระราหู...มีมารยาทมากเพคะ นี่มาเป็นสามีเค้านะไม่ใช่เป็นทาส มิน่าล่ะ ทำให้อัมพรได้ใจตั้งแต่ต้นเลยโดนโขกสับสารพัด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/565.jpg)





งั่งรำคาญ ดิ้นพล่านอย่างขัดใจ “โอ๊ย พระโอรสจะให้งั่งสอนอะไรนักหนา ลองว่าเค้าโยนพวงมาลัยมาให้เราแล้วนะ แสดงว่าเค้าเรียกเราแล้วล่ะ”
“แน่นะงั่ง” แหม ยิ้มอย่างปริ่มเปรม งั่งยืนยันเต็มที่ รับรองดูไม่ผิดหรอก แล้วก็ทั้งผลักทั้งดันให้ตามสาวเจ้าเข้าไป ก่อนเข้าไปนี่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/566.jpg)




พอเปิดประตูปุ๊บ “เข้ามาทำไม!”
ตุ๊บ!
เสียงตวาดลั่นจนห่อผ้ามาถือมาหลุดตกมือ “เรายังไม่สั่งให้เข้ามาก็ไม่ต้องเข้า” ยืนอึ้งๆ งงๆ อยู่ครู่ “เอ่อ...คือ...พี่เอาของมาให้...” พูดหงอยซะไม่เข้ากับเขี้ยวในปากเล้ยยยย แล้วก้มลงเก็บห่อผ้าเตรียมเอาไปประเคนให้ถึงตัก
"ใครเป็นพี่เป็นน้องกับเจ้า!” โดนเข้าอีกดอกนึง เค้าว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือยักษ์ยังมีเมียยักษ์...เพราะฉะนั้นเมียยักษ์ต้องดุกว่ายักษ์  555+

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/567.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 24, 2011, 12:36:03 AM
“จำไว้นะ ทีหลังไม่ต้องมาเรียกเราว่าพี่ว่าน้อง” กฏข้อที่ 1 ห้ามขัดใจเมีย (แหม เค้าไม่ได้เรียกในฐานะนั้นซะหน่อย)
“ออกไปได้ล่ะ” ราหูเศร้า เซ็ง ทำไมไม่เห็นเป็นไปตามที่งั่งบอกเลยง่า “เราบอกให้ออกไปไง ไปสิ! อ้อ หรือว่าคิดจะเข้ามากินเรา”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/568.jpg)




“เปล่า! พี่...เอ่อ...ข้า...ข้าไม่ใช่ยักษ์กินคน” โดนตวาดหลายซ้ำหลายซ้อนพูดติดขัดเลยแฮะ “ไม่ต้องมาแก้ตัวหรอก จะกินเราก็กินเลยสิ จะได้พ้นทุกข์พ้นร้อนซะที” สุวรรณอัมพรประชดประชันพลางร้องไห้เศร้าใจในโชคชะตาตัวเอง (กาฬว่าชะตาราหูนี่น่าเศร้ากว่านะ)
เห็นนางร้องไห้แล้วก็อยากปลอบใจ ถึงแม้เค้าจะไม่อยากให้อยู่ใกล้ก็ตาม “อย่ากรรแสงเลยพระธิดา”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/569.jpg)




“เราจะร้อง ใครจะทำไม!” กฏข้อที่ 2 ห้ามสั่งเมีย “ไปเลยนะ ไปให้พ้น!”
ราหูยังนั่งเอ๋อ หน้าเศร้า อัมพรไม่รอช้า ตรงเข้าไปฉุดกระชากลากถูกผลักให้ออกไปจากกระท่อม น่าสงสารจริงๆ งั่งผลักเข้ามาด้วยรอยยิ้ม แต่อัมพรถีบ เอ๊ย ผลักออกด้วยน้ำตา แล้วปิดประตูซ้ำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/570.jpg)




ราหูเดินคอตกออกมา พร้อมบอกงั่งที่รอดูผล “ถูกไล่ออกมา T+T” 
“อ้าวววววววว”
“นางเกลียดขี้หน้าเรา (〓△〓)”
“แหม แต่มันก็น่าเกลียดอยู่ร๊อก” เจองั่งซ้ำเติมเข้าไปอีก เลยหันมองด้วยสายตา...(เฮ้ย พูดใหม่ดิ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/571.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 25, 2011, 12:00:21 PM
งั่งรีบขอโทษ “แล้วพระโอรสไม่บอกนางไปเลยล่ะพระเจ้าค่ะว่าพระโอรสเป็นใคร มาจากไหน แล้วไอ้เขี้ยวเนี่ย ถอดเก็บซะก่อนเถอะ” (เก็บม่ายด้ายยยยย  นี่มันเขี้ยวเสน่ห์ ที่หลงรักกันหัวปักหัวปำก็เพราะเขี้ยวคู่นี้นี่แหละ)
“ถ้าหากจะมีใครซักคนมารักเรา ใครคนนั้นต้องรักตัวตนที่แท้จริงของเรา ไม่ใช่แต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น”
น้ำเน่ามากกกกกกกก งั่งถึงกับละลายกัดเข้าให้ “คมอ่ะ คมจริงจริ๊ง ดูสิงั่งบาดเหวอะหวะไปหมดแล้ว” 
ราหูนั่งเศร้า เจอรักครั้งแรก ผู้หญิงเค้าก็รังเกียจเพราะเป็นยักษ์ต่ำต้อยด้อยศักดิ์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/572.jpg)




โชตะนาแปลงเป็นแมลงภู่บินตามหาจักรวรรดิกับปราบไตรจักร ในขณะที่ทั้งสองกับยืนคุยกันอยู่ “พ่อไม่ได้ชอบนางคนนั้นเล้ยย ปราบไตรจักร”
“พี่พระเจ้าค่ะ ไม่ใช่พ่อ” ปราบไตรจักรเตือน
“เออ ลืมไป”
“อย่าทรงลืมสิ เพราะเราบอกพวกนั้นว่าเราเป็นพี่น้องกัน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/573.jpg)





โชตะนาตามมาพบทั้งสองก็คืนร่างเดิม พร้อมกับเอาเรื่อง “เจ้าพี่! หลานปราบไตรจักร! หืมม พอได้ดีแล้วก็พากันหนีหน้าหมดเลยนะเพคะปล่อยให้หม่อมฉันหาแทบตาย”
จักรวรรดิฮึดฮัดว่าได้ดีที่ไหนล่ะ “นางคนที่พี่จองเอาไว้มียักษ์จรจัดที่ไหนก็ไม่รู้ได้นางไปแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/574.jpg)





“อย่าเรียกยักษ์จรจัดนะเพคะ!!” จักรวรรดิงงที่โชตะนาเป็นเดือดเป็นร้อนแทน ก่อนจะค่อยๆ เก็ต เมื่อโชตะนาพร่ำเพ้อตาลอย “หม่อมฉันน่ะไม่เคยเห็นยักษ์ตนไหนสง่างามเท่านี้มาก่อนเลย ถึงจะอยู่ในอาภรณ์ธรรมดาแต่ก็สามารถทำให้หม่อมฉันล้มเลิกความคิดที่จะมีสามีมนุษย์”
“งั้นก็ดีเลย!” ปราบไตรจักรปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ ทั้งสองงงว่าดียังไง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/575.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 25, 2011, 12:43:56 PM
“เราจะบอกทุกคนว่าเสด็จอาโชตะนาเป็นน้องคนเล็กของพวกเรา” โชตะนาแอบกรี๊ดที่ได้ลดวัย “ทีนี้เสด็จอาต้องพยายามแยกไอ้ยักษ์จรจัดนั่น” โชตะนาหวงแม้กระทั่งห้ามเรียกยักษ์จรจัด เลยต้องเปลี่ยนคำ ซึ่งความหมายดีขึ้นมาหน่อย
“ไอ้ยักษ์พเนจรนั่น...ออกจากสุวรรณอัมพรให้ได้ ทีนี้ลงตัวพอดี หม่อมฉันคู่กับอัปสรสวรรค์ เสด็จพ่อคู่กับสุวรรณอัมพร ส่วนเสด็จอาก็คู่กับไอ้ยักษ์จร...เอ๊ย ยักษ์พเนจรตนนั้นไป พวกมนุษย์ที่เหลือมันก็คือเสบียงอาหารของพวกเรา”
แล้วก็หัวเราะกันลั่นอย่างพอใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/576.jpg)




โชตะนาชมอย่างปลาบปลื้ม “ต๊ายยย ตาย น้ำเน่าดีจริงๆ เลยน้า แหมหลานรักของอาเนี่ยฉล๊าดดฉลาด โอ๊ยจะมีใครมีความสุขไปกว่าอามั้ยเนี่ย” (ยังไม่ทันได้ลงมือทำเลยเจ๊ คิดว่าจะได้มาง่ายๆ อย่างนั้นเชียวเหรอ)
ปราบไตรจักรเตือนให้เรียกตนว่าเสด็จพี่ไปเคยปากด้วย จะได้ไม่มีคนสงสัย โชตะนาก็พร้อมจะเรียกเพื่อให้ลดวัยของตัวเองอยู่แล้ว ถึงจะเรียกผิดเรียกถูกบ้างก็เถอะนะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/577.jpg)




และแล้วคืนนั้นก็ถึงเวลาทำพิธีส่งตัวเข้าหอ ปราบไตรจักรเฝ้ารออย่างชื่นมื่นก่อนที่ท้าวคันธมาทน์และมเหสีรัชดาจะพาอัปสรสวรรค์มาส่ง ปราบไตรจักรก้มกราบพ่อตาแม่ยาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/578.jpg)




มเหสีรัชดาให้อัปสรสวรรค์กราบพี่เค้าด้วย อัปสรสวรรค์ยิ้มหวานก้มกราบปราบไตรจักรในฐานะพระสวามีตามธรรมเนียม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/579.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 25, 2011, 12:47:19 PM
แล้วมเหสีรัชดาก็คอยสะกิดกำกับพระสวามีให้ทำนั่นทำนี่ เริ่มจากกล่าวอวยพร
“ขอให้ลูกทั้งสองจงครองรักกันให้ยั่งยืนนานนะ”
“หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องอภัยให้กันนะลูก ดูตัวอย่างพ่อกับแม่ไว้นะจ๊ะ เราสองคนเนี่ยไม่เคยทะเลาะกันเลยนะลูก ถ้าเสด็จพ่อทรงเป็นไฟ แม่ก็ต้องเยือกเย็นเป็นน้ำ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/580.jpg)




“แต่ส่วนมากแล้วพ่อจะเป็นน้ำซะมากกว่านะ” ท้าวคันธมาทน์ขัดอย่างไม่อารมณ์ขัน มเหสีรัชดาตีแปะเข้าที่แขน “แม่ฝากน้องด้วยนะลูก ปราบไตรจักร”
“เสด็จแม่ไม่ต้องทรงเป็นห่วงพระเจ้าค่ะ ลูกจะรักและทะนุถนอมน้องอัปสรสวรรค์เหมือนที่เสด็จพ่อเสด็จแม่ทรงกระทำมา”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/581.jpg)




เสร็จพิธีส่งตัวมเหสีรัชดาก็ชวนกันกลับ ให้คู่ข้าวใหม่ปลามันเค้ามีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ทั้งสองมองกันยิ้มเอียงอาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/582.jpg)




ท้าวคันธมาทน์เอ่ยถามเมื่อเสด็จออกมา “ส่งตัวอัปสรแล้วไม่ส่งตัวอัมพรเหรอ” เค้าไม่ได้ประชดนะ
“เจ้าพี่! อย่าเอ่ยถึงนังลูกหัวดื้อให้หม่อมฉันได้ยินอีกนะเพคะ ถ้าคืนนี้ถูกผัวจับกินล่ะ อย่าโทษกันเชียว” ท้าวคันธมาทน์ชักไม่พอใจ
“นี่รัชดา ไม่เป็นห่วงลูกบ้างเลยหรือ”
“ดื้อดึงออกเพียงนั้นจะต้องห่วงทำไมเพคะ...ถ้าเจ้าพี่ทรงวิตกถึงเรื่องเจ้ายักษ์นั่นที่จะอาละวาดจับคนกินแล้วล่ะก็ ลูกปราบไตรจักรน่ะเรียกพระเวทย์มนตรามาพอสมควรที่จะปราบเจ้ายักษ์นั่นให้อยู่หมัดนะเพคะ” ไปสัมภาษณ์มาเสร็จสรรพแล้วเหรอเนี่ย ระวังเจอวุฒิการศึกษาปลอมนะคะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/583.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 25, 2011, 02:39:04 PM
“ชื่อปราบไตรจักรก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าลูกเขยเราคนนี้เก่งกล้าสามารถเพียงใดนะเพคะ” ท้าวคันธมาทน์ระอากับท่าทีเห่อเป็นปลื้มกับเขยขวัญนัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/584.jpg)




ฝ่ายข้างในห้อง ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากมองสบสายตากัน ก่อนที่อัปสรสวรรค์จะเป็นฝ่ายหลบอย่างเอียงอาย เมื่อปราบไตรจักรยื่นมือไปแตะมือบางก็สะดุ้ง “น้องไม่สบายรึเปล่า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/585.jpg)



อัปสรสวรรค์ตอบเปล่าแบบงงๆ “แล้ว...แล้วทำไม?...” หญิงสาวยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ปราบไตรจักรแปลกใจ แต่แล้วก็คิดจะลองใหม่อีกที คงไม่มีไรหรอก แล้วก็เผยรอยยิ้มก่อนจะเคลื่อนเข้าใกล้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/586.jpg)



คราวนี้มือที่กำลังจะโอบบ่าอัปสรสวรรค์ลุกไหม้เป็นไฟวูบขึ้นมาทันที ปราบไตรจักรสะดุ้งชักมือกลับ “เป็นอะไรเพคะ” อัปสรสวรรค์ถามด้วยความแปลกใจ แต่อีกฝ่ายยังส่ายหน้าปฏิเสธ
“พี่ว่าน้องอัปสรไปอาบน้ำก่อนดีมั้ย” อัปสรสวรรค์ไม่รู้ไม่เข้าใจอะไร จึงไปอาบน้ำโดยไม่คิดติดใจสงสัย
“เป็นไปได้ยังไง ทำไมนางถึงตัวร้อนจนเราแตะต้องไม่ได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/587.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: sk ที่ มกราคม 25, 2011, 03:10:33 PM
:icon_frown:  อ้าว...น้องกาฬค้างไว้แค่นี้ได้งัยเนี่ยะ มาเล่าต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ...ไม่ยอมอ่ะ...แงงงงงงงงง

หึๆๆๆ พี่กาฬค้างไว้แบบทรมานใจจริงๆ 555+++
จัดการเลยดีมั้ยค่ะพี่ viki

มาต่อเร็วๆนะคะ อยากรู้ว่าอัมพรจะกระทืบราหูให้จมดินยังไง 555++

จัดการไร  เดี๋ยวเหอะ  55555+ :icon_neutral:
แน่นอน  เจ้าพี่ราหู  จมดินแน่นอน
  :-X


หึๆๆๆ จัดการในข้อหาซาดิสต์ลงทีละนิดให้(ตัวเอง)จิตแจ่มใส

แต่คนรอคอยนั้นทรมาน เพราะฉะนั้น ระวัง พี่viki จะลงทัณฑ์ 555++

ง่า อยากอ่านอีก แงแงแง
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ?เทพสามฤดู?
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ มกราคม 25, 2011, 07:41:50 PM
 :icon_confused: พระราหูของเจ๊...พระธิดาไม่ให้อยู่ มาอยู่กับเจ๊ดีก่า
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 26, 2011, 09:58:31 PM
นี่ก็นั่งหงอยเฝ้าอยู่หน้ากระท่อม งั่งเห็นแล้วสมเพชเวทนา “โธ่เอ๊ย พระโอรส รู้จักคำว่าเจ้าชู้ยักษ์มะ?” เป็นยักษ์ทั้งทีแต่ต้องให้ผีกระหังมาสอน
“ทำไม?”
“ก็ทำไม...พังประตูเข้าไปรวบรัดเลย พระโอรสน่ะเป็นผู้ชายแถมยังเป็นยักษ์ซะด้วย นางน่ะไม่มีทางขัดขืนได้หรอก” แนะนำดีนักไม่รู้จักฤทธิ์แม่คุณซะแล้ว
ราหูส่ายหน้าหวาดๆ “เราไม่กล้า (〒◇〒) ” นอบน้อมเคารพเมียมาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/588.jpg)




“โอ๊ย เชื่องั่งเถอะ นะ” งั่งแทบอยากจะลงไปนอนดิ้นเพราะนายตัวเอง “ก็บอกแล้วไงว่าเราไม่กล้า”
งั่งล่ะขัดใจ “งั้นก็ตามพระทัยแล้วกัน นี่ถ้าเป็นพระพิรุณล่ะก็...เรียบร้อย” มีการยกอีกคนขึ้นมาเปรียบเทียบ ราหูมองเขม็งก่อนจะถามเสียงเขียวอย่างเสียเซลส์ “แล้วเจ้ารู้ได้ยังไง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/589.jpg)




“แหมมม ขนาดนางไม้อยู่ในต้นไม้นะ พระพิรุณยังตามเข้าไปหาถึงในต้นไม้เลย ตามพระทัยพระโอรสแล้วกันอยากจะนอนตบยุงอยู่กับงั่งก็...ตามสบาย” (ไม่ทำอย่างพระพิรุณก็ดีแล้วเพคะ เพราะพระธิดาองค์นี้เฮี้ยนยิ่งกว่านางไม้อีก)
พระราหูฟังแล้วก็ครุ่นคิดอย่างหนักใจ โดนเลือกมาแล้วแต่เค้าดันรังเกียจ ไม่รู้จะเลือกมาทำไม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/590.jpg)




จนดึกดื่นคืนค่อนนอนไม่หลับ
ชะตากลับเปลี่ยนไปไม่นึกฝัน
เคยแวดล้อมข้าเฝ้าเหล่ากำนัล
ทุกคืนวันไม่รู้ซึ้งถึงทุกข์ใจ
แม้นต้องการสิ่งใดได้ดั่งคิด
เนรมิตเสกสรรค์วันสดใส
แต่แล้วเหมือนฟ้าผ่ามาทันใด
ทุกอย่างมลายไปในพริบตา


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/591.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: sk ที่ มกราคม 26, 2011, 10:08:51 PM
555++ หงอ กลัวเมียมากมาย อิอิ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 27, 2011, 12:05:06 AM
แต่งแก้วไม่ออกอ่า   :-X :-[ :icon_mad:



ข้างนอกก็นอนพลิกไปพลิกมา ยุงกัดหรือคิดไม่ตกกันแน่คะ สุดท้ายก็ต้องผุดลุกขึ้นมา มองไปยังกระท่อม คำพูดของงั่งยังวนเวียนให้คิด ‘พังประตูเข้าไปรวบรัดเลย พระโอรสน่ะเป็นผู้ชายแถมยังเป็นยักษ์ซะด้วย นางน่ะไม่มีทางขัดขืนได้หรอก’
แต่แล้วสุดท้ายก็หักห้ามใจได้ ‘ไม่! ถ้าจะมีเมียซักคนเราต้องได้นางมาด้วยความเต็มใจของนางเอง ไม่ใช่ใช้กำลัง’
แล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อ (ปฏิญาณแบบนี้เอาชนะใจไปเลยเพคะ ส่วนถ้าหลังจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นก็...ถือว่าสถานการณ์มันบังคับก็แล้วกัน (*ノ∧б。) )

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/592.jpg)




ฝ่ายข้างในปราสาทราชวังคู่นี้แม้นอนร่วมเรียงเคียงหมอนก็มีปัญหาเหมือนกัน เปิดฉากมาที่อัปสรสวรรค์นอนร้องไห้อยู่บนแท่นบรรทม
(ตอนดูครั้งแรกในทีวีตกใจหมด คิดว่าจะเข้าตำรับเดิม เสียตัวแล้วร้องไห้  ...เฮ้ย! มนต์เสน่ห์คลายแล้วเหรอ แล้วอัปสรตกเป็นของปราบไตรจักรแล้วเลยนอนร้องไห้ ว่าแต่เมื่อกี้ยังแตะตัวไม่ได้อยู่นี่หว่า) 8)
ที่ไหนได้ นางน้อยใจพระสวามีหมาดๆ ‘เราทำผิดสิ่งใด เจ้าพี่ปราบไตรจักรถึงได้ไม่อยมแตะต้องตัวเรา’ แล้วก็นอนสะอึกสะอื้นอย่างบอบบาง
ปราบไตรจักรเห็นก็อยากจะแตะตัวแต่ก็กลัวความร้อน อัปสรสวรรค์รู้ตัวก็รีบชักมือกลับ หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งร้องไห้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/593.jpg)




ปราบไตรจักรรีบลุกตามถามว่าเป็นอะไร อัปสนตัดสินใจพูด “เจ้าพี่! น้องทำผิดหรือว่ามีสิ่งใดน่าเกลียดน่าชังนักหรือเพคะ”
“อัปสรเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดที่พี่เคยพบมา” หญิงสาวไม่เข้าใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/594.jpg)





“ทำไมพี่ไม่แตะต้องตัวน้องใช่มั้ย” ปราบไตรจักรถามอย่างเตรียมหาเหตุผลไว้แล้ว อัปสรหลบตาไม่กล้ารับเพราะเหมือนกับตนเองเป็นผู้หญิงที่เรียกร้องผู้ชาย
ปราบไตรจักรจะเชยคางนางด้วยความเสน่หา แต่ก็ไม่กล้ายิ่งทำให้อัปสรสวรรค์คลางแคลงใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/595.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 27, 2011, 01:01:23 AM
ปราบไตรจักรอึกอัก “เอ่อ...คือ...พี่ต้องบอกความจริงกับอัปสรแล้ว” อัปสรถามว่าอะไร “อ๋อ ก่อนเดินทางมาเนี่ย พี่ต้องฝึกพระเวทย์อย่างหนัก โดยมีข้อแม้ว่าต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง”
พูดพลางลุกขึ้นมาเดินอ้อมเตียงเพื่อให้เข้ากล้อง “ไม่เช่นนั้นพี่อาจถึงตายได้” ข้ออ้างก็สมเหตุสมผลดี
“ตายจริง!” อัปสรสวรรค์ลุกขึ้นมากุมมือพระสวามี เพียงแค่สัมผัสนิดเดียวก็ร้อนราวกับถูกไฟผลาญ


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/596.jpg)




ปราบไตรจักรตกใจสะบัดออกด้วยความเจ็บปวด อัปสรสวรรค์หน้าเสีย “อัปสรไม่ได้ตั้งใจเพคะ อัปสรเสียใจ”
แขนที่ถูกอัปสรสวรรค์จับเป็นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด “ที่ทำให้เจ้าพี่ทรงบาดเจ็บ Y_Y”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/597.jpg)




ปราบไตรจักรบอกไม่เป็นไรไปนอนเถอะ อัปสรสวรรค์จะถามว่าจะไปไหน “พี่จะออกไปรับลมข้างนอก”
มองอัปสรสวรรค์อย่างไม่อาจปิดบังความกังวลใจเอาไว้ได้ ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้หญิงสาวมองตามด้วยความเศร้าเสียใจและไม่เข้าใจเท่าไรนัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/598.jpg)




โชตะนาต้องเล่นละครเป็นน้องของหลานตัวเอง ได้รับการต้อนรับอย่างดีหรอก แต่เบื่อ...หิว...หงุดหงิด...อิจฉา...(มีไรอีกมั้ย เจ๊)
“สองคนนั่นน่ะ สบายไปแล้วเหลือแต่เรา ว้าเหว่เอกาอยู่คนเดียว” ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพวกทหารก็ยิ้มอย่างกระหาย ก่อนจะหายตัวออกไปจากตำหนัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/599.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 27, 2011, 01:02:45 AM


:( ภาพอัปสรสวรรค์ในชุดนอน  :o


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/cats2.jpg)


 :icon_question:

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 27, 2011, 01:05:58 AM
ปราบไตรจักรออกมาเดินเล่นข้างนอก เงยหน้าขึ้นไปเห็นโชตะนาแปลงกายใหญ่โตจับทหารกินก็ตกใจกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า
แต่แล้วก็นึกแผนการอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ยิ้มอย่างมาดหมาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/600.jpg)




รุ่งเช้ามาเยือน ทุกอย่างยังคงเป็นปกติสุข
ทางด้านดวงดาราก็เอาอกเอาใจป้อนขนมจักรวรรดิเป็นอย่างดี จักรวรรดิก็ตามน้ำยิ้มแย้มไปก่อน นางแช่มนางช้อยยกยอว่าพระขนิษฐากับพระสวามีเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ดวงดาราเป็นปลื้มกับคำชม แต่จักรวรรดิกลับคิดอีกอย่าง
‘นางสองคนนี่หัวเราะร่วนน่ากินดีจริงๆ รออีกหน่อยเถอะ’

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/601.jpg)




ดวงดาราเห็นสายตาจักรวรรดิก็ถามว่าคิดอะไรอยู่ “อ๋อ พี่กำลังคิดว่าพี่คงทำบุญไว้มากถึงได้มาพบและมีความสุขมากกับดวงดาราอย่างนี้” แหลเข้าไปเพื่ออาหารอันโอชะ
ดวงดาราแทบวี๊ดว๊ายด้วยความซึ้งใจ “ดวงดาราก็คิดเหมือนกันแหละเพคะ คงจะทำบุญไว้ม๊ากกกกมาก”
‘อีกหน่อยก็รู้ ว่าบุญหรือกรรม!’ จักรวรรดิเยาะในใจ พอดีมีนางกำนัลสองคนรีบมาเข้าเฝ้ารายงานว่า มีข่าวลือว่ามีทหารถูกฆ่าตายอย่างทารุณ ดวงดาราร้องว๊ายด้วยความตกใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/602.jpg)





ที่ท้องพระโรงต่างกำลังกังวลกับเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นภายในวัง อัปสรสวรรค์ใส่ชุดสีเขียวแก่สวยมาก จักรวรรดิกับดวงดารามาถึงบอกว่านางกำนัลเล่าไม่รู้เรื่องเลย
(เมื่อกี้สไบสีส้ม ยังไม่พ้นชั่วโมงเปลี่ยนเป็นสีครามซะงั้น – แล้วกาฬรหัสย์มาจับผิดคอสตูมทำไมเนี่ย :icon_rolleyes:) ท้าวคันธมาศก็รอฟังข่าวอยู่เหมือนกัน
(เพิ่งย้อนกลับไปอ่านเรื่องย่อของน้องเรนโบว์ งงกับคำสะกดของชื่อ เอาเป็นว่า กาฬยึดตามเรื่องย่อนะคะ ท้าวคันธมาศและมเหสีรัชฎา)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/603.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 27, 2011, 01:12:27 AM
นี่ถ้าไม่ซื้อเวอร์ชั่นทีวีมาดู จำไม่ได้แล้วนะ ว่ามีเหตุการณ์นี้ด้วยเนี่ย   :icon_lol:



ปราบไตรจักรที่ออกไปสำรวจกลับมาพอดี ทุกคนรอฟังข่าวด้วยความตื่นเต้น “ลูกดูแล้ว โหดร้ายทารุณมากพระเจ้าค่ะ มากจนไม่น่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์” จักรวรรดิถามว่าไม่ใช่มนุษย์แล้วจะเป็นอะไร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/604.jpg)




“ก็ยักษ์ไง!” มเหสีรัชฎาโพล่งขึ้น ก็นะ มีจำเลยรออยู่แล้วนี่นา “จริงมั้ย ถ้าไม่ใช่มนุษย์ก็ต้องเป็นอมนุษย์ เราก็เห็นๆ กันอยู่”
ทุกคนเป็นกังวล อัปสรสวรรค์เดินเข้ามาใกล้พระมารดา ท้าวคันธมาศบอกให้ลองถามเจ้าตัวดูก่อน “เจ้าพี่ ใครจะยอมรับล่ะเพคะ”
แต่ปราบไตรจักรกลับเห็นด้วย ว่าน่าจะให้ความยุติธรรมกับเค้า เนียนเป็นคนดีเชียวนะ ท้าวจักรวรรดิก็คอยเสริมเป็นพ่อคู่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/605.jpg)




สำรับอาหารเช้าที่กระท่อมปลายนาเป็นชามกระเบื้อง ข้าวอย่างกับอย่าง สุวรรณอัมพรนั่งเมินในขณะที่ราหูคะยั้นคะยออย่างเอาใจ
“เสวยซักนิดก็ยังดีนะพระเจ้าค่ะ”
หญิงสาวมองด้วยหางตา ก่อนตอบเสียงสะบัด “กินไม่ลง!”
ราหูเลยพูดอย่างเจียมตัว “ถ้าไม่ประสงค์จะเห็นหน้าหม่อมฉันล่ะก็...”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/606.jpg)




