ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

Fan Art จักรๆวงศ์ๆ => Wallpaper Fan Art จักรๆวงศ์ๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 21, 2012, 10:47:25 PM

หัวข้อ: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 21, 2012, 10:47:25 PM
แบบว่าอาการอยากจิ้นพระนาง ละครจักรๆวงศ์ๆ ตามการแคสติ้งของตัวเอง ก็เลยตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา
เนื่องจากไม่มีเวลาทำ เลยไปขอร้องแกมบังคับให้พี่ bobenz ทำให้ คือ เจ้าหญิงนกกระจาบ จิ้น บอย แยม
และอีกเรื่อง มิติมหัศจรรย์ ซึ่งทำมาสวยถูกใจมาก แต่ภาพดังกล่าวรอให้พี่เค้ามาโพสเองกว่าอิอิ

ใครสนใจร่วมแจม ร่วมจิ้นคู่พระนาง  เชิญนะคะ  แอบเห็นน้องวีทำอีก 1 ภาพ เดี๋ยวรอให้น้องมาโพส 


นานะลองทำเล่นๆ ดู 1 ภาพ เลยเอามาเปิดกระทู้นี้ซะเลย

มิติมหัศจรรย์ 

บอย สพล  รับ บทพระอังคาร
เจมส์ เลอสรรค์  รับบท พระเสาร์
การ์ตูน กนกวรรณ รับบท ทิพย์อัปสร,ทิพย์มณี

(https://www.img.in.th/images/31081fc04e003d478291796cdb991f66.jpg)

 :icon_idea: :icon_idea: :icon_idea: :icon_idea:
หัวข้อ: Re: ภาพคู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 21, 2012, 11:32:33 PM
เปิดกระทู้แล้ว ประเดิมwallแรกสวยมากเลยครับ ^^
หัวข้อ: Re: ภาพคู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ ธันวาคม 21, 2012, 11:44:47 PM
อยากจิ้นบ้างอยากทำบ้างแต่เม้าท์ดันมาเสีย สงสัยต้องรอดูไปก่อน  :icon_rolleyes:
หัวข้อ: ภาพคู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ "มัทนะพาธา"
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 22, 2012, 02:11:06 AM
มัทนะพาธา ตำนานดอกกุหลาบ

สุเทษณ์ : สพล ชนวีร์
มัทนา : มินทร์ลดา เจริญทวีรัตน์
ชัยเสน : เจษฎา รุ่งสาคร
ศุภางค์ : วรนันท์ พร้อมมูล
จัณฑี : ปริษา ทนาวิวัฒน์

(http://upic.me/i/dw/2dzf2.jpg) (http://upic.me/show/42129970)

ไม่ได้จิ้นแค่พระนางแต่จิ้นทั้งเรื่อง ฮ่าๆๆ ทำมาแจมกับการเปิดกระทู้ใหม่ครับ
หัวข้อ: Re: ภาพคู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 22, 2012, 10:01:28 AM
สวยงามมากค่ะน้องวี พี่ๆน้องๆ คนอื่นๆใครสนใจก็เอาผลงานมาแชร์กันได้เลยที่กระทู้นี้นะคะ แม้ว่าพระนางที่เราจิ้นกันจะได้เป็ยละครจริงๆ
แต่มันก็ทำให้จินตการของเราสมหวังได้น้า อิอิ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ ธันวาคม 22, 2012, 02:05:18 PM
อิอิ มาเม้นต์ประเดิมให้กำลังใจด้วยคน รออีกหลายๆเรื่องนะคะ สู้ๆ><!! กันย์เป็นกองเชียร์+หนับหนุน :icon_neutral: :icon_neutral:

คิดถึงพี่เล็ก แอบเห็นพี่เล็กในละครเย็นช่องสามดั๊วะ หล่อเกินหน้าพระเอกอีกแล้ว ฮ่าๆๆ

ปล.พระเสาร์เจมส์รูปนี้ดูสวยนะ หุหุ

ปล.2พี่โบว์เบนซ์แอบซุ่มอยู่ในเฟสเอามาลงซะดีๆน้องๆอยากชม อิอิ^^ :icon_evil:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 22, 2012, 06:18:57 PM
ภาพจิ้นของนานะจัง จัดไป 2 เรื่อง ไม่ค่อยว่างลงนะคะ ขอรวบลงทีเดียวเลย
เจ้าหญิงนกกระจาบ บอย สพล  เป็น สรรพสิทธิ์  แยม เป็น สุวรรณเกสร

(http://upic.me/i/mx/b9yvk.jpg) (http://upic.me/show/42145472)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 22, 2012, 06:20:41 PM
มิติมหัศจรรย์ ก็จิ้นโดย นานะจังอีกภาพ
บอย  เป็น พระอังคาร   การ์ตูน เป็น ทิพย์อัปสร  เจมส์ เป็น พระเสาร์ ปล.ชื่อนางเอกผิดขอโทษด้วยนะคะ ไฟล์png ลบไปซะแล้ว

(http://upic.me/i/4k/s1so9.jpg) (http://upic.me/show/42145483)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 22, 2012, 06:21:20 PM
ส่วนภาพนี้ทำขั้นเวลาตอนทำภาพมิติมหัศจรรย์ไม่ได้ 555 นี่แหละที่มาของจิ้นนี้ บอยกับอุ๊ก็ยังไม่เคยเจอกัน จัดไปเต็มๆค่ะ
พระลักษณวงศ์   

(http://upic.me/i/fn/fmuua.jpg) (http://upic.me/show/42145503)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 22, 2012, 06:22:06 PM
ภาพนี้พี่จิ้นเองค่ะ ชอบมากมายทั้งเรื่องและนักแสดง อยากดูแล้วรอสามเศียรจัดให้อีกทีค่ะ แหะๆๆ มัดมือชกเค้าซะแล้ว
ลิลิตพระลอ
พระลอ เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์
พระเพื่อน นีน่า สุทัศสรณ์ สัจจะภูริภูมิ
พระแพง กุ๊กกิ๊ก กชกร ส่งแสงเติม

(http://upic.me/i/9r/y2q9s.jpg) (http://upic.me/show/42145594)

หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ ธันวาคม 22, 2012, 06:40:35 PM
ส่วนภาพนี้ทำขั้นเวลาตอนทำภาพมิติมหัศจรรย์ไม่ได้ 555 นี่แหละที่มาของจิ้นนี้ บอยกับอุ๊ก็ยังไม่เคยเจอกัน จัดไปเต็มๆค่ะ
พระลักษณวงศ์   

(http://upic.me/i/fn/fmuua.jpg) (http://upic.me/show/42145503)


กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด><!!
บอย+อุ๊ รูปนี้งามมากกกกกกกกกกกกกก ทั้งแสงสีองคืประกอบลงตัว สีพื้นสวยแจ่มจรัสซ่อนความหวานในตัวโดดเด่นด้วยฟร้อนแดง โหยยยยงามมมมเลิศค่ะ!!!>< กันย์ชอบบบบบบ :icon_evil: :icon_evil: :icon_evil:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 22, 2012, 07:01:35 PM
สวยทุกรูปเลยครับพี่โบเบนซ์ พระลอสีสันจัดจ้านมาก ชอบตรงพี่เปลี่ยนสีชุดนี่ล่ะครับ แปลกตาสวยดี
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ ธันวาคม 22, 2012, 07:04:50 PM
เปิดกระทู้ใหม่จนได้ ตามเจ้าหญิงนกกระจาบ ลักษณวงค์มาจากเฟสค่า  งามมากทุเรื่องเลย

อยากดูเรื่องลิลิตพระลอเหมือนกัน อ๊ากกกกจิ้นแตก :icon_frown:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 22, 2012, 08:17:01 PM
โปรเจ็คใหม่ ฮอทฮิทมากในขณะนี้
เห็นคอมเมนต์ใน fb กันกระจาย   
ทำสวยทุกคนเลยค่ะ  ได้อารมณ์สีสันภาพเข้ากับเรื่อง
มีการเปลี่ยนสีชุด  ทำให้ดูแปลกตาไปจากเดิมด้วย
ภาพเก่า เล่าใหม่ได้เรื่อยๆ

อย่าลืมนะ ทุกคน  ที่กาฬรหัสย์รีเควสไว้  รอๆๆ  :icon_neutral:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: Soulinda ที่ ธันวาคม 22, 2012, 09:24:48 PM
I love all of it!!! ;D ;D
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 22, 2012, 10:00:22 PM
ครึกครื้นนนนนนนนนนนนนนนน


 ???

วรรณคดี เรื่อง ไกรทอง จิ้น
ชาละวัน (บอย สพล)
ไกรทอง (เอ เอกราช)
ตะเภาแก้ว (นีน่า สุทัศสรณ์)
ตะเภาทอง (กุ๊กกิ๊ก กชกร)
วิมาลา (แยม รุ้งลดา)
เลื่อมลายวรรณ (อ้อม ประถมาภรณ์)


ขอขอบคุณภาพ นักแสดง จาก เว็บดีด้า และ พีวายเจคลับ ค่ะ

(http://image.ohozaa.com/i/07b/tGRXgA.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wxerf9isHsV9GLPe)

 :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 22, 2012, 10:33:10 PM
เอกุ๊กกิ๊กนีน่ามาอีกแล้ว สวยดีครับ เปลี่ยนสีชุดด้วย ผมเคยลองเปลี่ยนนะ แต่ไม่เนียนแบบที่พี่ๆทำเลย Y^Y
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 22, 2012, 10:48:35 PM
เอกุ๊กกิ๊กนีน่ามาอีกแล้ว สวยดีครับ เปลี่ยนสีชุดด้วย ผมเคยลองเปลี่ยนนะ แต่ไม่เนียนแบบที่พี่ๆทำเลย Y^Y

เอ่อ พี่ก็เปลี่ยนไม่เนียนนะขอบอก เวลาปรับ ค่า Hue มันต้องกรอกค่าเดียวกัน ถ้าตั้งใจจะให้เนียนจริงๆ ต้อง Selecttion ดีๆอ่ะ
พี่ก็รีบๆทำ เลยคัทออกมาไม่เนียนยิ่งรูป น้องเอ นี่ปรับยากมากอ่ะ ที่จะให้มันสีแดง แล้วพอ Select ชุดไป ปรับฟุ้งพอแก้ค่าสีมันเลยมีเงาๆติดมาเนื่องที่ปรับพชฟุ้งนี่แหละ
แต่ถ้าไม่ปรับ เวลาเปลี่ยนสีขอบมันจะแข็ง
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ ธันวาคม 23, 2012, 12:20:23 PM
จิ้นไกรทองคนเดียวกันเลย แล้วก็เจ้าหญิงพิกุลทอง(?)ด้วย :)

ชาละวันบอยนี่จะล่ำสู้ไกรทองไม่ได้นี่ดิ ฮ่าๆๆ สาวๆภรรยาไกรทองนี่แจ่มมากค่ะได้อยู่ๆพระนางคู่ขวัญคราวนี้ควบสอง^O^
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 23, 2012, 03:01:26 PM
ขอนอกเรื่อง.....หมั่นไส้ซิกแจจุงของพี่กันย์มากกกกกกกกกก ;)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 23, 2012, 06:54:12 PM
 :icon_mrgreen:  น้องกันย์หมายถึง ชาละวันพี่บอย  ควบ สองคนใช่เปล่า พิมพ์ผิดผ่านแล้วขนลุกอ่ะ

ปล.รู้สึกซิกพวกเรามันจะอลังการมากขึ้นเรื่อยๆ เนอะ ยาวเวอร์อ่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ ธันวาคม 23, 2012, 10:48:27 PM
:icon_mrgreen:  น้องกันย์หมายถึง ชาละวันพี่บอย  ควบ สองคนใช่เปล่า พิมพ์ผิดผ่านแล้วขนลุกอ่ะ

ปล.รู้สึกซิกพวกเรามันจะอลังการมากขึ้นเรื่อยๆ เนอะ ยาวเวอร์อ่ะ

เจอคำนี้เสียววาบเลยเหมือนกัน  อิอิ นึกว่ายังไม่มีใครเห็น เหอๆๆ

ไกรทอง พี่บอยอย่าโกดเค้านะ  เค้าจิ้นไวยกูรเป็นชาละวันอะ และอยากดูเรื่องไกรทองตั้งแต่เห็นจระเข้ไวยกูรแล้
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: lovely ที่ ธันวาคม 24, 2012, 02:49:46 PM
สวยจัง เห็นแล้วอยากให้เค้าแสดงจริงๆจัง
อยากเห็นเรื่องบัวแก้วบัวทองกับปลาบู่ทอง ยอพระกลิ่น มาลัยทอง สุวรรณหงส์ก็เจ๋งน่าสนใจ อิอิ :icon_idea: (พูดมากเกินไปแล้วเรา)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 25, 2012, 04:03:23 PM
ไกรทองค่ะ จิ้นกันไว้หลายคน แต่ที่อยากได้ออกนอกหน้าสุดคือน้องกันย์ ถือว่าจิ้นนี้เป็นของน้องกันย์นะคะ 555 ถึงนางเอกจะถูกเปลี่ยนตัวก็เถอะนะ แต่ภาพมันก็ออกมาดีใช่มะ
ไกรทอง : เอ เอกราช
ชาละวัน : ปอนด์ โอภาภูมิ
ตะเภาแก้ว : แนน วิจิตรา
ตะเภาทอง : อ้อม ตวงรัตน์

(http://upic.me/i/s0/o04d0.jpg) (http://upic.me/show/42231967)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 25, 2012, 04:04:06 PM
ผาแดงนางไอ่ จับคู่ฟิวส์กิตติวงศ์ กับตรี นันทรัตน์สักเรื่อง อยากให้นางเป็นสุวิญชาด้วยซ้ำไป
ท้าวผาแดง : ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
เจ้าหญิงไอ่คำ : ตรี นันทรัตน์ ชาวราษฏร์

(http://upic.me/i/6i/9k7z1.jpg) (http://upic.me/show/42232276)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ ธันวาคม 25, 2012, 04:04:49 PM
ประเดิมด้วยคู่จิ้นในตำนานกับ 2 คู่ขวัญ ยังไงก็อยากให้กลับมาเล่นคู่กันอยู่ดี ยิ่งเล่นเรื่องเดียวกันแบบเทพ 3 เพอร์เฟกมาก 555 ถึงความเป็นไปได้จะน้อยก็ยังอยากจะดูค่ะ จิ้นนี้เพื่อตัวเอง 5555
หลวิชัย : โฟน ฆธาวุธ
คาวี : เจมส์ เลอสรรค์
ศรีสุดา : แยม ธมลพรรณ
จันทร์สุดา : อ้อม ประถมาภรณ์

(http://upic.me/i/ky/hfytj.jpg) (http://upic.me/show/42232654)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 25, 2012, 08:19:49 PM
ตามเก็บรูปwallใหญ่ สวยมากเลยครับทั้งสองเรื่องเลย ขอเม้นอีกทีโฟนลุคนี้เหมาะกะหลวิชัยมาก!! ชอบๆ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 26, 2012, 12:41:59 AM
อุณรุท

อุณรุท : สพล ชลวีร์
อุษา : พัชรมัย สุขประเสริฐ
ศรีสุดา : นภิศา ป้อมเสน
นางกินรี : ตวงรัตน์ คะชะสะ
            มินท์ธิตา งามทรัพย์มณี
            ภัคจิรา เหลืองธีรนาท
            ปรียาพร ร่มเย็น
            ณัฐนิรันดร์ เศรษฐีธร

(http://upic.me/i/uq/g3ia5.jpg) (http://upic.me/show/42248564)

-อยากเปลี่ยนสีชุดเหมือนพี่ๆแต่ทำแล้วไม่สวยแบบพี่ๆเลย Y^Y
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: Soulinda ที่ ธันวาคม 26, 2012, 01:15:08 AM
ประเดิมด้วยคู่จิ้นในตำนานกับ 2 คู่ขวัญ ยังไงก็อยากให้กลับมาเล่นคู่กันอยู่ดี ยิ่งเล่นเรื่องเดียวกันแบบเทพ 3 เพอร์เฟกมาก 555 ถึงความเป็นไปได้จะน้อยก็ยังอยากจะดูค่ะ จิ้นนี้เพื่อตัวเอง 5555
หลวิชัย : โฟน ฆธาวุธ
คาวี : เจมส์ เลอสรรค์
ศรีสุดา : แยม ธมลพรรณ
จันทร์สุดา : อ้อม ประถมาภรณ์

(http://upic.me/i/ky/hfytj.jpg) (http://upic.me/show/42232654)


I very love this one!!! :o I wish they have another lakorn together, miss them so much
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 26, 2012, 10:08:04 AM
งามมาก ทุกภาพเลยขอบอก พี่โฟน นี่เหมาะเป็นคาวีจริงๆ อ่ะ 
อุณรุท ของน้องวีทืำพี่แทบละลาย แบบว่าเค้าแพ้ทางสีฟ้าอ่ะขอบอก  :o :o :o

หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ ธันวาคม 26, 2012, 07:04:14 PM
งดงามมากมายทุกรูปเรย เห็นแล้วฟินเว่อร์ รอดูเรื่องต่อไป

เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ^^ :o
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ ธันวาคม 26, 2012, 10:21:32 PM
อยากได้เรื่องน้ำใจแม่รีเมค แบบว่าพี่บอยเป็นมณี  :icon_neutral:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 26, 2012, 10:49:35 PM
โคบุตร
-จิ้นดารารุ่นใหม่บ้างครับ^^

โคบุตร : เอกราช กฤตสิริทิพย์
มณีสาคร : กชกร ส่งแสงเติม
อำพันมาลา : นันทรัตน์ ชาวราษฎร์
มณีกลีบสมุทร : ภคมน เจริญวโรดม

ขอบคุณรูปรีทัชพระนางสวยๆไม่มีอะไรคาดหน้าผากจากพี่นิคและพี่โบเบนซ์ด้วยครับ


(http://upic.me/i/zk/thvjq.jpg) (http://upic.me/show/42273628)

เรื่องย่อ......

วันนี้ผมมีวรรณคดีเรื่อง โคบุตร มาเล่าให้ฟัง (ที่ผมเอาความรู้มาโพสบ่อยๆ ก็เพราะว่า ผมเจอกับตัวเองมาเยอะ แบบครูสั่งให้ทำรายงาน แล้วหาตามเว็บไม่ค่อยเจอ หรือหายากมาก ผมก็เลยเอาขึ้นเว็บซะ เผื่อใครจะนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง)

           วรรณคดีเรื่อง โคบุตร เป็นนิทานเรื่องแรกที่สุนทรภู่แต่งขึ้น และยังเป็นนิทานเรื่องแรก ที่แต่งโดยคำกลอน ซึ่งก่อนหน้านั้น นิทานส่วนใหญ่จะแต่งเป็นร่ายบ้าง ลิลิตบ้าง
           สำหรับเรื่องโคบุตรนี้ เรื่องราวเริ่มต้นที่ พระอาทิตย์ ได้ลงมามีความสัมพันธ์กับเทพธิดาในดอกบัวจนเกิดโอรส ด้วยกฎแห่งสวรรค์ ทำให้พระอาทิตย์ไม่สามารถเลี้ยงดูโอรสได้ จึงได้นำโอรสน้อยมาฝากให้ราชสีห์สองผัวเมียช่วยเลี้ยงดู
           ราชสีห์สองผัวเมียเลี้ยงดูโอรสของพระอาทิตย์จนเจริญวัย จนวันหนึ่ง พระอาทิตย์ก็ได้ปรากฏองค์ขึ้น พร้อมกับพระราชทานนามให้โอรสน้อยว่า โคบุตร และยังได้มอบเครื่องทรงกับสร้อยสังวาล และลูกแก้ววิเศษที่ทำให้เหาะได้ให้พระโคบุตร
            พระอาทิตย์ได้ให้พระโคบุตรผู้เป็นโอรสออกท่องไปในโลกกว้างเพื่อหาเมืองเพื่อขึ้นปกครอง พระโคบุตรจึงออกเดินทางทันที โดยที่ราชสีห์ได้มอบผงยาวิเศษที่ใช้ชุบชีวิตคนขึ้นมาได้ให้พระโคบุตรด้วย
             พระโคบุตรออกเดินทางจนมาถึงสระบัวแห่งหนึ่ง ได้กับ เจ้าหญิงมณีสาคร กับพระอรุณกุมารผู้เป็นอนุชากำลังจะถูกยักษ์สี่ตนทำร้าย จึงได้เข้าไปช่วยและฆ่ายักษ์ทั้งสี่ตนตาย
             เจ้าหญิงมณีสาครได้เล่าว่า ตนและพระอนุชาเป็นโอรสและธิดาของ ท้าวพรหมทัต และพระนางปทุมทัศ แห่งนครพาราณสี แต่ได้มีปุโรหิตชั่วคนหนึ่ง สมคบคิดกับลูกชายโค่นล้มราชบัลลังก์และปลงพระชนม์ท้าวพรหมทัตกับพระนางปทุมทัศสิ้นพระชนม์ ส่วนตนและพระอรุณกุมารหนีออกมาได้ พระโคบุตรจึงได้อาสาที่กู้ราชบัลลังก์กลับคืนมาให้ นอกจากนี้ พระโคบุตรยังได้นำผงยาวิเศษที่ได้จากราชสีห์ชุบชีวิตยักษ์สี่ตนขึ้นมาเพื่อให้ช่วยในการนี้ด้วย
             พระโคบุตรกอบกู้ราชบัลลังก์แห่งเมืองพาราณสีกลับคืนมาได้สำเร็จ และชุบชีวิตท้าวพรหมทัตกับพระนางปทุมทัศขึ้นมา ทำให้ทั้งสองพระองค์ซึ้งในน้ำใจของพระโคบุตรยิ่งนัก จึงได้รับพระโคบุตรเป็นลูกบุญธรรม
             พระโคบุตรอาศัยในเมืองพาราณสีได้ปีกว่าๆ ก็ออกเดินทางอีกครั้ง โดยคราวนี้ พระอรุณกุมารได้ขอติดตามไปด้วย
             ทั้งสองออกได้เหาะข้ามทะเล และได้พบกับ ยักษ์หัสกัณฐ์มัจฉา ซึ่งเป็นยักษ์ครึ่งปลา มี ๒๐ มือ หมายจะทำร้าย จึงได้เกิดการต่อสู้กัน แต่พระโคบุตรไม่สามารถฆ่าหัสกัณฐ์มัจฉาได้ เทวดาจึงปรากฏกายขึ้น และบอกพระโคบุตรว่า หัสกัณฐ์มัจฉาเคยได้พรว่าต้องตายด้วยน้ำมือของสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น และในบริเวณไม่ไกลจากนั้น มีฝูงลิงอาศัยอยู่ ให้พระโคบุตรไปตามพญาลิงเผือกซึ่งเป็นจ่าฝูงมา
            พระโคบุตรไปตามพญาลิงเผือกมา และมอบแหวนวิเศษให้ พญาลิงเผือกจึงขว้างแหวนวิเศษนั้นใส่หัสกัณฐ์มัจฉา ถึงแก่ความตายทันที
            หลังจากนั้น พระโคบุตรและพระอรุณกุมารก็อาศัยอยู่กับฝูงลิงจนเติบโตเป็นหนุ่ม จึงลาฝูงลิงและออกเดินทางต่อ
            พระโคบุตรและพระอรุณกุมารออกเดินทางมาจนถึงเมืองกาหลง ของท้าวหลวิราช ซึ่งท้าวหลวิราชมีธิดานามว่า นางอำพันมาลา เลิศด้วยสิริโฉมยิ่งนัก พระโคบุตรหลงรักนางแต่แรกเห็น และได้พานางหนีออกมา
             พระโคบุตร นางอำพันมาลา และพระอรุณกุมารได้เดินทางกลับสู่เมืองพาราณสีอีกครั้ง ซึ่งท้าวพรหมทัต เตรียมจะยกราชบัลลังก์ให้แก่พระโคบุตร แต่พระโคบุตรกล่าวว่า ตนมิได้มีเชื้อสายแห่งนครพาราณสีแต่กำเนิด ราชบัลลังก์แห่งเมืองพาราณสีควรจะเป็นของพระอรุณกุมารมากกว่า
             พระอาทิตย์ผู้เป็นบิดาเห็นดังนั้น จึงได้สร้างเมืองใหม่ให้พระโคบุตรปกครอง ชื่อว่า เมืองปราการบรรพต โดยมีนางอำพันมาลา และนางมณีสาครเป็นมเหสีอยู่เคียงข้าง
             หลังจากอภิเษกสมรสแล้ว พระโคบุตรก็เอาแต่หลงใหลนางมณีสาคร จนนางอำพันมาลาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เกิดความอิจฉายิ่งนัก นางสร้อย ซึ่งเป็นนางรับใช้ของนางอำพันมาลาจึงได้ไปหา เถรกระอำ พระจอมขมังเวทย์ให้ช่วยทำเสน่ห์ให้พระโคบุตรหลงใหลนางอำพันมาลา และพิธีก็ได้ผล พระโคบุตรเอาแต่หลงใหลนางอำพันมาลาจนไม่สนใจกิจการงานเมือง
             จนกระทั่งความจริงปรากฏ พระโคบุตรก็ทรงกริ้วมาก และเนรเทศนางอำพันมาลาออกจากเมือง ซึ่งนางอำพันมาลาได้รอนแรมอยู่ในป่าจนสลบไป

          *เนื้อเรื่องของโคบุตรที่กรมศิลปากรชำระและพิมพ์เผยแพร่จบลงเพียงเท่านี้ แต่ได้มีผู้สืบค้นต่อไป และพบว่า สุนทรภู่ยังได้แต่งเรื่องโคบุตรต่อจากนั้นอีก

            หลังจากนางอำพันมาลาสลบอยู่กลางป่า ราชสีห์ที่เลี้ยงดูพระโคบุตรเมื่อครั้งเยาว์วัยมาพบเข้า จึงได้พาไปอาศัยอยู่ด้วยจนนางให้กำเนิดโอรสที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายพระโคบุตรยิ่งนัก ด้วยความสงสัย ราชสีห์จึงได้ถามจนทราบความว่าเรื่องมีที่มาอย่างไร ราชสีห์จึงพานางอำพันมาลาไปเข้าเฝ้าพระโคบุตรทันที
         เมื่อได้เห็นหน้าโอรสน้อย พระโคบุตรก็ใจอ่อน จึงรับนางอำพันมาลาซึ่งสำนึกผิดแล้วและพระโอรสกลับเข้ามาอยู่ในเมือง ซึ่งขณะนั้น นางมณีสาครเองก็มีโอรสน้อยเช่นกัน พระโคบุตรจึงตั้งชื่อโอรสอันเกิดจากนางมณีสาครว่า มณีสุริยัน และตั้งชื่อโอรสอันเกิดจากนางอำพันมาลาว่า อำพันสุริยา
        กล่าวถึง ตะวันยักษ์นาคา สหายของหัสกัณฐ์มัจฉา เกิดความแค้นที่พระโคบุตรสังหารสหายของตน จึงได้ส่ง นางมณีกลีบสมุทร ซึ่งเป็นธิดา ให้ไปจับตัวพระโคบุตรมาให้ตนสังหารเสีย ซึ่งนางมณีกลีบสมุทรได้แปลงกายเป็นสาวสวยเข้ามายั่วยวนจนพระโคบุตรหลงใหล
         วันเวลาผ่านไปจนนางมณีกลีบสมุทรตั้งครรภ์อ่อนๆ ก็นึกถึงหน้าที่บิดาของตนสั่งมาได้ จึงจับตัวพระโคบุตรไปให้ตะวันยักษ์นาคา แต่ก็ขอร้องให้บิดาไว้ชีวิตพระโคบุตรด้วย เพื่อเห็นแก่ลูกในท้องของตน ในที่สุด ตะวันยักษ์นาคาก็ใจอ่อน จึงยอมปล่อยพระโคบุตรไป
         พระโคบุตรและมเหสีทั้งสามจึงปกครองเมืองปราการบรรพตสงบสุขนับแต่นั้นมา

cr.http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1653022
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ ธันวาคม 27, 2012, 12:17:25 PM
มีแคสติ้งละครกันหลายเรื่องเชียว 
ทำสวยกันทั้งนั้นเลย และก็อยากให้เป็นอย่างที่จิ้นจริงๆ ด้วย
น้องวี เขียนนามสกุลตรีผิดปะค่ะ

วรรณคดีไทยมีอีกหลายเรื่อง  ทำกันมาให้ได้ยลเยอะๆ น้า  :)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 27, 2012, 12:46:48 PM
ผมหาชื่อตรีในgoogleครับพี่เค้าบอกพิมพ์แบบนี้ผมก็ก๊อปมาเลย ที่พิมพ์ตกหล่นคือเครติดรูป(พึ่งเห็น!)สามเศียร.om O{}O!!
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ ธันวาคม 27, 2012, 04:40:26 PM
 :o เริ่ดดดดดดดดดดดดดค่ะน้องวี แต่งภาพสวยชวนฝันมาก 

เห็ฯด้วยกับน้องเรนโบว์ นะอยากได้ได้น้ำใจแม่อ่ะ ใครเล่นก็ได้ อิอิ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ ธันวาคม 27, 2012, 06:08:24 PM
:o เริ่ดดดดดดดดดดดดดค่ะน้องวี แต่งภาพสวยชวนฝันมาก 

เห็ฯด้วยกับน้องเรนโบว์ นะอยากได้ได้น้ำใจแม่อ่ะ ใครเล่นก็ได้ อิอิ

เวลาดูไปก็คิดนักแสดงที่จิ้นไปอ่ะค่ะ เห็นพี่บอยตอนบทอังคาสแล้วคิดว่าพี่บอยเหมาะกับเป้นพี่มณีมากกก  :icon_confused:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ ธันวาคม 27, 2012, 09:07:20 PM
ไชยทัต

ไชยทัต : โอภาภูมิ รัชชารมย์
อุทุมพร : กชกร ส่งแสงเติม
สุพรรณทลิกา : ตวงรัตน์ คะชะสะ
วรจันทร์ : นภิศา ป้อมเสน

(http://upic.me/i/81/qhyoj.jpg) (http://upic.me/show/42300875)

เรื่องย่อ..........