“นั่นล่ะ ใช่เลย!” เข้าทางพระธิดาจอมหยิ่ง “เราไม่อยากเห็นหน้าเจ้า ไปสิ! จะไปไหนก็ไปให้พ้น!”
ราหูนั่งหงอย เอะอะนิดหน่อยก็ไล่ๆๆๆๆ ตลอด ชิส์ งั่งลอยหน้าลอยตาท่องคำคม “จะโศกเศร้าไปไยมี อันนารีในกรุงเหมือนฝูงลิง”
“ไอ้กระหัง!” อัมพรผุดลุกขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ราหูลุกตามมาช่วยด่า “งั่ง! จะไปไหนก็ไป”
“เจ้าด้วย!” โดนเหมือนกัน ไม่ต้องไปไล่คนอื่นเค้าหรอก
“พระธิดา...”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/607.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 28, 2011, 05:03:26 PM
เฮ้อออออออ   บทอริณตรายากจริง ๆแต่งไม่ออกเลย   :icon_mad:



“ไปสิ ไปให้หมดเลย เราอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว” ซึมคอตกอีกแล้ว เจียมเนื้อเจียมตัวน่าสงสารซะจริง “ถ้าเป็นความประสงค์ของพระธิดาล่ะก็...หม่อมฉันก็จะไป” งั่งทำท่าทางล้อเลียนอยู่ข้างหลัง “ไปงั่ง!”
งั่งยังไม่วายทิ้งนิสัยเดิม แอบเข้ามากระซิบ “พระธิดา...นี่ถ้าพระธิดาพระทัยเย็นๆ หน่อยนะ รอให้ถึงฤดูฝน...”
“งั่ง!!!” รู้ทันนะเว่ย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/608.jpg)




งั่งละล้าละลังกลัวโดนคาถาเด็กจู้จี้ แต่ทิ้งประเด็นให้สุวรรณอัมพรสงสัยเสียแล้ว “ถึงฤดูฝนแล้วทำไม งั่ง”
“ไปได้แล้วงั่ง!” ไม่รอให้แถลงไขก็โดนพระราหูลากออกไปทันที สุวรรณอัมพรมองตามด้วยความสงสัย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/609.jpg)




ลากงั่งมาเคลียร์กันบนคันนา “ไหนเจ้าลองบอกเรามาสิว่าเจ้ามีจุดประสงค์อะไรที่จะบอกสุวรรณอัมพรเรื่องพระพิรุณ”
“ปล่าวว” งั่งส่ายหัวดิก “โกหก!”
“เปล่าจริงๆ โธ่” งั่งพล่ามอ้างไปเรื่อย ราหูเลยท่องคาถาเด็กจู้จี้สั่งสอนซะหน่อย งั่งดิ้นพล่านลงไปนอนครวญครางขอร้องให้หยุด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/610.jpg)




ราหูหยุดก็ได้ คาดคั้นต่อ พอหายปวดหัวก็ปากดีอีก “งั่งหวังดีกับพระโอรสน่ะสิ ลองคิดดูนะ พระธิดาสุวรรณอัมพรเนี่ยสุดแสนจะรูปโฉมงดงาม ถ้าหากนางไม่ชอบพระโอรสราหูก็ยังมีพระพิรุณอีกคนนึง”
หน้าตาจริงจังมากกับแผนการนี้เลยโดนเบิ๊ดกระโหลกไปฉาด “นี่แน่ะ หวังดี เจ้าอย่าพยายามหาสุวรรณอัมพรไปให้พระพิรุณรู้จักเป็นอันขาด ไม่งั้นอ่ะ เราจะถือว่าเจ้าทรยศเรา” แอบหวงด้วย
งั่งบ่นไม่ก็ไม่สิ โมโหโกรธาไปได้ ผีกระหังอย่างงั่งไม่ทรยศใครหรอก ‘แต่อย่าเผลอก็แล้วกัน’ อันนี้ต่อในใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/611.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: sk ที่ มกราคม 28, 2011, 05:27:16 PM
เฮ้อออออออ   บทอริณตรายากจริง ๆแต่งไม่ออกเลย   :icon_mad:



เทพสามฤดูกับแก้วนพเก้า 555++
ช่างเคมีเข้ากันเสียจริงๆ มีแอบมาสปอยตรงนี้ด้วยแฮะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ มกราคม 29, 2011, 06:48:01 PM
น้องกาฬ พี่ก็อยากได้เวอร์ชั่นทีวีอ่ะ  ซื้อกันที่ไหนเหรอ แล้วป่านนี้ยังมีขายอยู่ป่าว เพราะที่มีอยู่เนี่ยะ โดนตัดซะจน......พูดไม่ออกเลย
 :icon_frown:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: giftzy ที่ มกราคม 31, 2011, 06:02:32 PM
อยากให้เล่าถึงตอนที่ราหูให้อัมพรจับดอกไม้ที่บอกว่าอัมพรเป็นของราหูแล้วจังเลยค่ะ เพราะใน youtube ไม่มีเลยเสียดาย :-X :icon_evil: :)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 31, 2011, 08:06:28 PM
เฮ้อออออออ   บทอริณตรายากจริง ๆแต่งไม่ออกเลย   :icon_mad:



เทพสามฤดูกับแก้วนพเก้า 555++
ช่างเคมีเข้ากันเสียจริงๆ มีแอบมาสปอยตรงนี้ด้วยแฮะ

มันเครียดหนู เลยหาที่ระบาย   :icon_rolleyes:
เออ แต่จะว่าไป เทพสามฤดูเคมีเข้ากันกับแก้วนพเก้าจริงๆ  คีรีจักร  เอ๊ยย  สามศรีหล่อกระชากใจมากกกกกกก   :icon_biggrin:




น้องกาฬ พี่ก็อยากได้เวอร์ชั่นทีวีอ่ะ  ซื้อกันที่ไหนเหรอ แล้วป่านนี้ยังมีขายอยู่ป่าว เพราะที่มีอยู่เนี่ยะ โดนตัดซะจน......พูดไม่ออกเลย
 :icon_frown:


ถึงขนาดอดใจไม่ไหวเลยเหรอคะ   :icon_sad:


อยากให้เล่าถึงตอนที่ราหูให้อัมพรจับดอกไม้ที่บอกว่าอัมพรเป็นของราหูแล้วจังเลยค่ะ เพราะใน youtube ไม่มีเลยเสียดาย :-X :icon_evil: :)


ใจเย็นค่ะ  มันยังอึกนาน   :-\
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 31, 2011, 08:06:48 PM
ทางด้านสุวรรณอัมพร ที่ไล่ราหูไป ไม่ใช่อะไรหรอก เธอหิวแต่ไม่อยากกินต่อหน้ากลัวเสียฟอร์ม มองซ้ายมองขวาไม่มีใครอยู่แล้วก็รีบหยิบชามข้าวมา ล้างมือแล้วเปิบด้วยความเอร็ดอร่อย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/612.jpg)




เพิ่งจะกินไปได้แค่ 2 คำก็มีใครมาอีกแล้ว สุวรรณอัมพรรีบวางชามลง ล้างๆๆๆ มือเรียบร้อย นั่งนิ่งวางมาดสง่าเหมือนเดิม ข้าวในปากกลืนเรียบร้อย
ปราบไตรจักรและจักรวรรดิเดินตรงเข้ามา จักรวรรดิมองนางไม่วางตา ‘น่าเสียดาย สวยขนาดนี้ไม่น่าจะมาเป็นเมียยักษ์พเนจรนั่นเลย เหมือนดอกฟ้ากับหมาข้างถนน’
กรี๊ดดดด  เปรียบเทียบเจ้าพี่ราหูซะ...

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/613.jpg)




สุวรรณอัมพรถามอำมาตย์ที่ตามมาด้วยว่ามีเรื่องอะไรกัน อำมาตย์บอกว่าองค์เหนือหัวมีรับสั่งให้ตามพระสวามีของพระธิดาไปเข้าเฝ้า อัมพรถามว่าทำไม ปราบไตรจักรบอกว่า “อ๋อ เกิดเหตุร้ายในวังขึ้นเมื่อคืน เสด็จพ่อเลยมีรับสั่งให้สอบสวนทุกคน น้องสุวรรณอัมพรไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“เราไม่ได้เป็นห่วงใคร” ตอบกลับทันทีอย่างไม่ไยดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/614.jpg)




จักรวรรดิดีใจออกนอกหน้า “ดี! ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย” แกกะเตรียมเล่นงานเจ้าพี่ราหูแน่แล้วใช่มั้ย “ดีเลย? หมายความว่ายังไง” สุวรรณอัมพรแปลกใจ จักรวรรดิหาข้ออ้างไม่ถูก
ปราบไตรจักรช่วยแก้ให้ “เจ้าพี่จักรวรรดิทรงหมายความว่าถ้าสามีของน้องสุวรรณอัมพรไปทำผิดขึ้นมา น้องสุวรรณอัมพรจะได้ไม่ต้องเสียใจมากไง” แต่จริงๆ แล้วก็แอบทำหน้ากังวลอยู่เหมือนกันนะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/615.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 31, 2011, 08:10:47 PM
“ทำนา!!! ”  งั่งโวยวายกับงานใหม่ที่ราหูสั่ง “พระโอรสจะให้งั่งทำนาเหรอ”
“ใช่ เราคิดว่าเจ้าต้องทำได้” ราหูตอบยิ้มๆ (เรื่องนี้แค่สั่งทำนา เจอเรื่องสังข์ทองน้องมายด์ลงไปลุยโคลนจูงควายเอง อึ้งมาก)
งั่งโวยวายทำไม่ได้หรอก หันหลังไปเจอเดินขบวนตรงเข้ามาเป็นพรวนเลย เลยสะกิดเรียกราหู ราหูลุกขึ้นมาเผชิญหน้า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/616.jpg)





ด้วยอิทธิฤทธิ์ยักษ์ย่อมมองเห็นยักษ์ด้วยกัน ซ้ำฝ่ายนี้ยังเป็นถึงเทพอีกตะหาก ราหูจึงเห็นเขี้ยวโง้งที่ซ่อนอยู่ของทั้งสอง โอรสหนุ่มยิ้มเยาะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/617.jpg)




ปราบไตรจักรเริ่มต้นพูดธุระ “เสด็จพ่อเสด็จแม่รับสั่งให้เจ้าไปพบ”
“เรื่องอะไร” ราหูถามกลับไปอย่างไว้ศักดิ์ (พอดีว่าหงอเฉพาะกับเมียเท่านั้น คนอื่นไม่จำเป็น)
“โอหัง!” จักรวรรดิชี้หน้าอย่างเดือดดาล “เจ้าเป็นแค่ยักษ์กระจอกงอกง่อยบังอาจพูดจากับน้องปราบไตรจักรอย่างไม่มีสัมมาคารวะ”
“จะยักษ์กระจอกงอกง่อยหรือว่ายักษ์มีสกุลมันก็เป็นยักษ์มีเขี้ยวเหมือนกันทั้งนั้นแหละ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/618.jpg)




อำมาตย์ที่ตามมาช่วยผสมโรงว่าราหูอย่างดูถูก “บังอาจ! เจ้าเป็นใคร แล้วราชบุตรเขยเป็นใคร หัดตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาตัวเองซะบ้างสิ”
“ถามได้ว่าเราเป็นใคร เราก็เป็นราชบุตรเหมือนกันน่ะสิ แล้วถ้าถามว่าราชบุตรเขยเป็นใคร มันก็ไม่ต่างอะไรกับเราหรอก...จริงมั้ย ท่านราชบุตรเขย” ราหูย้อนถามยิ้มๆ อย่างรู้เท่าทัน ให้พวกยักษ์ร้อนตัวเพราะรู้ความนัย งั่งหัวเราะบอกนึกออกแล้วว่าราชบุตรเขยเป็นใคร แล้วก็ทำท่าลูบเขี้ยวตัวเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/619.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:24:06 PM
จักรวรรดิร้อนตัวกลัวความแตก ตวาดงั่งให้หยุด “ในเมื่อองค์เหนือหัวสั่งให้เจ้าไปพบ เจ้าก็ต้องไป หรือเจ้าจะกล้าขัดพระกระแสรับสั่ง” ราหูมองนิ่งๆ ไม่ตอบอะไร
ฝ่ายสุวรรณอัมพรก็ผุดลุกผุดนั่งกระวนกระวาย จนกระทั่งให้เห็นขบวนราชบุตรเขยเดินกลับมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/620.jpg)




มีราหูเดินมาด้วยเพราะต้องไปเข้าเฝ้าสอบสวน แทนที่จะให้กำลังใจเค้า สาวเจ้ากลับนั่งเฉย ไม่สนไม่มองเสมือนเธอไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ให้คนที่เค้าอยากได้ความห่วงใยน้อยใจ  :-X

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/621.jpg)




โชตะนารู้ข่าวเรื่องราหูถูกจับก็ตกใจ จักรวรรดิเห็นเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปทำหน้าที่ปลอบใจสุวรรณอัมพร โชตะนากรีดร้องไม่ยอม จักรวรรดิถามไม่ยอมอะไร “ก็ไม่ยอมให้หนุ่มน้อยนั่นเป็นอะไรน่ะสิเพคะ”
จักรวรรดิ์หัวเราะร่วนบอกสายไปแล้ว เรื่องอย่างนี้ต้องมีแพะรับบาป โชตะนาฮึดฮัดไม่ได้การ ด้วยความเป็นห่วงราหูเลยรีบไปยังท้องพระโรงทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/622.jpg)




ที่ท้องพระโรง ราหูปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น ปราบไตรจักรสวน “ไม่รู้ไม่เห็นได้ยังไง อยู่ดีๆ ทหารถูกแทะเนื้อและกินจนเหลือแต่กระดูก ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าแล้วจะเป็นใคร เพราะในที่นี้มีเจ้าเป็นยักษ์อยู่ตนเดียว!”
“ทรงแน่พระทัยแล้วนะพระเจ้าค่ะว่าเรื่องนี้ไม่มีอีแอบ เพราะหม่อมฉันคงไม่โง่พอที่จะทำอะไรโจ่งแจ้งขนาดนั้นแน่ๆ” ราหูตอบกลับอย่างฉะฉานมั่นใจ แถมเสด็จพ่อตาก็เอนเอียงมาทางนี้ แสดงความเห็นด้วยซะด้วยสิ แต่มเหสีรัชฎาเข้าข้างเขยเล็กคอยขัดให้ปราบไตรจักรสอบสวนคนเดียวพอ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/623.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:27:01 PM
“ราหูไม่ได้ทำหรอกเพคะ!” เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามา โชตะนาเดินมาพร้อมกับจักรวรรดิที่ขัดอะไรไม่ได้ “หม่อมฉันน่ะเป็นพยานได้เพคะ”
“น้องโชตะนานี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า” ปราบไตรจักรขัด แต่ท้าวคันธมาศต้องการจะฟัง จึงให้โชตะนาว่ามา
“เมื่อคืนเนี้ย หม่อมฉันแปลกที่จนนอนไม่หลับก็เลยออกมาเดินรับลมข้างนอก แต่ทันใดนั้นน่ะ หม่อมฉันก็เห็น...” ท้าวคันธมาศถามว่าเห็นอะไร “เสือเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/624.jpg)




ทุกคนตกใจ อำมาตย์เจ้าเดิมยืนยันว่าในวังไม่มีเสือ “เอ๊ะ ก็เราเห็นนี่ เห็นกับตาเลยด้วย เห็นว่าเสือน่ะมันไปตะปบกินทหารสองคนนั่น หม่อมฉันกลัว...กลัวจนต้องรีบเข้าห้องไปน่ะเพคะ” ราหูฟังแล้วครุ่นคิด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/625.jpg)




“จริงๆ นะเพคะ หม่อมฉันไม่ได้โกหกหรอกเพคะ” โชตะนายืนยัน แต่ทุกคนก็ยังระแวงราหูอยู่ดี ในขณะที่ราหูนึกแปลกใจและสงสัยในการกระทำของพวกยักษ์เหล่านี้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/626.jpg)




อำมาตย์(ชื่อไรเนี่ย จำไม่ได้ซะที) คนที่มาส่งอัมพรคราวก่อน มาแจ้งข่าวเรื่องราหูให้สุวรรณอัมพรรู้ “เพราะอย่างนั้นพระสวามีของพระธิดาจึงต้องถูกจองจำเพื่อความปลอดภัยของทุกคนพระเจ้าค่ะ จนกว่าจะจับเสือตัวนั้นได้”
“เท่าที่ท่านเล่ามามันก็อาจเป็นไปได้ แต่ก็น่าแปลกเพราะถ้ายักษ์ราหูตั้งใจมากินคนจริงๆ ทำไมไม่เข้ามาจับกินซึ่งๆ หน้า เพราะคงไม่มีใครสู้ยักษ์ได้หรอก”
งั่งเออออ ใส่ไฟ “นั่นสิ...ยักษ์ไซร้ยากแท้หยั่งถึง ยักษ์น่ะ ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างนะพระเจ้าค่ะ” อัมพรคิดตามงั่งพูดบ้าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/627.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2011, 11:07:09 PM
หมื่นธงถามบ้าง “เอ พระสวามีราหูเนี่ยเป็นเจ้านายเจ้าไม่ใช่หรือแล้วทำไมไปให้ร้ายเค้าอย่างนั้น” งั่งรีบยืดตัว เก็กหล่อ  “อ้าววว งั่งเนี่ยเป็นคนรักความยุติธรรม เกลียดการดูถูกคน (ประโยคต่อไปกรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงหล่อ)ชอบสายลมแสงแดด” สุวรรณอัมพรขัดอย่างหมั่นไส้
“นี่! แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้ไปจับทหารกินกับนายของเจ้า” งั่งโวยวายว่าทำไมว่าอย่างนั้นล่ะ “อ้าว ก็เจ้ามันหน้าร้ายกาจพอกับนายของเจ้านั่นแหละ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/628.jpg)




ก่อนจะหันมาบอกกับทหารว่าจะทำยังไงต่อไปก็ทำเถอะ แล้วก็เดินกลับเข้ากระท่อม (เจ็บปวดดดดด ไม่ห่วงเจ้าพี่ราหูเลย)  :-X
งั่งรีบไล่ๆๆ ให้อำมาตย์ทหารจะไปทำไรก็ไปทำ ก่อนจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ว่าจะได้เป็นอิสระแล้ว เพราะไม่มีราหูมาคอยคุม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/629.jpg)




พออยู่เพียงลำพังก็สับสน แต่สุดท้ายแล้วความถือตัว เย่อหยิ่ง ทิฐิ ดื้อดึงก็สั่งให้เอาชนะ
‘จะใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเรา ดี จะได้กลับไปอยู่ในตำหนักอย่างเดิม’

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/630.jpg)




ฝ่ายราหูขนาดโดนขังก็ยังมีสาวมาเยี่ยมเยียนถึงที่ โชตะนาขู่พวกทหารที่เฝ้าอยู่หน้าคุกจะเข้าไปเยี่ยมราหูให้ได้ อ้างฐานะว่าเป็นน้องสาวราชบุตรเขยจนพวกทหารต้องยอมหลีกทางให้ (ไม่รู้ว่าเค้ากลัวฐานะหรือขนาดตัวกันแน่แฮะ) ราหูนั่งกอดเข่าหันมองมึนๆ โชตะนายิ้มปลอบทอดสะพาน “ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ พ่อหนุ่ม...เอ๊ย พี่ราหู ถึงยังไงน่ะ โชตะนาก็จะพยายามช่วยพี่ราหูให้เป็นอิสระให้ได้ แต่ถ้าช่วยแล้วมันก็ต้องมีอะไรตอบแทนกันนิดนึงนะจ๊ะ”
“ใครๆ เค้าก็เกลียดก็กลัวเราทั้งนั้น ทำไมเจ้าถึงอยากช่วยเรานัก” ราหูไม่ตกหลุมง่ายๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/631.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ กุมภาพันธ์ 04, 2011, 08:40:35 PM
ยักษ์ทำนา อิอิ :icon_twisted:
งั้งเนี่ยะน้า อย่าให้มีโอกาสเชียว อย่างนี้มันน่าท่องคาถาเด็กจู้จี้นัก
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:06:14 PM

“แหม ก็โชตะนารู้นี่จ๊ะ ว่าอะไรเป็นอะไร”
“แล้วอะไร...มันเป็นอะไรล่ะ” ราหูย้อนถาม โชตะนานึกในใจ ‘ไม่เลวแฮะ เห็นทำหน้าซื่อๆ แต่ก็พยายามจะไล่ต้อนเราจนมุม ฉลาดนักนะ พ่อรูปหล่อ...ว่าแต่เจ้าเป็นยักษ์สายพันธุ์ไหนกันแน่ ถึงได้ดูกระจอกไร้ฤทธิ์เดชเหมือนยักษ์ทั่วไป’
ราหูรำคาญมียักษ์มายืนอยู่นอกลูกกรงเหมือนตัวเองอยู่ในสวนสัตว์ ลุกพรวดขึ้นออกปากไล่ “เจ้าจะไปไหนก็ไป เราอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/632.jpg)



โชตะนาอึ้งหน้าเสีย “นี่...นี่เจ้าไล่เราเหรอ”
ราหูเมินหน้าเอือม “ไม่ได้ไล่ แต่ฐานะอย่างเจ้า ไม่สมควรจะอยู่ในที่อย่างนี้” แหม อุตส่าห์รักษาน้ำใจ
“ถูกแล้ว!” เสียงปราบไตรจักรแทรกขึ้นมา พร้อมยักษ์ผู้พ่อ “มันไม่สมควรด้วยประการทั้งปวง เจ้าเป็นใครแล้วมันเป็นใคร”
จักรวรรดิสั่งให้โชตะนากลับไปด้วยกันเดี๋ยวนี้
นางยักษ์ฮึดฮัดไม่พอใจ ก่อนจะหันมาบอกลาราหูเสียงหวาน “ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะพี่ราหู ถึงยังไงโชตะนาก็จะพยายามช่วยพี่ราหูออกมาให้ได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/633.jpg)



สายตาเจ้าพี่ราหูเวลามองแบบเคลือบแคลงได้อารมณ์มากค่ะ โชตะนาสะบัดหน้ากลับออกไป
จักรวรรดิทิ้งท้ายกับราหู “เราก็จะพยายามขัดขวางเจ้าให้ถึงที่สุด” ราหูใคร่ครวญถึงจุดประสงค์ของยักษ์พวกนี้ว่าต้องการอะไรกันแน่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/634.jpg)



มเหสีรัชฎามาหาสุวรรณอัมพรที่กระท่อม เมื่อได้ยินเสียงมารดาหญิงสาวก็รีบออกมาด้วยความดีใจ “แม่จะมารับลูกกลับเข้าไปอยู่ข้างในจ้ะ” แม่ลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาด ที่ออกปากไล่ก็แค่อยากสั่งสอนซะบ้าง
คุณท้าวเทพทองเสริมว่าเป็นโอกาสดีแล้ว ไอ้ยักษ์พเนจรนั่นใกล้จะถูกประหารแล้ว พระธิดาจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/635.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:44:40 PM
สุวรรณอัมพรฟังแล้วชักเกรงๆว่าจะมีความนัยมากกว่านั้น ถามว่าแค่กลับไปเท่านั้นใช่มั้ย “ดีกว่านั้นอีกนะจ๊ะลูกรัก แม่จะจับลูกใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วก็หาสามีดีๆ ให้ใหม่จ้ะ” พูดเสมือนว่าเป็นเรื่องที่เอามาล้างๆๆๆ แล้วก็สะอาด
สุวรรณอัมพรฟังแล้วสยอง จึงยื่นคำขาด “ไม่เพคะ ลูกจะไม่ยอมกลับถ้าหากเสด็จแม่จะหาสามีใหม่ให้ลูก” คุณท้าวเทพทองถามว่าทำไมมองข้ามความหวังดีของเสด็จแม่ล่ะ
มเหสีรัชฎาชักอารมณ์ขึ้นที่คุณลูกม่ายล่ายหลั่งจายยยยย “หมายความว่าเจ้าจะรอยักษ์นั่นอยู่ที่นี่ใช่มั้ย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/636.jpg)




สุวรรณอัมพรบอกว่ากราบทูลไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าไม่อยากแต่งงาน “แล้วทีเป็นเมียยักษ์นี่ล่ะ ทำไมถึงยอม”
โดนเด็จแม่ย้อนกลับมาถึงกับอึ้ง ก่อนจะเถียงอยากไม่ตกคำ “เพราะเสด็จแม่ทรงบังคับลูก”
“ประชดอย่างนั้นเหรอ!!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/637.jpg)




พวกนางกำนัลช่วยเกลี้ยกล่อมก็ไม่ได้ผล สุวรรณอัมพรบอกเห็นใจกันบ้างเถอะ ยังไม่ถูกใจใครเลยจริงๆ
“ดี! อย่างนั้นก็รอเจ้ายักษ์บ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน พูดยากพูดเย็นนัก” แล้วก็ปึงปังกลับไปมือเปล่าแถมเอาอารมณ์เสียกลับไปด้วย คุณท้าวเทพทองจะขอร้องสุวรรณอัมพรก็พูดดักไว้
“ไม่ต้องหว่านล้อมเราหรอกคุณท้าว เราจะยอมกลับไปก็ต่อเมื่อเสด็จแม่ทรงรับปากกับเรา ว่าจะไม่บังคับเราให้แต่งงาน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/638.jpg)




ภาระมาตกที่อัปสรสวรรค์ นางออกตัวไว้ก่อนว่าไม่แน่ใจว่าอัมพรจะยอม เมื่อมเหสีรัชฎาจะส่งอัปสรสวรรค์ไปเป็นทูตเกลี้ยกล่อม มเหสีรัชฎาบอกว่าถ้าพูดดีๆ เค้าก็ยอม ช่วยให้แม่พ้นจากความอับอายขายหน้าที ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
“ลูกจะพยายามเพคะ” อัปสรแบ่งรับแบ่งสู้ แต่คุณท้าวฝากความหวังไว้เต็มที่ “ไม่ใช่แค่พยายามลูก ลูกต้องทำให้สำเร็จ ลูกไม่อยากให้สุวรรณอัมพรเค้ามีสามีดีๆ เหมือนกับลูกเหรอจ๊ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/639.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:48:16 PM
คุณท้าวเทพทองเสริมอีกแล้ว “พระสวามีของพระธิดาทั้งงามสง่าและสูงศักดิ์หายากนะเพคะ ทั้งพระเชษฐาจักรวรรดิก็ทรงใช่ย่อย แต่น่าเสียดายที่พระขนิษฐาดวงดารามาตัดหน้าเอาไปซะก่อนได้น่ะสิเพคะ” สมจิตฟังแล้วร้อนหู (เออ ตอนดูแผ่นตัดไม่มีฉากแบบนี้เลยจำไม่ได้เลย)
“คุณท้าว เค้าคงเป็นเนื้อคู่กันมากกว่า แล้วพี่อัมพรก็ไม่ทรงถูกพระทัยด้วย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/640.jpg)




แต่ยังไงก็ตาม มเหสีรัชฎาก็กำชับให้ดึงสุวรรณอัมพรกลับมาให้ได้ อัปสรสวรรค์หัวอ่อนไม่เคยขัดใจแม่ ได้แต่ตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/641.jpg)




ดวงดาราร้องต๊ายยยยยยยยยยยยยเมื่อรู้ว่าคุณท้าวเทพทองพูดกระทบถึงตน นางแช่มยืนยันว่าจำคำพูดสมจิตมา นางแช่มออกความคิดเห็น “อย่างนี้แสดงว่าพระมเหสีรัชฎาจะต้องมีพระประสงค์ที่จะแย่งพระสวามีไปให้พระธิดาสุวรรณอัมพรแน่ๆ เลยเพคะ”
“เชอะ เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใครหรอก เราอุตส่าห์หามาตั้งนานพบคนที่ถูกใจใช่เลย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/642.jpg)




นางแช่มบอกพระมเหสีรัชฎาเจ้าเล่ห์ต้องทรงระวัง ดวงดาราเห็นด้วย แล้วดูสิพ่อพระสวามียังไม่กลับมา บอกว่าจะไปเข้าเฝ้าเจ้าพี่คันธมาศตั้งแต่เช้า นางกำนัลทั้งสองก็ยุยงให้ตามๆๆ มเหสีรัชฎารีบออกไปทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/643.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:58:54 PM
โอ้ว หมั่นไส้มณี O0 ขอมาซบอก เสด็จพี่ราหูทางนี้ดีกว่า พี่กาฬเล่าเร็วมากๆๆ  :icon_cool:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Vincent ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2011, 11:21:28 PM
หายไปนานเลย  :-[ พี่กาฬเล่าไปได้เร็วเดี๋ยวต้องมาตามอ่านละ  ;D
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 02:50:02 PM

โอ้ว หมั่นไส้มณี O0 ขอมาซบอก เสด็จพี่ราหูทางนี้ดีกว่า พี่กาฬเล่าเร็วมากๆๆ  :icon_cool:

หายไปนานเลย  :-[ พี่กาฬเล่าไปได้เร็วเดี๋ยวต้องมาตามอ่านละ  ;D


เครียดมาก  พอมีเวลาก็ระบายออกเต็มที่เลย   :icon_idea:





ราหูเดินเวียนเทียนอยู่ในคุกอย่างไม่มีไรทำ ทั้งที่โซ่แค่นี้พังออกไปเลยก็ได้ แต่ดันอยู่ในคราบยักษ์ต่ำต้อยอ่ะดิ
“เราไม่อยู่อย่างนี้มีหวังเจ้างั่งทรยศเราแน่ๆ ไอ้นี่ยิ่งไว้ใจไม่ได้อยู่” ฉลาดรอบคอบมากเพคะ แล้วก็เริ่มท่องคาถาเด็กจู้จี้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/644.jpg)




งั่งที่กำลังบินร่อนลัลล้าเป็นอิสระ ได้ยินคาถาเด็กจู้จี้ไล่หลังมา รีบติดจรวดบินหนีก็ไม่พ้น ต้องซมซานกลับไปหาราหูจนได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/645.jpg)




ดิ่งพื้นแหวกทหารที่เฝ้าหน้าคุกเข้าไปกองแทบเท้าราหูอย่างยอมแพ้ “ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้า ออกไป” ราหูสั่งพวกทหารที่มามุงดูด้วยความงุนงง งั่งช่วยตะเพิดไล่เมื่อพวกนั้นยังยืนมองอยู่
“เจ้าหายไปไหนมา” ราหูเริ่มไต่สวน งั่งตอบอึกอักว่าไปทำนา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/646.jpg)




“แล้วทำไมเจ้าปล่อยให้เราเรียกตั้งนาน กว่าเจ้าจะมา”
“ก็บอกว่าไปทำนาไปทำนา!” งั่งขึ้นเสียง ราหูเลยยื่นมือลอดลูกกรงออกมาตบหัวทีนึงอย่างไม่เชื่อน้ำหน้า
“นึกหรือว่าเราจะเชื่อเจ้า...แต่ก็ไม่เป็นไร ไหนๆ ก็มาแล้ว” งั่งพูดงอนๆ ว่ามาแล้ว จะเอาไงล่ะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/647.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 06:00:03 PM
“เจ้าจงไปดูแลพระธิดาสุวรรณอัมพรให้ดี” งั่งหัวเราะเสียงแหบขันใหญ่ “~รักเค้าข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง น้ำขึ้นไม่ถึงตายแหงแก๋”
“เก้าอี้ จู้จี้...” งั่งรีบบอกไม่ต้องท่องๆ เดี๋ยวพวกทหารพวกนี้จำได้ งั่งก็ตายพอดี ราหูเลยไล่ให้ไปทำตามที่สั่ง พองั่งไปแล้วก็แอบเศร้าอยู่คนเดียว รักเค้าแต่เค้าไม่รัก ตอนนี้ปกป้องเค้าได้ก็แค่นี้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/648.jpg)



หลังจากที่ตกลงปลงใจจะอยู่ที่นี่ต่อ สุวรรณอัมพรก็มาเดินเล่นดื่มด่ำกับความสุขสงบของธรรมชาติ โดยมียักษ์หื่นแอบจ้องมองอยู่ สบโอกาสเข้ามาตีซี้
“สุวรรณอัมพร!” มาอย่างเก๊กหล่อเต็มที่ สุวรรณอัมพรหันมาตามเสียงเรียกก็ชะงัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/649.jpg)



ก่อนจะนึกถึงตอนที่จักรวรรดิทำปากขมุบขมิบในปะรำพิธีเลือกคู่ ก็เลยถามอย่างไม่ไว้ใจ “ท่านมาที่นี่ทำไม”
“พี่กลัวน้องสุวรรณอัมพรจะเหงา พี่ก็เลยมาอยู่เป็นเพื่อนน่ะจ้ะ”
“ไปอยู่เป็นเพื่อนเสด็จอาดวงดาราเถอะ เพราะว่าเสด็จอาต้องการท่านมากกว่าเรา”
“แต่พี่ไม่ได้รักเสด็จอาดวงดาราเล้ยย” มีเนียนเรียกเด็จอาตามหลานอีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/650.jpg)





“ไม่ได้รักแล้วแต่งงานกันทามมายยยยยย!!” งั่งร่อนลงมาขวาง จักรวรรดิเจ็บใจที่เสียโอกาสอีกแล้ว นี่ไอ้งั่งยังอยู่อีกเหรอเนี่ย
งั่งย้อนถามว่าจะให้ไปไหนล่ะ แล้วก็ตั้งท่าจะตีกัน สุวรรณอัมพรทำไรไม่ถูก ไม่รู้จะห้ามไม่ห้ามดี เลยเดินหนีดีกว่า แต่งั่งเข้าไปขวาง
จักรวรรดิขู่ถ้าไม่อยากตายก็ไปให้พ้นหน้าเดี๋ยวนี้เลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/651.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 06:00:38 PM
งั่งว่าถ้าไปก็ตายเหมือนกัน อยู่ดีกว่าวัดดวงอาจจะมีรอด จักรวรรดิโมโหเกือบจะโผล่สัญชาติยักษ์ออกมา (เหมือนว่าตรงนี้มันตัดไปวูบนึง ไม่รู้มีฉากหายรึเปล่า) พอดีพระชายามาตามถึงที่ จักรวรรดิเครียด มาที่นี่ทำไม “ดวงดาราต่างหากจะต้องถามเจ้าพี่ว่ามาทำไมที่นี่”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/652.jpg)




“ช่าย ตอบไปสิ ตอบไปเลย ถ้าแน่จริงตอบไปเลยอะไรเหงาๆ เมื่อกี้เนี่ย” งั่งยั่วยุจักรวรรดิยิ่งทำไรไม่ถูก “เอ่อ พี่มาดูท้องนาน่ะจ้ะเพราะตั้งแต่เกิดมาพี่ยังไม่เคยเห็นท้องนาว่าเป็นยังไงพี่ก็เลยมาดูน่ะ” แบ๊วมากกกกกกก ตอบซะโบจามะเลย
“ไม่ใช่ว่าเจ้าพี่มาหาสุวรรณอัมพรนะเพคะ เมื่อตะกี้น้องสวนกับนางมา”
“โอ๊ยย พี่จะมาหาเค้าทำไม๊ ในเมื่อพี่มีดวงดาราอยู่ทั้งคนแล้ว” งั่งโดดย้องแย้งอยู่ข้างหลัง คอยยุ “~อย่าเชื่อคำเค้าบอก เค้าหลอกให้เราใหลหลง~” จักรวรรดิมองอย่างเข่นเขี้ยวที่ชอบเป็นตัวขัดขวางทุกที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/653.jpg)




จักรวรรดิรีบชวนดวงดารากลับก่อนที่ความจะแตกเร็วเกินไป งั่งหัวเราะร่าแถมแกล้งแหย่นางกำนัลให้ตกใจกลัวเล่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/654.jpg)




งั่งโดดก๊องแก๊งกลับมาเฝ้าดูแลสุวรรณอัมพร มาเจอะสุวรรณอัมพรยืนมองนิ่งอยู่หน้ากระท่อม งั่งงงที่นางไม่กลัวผี แถมจ้องอีก มองตรูเปล่าวะ
“เข้ามาใกล้ๆ หน่อยสิ งั่ง” งั่งไม่แน่ใจ ชี้ตัวเอง “เจ้านั่นแหละ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/655.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 08, 2011, 06:06:08 PM
งั่งกระโดดเข้ามาใกล้ “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่” งั่งหน้าทะเล้นถามกลับ “ก็ทั้งเจ้าแล้วก็นายของเจ้านั่นแหละ”
งั่งตอบกวนว่าตัวเองเป็นผีกระหัง พระโอ...เอ๊ย ราหูก็เป็นยักษ์ สุวรรณอัมพรสงสัยว่าทำไมมาอยู่ด้วยกันได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/656.jpg)




“ก็...คงเป็นเพราะพรหมลิขิตมั้ง ว่าแต่พระธิดาเหอะ ทำไมถึงไม่กลัวผีกระหังไม่กลัวยักษ์เลยล่ะ ฮะ?”
สุวรรณอัมพรยิ้มเยาะ “นี่! แล้วตัวเจ้ามีอะไรที่มันน่ากลัวบ้างล่ะ” แป้ววว เสียเซลส์ เสียชื่อผีหมดเลยนะเนี่ย แต่ยังอุตส่าห์ยกว่าใครๆ ก็กลัวทั้งนั้นแหละ
“เจ้ายังไม่ตอบเลยนะว่าพวกเจ้าเป็นใคร” หญิงสาววนกลับเข้าเรื่องเดิม
“เป็น...”
“ห้ามบอกนะว่าเป็นผีกับเป็นยักษ์” ชี้หน้าดักด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/657.jpg)





“แหม พระธิดาก็ อยู่ไปนานๆ เดี๋ยวก็ทรงรู้เองแหละ”
“แต่เราต้องการรู้เดี๋ยวนี้” ดื้อด้วย “ถ้าอยากรู้เดี๋ยวนี้ก็ไปถามพระสวามีของพระธิดาดูสิ” งั่งโยนเลยสิ้นเรื่อง ขี้เกียจตอบขี้เกียจขัดคำสั่ง
สุวรรณอัมพรนิ่งคิด ก่อนจะเปรยออกมา “ธรรมดาเราเคยได้ยินว่ายักษ์ต้องมีอิทธิฤทธิ์ แต่ทำไมนายของเจ้ากลับไม่มี”
“ที่ไม่มีก็เพราะว่า...” คาถาเด็กจู้จี้ลอยตามลมมาบีบหัวงั่ง ยับยั้งไม่ให้งั่งได้บอกอะไร ถึงจะไม่ได้คุมอยู่ใกล้ๆ แต่ก็รู้ทันทุกฝีก้าวเลยนะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/658.jpg)





งั่งดิ้นพล่าน ตะโกนบอกไม่พูดแล้วจ้าๆๆ สุวรรณอัมพรได้แต่ยืนมองงงๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับงั่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/659.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: suton ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2011, 01:02:27 AM
 :o  ชอบพระราหูกับสุวรรณอัมพรมากๆๆๆๆ


น่ารักมากอ่ะ  ราหูเรื่องนี้หล่อมากกก

ขอบคุณที่เอามาเล่านะค่ะ  เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 01:02:44 PM
:o  ชอบพระราหูกับสุวรรณอัมพรมากๆๆๆๆ


น่ารักมากอ่ะ  ราหูเรื่องนี้หล่อมากกก

ขอบคุณที่เอามาเล่านะค่ะ  เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ

ยินดีต้อนรับค่า  :icon_biggrin:



และเพื่อช่วยให้ราหูพ้นผิด โชตะนาจึงเริ่มแผนการด้วยความรักความพิศวาส นางยักษ์เสกเสือโคร่ง CG ที่ไม่เนียนอย่างรุนแรงออกไปวิ่งพล่านทั่ววังและไล่กัดทหารไปทั่ว “เราช่วยเจ้าแล้วนะ ราหู”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/660.jpg)




มเหสีรัชฎาได้ยินเสียงเอะอะก็ปลุกเรียกพระสวามี แล้วพากันออกไปดู ก็เห็นตำตาว่าเสือกำลังตะครุบทหาร ท้าวคันธมาศรีบออกไป ฝ่ายมเหสีรัชฎายังคงตื่นตะลึงตกใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/661.jpg)




ทุกคนรวมทั้งปราบไตรจักรและอัปสรสวรรค์ต่างออกมาดูเหตุการณ์ที่เสือไล่กัดคนไปทั่ววัง ปราบไตรจักรรีบออกไปจัดการกับเสือทันที อัปสรสวรรค์ตะโกนบอกให้ระวังตัวด้วยความเป็นห่วง ทุกคนเฝ้ามองลุ้นระลึก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/662.jpg)




ปราบไตรจักรเห็นเสือก็รู้ได้โดยทันที ‘ต้องเป็นพระเวทย์ของเสด็จอาแน่ๆ’ ดังนั้น ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอโชว์ออฟปราบเสือให้ทุกคนดูเป็นขวัญตาก็แล้วกัน มีลีลาเอี้ยวหลบให้ตื่นเต้นทีนึงด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/663.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2011, 01:04:47 PM
ก่อนจะยิงพลังใส่เสือเนรมิต ทีเดียวร่างเสือ cg ก็สูญสลายหายไปในพริบตา ท่ามกลางความตื่นเต้นยินดีของทุกคน อัปสรสวรรค์ยิ้มกว้างเป็นปลื้มสุดๆ ก็ความเก่งกาจของพระสวามี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/664.jpg)




อัปสรสวรรค์กลับตำหนักมาด้วยความสบายใจ “อย่างน้อยก็หมายความว่ายักษ์ราหูไม่ได้ผิดจริงอย่างที่พี่โชตะนาว่า”
แต่ปราบไตรจักรเซ็ง เสียแผนที่กลั่นแกล้งราหูหมด เพราะโชตะนาหลงใหลได้ปลื้ม “มันก็ยังไม่แน่ ไม่มียักษ์ที่ไหนที่ไม่กินคน”
อัปสรสวรรค์ฟังแล้วพูดด้วยความใสซื่อ “รับสั่งน่ากลัวจัง” ปราบไตรจักรได้ยินแล้วเอ็นดูในความอ่อนหวานของนาง เผลอจะแตะต้องตัว ไฟร้อนก็ลุกโหมไหม้มือจนสะดุ้งชักกลับ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/665.jpg)




ปราบไตรจักรไม่เข้าใจ ทำไมไม่หายซะที อัปสรสวรรค์ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหันมางงๆ ปราบไตรจักรได้แต่ปฏิเสธว่าเปล่า แล้วบอกให้นอนกันเถอะ หญิงสาวไม่ได้สะกิดใจ ต่างคนต่างกลับเข้าที่นอน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/666.jpg)




ยิ่งเห็นรอยยิ้มและความงามของอัปสรสวรรค์ ปราบไตรจักรก็ยิ่งอึดอัดใจสงสัย ทั้งที่แต่งงานอยู่กินร่วมเรียงเคียงกัน แต่กลับไม่สามารถแตะตัวนางได้สักนิด ‘มันเกิดจากอะไรกันแน่ ทำไมเราถึงถูกเนื้อต้องตัวนางไม่ได้เลย’

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/667.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ กุมภาพันธ์ 12, 2011, 07:44:42 PM
ชอบพี่โฟนเรื่องนี้ที่สุดเลย เป็นยักษ์ที่หล่อที่สุดที่เคยเห็นมาเลยอะ :)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 17, 2011, 11:02:02 AM
เวบฝากรูปเสีย  รอซักอาทิตย์  รูปจะกลับมานะคะ  :icon_razz:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2011, 04:43:56 PM
เวบฝากรูปเสีย  รอซักอาทิตย์  รูปจะกลับมานะคะ  :icon_razz:

ใช้เว็บอะไรอัพโหลดรูปภาพเหรอคะ
หนูใช้ http://imageshack.us/ แต่มันเป็นอะไรไม่รู้
ภาพไม่ขึ้นอ่ะ  เป็นตั้งแต่เมื่อวานละ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2011, 07:56:57 PM
เวบฝากรูปเสีย  รอซักอาทิตย์  รูปจะกลับมานะคะ  :icon_razz:

ใช้เว็บอะไรอัพโหลดรูปภาพเหรอคะ
หนูใช้ http://imageshack.us/ แต่มันเป็นอะไรไม่รู้
ภาพไม่ขึ้นอ่ะ  เป็นตั้งแต่เมื่อวานละ

photobucket ค่ะ  แต่มันเป็นความเผอเรอของกาฬเองแหละ  ที่เผลอไปล็อกอินค้างไว้
ค่าการใช้มันเลยสูงขึ้น  ทิ้งไว้ไม่แตะต้องมันซักอาทิตย์เดี๋ยวก็กลับมาเอง
แต่ imageshack ไม่รู้เหมือนกัน  ถ้าไม่มีแอคเคาท์  รูปจะเสียบ่อยมาก
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2011, 09:36:29 PM
 :icon_frown:  อ้าวไรเนี่ย หาตั้งนานกว่าจะเจอ แล้วไมเป็นแบบนี้ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ::)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 01, 2011, 11:27:29 PM
แวะมาทดลองหลังจากเวบฝากรูปกลับมาค่ะ    :(


รุ่งเช้า ขณะที่สุวรรณอัมพรกำลังทำงานบ้านจัดดอกไม้อยู่ในกระท่อม ยักษ์หน้าเป็นยิ้มแป้นแล้นก็วิ่งเข้ามาอวดเขี้ยว
“ราหู! เจ้าหนีออกมาเหรอ” (ไม่เคยมองในแง่ดีเล้ยย(=j∧j=) )
“เปล่า องค์เหนือหัวคันธมาศรับสั่งให้ปล่อยหม่อมฉันออกมา”
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าก็จับตัวคนผิดได้แล้วล่ะสิ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/668.jpg)




“ก็คงจะอย่างนั้นแหละพระเจ้าค่ะ” ตอบอย่างไม่ใส่ใจเรื่องของคนรอบข้าง นอกจากพระธิดา...
“แล้วเจ้าเข้ามาทำไม เราสั่งแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้เข้าใจ” นี่น่ะหรือ คำต้อนรับ น่าน้อยใจชะมัด ราหูหน้าจ๋อยเขี้ยวหุบเลย “หม่อมฉันลืมไป มัวแต่ดีใจที่ถูกปล่อยตัว หม่อมฉันเลยรีบมาเฝ้าพระธิดา”
“แล้วนึกเหรอ ว่าเราจะดีใจ” โหดร้ายยยยยยย  ไม่ได้พูดธรรมดานะ กดเสียงเหยียดหยามมาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/669.jpg)




คราวนี้จากที่เขี้ยวหุบ หน้ายังเหลือ 2 นิ้วอีก สุวรรณอัมพรจัดดอกไม้ต่อเหมือนคนตรงหน้าไม่มีความหมาย “เจ้าจะถูกขังต่อหรือว่าถูกปล่อยตัวมามันก็เรื่องของเจ้า...ออกไปได้ล่ะ” ตบท้ายด้วยคำไล่สั้นๆ
“พระธิดา...” โปรดเห็นใจหม่อมฉันเถอะ (อันนี้กาฬรหัสย์ต่อเอง)
“เราบอกให้ออกไปไง!” ไม้พ้นโดนตวาดอีก รู้งี้กลับไปโดนขังอย่างเดิม จะได้ไม่ต้องมาเจออะไรที่เจ็บปวดแบบนี้
ราหูเดินคอตกออกไป นับทีละก้าว ก้าวนึงก็หันมามองสาวเจ้าทีนึง เธอก็ช่างโหดร้ายใจแข็งไม่มีแม้แต่ความสงสาร ...

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/670.jpg)




กล่าวถึงองค์อิศรา ทรงเดินทางไปพบฤๅษีโคดม ศึกษาศิลปะการป้องกันตัวเพื่อให้เอาชีวิตรอดในโลกมนุษย์ได้ จนกระทั่งเป็นที่น่าพอใจ จึงบอกลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/671.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 02, 2011, 12:02:01 AM
องค์อิศราทรงคุกเข่าลงเพื่อจะเคารพในฐานะอาจารย์ หากฤๅษีโคดมกล่าวขึ้น  “พระองค์ทรงทราบเงื่อนไขผูกมัดพระองค์เอง”
องค์อิศราลุกขึ้นอย่างสง่างาม “เราคิดแล้วว่าท่านต้องรู้”
 “ต่อให้ทรงปลอมแปลงพระองค์อย่างไรก็ทรงมีราศีดีกว่ามนุษย์ทั่วไปอยู่ดี เพียงแต่ทรงสร้างเงื่อนไขรูปจึงถวายการสอนเพลงอาวุธได้เพียงอย่างเดียว”
“เรื่องนี้เรารู้ดี ต้องขอขอบใจท่านมากที่ช่วยฝึกซ้อมเพลงอาวุธให้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/672.jpg)




 “แต่ก็ยังไม่ดีพอ รูปเป็นห่วงพระองค์หากไปพบกับศัตรูที่มีพลานุภาพ” พระฤๅษีเอ่ยเตือน หากองค์อิศรามั่นใจว่าพอเอาตัวรอดได้ มาตุลีว่าพระองค์เอาตัวรอดได้ แต่มาตุลีไม่รอดแน่ๆ
“ในเมื่อมนุษย์ที่ไม่รู้จักเพลงอาวุธเค้ายังเอาตัวรอดได้ เจ้าจะไม่รอด...ก็ตายอยู่บนโลกนี้แหละ” แล้วจึงหันมาเอ่ยลาพระฤๅษี เมื่อไปแล้ว พระฤๅษีก็ได้แต่ปลงอนิจจัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/673.jpg)




ทรงออกเดินทางและพักผ่อนเสวยผลไม้อย่างมนุษย์ทั่วไปพลางครุ่นคิด มาตุลีถามว่าจะเสด็จไปทางไหนต่อ องค์อิศราว่าฤๅษีโคดมบอกให้เชื่อลางสังหรณ์ มาตุลีว่าลางสังหรณ์ไม่แน่นอนเสมอไป เสนอว่าให้ใช้พระเนตรที่สาม องค์อิศราไม่พอใจ สั่งให้ตบปากตัวเองอย่ามายุให้ตนใช้อำนาจเกินมนุษย์ แล้วก็เหลียวมองซ้ายขวาก่อนจะชี้มาที่หน้ากล้อง เลือกหนทาง สั่งมาตุลีให้เลิกใช้ราชาศัพท์ด้วยเพราะพระองค์จะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/674.jpg)





เอย...จะกลับกล่าวนางไม้ในพฤกษา
นับเวลาคอยสามีที่ห่างหาย
จนห้าเดือนบุตรเกิดกำเนิดกาย
เป็นผู้ชายน่ารักลักษณา
พ่อเป็นเทพแม่เป็นภูติสุดวิเศษ
ก่อเกิดเกศมหัศจรรย์กันหนักหนา
ทั้งเดินนั่งพูดเล่นเจรจา
ไม่ผิดองค์บิดาพระพิรุณ


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/675.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 02, 2011, 04:00:24 PM
ความซุกซนของกุมารน้อยนาม ทุมมา (ต้นไม้) ทำให้ลักษณาต้องเป็นห่วงเรียกหาอยู่เรื่อย อยู่ๆ เด็กน้อยก็กระโดดมาทางข้างหลังทำให้ลักษณาตกใจ
“เมื่อไหร่แม่จะเลิกขวัญอ่อนซะทีน้า”
“แล้วเมื่อไหร่ลูกจะมาหาแม่แบบธรรมดาๆ ซะทีล่ะจ๊ะ”ลักษณากอดลูกไว้ด้วยความรักและเอ็นดู
“ก็ทุมมาเป็นลูกรักแม่ลักษณานี่จ๊ะ” พูดให้แม่ชื่นใจอีกหน่อย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/676.jpg)




“ทุมมาลูก...ฟังนะ เราจะออกตามหาเสด็จพ่อกัน” ลักษณาพูดเรื่องที่รอคอยมานาน ทุมมาสงสัยว่าแม่บอกว่าไปไหนไม่ได้ไง (หมายถึงเป็นนางไม้ต้องอยู่ในต้นไม้น่ะ)
“ไปได้สิลูก ถ้าหากลูกพาแม่ไป” ทุมมาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ลักษณาจึงเสกต้นไม้เล็กๆ ออกมา แล้วให้ทุมมาติดตัวไว้ตนจะอยู่ในต้นไม้นี้จะได้พาไปได้ทุกหนทุกแห่ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/677.jpg)




ทุมมาเข้าใจดีแล้วและรับต้นไม้มา “ไปลูก ได้เวลาที่เราจะออกตามหาเสด็จพ่อกันแล้ว” (ก่อนจะเสด็จพ่อจะไปปิ๊งหญิงใหม่)
ลักษณาเข้าไปอยู่ในต้นไม้ก่อนที่ทุมมาจะออกเดินทางด้วยการมุดดินไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/678.jpg)




ล่วงเข้าราตรี ผู้สัญจรค้างแรมกลางพนา ไม่เว้นแม้แต่องค์อิศราที่กระทำตนเช่นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา ทุมมามุดดินผ่านมาพบเข้าก็โผล่ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย แล้วก็แอบแกล้งมาตุลีด้วยความซุกซน มาตุลีตกใจตื่นมาโวยวายคิดว่าผีป่ามาแกล้ง องค์อิศรารำคาญรับสั่งงัวเงียให้ย้ายที่นอน มาตุลีหามุมใหม่แต่ก็ยังไม่วายระแวง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/679.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 07, 2011, 11:26:32 PM

ทุมมาโผล่ขึ้นมาพินิจดูหน้าองค์อิศราเห็นรูปงามก็มุดกลับลงไปคุยกับแม่  “ทุมมาว่าทุมมาเจอพ่อแล้วจ้ะ”
ลักษณาดีใจมาก รีบตามลูกขึ้นไปดูหน้าชายหนุ่มรูปงาม


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/680.jpg)




แต่เมื่อขึ้นมาดูก็ต้องผิดหวัง ทุมมาถอนใจก่อนหันไปชี้มาตุลีว่าใช่มั้ย ลักษณาแทบกรีดร้องรับไม่ได้ “ตายแล้วลูก! นั่นยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลยนะ ไปๆ ไปกันเถอะ!” แล้วก็มุดดินกลับลงไปตามเดิม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/681.jpg)




องค์อิศราเดินทางตามหาเทพทั้งสามจนมาถึงนครโรมวิสัย แวะกินขนมที่ตลาดแล้วไม่จ่ายตังค์ เพราะไม่รู้ธรรมเนียม เลยโดนแม่ค้าต่อว่าแล้วเรียกชาวมารุมสะกรำ (เล่าแค่นี้พอนะ จริงๆ มันยาวมากแบบไม่รู้จะใส่มาทำไม และเป็นฉากที่กาฬไม่ชอบที่สุด เพราะเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นเทพอย่างรุนแรงในความรู้สึกของกาฬ มาให้ชาวบ้านหัวเราะเยาะ กินอาหารไม่เป็น ไม่รู้จักอัฐ (# ̄∧ ̄)y―oO
(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/682.jpg)




ท้องฟ้าเริ่มคำรามเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงกาลเวลาที่กำลังจะเปลี่ยนผัน คิมหันตฤดูใกล้จากลาเต็มทีแล้ว แต่เสียงหัวเราะเชียร์ให้ฝนตกของงั่งขัดใจราหูยิ่งนัก คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่
“นี่...พระโอรส ใกล้ฤดูฝนเข้ามาทุกทีแล้วนะ ทีนี้พระโอรสจะบอกกับนางยังไง” มันแสร้งถามเสมือนเป็นห่วง หากในใจกำลังเยาะว่าสุวรรณอัมพรเสร็จพระพิรุณแน่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/683-2.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 07, 2011, 11:39:18 PM
“เจ้าไม่ต้องมาพูดมาก นั่นมันก็เรื่องของเรา”
“แล้วถ้าหากว่านางเกิดพอใจพระพิรุณ แล้วพระพิรุณก็พอใจนาง ทีนี้พระโอรสราหูก็อกหักดังเป๊าะๆๆ” มีพูดให้หวั่นๆ ใจ
พระราหูควักถุงเงินออกมาปิดปาก “เอ้า! เอาไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูก ไป๊!!” งั่งมองแบบเสียเกียรติอ่ะ ให้ไปปลูกผัก
“จะไปหรือไม่ไป!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/684.jpg)




งั่งบ่นๆๆ  ที่ถูกบังคับให้ทำนั่นทำนี่อยู่เรื่อย บลาๆๆๆๆๆ พระราหูเตรียมพนมมือท่องคาถา งั่งเลยรีบเบรค ฉวยถุงเงินมาแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายบ่นว่าเพราะคาถาเด็กจู้จี้นะ ก่อนจะไปตลาด เสียงฟ้าแลบฟ้าร้องยังคำราม พระราหูมองแล้วก็ยิ่งกังวลใจ คำพูดของงั่งก็คอยตามหลอกหลอน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/685.jpg)




องค์อิศรากับมาตุยังโดนรุมกระทืบไม่จบ แต่ก็มุดรอดออกมาได้ พวกชาวบ้านก็มัวกระทืบอะไรไม่ได้ดูเล้ยยยย มาเจองั่งที่มาตลาดพอดี พวกชาวบ้านเห็นผีกระหังก็วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง องค์อิศราดีใจที่ได้เจองั่ง แต่งั่งยังจำวีรกรรมที่ทำกับจินดาเมขลาได้ก็เลยไม่เฟรนลี่ด้วย พาลจะมีเรื่องกับมาตุอีกรอบจนองค์อิศราต้องเข้าไปห้ามทัพ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/686.jpg)