พระไชยทัตเป็นโอรสของท้าวโกมลกับนางแก้วจิตราผู้ครองเมืองพรหมกุศนครเมื่อตอนเกิดมาก็มีศรวิเศษและม้าคู่บุญบารมีเกิดตามมาด้วย ต่อมาไชยทัตก็ได้อภิเษกกับนางสุพรรณทลิกาซึ่งเป็นธิดากษัตริย์ที่ท้าวโกมลได้เลือกไว้ให้ วันหนึ่งไชยทัตพานางสุพรรณทลิกาขี่ม้าชมอุทยาน พญายักษ์กระเวน ออกหาอาหารในป่า เห็นมนุษย์ก็คิดจับกินจึงแปลงเป็นกวางทองมาล่อให้ไชยทัตออกตาม จนพลัดกับเหล่าทหารเสนา ยักษ์กุเวรกลับคืนร่างเดิมแล้วไล่จับกิน พระไชยทัตหลบหนีเข้าไปซ่อนในโพรงไม้ด้วยความช่วยเหลือของรุกขเทวดา ยักษ์กุเวรครั้นหาไม่พบจึงจับม้ากินแล้วกลับไป

กล่าวถึงพระดาบสเก็บกุมารีน้อยได้จากผลมะเดื่อใหญ่ จึงนำมาเลี้ยงดูจนโตแล้วตั้งชื่อว่า นางอุทุมพรนางอยู่คอยปรนบัติอุปัฏฐากพระฤๅษี จนกระทั่งวันหนึ่งพญายักษ์คนธรรพ์ครองเมืองอินทปัทม์ ผ่านมาเห็นนางก็ชอบใจ จงได้มาสู่ขอกับพระฤๅษีแต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากพระฤๅษีได้ดูดวงชะตาแล้วนางอุทุมพรต้องเป็นชายาของกษัตริย์ไชยทัตเท่านั้น

จนกระทั่งพระไชยทัตรอนแรมมาในป่ามาถึงอาศรมพระฤๅษี ได้พบกับนางอุทุมพรแล้วได้นางเป็นชายาพระฤๅษีจึงทำพิธีวิวาห์ให้ ยักษ์คนธรรพ์ยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ จึงแปลงเป็นพระไชยทัตเข้ามาสวมรอยหานาง ขณะที่พระไชยทัตตัวจริงออกหาผลไม้ในป่า พระฤๅษีเสกมนต์ขัดขวางไว้ได้ทัน พญายักษ์จึงบันดาลให้หมอกคลุมไปทั่วแล้วอุ้มนางเหาะหนีไป พระไชยทัตจึงแผลงศรวิเศษเป็นตาข่ายเพชรกั้นไว้ พญายักษ์สู้ไม่ได้จึงต้องเหาะหนีไป

พระไชยทัตได้ติดตามไปจนพบกระดูกม้าซึ่งถูกยักษ์กระเวนจับกิน จึงเก็บมาให้พระดาบสชุบชีวิตให้ใหม่ และมีฤทธิ์มากกว่าเดิมเหาะเหินเดินอากาศได้ พระไชยทัตจึงอำลาพระฤๅษีแล้วพานางอุทุมพรกลับเมือง พระฤๅษีได้มอบของวิเศษเป็นน้ำมันชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นมอบติดตัวไป ระหว่างแวะพักหลับนอนกลางทาง ม้าวิเศษถูกพญายักษ์คนธรรพ์ลักไป พระไชยทัตออกติดตามม้าจึงพลัดพรากจากนางอุทุมพร ระหว่างทางนางยักษ์วาสันซึ่งเป็นมเหสีของยักษ์กระเวนออกมาเที่ยวป่าเห็นนางอุทุมพรกระเซอะกระเซิงจึงไม่คิดจับกิน กลับจับนางไปเป็นสาวใช้ซึ่งขณะนั้นนางกำลังตั้งครรภ์อยู่

พระไชยทัตออกติดตามม้ากลับมาไม่พบนางอุทุมพรจึงออกติดตาม พบยักษ์คนธรรพ์นอนสิ้นชีวิตอยู่ในป่าจึงใช้น้ำมันชุบขึ้นมา พญายักษ์ซาบซึ้งบุญคุณจึงยอมถวายตัวเป็นทาสรับใช้แล้วเล่าความจริงให้ฟังว่า ตนขี่ม้าเหาะข้ามเมืองของท้าวสนตรา ถูกยักษ์สนตราฆ่าตายแล้วแย่งเอาม้าไป แล้วทั้งสองจึงพากันออกติดตามไปจนถึงเมืองของท้าวสนตรา

พญายักษ์คนธรรพ์ออกอุบายชักนำให้พระไชยทัตลอบเข้าหานางวรจันทร์ซึ่งเป็นธิดาของยักษ์สนตรา จนได้นางเป็นชายา ความล่วงรู้ไปถึงท้าวสนตราก็โกรธกริ้วยิ่งนัก สั่งให้สุนธรน้องชายของนางวรจันทร์ไปตาม ก็แพ้พระไชยทัตกลับมา ท้าวสนตราจึงให้วาทีขุนยักษ์นำไพร่พลล้อมจับพระไชยทัตขังไว้ในกรงเหล็กรวมกับม้าของพระองค์ พญายักษ์คนธรรพ์ลอบเข้ามาฆ่าพลทหารยักษ์แล้วทำลายกรงเหล็กช่วยพระไชยทัตออกมาได้สำเร็จ พระไชยทัตต่อสู้กับยักษ์สนตราจนสามารถแผลงศรไปฆ่ายักษ์สนตราได้สำเร็จ แล้วจึงอภิเษกให้ยักษ์สุนธรซึ่งเป็นน้องชายของนางวรจันทร์ครองเมืองต่อไป พร้อมทั้งฝากนางวรจันทร์ไว้ ส่วนพระองค์พร้อมทั้งยักษ์คนธรรพ์และม้าก็ออกติดตามนางอุทุมพรต่อไป

ระหว่างทางก็พบกับยักษ์กระเวนนอนตายอยู่กลางป่า จึงชุบชีวิตให้ฟื้นแล้วไต่ถามได้ความว่านางวาสันส่งนางอุทุมพรไปอยู่ที่สวนขวาพญาครุฑเอานางกลับไปยังวิมานฉิมพลี ฝ่ายพญาครุฑก็ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้เพราะนางอธิษฐานขอให้เป็นกระเทย ไชยทัตจึงได้ออกติดตามแล้วฆ่าพญาครุฑเสีย

จากนั้นทั้งหมดก็พากันกลับเมืองพรหมกุศ ไชยทัตก็ฝากนางไว้กับพระมารดาและนางสุพรรณทลิกา ส่วนตนจะกลับไปรับนางวรจันทร์กลับมา นางสุพรรณทลิกามีจิตริษยานางอุทุมพร จึงกระทำทารุณนางต่าง ๆ นา ๆ ใช้ให้ทำงานหนักแล้วส่งไปอยู่กับตายายที่สวนขวา ครั้นทางอุทุมพรคลอดโอรส ก็สั่งให้นางกำนัลจับไปใส่หีบทิ้งน้ำ พร้อมทั้งกล่าวหาว่านางอุทุมพรคบชู้ พระฤๅษีซึ่งเป็นบิดาของนางอุทุมพรทราบด้วยญาณจึงมารับพระกุมารไปเลี้ยงตั้งชื่อให้ว่าไชยสุริวงศ์

พระไชยทัตเมื่อกลับมาถึงเมืองพร้อมกับนางวรจันทร์ และพระโอรสชื่อทรงภานุต แล้วพากันเข้าเฝ้าพระชนนี นางแก้วจิตราเมินหมางกับนางอุทุมพร นางอุทุมพรก็เข้าเฝ้าแล้วเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด นางแก้วจิตราจึงให้ตามนางสุพรรณทลิกามาซักถาม นางสุพรรณทลิกาไม่ยอมรับกลับเข้าตบตีนางอุทุมพร พระไชยทัตกริ้วจึงให้ลงโทษนางสุพรรณทลิกา นางสุพรรณคีรีซึ่งเป็นมารดาของนางสุพรรณทลิกาจึงให้หลวงชีสัทธามาทำเสน่ห์ถึง ๒ ครั้ง พระไชยทัตต้องคุณจนคลุ้มคลั่ง แต่นางแก้วจิตราเข้าแก้ได้ โดยให้วาทีขุนยักษ์เรียกรูปรอยที่หลวงชีสัทธาทำไว้มาทำลาย นางสุพรรณทลิกาไม่เห็นพระไชยทัตมาหาจึงทำพิธีอีก วาทีขุนยักษ์จึงเข้าแก้ไขโดยให้ยักษ์คนธรรพ์ไปห้ามรถพระอาทิตย์ไว้ไม่ให้ขึ้นสู่ขอบฟ้าก่อนพระไชยทัตฟื้น เพราะพระไชยทัตคือองค์นารายณ์อวตารมา และให้เก็บใบจักรนารายณ์มาเป็นยาแก้

เมื่อพระไชยทัตอาการเป็นปกติแล้ว ยักษ์คนธรรพ์ก็รับอาสาไปจับหลวงชีสัทธา พร้อมทั้งสมุนคือ เณรชัย และ เณรพร โดยมีการแปลงเป็นสัตว์ต่าง ๆ ไล่จับกันจนได้ตัว นางสุพรรณทลิกาไม่ยอมรับในเรื่องทำเสน่ห์ กลับกล่าวหานางอุทุมพรโดยมีพยานปรักปรำ นางอุทุมพรจึงขอพิสูจน์ความดีด้วยการลุยไฟเทวดาจึงพรมน้ำทิพย์รักษาไว้เพราะนางบริสุทธิ์ ส่วนนางสุพรรณทลิกาถูกไฟลวกจนปวดแสบปวดร้อน เมื่อความจริงปรากฏ ไชยทัตจึงให้ประหารชีวิตนางสุพรรณทลิกา หลวงชีสัทธา เณร และตายายที่บังคับนางอุทุมพรทำงานหนัก แต่นางอุทุมพรขอชีวิตไว้เนื่องจากนางสุพรรณทลิกาตั้งครรภ์จึงถูกลดโทษเพียงแค่เนรเทศออกจากเมืองไป เนื้อความตามต้นฉบับตัวเขียนจบลงเพียงเท่านี้

cr.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%95
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ ธันวาคม 28, 2012, 06:24:36 PM
ภาพจิ้นงามมากค่า กรี๊ดอีกครั้งชอบเจ้าหญิงนกกระจาบมากมาย ชอบพี่แยมพอมาเห็นเป็นนางวิมาลาแล้วก็ยิ่งกรี๊ดๆ ชอบจังเลยอ่าหลวิชัยคาวีก็ชอบมากๆเลยอ่า โอยๆๆๆ พี่บอยนี่เปลี่ยนเสื้อผ้าสีไหนก็หล่อเนอะ หุหุหุ  :icon_biggrin:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: Soulinda ที่ ธันวาคม 30, 2012, 12:07:27 AM
โคบุตร
-จิ้นดารารุ่นใหม่บ้างครับ^^

โคบุตร : เอกราช กฤตสิริทิพย์
มณีสาคร : กชกร ส่งแสงเติม
อำพันมาลา : นันทรัตน์ ชาวราษฎร์
มณีกลีบสมุทร : ภคมน เจริญวโรดม

ขอบคุณรูปรีทัชพระนางสวยๆไม่มีอะไรคาดหน้าผากจากพี่นิคและพี่โบเบนซ์ด้วยครับ


(http://upic.me/i/zk/thvjq.jpg) (http://upic.me/show/42273628)

เอกราช remain me of Porshe Saran with this picture
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: lovely ที่ ธันวาคม 30, 2012, 09:23:52 AM
ชอบจังค่ะ อยากเห็นเรื่องบัวแก้วบัวทองกับมาลัยทองจังค่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 02, 2013, 03:46:11 PM
จันทโครพ ว่าทำมุจลินทร์ยากแล้ว ทำภาพนี้ยากกว่า 555 ไม่รู้จะมืกซ์ยังไง มั่วๆไปแล้วกันอ่ะ เหอะๆๆ จิ้นนี้ของน้องนิค นานๆจะมาร่วมจิ้นด้วยกันสักที ขอบคุณนะคะ

จันทโครพ : ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
มุจลินทร์ : ฟ้า นภิศา ป้อมเสน
โมรา : อ้อม ตวงรัตน์ คะชะสะ

(http://upic.me/i/v7/qfl8t.jpg) (http://upic.me/show/42424889)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 02, 2013, 03:47:18 PM
กายเพชรกายสุวรรณ อยากให้รีเมคมากกกกกจำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วด้วย รู้แค่ตัวหลักของเรื่องและชื่อนางเอกจากเนื้อเพลง 555
กายเพชร : โฟน ฆธาวุธ ปิ่นทอง
กายสุวรรณ : ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
กายแก้ว : เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์
อำพันเรขา : มิน พีชญา วัฒนามนตรี

(http://upic.me/i/dn/4kdhh.jpg) (http://upic.me/show/42424942)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 02, 2013, 03:48:14 PM
พระไชยมงคล จิ้นนี้เพื่อกาฬรหัสย์นะ กำลังทำมินให้พอดี 55 ไม่รู้จะจิ้นเป็นใครเรื่องอะไร ขอมาก็จัดไป
พระไชยมงคล : บอย สพล ชนวีร์
เทพพนม : มิน พีชญา วัฒนามนตรี
สกุณี : โบว์ ภคมน เจริญวโรดม
ขินีนาถ : ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐ

(http://upic.me/i/rm/6ku6q.jpg) (http://upic.me/show/42424992)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 02, 2013, 10:31:18 PM
สวยงามมากทุกรูปเลยครับพี่โบเบนซ์ มินมาสองเรื่องงามมาก  :o พี่โบเบนซ์รีทัชเนียนสุดยอดมาก :icon_idea:
เสียดายเล่นปลาบู่ทองเรื่องเดียวก็ไปหลังข่าวซะแล้ว  :icon_biggrin:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 02, 2013, 10:33:18 PM
นางพญาไพร

ศิขรินทร์ : สพล ชนวีร์
วัสสิกา : อุษณียาภรณ์ ผลเจริญ
กาฬทูต : โอภาภูมิ รัชชารมย์
สุวรรณเลขา : มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์

-กว่าจะได้wallนี้มาเหมือนตัวเองเป็นผู้กำกับเลยนะครับสับเปลี่ยนดาราหลายคนเลยให้เข้ากับคาแรกเตอร์ในเรื่อง
-จิ้นนี้โดยพี่กาฬครับตอนแรกจะให้พี่แยมเป็นสุวรรณเลขาแต่รูปพี่แยมมีแต่หน้ายิ้มหวานทั้งนั้นเลย สุดท้ายมาลงตัวที่อุ๊ภาพนี้(ร้ายได้ใจมาก)

(http://upic.me/i/9x/6pyuu.jpg) (http://upic.me/show/42436872)

เรื่องย่อ...เล่าโดยพี่กาฬรหัสครับ(เล่าได้สนุกมากถึงจะรวบรัดแต่ก็ชวนติดตามจริงๆ หาอ่านเว็บไหนไม่ได้ก็มาอ่านจากเว็บเราเองนะครับ ^^)

กาฬทูตกับศิขรินทร์เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกัน กาฬทูตเป็นโอรสของอสูร ส่วนศิขรินทร์เป็นโอรสของกษัตริย์เมืองหนึ่ง
เมื่อเรียนจบ อาจารย์ก็ตั้งใจว่าจะมอบตรีศูลอาวุธวิเศษให้ศิขรินทร์เพราะรู้ว่ากาฬทูตเป็นคนชั่วจึงนัดแนะกับศิขรินทร์ว่าให้กลับบ้านเมืองไปแต่งงานกับคู่หมั้นก่อน แล้วค่อยกลับมาเอาตรีศูล เพราะเดี๋ยวกาฬทูตจะรู้แต่กาฬทูตก็รู้จนได้เมื่อศิขรินทร์กลับไปแล้ว ก็ชิงตรีศูลและขังอาจารย์ไว้ในตรีศูล ศิขรินทร์เดินทางไปเมืองของคู่หมั้น คือ พระธิดาสุวรรณเลขา ระหว่างทางเจอพวกเงาะป่าปล้นชิงขบวนศิขรินทร์ได้เจอกับวัสสิกา ธิดาของหัวหน้าพวกเงาะ ผิวพรรณ สวย ผิดไปจากเงาะพวกนั้น มีเพื่อนเป็นสัตว์ป่า เป็นจันทร์เจ้าขา และดาวเหนือ เลยจับมาเป็นตัวประกัน วัสสิกาก็พยศ กวนโทโส จนศิขรินทร์เดือดหลายครั้ง (สมบุกสมบันมาก) ศิขรินทร์ฉุดกระชากลากถูวัสสิกาหนีพวกเงาะจนหลงเข้าไปใน ถ้ำอาถรรพณ์ที่พวกเงาะกลัว เพราะมีสิงห์ทองอาศัยอยู่ วัสสิกาพยายามห้ามไม่ให้ศิขรินทร์เข้าไป แต่ศิขรินทร์ก็เข้าไปจนได้ และปราบสิงห์ทองมาเป็นพาหนะหัวหน้าเงาะโกรธมากที่ทำอะไรศิขรินทร์ไม่ได้ ซ้ำลูกสาวตนยังต้องติดตามศิขรินทร์ เพราะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ศิขรินทร์ต้องช่วยวัสสิกาให้รอดตาย ตามธรรมเนียมของพวกเงาะหากใครช่วยชีวิตตน จะต้องยอมเป็นคู่ครองของคนนั้นตลอดไป คราวนี้ศิขรินทร์ยิ่งสลัดวัสสิกาไม่หลุด เพราะนางดึงดันจะตามไปทุกที่ ศิขรินทร์จึงต้องพาวัสสิกาไปเมืองของสุวรรณเลขาด้วย เพราะ ความโผงผางแบบชาวป่า วัสสิกาบอกทุกคนว่าเป็นเมียศิขรินทร์ และเพราะรูปโฉมที่งดงามเกินชาวป่า ทำให้สุวรรณเลขาหึงหวง คอยหาทางกลั่นแกล้งและขับไล่วัสสิกาไป แต่วัสสิกาก็ไม่ยอมแพ้กาฬทูตชิงตรีศูลมาได้ ก็เดินทางมายังเผ่าของพวกเงาะ ซึ่งตนเคยได้หมั้นหมายกับวัสสิกาไว้ เมื่อรู้ว่าคู่หมั้นตนถูกชิงตัวไปก็ออกตามหาเพื่อชิงกลับมา จนไปถึงเมืองสุวรรณเลขา จึงแกล้งเข้าไปตีสนิทให้สุวรรณเลขาหลงเสน่ห์เพื่อแก้แค้นศิขรินทร์ ในขณะที่สุวรรณเลขากำลังแง่งอนศิขรินทร์จึงแกล้งทำสนิทสนมกับกาฬทูตประชด จึงโดนมนต์สะกดของกาฬทูต ศิขรินทร์สงสัยที่ตรีศูลมาอยู่กับกาฬทูต จึงกลับไปยังอาศรมอาจารย์ จึงได้รู้ว่ากาฬทูตเป็นศิษย์ล้างอาจารย์ จึงหาทางชิงตรีศูลกลับมา และหาทางปลดปล่อยอาจารย์ออกมา โดยมีวัสสิกาคอยช่วยเหลือความผิดแปลกไปจากพวกเงาะที่ตนอยู่มาตั้งแต่จำความได้ และการได้เข้ามาอยู่ในวังทำให้วัสสิกาสังเกตเห็นความแตกต่างในตัวเอง จึงพยายามตามหาความจริง จนได้รู้ว่าแท้จริงตนคือพระธิดาของกษัตริย์เมืองหนึ่งซึ่งเป็นเครือญาติกับ เมืองของสุวรรณเลขา และตนกับสุวรรณเลขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ในครั้งที่วัสสิกาแรกเกิด ขบวนเสด็จได้เดินทางกลับบ้านกลับเมืองผ่านเขตของพวกเงาะจึงถูกฆ่าตายทั้งหมด และนำวัสสิกาไปเลี้ยงเมื่อรู้ว่าวัสสิกาเป็นน้อง ความเกลียดชัง ความหึงหวงก็ไม่ได้ทำให้สุวรรณเลขากลับใจ ยังคิดแต่จะทำลายวัสสิกา ยิ่งทำให้ศิขรินทร์กับวัสสิกาผูกพันกันมากขึ้น
สุวรรณเลขาตกเป็นของกาฬ ทูต และตั้งครรภ์เชื้อสายอสูรอันมีฤทธิ์มาก จนกาฬทูตจะทำลายเชื้อสายของตนเองในร่างสุวรรณเลขา เพราะกลัวว่าลูกจะมาเป็นใหญ่เหนือตนศิขรินทร์ต้องถอดวิญญาณไปช่วยอาจารย์ และถูกขังไว้ทำให้กลับเข้าร่างไม่ได้ วัสสิกาต้องพยายามหาทางช่วยจนสามารถปราบกาฬทูตได้สำเร็จ
สุวรรณ เลขาเสียใจที่เลือกทางผิดและไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ จะอ้อนวอนศิขรินทร์ให้แต่งงานกับตน แต่เขาก็ยืนยันว่ารักวัสสิกาและตามไปง้องอนวัสสิกา
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: Soulinda ที่ มกราคม 02, 2013, 10:43:32 PM
I love all of it :o ;D ;D
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 02, 2013, 11:18:03 PM
เพิ่มเติมเรื่องย่อด้วยนะครับ

โคบุตร
-จิ้นดารารุ่นใหม่บ้างครับ^^

โคบุตร : เอกราช กฤตสิริทิพย์
มณีสาคร : กชกร ส่งแสงเติม
อำพันมาลา : นันทรัตน์ ชาวราษฎร์
มณีกลีบสมุทร : ภคมน เจริญวโรดม

ขอบคุณรูปรีทัชพระนางสวยๆไม่มีอะไรคาดหน้าผากจากพี่นิคและพี่โบเบนซ์ด้วยครับ


(http://upic.me/i/zk/thvjq.jpg) (http://upic.me/show/42273628)

เรื่องย่อ......

วันนี้ผมมีวรรณคดีเรื่อง โคบุตร มาเล่าให้ฟัง (ที่ผมเอาความรู้มาโพสบ่อยๆ ก็เพราะว่า ผมเจอกับตัวเองมาเยอะ แบบครูสั่งให้ทำรายงาน แล้วหาตามเว็บไม่ค่อยเจอ หรือหายากมาก ผมก็เลยเอาขึ้นเว็บซะ เผื่อใครจะนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง)

           วรรณคดีเรื่อง โคบุตร เป็นนิทานเรื่องแรกที่สุนทรภู่แต่งขึ้น และยังเป็นนิทานเรื่องแรก ที่แต่งโดยคำกลอน ซึ่งก่อนหน้านั้น นิทานส่วนใหญ่จะแต่งเป็นร่ายบ้าง ลิลิตบ้าง
           สำหรับเรื่องโคบุตรนี้ เรื่องราวเริ่มต้นที่ พระอาทิตย์ ได้ลงมามีความสัมพันธ์กับเทพธิดาในดอกบัวจนเกิดโอรส ด้วยกฎแห่งสวรรค์ ทำให้พระอาทิตย์ไม่สามารถเลี้ยงดูโอรสได้ จึงได้นำโอรสน้อยมาฝากให้ราชสีห์สองผัวเมียช่วยเลี้ยงดู
           ราชสีห์สองผัวเมียเลี้ยงดูโอรสของพระอาทิตย์จนเจริญวัย จนวันหนึ่ง พระอาทิตย์ก็ได้ปรากฏองค์ขึ้น พร้อมกับพระราชทานนามให้โอรสน้อยว่า โคบุตร และยังได้มอบเครื่องทรงกับสร้อยสังวาล และลูกแก้ววิเศษที่ทำให้เหาะได้ให้พระโคบุตร
            พระอาทิตย์ได้ให้พระโคบุตรผู้เป็นโอรสออกท่องไปในโลกกว้างเพื่อหาเมืองเพื่อขึ้นปกครอง พระโคบุตรจึงออกเดินทางทันที โดยที่ราชสีห์ได้มอบผงยาวิเศษที่ใช้ชุบชีวิตคนขึ้นมาได้ให้พระโคบุตรด้วย
             พระโคบุตรออกเดินทางจนมาถึงสระบัวแห่งหนึ่ง ได้กับ เจ้าหญิงมณีสาคร กับพระอรุณกุมารผู้เป็นอนุชากำลังจะถูกยักษ์สี่ตนทำร้าย จึงได้เข้าไปช่วยและฆ่ายักษ์ทั้งสี่ตนตาย
             เจ้าหญิงมณีสาครได้เล่าว่า ตนและพระอนุชาเป็นโอรสและธิดาของ ท้าวพรหมทัต และพระนางปทุมทัศ แห่งนครพาราณสี แต่ได้มีปุโรหิตชั่วคนหนึ่ง สมคบคิดกับลูกชายโค่นล้มราชบัลลังก์และปลงพระชนม์ท้าวพรหมทัตกับพระนางปทุมทัศสิ้นพระชนม์ ส่วนตนและพระอรุณกุมารหนีออกมาได้ พระโคบุตรจึงได้อาสาที่กู้ราชบัลลังก์กลับคืนมาให้ นอกจากนี้ พระโคบุตรยังได้นำผงยาวิเศษที่ได้จากราชสีห์ชุบชีวิตยักษ์สี่ตนขึ้นมาเพื่อให้ช่วยในการนี้ด้วย
             พระโคบุตรกอบกู้ราชบัลลังก์แห่งเมืองพาราณสีกลับคืนมาได้สำเร็จ และชุบชีวิตท้าวพรหมทัตกับพระนางปทุมทัศขึ้นมา ทำให้ทั้งสองพระองค์ซึ้งในน้ำใจของพระโคบุตรยิ่งนัก จึงได้รับพระโคบุตรเป็นลูกบุญธรรม
             พระโคบุตรอาศัยในเมืองพาราณสีได้ปีกว่าๆ ก็ออกเดินทางอีกครั้ง โดยคราวนี้ พระอรุณกุมารได้ขอติดตามไปด้วย
             ทั้งสองออกได้เหาะข้ามทะเล และได้พบกับ ยักษ์หัสกัณฐ์มัจฉา ซึ่งเป็นยักษ์ครึ่งปลา มี ๒๐ มือ หมายจะทำร้าย จึงได้เกิดการต่อสู้กัน แต่พระโคบุตรไม่สามารถฆ่าหัสกัณฐ์มัจฉาได้ เทวดาจึงปรากฏกายขึ้น และบอกพระโคบุตรว่า หัสกัณฐ์มัจฉาเคยได้พรว่าต้องตายด้วยน้ำมือของสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น และในบริเวณไม่ไกลจากนั้น มีฝูงลิงอาศัยอยู่ ให้พระโคบุตรไปตามพญาลิงเผือกซึ่งเป็นจ่าฝูงมา
            พระโคบุตรไปตามพญาลิงเผือกมา และมอบแหวนวิเศษให้ พญาลิงเผือกจึงขว้างแหวนวิเศษนั้นใส่หัสกัณฐ์มัจฉา ถึงแก่ความตายทันที
            หลังจากนั้น พระโคบุตรและพระอรุณกุมารก็อาศัยอยู่กับฝูงลิงจนเติบโตเป็นหนุ่ม จึงลาฝูงลิงและออกเดินทางต่อ
            พระโคบุตรและพระอรุณกุมารออกเดินทางมาจนถึงเมืองกาหลง ของท้าวหลวิราช ซึ่งท้าวหลวิราชมีธิดานามว่า นางอำพันมาลา เลิศด้วยสิริโฉมยิ่งนัก พระโคบุตรหลงรักนางแต่แรกเห็น และได้พานางหนีออกมา
             พระโคบุตร นางอำพันมาลา และพระอรุณกุมารได้เดินทางกลับสู่เมืองพาราณสีอีกครั้ง ซึ่งท้าวพรหมทัต เตรียมจะยกราชบัลลังก์ให้แก่พระโคบุตร แต่พระโคบุตรกล่าวว่า ตนมิได้มีเชื้อสายแห่งนครพาราณสีแต่กำเนิด ราชบัลลังก์แห่งเมืองพาราณสีควรจะเป็นของพระอรุณกุมารมากกว่า
             พระอาทิตย์ผู้เป็นบิดาเห็นดังนั้น จึงได้สร้างเมืองใหม่ให้พระโคบุตรปกครอง ชื่อว่า เมืองปราการบรรพต โดยมีนางอำพันมาลา และนางมณีสาครเป็นมเหสีอยู่เคียงข้าง
             หลังจากอภิเษกสมรสแล้ว พระโคบุตรก็เอาแต่หลงใหลนางมณีสาคร จนนางอำพันมาลาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เกิดความอิจฉายิ่งนัก นางสร้อย ซึ่งเป็นนางรับใช้ของนางอำพันมาลาจึงได้ไปหา เถรกระอำ พระจอมขมังเวทย์ให้ช่วยทำเสน่ห์ให้พระโคบุตรหลงใหลนางอำพันมาลา และพิธีก็ได้ผล พระโคบุตรเอาแต่หลงใหลนางอำพันมาลาจนไม่สนใจกิจการงานเมือง
             จนกระทั่งความจริงปรากฏ พระโคบุตรก็ทรงกริ้วมาก และเนรเทศนางอำพันมาลาออกจากเมือง ซึ่งนางอำพันมาลาได้รอนแรมอยู่ในป่าจนสลบไป

          *เนื้อเรื่องของโคบุตรที่กรมศิลปากรชำระและพิมพ์เผยแพร่จบลงเพียงเท่านี้ แต่ได้มีผู้สืบค้นต่อไป และพบว่า สุนทรภู่ยังได้แต่งเรื่องโคบุตรต่อจากนั้นอีก

            หลังจากนางอำพันมาลาสลบอยู่กลางป่า ราชสีห์ที่เลี้ยงดูพระโคบุตรเมื่อครั้งเยาว์วัยมาพบเข้า จึงได้พาไปอาศัยอยู่ด้วยจนนางให้กำเนิดโอรสที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายพระโคบุตรยิ่งนัก ด้วยความสงสัย ราชสีห์จึงได้ถามจนทราบความว่าเรื่องมีที่มาอย่างไร ราชสีห์จึงพานางอำพันมาลาไปเข้าเฝ้าพระโคบุตรทันที
         เมื่อได้เห็นหน้าโอรสน้อย พระโคบุตรก็ใจอ่อน จึงรับนางอำพันมาลาซึ่งสำนึกผิดแล้วและพระโอรสกลับเข้ามาอยู่ในเมือง ซึ่งขณะนั้น นางมณีสาครเองก็มีโอรสน้อยเช่นกัน พระโคบุตรจึงตั้งชื่อโอรสอันเกิดจากนางมณีสาครว่า มณีสุริยัน และตั้งชื่อโอรสอันเกิดจากนางอำพันมาลาว่า อำพันสุริยา
        กล่าวถึง ตะวันยักษ์นาคา สหายของหัสกัณฐ์มัจฉา เกิดความแค้นที่พระโคบุตรสังหารสหายของตน จึงได้ส่ง นางมณีกลีบสมุทร ซึ่งเป็นธิดา ให้ไปจับตัวพระโคบุตรมาให้ตนสังหารเสีย ซึ่งนางมณีกลีบสมุทรได้แปลงกายเป็นสาวสวยเข้ามายั่วยวนจนพระโคบุตรหลงใหล
         วันเวลาผ่านไปจนนางมณีกลีบสมุทรตั้งครรภ์อ่อนๆ ก็นึกถึงหน้าที่บิดาของตนสั่งมาได้ จึงจับตัวพระโคบุตรไปให้ตะวันยักษ์นาคา แต่ก็ขอร้องให้บิดาไว้ชีวิตพระโคบุตรด้วย เพื่อเห็นแก่ลูกในท้องของตน ในที่สุด ตะวันยักษ์นาคาก็ใจอ่อน จึงยอมปล่อยพระโคบุตรไป
         พระโคบุตรและมเหสีทั้งสามจึงปกครองเมืองปราการบรรพตสงบสุขนับแต่นั้นมา

cr.http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1653022
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 02, 2013, 11:19:16 PM
เพิ่มเติมเรื่องย่อด้วยนะครับ

ไชยทัต

ไชยทัต : โอภาภูมิ รัชชารมย์
อุทุมพร : กชกร ส่งแสงเติม
สุพรรณทลิกา : ตวงรัตน์ คะชะสะ
วรจันทร์ : นภิศา ป้อมเสน

(http://upic.me/i/81/qhyoj.jpg) (http://upic.me/show/42300875)

เรื่องย่อ..........

พระไชยทัตเป็นโอรสของท้าวโกมลกับนางแก้วจิตราผู้ครองเมืองพรหมกุศนครเมื่อตอนเกิดมาก็มีศรวิเศษและม้าคู่บุญบารมีเกิดตามมาด้วย ต่อมาไชยทัตก็ได้อภิเษกกับนางสุพรรณทลิกาซึ่งเป็นธิดากษัตริย์ที่ท้าวโกมลได้เลือกไว้ให้ วันหนึ่งไชยทัตพานางสุพรรณทลิกาขี่ม้าชมอุทยาน พญายักษ์กระเวน ออกหาอาหารในป่า เห็นมนุษย์ก็คิดจับกินจึงแปลงเป็นกวางทองมาล่อให้ไชยทัตออกตาม จนพลัดกับเหล่าทหารเสนา ยักษ์กุเวรกลับคืนร่างเดิมแล้วไล่จับกิน พระไชยทัตหลบหนีเข้าไปซ่อนในโพรงไม้ด้วยความช่วยเหลือของรุกขเทวดา ยักษ์กุเวรครั้นหาไม่พบจึงจับม้ากินแล้วกลับไป

กล่าวถึงพระดาบสเก็บกุมารีน้อยได้จากผลมะเดื่อใหญ่ จึงนำมาเลี้ยงดูจนโตแล้วตั้งชื่อว่า นางอุทุมพรนางอยู่คอยปรนบัติอุปัฏฐากพระฤๅษี จนกระทั่งวันหนึ่งพญายักษ์คนธรรพ์ครองเมืองอินทปัทม์ ผ่านมาเห็นนางก็ชอบใจ จงได้มาสู่ขอกับพระฤๅษีแต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากพระฤๅษีได้ดูดวงชะตาแล้วนางอุทุมพรต้องเป็นชายาของกษัตริย์ไชยทัตเท่านั้น

จนกระทั่งพระไชยทัตรอนแรมมาในป่ามาถึงอาศรมพระฤๅษี ได้พบกับนางอุทุมพรแล้วได้นางเป็นชายาพระฤๅษีจึงทำพิธีวิวาห์ให้ ยักษ์คนธรรพ์ยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ จึงแปลงเป็นพระไชยทัตเข้ามาสวมรอยหานาง ขณะที่พระไชยทัตตัวจริงออกหาผลไม้ในป่า พระฤๅษีเสกมนต์ขัดขวางไว้ได้ทัน พญายักษ์จึงบันดาลให้หมอกคลุมไปทั่วแล้วอุ้มนางเหาะหนีไป พระไชยทัตจึงแผลงศรวิเศษเป็นตาข่ายเพชรกั้นไว้ พญายักษ์สู้ไม่ได้จึงต้องเหาะหนีไป

พระไชยทัตได้ติดตามไปจนพบกระดูกม้าซึ่งถูกยักษ์กระเวนจับกิน จึงเก็บมาให้พระดาบสชุบชีวิตให้ใหม่ และมีฤทธิ์มากกว่าเดิมเหาะเหินเดินอากาศได้ พระไชยทัตจึงอำลาพระฤๅษีแล้วพานางอุทุมพรกลับเมือง พระฤๅษีได้มอบของวิเศษเป็นน้ำมันชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นมอบติดตัวไป ระหว่างแวะพักหลับนอนกลางทาง ม้าวิเศษถูกพญายักษ์คนธรรพ์ลักไป พระไชยทัตออกติดตามม้าจึงพลัดพรากจากนางอุทุมพร ระหว่างทางนางยักษ์วาสันซึ่งเป็นมเหสีของยักษ์กระเวนออกมาเที่ยวป่าเห็นนางอุทุมพรกระเซอะกระเซิงจึงไม่คิดจับกิน กลับจับนางไปเป็นสาวใช้ซึ่งขณะนั้นนางกำลังตั้งครรภ์อยู่

พระไชยทัตออกติดตามม้ากลับมาไม่พบนางอุทุมพรจึงออกติดตาม พบยักษ์คนธรรพ์นอนสิ้นชีวิตอยู่ในป่าจึงใช้น้ำมันชุบขึ้นมา พญายักษ์ซาบซึ้งบุญคุณจึงยอมถวายตัวเป็นทาสรับใช้แล้วเล่าความจริงให้ฟังว่า ตนขี่ม้าเหาะข้ามเมืองของท้าวสนตรา ถูกยักษ์สนตราฆ่าตายแล้วแย่งเอาม้าไป แล้วทั้งสองจึงพากันออกติดตามไปจนถึงเมืองของท้าวสนตรา

พญายักษ์คนธรรพ์ออกอุบายชักนำให้พระไชยทัตลอบเข้าหานางวรจันทร์ซึ่งเป็นธิดาของยักษ์สนตรา จนได้นางเป็นชายา ความล่วงรู้ไปถึงท้าวสนตราก็โกรธกริ้วยิ่งนัก สั่งให้สุนธรน้องชายของนางวรจันทร์ไปตาม ก็แพ้พระไชยทัตกลับมา ท้าวสนตราจึงให้วาทีขุนยักษ์นำไพร่พลล้อมจับพระไชยทัตขังไว้ในกรงเหล็กรวมกับม้าของพระองค์ พญายักษ์คนธรรพ์ลอบเข้ามาฆ่าพลทหารยักษ์แล้วทำลายกรงเหล็กช่วยพระไชยทัตออกมาได้สำเร็จ พระไชยทัตต่อสู้กับยักษ์สนตราจนสามารถแผลงศรไปฆ่ายักษ์สนตราได้สำเร็จ แล้วจึงอภิเษกให้ยักษ์สุนธรซึ่งเป็นน้องชายของนางวรจันทร์ครองเมืองต่อไป พร้อมทั้งฝากนางวรจันทร์ไว้ ส่วนพระองค์พร้อมทั้งยักษ์คนธรรพ์และม้าก็ออกติดตามนางอุทุมพรต่อไป

ระหว่างทางก็พบกับยักษ์กระเวนนอนตายอยู่กลางป่า จึงชุบชีวิตให้ฟื้นแล้วไต่ถามได้ความว่านางวาสันส่งนางอุทุมพรไปอยู่ที่สวนขวาพญาครุฑเอานางกลับไปยังวิมานฉิมพลี ฝ่ายพญาครุฑก็ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้เพราะนางอธิษฐานขอให้เป็นกระเทย ไชยทัตจึงได้ออกติดตามแล้วฆ่าพญาครุฑเสีย

จากนั้นทั้งหมดก็พากันกลับเมืองพรหมกุศ ไชยทัตก็ฝากนางไว้กับพระมารดาและนางสุพรรณทลิกา ส่วนตนจะกลับไปรับนางวรจันทร์กลับมา นางสุพรรณทลิกามีจิตริษยานางอุทุมพร จึงกระทำทารุณนางต่าง ๆ นา ๆ ใช้ให้ทำงานหนักแล้วส่งไปอยู่กับตายายที่สวนขวา ครั้นทางอุทุมพรคลอดโอรส ก็สั่งให้นางกำนัลจับไปใส่หีบทิ้งน้ำ พร้อมทั้งกล่าวหาว่านางอุทุมพรคบชู้ พระฤๅษีซึ่งเป็นบิดาของนางอุทุมพรทราบด้วยญาณจึงมารับพระกุมารไปเลี้ยงตั้งชื่อให้ว่าไชยสุริวงศ์

พระไชยทัตเมื่อกลับมาถึงเมืองพร้อมกับนางวรจันทร์ และพระโอรสชื่อทรงภานุต แล้วพากันเข้าเฝ้าพระชนนี นางแก้วจิตราเมินหมางกับนางอุทุมพร นางอุทุมพรก็เข้าเฝ้าแล้วเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด นางแก้วจิตราจึงให้ตามนางสุพรรณทลิกามาซักถาม นางสุพรรณทลิกาไม่ยอมรับกลับเข้าตบตีนางอุทุมพร พระไชยทัตกริ้วจึงให้ลงโทษนางสุพรรณทลิกา นางสุพรรณคีรีซึ่งเป็นมารดาของนางสุพรรณทลิกาจึงให้หลวงชีสัทธามาทำเสน่ห์ถึง ๒ ครั้ง พระไชยทัตต้องคุณจนคลุ้มคลั่ง แต่นางแก้วจิตราเข้าแก้ได้ โดยให้วาทีขุนยักษ์เรียกรูปรอยที่หลวงชีสัทธาทำไว้มาทำลาย นางสุพรรณทลิกาไม่เห็นพระไชยทัตมาหาจึงทำพิธีอีก วาทีขุนยักษ์จึงเข้าแก้ไขโดยให้ยักษ์คนธรรพ์ไปห้ามรถพระอาทิตย์ไว้ไม่ให้ขึ้นสู่ขอบฟ้าก่อนพระไชยทัตฟื้น เพราะพระไชยทัตคือองค์นารายณ์อวตารมา และให้เก็บใบจักรนารายณ์มาเป็นยาแก้

เมื่อพระไชยทัตอาการเป็นปกติแล้ว ยักษ์คนธรรพ์ก็รับอาสาไปจับหลวงชีสัทธา พร้อมทั้งสมุนคือ เณรชัย และ เณรพร โดยมีการแปลงเป็นสัตว์ต่าง ๆ ไล่จับกันจนได้ตัว นางสุพรรณทลิกาไม่ยอมรับในเรื่องทำเสน่ห์ กลับกล่าวหานางอุทุมพรโดยมีพยานปรักปรำ นางอุทุมพรจึงขอพิสูจน์ความดีด้วยการลุยไฟเทวดาจึงพรมน้ำทิพย์รักษาไว้เพราะนางบริสุทธิ์ ส่วนนางสุพรรณทลิกาถูกไฟลวกจนปวดแสบปวดร้อน เมื่อความจริงปรากฏ ไชยทัตจึงให้ประหารชีวิตนางสุพรรณทลิกา หลวงชีสัทธา เณร และตายายที่บังคับนางอุทุมพรทำงานหนัก แต่นางอุทุมพรขอชีวิตไว้เนื่องจากนางสุพรรณทลิกาตั้งครรภ์จึงถูกลดโทษเพียงแค่เนรเทศออกจากเมืองไป เนื้อความตามต้นฉบับตัวเขียนจบลงเพียงเท่านี้

cr.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%95
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 03, 2013, 08:05:23 AM
กายเพชรกายสุวรรณ กับพระไชยมงคลของพี่โบเบนซ์สวยมากค่ะ ชอบที่สุดคงจะเป็นจันทโครพ เพราะมุจลินทร์นี่ล่ะ สวยจังเลย ลายพญานาคนี่ทำไงหรอคะ ใช้bruch หรอ แต่ก็สวยและเนียนมากเลยชอบอ่า มินก็เนียนดีจัง ทำไมหนุทำแบบนี้ไม่ได้สักทีน้า? ช่างเถอะค่อยๆทำไปดีกว่า นางพญาไพรของวีเจ๋งดีนะเราชอบ หน่อยสวยจัง อุ๊เป็นตัวร้ายหรอ ฉีกบทสุดๆเลย มีการเพิ่มเติมเรื่องย่อด้วย ดีจัง เพราะบางทีก็สงสัยเนื้อเรื่องแต่พอเห็นาภาพพอได้อ่าน ช่วยเพิ่มความรู้เราอีกเยอะเลย ขอบคณนะคะที่ทำภาพแบบนี้มาให้จิ้น จินตนาการของเราเลยไกลออกไปอีก  :icon_eek:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 04, 2013, 09:34:04 AM
กายเพชรกายสุวรรณ กับพระไชยมงคลของพี่โบเบนซ์สวยมากค่ะ ชอบที่สุดคงจะเป็นจันทโครพ เพราะมุจลินทร์นี่ล่ะ สวยจังเลย ลายพญานาคนี่ทำไงหรอคะ ใช้bruch หรอ แต่ก็สวยและเนียนมากเลยชอบอ่า มินก็เนียนดีจัง ทำไมหนุทำแบบนี้ไม่ได้สักทีน้า? ช่างเถอะค่อยๆทำไปดีกว่า นางพญาไพรของวีเจ๋งดีนะเราชอบ หน่อยสวยจัง อุ๊เป็นตัวร้ายหรอ ฉีกบทสุดๆเลย มีการเพิ่มเติมเรื่องย่อด้วย ดีจัง เพราะบางทีก็สงสัยเนื้อเรื่องแต่พอเห็นาภาพพอได้อ่าน ช่วยเพิ่มความรู้เราอีกเยอะเลย ขอบคณนะคะที่ทำภาพแบบนี้มาให้จิ้น จินตนาการของเราเลยไกลออกไปอีก  :icon_eek:

ลายพญานาคที่ชุดมุจลินทร์นี่ไม่ได้ใช้บรัชค่ะ ใช้ลายพญานาคจริงๆนั่นแหละเอามาทับอีกที ลายพญานาคก็คือลายปูนปั้นค่ะ ตามบันไดวัดนั่นก็ใช้ได้ เลือกภาพที่เห็นเกล็ดชัดๆมาทำ ตัดมาให้พอดีกับเสื้อนางแบบ และลบส่วนเกินออกไปค่ะ จากนั่นก็ดึงลดความชัด ให้ซอฟท์ลงไป แค่นี้ก็เป็นชุดลายพญานาคแล้วค่ะ ส่วนภาพที่น้องบอกไม่เนียน พอดีไม่เห็นภาพเลยไม่รู้จะแนะนำอย่างไร แต่ภาพจะเนียนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนแหละค่ะน้องอัคนี เพราะตั้งแต่พี่หัดทำตอนแรก จนตอนนี้ก็ยังไม่หยุดทำภาพเลย จะเห็นพัฒนาการของตัวเองไปเรื่อยๆค่ะ กว่าจะมีคนชอบภาพเราและเป็นที่ยอมรับแบบนี้ก็ใช้เวลาฝึกฝนมานานค่ะ ตั้งแต่ช่วงบัวแก้วจักรกรดออนแอร์ปีไร นั่นแหละ ภาพนี่เกลื่อนบอร์ด 555 จะเยอะไปไหน ทำบ่อยๆก็จรู้เองค่ะ ตอนพี่ทำก็ไม่มีใครแนะนำอ่ะ ฝึกเองกว่าจะรู้ว่าทำอย่างไรจะสวยก็ตั้งนาน สู้ๆนะคะ
----------------------------------------------------------------------------------------------

มนต์นาคราช ละครเก่าปี 2533 จิ้นได้คู่นี้ลงตัวสุด
ไชยศิริ : อ้น รติพงษ์ ภู่มาลี
นิลวรรณา & ดาราวดี : มายด์ ปภัสร์ศมล ภวัฒน์กมลภัทร

(http://upic.me/i/7b/wbnad.jpg) (http://upic.me/show/42469477)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 04, 2013, 09:46:13 AM
เข้ามาเก็บwallใหญ่ครับ สวยมาก ดูชัดๆแล้วขาวกะดำต่างกันชัดเจนมาก สวยๆ ชอบ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 04, 2013, 11:40:12 AM
คลั่งอีกรอบกับพญานาคมายด์ จำได้ว่า ภาพชุดสีน้ำตาลนี่ตอนเป็นงูจงอางใช่ป่ะ บนหัวก็ไม่มีอะไรพี่ตัดพญานาคมาใส่หรอคะ แล้วตรงผมที่มันต้องขาดๆหายๆนี่ใช่บรัชป่ะคะ แต่สวยอ่ะ แนวๆชอบๆ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มกราคม 04, 2013, 02:19:27 PM
คืออออยากทำมั่งไรมั่ง><! มีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นมือใหม่ หุหุ
เอามาร่วมแจม^^ คือแบบอยากบอกว่า ยิ่งตัดภาพตรี ยิ่งหลงตรีง่ะ ผญ.คนนี้สวยหวานเกินไปแระ>////<!!!! น่าจะได้รับบทเด่นซักเรื่อง

(http://upic.me/i/fz/malaitongok.jpg)



หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 04, 2013, 06:53:18 PM
มนต์นาคราชภาพนี้ทำนี้ทำให้นานะอยากดูมากๆเลยอ่ะ เกิดไม่ทันเรื่องนี้ แบบอะไรที่มันเป็นเรื่องเกี่ยวฝาแฝดมักจะหวั่นไหวเสมอเลยอ่ะ 5555  :o


มาลัยทองภาพนี้งามมากอ่ะน้องกันย์ พี่ชอบ ฟอนท์แล้วก็สไตล์ ที่น้องกันย์เลือกมากเลยอ่ะ สวยมากกกกกกกกกกกกก วิ้ง ได้ใจมากอ่ะ
น้อง ตรีเธอสวยจริงๆ นั่นแหละ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 04, 2013, 09:31:54 PM
สวยมากเลยครับมาลัยทองภาพนี้ wall ใหญ่มากด้วย
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 04, 2013, 10:55:06 PM
ภาพที่พี่กันย์ทำมาสวยจังเลย ตรีหวานมากเลยค่ะ สีเหลืองทองทำให้เธอดูสดใสมาก
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 05, 2013, 11:37:05 AM
ภาพน้องกันย์สวยค่ะ ภาพใหญ่มากกก น้องตรีงามจริงๆ และก็เป็นคู่ขวัญกับฟิวส์ กิตติวงศ์นะ 555
------------------------------------------------------------------------------
เทพศิลป์อินทรจักร จิ้นนี้พระเอกหน้าละม้ายคล้ายกันนะ น่ารักทั้งพี่ทั้งน้องเลยอ่า
เทพศิลป์ : เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ
อินทรจักร : เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์
เทพมณฑา : อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
จันทรัตน์ : การ์ตูน ณัฐนิรันดร์ เศรษฐีฐร

(http://upic.me/i/ol/jm1e7.jpg) (http://upic.me/show/42498921)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ มกราคม 05, 2013, 12:58:34 PM
ถึงเวลามาสูบรูปงามๆแล้วค่ะ อยากบอกว่าสวยทุกรูปเลยค่ะ อยากทำบ้างจังเลยอ่ะ เห็นเค้าทำก็อยากทำบ้าง แต่ฝีมือไม่ถึง   ;D ;D
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 05, 2013, 02:00:40 PM
สวยอ่า เทพศิลป์อินทรจักรชอบจัง คู่ขวัญเลยนะเนี่ย เจมส์กะอ้อม หุหุ :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มกราคม 05, 2013, 08:55:17 PM
อวยตรีอีกซักรูปก่อนจะหายไปอีกนาน(?)^O^

จากรูปแรกเรียบๆ รูปนี้รกอย่างมาก (ก็ป่านิ^^"<<<ข้ออ้างชัดๆ!)