มาตุอวดว่ารู้มั้ยว่าบุรุษผู้นี้คือใคร งั่งไม่รู้ไม่เก็ตไม่สะกิดใจพูดเล่นๆ  “ไอ้นี่น่ะเหรอ พระอิศวรมั้ง 555+” แล้วก็ไปเลย องค์อิศรารีบลากมาตุให้ตามงั่งไป เพราะใกล้ที่สถิตของเทพทั้งสามแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/687.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 08, 2011, 12:26:35 AM
ยามบ่าย แสงสีพาดผ่านขอบฟ้า (บรรยายจากภาพ) สุวรรณอัมพรใช้วิถีชีวิตแบบชาวบ้านเต็มตัว ออกมาเก็บผัก (ท่าทางจะเป็นยอดกระเจี๊ยบค่ะ) ราหูเดินมาหยุดยืนมองอยู่ข้างหลังอย่างกังวลใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/688.jpg)




สาวเจ้าอุตส่าห์อารมณ์ดีเก็บผัก หันมาเจอเขี้ยวยักษ์หมดอารมณ์สุนทรีเลย
“มองอะไร” ทักทายด้วยเสียงห้วนตามปกติ
“หม่อมฉันมาทูลลา”
“จะไปไหน” ถามทันควัน เสียงห้วนสูงกว่าเดิมอย่างสงสัย จริงๆ แล้วก็แอบสนใจล่ะซี้ ^^
“เอ่อ...กลับบ้านกลับเมืองพระเจ้าค่ะ” ตอบแบบเหตุผลเรียบง่ายมาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/689.jpg)




“อ๋อออ ดีนะ อยู่ดีๆ มาทำให้เราเดือดร้อน แล้วอยู่ดีๆ ก็จะกลับไป” โทษเค้าเต็มๆ ได้ข่าวว่าเธอเลือกเค้าเองเดือดร้อนเพราะตัวเอง (กฏข้อที่ 3 เมียไม่เคยผิด!)
“แต่หม่อมฉันขอสัญญาว่าหม่อมฉันจะกลับมาอย่างแน่นอน” รีบเชียวนะเพคะ เค้าไม่ได้ต้องการหรอกนะ
“จะกลับไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมา เราไม่อยากเห็นหน้าเจ้า!” ตัดขาดเยื่อใยมาก แล้วเดินหนี ราหูรีบคว้าแขนไว้ รีบอธิบาย “พระธิดา...”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/690.jpg)




สุวรรณอัมพรมองมือเจ้ายักษ์ต่ำต้อยที่บังอาจจับมือถือแขนตัวเอง “หม่อมฉันไม่ได้อยากไปเลย...แต่มันจำเป็นจริงๆ”
พูดไม่จบ นางก็สะบัดแขนออกอย่างแรงแล้วตบผัวะ!!...หน้าหันเลย  เจ็บตัวอีกแล้ว เจ็บปวดหัวใจด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/691.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 08, 2011, 12:34:29 AM


“อย่าบังอาจมาถูกเนื้อต้องตัวเราเป็นอันขาด เราเป็นใครแล้วเจ้าเป็นใคร หัดตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาตัวเองซะบ้าง!” เจ็บแสบ เจ็บปวด เหยียดหยาม ก่อนจากไป ราหูได้แต่มองตามไปด้วยความเศร้าใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/692.jpg)





O0มาดูฉากตบหน้าหันกันจะๆ O0


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigif23.gif)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 08, 2011, 12:01:17 PM
ที่กระท่อมปลายนา อัปสรสวรรค์มานั่งรออยู่ครู่หนึ่งแล้ว (ตามที่กาฬรหัสย์เข้าใจ) พร้อมกับสำรับเครื่องเสวยที่เอามาฝากพี่สาว
สุวรรณอัมพรเดินกลับมาเห็นน้องสาวก็ดีใจ “อัปสร!” พอเห็นพี่สาวมาก็รีบวางเครื่องเสวยแล้ววิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง “พี่อัมพร!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/693.jpg)




แล้วก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน สุวรรณอัมพรตอบจืดเจื่อน “จะว่าพี่สบายพี่ก็คงโกหกน้อง แต่จะว่าลำบาก...มันก็ไม่ใช่” (แน่ล่ะสิ มีพระสวามีคอยรองรับอารมณ์ 555+)
อัปสรพาอัมพรไปนั่งที่แคร่เพื่อจะได้คุยกันได้สะดวก เมื่อเห็นกระจาดในมืออัมพรก็มองประมาณ...เอ๊ะ พี่สาวฉันทำอะไรอย่างนี้ด้วยเหรอ...
“อ๋อ พอดีพี่เก็บมาว่าจะไว้ทำแกงจืดน่ะจ้ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/694.jpg)




“ไม่ต้องเพคะ น้องให้ห้องเครื่องจัดสำรับกับข้าวมาถวาย แล้วต่อไปนี้น้องจะให้เค้าจัดมาถวายทุกวัน พี่อัมพรจะได้ไม่ต้องลำบาก”
“อย่าเลยอัปสร เกิดเสด็จแม่ทรงทราบแล้วจะกริ้วเอา” อัมพรพูดแล้วนึกน้อยใจมารดาที่โกรธจนไม่มีเหลียวแล “แล้วอีกอย่างพี่ก็ได้ทำอะไรในสิ่งที่ไม่เคยทำ แล้วน้องล่ะเป็นไงบ้าง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/695.jpg)




อัปสรสวรรค์หน้าหมองลงเมื่อถูกถามเรื่องของตัวเอง จนพี่สาวสังเกตได้ อัปสรเลยชวนอัมพรเข้าไปคุยในกระท่อมเป็นการส่วนตัว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/696.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: augustle ที่ มีนาคม 09, 2011, 08:44:53 AM
 สงสารราหูจัง...ทำอะไรก็ไม่เคยดีในสายตาอัมพรเลย:-X
ถูกตบอีกต่างหาก :icon_mad:(ชอกช้ำ)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ มีนาคม 09, 2011, 11:20:14 AM

O0มาดูฉากตบหน้าหันกันจะๆ O0


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigif23.gif)

ไม่มีฉาก ตบจูบบ้างเหรอคะ มีแต่ตบอย่างเดียว
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: มณีจันทร์ ที่ มีนาคม 09, 2011, 01:59:23 PM
ตอนนี้กำลังสนุกเลยคะ...ช่องจ๊ะทิงจาเอามาฉายอ่ะคะ
 
:icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 06:25:39 PM
ไม่มีฉาก ตบจูบบ้างเหรอคะ มีแต่ตบอย่างเดียว

ม่ายด้ายยยยยยยยย  เพราะเจ้าพี่ราหู.....กลัวเมีย

แต่เอ๊ะ....มันก็ไม่แน่นะ  5555+

 :icon_question:



เดินเข้ามาสำรวจตรวจตราสภาพความเป็นอยู่ของพี่สาว สุวรรณอัมพรปิดประตูเรียบร้อยแล้วก็เข้ามาถามเรื่องที่น้องคงอยากระบาย
“เจ้าพี่ปราบไตรจักรกับน้อง...ยังไม่มีอะไรกันเลยเพคะ” เสียเซลส์อ่ะค่ะ แต่งงานกันมาร่วม 3 เดือนได้แล้ว สามีไม่ถูกเนื้อต้องตัวเลย (นับตามที่ใกล้จะหมดฤดูร้อนแล้ว)
“อ้าว ทำไมล่ะ” ตัวเองก็เหมือนกันแหละ...ทำไม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/697.jpg)




“เห็นรับสั่งว่าต้องทรงรักษาพรหมจรรย์ไปซักระยะนึง เพราะว่ากำลังฝึกพระเวทย์อยู่” สุวรรณอัมพรเดินมาปลอบใจ “เรื่องแค่นี้เอง”
พอเห็นพี่สาวไม่คิดว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็ไม่รู้ตัวเองจะคิดมากไปทำไม เลยถามกลับบ้าง “แล้ว...พระสวามีของพี่อัมพรล่ะเพคะ”
สุวรรณอัมพรหน้าตึง “ที่พี่เลือกเค้าก็เพื่อประชดเสด็จแม่” แล้วทำไมจะต้องเอาเจ้าพี่ราหูที่น่าสงสารของเค้ามาเป็นเครื่องมือด้วยเล่า?

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/698.jpg)




“อื้มม น้องว่าเค้าก็ดูดีออก ไม่เห็นมีท่าทางดุร้ายเหมือนยักษ์เลย” อ๊ายย  น้องอัปสรตาถึง
“ก็พี่บอกแล้วไงว่าอย่าไปพูดถึงเค้า” พี่สาวไม่สบอารมณ์
“พี่อัมพร ถ้าพี่อัมพรไม่รักยักษ์ราหูน่ะก็ปล่อยเค้าไปเถอะเพคะ”
“ถ้าพี่ทำอย่างนั้นเสด็จแม่ก็ต้องหาคู่ครองคนใหม่ให้พี่อยู่ดีแหละ” เจ้าพี่ราหู...มีตำแหน่งเป็นแค่ไม้กันหมา  T_T แล้วก็ชวนน้องสาวเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างอื่นกัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/699.jpg)




มาเยี่ยมเยียนซักพักก็ลากลับ ก่อนกลับก็เจอผีกระหังโดดลงมาจ๊ะเอ๋ พวกนางกำนัลวี๊ดว๊ายตกใจเล่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/700.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 07:00:02 PM
แต่อัปสรสวรรค์ยังรักษามาดพระธิดาแค่ผงะไปเท่านั้น “งั่ง!!” โดนเมียพระราหูเอ็ดคำเดียว งั่งเลยยอมหลีกทางให้สาวๆ กลับไป ดูมีอิทธิพลดีเนอะ ยิ่งกว่าพระสวามีอีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/701.jpg)





อีกด้านหนึ่งองค์อิศรากับมาตุลีที่ตามมาแอบมองกระท่อมปลายนาของราหูกับสุวรรณอัมพร ในขณะที่เจ้าบ้านฝ่ายชายเดินมาข้างหลัง กระชากคอเสื้อมาตุลีกับองค์อิศราหันมาอย่างไม่พอใจ...มาแอบมองอะไรเมียเค้า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/702.jpg)




เห็นพักตร์องค์อิศราแล้วก็ชะงักไปนิดก่อนจะปล่อยคอเสื้อสะบัด ทั้งสองแทบจุก
“พวกเจ้าเป็นใคร” ก่อนจะพินิจองค์อิศรา “เราเคยเห็นหน้าเจ้าที่ไหนมาก่อนรึเปล่า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/703.jpg)




มาตุลีเกือบหลุดปาก พระองค์เลยดุจนเงียบปาก พระราหูมองอย่างสงสัยครุ่นคิด
“เปล่า เราสองคนเดินทางผ่านมาแถวนี้ พอดีเห็นกระท่อมนี้มีคนอยู่ก็เลยอยากจะเข้าไปขออาหารกินซักหน่อย”
“ไปซะ!!” ไล่ทันทีไม่ซักไซ้ประวัติ (กาฬรหัสย์คาดเดาว่า...เพราะความหวงเมีย)
มาตุลีย้อนถามหน้ามึนว่าไปไหน
“จะไปไหนก็ไป แต่ขอร้องว่าอย่ามายุ่มย่ามแถวนี้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/704.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 07:02:23 PM
มาตุลีว่าบังอาจ...แล้วก็โดนสั่งเงียบปากอีก “ในเมื่อเค้าไม่อยากให้เราอยู่ที่นี่ เราก็ไม่ควรจะอยู่”
แล้วก็เดินจากไปแต่โดยดี พระราหูมองตามยังไม่หายสงสัย
(แอบสงสารองค์อิศรา ลงมาเป็นมนุษย์วันแรกก็เจอจินดาเมขลา แต่นางก็จำไม่ได้ ซ้ำยังสะบักสะบอมกันทั้งคู่อีก พอมาเจอพระราหูก็ไล่ไม่ไยดีเพราะกำลังหวงเมีย เหลือแต่พระพิรุณแล้วล่ะทีนี้...)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/705.jpg)




คืนนั้นฟ้าฝนก็เริ่มตั้งเค้าหนักขึ้น งั่งที่นั่งสัปหงกถามว่าไม่ง่วงเหรอ
“ก็ว่าจะนอนเหมือนกัน” ชายหนุ่มบอกอย่างทำใจก่อนจะเดินมานั่งบนแคร่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/706.jpg)




งั่งเห็นแล้วสมเพชเวทนาบ่นไม่เข้าใจ “พระโอรสสสสสสสส ทำไมจะต้องมาทนลำบากตรากตรำอย่างนี้ก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่ได้ลำบากคนเดียวนะเนี่ย ดั้นนนน เอางั่งมาลำบากด้วย”
ราหูไม่ตอบอะไรล้มตัวลงนอนเงียบๆ ฝนฟ้าตั้งเค้าหนัก งั่งจะชวนคุยต่อแต่พระราหูก็เข้าสู่นิทราไปซะแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/707.jpg)




อีกด้านหนึ่ง ยักษ์อันธพาลแอบหาโอกาสมาตีท้ายครัวกระท่อมปลายนา
ที่ในกระท่อม เป้าหมายก็นอนไม่หลับพลิกไปพลิกมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/708.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:13:42 PM
นึกถึงคำพูดเมื่อตอนกลางวันของราหูอย่างสับสน ทั้งที่ปากไล่เค้าไป แต่ใจก็อดพะวงถึงไม่ได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/709.jpg)




ขณะนั้นฝนแรกของปีก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนัก รูปกายของพระราหูก็แปรเปลี่ยนเป็นพระพิรุณ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/710.jpg)




ตื่นมาก็เจอแสงพลังพุ่งโจมตี กระโจนลงจากแคร่แทบไม่ทัน เพิงพักเล็กๆ ระเบิดเป็นเถ้าถ่าน พอเห็นผู้ที่ลอบโจมตีก็วิ่งตามบู๊ทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/711.jpg)




ไม่รู้ใครเป็นใครแต่ก็สู้กันอุตลุต ทั้งสองเผชิญหน้ากัน เมื่อเห็นหน้าชัดๆ พระพิรุณก็นึกคุ้นๆ ไปถึงวัยเยาว์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/712.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:19:53 PM

ไอ้ยักษ์ตัณหากลับนั่นนี่เอง   “เจ้านั่นเอง!”
“แล้วเจ้าเป็นใคร” เป็นยักษ์กินแต่เนื้อสัตว์ใหญ่ไม่ได้กินปลาเลยความจำสั้น
งั่งกระโจนเข้ามาผสมโรงร่วมต่อสู้ด้วย จักรวรรดิเสกดาบออกมา พิรุณก็เลยเสกพระขรรค์ของตนออกมาบ้าง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/713-2.jpg)




ฝนตกหนักยิ่งทำให้คนในกระท่อมนอนไม่หลับเข้าไปใหญ่ เสียงการต่อสู้ดังแทรกมากับเสียงสายฝนกระหน่ำทำให้สุวรรณอัมพรต้องรีบลุกไปชะโงกดูทางบานพับ เห็นใครก็ไม่รู้สู้กันอยู่ข้างนอกก็รีบออกไปดู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/714.jpg)




การต่อสู้ทวีความดุเดือดขึ้น จากฟันกันธรรมดาเริ่มปล่อยแสงเปรี้ยงปร้าง สะเทือนลั่น หวาดกลัวตามประสาผู้หญิงแล้วคนแรกที่นึกถึงก็คือ “ราหู!!....ราหู!!......งั่ง หายไปไหนกันหมดน่ะ!!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/715.jpg)





พิรุณกับจักรวรรดิสู้กันถึงพริกถึงขิง มีงั่งคอยเป็นกองหลังเสริมทัพ แล้วตัวร้ายก็เสียท่าให้พระเอกถูกพระขรรค์ฟันเข้าที่ต้นแขนเลือดอาบ จักรวรรดิเจ็บปวดทุ่มพลังใส่พิรุณจนผงะไป อาศัยจังหวะนั้นหายตัวหนี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/716.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: SoRa ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:21:53 PM
ตร๊ายยยยยยยยยยย  :icon_wink: เพิ่งเล่าถึงนี่หราาาาา

เออ ยังไม่ถึงครึ่งเรื่อง อย่างที่แกว่าจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เห็นแล้วเพลียยย กะโกมินทร์  :icon_mrgreen:

ขอเล่าตอนจบเรยยย ได้ม๊า !!~ อิอิ :icon_rolleyes:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:26:06 PM
ตร๊ายยยยยยยยยยย  :icon_wink: เพิ่งเล่าถึงนี่หราาาาา

เออ ยังไม่ถึงครึ่งเรื่อง อย่างที่แกว่าจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เห็นแล้วเพลียยย กะโกมินทร์  :icon_mrgreen:

ขอเล่าตอนจบเรยยย ได้ม๊า !!~ อิอิ :icon_rolleyes:

ชิส์  เค้ายุ้งงงง ยุ่งงงงง  กว่าจะได้ทีละคืบ
ช่วงนี้พอมีเวลานิสสส  จะพยายามเล่าให้ได้เยอะๆ (ซึ่งมันก็ได้แค่นี้)
ไม่ต้องมาหัวเราะเลย  ตัวเองก็เหมือนกัน  5555+
จะไม่ให้เพลียได้ไง  คุณพี่เล่นเล่าละเอียดดดดดดดดยิบขนาดนั้นอ่ะ
ถ้าตัดจบเร็วนะ มีเคือง    O0



พระพิรุณกับงั่งมองหายักษ์จักรวรรดิ สายตาคมมองฝ่าสายฝนไปเห็นหญิงสาวสวยที่ยืนมองอยู่หน้ากระท่อม
  “นั่นใครน่ะงั่ง”
“อ๋ออออ พระชายา...ของพระราหู!!”
 “อะไรนะ” ถามสีหน้าตกใจเชียว
“โอ๊ยย ได้ยินไม่ผิดหรอก นั่นน่ะพระชายาของพระราหู แต่นางไม่มีอะไรกับพระราหูหรอก นางเกลียดพระราหูอย่างกับอะไรดี เกลียดยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนอีก แต่ถ้าเป็นพระโอรสพิรุณล่ะก็...ไม่แน่!” ยุแยงตะแคงรั่วเชียวนะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/717.jpg)




  “ไหนเล่าให้เราฟังสิ” แต่อย่างงั่งมันเจ้าเล่ห์เพราะฉะนั้นต้องดักทางไว้ก่อน   “เอาแต่ความจริงนะ ไม่อย่างนั้นเจ้าโดนคาถาเด็กจู้จี้แน่” งั่งบ่นที่โดนขู่ แต่ก็ถ่ายทอดเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/718.jpg)




จักรวรรดิซมซานบาดเจ็บกลับมายังตำหนักของดวงดารา ตัวเปียกโชก เลือดไหลโทรมทั่วแขนไม่มีแรงแม้แต่จะนั่งให้ตรง ดวงดาราเดินออกมาถามว่าไปไหนมา พอเห็นเลือดก็กรี๊ดกร๊าดตกใจทำไรไม่ถูก
“เดี๋ยวน้องให้คนไปถามหมอหลวงมานะเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/719.jpg)




“ไม่ต้อง!!” ดวงดาราตกใจ จักรวรรดิพยายามพยุงกายขึ้น ลดเสียงลง “พี่รักษาตัวเองได้ ขอพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” แล้วก็กระเสือกกระสนเข้าไปข้างใน ดวงดารายืนค้างทำอะไรไม่ถูก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/720.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:31:05 PM
ตร๊ายยยยยยยยยยย  :icon_wink: เพิ่งเล่าถึงนี่หราาาาา

เออ ยังไม่ถึงครึ่งเรื่อง อย่างที่แกว่าจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เห็นแล้วเพลียยย กะโกมินทร์  :icon_mrgreen:

ขอเล่าตอนจบเรยยย ได้ม๊า !!~ อิอิ :icon_rolleyes:

ห้ามตัดไปเล่าตอนจบเลยนะคะ คริๆ
ไม่งั้นคนอ่านมีเคือง   O0

 :icon_confused:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:31:20 PM
พระพิรุณฟังงั่งเล่าแล้วก็สั่งให้กลับไปรับหน้านางก่อน งั่งว่าแล้วพระโอรสล่ะ พิรุณขอคิดดูก่อนว่าจะทำยังไงต่อไป (จะได้ต่อเรื่องตามพี่ชายได้)
“แต่อย่าลืมนะ พระธิดาสุวรรณอัมพรน่ะพระสิริโฉมงดงามมมมมมม”
“งั่ง!!!”
“คนหวังดีแท้ๆ”  พิรุณเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่สนใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/721.jpg)




ฝนซาเม็ด งั่งกลับเข้ามาหาสุวรรณอัมพร นางรีบถามว่ามีเรื่องอะไร งั่งโกหกว่ามีคนร้ายลอบเข้ามา แต่ไปแล้ว
“เอ่อ...แล้ว...ราหูล่ะ”
“ราหู...ไปตั้งแต่พระธิดาบรรทมแล้วล่ะพระเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ!!” เตรียมวีนแล้วนั่น แล้วคนที่คุยด้วยเมื่อตะกี้...

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/722.jpg)




งั่งแถว่าทหารตามคนร้ายมา สุวรรณอัมพรเลยไม่รู้จะถามอะไรอีก สะบัดหน้าเดินกลับเข้ากระท่อม งั่งงง
“ยักษ์ราหูไม่อยู่ น่าจะดีใจ แต่กลับทำหน้าบึ้ง อ๊าย ทำไมผู้หญิงนี่เอาใจยากจริงๆ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/723.jpg)




ฝ่ายดวงดาราก็เดินวนเวียนรอพระสวามีรักษาตัวด้วยความเป็นห่วง จักรวรรดิพยายามรักษาอย่างไรบาดแผลที่ถูกพระขรรค์ฟันมาก็ไม่หาย ดวงดาราถามย้ำว่าให้ไปตามหมอหลวงมั้ย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/724.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:34:52 PM
ตร๊ายยยยยยยยยยย  :icon_wink: เพิ่งเล่าถึงนี่หราาาาา

เออ ยังไม่ถึงครึ่งเรื่อง อย่างที่แกว่าจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เห็นแล้วเพลียยย กะโกมินทร์  :icon_mrgreen:

ขอเล่าตอนจบเรยยย ได้ม๊า !!~ อิอิ :icon_rolleyes:

ห้ามตัดไปเล่าตอนจบเลยนะคะ คริๆ
ไม่งั้นคนอ่านมีเคือง   O0

 :icon_confused:


นั่น!!!!!  คะแนนเสียงมาแล้ว
 :icon_smile:




“หมอหลวงรักษาพี่ไมได้หรอก” เจ็บเห็นหน้าเมียไม่ได้ตามสั่งก็ยิ่งรำคาญ เลยตวาดไล่ “ออกไป!!!”
ดวงดาราน้อยใจเดินหนีออกมา ให้จักรวรรดิพยายามรักษาตัวต่อไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/725.jpg)




นางกำนัลตำหนักดวงดารามารายงานปราบไตรจักรกลางดึกว่า จักรวรรดิได้รับบาดเจ็บ ผู้เป็นลูกรู้เข้าก็จะรีบไปทันที แต่อัปสรสวรรค์ขอไปด้วย
“ไม่ต้อง ข้างนอกฝนตกหนัก พี่ไปคนเดียวดีกว่า”
อัปสรสวรรค์จึงไม่ร้องขออะไรอีก หญิงสาวหันไปถามนางกำนัลว่ารู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางกำนัลก็ไม่รู้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/726.jpg)




ปราบไตรจักรมาถึงก็ลืมตัว “เสด็จพ่ออยู่ไหน!”
ดวงดารางง แต่ยังไม่ทันได้ถามได้ตอบอะไร ปราบไตรจักรก็เดินผ่านเข้าไปด้านในอย่างไม่สนใจ
“เสด็จพ่อ!” จักรวรรดิกระซิบเตือนให้เรียกพี่ ไม่ใช่พ่อ ปราบไตรจักรเปลี่ยนสรรพนามรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/727.jpg)




“ก็ไอ้หนุ่มคนนั้นน่ะสิ” ปราบไตรจักรถามว่าไอ้หนุ่มคนไหน กำลังจะสาธยาย ดวงดาราก็เดินเข้ามาถามอาการ
“ก็คงต้องรักษาพระองค์ซักระยะนึงพระเจ้าค่ะ บาดแผลครั้งนี้ต้องรักษาด้วยพระเวทย์ เสด็จพี่ต้องประทับลำพังซักระยะนึง”
“แต่พี่น่ะเป็นเมียนะ พี่ต้องคอยดูแลรับใช้ใกล้ชิด” อ้างสิทธิ์ก่อน ยิ่งเสียวๆ จะโดนทิ้งอยู่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/728.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 09, 2011, 09:36:42 PM

!!!Coming Soon!!!!


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifsamsri2.gif)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วายุกานต์ ที่ มีนาคม 10, 2011, 01:30:24 PM
ตามอ่านค่าาาาา  :o

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค้าาา  :icon_evil: :icon_evil: :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มีนาคม 10, 2011, 02:01:32 PM
ตามอ่านค่าาาาา  :o

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค้าาา  :icon_evil: :icon_evil: :icon_evil:

ยินดีต้อนรับค่ะ


!!!Coming Soon!!!!


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifsamsri2.gif)

โอ โอววววววววววววววพระเอกของเราออกแล้ว เอ่อ ไม่ใช่นี่หว่า ตัวร้ายของออกแย้วววววววววววววววววววววววววววววว

พี่เจมส์นี่หล่อด้อีกอ่ะ เปียกฝนก็หล่อออออออออออออออออออ :o
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มีนาคม 10, 2011, 05:47:04 PM
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด>o<!!
มาร่วมกรี๊ดพระร้ายสุดหล่อด้วยคน55+
อ๊ากกกสามศรีสุดเท่ห์อ่า ;) :icon_sad:

ปล.อ๊ากกกใช้กริชด้วยอ่ะ><!
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มีนาคม 10, 2011, 07:00:50 PM
ว้าวๆ สามศรีออกแล้ว
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: augustle ที่ มีนาคม 11, 2011, 08:04:56 AM


!!!Coming Soon!!!!


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifsamsri2.gif)

โอ โอววววววววววววววพระเอกของเราออกแล้ว เอ่อ ไม่ใช่นี่หว่า ตัวร้ายของออกแย้วววววววววววววววววววววววววววววว

พี่เจมส์นี่หล่อด้อีกอ่ะ เปียกฝนก็หล่อออออออออออออออออออ :o
ถึงร้ายยังงัยก้อยังร้ากกกกกก :o
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 12, 2011, 12:06:13 AM
แหม  กระแสตอบรับพระร้ายของเราท่วมท้นตั้งแต่บทยังไม่ออกเลยนะเนี่ย    :icon_evil:



“ดวงดารา!” จักรวรรดิเรียก นางดีใจคิดว่าจะได้อยู่ปรนนิบัติ แต่... “พี่ต้องอยู่คนเดียว”
โดนย้ำมาอย่างนี้ก็หน้าแหย เบะร้องไห้คร่ำครวญ เวลาเสวย จะเสวยอะไร ใครจะทำถวาย
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ปราบไตรจักรเค้าจะส่งคนมาให้พี่กินเอง” หลุดอีกแล้ว ลูกชายหันมามองอึ้งๆ แต่เมียอ้าปากค้างไปแล้ว
“เสด็จพี่ทรงหมายความว่าหม่อมฉันจะส่งคนมาทำอาหารถวายเองพระเจ้าค่ะ” จักรวรรดิรีบตอบรับ (แล้วมันก็ตัดไปอ่า)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/729.jpg)





รุ่งเช้าอาการของจักรวรรดิหนักหนาสาหัสถึงขนาดปราบไตรจักรต้องมาทูลลากลับไปรักษาที่เมืองของตน
“เพราะนครของหม่อมฉันมีห้องที่สร้างเพื่อการนี้โดยเฉพาะ”
“ฟังเหมือนไม่ใช่เมืองมนุษย์” ท้าวคันธมาศเปรย ปราบไตรจักรหน้าเสีย บรรดาข้าราชบริพารมองหน้ากันอย่างสงสัย แต่มเหสีรัชฏาก็ยังให้ท้ายเขยขวัญ “เจ้าพี่ทรงรับสั่งอะไรเกรงใจลูกปราบไตรจักรของหม่อมฉันบ้างสิเพคะ...ลูกปราบไตรจักรอย่าถือสาคนแก่อย่างเสด็จพ่อเลยนะจ๊ะ ว่าแต่จะไปเมื่อไหร่ล่ะ พาอัปสรสวรรค์ไปเที่ยวเมืองลูกด้วยสิ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/730.jpg)





อัปสรสวรรค์ตื่นเต้นอยากไป “หม่อมฉันอยากพาอัปสรไปด้วยพระเจ้าค่ะ แต่เป็นห่วงว่าการเดินทางนั้นยากลำบาก อัปสรไม่เคยผจญกับเรื่องนั้น”
“น้องทนได้เพคะ”
“พี่ทนเห็นน้องลำบากไม่ได้” อัปสรหน้าจ๋อย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/731.jpg)




“พี่ไปไม่นานหรอก พอเสด็จพี่ทรงรักษาพระองค์พี่จะหมั่นมาเยี่ยมน้อง” ได้ยินอย่างนี้นางก็ค่อยยิ้มออก ปราบไตรจักรทูลลา
“ลูกต้องเดินทางเดี๋ยวนี้เลยพระเจ้าค่ะ ยิ่งถึงเร็วเท่าไหร่เสด็จพื่ทรงหายเร็วเท่านั้น”
“ไปเถอะลูก ไม่ต้องห่วงอัปสรสวรรค์นะ แม่จะดูแลให้จ้ะ” มเหสีรัชฎารับปากอย่างดี แต่อัปสรสวรรค์ก็ยังเศร้าใจอยู่ดีที่ต้องจากพระสวามี (แต่ในนาม)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/732.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 12, 2011, 12:07:37 AM
นี่ก็เศร้าที่ต้องจากพระสวามี (ที่แทบจะกลืนกินตัวเอง) มากระซิกๆ กับโชตะนาฝากฝังให้ดูแลพระสวามี โชตะนาอึดอัดบอกไม่ต้องเป็นห่วง “เอ่อ หมายถึงผู้หญิงคนอื่นน่ะจ้ะ โชตะนาช่วยดูแลอย่าให้ใครเข้าใกล้นะ”
โชตะนาโอ๋ยยยย แอบสมเพชนิดๆ “เสด็จพี่น่ะไม่มีตาไปมองผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้วล่ะเพคะ” นางแช่มนางช้อยร้องอุ๊ยต๊ายยยยยยยยเลี่ยน ดวงดาราเขินคิดว่าเค้าหมายถึงตัวเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/733.jpg)




ปราบไตรจักรมาตามโชตะนาให้ออกเดินทาง นางถามว่าขบวนเสด็จเรียบร้อยแล้วเหรอ ดวงดาราพรีเซนต์ทันที
“ไม่ต้องห่วงนะ พี่น่ะจัดทหารไปหลายคนเลยทีเดียว เพื่อจะถวายความสะดวกตลอดทาง”
“เป็นพระมหากรุณเพคะ ยิ่งหลายๆ คนยิ่งดีเลยเพคะ” โชตะนาเปรี้ยวปาก สบตากับปราบไตรจักรอย่างรู้กัน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/734.jpg)




นอกวังพระพิรุณตามรอยยักษ์มาจนมาเจอพาหุรัด รัดต้นแขนของจักรวรรดิที่ตกอยู่จากการต่อสู้เมื่อคืน “ต้องใช่แน่ๆ พวกมันคงพากันมาหากินอยู่แถวนี้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/735.jpg)




“อัปสรคงคิดถึงเจ้าพี่ทุกวัน”
เสียงผู้คนดังมาจากหน้าประตูวัง พระพิรุณรีบหลบ แอบมอง จึงได้เห็นหญิงสาวงามที่ออกมาส่งพระสวามี ดวงหน้างามมีแต่น้ำตา
“ถ้านางรู้ว่าสามีของนางเป็นยักษ์ล่ะก็ นางจะอาลัยอาวรณ์ถึงขนาดนี้รึเปล่านะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/736.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: popcorn ที่ มีนาคม 12, 2011, 12:49:07 AM
สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกใหม่ค่ะ ขอติดตามอ่านด้วยคนนะคะ
พอดีชอบพี่แยมมากๆๆๆ :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: wooooow ที่ มีนาคม 14, 2011, 09:08:27 PM
อยากให้เล่าถึงตอนที่ราหูให้อัมพรจับดอกไม้ที่บอกว่าอัมพรเป็นของราหูแล้วจังเลยค่ะ เพราะใน youtube ไม่มีเลยเสียดาย :-X :icon_evil: :)

อยากจะรู้ว่าฉากนี้มันอยู่ประมาณตอนไหนอ่ะค่ะ
คือดูแล้วไม่เคยเห็นว่ามีเลยยยย  :icon_twisted:

++++++++++++++++++
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆเลย
คนเล่า เล่าได้ดีมากๆเลยค่ะ   :P
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: Vincent ที่ มีนาคม 15, 2011, 07:11:07 PM
มาติดตามตอนต่อไปคะ ราหูน่ารัก
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 17, 2011, 12:12:15 PM
สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกใหม่ค่ะ ขอติดตามอ่านด้วยคนนะคะ
พอดีชอบพี่แยมมากๆๆๆ :icon_evil:

ยินดีต้อนรับค่า   :(


อยากให้เล่าถึงตอนที่ราหูให้อัมพรจับดอกไม้ที่บอกว่าอัมพรเป็นของราหูแล้วจังเลยค่ะ เพราะใน youtube ไม่มีเลยเสียดาย :-X :icon_evil: :)

อยากจะรู้ว่าฉากนี้มันอยู่ประมาณตอนไหนอ่ะค่ะ
คือดูแล้วไม่เคยเห็นว่ามีเลยยยย  :icon_twisted:

++++++++++++++++++
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆเลย
คนเล่า เล่าได้ดีมากๆเลยค่ะ   :P

มีค่ะ อยู่ตอนท้ายๆ โน่นแน่ะ  ในแผ่นมาสเตอร์ที่ถูกตัดก็มีนะคะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ  จะพยายามเล่าให้ได้อรรถรสมากที่สุดนะคะ



มาติดตามตอนต่อไปคะ ราหูน่ารัก

เนอะ  แต่ต้องรออีก 2 ฤดู  ตอนนี้ 
แต่อากาศจริงๆ ตอนนี้หนาวได้ใจ




สมใจคอยปลอบอัปสรสวรรค์ไม่ให้ร้องไห้ พระพิรุณพินิจมองนางไม่วางตา
เตรียมพบกับเรื่องราวของวรรษสันตฤดูต่อไปนะคะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/737.jpg)




ก่อนอื่นก็ต้องหาที่พักเป็นหลักเป็นแหล่งก่อน พิรุณเดินมาเจอกระท่อมผุๆ พังๆ หลังหนึ่งเข้าก็ร้องรียกหาเจ้าของกระท่อม แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ เพราะองค์อิศรากับมาตุลีที่พักอาศัยอยู่ยังไม่ตื่น (ในวังเค้าตื่นกันหมดล่ะ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/738.jpg)




พระพิรุณมองสภาพกระท่อมแล้วอนาถใจ ใบจากที่มุงหลุดๆ เลื่อนๆ
‘ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ถูกพายุฝนไม่กี่ทีก็พัง’
จึงร่ายเวทย์ปรับปรุงให้มันเข้าที่เข้าทาง ก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปข้างใน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/739.jpg)




เมื่อเข้าไปก็พินิจองค์อิศรา ก่อนจะเรียก “พี่ชายๆ!”
องค์อิศราตื่นมาเห็นพระพิรุณก็เผลอหลุดปาก “พิรุณ!”
“ท่านรู้จักเราเหรอ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/740.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 17, 2011, 12:38:18 PM
มาตุลีงัวเงียตื่นขึ้นมาก็หลุดปากอีกคน “พระพิรุณ!”
“เราไม่เคยรู้จักท่านทั้งสองมาก่อนเลยนะ” ยังระลึกไม่ได้
องค์อิศราเลยโกหก “เราสองคนเคยเดินทางผ่านนครอุดมของท่านมา” พระพิรุณเลยเข้าใจง๊ายยยง่าย ไม่ติดใจสงสัยไรอีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/741.jpg)




องค์อิศรามองสำรวจกระท่อมที่เปลี่ยนไป “เราช่วยทำให้มันดีขึ้น” มาตุลีขอบใจ “ไม่มีใครหรอกที่ทำอะไรแล้วไม่หวังผลตอบแทน”
“แต่ถ้าเป็นแก้วแหวนเงินทอง เราไม่มีให้หรอกนะ” แหม พูดเหมือนไม่รู้จักพระพิรุณ
“เราต้องการแค่มาอาศัยด้วย และอย่าให้ใครรู้เป็นอันขาดว่าเราคือใคร”
“เรื่องแค่นี้เอง ตกลง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/742.jpg)





ฝ่ายสุวรรณอัมพร จะต้องมาขุดอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย  (แล้วขุดอะไรหน้ากระท่อมล่ะน่ะ) มีงั่งผ่าฟืนอยู่ข้างๆ ผ่าไปบ่นไป แล้วก็นึกฉวยโอกาส ‘พยายามทำให้ยักษ์ราหูกับพระพิรุณแตกคอกันให้ได้ งั่งจะได้เป็นอิสระซะทีนึง’ แล้วก็เหล่ไปทางสุวรรณอัมพร
“พระธิดาพระเจ้าค่ะ งั่งไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้หญิงทั้งสาวทั้งสวยอย่างพระธิดา ทำไมจะต้องมาอดทนลำบากอยู่กับยักษ์ราหูด้วยก็ไม่รู้ จะว่ารักรึ?...ก็ไม่ใช่แน่ๆ”


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/743.jpg)




“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้าซักหน่อย”
“มันก็ใช่แหละพระเจ้าค่ะ แต่งั่งเนี่ยหวังดีกับพระธิดานะ”
“เจ้านี่พูดจาซ้ำซากน่าเบื่อไปคนละแบบกับนายของเจ้าเลยนะ” (แหม เบื่อคำว่ารักจากพระราหูเหรอ)
“เมื่อคืนเนี้ย คนที่พระธิดาทอดเนตรเห็นเนี่ย เป็นสหายคนสนิทของยักษ์ราหูเลยน้า” เอาผู้ชายหล่อมาล่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/744.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 17, 2011, 12:38:53 PM

“อ้าว ก็ไหนบอกว่าเป็นทหารไง” อัมพรจับผิด
“ก็งั่งนึกไม่ออกว่าจะบอกพระธิดายังไงน่ะสิ แต่นี่ งั่งไปพาเค้ามาพบพระธิดาเอามั้ย”
สุวรรณอัมพรส่ายหน้าเซ็งๆ ลุกขึ้นปักเสียมลงดิน “งั่ง! ฟังเราให้ดีนะ ถึงยังไงเราก็เป็นหญิงที่ได้ชื่อว่ามีสามี แล้วการที่จะไปพูดจาสนิทสนมกับชายอื่นย่อมไม่เป็นการสมควร” พระธิดาเอารางวัลกุลสตรีดีเด่นไปเลยเพคะ ยักษ์ราหูมาได้ยินคงรักตาย ยิ่งกว่าเดิม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/745.jpg)



“แต่พระธิดาก็ไม่ได้รัก แถมยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับยักษ์ราหูเลย แถมยังมีโอกาสได้เลือกผู้ชายคนใหม่ โดยเฉพาะพิรุณเนี่ยนะรับรองเลยว่า หล่อกินขาดยักษ์ราหูเลยล่ะ” ชิส์!! เค้าก็หล่อเท่าๆ กันแหละย่ะ แต่พระราหูโดนใจกาฬรหัสย์มากกว่าเพราะเขี้ยวน่ารัก (≧ω≦)
“แล้วเราจะเก็บไว้บอกยักษ์ราหูตอนที่เค้ากลับมา” 55555555+  งั่งผวาขวานหลุดมือ รีบขอร้อง “อย่าๆๆๆๆ นะพระธิดา อย่าทำอย่างนั้นเป็นอันขาดเลยถ้าไม่อยากทำบาปทำกรรมให้งั่งตายทั้งเป็นน่ะ” แต่สุวรรณอัมพรไม่สนใจเดินหนีเข้ากระท่อม
งั่งแอบบ่นอยู่คนเดียวตามเคย “ทำปากแข็งไปเถอะ คอยดู เห็นพระพิรุณเมื่อไหร่ล่ะก็ อึ้งๆๆๆๆๆ แน่!” โน่น เค้าไปสนใจคนน้องแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/746.jpg)



ณ นครโคธรรพ์
เปิดตัวโอรสสามศรีซึ่งบัดนี้เติบโตเป็นหนุ่มรูปงามและเก่งกล้าสามารถเป็นภาคภูมิใจของบิดามารดา


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/747.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 17, 2011, 02:23:25 PM
:) ขวัญใจบอร์ดเราเปิดตัวอย่างเท่ห์   :)


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifsamsri1.gif)





ภาพนิ่งอีกภาพ



(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/PDVD_187.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มีนาคม 17, 2011, 05:08:17 PM
หล่ออ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา><!!
พี่บอยหล่อมั่ก เท่ห์สุดๆ!!อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: มณีจันทร์ ที่ มีนาคม 17, 2011, 09:05:58 PM
ที่จริงก็ชอบพี่บอยในบทสามศรีมากนะคะ...ถึงจะร้ายแต่ก็รักจินดาเมขลาจริงอะไรจริงอ่ะ
น่าจะเขียนให้ตอนสุดท้ายแล้วเพราะจินดาเลยทำให้สามศรีเปลี่ยนใจ...อะไรแบบนี้อ่ะ
แต่ตอนนี้ที่เอามาฉายใหม่ที่ช่องจ๊ะทิงจากำลังสนุกเลยคร้า...

 
 :-*
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 18, 2011, 06:30:51 PM
เอ๊ะ  ทำไมเล่นนานจัง  เทพสามฤดูนี่ยาวแฮะ  แล้วดูกาฬรหัสย์ ยังเล่าไม่ถึงไหนเลย    :icon_frown:




และทัศนีย์ก็ยังไม่เคยลืมความแค้นที่มีต่อท้าวตรีภพและมณี
“ฝีมือลูกสามศรีเก่งขึ้นทุกวัน ท่านพ่อคิดว่าถึงเวลาที่เราจะแก้แค้นไอ้อีที่มันทำกับเรารึยังจ๊ะ”
อำมาตย์อาจองบอกว่ากำลังจะพูดเรื่องนี้อยู่พอดีว่ามันถึงเวลาแล้ว คุณท้าวผกากับคุณท้าวส้มลิ้มก็ผสมโรงสนับสนุน แถมคุณท้าวส้มลิ้มยังยุให้ควักลูกตาแล่เนื้อเอาเกลือทา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/748.jpg)




“ส่วนเราจะจัดการกับนางมณีและลูกๆ ของมัน” ทัศนีย์มาดหมาย แต่เมื่อได้ยินพ่อพูด
“พ่อขอเหนือหัวตรีภพ!”
“ไม่ได้นะท่านพ่อ ลูกจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเจ้าพี่ตรีภพ” นางรีบห้ามอย่างมีเยื่อใย อำมาตย์อาจองเตือนให้นึกถึงโคธรรพ์ ถ้าทำอย่างนั้นเดี๋ยวจะแคลงใจกัน จะหาสามีที่ดีขนาดนี้ไม่มีอีกแล้ว สิ่งที่เสียไปแล้วก็ให้มันเสียไปเถอะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/749.jpg)




ทัศนีย์นิ่งคิด สับสนลังเลใจ สุดท้ายก็ไม่เอ่ยอะไรลุกหนีไป คุณท้าวส้มลิ้มพูดกับอำมาตย์อาจองว่าท่าทางจะยังมีเยื่อใยกับอดีตพระสวามีอยู่มากนะ อำมาตย์อาจองครุ่นคิดตาม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/750.jpg)




ทัศนีย์เข้ามาในห้อง อดคิดถึงอดีตวันวานที่มีทั้งรักทั้งแค้นท้าวตรีภพไม่ได้
“เจ้าพี่...เจ้าพี่ตรีภพ...”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/751.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 18, 2011, 06:33:36 PM
โคธรรพ์มองดูการฝึกซ้อมของลูกชายด้วยความพอใจ หัวเราะลั่นตามแบบฉบับผู้ร้าย
 “เสด็จพ่อพระเจ้าค่ะ เป็นยังไงบ้างพระเจ้าค่ะ” ประโยคแรกของพี่บอย ห้าวหาญมาก
“เก่งมากลูก เก่งที่สุดเลย...อีก 7 วันพ่อจะทำพิธีอาบน้ำอมฤตให้เจ้าเพื่อความแข็งแกร่งและความอยู่ยงคงกระพันของเจ้า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/752.jpg)



 “เป็นพระมหากรุณาพระเจ้าค่ะ” สามศรีค้อมคำนับ ก่อนจะกลับตำหนักเมื่อโคธรรพ์ชวน
ภูติดำกับหมื่นมิตรที่เป็นหุ่นฝึกซ้อมของสามศรีก็สะบักสะบอม
“เป็นยังไงบ้างล่ะหมื่นมิตร” ทำงานมากี่ปี ตำแหน่งยังอยู่เท่าเดิมไม่ก้าวหน้าขึ้นเล้ยยยย
“ข้าว่านะ ต่อไปคงไม่มีใครต้านทานพระโอรสสามศรีได้หรอก!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/753.jpg)




ฝ่ายทัศนีย์รีบเช็ดน้ำตาเมื่อเห็นนางกำนัลคลานเข้ามา รายงานว่าองค์เหนือหัวเสด็จมาแล้ว ทัศนีย์ก็ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีเหมือนกันนะ ให้นางกำนัลไปเตรียมเครื่องเสวยแล้วเดี๋ยวตนจะตามไปดู ก่อนจะลุกขึ้นต้อนรับยิ้มแย้มกับพระสวามีในปัจจุบัน
นางถามถึงสามศรี โคธรรพ์บอกว่าไปอาบน้ำ ตนก็ว่าจะไปอาบอยู่ ทัศนีย์บอกตนก็กำลังจะไปดูเครื่องเสวย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/754.jpg)



“จะไปให้มันเหนื่อยทำไม ทำไมไม่อยู่แฉยๆ ทำตัวสบายๆ” อืม จะหาสามีที่รักและดีต่อตนขนาดนี้ไม่มีอีกแล้ว อาจจะยิ่งเป็นข้อเปรียบเทียบให้นางตัดใจได้ง่ายขึ้น
“น้องอยู่เฉยๆ รำคาญตัวเองเพคะ” โคธรรพ์ว่าตามใจ ทัศนีย์จึงออกไปจัดการงานของตัวเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/755.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 18, 2011, 07:10:58 PM

ฝ่ายหนูน้อยทุมมาเร่ร่อนตามหาบิดาจนหลงเข้ามาในเมืองเขตนครโคธรรพ์
“เมืองอะไรเนี่ย ใหญ่โตดีจัง” ลักษณาที่อยู่ในโมเดลต้นไม้เตือนให้ระวังตัว “เมืองนี้แม่ว่ามันเงียบเกินไป ผู้คนภายนอกก็ไม่มี ซ้ำยังไม่มีทหารเฝ้าประตูเมืองอีก” ก็เป็นแค่เมืองเนรมิต จึงไม่ได้สมบูรณ์เหมือนเมืองปกติทั่วไป แต่ทุมมาก็ยังยืนยันจะเข้าไปดูด้วยความใคร่รู้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/756.jpg)




แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา ลำแสงก็ตกลงมาระเบิดเปรี้ยงปร้างรอบตัว กลายเป็นโครงกระดูกผีมากมาย ลักษณาร้องเตือนแต่ทุมมาได้เลือดพ่อมาเยอะไร้ความเกรงกลัวใดๆ แถมยังกล้าท้าทายอีกด้วย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/757.jpg)




แล้วก็เสกกิ่งไม้วิเศษอาวุธของตนเองออกมาต่อสู้กับโครงกระดูกผี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/758.jpg)




เครื่องเสวยลำเลียงมาตั้งบนแท่น โคธรรพ์เริ่มพูด “พรุ่งนี้พี่ว่าจะทำพิธีเสกน้ำอมฤตเพื่อชุบตัวลูกสามศรี ห้ามให้ใครมารบกวนพี่เด็ดขาดนะ” ทัศนีย์ถามว่าพิธีกี่วัน “7 วัน...ระหว่างนี้ห้ามฆ่าใครเด็ดขาด แม้แต่มดหรือแมลงก็ไม่ได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/759.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 18, 2011, 07:33:45 PM
 “ลูกจะจำไว้พระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ”
“แล้วหลังจากนั้นก็จะทรงแก้แค้นให้หม่อมฉันใช่มั้ยเพคะ” ทัศนีย์ทวงถาม สามศรีได้ยินก็สงสัย “แก้แค้น?!...แก้แค้นใครพระเจ้าค่ะเสด็จแม่”
โคธรรพ์มองทัศนีย์จนหน้าเจื่อน (บางที ถ้าหากทัศนีย์ไม่ได้คิดแค้น สามศรีกับจินดาเมขลาก็อาจจะรักกันได้ก็ได้นะ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/760.jpg)




“เสด็จพ่อ! แก้แค้นใครพระเจ้าค่ะ” สามศรีหันมาถามพ่อแทน โคธรรพ์อยากจะถอนใจ เลือกที่จะตอบเลี่ยงๆ “หลังจากเสร็จพิธีแล้วเราค่อยพูดกันใหม่” สามศรีจึงไม่สามารถถามอะไรต่อได้อีก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/761.jpg)




ทุมมาต่อสู้กับโครงกระดูกผีจนจัดการพวกมันแตกกระเจิง ลักษณารีบเตือนให้ออกเดินทางต่อ เพราะไม่ชอบเมืองนี้เลย แต่ด้วยความซุกซนตามประสาเด็กก็อยากจะเข้าไปสำรวจเมืองวังเวงนี่หน่อย ลักษณาได้แต่บ่นกับความดื้อของลูกชาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/762.jpg)




ทุมมาเดินสำรวจลึกเข้ามาเรื่อยๆ มีแต่ความรกร้างว่างเปล่า จนกระทั่งมาเจอฝูงนกดำ
“ทุมมา แม่ไม่ชอบนกพวกนั้นเลยลูก” แล้วนกพวกนั้นก็โฉบลงมากลายเป็นชายฉกรรจ์ต่อสู้กับทุมมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/763.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 18, 2011, 07:44:27 PM
ลักษณาเห็นพวกมากกว่า จึงออกจากปิ่นไม้ที่ปักผมลูกชายมาช่วยต่อสู้ ภูติดำผ่านมาเห็นสองแม่ลูกแปลกหน้ากำลังสู้กับทหารของตนอยู่ก็รีบกลับเข้าไปรายงาน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/764-1.jpg)




“ฟังนะ สามศรีลูกพ่อ ทุกอย่างเจ้าจะต้องฟังจากพ่อไม่ใช่จากคนอื่น”
“แม้แต่เสด็จแม่หรือพระเจ้าค่ะ”
“ถูกแล้ว แม้แต่แม่แล้วก็ท่านตาของเจ้า” กลัวลูกจะออกนอกลู่นอกทางบ้าเลือดไปแก้แค้นให้แม่
ภูติดำเข้ามารายงานว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในวัง 2 พ่อลูกฟังแล้วก็รีบไปดูทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/765.jpg)




โคธรรพ์และสามศรีมาเห็นเด็กน้อยที่บุกรุก
“ตัวแค่นี้บังอาจนัก” สามศรีสบประมาทแล้วจะเข้าไปจัดการ แต่โคธรรพ์ห้ามไว้ “ท่านพ่อห้ามลูกทำไม”
“พ่อจะเก็บมันเอาไว้ให้คอยรับใช้ลูก” ดูหน่วยก้านดีเลยมองการณ์ไกล แม้แต่ทหารที่วิ่งเข้ามาโคธรรพ์ก็จัดการเก็บกลับไปหมด
ลักษณากับทุมมามองเจ้าบ้านอย่างระแวดระวัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/766.jpg)




“เก่งมากเจ้าหนู” ลักษณาบอกให้ทุมมาระวังตัว “นี่เจ้าสองคนเป็นแม่ลูกกันเหรอ”
“ใช่!” ก็เลยเอ่ยทาบทามให้ทั้งสองอยู่ที่นี่ (เพื่อเอาไว้รับใช้)
“ไม่ได้หรอก เราจะไปตามหาพ่อ”
“พ่อของพวกเจ้าเป็นใคร เราจะได้ช่วยตามหา” สามศรีหาทางผูกใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/767.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 25, 2011, 08:23:44 PM

“ไม่ต้องหรอก เราตามหาของเราเองได้” ลักษณาไม่หลงกล
แต่โคธรรพ์ก็ยังไม่ยอมแพ้ชวนให้พักที่นี่ซัก 2-3 คืน เยินยอว่าอยากเลี้ยงรับรอง ไม่เคยเห็นคนมีฝีมืออย่างนี้ ลักษณากับทุมมาลังเล
แต่เมื่ออีกฝ่ายคะยั้นคะยอก็ตัดสินใจเดินตามเข้าไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/768.jpg)




ลักษณาและทุมมาได้รับการต้อนรับอย่างดีในนครโคธรรพ์ แต่ลักษณาก็ยังระแวง แต่ทุมมาคิดตามประสาเด็กว่าลึกลับท้าทายดี อยากรู้ด้วยว่าคนพวกนี้คือใคร ถ้าเดินทางช้าก็ไม่เป็นไรมั้ง แต่ลักษณายืนยันจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า ทุมมาเสียดาย แต่ลักษณาก็ยังยืนยันคำเดิม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/769.jpg)




ทางฝ่ายโคธรรพ์ก็ครุ่นคิดถึงเรื่องสองแม่ลูกนั่น (พี่บอยตอนอยู่ในตำหนักใส่กรองคอ ตอนออกนอกตำหนักไม่มีกรองคอซะงั้น)
“เสด็จพ่อพระเจ้าค่ะ ในเมื่อพวกมันไม่เต็มใจก็ไม่ต้องไปง้อมันหรอก” สามศรีหยิ่ง
“เจ้าน่ะมันหุนหันวู่วาม ถ้าหากยังขืนเป็นอย่างนี้จะทำให้งานใหญ่เสียได้”
“งานใหญ่?” ทัศนีย์สงสัยว่าหมายความว่ายังไง “ใหญ่กว่าการแก้แค้นของเจ้าก็แล้วกัน”
“เอ๊ะ หม่อมฉันทูลถามดีๆ จะทรงตอบดีๆ ไม่ได้หรือเพคะ สำหรับหม่อมฉันน่ะไม่มีงานอะไรจะใหญ่ไปกว่าการแก้แค้นหรอกเพคะ อย่าลืมนะเพคะ พระองค์รับปากหม่อมฉันแล้ว”
(พี่ลูกศรสวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/770.jpg)




“เรื่องนั้นน่ะพี่ไม่ลืม แต่พี่มีเรื่องใหญ่มากกว่านั้นที่จะต้องให้ลูกสามศรีไปทำพิธีชุบตัวในน้ำอมฤตนั่น ถ้าหากว่างานนี้ทำสำเร็จ เราไม่เพียงแต่จะได้ครอบครองนครโคธรรพ์หรือนครอุดม เราอาจจะได้ครอบครองไปถึงสรวงสวรรค์โน่นทีเดียวแหละ” โคธรรพ์วาดฝันสูง
“เสด็จพ่อ!”
“เจ้าพี่!”
สองแม่ลูกอุทานอย่างคาดไม่ถึง
“เวลานี้องค์พระสยมภูวญาณผู้เป็นใหญ่ไม่ได้ประทับอยู่บนสรวงสวรรค์โน่น”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/771.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 25, 2011, 08:26:55 PM
แล้วก็ย้อนความสาเหตุที่ว่าทำไมถึงรู้ เนื่องจากโคธรรพ์เป็นหนึ่งในบริวารของขันธมาร จึงได้รับแจ้งข่าวเพื่อเตรียมการทำงานใหญ่
  “เวลานี้องค์พระสยมภูวญาณเสด็จลงมายังโลกมนุษย์”
“จะเกิดกลียุคหรือพระเจ้าค่ะ”
  “แน่นอน! แล้วผู้ที่จะทำให้เกิดก็คือ...ข้า!!...แล้วก็เจ้า พระองค์เสด็จลงมาด้วยร่างของมนุษย์ธรรมดาหาได้มีอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่เหมือนเดิม โคธรรพ์ ถึงเวลาแล้วที่เจ้ากับข้าจะได้ครองสวรรค์แล้วก็โลก เจ้าจงออกตามหาพระสยมภูวญาณในร่างมนุษย์ แล้วฆ่าซะ จากนั้นทุกอย่างก็จะเป็นของเรา”
โคธรรพ์ไตร่ตรองแล้วรับปากทำหน้าที่นี้อย่างเต็มใจ
  “ข้ารู้! เพราะข้าเป็นผู้ที่ชุบเจ้าจากโคให้เป็นมนุษย์ เจ้าต้องไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/772.jpg)




โคธรรพ์เล่าแล้วก็หัวเราะก้อง สามศรียิ้มร้ายๆ “เสด็จพ่อพระเจ้าค่ะ ลูกเข้าใจทุกอย่างแล้ว เราต้องตามหาพระสยมภูวญาณให้พบ”
โคธรรพ์ตบบ่าลูกชายอย่างภาคภูมิใจ ทัศนีย์ร่วมด้วยช่วยกัน “ส่วนแม่ลูก 2 คนนั้นหม่อมฉันจะจัดการเองเพคะ” โคธรรพ์ปลาบปลื้มทั้งเมียทั้งลูกที่ร่วมมือกันดีเพื่อแผนการอันยิ่งใหญ่
(พี่ลูกศรหุ่นดีมากกกกก)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/773.jpg)