นั่งแปลงร่างเอโม่งป่าไปขำไป เหอๆๆ ทายซิ!กว่าจะแปลงได้เราต้องใช้กี่รูป? (ดูเฉลยท้ายรูปขี้เกียจรอเด๋วไม่มีคนตอบจะหน้าแหก=_=")^^

ปล.กันย์ชอบรูปไซส์นี้อ่า ใหญ่ไปหน่อยไม่ว่ากันนะ^^

(http://upic.me/i/79/mongpha19.jpg)
ปล.2แก้ไขรูปรวมถึงชื่อน้องเนยที่ตกพรไปตัวนึงแล้วนะคะ^^


สรุป!ร่างแปลงของโม่งป่าเอคือ 3 รูปคับป๋ม^^

(http://upic.me/i/qx/uuuuu.jpg)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 05, 2013, 09:05:54 PM
 ;D ;D ;D สามารถมากอ่ะน้องกันย์ จริงๆ ตอนเห็นรูปพี่โม่งป่าครั้งแรกในเฟซพี่ก็คิดว่าเป็นน้องเอ นะ แต่ก็แอบไม่แน่ใจ แบบว่าจมูกคล้ายกันมาก 555
เรื่องนี้คืออีกเรื่องในดวงใจเลยขอบอก พี่ชอบตอนพระเอกเป็นโม่งป่า มากกว่า ที่เป็น เจ้าชายซะอีกอ่ะ น้องเนยน่ารักมากมายอ่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 05, 2013, 09:36:33 PM
ภาพของพี่กันย์ภาพนี้สวยมากค่ะ พยายามมากเลยอ่ากว่าจะเป็นโม่งป่า ชอบจัง เมื่อไหร่จาได้ดูอีกน้า :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 05, 2013, 11:36:34 PM
โม่งป่าสวยมากครับ กว่าจะเป็นโม่งป่าเอได้ต้องใช้ถึง4รูปเลย พี่กันรีทัชเนียนมาก  :P
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 06, 2013, 10:34:41 PM
อ๊ายในที่สุดปอนด์เจ้าพี่ไวยกูรก็ได้เป็นชาละวันจนได้ เหมาะมากกกก

โม่งป่าพี่กันย์พยายามมาก ดันตรีกันสุดๆเลยนะคะ ชะก็ชอบตรีเหมือนกันน่ารัก

มนต์นาคราช อยากดูเรื่องนี้จัง

และหลายเรื่องที่คิดถึง นางพญาไพรแต่ก่อนชอบมากกกกจันทร์เจ้าขา  เทพศิลป์ฯ หลวิชัย

เรื่ออื่นๆก็เริ่ด เห็นแล้วอยากดูทุกเรื่องเลย

หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 07, 2013, 10:38:03 PM
วันนี้บอร์ดเงียบจังเลย

เห็นพี่ๆน้องๆทำภาพจิ้นกันสวยๆงามๆ ก็เลยอยากทำบ้างไรบ้าง

ดูที่สวยๆมาเยอะแล้วดูแบบสวยน้อยบ้างก็แล้วกัน อิอิ

น้องใหม่ต้องดันกันเยอะๆ หน่อย

พระรถ-เมรี ค่ะ

(http://i1117.photobucket.com/albums/k587/shaham1/Untitled-11copy_zps006edeb5.jpg)





หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 07, 2013, 11:13:07 PM
^
^
ดูโอเคแล้วนะครับ ให้อารมณ์พระรถเมรีมาก มีเปลี่ยนสีชุดด้วยสวยๆ ภาพพระรถภาพใหญ่น่าจะลบตรงตัวออกแล้วเบลนให้เหลือครึ่งตัวเท่าเมรีจะดูสมดุลกว่านี้นะครับ  :icon_idea:
สู้ๆ แล้วทำมาให้ดูอีกน้า ชอบจังหลายคนร่วมกันทำโปรเจ็คนี้  :icon_neutral:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 08, 2013, 10:36:06 AM
กนกนคร ทำนานเว่อร์ไปหน่อย 555 เห็นแบบนี้กว่าจะได้ก็จัดภาพกันนานโขอยู่ เป็นรางวัลตอบคำถามถูกนะคะ เอาซะยากด้วย แถมข้อแม้ก็เยอะอีกต่างหากจิ้นนี้กาฬรหัสย์ขอมานะคะ
อมรสิงห์ : โฟน ฆธาวุธ ปิ่นทอง
กนกเรขา : ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐ

(http://upic.me/i/87/6o1rn.jpg) (http://upic.me/show/42593676)

เรื่องย่อ กนกนคร วรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
พญากมลมิตร ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในหมู่คนธรรพ์
ได้นางอนุศยินีนางฟ้ารูปงามเป็นคู่ครอง ตามพรของพระอิศวร
กมลมิตรคุยโอ้อวดกับเพื่อนคนธรรพ์ถึงความงามของภรรยาของตนว่า
อาจยั่วตบะของฤษีตนหนึ่งได้ จึงถูกฤษีนั้นสาปลงมาเกิดในโลกมนุษย์
อนุศยินีเป็นธิดากษัตริย์เมืองอินทิราลัยได้นามว่า กนกเรขา
เมื่อเจริญวัยนางไม่พอใจชายใด แต่พระบิดารบเร้าจะให้มีคู่ครอง
ในที่สุดนางรับจะอภิเษกกับชายที่มาจากกนกนครตามนิมิตฝัน
พระบิดาจึงป่าวประกาศว่า ชายใดที่เคยเห็นกนกนครจะยกพระราชธิดาให้
กมลมิตรถูกสาปไปเกิดเป็นโอรสกษัตริย์ ทรงพระนามว่า อมรสิงห์
ไม่คิดมีคู่เช่นเดียวกับนางกนกเรขา
พระบิดากำลังเร่งรัดให้อภิเษกกับเจ้าหญิงองค์ใดองค์หนึ่ง
อมรสิงห์ขัดไม่ได้รับคำที่จะมีชายา แต่ต้องเป็นหญิงอย่างในนิมิตฝัน
พระบิดากริ้วจึงให้นำไปจองจำไว้ อมรสิงห์หนีไปได้
เดินทางไปถึงเมืองของนางกนกเรขา เข้าไปลวงนางว่าเคยเห็นกนกนคร
นางจับพิรุธได้จึงให้ขับไล่ไปเสีย อมรสิงห์เสียใจออกค้นหากนกนคร
ในที่สุดหงส์พาไปปล่อยไว้ในทะเล
ได้อาศัยปลาเป็นพาหนะไปสู่กนกนครอีกต่อหนึ่ง พบศพนางกนกเรขาที่เมืองนั้น
พอตื่นขึ้นอมรสิงห์รู้สึกตัวว่ากลับมาอยู่เมืองอินทิราลัย
ขออนุญาตเข้าไปเล่าเรื่องกนกนครให้นางกนกเรขาฟัง นางระลึกความหลังได้ว่า
อมรสิงห์เคยเป็นพระสามี แต่จะต้องพรากกันอีก
เมื่อครบสองครั้งแล้วจึงจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสุขสบายเช่นเดิม
หลังจากรำพึงถึงความหลังไม่นานนางก็เป็นลมดับชีพ
ฝ่ายอมรสิงห์เมื่อเห็นนางกนกเรขาสิ้นใจไปต่อหน้า
เสียใจซัดเซพเนจรไปสู่ป่า วิญญาณของนางกลับไปสู่ร่างที่กนกนคร
ร่างนั้นจึงฟื้นขึ้น นายพาณิชผู้หนึ่งมาพบเข้า
พานางไปขังไว้ในบ้านเพื่อเกลี้ยกล่อมให้เป็นภรรยา
พอดีพระราชาแห่งเมืองนั้น เสด็จมารับไปไว้ในวัง
พระมเหสีของพระราชาทราบความจึงช่วยให้นางหนีออกจากเมืองไปได้
ขณะเดินทางป่าถูกนางแทตย์ ปีศาจร้ายแกล้งหลอกหลอนตกใจจนสลบไป
เมื่อฟื้นขึ้นได้พบอมรสิงห์
ทั้งสองพ้นคำสาปพากันกลับขึ้นไปอยู่เมืองสวรรค์
เรื่องจบลงตอนพระอิศวรทรงทราบว่า กมลมิตรและนางอนุศยินีสิ้นบาปกรรม
ได้กลับไปสู่สวรรค์ ก็ทรงพระสรวล
ข้อคิดเห็น - ผู้ทรงนิพนธ์ตรัสไว้ในคำนำว่า เรื่อง
กนกนครนี้ได้เค้ามาจากเรื่อง "เมืองทอง" ในกถาสริตสาคร
ซึ่งพราหมณ์ชื่อโสมเทวแต่งไว้เป็นภาษาสันสกฤต และหนังสือ
ตริวิกรมาโธคาศรีะ
ซึ่งเป็นหนังสือสันสกฤตเช่นกันแต่ทรงดัดแปลงแก้ไขเสียใหม่
เนื่องจากต้นฉบับที่ทรงอ่านมิใช่ภาษาสันสกฤตโดยตรง
แปลเป็นอังกฤษไว้อีกต่อหนึ่ง เพราะฉะนั้น ความคิด ความเปรียบ เชิงความ
และสำนวน จึงอาจปนกันระหว่างไทย อินเดีย และฝรั่ง
พระนิพนธ์เรื่องนี้มิได้มุ่งให้เป็นบทละคร ถึงแม้จะมีคำ "เมื่อนั้น" หรือ
"บัดนั้น" ข้างหน้าบท กระบวนกลอนที่ทรงใช้ประณีตบรรจงเป็นพิเศษ
จึงต้องทรงบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่ และใช้ศัพท์ในความหมายผิดแผกไปจากธรรมดา
ทำให้อ่านเข้าใจได้ยากในบางตอน

ที่มา : http://onknow.blogspot.com/2010/02/blog-post_338.html
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 08, 2013, 11:16:11 AM
โม่งป่าน้องกันย์ สุดยอดมาก กว่าจะเป็นพี่โม่งเนี่ย แต่เป๊ะและน่ารักมากๆเลย

ภาพพระรถเมรีของชะ เปลี่ยนสีเนียนตาดีค่ะ ตัดเครื่องประดับก็เนียนดีไม่โดดไม่ลอย แต่เห็นด้วยกับวีนะคะ น่าจะลบช่วงตัวด้านล่างพระเอกออก
เอาครึ่งตัวเหมือนเมรีจะสวยกว่า ถ้ายังมีไฟล์ลบและแก้มาใหม่ก็จะดีจ้า 555 แต่ครีเอทดีแล้วค่ะ ตัดภาพก็ดีนะเนี่ย ลองแก้มานิดเดียว จะสวยมาก  :icon_idea:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 08, 2013, 12:08:17 PM
พระรถเอเมรีกุ๊กกิ๊ก ได้อารมณ์เศร้าจัง เลือกภาพไดรณ์จริงๆอ่ะ แต่พระรถดูไม่ค่อยสมดุลกะเมรีเท่าไหร่ แต่โดยรวมแล้วงามแล้วค่ะ
กนกนคร ไม่เคยดูแฮะแต่ดูจากเรื่องย่อแล้วพระเอกนางเอกมีอุปสรรคเยอะจริงๆ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 08, 2013, 12:43:59 PM
กนกนคร สวยค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ยังไม่เคยอ่าน ถ้าทำเป็นละครน่าติดตามมาก

พระรถเมรี ขอไปหาไฟล์ก่อนนะคะ :icon_exclaim:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ มกราคม 08, 2013, 08:15:38 PM
พระรถเมรี กรอบหน้าตัวนางแปลกๆค่ะ แล้วก็เห็นด้วยกับน้องวี เมรีน่าจเลื่อนลงมาอีกอ่ะ

กนกนครงามมาก ไม่เคยจิ้นคู่นี้เลยอ่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 08, 2013, 11:34:10 PM
แก้ไขมาแล้วนะคะ ลงที่เดิม ไม่รู้เป็นไงมั้งดีขึ้นหรืเปล่า

กรอบหน้าแต่งเพิ่มไปค่ะ ดูแปลกๆหรือคะ

  :icon_rolleyes:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 09, 2013, 07:52:19 AM
 :icon_confused: พระรถเมรีแก้ไขแล้วเวิร์คมากค่ะ หุหุหุ ความสมดุลเท่ากันแล้วล่ะ  :icon_idea:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 09, 2013, 03:35:57 PM
โสวัต ภาพนี้ยากเนอะ555 พระเอกถือพวงมาลัยมีที่มาด้วยนะคะ เดี๋ยวลงเรื่องย่อให้ในบอร์ดค่ะ
โสวัต : โฟน ฆธาวุธ ปิ่นทอง
ประทุมวดี : หน่อย อุษณียาภรณ์ ผลเจริญ
ศรีวรดี : น้ำผึ้ง ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์
ศุภลักษณ์ : แยม ทิชา ตันติประสุติ

(http://upic.me/i/c8/cnriz.jpg) (http://upic.me/show/42628499)

เรื่องโสวัตหรือโสวัตนางประทุม เป็นนิทานโบราณที่ได้รับคามนิยมในสังคมไทยสมัยอยุธยาสืบมาถึงสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น กวีไทยในอดีตนำเรื่องนี้มาประพันธ์เป็นบทละคร บทสำหรับเล่นหุ่นและคำกาพย์หรือกลอนสวด แม้เรื่องดังกล่าวจะไม่ปรากฏในปัญญาสชาดก แต่ในเอกสารสมุดไทยเรื่อง “โสวัตกลอนสวด” ระบุว่าเป็นเรื่องของพระโพธิสัตว์ จึงจัดเป็นชาดกอีกลักษณะหนึ่ง เรื่องย่อตามที่กล่าวในกลอนสวดสรุปได้ดังนี้

พระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์แห่งเมืองพรหมกุฎ มเหสีชื่อสุมณฑาเทวี ประสูติโอรสนามว่า โสวัตกุมาร ขณะที่กำลังทรงพระครรภ์นั้น นางม้าตัวหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ใต้ถุนปรางค์ปราสาทก็ตั้งท้องและตกลูกเป็นม้าอาชาไนยวันเดียวกับที่โสวัติประสูติ ยังมีนางฟ้าองค์หนึ่งจุติลงมาเกิดในดอกบัวใกล้อาศรมของพระดาบสที่ปาหิมพานต์ พระดาบสพบเข้าก็นำมาเลี้ยงเป็นธิดา ให้นามตามชาติกำเนิดว่า ประทุมวดี อยู่มาจนอายุย่างเข้ารุ่นสาว วันหนึ่งนางเก็บดอกไม้ร้อยกรองเป็นพวงมาลัย เสี่ยงไปตามสายธารใกล้อาศรมทั้งอธิษฐานว่า หากใครเป็นคู่ของนางขอให้มาลัยนี้ลอยไปคล้องข้อมือผู้นั้นไว้ วันนั้นโสวัตกุมารลงสรงสนานในแม่น้ำ พวงมาลัยของนางประทุมวดีก็ลอยเข้าสวมข้อพระกรไว้ โหรทำนายว่า หากพระองค์เสด็จไปทางทิศตะวันออกจะได้เจ้าของมาลัยเป็นคู่ครอง

(โสวัตพบนางประทุมวดี)

โสวัตกุมารสั่งให้เตรียมม้าอาชาไนยคู่บารมี ครั้นเสด็จประทับ ม้าก็โผนขึ้นบนอากาศ พาเหาะไปจนถึงอาศรมของพระดาบส ขณะนั้นพระดาบสไม่อยู่ โสวัตซุ่มดูอยู่พบนางประทุมวดีกำลังไกวชิงช้า ขับลำนำถึงมาลัยที่นางเสี่ยงไปตามสายน้ำ โสวัตจึงแสดงตนว่าเป็นผู้ได้มาลัยเสี่ยงทายของนางและติดตามมาจนพบเจ้าของ ทั้งสองฝากรักกันด้วยความเสน่หา

เมื่อพระดาบสกลับมาโสวัตกุมารก็ฝากตัวเป็นศิษย์ ขอศึกษาวิชาอยู่ที่อาศรมนั้น อยู่มาพระดาบสก็จัดการอภิเษกโสวัตกับนางประทุมวดีให้ครองคู่กัน เวลาล่วงไปจนนางประทุมวดีตั้งครรภ์อ่อนๆ ฝ่ายม้าอาชาไนยท่องเที่ยวไปตามลำพังจนถึงกรุงชนบทของท้าวจิตราสูรจึงถูกพญายักษ์เจ้าเมืองจับขังไว้ในกรงเหล็ก

(พรานป่ายิงโสวัตด้วยธนูพิษและบังคับให้นางประทุมวดีเดินทางไปกับตน)

วันหนึ่งโสวัตกับนางประทุมวดีเที่ยวแสดงหาผลไม้ในป่าไปถวายพระดาบส พรานป่านายหนึ่งเที่ยวล่าสัตว์ได้เห็นรูปนางประทุมวดีเข้า ก็ใคร่จะได้นางไปถวายพระราชาของตน จึงใช้ธนูพิษลอบยิงโสวัตจนสิ้นพระชนม์ แล้วบังคับให้นางประทุมวดีเดินทางไปกับตน เวลาล่วงไป ๑๕ วัน นางประทุมวดีทำอุบายให้พรานป่าวางใจแล้วใช้มีดทำร้ายจนพรานป่าถึงแก่ความตาย

นางประทุมวดีเดินป่าตามลำพังจนถึงริมฝั่งแม่น้ำใหญ่แห่งหนึ่ง มีนายสำเภาแล่นเรือมาพบเข้า เห็นนางมีรูปโฉมงดงามก็ใคร่จะได้นางเป็นภริยา จึงบังคับให้ลงเรือไปด้วย นางทำอุบายหลอกนายสำเภาลงเรือเล็กหนีไปได้
(พระดาบสพบโสวัตถูกทำร้าย)

ฝ่ายพระดาบสคอยทั้งสองอยู่ที่อาศรมจนค่ำ เห็นผิดสังเกตก็ออกตามหา พบโสวัตถูกทำร้ายสิ้นชีพอยู่เพียงผู้เดียว จึงชุบชีวิตให้ฟื้นขึ้นและให้รีบติดตามนางประทุมวดีไป โสวัตได้รับความช่วยเหลือและได้ข่าวม้าอาชาไนยจากนางเงือกน้ำ กระทั่งเดินทางไปถึงกรุงชนบทของท้าวจิตราสูรและลอบได้นางพี่เลี้ยงศรีวรดีกับนางศุภลักษณ์ธิดาของท้าวจิตราสูรเป็นชายา โสวัตอยู่กับนางได้ระยะหนึ่งก็ทำอุบายจนได้ม้าอาชาไนยคืนแล้วออกติดตามหานางประทุมวดีจนพบและกลับคืนยังบ้านเมือง

ที่มา http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=visutthisiri&date=25-07-2010&group=12&gblog=14
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 09, 2013, 03:45:34 PM
สวยมากครับ มีเรื่องย่อให้ด้วย  :icon_exclaim:

-บรัชกลีบบัวปลิวสวยมาก เห็นพี่ใช้หลายwallแล้ว สวยเป๊ะทุกwallเลย
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 09, 2013, 04:42:04 PM
สวยอ่า น่าจะทำเป็น Photo book นะคะ น่าสะสมมากอ่า
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 09, 2013, 09:35:23 PM
อุษา บารส
ท้าวบารส : วรนันท์ พร้อมมูล
อุษา : มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์
มเหสีของท้าวบารส : พัชรมัย สุขประเสริฐ
เทวดา : เลอสรรค์ คงเจริญ

(http://upic.me/i/il/xryxs.jpg) (http://upic.me/show/42638063)

ตำนานรัก "อุษา – บารส" ณ.อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
 
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ในเขต อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเกี่ยวกับอารยธรรมของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศคือมีหินทรายที่ถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลาเกิดรูปร่างแปลกตาในรูปทรงต่างๆ นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในการจัดแต่งกลุ่มก้อนหินให้มีลักษณะต่างๆ ซึ่งคนรุ่นเก่าสมัยก่อนได้นำมาผูกแต่งจินตนาการเป็นเรื่องราวให้สอดคล้องกับสถานที่ นั่นคือ ตำนานรักอุษา-บารส อันลือเลื่อง

พระยาพานผู้ครองเมืองพาน ได้นำธิดาแสนสวยชื่อ "นางอุษา" ไปฝากไว้กับฤาษี ในบริเวณป่าแถวภูพาน เพื่อให้นางอุษาได้ร่ำเรียนวิชา โดยสร้างหอคอยให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังคนเดียว ซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกว่า หอนางอุษา มีลักษณะเป็นเพิงหินรูปคล้ายดอกเห็ด ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 7 เมตร ตรงผนังหินด้านทิศเหนือของก้อนหินก้อนล่างมีภาพเขียนสีเป็นลายเส้นสีแดง  2-3 เส้น

ต่อมานางอุษาได้ร้อยดอกไม้เป็นรูปหงส์  พร้อมข้อความแสวงหาความรักลงในกลีบดอกไม้ อธิษฐานว่าใครที่จะเป็นคู่ครองของนาง ขอให้เก็บพวงมาลัยพวงนี้ได้และขอให้ได้พบกัน แล้วนำไปลอยน้ำ ปรากฏว่า "ท้าวบารส" โอรสแห่งเมืองพระโค  เป็นผู้เก็บได้และนึกรักใคร่นางอุษาทันที ได้ออกเดินทางรอนแรมไปตามป่าเขากับม้าคู่ใจ จนไปถึงที่อยู่ของนางอุษา ได้ผูกม้าไว้ที่เพิงหิน ซึ่งเรียกว่า คอกม้าท้าวบารส (มีภาพเขียนสีอยู่บนเพิงหินด้านทิศเหนือ)

เมื่อทั้งสองได้พบกัน ความรักก็เกิดขึ้น แต่เมื่อพระยาพานทราบข่าวก็โกรธมาก ได้ท้าพนันสร้างวัดแข่งกัน ภายในเวลาดาวประกายพรึกขึ้น หากฝ่ายใดสร้างเสร็จไม่ทันก็จะถูกตัดศีรษะ ฝ่ายท้าวบารสซึ่งมีแรงงานน้อยกว่า ได้คิดอุบายนำเทียนจุดสว่างไปตั้งอยู่บนปลายไม้เหนือยอดเขาฝ่ายพระยาพานเข้าใจผิดคิดว่าดาวประกายพรึกขึ้น จึงพากันหยุดสร้างขณะเดียวกันฝ่ายท้าวบารสก็เร่งสร้างจนเสร็จ เช้าขึ้นพอรู้ว่าวัดที่ตนเองสร้างไม่เสร็จ พระยาพานจึงถูกตัดศีรษะตามสัญญา

แต่พระยาพานก็สามารถฟื้นขึ้นมาใหม่ได้และเกิดการสู้รบกัน  ท้าวบารสได้สังหารพระยาพาน นางอุษาเศร้าโศกเสียใจมาก ที่ท้าวบารสฆ่าพ่อของตนเอง และเมื่อกลับไปเมืองพะโค ก็ถูกพระมเหสีทั้ง 10 ของท้าวบารสรังแกและออกอุบายให้ท้าวบารส ออกไปสะเดาะเคราะห์ในป่าเป็นเวลา 1 ปี  นางอุษาจึงหนีกลับไปที่หอนางอุษาด้วยความรู้สึกผิดหวังในความรักเกิดล้มป่วยเพราะตรอมใจ  กระทั่งเสียชีวิตไป ฝ่ายท้าวบารสทราบข่าวก็รีบมาหา  เห็นนางอุษาสิ้นชีวิตไป ก็ตรอมใจสิ้นตามนางไปอีกคน

จากตำนานรักอุษา-บารสนี้ ได้ปรากฏเป็นก้อนหินรูปร่างต่างๆ บริเวณภูพระบาท เช่น หอนาง อุษา คอกม้าท้าวบารส หีบศพนาง อุษา หีบศพท้าวบารส บ่อน้ำนางอุษา กี่นางอุษา และวัดพ่อตา วัดลูกเขย นอกเหนือจากนั้นยังมีภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ประดับอยู่ตามผนังเกือบทุกแห่ง