ลักษณากับทุมมาได้รับการต้อนรับอย่างดี เมื่อนางไม่กินเนื้อสัตว์ คุณท้าวทั้งสองก็จะหาส้มสูกลูกไม้มาให้ แต่ลักษณาก็ไม่ได้พอใจอะไร เบื่อหน่ายอยากไปจากที่นี่เร็วๆ พอดีทัศนีย์เดินเข้ามาถามไถ่ เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ย ก่อนจะเข้าเรื่อง “เรามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจ้า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/774.jpg)




ทัศนีย์เริ่มแผนการเกลี้ยกล่อมโดยเอาเรื่องสามีมาอ้าง “เชื่อเราเถอะ อย่าไปหวังพึ่งผู้ชายที่อยู่ด้วยกันไม่เท่าไหร่เลย เจ้าน่ะควรจะหาอนาคตที่ดีที่สุดให้กับลูกดีกว่านะ”
“แต่พ่อทุมมาไม่ได้ทิ้งข้าไป เค้ามีความจำเป็นบางอย่างเท่านั้น” ลักษณาแย้งอย่างเชื่อมั่น ก่อนที่ฟ้าจะร้องคำรามเข้าสู่วรรษสันตฤดู
“ข้ามั่นใจ! ข้ามั่นใจว่าวันนี้เค้าจะกลับมาหาข้า” ลักษณายืนยันด้วยความดีใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/775.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 25, 2011, 08:38:40 PM
“ถ้าเจ้ากับทุมมาตัดสินใจอยู่กับเรา เราจะช่วยตามหา” ลักษณาไม่ตอบแต่ครุ่นคิด “และเมื่อตามหาพบแล้ว เราก็จะได้ทำงานใหญ่ด้วยกัน”
“งานอะไร”
“สร้างอำนาจไง เราจะสร้างอำนาจและความยิ่งใหญ่ชนิดที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้” ลักษณาคิดตามคำพูดของทัศนีย์ ซึ่งเป็นความทะเยนทะยานที่น่าสนใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/776.jpg)




“ทุมมาแล้วแต่แม่จ้ะ จะไปก็ไป จะอยู่ก็อยู่”
“ถ้าอย่างนั้น เราจะอยู่ที่นี่จ้ะ” สุดท้ายนางก็เปลี่ยนความคิด ทำเอาลูกงง “บางทีเราต้องลองเสี่ยงดูนะ ทุมมา ถ้าเกิดพวกเค้าทำสำเร็จ แม่จะให้พวกเค้าแยกตัวพ่อของลูกออกมาจากร่างนั้น”
“แม่เล่าเรื่องของพ่อให้เค้าฟังเหรอจ้ะ”
“เปล่าหรอกลูก ทุมมา แม่จะดูว่ามันเป็นไปได้มั้ย ลูกก็เหมือนกัน อย่าเผลอเล่าเรื่องของพ่อให้พวกเค้าฟังหมดล่ะ”
ทุมมารับปากแล้วเดินไปกอดแม่ไว้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/777.jpg)




เอย...ครั้นได้ฤกษ์ชุบน้ำอมฤต
อันศักดิ์สิทธิ์ในบ่อก่ออาสา
ให้สามศรีคงทนต่อศาสตรา
ต้องกายาอย่างใดไม่ระคาย
เพื่อก่อเหตุเภทภัยให้เลื่อนลั่น
สะท้านสะเทือนถึงสวรรค์อันมั่นหมาย
ให้ฟ้าพลิกแผ่นดินสิ้นมลาย
ดั่งเจ้านายขันธมารที่บัญชา


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/778.jpg)




ฝ่ายพระพิรุณแวะพักอยู่ที่นครโรมวิสัยก็มีงานอดิเรกอันแสนจะเป็นประโยชน์ จนงั่งยังยังค่อนแคะว่าเป็นพระโอรสดีๆ ไม่ชอบ ชอบมาเป็นคนสวน (เสื้อผ้าท่าทางขุดดินให้มากขอบอก ไปเตรียมอุปกรณ์มาจากไหนน่ะ) งั่งบ่นๆๆ ไม่เข้าใจจะทำอย่างนี้ทำไม
“อยู่เฉยๆ เถอะงั่ง~!” โดนสั่งคำเดียวหุบปากถอยกรูดเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/779.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มีนาคม 25, 2011, 10:01:52 PM

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/773.jpg)


หล่อ ไม่ไหวแล้ว>///<!!! :o
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: มณีจันทร์ ที่ มีนาคม 27, 2011, 08:25:01 PM
ติดเรื่องนี้มากคะ...ตอนนี้เมย์กำลังฝึกงานอยู่ ตอนเย็นต้องกลับมาเปิดช่องจ๊ะทิงจาดูทุกวันคะ
เหมือนเป็นการเติมพลังในแต่วันที่ต้องไปฝึกงานเลยคะ พระราหูกับสุวรรณอัมพรน่ารักมากมายคะ
เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันนะคะ ว่าชอบละครจักรๆวงศ์ๆ ที่พี่แย้มแสดงหลายเรื่องเหมือกกันคะ...
 
 :-*
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: augustle ที่ มีนาคม 28, 2011, 06:30:23 PM


(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/773.jpg)



พี่บอยหล่อมากกกกกกก(ใจละลายเลย :o)
พี่ลูกศรก้อหุ่นดี(อิจฉา >:D)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 29, 2011, 06:50:18 PM
แต่ไม่ทันไรก็รี่เข้ามาอีก “ที่งั่งบอกไปพระโอรสสนรึเปล่า...พระธิดาสุวรรณอัมพรน่ะช่างสวยเลิศศศศศเลอ...เอางี้มะ งั่งจะพาไปให้ยลโฉม”
“งั่ง! ถ้าพูดอีกโดนดีแน่ๆ”
“ก็งั่งจะพูดอ่ะ ทำไมเล่า” จะเชียร์เต็มที่ การสนทนาหยุดลงเพราะเสียงหัวเราะซิกซี้ดังมา พิรุณหันไปมองแล้วก็รีบไล่งั่งให้หลบๆ ไปก่อน งั่งว่าเห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้เลย กะฮุบไว้คนเดียวเหรอไม่ยอมๆๆ พิรุณรำคาญใช้ไม้ตายท่องคาถาเด็กจู้จี้ งั่งเลยยอมหลบไปอย่างเคืองๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/780.jpg)




แล้วตัวเองก็ปั้นท่าสงบเสงี่ยมเจี๋ยมเจี้ยมขุดดินเฉยเมื่ออัปสรสวรรค์และพวกนางกำนัลเดินมาชมอุทยาน พิรุณเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วก็ตะลึงงันเมื่อได้พินิจใกล้ๆ ว่างดงามเพียงใด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/781.jpg)




อัปสรสวรรค์มองเห็นคนสวนแล้วก็เลยผ่านไปเหมือนจะไม่สนใจอะไร แต่ก็อดไม่ได้ต้องหันกลับมามองอย่างแปลกใจ (อย่างแรกที่ต้องแปลกใจคือคนสวนอะไรหน้าตาดีอย่างนี้ ( ≧з<) )

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/782.jpg)





หันมองแล้วมองอีก สุดท้ายก็ต้องถามนางกำนัล “สมใจ คนสวนคนนี้ทำไมเราไม่เคยเห็นหน้าเลยล่ะ”
สมใจหันไปทางคนสวนหน้าหล่อแล้วก็ชี้หน้าตวาด “นี่เจ้า! ก้มหน้าลงเดี๋ยวนี้นะ!” รีบก้มหลบวูบทันที “ไม่เคยมีใครสั่งใครสอนเหรอว่าห้ามจ้องมองพระธิดาน่ะ!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/783.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 29, 2011, 07:09:56 PM
“ทำไมล่ะ” พิรุณที่กำลังเป็นคนสวนพาร์ทไทม์ถามกลับอย่างไม่เก็ต “โอ๊ย ยังจะมีหน้ามาถามอีก เจ้าก็จะได้โดนตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรยังไงล่ะ”
“เรามันตัวคนเดียวจะให้เอาโคตรที่ไหนไปตัดหัวล่ะ” ย้อนหน้าซื่อตาใส 555+ ทำเอาสมใจกรี๊ดอย่างขัดใจหันไปอ้อนฟ้องอัปสรสวรรค์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/784.jpg)




“เอะอะอะไรกัน เค้าเป็นแค่คนสวนน่ะ เค้าจะไปรู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีในวังได้ยังไง พวกเจ้าอยากไปขู่เค้าก่อน” พิรุณมองหญิงสาวที่งดงามทั้งกายทั้งใจอย่างสุดซึ้ง (แต่พี่อ้อมใส่สไบสีนี้แล้วสวยเลิศจริงๆ) อัปสรสวรรค์กำลังจะเดินต่อไปแต่แล้วก็ต้องชะงัก
“พระธิดา!!” พิรุณเรียกซะดังเชียว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/785.jpg)




สมใจกรี๊ดกร๊าดไม่พอใจที่คนสวนต่ำต้อยบังอาจมาเรียกพระธิดา แต่อัปสรสวรรค์กลับไม่ถือตัวซ้ำยังเดินเข้าไปคุยด้วยอย่างมีเมตตา
“เจ้าเรียกเราเหรอ”
“พระเจ้าค่ะ” ตอบเสียงหวานก่อนจะเอาช่อดอกเบญจมาศขาว (มั้ง) ที่ซ่อนเอาไว้ข้างหลัง (ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้) ออกมา ยืนขึ้นเต็มความสูงมอบให้ถึงมือหญิงสาว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/786.jpg)




“ขอบใจมาก” นางรับมาอย่างไม่รังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะหันหลังเดินไปทางอื่น โดยมีพิรุณมองตามไปอย่างประทับใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/787.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 29, 2011, 08:04:30 PM
เบญจมาศขาวช่อนั้นเป็นที่โปรดปรานของอัปสรสวรรค์จนนางกำนัลหมั่นไส้ไปถึงคนให้ พอจรดปลายนาสิกลงดมกลิ่นหอม สมจิตก็รีบห้าม
“อุ๊ย อย่าดมนะเพคะ เผื่อเจ้าคนสวนต่ำช้านั่นอาจจะใส่ยาพิษอะไรลงไปก็ได้นะเพคะ”
“ทางที่ดีหม่อมฉันว่าทรงโยนทิ้งไปเถอะเพคะ” สมใจเสริม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/788.jpg)




อัปสรสวรรค์ฟังแล้วนึกอยากแกล้งเลยเอาดอกไม้ในมือไปแยงจมูกสองนางพี่เลี้ยงที่ถอยหนี อัปสรชอบใจ “เห็นมั้ยล่ะ ถ้ามียาพิษจริงน่ะนะ เจ้า 2 คนน่ะตายไปแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/789.jpg)




“เจ้าคนสวนนั่นช่างไม่รู้จักเจียมตัวเลยนะเพคะ”
“สมจิต!” อัปสรปรามอย่างไม่พอใจ “เจ้าพูดอย่างนั้นนะก็หมายความว่าเจ้าดูถูกเราด้วย”
สมจิตปฏิเสธเสียงอ่อยอย่างไม่ได้คิด “ถ้าอย่างนั้นก็เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว แล้วเจ้าสองคนออกไปด้วย”
ทั้งสองจำต้องออกไปปล่อยให้อัปสรสวรรค์ชื่นชมโสมนัส (อย่างไม่มีสาเหตุ) กับช่อเบญจมาศต่อไปเพียงลำพัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/790.jpg)




ฝ่ายคนสวนพาร์ทไทม์ก็อู้งานมานั่งฝันหวานถึงหน้าสวยๆ ของพระธิดาคนงาม กำลังหวานๆ งั่งก็กระโจนเข้ามาทำลายความสุขตื่นจากฝันทันที
“พระโอรส! เป็นอะไรไปอีกล่ะ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/791.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 29, 2011, 08:07:56 PM
“ไหนลองเล่าเรื่องพระธิดาอัปสรสวรรค์ให้เราฟังอีกทีสิ”
“ฮะ??!! พระธิดาอัปสรสวรรค์น่ะเหรอ” งั่งงง & มึน ไหงผิดฝาผิดตัว “ฮั่นแน่ หมายความว่าไปหลงเสน่ห์นางเข้าแล้วล่ะสิ อย่าไปยุ่งกับนางเชียวนะ นางน่ะเป็นเมียยักษ์...ถ้าจะยุ่งล่ะก็ ยุ่งกับพระธิดาสุวรรณอัมพรดีกว่า” (แล้วสุวรรณอัมพรมิได้เป็นเมียยักษ์รึ?)
“เจ้าจะยุให้พี่น้องเค้าแตกแยกกันหรือไง เล่าเรื่องพระธิดาให้ฟังสิ เอาแต่เรื่องจริงนะไม่ต้องต่อเติมเสริมแต่ง”
“สุดแล้วแต่พระโอรสจะแยกแยะแล้วกันว่าอันไหนน้ำ อันไหนเนื้อ” แล้วก็เริ่มเล่าๆๆๆๆๆ ฉายทุกบททุกตอนที่ผ่านมาให้พิรุณฟัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/792.jpg)



ชื่นชมดอกเบญจมาศอยู่ได้ไม่นาน อัปสรสวรรค์ก็กลับมาเศร้าสร้อยอีก เมื่อระลึกถึงพระสวามี (แต่ในนาม) ที่จากไป
“เจ้าพี่ ไม่รู้ป่านนี้เสด็จไปถึงไหนแล้ว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/793.jpg)




ฝ่ายพิรุณได้ฟังเรื่องราวอันอาภัพของอัปสรสวรรค์ก็แสนสงสาร “น่าเสียดายทั้งสาวทั้งสวยอย่างนั้นแต่ต้องตกเป็นเมียยักษ์”
“อะไรก็ไม่ว่าแต่ถูกยักษ์มาหลอกนี่สิ คิดว่าจะได้เทพบุตรสุดสง่า แต่กลับกลายเป็นยักษ์ร้าย”
“เราต้องหาวิธีบอกนาง” เริ่มปรารถนาดีโดยหวังผลล่ะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/794.jpg)




“ฮึ้ยย งั่งว่านะอย่าไปยุ่งกับนางเลยดีกว่า ถึงบอกไปนางก็ไม่เชื่อหรอก...สู้พระธิดาสุวรรณอัมพรก็ไม่ได้ฉลาดกว่าพระธิดาอัปสรสวรรค์ตั้งเยอะ งั่งรับรองได้เลยนะว่ายักษ์ราหู....”
“เก้าอี้ จู้จี้.......” งั่งโวยวายจนพิรุณยอมหยุดท่อง “ถ้าเจ้ายังขืนยุให้รำตำให้รั่วอีกล่ะก็ ได้ตายแน่ๆ”
“ก็...เค้าหวังดีอ่ะ” ทำตาเล็กตาน้อย
“เจ้าเนี่ยนะ ไม่เคยหวังดีกับใครหรอก เราน่ะอ่านเจ้าออกเหมือนอ่านพระเวทย์!” งั่งเลยเถียงไม่ออก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/795.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: ปากกาเวทมนตร์ ที่ มีนาคม 29, 2011, 08:11:27 PM
อัปสรสวรรค์สวยมาก  สามศรีกับพระพิรุณก็ล๊อหล่อ  :icon_evil:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 29, 2011, 08:12:10 PM
องค์อิศราผ่าฟืนใช้ชีวิตตามประสาชาวบ้าน มาตุลีก็เกะกะน่ารำคาญตามเดิม มาตุลีก็ไปจับปลา พอควักออกมาจากข้องก็มีแต่ลูกปลาทั้งนั้นแล้วจะกินยังไงล่ะ มาตุลีบอกพ่อปลาแม่ปลามันหนีไปหมดนี่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/796.jpg)




งั่งโผล่มาจากไหนไม่รู้หัวเราะจนงอหงาย แล้วก็ทะเลาะถากถางกันไปมา องค์อิศรากับพิรุณต้องมาลากแยกออกจากกัน พิรุณขู่จะให้ฟังคาถาเด็กจู้จี้ งั่งชะงักกึกทันที แต่ยังไม่วายฝากอาฆาตกัน
“งั่ง! ไปจับปลามา”
“อะไรนะ งั่งเหรอ” สุดท้ายก็ต้องยอมไปจับปลา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/797.jpg)




“มาตุ เอาลูกปลาไปปล่อย!” โอ๊ยย มันไม่ตายหมดแล้วเหรอเพคะ
มาตุหน้าเหวอกับคำสั่ง แล้วก็ต้องทำตามนั้น พิรุณเดินเลี่ยงไปอีกทาง องค์อิศราเห็นเช่นนั้นจึงเดินตามไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/798.jpg)




สองหนุ่มมาเดินชมทุ่งนาเขียวขจี บรรยากาศสดชื่น พระพิรุณหันกลับมาขอคำปรึกษาตรงๆ “ถ้าท่านรู้สึกติดใจผู้หญิงซักคนนึง ท่านจะทำยังไง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/799.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 02:23:23 PM
“ก็บอกให้นางรู้สิ” ไม่เห็นจะยากเลย
“แล้วท่านเคยคิดชอบใครแล้วรึยัง” ก็น้องสาวตัวไง
องค์อิศราหัวเราะ “มันก็มีบ้าง...ท่านล่ะ?”
“ไม่...เรายังไม่มีใคร” ตอบได้เต็มปากเต็มคำไม่นึกถึงนางไม้ที่เค้าเฝ้าติดตามเลยนะ
“ถ้าคู่กันแล้วน่ะนะ มันก็คงไม่แคล้วกันหรอก” รับสั่งให้ความหวังแล้วก็เดินจากไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/800.jpg)


 

ฝ่ายพวกยักษ์ที่ออกเดินทางจากนครโรมวิสัยก็อาศัยจับมนุษย์ทหารที่มาอารักขากินเป็นอาหาร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/801.jpg)




แล้วก็เก็บไปเป็นเสบียงเผื่อจักรวรรดิที่ยังบาดเจ็บอยู่ แต่จักรวรรดิกินไม่ลงเพราะปวดแผล ปราบไจตรจักรบอกต้องเสวยให้มีแรง อีกไกลกว่าจะถึงเมือง
“นึกไม่ถึงเลยว่าอาวุธของมันจะร้ายแรงขนาดนี้”
ปราบไตรจักรยื่นเนื้อสดมาให้ โชตะนาก็คะยั้นคะยอด้วยความเป็นห่วง จักรวรรดิจึงยอมคว้าเนื้อแดงๆ ชุ่มเลือดมากัดเคี้ยวๆๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/802.jpg)




ฝ่ายดวงดาราก็นอนกระสับกระส่ายคิดถึงพระสวามี ผุดลุกผุดนั่ง (เมื่อก่อนเตียงนอนสวยกว่านี้อ่ะ มีม่านมุ้งด้วย ทำไมช่วงนี้ไม่มีเลย) นอนไม่หลับเลยต้องเรียกนางแช่มนางช้อยเข้ามาปรับทุกข์
นางแช่มบอกมีหทารไปถวายอารักขาตั้งหลายคนอย่าห่วงเลย แต่นางช้อยก็ขัดว่าในป่ามีอันตรายตั้งเยอะ เถียงกันไปเถียงกันมาจนดวงดาราเซ็ง พวกนางกำนัลเลยต้องนวดถวายคลายกลุ้ม

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/803.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 03:25:15 PM
จักรวรรดิกินจนอิ่ม ปราบไตรจักรจึงเร่งให้ออกเดินทางต่อ ไม่มีทหารแล้วค่อยสะดวกหน่อย
“ถ้าอย่างนั้นหลานปราบไตรจักรพาเสด็จพ่อกลับไปก่อนแล้วกัน”
“แล้วเสด็จอาล่ะ”
“เวลานี้ทุกคนที่โรมวิสัยคิดว่าเรากำลังเดินทางกลับบ้านกลับเมือง แต่อาน่ะจะย้อนกลับไปลักพาตัวยักษ์ราหู” พูดสีหน้าฝันหวานเชียว คิดว่ามันจะง่ายขนาดโปะยาสลบแล้วอุ้มพาดบ่าเหรอ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/804.jpg)




“อย่านะโชตะนา อย่าก่อเรื่องอีกเป็นอันขาดพี่ขอร้อง” จักรวรรดิรีบห้าม
“หลานไม่ชอบหน้ามันพระเจ้าค่ะ”
“หลานไม่ชอบ แต่อารักเข้าไปแล้วนี่ จะให้ทำยังไงล่ะ” อายุก็ปาเข้าไปหลายพันหลายหมื่นปี พูดซะเหมือนสาวอายุ 16
“เสด็จอา...” จักรวรรดิขี้เกียจจะห้าม “ปล่อยอาเค้าไปเถอะ รีบพาพ่อกลับเมืองดีกว่า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/805.jpg)




ทั้งสามเลยแยกกันตรงนั้น ปราบไตรจักรประคองจักรวรรดิเหาะกลับเมือง ส่วนโชตะนาก็แปลงเป็นยักษ์กลับไปยังโรมวิสัย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/806.jpg)




ที่กระท่อมปลายนา สุวรรณอัมพรกำลังนอนหลับอยู่แผ่นดินก็สะเทือนเลื่อนลั่น งั่งที่นอนอยู่บนแคร่ข้างนอกก็กลิ้งตกมาเหมือนกัน หันซ้ายหันขวาเกิดไรขึ้น สุวรรณอัมพรรีบลุกออกไปดู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/807.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 03:30:22 PM
แต่เมื่อเปิดประตูออกไปก็ต้องตกตะลึง กรีดร้อง “อ๊า!!  ยักษ์!!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/808.jpg)




แรงสะเทือนไหวหนักไปถึงกระท่อมขององค์อิศราที่อยู่ไม่ไกลกันนัก มาตุลีว่าเป็นพวกยักษ์แน่ๆ เลย พระพิรุณจะออกไปดู แต่มาตุลียังเมาขี้ตาห้ามไว้อยากโชว์ออฟ คุยโวว่าเคยปราบมานักต่อนักแล้ว แม้องค์อิศราจะห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง ทรงรำคาญเลยไล่ส่งซะเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/809.jpg)




“มาตุพูดเหมือนกับว่าเคยปราบยักษ์มานับไม่ถ้วน” พิรุณหันมาพูดกับองค์อิศราเป็นเชิงถาม
“แต่ว่าถ้าท่านจะออกไปช่วยด้วยก็จะดีไม่น้อยนะ”
พิรุณพยักหน้ารับแล้วเดินตามออกไปโดยไม่ถามอะไร องค์อิศราได้แต่บ่น “หาเรื่องจริงๆ เล้ย มาตุลี”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/810.jpg)




สุวรรณอัมพรถูกนางยักษ์ตัณหากลับไล่ต้อนทวงถามหาสามีตัวเอง หนีไปไหนไม่ได้
“ราหูอยู่ไหน!!”
“เราไม่รู้!”
“โกหก!! ตายซะเถอะ” สุวรรณอัมพรกรีดร้องอย่างหวาดกลัว สู้อะไรก็ไม่ได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/811.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 03:40:48 PM
นางยักษ์เงื้อเท้าขึ้นจะเหยียบกระท่อม งั่งอาสาเป็นหน่วยกล้าตาย บินไปจิ้มเท้าโชตะนา แล้วตกลงมา โชตะนาเลยหันมาเล่นงานงั่งก่อน หิ้วกระด้งขึ้นมากะชำระแค้น งั่งเล่นลิ้นเอาตัวรอดบอกว่าถูกบังคับ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/812.jpg)




โชตะนาไม่หลงเชื่อง่ายๆ งั่งเลยเสนอจะบอกให้ว่ายักษ์ราหูอยู่ไหน ฝ่ายมาตุลีแอบย่องเข้ามาแล้วกระหน่ำฟันๆๆๆ มือนางยักษ์ไม่ยั้ง โชตะนาหันมามองเหมือนมองแมลงวัน ก่อนจะตบพื้นอย่างรำคาญ คิดว่ายุงซะอีก สุวรรณอัมพรเฝ้ามองอย่างลุ้นระทึกหวาดหวั่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/813.jpg)




มาตุลียังไม่ประมาณตนพยายามจะปล่อยพลัง แต่มันมีที่ไหนกันเล่า เกือบจะโดนจับกินทั้งงั่งทั้งมาตุลี พอดีกับที่พระพิรุณมาถึงพอดี สุวรรณอัมพรมองชายแปลกหน้าอย่างประหลาดใจ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/814.jpg)




องค์อิศราเฝ้ารอฟังเหตุการณ์แต่ก็เงียบกันไปหมดจึงออกไปตาม
ฝ่ายพิรุณเสกพระขรรค์ออกมาจัดการกับนางยักษ์ร้ายให้ปล่อยงั่งกับมาตุลีตกลงมา

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/815.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 03:43:29 PM
โชตะนาพอเห็นว่าใครเข้ามาแส่ด้วยก็รีบแปลงร่างเล็กลงมา สีหน้ากรุ้มกริ่ม “หืม พ่อรูปหล่อคนนี้มาจากไหนอีกล่ะ”
“เจ้ามาจากไหนก็จงกลับไปทางนั้นซะ แล้วอย่ามารบกวนที่นี่อีก”
“ได้เลย แต่เจ้าต้องไปกับข้า” อ้าว แล้วยักษ์ราหูไม่สนเรอะ
“จะไปดีๆ หรือไม่ไป!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/816.jpg)




“ไปก็ได้ แต่เจ้าต้องไปด้วย” โชตะนายังลีลา  พิรุณเลยยิงพลังใส่ โชตะนาเอี้ยวหลบหายตัวแล้วโผล่มาเกาะแขนข้างหลัง พิรุณตกใจสะบัดออกมา
“แหม ดุๆ อย่างนี้ชอบบบบ...จะได้อาศัยไว้เฝ้าบ้านไงล่ะ” นี่วิธีจีบหนุ่มเหรอคะ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/817.jpg)




สุวรรณอัมพรยังทำหน้าที่เป็นผู้ชมอย่างลุ้นระลึก พิรุณไม่พูดพร่ำทำเพลง เอาพระขรรค์ออกมาเตรียมพร้อม ถ้าเข้ามาแต๊ะอั๋งอีกนะ จะฟันให้มือขาดเลย
โชตะนาไม่สะทกสะท้าน “โอ๊ะ นี่คิดจะฆ่าจะแกงกันจริงๆ เหรอเนี่ย หืม พ่อรูปหล่อใจดำ”
“พิรุณ!!” องค์อิศราตามมาร่วมวง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/818.jpg)





สุวรรณอัมพรมองอย่างแปลกใจ ‘แล้วคนพวกนี้เป็นใคร’
โชตะนามององค์อิศราคุ้นๆ “เอ๊ะ นี่เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่าจ๊ะเนี่ย” องค์อิศราจะหลบก็ไม่ทันแล้ว เกิดมีใครจำได้ล่ะยุ่งแน่ ผิดกับมาตุลีที่หัวเราะก๊าก อยากให้ใครต่อใครจำได้นัก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/819.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: augustle ที่ มีนาคม 31, 2011, 04:03:35 PM
โชตะนาจ๋าจีบผู้ชายอย่างนี้ใช้ได้เหรอออออ
มิน่าถึงไม่ได้ทั้งพระพิรุณ พระราหู  :icon_confused: :icon_confused:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 07:39:04 PM
“นึกออกแล้ว! นึกว่าใคร...” โชตะนาหัวเราะร่วน ในขณะที่องค์อิศราหน้าเสีย โดยจำได้แน่ๆ “ที่แท้...ก็พ่อเทพบุตรในฝันของโชตะนานี่เอง”
แป่ว! บ้าผู้ชายเข้าขั้น องค์อิศราถึงกับเหงื่อตก มาตุลีหัวเราะค้าง ถ้าขืนปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปได้มีการประกวดชายงามกันแน่ พิรุณเลยขัดจังหวะ
“นี่! เราบอกให้กลับไปได้แล้วไง!”
“ต๊าย ตาย นี่หึงล่ะสิเนี่ย” เป็นงั้นไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/820.jpg)




มาเจอแรงหึงของพระพิรุณ ฟาดพระขรรค์ใส่นางยักษ์หลงตัวเองไม่รีรอ แสงจากพระขรรค์ทรงอานุภาพ โชตะนากรีดร้องเจ็บปวดแล้วหายตัวไป ทุกมองอย่างประหลาดใจโดยเฉพาะสุวรรณอัมพรที่แอบมองทุกสถานการณ์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/821.jpg)




องค์อิศรากับพิรุณและมาตุกลับกระท่อม ทรงตรัสขอบใจพิรุณที่ช่วยคนของตนไว้ แต่มาตุลียังคุยโว พิรุณเลยเออออผสมโรงช่วยชมเอาใจ ก่อนจะหันมาพูดเคร่งเครียดกับองค์อิศรา “นครโรมวิสัยเริ่มจะมียักษ์เข้ามาเพ่นพ่านมากมาย ขืนปล่อยทิ้งไว้ผู้คนจะถูกกินหมด”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/822.jpg)




“การกำจัดยักษ์ก็เป็นหน้าที่ของท่านอยู่แล้วนี่”
“ท่านรู้ได้ไง”
องค์อิศราเลยรู้ตัวว่าเผลอหลุดปาก แต่ก็ไม่อับจนง่ายๆ 
“เราเห็นท่านต่อสู้กับพวกมัน คนที่สามารถต่อสู้กับพวกยักษ์ได้ต้องเป็นคนพิเศษเท่านั้น ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่คน” พูดแล้วก็เดินกลับเข้ากระท่อมไปทิ้งให้พระพิรุณยืนคิดเคร่งเครียดต่อไปคนเดียว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/823.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 07:43:07 PM

ฝ่ายสุวรรณอัมพรก็มาคาดคั้นกับงั่ง “เจ้ารู้จักคนพวกนั้นด้วยเหรอ”
“โธ่ งั่งอ่ะเคยกราบทูลพระธิดาไปแล้วไงว่าพิรุณน่ะเป็นเพื่อนกับพระสวามีราหู แล้วไอ้สองคนนั้นน่ะเพิ่งจะรู้จักกันที่โรมวิสัยนี่เอง”
“แล้ว...เอ่อ...นางยักษ์ตนนั้นเป็นอะไรกับยักษ์ราหูล่ะ” อันนี้ประเด็นสำคัญ เข้าทางเจ้างั่งพอดี๊
‘อย่ากระนั้นเลย แกล้งใส่ไฟยักษ์ราหูดีกว่า’ คิดแล้วก็... “แหม จริงๆแล้วงั่งไม่อยากจะพูดหรอก เค้าก็เป็นยักษ์..แล้วยักษ์ผู้หญิงมาตามยักษ์ผู้ชายถึงที่เนี่ย พระธิดาน่าจะเดาออกนะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/824.jpg)




ฟังเจ้างั่งมันใส่ไฟ สุวรรณอัมพรเลือดขึ้นหน้า ฮึดฮัดปั้นหนึ่งกับคนที่โดนใส่ร้ายไม่รู้เรื่องรู้ราว สะบัดหน้าปัดกลับเข้ากระท่อม
ไอ้งั่งสมน้ำหน้าราหู แอบสะใจได้สร้างความร้าวฉานในสถาบันครอบครัว 

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/825.jpg)





กลับเข้ากระท่อมมาเข่นเขี้ยวขัดเคืองอยู่คนเดียว
“กลับมาล่ะน่าดูทีเดียว” อุ่ย น่ากลัวมาก นี่ขนาดบอกไม่สนใจนะ ถ้าสนใจ เจ้าพี่ราหูจะอ่วมขนาดไหนเนี่ย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/826.jpg)




รุ่งเช้าอากาศสดใส อัปสรสวรรค์ก็ลงมาชมอุทยานเพื่อให้คลายเหงาที่คิดถึงพระสวามี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/827.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 08:39:43 PM
และแล้วผู้ประสงค์ดีที่คอยท่าอยู่ก็หาวิธีบอกความลับให้นางได้รับรู้ โดยร่ายเวทย์ให้เกิดพายุฝนมืดครึ้มรุนแรงจนอัปสรสวรรค์พลัดหลงกับนางกำนัล

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/828.jpg)



เมฆหมอกมืดทึบ พระอาทิตย์ลับหายไปชั่วครู่ อัปสรสวรรค์ถูกดึงเข้ามาในเหตุการณ์ที่เหมือนนิมิต นางร้องเรียกหานางกำนัลท่ามกลางลมพายุอื้ออึง จนกระทั่งมาพบกับบุรุษรูปงามในอาภรณ์สูงศักดิ์อย่างเทพมองมาอย่างนิ่งสงบ หญิงสาวตะลึงงงงัน ลมพายุค่อยๆ อ่อนแรงลงโดยไม่มีสาเหตุ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/829.jpg)




“ท่านเป็นใคร” บุรุษผู้นั้นไม่ตอบ ปล่อยให้นางเข้าใจเอาเอง “หรือว่าท่านเป็นเทวดา”
เมื่อคิดว่าบุรุษรูปงามที่เห็นตรงหน้าคงเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเทวดา หญิงสาวก็คุกเข่าลง ประณตไหว้อย่างเคารพ
“นั่นสุดแล้วแต่เจ้าจะคิด...เรามาเพื่อเตือนเจ้า” อัปสรสวรรค์รอฟัง “ปราบไตรจักร สามีของเจ้าไม่ใช่มนุษย์”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/830.jpg)




“หมายความว่ายังไง”
“ปราบไตรจักรเป็นยักษ์!” อัปสรสวรรค์ตกใจ และก็เป็นอย่างที่งั่งว่าไว้ นางแย้งกลับมาทันควัน “ไม่จริง!!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/831.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 08:51:52 PM
“จริง!” นี่ก็อุตส่าห์ย้ำจะให้เค้าเชื่อให้ได้
หญิงสาวหมดศรัทธา ลุกขึ้นทันทีด่ากลับให้อีกตะหาก “ท่านเป็นเทวดาภาษาอะไร มายุยงให้สามีภรรยาเค้าแตกแยกกัน”
ว่าแล้วก็หันหลังเดินหนี “อัปสรสวรรค์!”
อัปสรหยุดตามเสียงเรียก หันกลับมา “อย่านึกว่าเป็นเทวดาแล้วจะมาใส่ร้ายใครก็ได้ เราไม่มีวันเชื่อท่าน...ไม่มีวัน”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/832.jpg)




หญิงสาวยืนยันเด็ดขาดไม่ฟังคำเรียกร้องใดๆ อีก ฝ่าพายุที่โหมกระหน่ำออกไปอย่างไม่รู้ทิศทาง
“อัปสรสวรรค์!!” พระพิรุณไม่สามารถห้ามความดื้อรั้นของนางได้ แผนการขั้นแรกล้มเหลว จึงต้องร่ายเวทย์เก็บลมพายุไปหมด ท้องฟ้าสว่างอีกครั้ง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/833.jpg)




ลมพายุสงบแล้ว แต่หญิงสาวที่เพิ่งออกมาจากนิมิตได้วิ่งซัดเซไม่รู้ทิศทาง มาชนเข้ากับคนสวนหนุ่มที่อ้าแขนรับไว้ได้อย่างพอดี ก่อนที่นางจะล้มไป อึ้งเป็นครู่เมื่อเห็นได้เห็นบุรุษที่รับตนไว้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/834.jpg)



อัปสรสวรรค์ผลักออกทันทีที่ได้สติด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของตน บุรุษสามัญใช่จะมาถูกเนื้อต้องตัวได้ง่ายๆ หญิงสาวตบฉาดทันที

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/835.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 31, 2011, 09:01:31 PM


กลัวไม่เห็นภาพ  พี่เจมส์หน้าหันก่อนโดนตบซะอีก  555+

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/anigifabsorn-pirun.gif)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: วายุกานต์ ที่ มีนาคม 31, 2011, 10:49:01 PM
ถึงพระพิรุณจะเจ็บตัวบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะคุ้มนะนี่
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 01, 2011, 05:01:24 PM
ช่วงนี้มาจะบ่อย  เพราะรู้สึกว่า ใกล้ถึงเวลาหายไปนานซะแล้ว   :(


“อวดดียังไงมาแตะเนื้อต้องตัวเรา”
คนสวนพาร์ทไทม์คุกเข่าลงอย่างเจียมตัว
“ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ ข้าพุทธเจ้าไม่ได้ตั้งใจ เมื่อกี้ได้ยินเสียงพระธิดาทรงร้องให้ช่วยก็เลยรีบเข้ามาพระเจ้าค่ะ”
อัปสรสวรรค์ฟังแล้วคลายความโกรธลง รู้สึกตัวว่ารุนแรงใจร้ายกับคนสวนที่น่าสงสารคนนี้ไปหน่อย เค้าอุตส่าห์หวังดี (แต่หวังผล) แท้ๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/836.jpg)




พวกนางกำนัลตามอัปสรสวรรค์มาทัน เห็นอยู่กับพ่อคนสวนต้องสงสัย ก็รีบช่วยกันซ้ำ อัปสรสวรรค์บอกไม่มีอะไร มองพิรุณคนสวนด้วยความกระดากอาย พิรุณก็ก้มหน้าเศร้าน่าสงสาร

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/837.jpg)




หญิงสาวไม่พูดอะไรรีบเดินกลับทันที โดยมีพวกนางกำนัลรีบตามไป
พิรุณมองตามยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่โดนตบ พลางบ่น “ดื้อจริงๆ เลย” นอกจากเค้าจะไม่เชื่อแล้วยังโดนตบอีกตะหาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/838.jpg)




อัปสรสวรรค์กลับเข้ามาในตำหนักก็ไล่สมจิตสมใจออกไป อยากคิดอะไรคนเดียว นึกถึงคำพูดของเทวดานั่นก็ขุ่นเคือง
‘ปราบไตรจักร สามีของเจ้าไม่ใช่มนุษย์…ปราบไตรจักรเป็นยักษ์’
“ไม่จริง เจ้านั่นแหละไม่ใช่มนุษย์ แล้วก็ไม่ใช่เทวดาด้วยซ้ำ” นั่น บอกแล้วเค้าไม่เชื่อยังโดนหาว่าเป็นของปลอมอีกตะหาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/839.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 01, 2011, 05:03:08 PM
อัปสรสวรรค์ฮึดฮัดอยู่คนเดียวแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เรียกสมจิตสมใจเข้ามาอีก
“ให้ใครไปตามคนสวนมาพบเราสิ” นางทั้งสองไม่ค่อยจะเห็นด้วยกลัวดูไม่ดี
“ทำไม แค่เรียกมาถามอะไรหน่อยไม่ได้รึไง” สมจิตอึกอัก “ไม่ต้องพูดแล้ว ไปตามเค้ามาเดี๋ยวนี้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/840.jpg)



พิรุณคนสวนมาพบอัปสรสวรรค์ที่ศาลาในอุทยาน พอมาถึงนางก็ถามทันที “เจ้าเคยเห็นอะไรผิดปกติในสวนบ้างรึเปล่า”
“พระธิดาทรงหมายถึงอะไรเหรอพระเจ้าค่ะ”
“ก็พวก...ปิศาจน่ะ!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/841.jpg)




“ข้าพุทธเจ้าเคยเห็นแต่เทวดาพระเจ้าค่ะ” สร้างพยานขึ้นมาเองชัดๆ
“เทวดาอะไรกัน” หญิงสาวไม่เห็นด้วยซักนิด
สมใจก็ว่าเหตุการณ์เมื่อกี้มันไม่ธรรมดา ต้องเกิดจากอะไรซักอย่าง พิรุณรีบเพิ่มน้ำหนักคำพูด
“อาจจะเป็นเทวดาก็ได้พระเจ้าค่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/842.jpg)




“แต่เราคิดว่าเป็นปิศาจมากกว่า” สมจิตสมใจขนลุก บอกว่าอย่าไปที่นั่นอีกเลยจนกว่าจะแน่ใจว่าเป็นอะไร
“ก็บอกแล้วไงว่าเป็นเทวดา!” รักษาชื่อเสียงตัวเองสุดฤทธิ์ “จริงๆ นะพระเจ้าค่ะ เทวดาองค์นั้นน่ะศักดิ์สิทธิ์มาก ข้าพุทธเจ้าเคยเห็นมากับตาแล้ว”
“ขึ้นชื่อว่าผีปิศาจก็ต้องหลอกคนอยู่แล้ว” อัปสรสวรรค์ยังคงมีจุดยืนของตัวเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/843.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 01, 2011, 05:07:31 PM
“แกน่ะมันโง่น่ะสิ ถึงได้โดนผีหลอกเอาน่ะ” นั่นโดนนางกำนัลด่าด้วย
“สมใจ เราทุกคนมีสิทธิ์โง่ถูกหลอกด้วยกันทั้งนั้น อย่าไปว่าคนอื่นเค้าเลยเพราะซักวันเจ้าอาจถูกหลอกบ้างก็ได้”
อัปสรสวรรค์ตักเตือนนางกำนัลของตนด้วยใจที่ไม่เหยียดหยาม ทำให้พิรุณยิ่งมองนางด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น ปรารถนาจะช่วยเหลือให้รอดพ้นจากพวกมาร
‘แท้จริงแล้วพระธิดาอัปสรสวรรค์เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจงดงามนัก’
“ต้องขอโทษด้วยนะที่เมื่อกี้เราทำร้ายเจ้า เป็นเพราะว่าเรากำลังสับสนแล้วก็ตกใจ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/844.jpg)




“ข้าพุทธเจ้าสมควรจะถูกพระธิดาลงโทษพระเจ้าค่ะ” แหม เอาอีกซักทีมั้ยเพคะ
“เจ้าชื่ออะไร”
“พิรุณพระเจ้าค่ะ” อัปสรสวรรค์ยิ้มรับ “พิรุณ รอตรงนี้นะ สมจิตตามเรามา”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/845.jpg)




อัปสรสวรรค์เดินกลับเข้าตำหนักไปกับสมจิต พิรุณเหลียวมองไม่วางตาจนสมใจที่ยังนั่งอยู่กระแอมตาเขียว แต่พ่อหนุ่มคนสวนไม่เจียมตัวก็ยังจะเหลียวมอง ไม่แคร์สื่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/846.jpg)




หญิงสาวกลับมาเปิดกลักข้างหัวเตียง หยิบถุงอัฐิออกมายื่นส่งให้สมจิต “เอาไปให้พิรุณด้วย”
“พระธิดาเพคะ พระธิดายังไม่ทรงรู้จักพิรุณดีเลยนะเพคะ” สมจิตเอ่ยเตือน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/847.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: augustle ที่ เมษายน 01, 2011, 07:13:18 PM

อัปสรสวรรค์เดินกลับเข้าตำหนักไปกับสมจิต พิรุณเหลียวมองไม่วางตาจนสมใจที่ยังนั่งอยู่กระแอมตาเขียว แต่พ่อหนุ่มคนสวนไม่เจียมตัวก็ยังจะเหลียวมอง ไม่แคร์สื่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/846.jpg)

อย่าได้หวั่น อย่าได้แคร์ จะมองซะอย่างใครจะทำไม :icon_confused: :icon_confused:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 02, 2011, 05:53:24 PM
“เค้าเป็นคนซื่อ (เหรอ?) แล้วอีกอย่างเราไปทำร้ายเค้า ทั้งที่เค้าตั้งใจจะมาช่วยเรา (โอ๊ย อย่าไปหลงกลชายหนุ่มเจ้าเล่ห์) รีบเอาไปให้เค้าซะ”
สมจิตขัดไม่ได้ต้องเอาอัฐิไปให้ตามคำสั่ง อัปสรสวรรค์นั่งคิด “คงต้องกราบทูลเสด็จพ่อเสด็จแม่ให้ทำพิธีปัดรังควานในสวนซะที”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/848.jpg)




มเหสีรัชฎาเห็นด้วยทันทีเมื่ออัปสรสวรรค์นำความมาปรึกษา “เอาสิลูก นานแล้วที่เราไม่ได้ทำพิธีปัดรังควานภายในวังมันถึงได้เกิดเรื่องไม่หยุดหย่อน ทหารถูกเสือลึกลับฆ่าตายแล้วที่ร้ายที่สุดก็คือสุวรรณอัมพรไปคว้าเอายักษ์มาเป็นสามี”
“ความจริงเรื่องนี้รัชฎาเป็นคนออกความคิดขึ้นมาเองนะ” ท้าวคันธมาศแย้งประเด็นหลัง
“เจ้าพี่! เจ้าพี่รับสั่งอย่างนี้หมายความว่าน้องเป็นคนผิดเหรอเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/849.jpg)



“เปล่า!” ทั้งที่ในใจคิดใช่มั้ยเพคะ
“ความจริงเรื่องนี้หม่อมฉันคิดดีแล้วนะเพคะ แต่พระธิดาของเจ้าพี่นั่นแหละไม่ดีเอง (แล้วไม่ใช่พระธิดาของเสด็จแม่เหรอ) หม่อมฉันอุตส่าห์เกณฑ์คนดีๆ มาให้เลือก ไม่เลือก (ก็ไม่มีคนหล่อสู้ยักษ์ได้เลยนี่อ่า) แต่กลับไปคว้าเอายักษ์มาเป็นสามี ซ้ำร้ายพระขนิษฐาของเจ้าพี่นั่นแหละมาสอดแทรกคว้าเอาคนดีที่สุดไป” โอ๊ยย  รอดพ้นได้ก็เป็นบุญแล้วเด็จแม่
“เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะน่า รัชฎา”
“แล้วกันไปได้ยังไงเพคะ เจ้าพี่หม่อมฉันยังเจ็บใจไม่หายเลยนะเพคะ” ตกลงว่าลูกสาวมาปรึกษาเรื่องพิธีปัดรังควานไม่ใช่เหรอ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/850.jpg)




“ยกโทษให้พี่อัมพรเถอะนะเพคะ เพราะเพียงแค่นี้พี่อัมพรก็ทรงลำบากมากพอแล้ว”
“ยังจ้ะ ยังไม่พอ แม่ต้องให้สุวรรณอัมพรเลิกกับผัวยักษ์ให้ได้” เค้าเป็นเนื้อคู่กันนะ เด็จแม่
“แล้วน้องไม่กลัวผัวยักษ์ของสุวรรณอัมพรเค้าจะโกรธจนอาละวาดเหรอ”
“ไม่กลัวซักนิดเพคะ เพราะปราบไตรจักรเขยขวัญของหม่อมฉัน ยังไงก็ต้องฆ่ามันได้แน่ๆ เพคะ” มั่นใจมากนะ เดี๋ยวเถอะ ต่อไปจะเรียกหาแต่ราหูๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/851.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 04, 2011, 11:52:14 AM
อัปสรสวรรค์แวะมาเยี่ยมสุวรรณอัมพรที่กระท่อมปลายนาพร้อมสำรับเครื่องเสวย “วันนี้มียำใหญ่ ของโปรดของพี่อัมพรด้วยเพคะ”
“แสร้งว่ากับจ่ามงกุฏก็มีนะเพคะ พระธิดา”
อัมพรสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ยังปนกังวลเรื่องไรบางอย่าง จึงชวนน้องสาวเข้าไปคุยกันข้างใน เหลือแต่สมจิตสมใจรออยู่ด้านนอกเลยโดนเจ้างั่งแกล้งขู่เล่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/852.jpg)




“หมายความว่านางยักษ์ที่มาอาละวาดเป็นเมียยักษ์ราหูเหรอคะ” อัปสรตกใจเมื่อฟังพี่สาวเล่าให้ฟัง
“ถ้าไม่ใช่แล้วจะมาทำไมล่ะ ถ้าเมื่อคืนไม่มีคนมาช่วยพี่ป่านนี้พี่คงถูกหักคอตายไปแล้วล่ะ” ฟ้องน้องสาวใหญ่
“แล้วจะทำยังไงดีเพคะ เอาอย่างนี้มั้ยเพคะ ให้เจ้าพี่ปราบไตรจักรมาขับไล่ออกไป”
“ไม่ต้องหรอกอัปสร เดี๋ยวพี่จะคุยกับยักษ์ราหูเอง นี่ขนาดพี่เลือกยักษ์เป็นคู่แล้วยังเป็นอย่างนี้เลยนะ แล้วคราวนี้อัปสรเห็นใจพี่รึยังล่ะว่าพี่ไม่อยากมีคู่” สาวมั่นยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/853.jpg)





“ผู้ชายไม่เป็นอย่างนี้ทุกคนหรอกเพคะ” (ใช่เพคะ พระราหูอ่ะ ออกจะดี๊ดี อย่าไปเชื่อนางยักษ์นั่น) อัมพรยิ้มล้อ
“ก็แน่ล่ะ ใครจะไปดีเท่าปราบไตรจักรของน้องได้” อัปสรสวรรค์ฟังภูมิใจแต่ก็ยิ้มออกได้แค่เจื่อนๆ “พี่ดีใจนะอัปสรที่น้องเลือกคู่ไม่ผิด”
“พี่อัมพรก็เหมือนกันเพคะ เอาอย่างนี้สิเพคะ พอยักษ์ราหูกลับมาพี่อัมพรก็รีบไล่กลับบ้านกลับเมืองไปเลย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/854.jpg)





“พี่ต้องทำอย่างนั้นแน่ แต่เรื่องที่จะให้พี่มีคู่ใหม่ พี่คงไม่ทำหรอก!” ไม่ได้อยู่แล้วค่ะ เพราะเธอเป็นเนื้อคู่ของยักษ์ราหูคนเดียว (=o≧&times;≦)o
อัปสรสวรรค์มองท่าทีเด็ดเดี่ยวของพี่สาวก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/855.jpg)





หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 04, 2011, 11:57:02 AM
:icon_question:เอาภาพอาหารไทยๆ ที่ถูกเอ่ยถึงมาให้ได้ดูกัน จะได้อินและอยากกินไปด้วย :icon_question:


ยำใหญ่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/40599-attachment.jpg)



แสร้งว่า

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/original_saengwah1.jpg)



จ่ามงกุฏ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/jarmongkut.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 04, 2011, 11:59:51 AM
วันต่อมา ภายในวังจัดทำพิธีปัดรังควานกลางอุทยาน โดยมีท้าวคันธมาศมเหสีรัชฎาและอัปสรสวรรค์ร่วมพิธีอยู่ด้วย พิรุณกับงั่งแอบมาดู

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/856.jpg)




“พระโอรส เค้าทำพิธีขับไล่พระโอรสน่ะ” งั่งช่วยย้ำ
“ไล่เจ้าด้วยนั่นแหละ” พิรุณย้อนคืนยิ้มๆ “อื้อ ไม่เกี่ยวกะงั่งด้วยซะหน่อย” แล้วก็สังเกตการณ์กันต่อ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/857.jpg)




พราหมณ์ทำพิธีร่ายมนต์อาคมขลัง ท้องฟ้าเริ่มแปรปรวน ลมกรรโชกแรง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/858.jpg)




งั่งเริ่มคันคะเยอ เกาๆๆ ไม่หยุด “ท่านพราหมณ์คนนี้ท่าทางจะเก่งพอตัวเหมือนกันนะ งั่ง” พิรุณพูดโดยไม่ได้หันไปดูว่าลูกน้องตัวเองลงไปดิ้นพราดแล้ว พอหันไปอีกทีก็กำลังกลิ้งเลย
“อ้าวงั่ง ลงไปนอนตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ้านี่ขี้เกียจจริงๆ เลย”
“ใครบอกล่ะ ใครบอกว่างั่งขี้เกียจ งั่งทั้งแสบทั้งร้อนทั้งคันไปหมดแล้วเนี่ย ไอ้ๆ...คาถาของตาพราหมณ์นั่นแน่เลย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/859.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ เมษายน 04, 2011, 05:24:14 PM
พี่อ้อมจะสวยไปไหเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เข้ามาให้กำลังใจ อิอิ  :(
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 04, 2011, 06:45:28 PM
ทำไมเล่าได้แค่ทีละคอมเมนต์ละเนี่ย   :icon_rolleyes:




พิรุณหัวเราะสะใจในความทรมานของงั่ง “ยังจะมาหัวเราะอยู่ทำไม ช่วยงั่งด้วยสิ”
พิรุณยังไม่หยุดหัวเราะ “เจ้าตัวรังควานที่พวกนั้นไล่ คือเจ้านี่เอง”
งั่งคร่ำครวญ รูดเสา...เอ๊ย รูดต้นไม้ทุรนทุรายตะกายพิรุณ จนชายหนุ่ม ก็ได้ๆ  แล้วจึงพนมมือร่ายพระเวทย์

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/860.jpg)





บังเกิดฟ้าแลบฟ้าร้อง ลมกรรโชกแรงจนพิธีเสียหมด แล้วฝนก็เทลงมาทำลายพิธีจนสิ้น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/861.jpg)





ทั้งหมดวิ่งเข้ามาหลบใต้ชายคาตำหนัก ฝนก็หยุด มเหสีรัชฎาเอ่ย “เจ้าพี่เพคะ อาถรรพณ์มันแรงเหลือเกินนะเพคะ”
ท้าวคันธมาศถอนพระทัย “ก็ไม่ควรจะไปยุ่งกับเค้านี่นา เค้าไม่ได้มารบกวนเราซะหน่อย”
“เจ้าพี่เพคะ ไม่ได้รบกวนอะไรเพคะ ถ้าเค้าไม่มายุ่งน่ะ ลูกอัปสรสวรรค์จะมาบอกเราเหรอเพคะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/862.jpg)




ท้าวคันธมาศไม่อยากจะโต้ตอบอะไร แต่อัปสรสวรรค์เกิดความหวาดหวั่น “ลูกไม่ควรไปยุ่งด้วยเลยอย่างที่เสด็จพ่อรับสั่ง ถ้าตัวรังควานโกรธแล้วมาแก้แค้น ลูกจะทำยังไงล่ะเพคะ”
คุณท้าวเทพทองก็ว่าปราบไตรจักรไม่อยู่ด้วย  ท้าวคันธมาศจึงสั่งให้เพิ่มเวรยามเฝ้าทุกตำหนักให้เคร่งครัดกว่าเดิม มเหสีรัชฎาเห็นว่าทหารก็แค่คนธรรมดา แต่สิ่งที่เกิดมันเป็นเรื่องลึกลับจะสู้ได้ยังไง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/863.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ เมษายน 04, 2011, 08:16:06 PM
เห็นเจมส์ครั้งแรกเฉยมาก เพราะมัวแต่กรี๊ดดดดดด พระราหู แต่หลังจากได้เจอตัวจริง
โห!!!!!!!!!!! เจมส์หล่อมากกกกกกก 555+
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 05, 2011, 02:00:50 AM
โพสต์ผิดเวลา  มึนจัดกับการแก้ปัญหาคอม :(



“ในเมื่อลูกเป็นคนก่อ ลูกก็จะต้องเป็นคนแก้เพคะ”
ทุกคนตกใจว่าจะทำยังไง “ลองทำพิธีขอขมาลาโทษดู”
“อื้ม พ่อว่าก็ดีเหมือนกันนะลูกนะ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร จะได้อยู่ร่วมกับเราได้อย่างปกติสุข...ดีมั้ย”
ดังนั้นจึงไม่มีใครคัดค้าน

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/864.jpg)



งั่งหายคันคะเยอเกาะต้นไม้ลุกขึ้นมาได้
“เป็นไงบ้างล่ะงั่ง”
“เกือบตายแน่ะ...งั่งเจ็บใจไอ้คนพวกนั้นนัก”
“เราก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าหน้าตาตัวรังควานจะเป็นแบบนี้นี่เอง” ยังมาแซว
“ไม่เป็นงั่งให้มันรู้ไป!” ประชดกลับไม่ได้ แล้วก็ต้องถามว่าจะไปไหน เห็นนายไม่เคยจะอยู่เป็นที่เป็นทาง พิรุณไล่ว่าไม่ใช่เรื่องของเจ้า แล้วก็ผลักไปติดต้นไม้ ขวางทาง งั่งบ่นด่าไล่หลัง

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/865.jpg)




พิรุณมาแอบย่องเข้าห้องสาว กำลังเดินสำรวจอยู่ เสียงประตูก็เปิดเข้ามา พี่แกอาศัยความมุดไถเข้าใต้เตียง (สามารถเนอะ)

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/866.jpg)




อัปสรสวรรค์เดินเข้ามา ไม่รู้ว่าห้องตัวเองโดนงัด “พวกเจ้าไปเตรียมดอกไม้ธูปเทียนแล้วก็เครื่องเซ่นให้พร้อมนะ คืนนี้เราจะทำพิธีขอขมาลาโทษ” นางกำนัลรับคำแล้วออกไป อัปสรสวรรค์เดินมานั่งที่เตียงอย่างกลุ้มใจ
‘นางจะขอขมาลาโทษอะไร’ ผีใต้เตียงยังไม่เก็ต

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/867.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 05, 2011, 02:06:19 AM
อัปสรสวรรค์เอนตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า กะจะแค่นอนคิดไรเรื่อยเปื่อย “เจ้าพี่ปราบไตรจักร เมื่อไหร่จะกลับมาล่ะเพคะ”
พร่ำรำพันออกมาให้ศพใต้เตียงได้ยินอีกเอ้า “น้องน่ะคิดถึงเจ้าพี่เหลือเกิน หากเจ้าพี่กลับมา คงทำให้น้องสบายใจได้”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/868.jpg)