สำหรับผู้มาเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท นอกเหนือจะได้ชมความงามมหัศจรรย์ของหินรูปทรงต่างๆ แล้ว ยังมีที่เที่ยวอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงคือ พระพุทธบาทบัวบก พระพุทธบาทหลังเต่า พระพุทธบาทบัวบาน รวมถึงถ้ำและเพิงหินต่างๆ ให้ได้ชมกัน

และอีกหนึ่งตำนาน อุสา - บารส อำเภอบ้านผือ อุดรธานี

นานมาแล้ว.........มีเมืองหนึ่ง ชื่อว่า เมืองพานมีพระยาพานปกครองดูแล มีพระราชบุตรนามว่าท้าวพานนา และพระราชธิดานามว่านางสมัญญา วันหนึ่งพระยาพานได้เสด็จประพาสป่า ได้พบกับนางอุสา ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่าเอ็นดู จึงทรงขอนางอุสากับพระฤๅษีมาเลี้ยงเป็นลูกท้าวพานนาและนางสมัญญาก็รักนางอุสาดุจเดียวลูกในไส้ เมื่อนางอุสาเติมโตเป็นสาวรุ่นมีความงดงามจนเป็นที่เลืองลือไปทั่วทุกแคว้น

กล่าวฝ่าย พระยาไกลาสครองเมืองภูเงิน ทราบข่าวความงดงามของนางอุสาจึงใคร่อยากได้นางมาเป็นมเหสี จึงนำทองคำและเงินมาถวายพระยาพานเพื่อขอนางอุสาไปเป็นมเหสี แต่นางอุสา ปฏิเสธพระยาไกรลาส จึงกลับเมืองภูเงินไปอย่างผิดหวัง

กล่าวถึงท้าวบารสพระราชบุตรของพระยากิตติกรนารายณ์สี่มือเจ้าเมืองปะโคทรงโปรดปราน การเสด็จประพาสป่า  วันนั้นได้เสด็จออกประพาสป่า จนมาถึงไทรใหญ่ จึงได้หยุดพักผ่อน และสั่งให้ เสนาอำมาตย์ตั้งเครื่องเซ่นสังเวยเทวดาอารักษ์ทั้งหลายอย่างอุดมสมบูรณ์ เมื่อเทวดาอารักษ์ทั้งหลาย ได้รับเครื่องเซ่นไหว้แล้วก็พากันคิดตอบแทนน้ำใจ ของท้าวบารส คืนวันนั้นขณะที่ทุกคนรวมทั้งท้าวบารสกำลัง หลับพักผ่อนกันในป่าเทวดาได้อุ้มเอาท้าวบารสไปไว้ในหอของอุสา เมื่อทั้งสองได้พบกัน ก็มีความพอใจกัน อยู่ด้วยกันเป็นเวลา ๗ คืน ตกดึกของคืนวันที่ ๘ ขณะที่นางอุสาและท้าวบารสกำลังหลับสนิทอยู่นั้น เทวดาก็ได้มาอุ้มท้าวบารสกลับไปที่ต้นไทรใหญ่เหมือนเดิม เมื่อท้าวบารสตื่นขึ้นมาทรงคิดว่า ตนฝันไปและทรงคิดถึงนางอุสาตลอดเวลานึกตั้งคำถามว่า นางเป็นใครอยู่ที่ไหน และได้พาขบวน เสนาอำมาตย์กลับเมืองปะโค

กล่าวถึงนางอุสาเมื่อตื่นขึ้นไม่พบท้าวบารสก็ได้สอบถามกับเหล่านางสนมทั้งหลายแต่ไม่มีใครทราบ นางสมัญญาเห็นผิดสังเกตจึงถามความเป็นไปจากนางอุสา นางอุสาจึงได้เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง แต่นางก็ไม่รู้ว่าชายที่มาอยู่กับนางนั้นเป็นใคร อยู่ที่ไหน นางสมัญญารู้สึกเอ็นดู และสงสารนางอุสายิ่งนัก จึงอาสาวาดรูปกษัตริย์เมืองต่าง ๆ เอามาให้นางอุสาดู จนกระทั่งวาดมาถึงรูปของท้าวบารสพระราชบุตร แห่งเมืองปะโค นางอุสาเห็นแล้วดีใจมาก เมื่อทราบว่าท้าวบารสเป็นใคร อยู่ที่ไหน แล้วนางอุสา รีบเขียนสาสน์ไปถึงท้าวบารสทันที ท้าวบารสเมื่อได้รับสาสน์ของนางอุสา และรู้ว่านางเป็นใคร อยู่ที่ไหนรีบควบม้ามาหาทันทีเช่นกัน เมื่อทั้งสองได้พบกันอีกครั้งมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ท้าวบารส อยู่ที่หอนางอุสาร่วมหนึ่งเดือน ความทราบถึงพระยาพาน พระยาพานทรงพิโรธอย่างเป็นไฟทีเดียว รีบบึ่งไปจับตัวท้าวบารส โดยไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ ทั้งสิ้น แม้ท้าวบารสจะอ้อนวอนด้วยเหตุผลใด ๆไม่รับฟังและสั่งให้ท้าวบารสไปขังไว้ร้อนถึงพระฤาษีเมื่อรู้ด้วยญาณว่าท้าวบารสถูกคุมขังไว้จึงได้เดินทางจากป่าเข้าวัง ขอให้พระยาพานปล่อยท้าวบารสเสียแต่ไม่สำเร็จ จึงได้เดินทางไปบอก พระยากิติกรนารายณ์สี่มือเจ้าเมืองปะโคพระราชบิดาของท้าวบารส พระยากิติกรนารายณ์สี่มือมีสาสน์ ไปถึงพระยานพรานให้ปล่อยท้าวบารสกลับคืนเมืองปะโคเสีย มิฉะนั้นจะต้องทำศึกกัน พระยาพานไม่ยอมปล่อยท้าวบารสและยินดีที่จะทำศึกกับเมืองปะโค

การทำศึกระหว่างเมืองพานกับเมืองปะโคนั้นเป็นไป อย่างเข้มข้นเพราะเจ้าเมืองทั้งสองต่างมีอิทธิฤทธิ์ด้วยกันทั้งคู่แต่แล้วพระยาพานเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำถูกฆ่าตาย  ในสนามศึกครั้งนั้นนางอุสาได้ติดตามไปอยู่กับท้าวบารสที่เมืองปะโคแต่ต้องตรอมใจตลอดเวลา เพราะถูกนางสนมของท้าวบารสพูดและทำพฤติกรรมเสียดสีกระทั้กกระทั้น ต่างๆ นา ๆ ท้าวบารสไม่เอาใจใส่นางดั่งที่เคยอยู่กันที่หอนางอุสาได้รับความซอกช้ำใจมาก ในมี่สุดจึงตัดสินใจหนีกลับคืนเมืองพาน

เมื่อกลับถึงเมืองพาน นางอุสามีแต่ความคิดถึงท้าวบารสจนกินไม่ได้นอนไม่หลับจนล้มป่วยลง ท้าวพานนาและนางสมัญญาดูแลเอาใจใส่นางอุษา เป็นอย่างดีและรีบส่งข่าวไปบอกท้าวบารส เมื่อท้าวบารสทราบข่าวว่านางอุษาหนีกลับมาอยู่ที่เมืองพานและกำลังป่วยหนัก จึงรีบขวบม้ามาหาทันที แต่มาช้าไปเพราะนางอุษามีร่างกายซูบผอมลงไม่มีกำลังใจในการต่อสู้อีก ทั้งหัวใจบอบซ้ำ ในที่สุดนางอุษาก็ซ้ำใจตายท้าวพานนาและนางสมัญญา รู้สึกสะเทือนใจในการตายของนางอุษาจนสุดควบคุมจิตใจของตนเองได้ จึงขาดใจตามนางอุษาไปด้วย

เมื่อท้าวบารสมาถึงเมืองพานสามพี่น้องตายอยู่ด้วยกัน รู้สึกสำนึกผิดที่มีต่อนางอุษา พระยาพาน ท้าวพานนา นางสมัญญา และชาวเมืองพานทุกคนที่ตนทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ท้าวบารสเสียใจ เป็นที่สุดจึงล้มป่วยลง ขาดใจตายตามไปด้วยกันด้วยความรักที่ทุกคนมีต่อกัน อย่างบริสุทธิ์ จึงเป็นบุญให้ดวงวิญญาณไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์

(http://upic.me/i/di/gk814.jpg) (http://upic.me/show/4697184)

cr.http://www.amulet.in.th/forums/view_topic.php?t=466
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 09, 2013, 10:10:20 PM
บอร์ดเรานี้ดีจริงๆ ได้ชมภาพสวยๆแถมความรูมาอีก ได้ทั้งอาหารตา และอาหารสมอง จริงๆ

พี่โบว์เบนซ์กะวีใจตรงกันเลย นางในดอกบัวทั้งคู่ (เออนึกถึงยาสีฟันดอกบัวคู่ซะงั้น เกี่ยวไรด้วยอ่ะ เพ้อไปแล้วช้านนนน) เออ กลับเขาเรื่องดีกว่า

เจ้าชายโสวัตกะพวงมาลัยโอ้  :o  ชอบบรัชกลีบบัวนี่เหมือนกันงามมมม

ท้าวบารสก็น่าจะถือพวงมาลัยเหมือนกันอะตามเนื้อเรื่อง วีอย่างกะโพสเตอร์หนังเลย (วรนันท์ พบ มิณทร์ลดา ร่วมด้วย...ฯ)

งามทั้งสองภาพเลยจร้า
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 09, 2013, 10:30:08 PM
โว่วๆๆๆ เนื้อเรื่องสนุกอ่า เศร้าด้วย พาลให้นึกถึงมะเมี๊ยะเลย มีคนจะทำให้ก็ดีนะคะ เศร้าแบบนี้ชอบจัง ขอบคุณวีกะพี่โบเบนซ์มากเลยอ่า ที่ทำภาพมาให้ดูชม เห็นแล้วเจริญตาและเพลิดเพลินใจจริงๆจ้า :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 10, 2013, 01:19:21 PM
บอร์ดเรานี้ดีจริงๆ ได้ชมภาพสวยๆแถมความรูมาอีก ได้ทั้งอาหารตา และอาหารสมอง จริงๆ

พี่โบว์เบนซ์กะวีใจตรงกันเลย นางในดอกบัวทั้งคู่ (เออนึกถึงยาสีฟันดอกบัวคู่ซะงั้น เกี่ยวไรด้วยอ่ะ เพ้อไปแล้วช้านนนน) เออ กลับเขาเรื่องดีกว่า

เจ้าชายโสวัตกะพวงมาลัยโอ้  :o  ชอบบรัชกลีบบัวนี่เหมือนกันงามมมม

ท้าวบารสก็น่าจะถือพวงมาลัยเหมือนกันอะตามเนื้อเรื่อง วีอย่างกะโพสเตอร์หนังเลย (วรนันท์ พบ มิณทร์ลดา ร่วมด้วย...ฯ)

งามทั้งสองภาพเลยจร้า

ของผมเป็นมาลัยลอยน้ำรูปหงส์นะครับ ในwallก็มีไม่รู้สังเกตุเห็นกันเปล่า  :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 10, 2013, 07:58:06 PM
อิลราช...แบบไทยๆค่ะ ความจริงมันจะเป็นแนวแขกๆนะคะ แต่เราไม่มีวัตถุดิบภาพมาทำ และนางเอกจักรๆวงศ์ๆแทบหาชุดแขกไม่ได้เลย ทำแบบไทยมาแทน เป็นรางวัลตอบถูก จิ้นนี้ของน้องวีค่ะ
อิลราช : บอย สพล ชนวีร์
อิลา : บี มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์
พระพุธ : เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ
พระอิศวร : หนึ่ง มาฬิศร์ เชยโสภณ
พระอุมาเทวี : หน่อย อุษณียาภรณ์ ผลเจริญ

(http://upic.me/i/on/xyf79.jpg) (http://upic.me/show/42662702)

เนื้อเรื่อง

ในนครพลหิกา มีกษัตริย์ครองนคร ทรงพระนามว่า ท้าวอิลราช เป็นกษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม วันหนึ่งในวสันตฤดู ทรงออกป่าล่าสัตว์พร้อมบริวาร จนถึงตำบลที่กำเนิดของพระขันทกุมาร

ในเวลานั้น พระอิศวรกำลังล้อเล่นกับพระอุมา ชายา ทรงจำแลงกายเป็นสตรี และบันดาลให้ทุกสิ่งในนั้นเป็นสตรีทั้งหมด ครั้นเมื่อท้าวอิลราชและข้าราชบริพารผ่านเข้าไปในป่าดังกล่าว ก็กลายเป็นสตรีไปทั้งหมด

ครั้นเมื่อท้าวอิลราชกลายเป็นสตรี ก็ตกใจ ทูลขออภัยจากพระอิศวร พระอิศวรไม่ทรงยอม แต่พระอุมาเทวีประทานพรให้กึ่งหนึ่ง คือเป็นบุรุษและสตรีสลับกันไปเดือนละเพศ เมื่อเป็นบุรุษ ชื่อ อิราช เมื่อเป็นสตรี ชื่อนางอิลา

เมื่อถึงเดือนที่เป็นสตรี นางอิลาและบริวารสตรีพากันไปเที่ยวเล่นในป่า และเผอิญพบกับพระพุธ ที่กำลังบำเพ็ญตบะในป่า นางอิลาได้อยู่เป็นชายาของพระพุธ จนครบเดือน เมื่อเป็นบุรุษ ก็ลืมความเป็นไปในภาคสตรีเพศ และเป็นเช่นนี้กระทั่งเก้าเดือน นางอิลาก็ให้ประสูติกุมารองค์หนึ่ง พระพุธให้นามว่า ปุรุรพ

เมื่อท้าวอิลราชคืนมาเป็นบุรุษ พระพุธเห็นใจ จึงประชุมมหาฤษีเพื่อหาทางแก้ไขคำสาปให้แก่ท้าวอิลราช ในที่สุดที่ประชุมตกลงทำพิธีอัศวเมธ ทำให้ท้าวอิลราชคืนมาเป็นเพศบุรุษอีกครั้ง

คำประพันธ์

อิลราชคำฉันท์ แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทฉันท์ ประกอบด้วยฉันท์ชนิดต่างๆ 15 ชนิด เป็นกาพย์ 2 ชนิด คือ กาพย์ฉบัง และกาพย์สุรางคนางค์ ฉันท์ในเรื่องนี้ ได้แก่ กมลฉันท์, โตฏกฉันท์, ภุชงคประยาตฉันท์, มาณวกฉันท์, มาลินีฉันท์, วสันตดิลกฉันท์, สัททุลวิกกีฬิตฉันท์, สัทธราฉันท์, สาลินีฉันท์, อินทรวิเชียรฉันท์, อินทวงศ์ฉันท์, อีทิสังฉันท์, อุปชาติฉันท์, อุปัฏฐิตาฉันท์ และ อุเปนทรวิเชียรฉันท์

บางตอนจากอิลราชคำฉันท์
วสันตดิลก

เรืองรองพระมนทิรพิจิตร..........กลพิศพิมานบน
ก่องแก้วและกาญจนระคน........รุจิเรขอลงกรณ์

ช่อฟ้าก็เฟื้อยกลจะฟัด.............ดลฟากทิฆัมพร
บราลีพิไลพิศบวร...................นภศูลสร้างลอย

เชิงบัทม์พระบัญชรเขบ็จ..........มุขเด็จก็พราวพลอย
เพดานก็ดารกพะพรอย............พิศเพียงนภาพพลาม

สิงหาสน์จรูญจตุรมุข...............บมิแผกพิมานงาม
พื้นภาพอำพนพิพิธตาม............ตะละเนื่องพนังนอง


ฉบัง

คล่ำคล่ำส่ำรถอลง-.................กตแก้วกำกง
ประกอบกนกแนมงอน

ริ้วริ้วทิวธงสลอน.....................ลิ่วลิ่วเล็งงอน
ก็เงื้อมสง่าโง้งงาม

ครึกครื้นตื้นไพรไต่ตาม............พ้นพนาราม
บรรลุณแหล่งพลหินท์


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สิริโสรวารสวัสดิ์ - มานมนัสจรัสสิริ ที่มาอ่านค่ะ

ที่มา http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=10-2009&date=23&group=23&gblog=13
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 10, 2013, 08:30:32 PM
สวยงามอลังการงานสร้างทุกภาพเลยค่ะ วรรณคดีหลายๆเรื่องไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ พอทำภาพจิ้นมาลงแล้วอยากดู ทุกเรื่องเลยขอบอก
เสียดายไม่มีทุนสร้าง ไม่งั้นคงทำทุกเรื่องที่ทำมาจิ้นเลย 555
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 11, 2013, 10:10:42 AM
หุหุ นางอิลา สวยจังเลย ถ้าทำเป็นphotobookก็ดีนะ จะได้เก็บไว้ให้ลูกดี แล้วก็มีเรื่องย่อด้วย ชอบอ่า  :icon_evil:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 11, 2013, 10:37:15 PM
งามค่ะ

ตอนแรกยังสงสัยว่าทำไมพระนางชื่อคล้ายกัน ที่แท้ก็เป็นคนๆเดียวกัน

อ่านเนื้อเรื่องคิดถึงเรืองพิมมาลาเลยค่ะ น่าจะแยกร่างเป็นสองคนอ่ะ เป็นงี่ลูกจะเรียกใครว่าแม่ละ (แก่ยุงไรด้วย คิดจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องเค้าซะงั้น)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 12, 2013, 01:26:06 AM
บอร์ดเรานี้ดีจริงๆ ได้ชมภาพสวยๆแถมความรูมาอีก ได้ทั้งอาหารตา และอาหารสมอง จริงๆ

พี่โบว์เบนซ์กะวีใจตรงกันเลย นางในดอกบัวทั้งคู่ (เออนึกถึงยาสีฟันดอกบัวคู่ซะงั้น เกี่ยวไรด้วยอ่ะ เพ้อไปแล้วช้านนนน) เออ กลับเขาเรื่องดีกว่า

เจ้าชายโสวัตกะพวงมาลัยโอ้  :o  ชอบบรัชกลีบบัวนี่เหมือนกันงามมมม

ท้าวบารสก็น่าจะถือพวงมาลัยเหมือนกันอะตามเนื้อเรื่อง วีอย่างกะโพสเตอร์หนังเลย (วรนันท์ พบ มิณทร์ลดา ร่วมด้วย...ฯ)

งามทั้งสองภาพเลยจร้า

ของผมเป็นมาลัยลอยน้ำรูปหงส์นะครับ ในwallก็มีไม่รู้สังเกตุเห็นกันเปล่า  :icon_question:

พี่เห็นทแต่มองไม่ออกว่าเป็นมาลัย  :icon_surprised:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 12, 2013, 01:32:49 AM
โดนน้องวีไซโคให้ทำเลยเกิดอาการคันไม้คันมือ   :icon_idea: (คราวนี้มือหงิกเลย เพราะนั่งตัดทั้งวัน)

เรื่องนี้เคยคิดเล่นๆ แต่ไม่คิดจะทำเอง  แต่พอคิดจะทำ กำลังเลือกเรื่องอยู่ ภาพก็ผุดขึ้นมาว่าต้องวางองค์ประกอบอย่างนี้ๆ นะ
ตอนแรกก็เลือกภาพไว้เฉยๆ กะว่างเมื่อไหร่ค่อยทำ กลายเป็นว่าวันรุ่งขึ้น นั่งตัดภาพอย่างเมามันส์งานการไม่ทำ
วันแรกเสร็จ แต่วันที่ 2 แก้ เก็บรายละเอียด แต่ก็ได้เท่าที่เห็นเนี่ยแหละ หมดปัญญาแล้ว 55555 หาที่ยัดเครดิตไม่ลงด้วย

เริ่มจากภาพแรก


(http://i833.photobucket.com/albums/zz255/esthermars/Image%20lakorn/image_zps26c573ef.jpg)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 12, 2013, 01:34:41 AM
ต่อมาเป็นรุ่นลูก (ตั้งใจจะเติมคิ้วยักษ์ให้เห็นชัดๆ นะ แต่หาบรัชไม่เจอ) :icon_redface:

(http://i833.photobucket.com/albums/zz255/esthermars/Image%20lakorn/image_zpsdec0c3b6.jpg)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 12, 2013, 01:37:25 AM
และรูปนี้ ทางฝั่งสาวๆ เมืองลังกาบ้าง
รูปนี้ก็เหมือนกัน  จะรีทัชให้ออกแนวยุโรป แต่พอเริ่มทำของฟ้า ปรากฏว่าเละมาก คนต่อไปคงไม่รอด เพราะงั้น เอาแบบออริจินัลแล้วกันนะ ด้วยหน้าลูกครึ่งพอได้อยู่  :icon_smile:


(http://i833.photobucket.com/albums/zz255/esthermars/Image%20lakorn/image_zpsf30208e0.jpg)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 12, 2013, 01:46:34 AM
และรูปสุดท้าย......
ทั้งสามรูปข้างบน ครีเอทมาเพื่อภาพนี้โดยเฉพาะ
เป็นภาพที่ยากที่สุดตั้งแต่เคยทำมา กว่าจะพยายามตัดให้มาเรียงต่อกันเป็นพาโนรามาได้ (ถึงจะไม่เนียนก็เหอะ :icon_twisted: แต่ก่อนใส่บรัชเนียนกว่านี้นะ)


รติพงษ์ ภู่มาลี - พระอภัยมณี
พัชรมัย สุขประเสริฐ - สุวรรณมาลี
แอน มิตรชัย - ผีเสื้อสมุทร     
มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์ - นางเงือก (จันทวดีพันปีหลวง)
ฆธาวุธ ปิ่นทอง - ศรีสุวรรณ     
ธมลพรรณ ภานุชิตพุทธิวงศ์ - เกษรา
มนิชญา จริยธาราสิทธิ์ - วาลี
โอภาภูมิ รัชชารมย์ - สินสมุทร
เอกราช กฤตศิริทิพย์ - สุดสาคร
ปภัสร์ศมล ภวัฒน์กมลภัทร - อรุณรัศมี
วิจิตรา ฉายสุวรรณ - เสาวคนธ์
วรรธนศม เมฆสุวรรณ - อุศเรน
ปริษา ธนาวิวัฒน์ - ละเวงวัณฬา
นภิศา ป้อมเสน - รัมภาสะหรี
สุทัศน์สร สัจจะภูริภูมิ - ยุพาผกา
กชกร ส่งแสงเติม - สุลาลีวัน
(ตอนแรก พยายามหาที่แทรก นางวาลีกับอุศเรนให้ลง แต่ไม่สำเร็จ พี่กันย์บอกว่าไม่จริง มันต้องแทรกได้ไปทำมา ไม่งั้นตรงรอยต่อระหว่างภาพ 2 กับ 3 จะโหว่ เลยต้องพยายามแทรกมาจนได้)
 :icon_rolleyes:

(http://i833.photobucket.com/albums/zz255/esthermars/Image%20lakorn/image_zps593f303e.jpg)


โหลดภาพขนาดเต็มที่นี่ค่ะ

http://i833.photobucket.com/albums/zz255/esthermars/Image%20lakorn/image_zps4fee0aa9.jpg



เรื่องย่อพระอภัยมณีhttp://rungfa.chs.ac.th/apaistory.htm

เนื้อเรื่องตอนที่ 1 การผจญภัยของพระอภัยมณี

พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเป็นโอรสของท้าวสุทัศน์และปทุมเกสร กษัตริย์ผู้ครองเมืองรัตนา เจ้าชายทั้งสองได้ออกเดินทางจาก
บ้านเมืองเพื่อเรียนไสยศาสตร์ และเสาะหาของวิเศษจากทิศาปาโมกข์ตามคำสั่งของบิดา แต่พระอภัยมณีกลับเลือกเรียนวิชา
ดนตรีคือการเป่าปี่ได้เป็นเอก มีอานุภาพโน้มน้าวจิตในคนหรือประหารผู้ฟังได้ตามใจปรารถนา ส่วนศรีสุวรรณเรียนวิชากระบี่กระบอง
จนเป็นเลิศ เมื่อกลับมาถึงบ้านเมือง ท้าวสุทัศน์โกรธมากที่โอรสไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและโดยที่ไม่ได้พิจารณาคุณค่าของสิ่งที่โอรสเรียนมา
พระองค์ได้ตรัสในทำนองว่าน่าจะไล่ออกจากเมือง พระอภัยมณีและศรีสุวรรณน้อยใจจึงชวนกันออกจากเมืองไป


ทั้งสองพระองค์เดินทางด้นดั้นมาจนถึงริมฝั่งทะเล ได้พบพราหมณ์หนุ่มน้อยสามคน มีโมรา ผู้ชำนาญในการผูกหญ้าเป็นสำเภายนต์
ท่องทะเล วิเชียร ผู้สามารถยิงธนูได้คราวละ 7 ลูก และสานน ผู้สามารถเรียกลมฝนได้ตามใจปรารถนา เมื่อพราหมณ์ทราบปัญหาของกษัตริย์ทั้งสองแล้ว เกิดสงสัยในวิชาเป่าปี่ของของพระอภัยมณีว่ามีคุณค่าอย่างไร พระอภัยมณีเป่าปี่ให้ฟัง พราหมณ์ทั้งสามรวมทั้งศรีสุวรรณได้ฟังก็เคลิ้มหลับใหลไป ระหว่างนั้น นางผีเสื้อสมุทร ซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ทะเลได้ผ่านมาเห็น
พระอภัยมณีนั่งเป่าปี่อยู่ ก็นึกรัก จึงอุ้มพาไปไว้ในถ้ำ แปลงตนเป็นหญิงสาวคอยปรนนิบัติ พระอภัยมณีดูดวงตาก็รู้ว่ามิใช่มนุษย์
แต่ก็จำทนต้องอยู่กินกับนางผีเสื้อสมุทร จนมีลูกชื่อว่าสินสมุทร


ฝ่ายศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามคน เมื่อตื่นขึ้นมาไม่เห็นพระอภัยมณีก็ออกติดตามจนพลัดหลงไปยังเมืองรมจักร ศรีสุวรรณปลอมตัวเป็นพราหมณ์เข้าเมือง จนได้พบนางเกษราธิดาของท้าวทศวงศ์เจ้าเมือง เกิดความรักต่อกัน ขณะนั้นเมืองรมจักรกำลังประสบปัญหาคือ ท้าวอุเทนกษัตริย์เมืองชวามาสู่ขอนางเกษรา ท้าวทศวงศ์ไม่ยอมยกให้ เพราะเห็นว่าเป็นกษัตริย์ต่างชาติ ต่างศาสนา ท้าวอุเทนยกกองทัพมาตีเมืองรมจักร ศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสาม
อาสาสู้ศึกจนได้ชัยชนะ ศรีสุวรรณได้อภิเษกกับนาง เกษรา ได้ครองเมืองรมจักรและต่อมามีธิดานามว่า อรุณรัศมี


ด้านพระอภัยมณี ได้โอกาสหนีนางผีเสื้อสมุทร โดยอาศัยลูกคือสินสมุทร ทั้งนี้เพราะสินสมุทรเมื่ออายุได้ 8 ปี เป็นคนมีพละกำลัง มีอำนาจ มีความสามารถเหมือนแม่ ได้เปิดหินปากถ้ำออกไปเที่ยวเล่น พบเงือกก็จับมาให้พระอภัยมณีดู พระอภัยมณีจึงวางแผนหนี
ร่วมกับนางเงือกซึ่งอาสาจะช่วยเหลือ หลังจากออกอุบายให้นางผีเสื้อสมุทรไปจำศีลสะเดาะเคราะห์แล้ว พระอภัยมณีและสินสมุทร
ก็หนีนางผีเสื้อสมุทรมุ่งตรงไปยังเกาะแก้วพิสดารซึ่งมีพระโยคีผู้วิเศษพำนักอยู่ โดยพระอภัยมณีอาศัยผลัดขี่หลังเงือกพ่อ แม่ และ
ลูกสาว ว่ายน้ำได้กันได้ห้าคืน นางผีเสื้อสมุทรกับมาถึงถ้ำรู้เรื่องก็ตามมาทัน จับเงือกพ่อ เงือกแม่กินเสีย พระอภัยมณีขี่หลัง
เงือกลูกสาวต่อไป โดยมีสินสมุทรต่อสู้กับผีเสื้อสมุทรถ่วงเวลาไว้ ในที่สุดพระอภัยมณี นางเงือก และสินสมุทรสามารถขึ้น
เกาะแก้วพิสดารได้ นางผีเสื้อสมุทรไม่สามารถติดตามต่อไปได้ เพราะอำนาจมนต์ของพระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดาร และขณะที่พักอาศัยอยู่กับพระโยคี พระอภัยมณีก็ได้นางเงือกเป็นเมีย ต่อมาพระอภัยมณีและสินสมุนทรได้บวชเป็นฤาษี ได้สนิทสนมกับคนเรือแตกหลายชาติหลายภาษา ซึ่งอาศัยใบบุญของพระโยคีด้วยกัน


เนื้อเรื่องตอนที่ 2 การเดินทางของนางสุวรรณมาลี
กล่าวถึงเมืองผลึก มีท้าวสิลราชเป็นกษัตริย์ปกครอง มีธิดาชื่อว่านางสุวรรณมาลี ซึ่งได้หมั้นหมายไว้กับอุศเรน โอรสของกษัตริย์ฝรั่งเมืองลังกา วันหนึ่งนางสุวรรณมาลีฝันว่า ต้องระเหเร่ร่อนอยู่กลางทะเล พลัดพรากจากบ้านเมือง โหรจึงแนะนำให้สะเดาะเคราะห์โดยการออกท่องเที่ยวทะเล ระหว่างการเดินทาง เรือโดนพายุหลงทิศทาง ไปจนถึงเกาะแก้วพิสดาร ท้าวสิลราชและนางสุวรรณมาลีได้ขึ้นเฝ้าพระโยคี และได้พบกับพระอภัยมณี


เมื่อซ่อมแซมเรือและได้เสบียงอาหารแล้ว ท้าวสิลราชก็พระโยคีกลับเมือง พระอภัยมณี สินสมุทร และพวกเรือแตกทั้งหลายก็อาศัยเดินทางไปด้วย ระหว่างการเดินทาง ถึงแม้จะรู้ว่านางสุวรรณมาลีมีคู่หมั้นอยู่แล้ว พระอภัยมณีก็ยังเกี้ยวนาง โดยอาศัยสินสมุทรเป็นสื่อรัก สินสมุทรกับนางสุวรรณมาลีสนิทสนมกันมาก สินสมุทรเรียกนางว่าแม่ เมื่อนางผีเสื้อสมุทรซึ่งวนเวียนคอยพระอภัยมณีอยู่ทำให้เรือแตก สินสมุทรก็อุ้มนางสุวรรณมาลีว่ายน้ำไป จนกระทั่งถึงเกาะและปลอดภัย ท้าวสิลราชสูญหายไปพร้อมไพร่พล ส่วน พระอภัยมณีกับพรรคพวกจากเกาะแก้วพิสดารว่ายน้ำไปขึ้นบนเกาะเล็ก ๆ ต่อมาใช้การเป่าปี่เป็นอาวุธฆ่านางผีเสื้อสมุทร หลังจากนั้นได้พบกับอุศเรนคู่หมั้นของนางสุวรรณมาลีที่ออกเรือเดินทางติดตามหานางมา เมื่อทราบเรื่องกัน พระอภัยมณีก็ได้อาศัยเรือของอุศเรนติดตามหาสินสมุทรและนางสุวรรณมาลีด้วยกัน


สินสมุทรและนางสุวรรณมาลี ออกจากเกาะร้างโดยอาศัยเรือของโจรสุหรั่งที่แวะเกาะร้างเพื่อหาน้ำจืด
เรือของโจรสุหรั่งเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร มีตึกรามบ้านช่อง สวนผลไม้ และสัตว์เลี้ยงอยู่บนเรือครบถ้วน พร้อมพรั่งด้วยเรือกำปั่นอีกห้าร้อยมีอาวุธครบ เที่ยวปล้นเรือและบ้านเมืองต่าง ๆ ต่อมาสินสมุทรฆ่าหัวหน้าโจรตาย เพราะโกรธหัวหน้าโจรที่ทำลวนลามต่อนางสุวรรณมาลี ไพร่พลของโจรสุหรั่งเกรงกลัวฤทธิ์เดชของสินสมุทร จึงยอมอยู่ใต้อำนาจ สินสมุทรคุมเรือโจรสุหรั่งจนกระทั่งถึงเมืองรมจักร เกิดรบพุ่งกับ ศรีสุวรรณ สินสมุทรจับศรีสุวรรณได้ ตอนนั้นศรีสุวรรณมองเห็นสินสมุทรสวมแหวนของพระอภัยมณี จึงได้ถามขึ้น ก็ทราบว่าเป็นอาเป็นหลานกัน ศรีสุวรรณเข้าใจว่านางสุวรรณมาลีเป็นแม่แท้ ๆ ของสินสมุทร เพราะสินสมุทรบอกเช่นนั้น นางสุวรรณมาลีก็ไม่ปฏิเสธ ต่อมาศรีสุวรรณ สินสมุทร นางสุวรรณมาลี และ อรุณรัศมี ได้พากันออกติดตามหาพระอภัยมณี เมื่อฝ่ายที่ตามหากันได้พบกัน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น เพราะสินสมุทรไม่ยอมคืนนางสุวรรณมาลี และนางสุวรรณมาลีก็เลือกที่จะอยู่กับสินสมุทร ซึ่งหมายความว่านางเลือกอยู่กับพระอภัยมณีแทนที่จะเลือกอุศเรน ทั้งสองฝ่ายจึงทำสงครามกัน อุศเรนถูกสินสมุทรจับได้ แต่พระอภัยมณีขอชีวิตไว้เพื่อตอบแทน บุญคุณ อุศเรนกลับเมืองลังกาด้วยความโกรธแค้นอาฆาตพยาบาท

ส่วนฝ่ายพระอภัยมณีเดินทางสู่เมืองผลึก มเหสีท้าวสิลราชเห็นนางสุวรรณมาลีกลับมาก็ดีใจมาก เมื่อนางทราบว่าพระอภัยมณี
ีเป็นโอรสกษัตริย์และมีรูปงาม นางจึงยกเมืองผลึกให้พระอภัยมณีครอบครองหวังจะได้อภัยมณีเป็นเขย แต่
นางสุวรรณมาลีไม่ยอมอภิเษกกับพระอภัยมณีเพราะนางเห็นว่า พระอภัยมณีใจโลเล ขี้ขลาด ไม่กล้าตัดสินใจเมื่อเกิดปัญหากับอุศเรน ทำให้นางต้องอับอายขายหน้า นางจึงออกบวชเป็นชี พระอภัยมณีพยายามอย่างไรก็ไม่ประสบผลจนกระทั่งได้นางวาลี หญิงเจ้าปัญญาแต่รูปชั่วมาช่วยวางแผน จึงได้อภิเษกกับนาง เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พระอภัยมณีจึงได้ศรีสุวรรณและสินสมุทร เดินทางกลับไปเยี่ยมท้าวสุทัศน์ที่เมืองรัตนา


เนื้อเรื่องตอนที่ 3 กำเนิดสุดสาคร และศึกระหว่างเมืองผลึกกับเมืองลังกา
นางเงือก ซึ่งอาศัยอยู่ที่อ่าวหน้าเกาะแก้วพิสดารได้คลอดลูกชาย พระโยคีนำไปเลี้ยงไว้ให้ชื่อว่า สุดสาคร สุดสาครเป็นเด็กที่มีความสามารถโดยกำเนิดอยู่แล้ว เมื่อได้เรียนวิชาอาคมจากพระโยคีก็ยิ่งเก่งกล้ามากขึ้น เมื่ออายุได้สามขวบก็ลาพระโยคีและแม่ ออกตามมหาบิดา โดยมีม้านิลมังกร ม้าวิเศษลูกผสมระหว่างม้ากับมังกร ซึ่งจับได้กลางทะเลเป็นพาหนะคู่ใจ และมีไม้เท้าของพระโยคีเป็นอาวุธคู่มือ ระหว่างการเดินทางได้ผจญภัยต่าง ๆ กันเช่น รบกันพวกผีดิบ ถูกชีเปลือยเฒ่าเจ้าเล่ห์ผลักตกเหว แต่ทุกครั้งพระโยคีก็มาช่วย และสอนให้รู้ถึงการดำรงชีวิตในโลกด้วย

ต่อมาสุดสาครได้เข้าไปถึงเมืองการะเวก กษัตริย์เมือง การะเวกเห็นเข้าก็นึกรัก จึงเลี้ยงไว้เป็นโอรสบุญธรรมคู่กับธิดาของพระองค์
ชื่อเสาวคนธ์ ต่อมาพระองค์มีโอรสอีกองค์หนึ่งคือหัสไชย สุดสาครอยู่ในเมืองการะเวกถึง 10 ปี ก็ทูลลาเจ้าเมืองการะเวกติดตามพระบิดา นางเสาวคนธ์และหัสไชยได้ขอติดตามไปด้วย


สงครามระหว่างเมืองผลึกกับเมืองลังกาเกิดขึ้นจากความโกรธของอุศเรน ผลการรบปรากฏว่าเมืองผลึกชนะด้วยอุบาย
อันชาญฉลาดของนางวาลี อุศเรนถูกจับได้ พระอภัยมณีกำลังจะปล่อยกลับเมือง แต่นางวาลีใช้อุบายยั่วจนอุศเรนอกแตกตาย ปีศาจอุศเรนกลับมาฆ่านางวาลีในภายหลังด้วย เจ้าลังกาเศร้าโศกถึงอุศเรนจนตรอมใจตาย นางละเวงวัลลาธิดาได้ครองเมือง
ต่อมาแล้วทำสงครามแก้แค้นพระอภัยมณีต่อไป กลายเป็นศึกยืดเยื้อ มีการใช้อุบายให้กษัตริย์เมืองต่าง ๆ มาช่วยนางรบ ใครชนะจะได้นางและครองเมืองลังกา ศึกที่สำคัญ ๆ เช่น ศึกเจ้าละมานตีเมืองผลึก ศึกเก้าทัพตีเมืองผลึก ศึก
พระอภัยมณีตีเมืองลังกา เป็นต้น สงครามครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้


1. การทำสงครามของทั้งสองฝ่าย สุนทรภู่ได้บรรยายถึงฉากการรบในทะเลเป็นส่วนใหญ่ อาวุธที่ใช้ในการรบมีทั้งอาวุธธรรมดา เช่นปืน ดาบ และอาวุธทางไสยศาสตร์ คาถาอาคมการสะกดทัพ แต่สิ่งที่ชี้ขาดชัยชนะ สุนทรภู่เน้นที่สติปัญญาของตัวละคร

2. ตัวละครสำคัญในฐานะแม่ทัพของฝ่ายเมืองผลึกมี พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร นางสุวรรณมาลี สุดสาคร พราหณ์โมรา สานนและวิเชียร พร้อมด้วยนางเสาวคนธ์และหัสไชย ซึ่งเดินทางมาพบบิดาที่เมืองผลึกในช่วงที่พระอภัยมณี
กำลังหลงรูปนางละเวงที่ถูกปีศาจเจ้าละมานสิง ตัวละครสำคัญฝ่ายเมืองลังกามี นางละเวง นางรำภาสะหรีลูกอิเรนแม่ทัพ นางยุพาผกา
นางสุลาลีวัน ซึ่งเป็นธิดาบุญธรรมของนางละเวง โดยมีที่ปรึกษาคือ พระสังฆราชและบาทหลวงปีโป มีทหารเอกครึ่งคนครึ่งผีดิบ
คือ ย่องตอด

3. การทำสงครามอันยาวนานนี้ จุดเริ่มมาจากความโกรธแค้นพยาบาท แต่ต่อมาในตอนหลัง ๆ ตัวละครทั้งสองฝ่ายอ้างว่า
ตนต้องทำสงครามเพื่อรักษาชาติและศาสนา ฝ่ายเมืองผลึกก็กลัวสูญชาติศาสนา ถ้าแพ้ฝรั่งลังกา ฝ่ายลังกาก็กลัวสิ้นชาติศาสนา
ถ้าแพ้ฝ่ายเมืองผลึก

4. ขณะที่ตัวละครอื่น ๆ ฝ่ายเมืองผลึก มุ่งชัยชนะทางการทหาร แต่พระอภัยมณีกลับทำสงครามโดยอาศัยการเขียนเพลงยาวถึงนางละเวง พระอภัยมณีให้เหตุผลว่า ถ้าได้นางก็จะได้เมืองด้วย โดยไม่ต้องเสียทหารในการรบ ดังคำกลอน "วิสัยพี่ชำนาญแต่การปาก มิให้ยากพลไพร่ใช้หนังสือ" ซึ่งสุดท้ายก็ทำสำเร็จสมประสงค์

5. ตัวละครเอกผู้ชายฝ่ายเมืองผลึก คือพระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาคร ถูกฝ่ายนางละเวงทำเสน่ห์ จนหนีกองทัพเข้าไปอยู่กินกับผู้หญิงฝ่ายเมืองลังกา ศรีสุวรรณกับนางรำภาสะหรี สินสมุทรกับนางยุพาผกา สุดสาครกับนางสุลาลีวัน ทิ้งให้กองทัพฝ่ายเมืองผลึกอยู่ในความควบคุมของ นางสุวรรณมาลี นางเสาวคนธ์และหัสไชย เหตุการณ์ตอนนี้เป็นทั้งสงครามรักและสงครามรบ

6. สงครามทั้งสองฝ่ายพัวพันกันจนยุ่งเหยิง บุคคลสำคัญที่มาหย่าทัพให้กษัตริย์ทั้งหมดสามัคคีกันคือ พระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดาร
เสร็จศึกลังกาแล้ว พระอภัยมณีได้จัดการอภิเษกสินสมุทรกับนางอรุณรัศมี และสู่ขอนางเสาวคนธ์ให้กับสุดสาคร แต่นางเสาวคนธ์ไม่ยอมอภิเษกด้วย เพราะนางโกรธที่สุดสาครมีเมียฝรั่ง คือนางสุลาลีวัน นางจึงปลอมตัวเป็นฤาษี
ชื่อพระอัคนีแล่นเรือไปยังเมืองวาหุโลม ทำสงครามชนะเจ้าวาหุโลมและได้ครองเมือง ฝ่ายสุดสาครติดตามมาจนถึงเกาะค้างคาว ได้เรียนอุปเท่ห์สตรีจากเฒ่าที่เกาะ พอเข้าเมืองวาหุโลมก็ได้นางเสาวคนธ์ตามที่ปรารถนา


เนื้อเรื่องตอนที่ 4 ปิดเรื่อง
การศึกครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างพ่อแม่กับลูก ฝ่ายเมืองลังกามีผู้นำคือ มังคลา ซึ่งเป็นโอรส พระอภัยมณีกับนางละเวง วลายุดา วายุพัฒ หัสกัน โอรสของศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาคร ตามลำดับ ฝ่ายเมืองผลึกประกอบด้วยเมืองผลึก เมืองรมจักร เมืองการะเวก รวมทั้งนางละเวง นางรำภาสะหรี นางยุพาผกาและนางสุลาลีวันก็เข้าร่วมกับฝ่ายเมืองผลึกด้วย เพราะโกรธแค้นโอรสของตัวเองที่รบกับบิดาและ
วงศาคณาญาติ ต้นเหตุของสงครามก็คือ เมื่อมังคลาขึ้นครองเมืองแทนนางละเวง พระสังฆราชยุให้มังคลาไปแย่งโคตรเพชร
ของเมืองลังกา ซึ่งนางเสาวคนธ์ขอนางการะเวกไปกลับคืนมา แต่นี่เป็นเพียงแต่ข้ออ้างเท่านั้น เพราะมังคลาส่งกองทัพไปโจมตี
ทั้งเมืองการะเวก เมืองผลึกและเมืองรมจักรในเวลาเดียวกัน พอดีช่วงเวลานั้น พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร ไปทำศพท้าวสุทัศน์ที่เมืองรัตนา ส่วนสุดสาครและนางเสาวคนธ์ยังไม่ได้กลับเข้าเมืองการะเวก ฝ่ายมังคลาจึงจับนางสุวรรณมาลีและธิดาคือสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดา รวมทั้งท้าวทศวงศ์และนางเกษราไปขังไว้ที่เมืองลังกา เมื่อทราบข่าวร้ายพระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทรก็รีบยกทัพไปเมืองลังกาสมทบกับสุดสาคร และนางเสาวคนธ์ ฝ่ายนางละเวงเข้าร่วมกับฝ่าย พระอภัยมณีทำสงครามกับโอรสของตน สุดท้ายฝ่ายลูกก็สู้พ่อแม่ไม่ได้ เลยหลบหนีไป
เมื่อเหตุการณ์สงบเรียบร้อยแล้ว ศรีสุวรรณก็กลับไปครองรมจักร หัสไชยได้อภิเษกกับสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา
และกลับไปครองเมืองการะเวก สินสมุทรครองเมืองผลึก สุดสาครครองเมืองลังกา ส่วนพระอภัยมณีโกรธนางสุวรรณมาลี
ีและนางละเวงในการที่ไม่ปรองดองกัน จึงออกบวชเป็นฤาษี นางสุวรรณมาลีและนางละเวงจึงออกบวชเป็นชี มาคอยรับใช้พระอภัยมณีที่เขาสิงคุตร

หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 12, 2013, 08:43:55 AM
 ;D ;D ;D  เป็นภาพจิ้นมหากาพย์ที่สุดยอดอลังการงานสร้างมากกาฬรหัสย์  >:D
ไม่คิดว่่าฝีมือน้องสาวจะพัฒนาขนาดนี้ เก่งจริงๆ  :P
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 12, 2013, 09:59:21 AM
สวยงามมาก จัดเต็มแบบมหากาฬสมชื่อจริงๆเลย ฝีมือเมพมากๆ!!! ชอบบีจีพี่กาฬมากที่สุดเลยนะครับเป็นเรื่องราวเข้ากับตัวละครดี ที่ยังไม่เป๊ะเห็นจะเป็นแค่การจัดวางตัวละครนี่ล่ะครับ มันซ้อนทับกันยังไม่ค่อยเป๊ะเลย อาจเป็นเพราะภาพถ่ายดาราละครพื้นบ้านมีมุมให้เลือกไม่ค่อยเยอะพอมามิกรวมกันแล้วมันเลยไม่ค่อยพอดี ถ้าจัดวางตัวละครได้เป๊ะกว่านี้นะ จะเป็นอะไรที่สวยมาก!!!
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 12, 2013, 01:48:39 PM
โอ้ว!ภาพงามมากค่ะ เป็นมหากาพย์การทำภาพภาคต่อเลยนะเนี่ย เชื่อเลยความพยายามสูงจริงๆ วันแรกไม่เสร็จก็ทำต่อวันที่สองจนเก็บรายละเอียดได้เยอะจริงๆ มีจิ้นอุ๊เป็นนางเงือกด้วยเหมือนที่หนูคิดไว้เลย หุหุหุ เมื่อไหร่ฝีมือเราจะพัฒนาบ้างนะ :icon_twisted: อิจฉามากมายแต่ก็ดีใจด้วยอ่า พระนางเรื่องนี้หล่อสวยและเหมาะสมกันทุกคนเลยชอบมากค่ะ :icon_evil:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 12, 2013, 03:28:35 PM
เงาะป่า
ซมพลา : เลอสรรค์ คงเจริญ
ลำหับ : มินท์ธิตา งามทรัพย์มณี
ฮเนา : ฆธาวุธ ปิ่นทอง

(http://upic.me/i/9b/i9bh7.jpg) (http://upic.me/show/42705392)

เรื่องย่อ

คนัง เป็นเงาะป่า อาศัยอยู่ในป่าจังหวัดพัทลุง คนังเป็นเพื่อนกับไม้ไผ่ วันหนึ่งคนังได้ไปชวนไม้ไผ่

ออกไปเที่ยวที่ป่าไปเป่านก หาเผือกหามันตามประสาเงาะป่า ในขณะที่คนังกับไม้ไผ่ปิ้งเผือกอยู่นั้น ซมพลาก

็บังเอิญมาเจอเด็กทั้งสองคนพอดีจึงล้อมวงมาคุยกัน ซมพลาถามถึงลำหับซึ่ง เป็นพี่สาวของไม้ไผ่ ถึงเรื่องการสู่ขอ

ฮเนาว่าบัดนี้ลำหับคิดอย่างไรบ้าง เพราะซมพลาก็ได้หลงรักลำหับมานานแล้ว ฝ่ายไม้ไผ่ก็ไม่ค่อยชอบฮเนา ไม้ไผ่

มีความตั้งใจให้้ลำหับพี่สาวของตนได้แต่งงานกับซมพลา ซมพลาได้ฝากดอกไม้กับเล็บเสือให้กับไม้ไผ่นำไปให้

้กับลำหับแล้ว ฝากข้อความในใจของตนแก่นาง


                  ฝ่ายนางลำหับได้ฟังที่ไม้ใผ่บอกมานั้น ก็นึกหวาดหวั่นในใจ และไม่คิดจะตอบโต้ไป เช้าวันหนึ่งไม้ไผ่

ได้ชวนลำหับไปเก็บดอกไม้ในป่า(ตามแผนซมพลา)พอดีที่เก็บดอกไม้มานั้นกิ่งไม้ไผ่โน้มลงมา มีงูตัวหนึ่งรัดแขน

ของนางลำหับไว้ นางลำหับตกใจก็เลยสลบไป ส่วนซมพลาที่แอบสุ่มดูก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยซมพลาได้ฆ่างู และเข้ามา

ประคองลำหับดูว่าไม่มีรอยกัดจึงโล่งใจ เมื่อลำหับฟื้นขึ้นมาก็ตกใจเพราะว่าซมพลาได้กอดตนอยู่ นางเลยถอย

ออกมา ซมพลาถามถึงอาการและมีประโยคสุดซึ้งว่า"หากเจ้าตายไป พี่นี้จักตายตาม"ลำหับบอกว่าไม่เป็นไรและ

ได้กล่าวขอบคุณซมพลาที่ได้ช่วยตนไว้ และจะตอบแทนบุญคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่


                 การแต่งงานของฮเนากับลำหับที่ฝ่ายผู้ใหญ่ของฮเนาก็ได้ตระเตรียมงานไว้ งานแต่งก็มีขึ้นที่ต้นตะเคียน

ขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวเคลื่อนสู่ที่จะทำงานวิวาห์ นางลำหับยังคงนั่งอยู่ในห้องก็ร้อนรนใจ สงสารฮเนาที่มารับตน

ลำหับไม่ได้รักฮเนาแต่ก็ไม่ได้รังเกลียจ นึกถึงซมพลาที่ถูกเนื้อต้องตัว ก็เหมือนเป็นสามีก็ร้องให้เสียใจ ฝ่ายไม้ไผ่ก็

เห็นคนทั้งบ้านวุ่นวายเรื่องการแต่งงาน ก็นำข่าวไปบอกซมพลา ซมพลาได้ฝากไม้ไผ่มาบอกแก่ลำหับว่าจะพาลำหับ

หนี เมื่อได้ฟังอย่างนั้นลำหับก็โล่งใจ จัดการแต่งตัวเพื่อร่วมงานวิวาห์ แล้วขบวนสาวก็มาถึงลานใต้ต้นตะเคียนและ

เริ่มทำพิธีแต่งงาน การแต่งงานที่สมบูรณ์นั้นต้องเข้าป่ากัน ๗ วัน ๗ คืน ฮเนาและลำหับจึงเข้าไปในป่า ฮเนาเข้าไป

ใกล้ลำหับ ลำหับตกใจร้องกรี๊ด อ้ายแคก็ซุ่มอยู่ก็เอาหินขว้างฮเนา ฮเนาโกรธแค้นจึงให้ลำหับ รออยู่ ส่วนตนจะออก

ตามคนที่ขว้างหินใส่ เมื่อฮเนาเดินพ้นไปนั้น ชมพลาได้เข้ามาบอกลำหับว่าจะหนี แล้วก็อุ้มนางไป ด้านฮเนาหาคน

ขว้างไม่เจอ จึงสังหรณ์ใจกลับมาหาลำหับ แต่ก็ไม่พบ จึงเรียกหาทั่วป่าทั้งคืนจนถึงเช้าก็กลับบ้าน ซมพลาได้พา

ลำหับมาอยู่ที่ถ้ำลึกในป่า มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง เพราะซมพลารักลำหับมาก ส่วนลำหับก็รักซมพลามากเช่นกัน