‘ฮึ!! ยังจะคร่ำครวญถึงมันอีก มันไม่กินเจ้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว’ แหม ก็เค้าจะรู้มั้ยเล่า อัปสรสวรรค์ยังนอนไม่รู้เรื่องรู้ราวว่ากำลังจะเจออาถรรพณ์ศพใต้เตียง
พิรุณได้โอกาสร่ายมนต์เป่าให้นางหลับแล้วดึงนางเข้าสู่ห้วงนิมิต

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/869.jpg)




อัปสรสวรรค์ถูกลากเข้ามาในนิมิตที่เดิม แล้วก็พบกับเทวดาองค์เดิม หญิงสาวชะงักก่อนจะจำใจทำความเคารพเพราะเห็นแก่ศักดิ์ศรีเทวดา
“ยกโทษให้หม่อมฉันด้วยนะเพคะ ที่พาคนมาทำพิธีปัดรังควานให้รำคาญพระทัย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/870.jpg)



“เราไม่ได้โกรธเจ้าหรอก แต่จะมาเพื่อเตือนเจ้าอีกครั้ง”
“หม่อมฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่าสามีของหม่อมฉันจะเป็นยักษ์”
“เจ้าน่ะช่างดื้อดึงจริงๆ เราจะหลอกเจ้าทำไมล่ะ” อัปสรสวรรค์ยืนขึ้นโต้กลับ “หม่อมฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพระองค์จะรับสั่งเรื่องนี้อีกทำไม”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/871.jpg)

หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 05, 2011, 02:08:47 AM
“เราหวังดี...”
“ถ้าทรงหวังดีจริงก็อย่ารับสั่งเรื่องนี้อีกเลย ทางที่ดีก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของหม่อมฉันอีก เทวดาก็ควรอยู่ส่วนของเทวดาสิเพคะ” เป็นไงล่ะ ยุ่งมากนัก สาวเจ้าเค้าไม่ได้ต้องการซะหน่อย
แล้วก็สะบัดหน้าเดินจากไป ไม่ไยดีต่อเสียงร้องเรียก “อัปสรสวรรค์!...อัปสรสวรรค์!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/872.jpg)




“อัปสรสวรรค์! กลับมาเดี๋ยวนี้ อัปสรสวรรค์! กลับมา...อัปสรสวรรค์!” เสียงของเทวดาองค์นั้นร้องเรียกตามมาไม่ต่างจากท้องฟ้าที่กำลังพิโรธฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงลงมา อัปสรสวรรค์กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/873.jpg)




แล้วก็สะดุ้งตื่น ฟ้าร้องฟ้าแลบทั่วไปหมดเพราะข้างนอกฝนกำลังตกหนัก จึงรู้ว่าฝันไป หญิงสาวลุกจากเตียงไปมองฝนฟ้าคะนองกระจาย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/874.jpg)




ผีใต้เตียงลอยพลิ้ววออกมายืนอยู่ด้านหลัง ซักพักนางก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เหมือนกำลังถูกจ้องมองอยู่ แต่ก่อนจะหันมาเพียงวินาทีเดียว ร่างที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ละลายหายไปแล้ว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/875.jpg)


หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 05, 2011, 02:12:51 AM
อัปสรสวรรค์หันมาไม่พบอะไรหลอนๆ ยืนคว้างกลางห้องที่ไม่มีอะไรผิดปกติ ก่อนจะปลอบใจตัวเอง “เรารู้สึกไปเองมากกว่า”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/876.jpg)



ที่เมืองยักษ์ โชตะนาก็เคล็ดขัดยอกกลับมาให้นางกำนัลบีบนวดให้ เจ็บก็เจ็บพลางบ่น “พ่อรูปหล่อนะ พ่อรูปหล่อเล่นเอาข้าปวดเมื่อยไปหมดเลย”
“แล้วทำไมพระแม่เจ้าไม่ทรงตอบโต้ไปบ้างล่ะเพคะ ปล่อยให้มันทำอยู่ฝ่ายเดียว” นางตัวเล็กหรือตัวน้อยจำไม่ได้ล่ะถามอย่างไม่เข้าใจ
โชตะนาตาลุกวาวผลักหัวทันที “นี่แน่ะ บังอาจ...เรียกพ่อรูปหล่อของข้าว่ามัน!”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/877.jpg)




อีกนางถามว่าตกลงพ่อรูปหล่อมีกันกี่คน
“ก็...ยักษ์ 1 มนุษย์อีก 2” บรรยายซะเคลิ้มเชียว ตั้งโฮสต์ได้เมื่อไหร่บอกนะ
นางกำนัลเข้ามารายงานว่าปราบไตรจักรมาขอเข้าเฝ้า โชตะนาจึงตอบกลับไปว่าเดี๋ยวออกไป

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/878.jpg)





ปราบไตรจักรถึงกับแปลกใจที่เห็นโชตะนาต้องมีนางตัวเล็กตัวน้อยประคองมา เลยเข้าไปช่วยประคอง ก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องที่ได้ข่าวว่าเสด็จอาได้รับบาดเจ็บ โชตะนาบอกเล็กน้อยไม่เป็นไรมากหรอก ว่าแต่เสด็จพ่อหลานเป็นไงบ้าง
ปราบไตรจักรก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่กลับมาก็ไปประทับลำพังในถ้ำสมุนไพร
“ถ้างั้นก็คงจะไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้ง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/879.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: sk ที่ เมษายน 05, 2011, 06:36:31 PM
อ๊ากกกกกก หมั่นไส้งั่งและพระพิรุณ ( เห็นคนหล่ออย่างสามศรีเลยเกิดอาการหมั่นไส้พระเอก 555++ )
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 06, 2011, 05:31:48 PM
“แล้วใครล่ะที่มันทำร้ายเสด็จอา”
“พ่อรูปหล่อเพคะ!!” นางตัวเล็กตัวน้อยช่วยประจานพร้อมกัน “ใครคือพ่อรูปหล่อ”
โชตะนารีบแก้ต่าง “นาง2คนนี้มันเพ้อเจ้อ หลานปราบไตรจักรอย่าไปฟังมันเลยจ้ะ” แล้วก็ไล่ให้ไปไหนก็ไปเลย แต่ปราบไตรจักรก็ไม่ได้หายสงสัย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/880.jpg)




พอพวกนางออกไปแล้ว ปราบไตรจักรก็เริ่มพูด “หม่อมฉันอยากจะเตือนเสด็จอา ยักษ์ราหูเป็นศัตรูกับเสด็จพ่อ มันบังอาจแย่งพระธิดาสุวรรณอัมพรที่เสด็จพ่อหมายปองไป”
“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ ถ้าอย่างนั้นก็ให้เจ้าพี่เอานางสุวรรณอัมพรไป ส่วนอาก็เอายักษ์ราหูนั่นมา ก็แค่เนี้ย”
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นสิพระเจ้าค่ะ” โชตะนาถอนใจฮึ่ย ดื้อดึง “แต่ยังไงก็ช่างเถอะ อาขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าห้ามใครแตะต้องยักษ์ราหูเป็นเด็ดขาดถ้าไม่อยากเห็นหน้าเค้าก็ไม่ต้องเห็นเพราะอาเนี่ยตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะพายักษ์ราหูเนี่ยกลับมาอยู่ที่บ้านเมืองของอา” พูดง่ายเหมือนกับใส่สายจูงแล้วลากมาได้

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/881.jpg)




“รวมทั้ง...” เกือบหลุดออกไปแล้วว่ากำลังเตรียมเปิดฮาเร็ม พอดีสายตาล่าสันกับคำถามปราบไตรจักรเบรคไว้
“เสด็จอายังมีใครอีกคนเหรอพระเจ้าค่ะ” น้อยไปสิคะ
“เปล๊า!” แล้วมันก็ตัดไปหน่อยนึง ไม่รู้พูดเรื่องไร มาอีกทีก็จบฉากเลย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/882.jpg)





ที่นครโรมวิสัย อำมาตย์มนตรีก็กราบทูลรายงานเรื่องทหารที่ตามเสด็จปราบไตรจักรและจักรวรรดิไป จนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย ซึ่งมันน่าแปลกมาก มเหสีรัชฎาเข้าข้างลูกเขยคนโปรดทันที
“ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย การเดินป่ามันไม่เหมือนเดินอยู่ในรั้วในวังจะให้สะดวกสบายไร้อุปสรรคมันเป็นไปไม่ได้ แล้วอีกอย่างท่านท้าวจักรวรรดิก็ทรงได้รับบาดเจ็บจะให้เดินทางอย่างรวดเร็วน่ะไม่ได้หรอก”
“แต่ท่านราชบุตรเขยเคยรับสั่งไว้ว่าถ้าหากไปถึงชายแดนเมื่อไหร่ก็จะส่งทหารมาครึ่งหนึ่งก่อนเพื่อถวายรายงานพระเจ้าค่ะ”
อำมาตย์พิชิตที่นั่งอยู่ข้างๆ กันพูดขัดเข้าข้างพระมเหสี

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/883.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ เมษายน 06, 2011, 08:16:23 PM
ไม่ชอบทรงผมของปราบไตรจักรตอนนี้เลยมันดูฟูๆยุ่งๆยังไงไม่รู้
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 08, 2011, 10:30:55 AM
ไม่ชอบทรงผมของปราบไตรจักรตอนนี้เลยมันดูฟูๆยุ่งๆยังไงไม่รู้

บ่งบอกความเป็นยักษ์ 
 :icon_redface:



“อำมาตย์มนตรีพูดก็เพราะว่าเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเราทุกๆ คน” ท้าวคันธมาศตัดบท
“แล้วจะมาเถียงเอาอะไรกันในเมื่อยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยซักอย่างเดียว เรื่องอื่นมีให้พูดเยอะแยะทำไมไม่พูด อย่างเช่นเรื่องนี้เราให้ไปสืบว่ายักษ์ราหูไปถึงไหนแล้วทำไมไม่สืบมา” ท้าวคันธมาศเมินหน้าอย่างระอา
“เห็นมั้ยเรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่ทำ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/884.jpg)




“มันไม่ใช่ง่ายๆ นะ น้องรัชฎา”
“เจ้าพี่เพคะ ถึงยังไงก็ให้สำเร็จนะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอมมีลูกเขยเป็นยักษ์ที่มีเขี้ยวเป็นอันขาด” ลูกเขยตัวดีของเด็จแม่แหละ จะแยกเขี้ยวใส่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/885.jpg)



พิรุณนั่งเหม่อลอยกลุ้มใจกับความดื้อดึงของอัปสรสวรรค์ ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องของตัวซะหน่อย องค์อิศรากับมาตุเฝ้ามองอยู่พลอยคิดมากตาม หันมาชนกับมาตุที่แอบมองอยู่ด้วย
“ประทานอภัยพระเจ้าค่ะ”
“ลุกขึ้นเราบอกแล้วว่าเราเป็นมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น” กล่าวเตือนแล้วก็หันไปสนใจพิรุณต่อ “พิรุณน่ะกำลังคิดหาทางช่วยพระธิดาอัปสรสวรรค์ให้รู้ตัว”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/886.jpg)




“ลำบาก ลำบ๊ากกกก เพราะปราบไตรจักรรูปงามออกปานนั้น สงสัยดีไม่ดีนางอาจถูกมนต์สะกดอีกต่างหาก” คำพูดของมาตุทำให้พระองค์นึกขึ้นได้ รีบเดินออกจากกระท่อม
“เดี๋ยวก่อนสิ! อิศรา!!”
องค์อิศราหันขวับ มาตุรู้ตัวรีบเปลี่ยนสรรพนาม “ทะ...ท่านอิศรา”
เรียกยังไงก็ไม่ถูกใจวุ้ย องค์อิศราไม่สนใจเดินไปหาพิรุณ
“พระเนตรเขียวเชียว สงสัยเราจะพูดธรรมดามากเกินไป”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/887.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 08, 2011, 10:36:06 AM

องค์อิศราเดินเข้ามาถาม “คิดออกรึยัง”
“ไม่ว่าเราจะพูดยังไง นางก็ไม่เชื่อ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องอาศัยผู้มีอำนาจช่วย”
“ใครล่ะท่าน” พิรุณหน้าใสขึ้นมาทันที แล้วองค์อิศราก็.....พูดๆๆ แนะนำ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/888.jpg)



ส่วนที่กระท่อมปลายนา งั่งก็เวิ่นเว้ออยู่คนเดียว สรุปง่ายๆ คือ เหงาเล็กๆ “ยักษ์ราหูก็ไม่อยู่ พิรุณก็ไม่ค่อยจะสุงสิงด้วย อย่ากระนั้นเลยงั่งจะหนีไปหาคนช่วยถอดมงคลออกจากหัวงั่งดีกว่า”
แล้วก็เตรียมบิน สุวรรณอัมพรเดินออกมาเห็นพอดี “ทำอะไรน่ะ งั่ง”
งั่งจี๊ดดดแบบมาขัดจังหวะอีกแล้ว สุวรรณอัมพรเดินเข้ามาถาม “ทำอะไร หึ?”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/889.jpg)




งั่งเลยปิ๊งไอเดีย “พระธิดาพระเจ้าค่ะ งั่งขออะไรอย่างนึงได้มั้ยพระเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะให้เราทำอะไร” นางถามอย่างไม่ไว้ใจ
“นี่พระเจ้าค่ะ ให้พระธิดาถอดอัปมงคล...เอ๊ย มงคลให้งั่งหน่อยได้มั้ยพระเจ้าค่ะ”
“ไม่ได้” ตอบอย่างไร้ความหวังมาก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/890.jpg)




“อ่าววววว”
“ก็เรายังไม่รู้ความเป็นมาของเจ้าแล้วก็มงคลนั่น ขืนถอดออกแล้วเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมา” อืม มีเหตุผล รอบคอบมาก
“รับรองๆ เลยพระเจ้าค่ะว่าไม่เกิดเรื่องร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น นะ...ได้โปรดเถอะ ช่วยปลดปล่อยงั่งให้เป็นอิสระจากยักษ์ราหูด้วยเถอะพระเจ้าค่ะ”
สุวรรณอัมพรครุ่นคิด

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/891.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: มณีจันทร์ ที่ เมษายน 08, 2011, 08:48:32 PM
ในช่องจ๊ะทิงจาใกล้จะจบแล้วคะ...ตอนนี้สนุกมากเลยอ่ะ เสียดายพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ไม่มีอ่ะ อื้อๆ
 
:-X
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: InJune ที่ เมษายน 10, 2011, 08:31:34 PM
อ๊ายยยย พอดีเป็นสมาชิกใหม่ค่ะ อ่านแล้วชอบมากก มาต่อให้จบทีค่ะ

ไม่ไหวแล้วหลงรักพระพิรุณมาก ตอนเด็กก็หล่อ โตมายิ่งหล่อ สามศรีก็ด้วยยย  :o
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: !!✿ คีตกานต์ ✿!! ที่ เมษายน 10, 2011, 08:47:08 PM
ในช่องจ๊ะทิงจาใกล้จะจบแล้วคะ...ตอนนี้สนุกมากเลยอ่ะ เสียดายพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ไม่มีอ่ะ อื้อๆ
 
:-X

ใช่ค่า ติดตามดูทุกวันอย่าได้ขาด ฮ่าๆๆ  ???

พรุ่งนี้ก็ได้ดูแล้ว  :icon_biggrin:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 11, 2011, 12:07:36 AM
ในช่องจ๊ะทิงจาใกล้จะจบแล้วคะ...ตอนนี้สนุกมากเลยอ่ะ เสียดายพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ไม่มีอ่ะ อื้อๆ
 
:-X

ใช่ค่า ติดตามดูทุกวันอย่าได้ขาด ฮ่าๆๆ  ???

พรุ่งนี้ก็ได้ดูแล้ว  :icon_biggrin:


เสียดาย บ้านพี่ไม่มีช่องจ๊ะทิงจา   :icon_surprised:


อ๊ายยยย พอดีเป็นสมาชิกใหม่ค่ะ อ่านแล้วชอบมากก มาต่อให้จบทีค่ะ

ไม่ไหวแล้วหลงรักพระพิรุณมาก ตอนเด็กก็หล่อ โตมายิ่งหล่อ สามศรีก็ด้วยยย  :o


สวัสดีค่ะ  ยินดีต้อนรับ  เคยดูเทพสามฤดูยังคะ
เนอะๆๆ  หล่อหมดเลย  นี่ยิ่งแคปพิรุณ ยิ่งเห็นความหล่อ

***************



งั่งยังพยายามใส่ไฟต่อ “นี่พระธิดา พระธิดารู้อะไรมั้ยพระเจ้าค่ะ ยักษ์ราหูน่ะร้ายกาจมาก จับงั่งบังคับให้คอยติดตามรับใช้ ทำให้งั่งเนี่ยสูญเสียอิสรภาพพพ...”
“แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่โดนเจ้าหลอก”
“สาบาน งั่งสาบานก็ได้” ตาใสแบ๊วเต็มที่

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/892.jpg)




“นะพระธิดาพระเจ้าค่ะ ช่วยงั่งหน่อยถือซะว่าปลดปล่อยลูกนกลูกกา (?) ตาดำๆ”
สุวรรณอัมพรฟังแล้วใจอ่อน “งั้น...เราจะลองดูแล้วกัน”
งั่งกระดี๊กระด๊ายื่นหัวให้เค้า หญิงสาวกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้ล้วงเข้าไปในหัวนี่จะมีตัวอะไรกัดมือมั้ย

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/893.jpg)




พิรุณทำตามคำแนะนำขององค์อิศรา เอาระฆังแก้วออกมาเรียกนันทะเสนกับสุระผัด เสียงระฆังดังก้องกังวานไปไกล

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/894.jpg)



สักพักนันทะเสนกับสุระผัดก็กระโดดลงมาตรงหน้า
“ท่านลุง!” พอลงมาก็ทะเลาะกันพอหอมปากหอมคอเหมือนไม่ได้เจอกันนาน ก่อนจะหันไปเล็งองค์อิศรากับมาตุที่ยืนประกอบฉากอยู่ แก 2 คนแน่ๆ ที่มีเรื่องกับหลานพิรุณ มาตุรีบออกตัวไม่เกี่ยวโบ้ยองค์อิศราคนเดียว
เกือบได้มีเลือดตกยางออกกันแล้ว ดีที่พิรุณห้ามทัน “ทั้งสองคนนี้เพื่อนของหลานเอง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/895.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 11, 2011, 12:10:40 AM
“แล้วก็ไม่บอกแต่แรก” สุระผัดบ่น มาตุโมโหอาฆาตจะรอให้ได้อิทธิฤทธิ์ก่อน แต่องค์อิศรายั้งไว้ทัน เฉไฉบอกให้เป็นเพื่อนกัน
ทะเลาะกันเถียงกัน องค์อิศราก็ห้ามคนของตัว พิรุณก็ต้องห้าม “ท่านลุง ถ้าท่านลุงมาเพื่อทะเลาะกับเพื่อนของหลานละก็ ท่านลุงกลับไปเถอะ”
กว่าจะหยุดทะเลาะกัน แต่ก็ยังแอบมีเก็บตก องค์อิศราเลยไล่มาตุไปไถนาซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/896.jpg)




สุวรรณอัมพรพยายามเอามงคลออกจากหัวงั่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ งั่งขอให้ลองอีกนิดนึง
“เดี๋ยวก่อน เราชักสงสัยล่ะ ว่าเมื่อตะกี้ที่เจ้าพูดมาทั้งหมด เจ้าโกหกเรารึเปล่า”
“โธ่ถัง แหม งั่งเนี่ยนะตั้งแต่เป็นกระหังมาไม่เคยโกหกใครเลยแม้แต่นิดส์ส์ส์ส์ส์...เดียว (เหรอ?) นะๆๆ ลองอีกครั้งเถอะนะให้งั่งกราบงามๆ สามครั้งเลยก็ได้อ่ะ” ยอมลงทุนกราบงามๆ ก้นกระดก

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/897.jpg)



สุวรรณอัมพรทนสมเพชไม่ไหว “ก็ได้ๆ แต่ครั้งสุดท้ายแล้วนะ” แล้วก็มองหาอุปกรณ์ช่วย ก่อนจะวิ่งไปฉวยได้...ขวานผ่าฟืน!
“มา...งั่ง”
“ว้ายยยยยยยยยยย!” พอเห็นขวานก็หงายหลัง ถามติดอ่าง เอาขวานมาทำไม
“อ้าว ตกลงจะให้เราช่วยมั้ย ถ้าให้เราช่วยก็ไม่ต้องโวยวาย...มาเดี๋ยวนี้ เร็ว งั่ง” สุดท้ายก็ต้องยอมเข้าไปอยู่ใต้คมขวาน เสียวหัวจะขาดแทนมงคลจริงๆ

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/898.jpg)




มาตุที่โดนไล่ไปไถนาผ่านมาเห็นเข้า สุวรรณอัมพรกำลังหั่นหัวงั่งอยู่พอดี “โอ๊ย หัวๆ”
หัวเราะสะใจรู้ทันว่ากำลังหลอกให้นางถอดมงคลให้
“สงสัย...เราคงต้องตัดหัวเจ้าแล้วล่ะ” เย้ย อันนี้กาฬก็ตกใจ นี่พูดจริงพูดเล่น

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/899.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 11, 2011, 12:13:56 AM
งั่งกระโดดหนีพรวดเดียว “ไม่ๆๆ ไม่ต้องมายุ่งกับหัวของงั่งเลยนะ พอแล้วพอ ไม่ออกก็ไม่ต้อง ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้” (ผู้หญิงของยักษ์ไงคะ ยักษ์เทพซะด้วย 555+)
มาตุแอบดูอยู่บ่น “ไอ้งั่งเล่นไม่ซื่อ ไอ้กระหังหลอกเจ้าเอ๊ย จะหลอกให้พระธิดาสุวรรณอัมพรเค้าถอดมงคลให้ได้เชียวนะเอ็ง”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/900.jpg)



สุระผัดกับนันทะเสนแปลงตนเป็นทหารคอยติดตามเจ้าชาย
“ทีนี้พิรุณก็ต้องแต่งตัวให้สมฐานะของเจ้าชาย”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/901.jpg)




พิรุณทำตามคำแนะนำขององค์อิศรา เปลี่ยนเสื้อผ้า สลัดคราบคนสวนพาร์ทไทม์ตามหารักแท้มาเป็นเจ้าชายเหมือนเดิมเพื่อไปตบตาสาว

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/902.jpg)




รุ่งเช้าหมื่นธงก็มากราบทูลท้าวคันธมาศ “มีเจ้าชายจากเมืองอุดมมาขอเข้าเฝ้าพระเจ้าค่ะ”
“เมืองอุดม? อยู่ที่ไหน ข้าไม่เคยได้ยินเลย”
“เห็นว่าอยู่ทางทิศอุดรพระเจ้าค่ะ”

(http://i978.photobucket.com/albums/ae262/jkkame/Tepsamrudoo/903.jpg)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: popcorn ที่ เมษายน 11, 2011, 08:57:54 AM
มาให้กำลังใจน้องกาฬค่ะ เล่าเรื่องได้สนุกมาก
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: nutnutyee ที่ เมษายน 11, 2011, 02:07:54 PM
ข่าวร้ายสำหรับคนที่ดูผ่านเน็ต วันนี้วันจันทร์ link ช่องจ๊ะทิงจา ในอินเตอร์เน็ตเสีย ที่จริงเสียมาตั้งแต่วันเสาร์ อาทิตย์แล้ว แย่จังอยากดูเทพสามฤดูมาก และตอนที่จะออกต่อวันนี้ก็น่าจะเป็นตอนที่ไม่มีในแผ่นตัดของ จ๊ะทิงจา ด้วย หวังว่าตอน ทุ่ม หรือตอนตีหนึ่งครึ่ง link จะกลับมาดีเหมือนเดิม
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 11, 2011, 05:02:14 PM
ใช่ค่ะ  เมื่อวานเข้าไปลิงค์เสีย  คิดว่าเค้าไม่ฉายซะแล้ว
แต่ตอนนี้กาฬอยู่ต่างจังหวะ ดูช่องจ๊ะทิงจาได้  (อนาจจริงๆ อยู่กรุงเทพดูไม่ได้)
เดี๋ยววันนี้จะดูเผื่อคนไม่ได้ดูนะคะ  555 มาพูดให้อิจฉาเล่น

ปล.ไปดูแก้วหน้าม้าก่อนนะ 
 :icon_sad:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: InJune ที่ เมษายน 11, 2011, 08:06:11 PM
เย้ๆ มาต่อแล้ว เราก้มาให้กำลังใจ อิอิ
ผู้ชายในเรื่องนี้ทำให้คนดูละลายได้ทุกคนจริงๆ
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: !!✿ คีตกานต์ ✿!! ที่ เมษายน 11, 2011, 08:38:54 PM
ใช่ค่ะ  เมื่อวานเข้าไปลิงค์เสีย  คิดว่าเค้าไม่ฉายซะแล้ว
แต่ตอนนี้กาฬอยู่ต่างจังหวะ ดูช่องจ๊ะทิงจาได้  (อนาจจริงๆ อยู่กรุงเทพดูไม่ได้)
เดี๋ยววันนี้จะดูเผื่อคนไม่ได้ดูนะคะ  555 มาพูดให้อิจฉาเล่น

ปล.ไปดูแก้วหน้าม้าก่อนนะ 
 :icon_sad:


พี่กาฬ วันนี้หนูดูเทพสามฤดูรอบที่2แล้วฮ่าๆๆ เพิ่งได้มาดูช่วงหลังๆ  :'(

เลยได้มานั่งอ่านย้อนหลังที่พี่กาฬเอามาเล่า ขอบคุณมากๆค่า :)  :icon_cool:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: tunyada ที่ เมษายน 12, 2011, 02:28:15 AM
มาให้กำลังใจ รออ่านน่ะ ;D :icon_idea:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: มณีจันทร์ ที่ เมษายน 18, 2011, 08:44:53 PM
จะจบแล้วคะ คงเป็นวันพรุ่งนี้หรือไม่ก็วันพุธคะ ใกล้มากแล้วจริงๆคะ
 
:-X
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: มณีจันทร์ ที่ เมษายน 22, 2011, 07:25:29 PM
จบลงไปแล้วคะ...สำหรับเทพสามฤดู ฮื้อๆ

 :icon_mad:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ เมษายน 24, 2011, 03:54:01 PM
เข้ามาเป็นกำลังใจให้พี่กาฬค่ะ ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีเวลาเลย
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ เมษายน 24, 2011, 11:49:00 PM
ช่วงนี้บิวท์อารมณ์เล่าไม่ขึ้นอ่ะค่ะ 
ขอเวลาไปเคลียร์งานหลัก  และงานใหม่ที่กำลังเห่อก่อนนะคะ   :icon_eek:
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: viki ที่ พฤษภาคม 07, 2011, 06:53:30 PM
หายไป ยังคงไม่กลับมา
รู้สึกว่าวันนี้คนเล่าคงเหนื่อยสุดๆ กับอีกหนึ่งวันสำคัญในชีวติ....แสดงความยินดีด้วยจ้า :)
หัวข้อ: Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ พฤษภาคม 10, 2011, 01:11:02 PM
สวัสดีทุกคนค่า   :(
ขอโทษด้วยที่หายไปนาน  ติดสงกรานต์แล้วก็ไม่มีอารมณ์ มัวไปเห่อซาโตมิอยู่  แล้วหลังจากนั้นก็งานวุ่นมากมาย
กาฬได้ดูเทพสามในช่องจ๊ะทิงจาอยู่ 2-3 วันเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ค่อยเจอฉากสามศรีเลย


หายไป ยังคงไม่กลับมา
รู้สึกว่าวันนี้คนเล่าคงเหนื่อยสุดๆ กับอีกหนึ่งวันสำคัญในชีวติ....แสดงความยินดีด้วยจ้า :)

ขอบคุณพี่ Viki มากๆ ค่า :icon_question:
เหนื่อยจริงๆ แต่พอได้มาแล้วก็หายเหนื่อยนะคะ
เพิ่งเข้าใจก็ตอนนั้นเอง




พิรุณและทหารติดตามทั้งสองมารอเข้าเฝ้ายังท้องพระโรง เมื่อท้าวคันธมาศเสด็จมาก็เคารพด้วยกริยานอบน้อม
ท้าวคันธมาศพินิจชายหนุ่ม “เจ้ามาจากนครอุดมเหรอ”
“พระเจ้าค่ะ นครของหม่อมฉันอยู่ไกลไปทางทิศอุดร”
“คงจะไกลมากสินะ เพราะเราไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย” ไม่ไกลหรอกเพคะ นั่ง ฮ.แป๊บเดียวก็ถึง
“หม่อมฉันกราบทูลขอประทานอนุญาตเสด็จพ่อเสด็จแม่เพื่อออกท่องเที่ยวไปยังโลกกว้าง พอดีหม่อมฉันผ่านมาทางนี้เลยมาขอเข้าเฝ้าเพื่อเป็นสิริมงคลพระเจ้าค่ะ” อย่าๆ อย่าม