ซมพลาออกมาหาเสบียงอาหารเพราะที่มีอยู่ใกล้หมดแล้ว ลำหับห้ามไม่ให้ไปเพราะกลัวมีอันตรายดั่งที่ซมพลาฝัน

ในคืนที่ผ่านมา แต่ซมพลาก็หาฟังคำของนางไม่เดินทางไปหาอาหารทิ้งลำหับไว้เบื้องหลัง ด้านฮเนาก็กลับไปเล่าให้

ผู้ใหญ่ฟังเมื่อทุกอย่างได้กระจ่างแล้ว ก็ลงความเห็นว่าซมพลาเป็นคนลักพาตัวนางไป ฮเนาพร้อมรำแก้ว ปองสอง

และปองสุดจึงออกตามหา จนไปพบซมพลระหว่างจะกลับถ้ำ เกิดต่อสู้กันเพราะฮเนาเข้าใจว่า ซมพลาลักพาตัว

นางลำหับไป รำแก้วได้ทีเห็นฮเนาออกห่างซมพลาก็เลยเป่าลูกดออกอาบยาพิษไปโดนหน้าผากซมพลาเข้า ซมพลา

เดินโซซัดโซเซไปเจอลำหับที่เดินตามหาด้วยความเป็นห่วง ซมพลาใกล้จะตายจึงสั่งลาลำหับ ลำหับยิ่งเสียใจไปกัน

ใหญ่คว้ามีดที่อยู่ในมือซมพลาแทงซอกคอตัวเองตาย ฮเนาเห็นเหตุการณ์ และได้ฟังคำพูดทุกอย่างที่ซมพลาร่ำลา

นางลำหับ ปรากฎว่าตนเองเข้าใจผิดหมด ที่จริงลำหับหนีมากับซมพลาเอง ฮเนารักนางลำหับอย่างไม่มีใครแทนที่

ได้ จึงใช้มีดแทงตนเองตาย ทั้งสามตายเคียงกัน รำแก้วและปองสองปองสุดต่างพากันกล่าวสรรเสริญความรักของ

ทั้งสามคน และขุดหลุมฝังทั้งสาม และโปรยดอกไม้ด้วยความอาลัย

 

 

ที่มา : ประวัติวรรณคดีไทยสมัยสุโขทัยและอยุธยา ของเสนีย์ วิลาวรรณ

cr. http://www.pasasiam.com/home/index.php/literature/li-ratanakosin/149-2008-09-06-07-44-41
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 12, 2013, 03:42:55 PM
สุดยอดมากอ่ะน้องวี สามารถมากกกกกกกกกก ถ้าปรับสีผิวน้องการ์ตูนดำอีกนิดนะแจ่มเลย ^^
ชอบลุคพี่เจมส์พี่โฟน นะดูทะเล้นดีอ่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 12, 2013, 07:51:10 PM
อ่า เงาะป่า O0 การ์ตูนน่ารักจังเลย พี่โฟนกะพี่เจมส์ได้ใจอ่า ได้อารมณ์ประมาณพระทิณเหมือนกันนะเนี่ย
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 13, 2013, 05:33:45 PM
ศกุนตลา...ถึงเวลารีทัชภาพบ้างไรบ้างแล้วนะคะ 555
ท้าวทุษยันต์ : บูม อิทธิกร ท่าจีน
ศกุนตลา : นีน่า สุทัศสรณ์ สัจจะภูริภูมิ

(http://upic.me/i/se/n3huk.jpg) (http://upic.me/show/42736746)

ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ลักษณะการแต่ง บทละครพูด

เรื่องย่อ

                  พระวิความิตรเกิดนึกอยากมีฤทธิ์มากๆ จึงสละราชสมบัติ ออกบำเพ็ญตบะในป่าจนแก่กล้ายิ่ง ทำให้

้เหล่าเทวดาพากันเดือดร้อนไปทั่ว พระอินทร์คิดแก้ไข โดยให้นางฟ้าเมนกา ลงมาใช้ความงามยั่วยวน เพื่อทำให้

พระฤาษีตนนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะบำเพ็ญเพียร ทั้งสองจึงครองคู่กัน จนกระทั่งให้กำเนิดธิดานางหนึ่ง พระวิศวามิตร

เมื่อผ่านพ้นระยะข้าวใหม่ปลามันเกิดคิดได้ จึงบอกนางเมนกากลับสวรรค์ ส่วนพระองค์ก็ออกไปจักรวาล

ทิ้งพระธิดาน้อยๆ อยู่ในป่าแต่เพียงลำพัง ยังดีที่ได้พวกนกคอยเลี้ยงดู เมื่อพระกัณวะดาบส มาพบเข้า จึงให้

นามนางว่าศกุณตลา ซึ่งแปลว่านางนก และนำกลับไปเลี้ยงดูอย่างธิดาที่อาศรมของตน ต่อมานางเติบโต

เป็นสาวแรกรุ่นที่งดงามอย่างหาที่ติไม่ได้


                  ต่อมานางได้พบกับท้าวทุษยันต์ กษัตริย์จันทรวงศ์ แห่งนครหัสดิน ซึ่งเสด็จประพาสป่าเพื่อล่าสัตว์

แล้วบังเอิญตามกวางมาถึงบริเวณใกล้เคียง จึงแวะมายังอาศรม หมายพระทัยจะมานมัสการพระกัณวะดาบส แต่

ในตอนนั้นพระกัณวะดาบสไม่อยู่ เนื่องจากเดินทางไปบูชาพระเจ้าที่เทวสถาน เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้แก่นาง

พวกปีศาจมารร้ายได้ถือโอกาสเข้ามาอาละวาดที่อาศรม รังควาญการบำเพ็ญเพียรของเหล่าพราหมณ์ผู้ศิษย์

พระกัณวะดาบส ท้าวทุษยันต์เสด็จมาปราบปีศาจได้สำเร็จ เมื่อท้าวทุษยันต์มีโอกาสอยู่ตามลำพัง ทั้งสองได้

เป็นของกันและกัน หลังจากทุกอย่างเป็นไปตามจุดมุ่งหมายแล้ว ท้ายทุษยันต์ได้มอบแหวนวงหนึ่งให้แก่นาง

แล้วรีบเดินทางกลับบ้านเมือง


                เช้าวันหนึ่งพระฤาษีทุรวาส ผู้มีปากร้ายได้มาเรียกนางที่หน้าประตู แต่นางไม่รู้ตัวด้วยกำลังป่วยเป็นไข้

ใจจึงไม่ได้ออกไปต้อนรับ ทำให้พระฤาษีทุรวาสโกรธ สาปให้นางถูกคนรักจำไม่ได้ ต่อมาพระฤาษีทุรวาสหายโมโห

แล้วจึงรู้ว่านางไม่ได้จงใจแสดงอาการไม่เคารพกับตน จึงให้พรกำกับแก่นางว่า หากคนรักของนางได้เห็นของ

ที่ให้ไว้เป็นที่ระลึกก็จะจำนางได้


                  พระกัณวะดาบสได้ทราบเรื่องราวต่างๆของนางกับท้าวทุษยันต์ จึงส่งนางไปให้ท้าวทุษยันต์จัดพิธี

ีอภิเษก ในระหว่างทางนางทำแหวนที่ท้ายทุษยันต์ประทานให้ตกหายไปในแม่น้ำ เมื่อไปถึงที่หมาย ท้าวทุษยันต์

จำนางไม่ได้ จนกระทั่งกุมภิล ชาวประมงจับได้ปลาที่กลืนแหวนนั้นไปจึงนำไป เมื่อท้าวทุษยันต์เห็นก็ได้สติ

จำเรื่องราวต่างๆ ได้ สุดท้าย ท้าวทุษยันต์ก็ได้พบกับนางศกุนตลาอีกครั้ง หลังจากพลัดพรากจากกันไปเนิ่นนาน

ด้วยความช่วยเหลือของพระเทพบิดรและพระเทพมารดร แล้วทั้งสองก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

 

 
ที่มา : ประวัติวรรณคดีไทยสมัยสุโขทัยและอยุธยา ของเสนีย์ วิลาวรรณ

http://www.pasasiam.com/home/index.php/literature/li-ratanakosin/152-2008-09-06-07-48-00
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 13, 2013, 05:41:02 PM
ท้าวแสนปม จิ้นนี้มีคนขอหลังไมค์มาค่ะดองไปตั้งนานแน่ 555 ไม่เปลี่ยนสีชุดและขี้เกียจ เหอะๆๆ
ท้าวแสนปม & พระชินเสน: ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
นางอุษา : นีน่า สุทัศสรณ์ สัจจะภูริภูมิ

(http://upic.me/i/76/fu92a.jpg) (http://upic.me/show/42736789)

ตำนานเรื่อง 'ท้าวแสนปม'

เรื่องราวโดยย่อมีว่า เจ้าเมืองไตรตรึงษ์ มีพระธิดาผู้ทรงสิริโฉม และที่ใกล้เมืองไตรตรึงษ์นี้มีชายคนหนึ่งซึ่งร่างกายเต็มไปด้วยปุ่มปม ชาวบ้านเรียกเขาว่า แสนปม มีอาชีพปลูกผัก มาวันหนึ่งเทวดาดลใจให้พระธิดานึกอยากเสวยมะเขือ นางข้าหลวงพบมะเขือในสวนของแสนปมลูกใหญ่อวบ จึงซื้อไปถวาย หลังจากพระราชธิดาเสวยมะเขือของแสนปมได้ไม่นานก็เกิดตั้งครรภ์ขึ้น
ท้าวไตรตรึงษ์รู้สึกอับอายขายหน้า พยายามสอบถามอย่างไรพระธิดาก็ไม่ยอมบอกว่าใครคือพ่อของเด็ก ครั้นเมื่อพระกุมารเติบโตพอรู้ความ ท้าวไตรตรึงษ์จึงประกาศให้ขุนนางและเหล่าราษฎรทั้งหลายนำของกินเข้ามาในวัง หากพระกุมารยอมกินของผู้ใดผู้นั้นจะได้เป็นเขยหลวง บรรดาผู้ชายทุกคน พากันมาเสี่ยงทายเป็นบิดาของพระราชโอรส แต่พระราชโอรสไม่ได้คลานไปหาใครเลย เจ้าเมืองจึงให้เสนาไปตามแสนปม ซึ่งยังไม่ได้มาเสี่ยงทาย แสนปมจึงมาเข้าเฝ้า พร้อมทั้งถือก้อนข้าวเย็นมา 1 ก้อน เมื่อมาถึงจึงอธิษฐาน และยื่นก้อนข้าวเย็นให้ พระราชโอรสก็คลานเข้ามาหา

ท้าวไตรตรึงษ์ทรงกริ้ว ที่พระธิดาไปได้กับคนชั้นไพร่อัปลักษณ์ จึงขับไล่ออกจากวัง แสนปมพาพระธิดากับพระกุมารเดินทางเข้าไปหาที่อยู่ใหม่ ร้อนถึงพระอินทร์ต้องแปลงเป็นลิงนำกลองวิเศษมามอบให้ กลองนี้อยากได้อะไรก็ตีเอาตามได้ดังสารพัดนึก แสนปมอธิษฐานให้ปุ่มปมตามตัวหายไปแล้วตีกลองวิเศษ ร่างก็กลับเป็นชายรูปงาม จึงตีกลองขอบ้านเมืองขึ้นมาเมืองหนึ่ง ให้ชื่อว่า เมืองเทพนคร และสถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระนามว่าท้าวแสนปม ปกครองไพร่ฟ้าด้วยความสงบสุข

ท้าวแสนปมใช้ทองคำมาทำเป็นอู่(เปล)ให้พระโอรส และตั้งชื่อพระโอรสว่า 'อู่ทอง' ต่อมาพระเจ้าอู่ทองจึงย้ายเมืองมาสร้างกรุงศรีอยุธยา จากความเชื่อมโยงดังกล่าว ทำให้นักประวัติศาสตร์บางท่าน เรียกชื่อราชวงศ์อู่ทอง อีกชื่อว่าราชวงศ์เชียงราย
ละเว้นจากเรื่องราวในตำนาน ปัจจุบันแนวคิดที่ว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นเชื้อสายราชวงศ์เชียงราย ยังคงเป็นหนึ่งในหลายแนวคิดเรื่องที่มาของพระองค์ และก็ยังไม่ถูกตัดออกไป จึงพอจะอนุมานได้ทางหนึ่งว่า เมืองไตรตรึงษ์คือต้นทางแห่งกรุงศรีอยุธยานั่นเอง

ตำนานของนครไตรตรึงษ์ อีกเรื่องหนึ่ง เล่าว่า เจ้านครองค์นี้มีพระธิดา นามว่า อุษา มีรูปโฉมงดงามร่ำลือไปถึงเมืองศิริชัยเชียงแสน เจ้าชายชินเสนจึงปลอมตนเป็นชายอัปลักษณ์ เนื้อตัวมีปุ่มปมขึ้นเต็มไปหมด แล้วเข้าไปขออาศัยอยู่กับตายายที่เฝ้าอุทยานท้ายวังนครไตรตรึงษ์ได้ชื่อเรียกว่า "แสนปม"

วันหนึ่งนางอุษาออกมาชมสวน แสนปมแอบมาดูนางแล้วเกิดความรักจึงนำผักที่ปลูกไว้ไปถวาย เมื่อนางอุษาเห็นแสนปมก็นึกรักเช่นเดียวกัน จึงให้พี่เลี้ยงนำหมากไปให้เป็นของตอบแทน แสนปมได้สลักมะเขือเป็นสารเกี้ยวพาราสีนางแล้วส่งไปถวายอีก นางอุษาก็ตอบสารในทีรับรักใส่ในห่อหมากแล้วฝากมาให้แก่แสนปม แสนปมจึงทราบว่านางก็รักตนเช่นเดียวกัน คืนหนึ่งแสนปมลอบเข้าไปหานางในวัง แล้วทั้งสองก็ได้อยู่ร่วมกันโดยไม่มีใครทราบเรืองจนกระทั่งนางอุษาตั้งครรภ์

ต่อมาแสนปมได้ทราบข่าวว่าพระเจ้าศิริชัยเชียงแสนประชวรหนัก จึงเดินทางกลับบ้านเมืองโดยไม่ทราบว่านางอุษาตั้งครรภ์ เวลาผ่านไปนางอุษาให้กำเนิดกุมารหน้าตาน่ารัก ยังความทุกข์ใจมาให้แก่เจ้านครไตรตรึงษ์ยิ่งนัก เพราะนางอุษาไม่ยอมบอกความจริง เจ้านครไตรตรึงษ์จึงหาวิธีที่จะให้รู้แน่ว่าใครเป็นบิดาของกุมาร จึงป่าวประกาศให้เจ้าเมืองต่างๆ รวมทั้งทวยราษฎร์มาพร้อมกันที่หน้าพระลานพร้อมทั้งให้นำขนมนมเนยติดมือมาด้วย ถ้ากุมารรับขนมจากมือผู้ใดก็ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นบิดาของกุมารและจะได้อภิเษกกับนางอุษา

พระชินเสนได้ข่าวก็เตรียมรี้พลมา ตั้งพระทัยจะอภิเษกกับนางอุษาให้ได้ แล้วปลอมตัวเป็นแสนปมพร้อมทั้งนำข้าวเย็นมาก้อนหนึ่งเพื่อให้กุมารเลือก ครั้นถึงเวลาที่กำหนดจึงให้กุมารเลือกขนมจากบรรดาผู้ที่นำมา ประกฎว่ากุมารรับข้าวเย็นจากแสนปมไปเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย ท้าวไตรตรึงษ์รู้สึกอับอายอย่างมากด้วยความโกรธจึงขับไล่นางอุษาออกจากเมืองโดยทันที แสนปมจึงแสดงตนให้รู้ว่าตนเองคือ พระชิณเสน แล้วพานางอุษาและกุมารเดินทางกลับอาณาจักรศิริชัยเชียงแสนและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

กุมารองค์นี้กล่าวว่ามีผู้นำอู่ทองคำมาถวาย จึงได้นามว่าอู่ทอง ต่อมาได้สร้างเมืองทวารวดีศรีอยุธยา และขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

วรรคทองในวรรณคดี ท้าวแสนปม

ในลักษณ์นั้นว่านิจจาเอ๋ย         กระไรเลยหัวอกหมกไหม้
อกผ่าวราวสุมรุมไฟ                      ทำไฉนจะพ้นไฟราญ

เสียแรงเกิดมาเป็นนักรบ                 เผ่าพงศ์ทรงภพมหาศาล
สู้กรำลำบากยากนาน                    ยอมเป็นปมเป็นปานเปรอะไป

ได้เห็นแก้วประเสริฐเลิศชม              จะนิยมก้อนกรวดกระไรได้
เคยพบสาวฟ้าสุราลัย                    หรือจะใฝ่ในชาวปัถพิน

โอ้แก้วแวววับช่างจับจิต                 จะใคร่ปลิดปลดมาดังถวิล
โอ้เอื้อมสุดหล้าดังฟ้าดิน                จะได้สมดังจินต์ฉันใด

นางอุษาตอบสาส์นรักพระชินเสน (ท้าวแสนปม)

ในลักษณ์นี้ว่าน่าประหลาด            เป็นเชื้อชาตินักรบกลั่นกล้า
เหตุไฉนย่อท้อรอรา                   หรือจะกล้าแต่เพียงวาที

เห็นแก้วแวววับที่จับจิต                ไยไม่คิดอาจเอื้อมให้เต็มที่
เมื่อไม่เอื้อมจะได้อย่างไรมี           อันมณีหรือจะโลดไปถึงมือ

อันของสูงแม้ปองต้องจิต              ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ
มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ               หรือแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม

ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง          คงชวดดวงบุปผาชาติสะอาดหอม
ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม                จึงได้ออมอบกลิ่นสุมาลี

ที่มา http://www.reurnthai.com/index.php?topic=2221.45;wap2
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: lovely ที่ มกราคม 13, 2013, 06:23:07 PM
ภาพสวยทุกภาพเลยค่ัะ เข้าติดตามทุกวันแต่ไม่ได้มีโอกาสจะเม้นท์ เม้นรวมๆนะค่ะ
ของพี่กาฬเป็นมหากาพย์เลยอ่ะ
ท้าวแสนปม ศกุนตลา กนกนคร ก้อสวย อยากรู้ฟอนต์กับสไตล์ของตัวอักษรค่ะพี่โบว์เบนซ์ สวยดีเลยอยากมีใช้
โม่งป่ากับมาลัยทองของพี่กันย์ก้อชอบค่ะ ถูกใจตรงที่ตรีเป็นนางเอกอ่ะค่ะ หน้าหวานมากๆเลย
ชอบนางพญาไพรของพี่วีด้วยค่ะ ภาพนี้อุ๊ดูร้ายๆดีค่ะไม่เคยเห็นลุกส์ร้ายๆของพี่อุ๊เลย
พระรถของพี่ชะก้อชอบ เห็นแล้วอยากเห็นเวอร์ชั่นพระสุธนกับนางมโนห์รา

โดยรวมๆคือชอบทุกภาพเลยค่ะ จบ :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มกราคม 13, 2013, 10:36:54 PM
ขอบคุณสำหรับเรื่องย่อบางเรื่องที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนนะคะ^^

ไม่รู้จะเม้นต์อะไร เม้นต์ในเฟสหมดแล้ว

รอและเป็นกำลังใจให้ทุกคนต่อไปนะคะ สู้ๆ^O^ :icon_neutral:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 15, 2013, 04:31:53 PM
สวยอ่าท้าวแสนปมไพี่โบเบนซ์ทำอะไรที่ท้าทายดีนะหนูว่า อย่างตัวหนูเองบางทีแค่คิดแล้วเห็นว่ายากหนูก็ไม่ทำแระ อย่างท้าวแสนปมเนี่ยการที่จะทำปมตามตัวมันเอิ่ม หนูว่ายากอะ เหอะๆ แต่พี่ก็ทำได้ลงตัวดีค่ะ :P
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 15, 2013, 09:55:28 PM
โอ้ว  อลังการงานสร้างจริงๆ  เริ่มด้วยพระอภัยมณีที่สุดแสนจะอลัง พร้อมด้วยนักแสดงดาราคับคั่ง ทำไมสามเศียร ไม่ทำละครเรื่องนี้อ่ะ ไม่ต้องมีบทเพิ่มเติม ยาวได้ใจ

ตามด้วยเงาะป่า  น่ารักดี จับพี่โฟนพี่เจมส์เป็นสองเงาะ อิอิ น่าร๊ากกกกก

ตามด้วยศกุลตลาที่สวยงามจับใจ

และท้าวแสนปม โอ้ ฟิวส์ เป็นท้าวแสนปมที่หล่อมากกก

แถมด้วยเนื้อหาอีกตามเคย
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:39:46 AM
โฮกกก เหนื่อยไม่ได้ดันเฉพาะแค่ที่ชอบแต่เลือกยัดคนที่ตัดออกมาสวยต่างหาก 555 เสียดายภาพสีดาตัดยากและมีแค่รูปเดียว โดนนางอื่นกลบรัศมี กาฬรหัสย์เป็นแรงบันดาลใจในการต่อภาพ ขอบคุณนะคะ

รายชื่อนักแสดงรามเกียรติ์เวอร์จิ้นเอง
พระราม : เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ
นางสีดา : อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
... พระลักษณ์ : ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
หนุมาน : บอย สพล ชนวีร์
นางเบญจกาย : แยม ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์
นางสุพรรณมัจฉา : อุ๊ มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์
ทศกัณฐ์ : ปอนด์ โอภาภูมิ รัชชานนท์
นางมณโฑ : ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐดูเพิ่มเติม

(http://upic.me/i/59/bobenz.jpg) (http://upic.me/show/42817442)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:42:51 AM
แจกภาพใหญ่ๆค่ะ พระราม-นางสีดา-พระลักษณ์

(http://upic.me/i/hv/r2u5r.jpg) (http://upic.me/show/42817477)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:45:37 AM
Wallpaper เชตหนุมานและชายา
หนุมาน-นางเบญจกาย-นางสุพรรณมัจฉา

(http://upic.me/i/b6/s47u2.jpg) (http://upic.me/show/42817529)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:48:09 AM
ภาพสุดท้าย กรุงลงกาพญายักษ์
ทศกัณฐ์-นางมณโฑ-นางสีดา(ถูกลักพาตัวมาตามวรรณคดี)

(http://upic.me/i/ag/en1tn.jpg) (http://upic.me/show/42817602)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:50:39 AM
แถมภาพ Profile ตัวละครหลักๆในเรื่องนะจ๊ะ
พระราม : เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ

(http://upic.me/i/fv/gm0wf.jpg) (http://upic.me/show/42817646)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:52:29 AM
นางสีดา : อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี

(http://upic.me/i/xz/yi1kg.jpg) (http://upic.me/show/42817729)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:53:53 AM
พระลักษณ์ : ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี

(http://upic.me/i/wq/9pipz.jpg) (http://upic.me/show/42821802)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:55:06 AM
หนุมาน : บอย สพล ชนวีร์

(http://upic.me/i/sx/dzf9l.jpg) (http://upic.me/show/42820951)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:55:47 AM
นางเบญจกาย : แยม ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์

(http://upic.me/i/i3/iby85.jpg) (http://upic.me/show/42820651)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:56:28 AM
นางสุพรรณมัจฉา : อุ๊ มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์

(http://upic.me/i/42/ls1n6.jpg) (http://upic.me/show/42821664)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:57:06 AM
ทศกัณฐ์ : ปอนด์ โอภาภูมิ รัชชารมย์

(http://upic.me/i/q7/b5a7e.jpg) (http://upic.me/show/42825774)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 16, 2013, 11:57:53 AM
นางมณโฑ : ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐ

(http://upic.me/i/al/xtsas.jpg) (http://upic.me/show/42823673)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มกราคม 16, 2013, 02:15:36 PM
พระลักษมณ์  ค่ะ   :icon_smile:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: lovely ที่ มกราคม 16, 2013, 02:20:25 PM
สวยอ่ะค่ะพี่
ชอบนางสีดา หนุมาน และเบญกาย :o
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 16, 2013, 05:48:33 PM
โฮกกก เหนื่อยไม่ได้ดันเฉพาะแค่ที่ชอบแต่เลือกยัดคนที่ตัดออกมาสวยต่างหาก 555 เสียดายภาพสีดาตัดยากและมีแค่รูปเดียว โดนนางอื่นกลบรัศมี กาฬรหัสย์เป็นแรงบันดาลใจในการต่อภาพ ขอบคุณนะคะ

รายชื่อนักแสดงรามเกียรติ์เวอร์จิ้นเอง
พระราม : เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ
นางสีดา : อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
... พระลักษณ์ : ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
หนุมาน : บอย สพล ชนวีร์
นางเบญจกาย : แยม ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์
นางสุพรรณมัจฉา : อุ๊ มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์
ทศกัณฐ์ : ปอนด์ โอภาภูมิ รัชชานนท์
นางมณโฑ : ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐดูเพิ่มเติม

(http://upic.me/i/59/bobenz.jpg) (http://upic.me/show/42817442)

อลังการงานสร้างไม่กินไม่กันไม่ลงกับพระอภัยมณีเลยค่ะพี่ bobenz ไม่คิดว่าะจะทำมาให้ยลเร็วขนาดนี้
แต่ละภาพสวยงามตรึงตราตรึงใจมาก >///<
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 16, 2013, 10:28:12 PM
โอ้วววว รามเกียรติ์ มหากาพย์อีกเรื่อง ต้องใช้คำนี้ค่ะสวยงามมาก (ยืมมาจากเจ้าหญิงแตงอ่อน)

ชอบ สีดา เบญจกาย หนุมาน ทศกัณฑ์

เอ่อ ขอถามนอกประเด็น(แต่ยังเป็นเรื่องเดียวกัน)หน่อยนะคะ
คือเคยอ่านเรื่องรามเกียรติ์ตอนเด็กๆแล้วจำได้ว่านางสีดาเป็นลูกของทศกัณฑ์กับนางมณโฑ(แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกของนางมณโฑหรือชายาคนอื่น)ถ้าเป็นลูกของนางมณโฑ
ประเด็นคือพ่อแม่เป็นยักษ์ ทำไมนางสีดาไม่เป็นยักษ์


นอกเรื่องความเห็นส่วนตัวสีดาเมื่อเกิดโหรทำนายว่าจะทำให้พ่อแม่ บ้านเมือง ประสบเคราะห์กรรม จะนำความหายนะมาให้  ทำให้นึกถึงคีรีจักรแห่งแก้วนพเก้า ช่างมีชะตากรรมเดียวกันจริงๆ เป็นเพราะโหรแท้ๆ เคยอ่านเม้นของแฟนๆแก้วฯคนนึง ว่าถ้าไม่ใช้เพราะคำทำนายว่าคีรีไม่ดีพ่อก็ต้องรักลูกเท่าเทียมกันอาจจะไม่เกิดเรื่องขึ้น  ซึ่งก็เหมือนกับสีดาถ้าโหรไม่ทำนายแบบนั้นนางสีดาก็คงอยู่เป็นลูกทศกัณฑ์และคงไม่เกิดศึกชิงนางขึ้น  (เออแล้ววรรณคดีจะเป็นยังไง อ่า)   :icon_mad:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 16, 2013, 10:38:47 PM
โอ้วววว รามเกียรติ์ มหากาพย์อีกเรื่อง ต้องใช้คำนี้ค่ะสวยงามมาก (ยืมมาจากเจ้าหญิงแตงอ่อน)

ชอบ สีดา เบญจกาย หนุมาน ทศกัณฑ์

เอ่อ ขอถามนอกประเด็น(แต่ยังเป็นเรื่องเดียวกัน)หน่อยนะคะ
คือเคยอ่านเรื่องรามเกียรติ์ตอนเด็กๆแล้วจำได้ว่านางสีดาเป็นลูกของทศกัณฑ์กับนางมณโฑ(แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกของนางมณโฑหรือชายาคนอื่น)ถ้าเป็นลูกของนางมณโฑ
ประเด็นคือพ่อแม่เป็นยักษ์ ทำไมนางสีดาไม่เป็นยักษ์


นอกเรื่องความเห็นส่วนตัวสีดาเมื่อเกิดโหรทำนายว่าจะทำให้พ่อแม่ บ้านเมือง ประสบเคราะห์กรรม จะนำความหายนะมาให้  ทำให้นึกถึงคีรีจักรแห่งแก้วนพเก้า ช่างมีชะตากรรมเดียวกันจริงๆ เป็นเพราะโหรแท้ๆ เคยอ่านเม้นของแฟนๆแก้วฯคนนึง ว่าถ้าไม่ใช้เพราะคำทำนายว่าคีรีไม่ดีพ่อก็ต้องรักลูกเท่าเทียมกันอาจจะไม่เกิดเรื่องขึ้น  ซึ่งก็เหมือนกับสีดาถ้าโหรไม่ทำนายแบบนั้นนางสีดาก็คงอยู่เป็นลูกทศกัณฑ์และคงไม่เกิดศึกชิงนางขึ้น  (เออแล้ววรรณคดีจะเป็นยังไง อ่า)   :icon_mad:

ใช่ค่ะนางสีดาเป็นธิดาของนางมณโฑกับทศกัณฑ์ ค่ะ ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไม นางสีดา ไม่เชื่อยักษ์ครึ่งนึง หรือเชื้อฝั่งแม่แรงกว่าก็ไม่รู้ 555
เรื่องคำทำนายนี่ พี่ว่า เป็นเหมือนสูตรสำเร็จของแนวนี้ก็ว่าได้นะ พอรู้คำทำนายถ้าหากว่ามันไม่ดี ก็จะพยายามทำทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยง
แต่สุดท้ายก็กลับเดินสู่กับดักแห่งคำทำนายนั้นเอง

ปล.ในเฟซบุ๊คมีน้องคนนึงไม่ทราบว่า นางสีดาเป็นธิดาของทศกัณฑ์กับนางมณโฑ ตอนแรกที่พี่เรียนภาษาไทย ก็ไม่รู้นะ แต่พอลงลึกอ้าว พ่อลูกกันนี่นา
พี่เลยคิดว่า ความเป็นพ่อลูกของทศกัณฑ์กับนางสีดา น่าจะมีส่วนทำให้ทศกัณฑ์ไม่สามารถแตะต้องตัวนางสีดาได้
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 17, 2013, 03:57:58 PM
อ่า ภาพสวยจังเลยมีให้เก็บแบบเป็นเซ็ตด้วย เลิสสุดอ่า หนูชอบตัวนางของเรื่องนี้จัง คือไม่ว่าจะต้องห่างไกลสามีแค่ไหนก็ยังซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยน แต่มีเรื่องนึงที่หนูสงสัย ทำไมนางมณโฑถึงขึ้นบุษบกแล้วบุาบกไม่ลอยอีกเขาบอกว่าต้องมีสามสามีใช่มั้ยอ่า? แล้วมรโฑไปมีคนอื่นตอนไหนหว่า?  :icon_redface:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 17, 2013, 04:07:49 PM
อ่า ภาพสวยจังเลยมีให้เก็บแบบเป็นเซ็ตด้วย เลิสสุดอ่า หนูชอบตัวนางของเรื่องนี้จัง คือไม่ว่าจะต้องห่างไกลสามีแค่ไหนก็ยังซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยน แต่มีเรื่องนึงที่หนูสงสัย ทำไมนางมณโฑถึงขึ้นบุษบกแล้วบุาบกไม่ลอยอีกเขาบอกว่าต้องมีสามสามีใช่มั้ยอ่า? แล้วมรโฑไปมีคนอื่นตอนไหนหว่า?  :icon_redface:

ทศกัญฐ์ สามีปกติที่พระอิศวรยกให้  หนุมานตอนเผากรุงลงกา  ภิเภกรับช่วงต่อหลังจากทศกัญฐ์ตายไปแล้ว   :icon_exclaim:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: lovely ที่ มกราคม 17, 2013, 04:10:47 PM
ทศกัณฐ์คือพี่ปอนด์เหรอค่ะเนี่ย ตอนแรกนึกว่าพี่อ้นซะอีก  :icon_surprised:
รอดูภาพต่อๆไปค่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 17, 2013, 07:11:16 PM
อ่า ภาพสวยจังเลยมีให้เก็บแบบเป็นเซ็ตด้วย เลิสสุดอ่า หนูชอบตัวนางของเรื่องนี้จัง คือไม่ว่าจะต้องห่างไกลสามีแค่ไหนก็ยังซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยน แต่มีเรื่องนึงที่หนูสงสัย ทำไมนางมณโฑถึงขึ้นบุษบกแล้วบุาบกไม่ลอยอีกเขาบอกว่าต้องมีสามสามีใช่มั้ยอ่า? แล้วมรโฑไปมีคนอื่นตอนไหนหว่า?  :icon_redface:

ทศกัญฐ์ สามีปกติที่พระอิศวรยกให้  หนุมานตอนเผากรุงลงกา  ภิเภกรับช่วงต่อหลังจากทศกัญฐ์ตายไปแล้ว   :icon_exclaim:


นางมณโฑ มีสามี อีกคน คือ พาลี(น้าของหนุมาน  โอรสของพระอินทร์กับนางกาลอัจนา(ยายหนุมาน แม่ นางสวาหะแม่ของหนุมาน) ) 
ไม่แน่ใจว่า สามีคนแรกของ นางคือ พาลี รึเปล่า เพราะ ตอนที่ พระศิวะประทานนางมณโฑ ให้ ทศกัณฑ์ ทศกัณฑ์มีอะไรกับนางก่อนที่จะเหาะผ่านเมืองขีดขินของพาลี รึเปล่า
พอถึงเมืองขีดขิน พาลีจึงชิงนางไปจากทศกัณฑ์  จนมีลูกด้วยกัน คือ องคต

สรุปนางมณโฑ ตก เป็น ของ พาลี ทศกัณฑ์  หนุมาน(หนุมานปลอมเป็นทศกัณฑ์เข้าหานางมณโฑ) และสุดท้าย ก็ ภิเภก
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 17, 2013, 08:29:17 PM
อ่า ภาพสวยจังเลยมีให้เก็บแบบเป็นเซ็ตด้วย เลิสสุดอ่า หนูชอบตัวนางของเรื่องนี้จัง คือไม่ว่าจะต้องห่างไกลสามีแค่ไหนก็ยังซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยน แต่มีเรื่องนึงที่หนูสงสัย ทำไมนางมณโฑถึงขึ้นบุษบกแล้วบุาบกไม่ลอยอีกเขาบอกว่าต้องมีสามสามีใช่มั้ยอ่า? แล้วมรโฑไปมีคนอื่นตอนไหนหว่า?  :icon_redface:

ทศกัญฐ์ สามีปกติที่พระอิศวรยกให้  หนุมานตอนเผากรุงลงกา  ภิเภกรับช่วงต่อหลังจากทศกัญฐ์ตายไปแล้ว   :icon_exclaim:


นางมณโฑ มีสามี อีกคน คือ พาลี(น้าของหนุมาน  โอรสของพระอินทร์กับนางกาลอัจนา(ยายหนุมาน แม่ นางสวาหะแม่ของหนุมาน) ) 
ไม่แน่ใจว่า สามีคนแรกของ นางคือ พาลี รึเปล่า เพราะ ตอนที่ พระศิวะประทานนางมณโฑ ให้ ทศกัณฑ์ ทศกัณฑ์มีอะไรกับนางก่อนที่จะเหาะผ่านเมืองขีดขินของพาลี รึเปล่า
พอถึงเมืองขีดขิน พาลีจึงชิงนางไปจากทศกัณฑ์  จนมีลูกด้วยกัน คือ องคต

สรุปนางมณโฑ ตก เป็น ของ พาลี ทศกัณฑ์  หนุมาน(หนุมานปลอมเป็นทศกัณฑ์เข้าหานางมณโฑ) และสุดท้าย ก็ ภิเภก

555 จะว่าไปก็แฟดีนะ กำไรพอๆกับหนุมานอ่ะตัวนางมณโฑเนี่ย กวาดไปเยอะพอดูนะนั่น 555 :icon_surprised:
แถมนางสีดาอีกภาพ ตกภาพนี้ไปนี่หว่า 555 คุ้มสุดๆๆอ่ะเซตรามเกียรติ์เนี่ยแจกแหลกจริงๆทั้งภาพรวม ภาพแยกวอล และภาพเดี่ยวตัวละครเป็น 10 ภาพคงจะอิ่มเอมนะจ๊ะนานะจัง จัดหนักให้เต็มๆ555
ภาพก็ลงให้เยอะและ แต่หาเม้นให้ชื่นใจหน่อยแทบไม่มี จะเงียบไปไหนกันหมดเนี่ย

(http://upic.me/i/5m/jtakn.jpg) (http://upic.me/show/42856789)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 17, 2013, 09:05:29 PM
อ่า!มีผู้รู้มาตอบข้อข้องใจเยอะเลย ดีจังเข้าใจแระ แต่นางมณโฑไม่รุ้ใช่มั้ยคะว่าใครเป็นใครตอนเข้าหาตัวเอง (หรือเปล่า)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 17, 2013, 09:48:11 PM
โอ้ นางมณโฑ คาสโนวี่ตัวจริง :icon_surprised:

โอ้วววว รามเกียรติ์ มหากาพย์อีกเรื่อง ต้องใช้คำนี้ค่ะสวยงามมาก (ยืมมาจากเจ้าหญิงแตงอ่อน)

ชอบ สีดา เบญจกาย หนุมาน ทศกัณฑ์

เอ่อ ขอถามนอกประเด็น(แต่ยังเป็นเรื่องเดียวกัน)หน่อยนะคะ
คือเคยอ่านเรื่องรามเกียรติ์ตอนเด็กๆแล้วจำได้ว่านางสีดาเป็นลูกของทศกัณฑ์กับนางมณโฑ(แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกของนางมณโฑหรือชายาคนอื่น)ถ้าเป็นลูกของนางมณโฑ
ประเด็นคือพ่อแม่เป็นยักษ์ ทำไมนางสีดาไม่เป็นยักษ์


นอกเรื่องความเห็นส่วนตัวสีดาเมื่อเกิดโหรทำนายว่าจะทำให้พ่อแม่ บ้านเมือง ประสบเคราะห์กรรม จะนำความหายนะมาให้  ทำให้นึกถึงคีรีจักรแห่งแก้วนพเก้า ช่างมีชะตากรรมเดียวกันจริงๆ เป็นเพราะโหรแท้ๆ เคยอ่านเม้นของแฟนๆแก้วฯคนนึง ว่าถ้าไม่ใช้เพราะคำทำนายว่าคีรีไม่ดีพ่อก็ต้องรักลูกเท่าเทียมกันอาจจะไม่เกิดเรื่องขึ้น  ซึ่งก็เหมือนกับสีดาถ้าโหรไม่ทำนายแบบนั้นนางสีดาก็คงอยู่เป็นลูกทศกัณฑ์และคงไม่เกิดศึกชิงนางขึ้น  (เออแล้ววรรณคดีจะเป็นยังไง อ่า)   :icon_mad:

ใช่ค่ะนางสีดาเป็นธิดาของนางมณโฑกับทศกัณฑ์ ค่ะ ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไม นางสีดา ไม่เชื่อยักษ์ครึ่งนึง หรือเชื้อฝั่งแม่แรงกว่าก็ไม่รู้ 555
เรื่องคำทำนายนี่ พี่ว่า เป็นเหมือนสูตรสำเร็จของแนวนี้ก็ว่าได้นะ พอรู้คำทำนายถ้าหากว่ามันไม่ดี ก็จะพยายามทำทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยง
แต่สุดท้ายก็กลับเดินสู่กับดักแห่งคำทำนายนั้นเอง

ปล.ในเฟซบุ๊คมีน้องคนนึงไม่ทราบว่า นางสีดาเป็นธิดาของทศกัณฑ์กับนางมณโฑ ตอนแรกที่พี่เรียนภาษาไทย ก็ไม่รู้นะ แต่พอลงลึกอ้าว พ่อลูกกันนี่นา
พี่เลยคิดว่า ความเป็นพ่อลูกของทศกัณฑ์กับนางสีดา น่าจะมีส่วนทำให้ทศกัณฑ์ไม่สามารถแตะต้องตัวนางสีดาได้


ตอนแรกก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ หนังสือเรียนไม่ได้ลงไว้ละเอียด ต้องหาอ่านหนังสือนอกเวลาเรื่องรามเกียรติ์โดยเฉพาะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 18, 2013, 08:22:15 PM

ภาพก็ลงให้เยอะและ แต่หาเม้นให้ชื่นใจหน่อยแทบไม่มี จะเงียบไปไหนกันหมดเนี่ย



จัดเต็มจริงๆค่ะ เซ็ตนี้ แต่ที่เม้นไม่เยอะ คาดว่าคงเม้นกันในเฟซไปเยอะละ

เอาเม้นในพันทิปมั้ยคะ >>> http://pantip.com/topic/30053211

อ่า!มีผู้รู้มาตอบข้อข้องใจเยอะเลย ดีจังเข้าใจแระ แต่นางมณโฑไม่รุ้ใช่มั้ยคะว่าใครเป็นใครตอนเข้าหาตัวเอง (หรือเปล่า)

ตอนหนุมานแปลงเป็นทศกัณฑ์ เข้าหานางมณโฑไม่รู้ค่ะ คิดว่าเป็นทศกัณฑ์ มารู้ทีหลัง



หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 18, 2013, 11:33:02 PM
อ่าขอบคุณความรู้ที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ :(
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 19, 2013, 10:39:10 AM
สวยงามละลานตาไปหมดเลยครับ ทั้งเซตรวมเซตแยก พี่โบเบนซ์สุดยอดมากรีทัชเนียนแล้วจัดภาพมิกซ์ภาพยังงามโฮกอีกด้วย ชอบมากครับเซตนี้ รอเซตหน้า เห็นแย็บๆว่าอันโดรเมด้าจะออกมาให้ยมโฉมกันแล้วหรอครับ ^^
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: rainbow ที่ มกราคม 19, 2013, 06:19:15 PM
ช่วงนี้ติดภาระกิจไม่ค่อยได้เข้าบอร์ดเลยเจา้ค่ะพี่ๆ ยังไงเดี๋ยวมาเม้นต์ให้ทีหลังนะค่ะ

ยังรอดูเสมอนะค่ะพี่ๆ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 22, 2013, 11:05:25 AM
จะหายไปอีกนานมากกกก งานเข้าซะแล้ว จะไม่ว่างอีกนาน ทิ้งท้ายไว้ด้วยภาพนี้ค่ะ อันโดรเมดา งมมา 3 วันได้เวลาปล่อยเกาะ 555
เจ้าชายอังเดร : เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์
เจ้าหญิงอันโดรเมดา : นีน่า สุทัศสรณ์ สัจจะภูริภูมิ

(http://image.ohozaa.com/i/af5/sUJZb1.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wB9PfB0JgNt93Stn)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 22, 2013, 11:46:26 AM
สวยและชวนฝันมากค่ะ น้องเอรูปนี้หล่อมาก
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 22, 2013, 06:38:24 PM
อันโดรนีน่าสวยจัง :icon_idea:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: king ที่ มกราคม 22, 2013, 11:15:09 PM
ทำได้เนียน สวยมากๆจ้า ขอบใจมากค่ะ ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆให้เราดู ทำออกมาอีกนะค่ะ เราจะคอยติดตามตลอด วรรณ๕ดีไทยถ้านับแล้วนับไม่ถ้วน ตัวละครที่เป็นครุฑในวรรณ๕ดีไทย รู้สึกจะมีบทบาทแค่เรื่องกากีเรื่องเดียวที่เราจำได้ 
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 23, 2013, 09:47:54 AM
สวยเนียนมากครับทั้งนีน่าทั้งเอเลย ชอบสไตล์ชวนฝันอยู่แล้ว U///U
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: RaDa_K ที่ มกราคม 23, 2013, 05:21:06 PM
ภาพจิ้นของนานะจัง จัดไป 2 เรื่อง ไม่ค่อยว่างลงนะคะ ขอรวบลงทีเดียวเลย
เจ้าหญิงนกกระจาบ บอย สพล  เป็น สรรพสิทธิ์  แยม เป็น สุวรรณเกสร

(http://upic.me/i/mx/b9yvk.jpg) (http://upic.me/show/42145472)




กรี๊ดดดดดดดด ถูกใจมากเลยค่ะ :icon_evil:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มกราคม 24, 2013, 09:45:35 AM
อันโดรฯ  สีฟ้าสีแห่งท้องมุทร สวยมาก งามจริงๆ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มกราคม 30, 2013, 07:52:59 PM
ไม่อยู่ไปต่างจังหวัดมาหลายวัน มีใครคิดถึงกันบ้างมั๊ยน๊า อย่างน้อยก็คิดถึงคู่จิ้นภาพใหม่ๆเนอะ 555 พระนล แนวภาระตะอีกภาพ ได้คู่จิ้นคู่นี้ พระนางใบหน้าคมคาย
พระนล : อ้น รติพงษ์ ภู่มาลี
ทมยันตี : น้องตรี นันทรัตน์ ชาวราษฏร์

(http://image.ohozaa.com/i/949/jprNOy.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wCeuBPhzO6ZZpa0R)

เรื่องย่อ พระนลคำหลวง
ในคัมภีร์มหาภารตะของกฤษณไทวปายนมุณี ของอินเดีย ว่า
ฤษีพฤหัสวะเล่าเรื่องพระนลให้กษัตริย์ปาณฑพทั้ง ๕ ฟัง
พระนลเป็นกษัตริย์แห่งนครนิษัท ปล่อยหงส์ไปสื่อความรักกับนางทมยันตี
ในพิธีสยุมพรของนางมีกษัตริย์และเทวดาไปชุมนุมมาก แต่นางเลือกพระนล
ผีร้ายชื่อกลีกับทวาบรริษยาพระนล เข้าสิงพระนลคลั่งไคล้สกา
แพ้สกลจนเสียบ้านเมือง ออกเดินป่าจนได้รับความลำบาก
นางทมยันตีติดตามไปด้วย
ทั้งๆที่พระนลขอร้องให้นางกลับบ้านเมืองของนางเสีย
พระนลจึงตัดสินใจหนีนางไป แต่นางไม่ยอม พยายามดั้นด้นติดตามพระนลไป
ต้องผจญภัยจากพรานป่า และหัวหน้าพ่อค้าเกวียน
ในที่สุดนางจำต้องกลับบ้านเมือง
และให้พราหมณ์เที่ยวขับเพลงเล่าเรื่องของพระนลกับนางตามบ้านเมืองต่างๆ
เพื่อสืบหาพระนล ต่อมาพราหมณ์กลับมาทูลว่า
สงสัยหุกสารถของท้าวฤตุบรรณจะเป็นพระนล
นางทมยันตีจึงออกอุบายให้ท้าวฤตุบรรณทราบว่า นางจะเข้าพิธีสยุมพรใหม่
ท้าวฤตุบรรณดีใจให้วาหุก (พระนลปลอม) รีบขับรถไปหานางทมยันตี ระหว่างทาง
พระนลแลกวิชาม้ากับวิชาสกากับท้าวฤตุบรรณ พระนลจึงพ้นอำนาจกาลี
เมื่อท้าวฤตุบรรณมาถึงไม่เห็นมีพิธีสยุมพรเลยไถลทำเป็นมาเยี่ยม
นางทมยันตีจำวาหุกได้ว่าเป็นพระนล
และไม่รังเกียจที่พระนลมีรูปชั่วเพราะถูกนาคพ่นพิษไว้
พระนลไปท้าพนันสกาได้บ้านเมืองกลับคืนมา ทั้งสองมีความสุขดังเดิม
ตอนท้ายเป็นภาคผนวก กล่าวถึงลักษณะคำประพันธ์
และมีอภิธานอธิบายศัพท์สำคัญๆ ที่ทรงใช้ในพระราชนิพนธ์เรื่องนี้
ที่มา :http://onknow.blogspot.com/2010/02/blog-post_4644.html

กลอนเพราะๆจากเรื่อง พระนล
อ้าดูอโศกนี้        ศรีไสววิไลตา
อยู่ห่างกลางพนา        เป็นสง่าแห่งแนวไพรฯ

ชุ่มชื่นรื่นอารมณ์        ลมเพยพัดระบัดใบ
ดูสุขสนุกใจ        เหมือนและดูจอมภูผาฯ

อโศกดูแสนสุข        ช่วยดับทุกข์ด้วยสักครา
โศกเศร้าเผาอุรา        อ้าอโศกโรคข้าร้ายฯ

อโศกโยกกิ่งไกว        จงตอบไปดั่งใจหมาย
ได้เห็นพระฤาสาย        ผ่านมาบ้างฤาอย่างไรฯ

พระนั้นชื่อพระนล       ผู้เรืองรณอริกษัย
เป็นผัวนางทรามวัย        นามนิยม ทมยันตีฯ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มกราคม 31, 2013, 10:50:40 AM
ตรีสวยจัง!!! :icon_evil: พี่อ้นหล่อได้อีกนะเนี่ย เนื้อเรื่องน่าสนุกอ่า ยังไม่เคยเห็นช่องเจ็ดทำเรื่องแนวภารตะเลยอ่า หรือเราโตไม่ทันหว่า :icon_twisted:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มกราคม 31, 2013, 04:23:51 PM
wallพระนลสวยมากครับ สีสันคัลเล่อพูลมากๆเลย ภาพโมเดลก็เป๊ะเว่อร์ >3<
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มกราคม 31, 2013, 06:06:20 PM
เข้ามากรี๊ดพี่อ้นกับน้องตรี ค่ะ  :o
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: lovely ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2013, 03:32:31 PM
ขอบอกเลยค่ะ ว่า สวย เนียน เว่อร์ :o
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 11:13:09 AM
มาลงภาพคู่จิ้นเรื่อง ขุนช้างขุนแผนค่ะ แรงบันดาลใจภาพนี้ไม่มี 555 เพราะไม่ได้จิ้นเอง แต่แค่เปลี่ยนตัวละครตัวนางๆทั้งหลายไปตามวัย 555
จิ้นนี้เป็นจิ้นน้องกาฬค่ะ มีเปลี่ยนผลัดมือทำต่อให้เสร็จด้วยอ่ะ แล้วโปรเจ็คที่รอคอยก็เสร็จสมบูรณ์ แต่ตัวละครไม่ครบนะคะ ขาดไปไม่กี่คน รุ่นลูกขาด
พลายชุมพล และพลายณรงค์ กับนางบัวคำ ส่วนรุ่นสุดท้ายขาด พลายยง ตัวโกงรุ่นหลานค่ะ

ตัวละครหลักในเรื่องนี้
ขุนแผน & พลายแก้ว : ต้น วรนันท์ พร้อมมูล
ขุนช้าง : พีอาร์ก๊อต เสกสรรค์ รอดประเสริฐ
นางวันทอง : แยม ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์
นางสายทอง : เดียร์ ปริษา ทนาวิวัฒน์
นางลาวทอง : การ์ตูน มินท์ธิตา งามทรัพย์มณี
นางแก้วกิริยา : อุ๊ มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์
นางบัวคลี่ : โบว์ ภคมน เจริญวโรดม
พลายงาม : ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
นางศรีมาลา : มิน พีชญา วัฒนามนตรี
นางสร้อยฟ้า : มายด์ ปภัสร์ศมล ภวัฒน์กมลภัทร์
พลายเพชร : ปอนด์ โอภาภูมิ รัชชารมย์
พลายบัว : เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์
นางแว่นแก้ว : กุ๊กกิ๊ก กชกร ส่งแสงเติม

(http://image.ohozaa.com/i/ece/E5wNT3.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wCXoLFQxTbEMlJ7x)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 11:57:10 AM
แจกภาพใหญ่ๆแรงตามลำดับรุ่นเลยนะคะ

(http://image.ohozaa.com/i/f9d/cHyEEM.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wCXsgYOBIkuDjDTq)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 11:59:21 AM
รุ่นลูก พลายงาม - นางศรีมาลา - นางสร้อยฟ้า

(http://image.ohozaa.com/i/f41/e5Woy7.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wCXGcT0CLewoDCiD)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 12:00:32 PM
รุ่นหลาน พลายเพชร - พลายบัว - นางแว่นแก้ว

(http://image.ohozaa.com/i/e5c/1tyvoH.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wCXGC3v2Ti3NiJmS)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 12:24:52 PM
เป็นอีกเซ็ตที่อลังการไม่แพ้เซ็ต พระอัยมณี กับ รามเกียรติ์ เลยค่ะ สุดยอด มาก นานะชอบ เซ็ต พลายงามสุดเลยอ่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: king ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 07:23:09 PM
งดงามมากจ้า สวยๆทั้งนั้นเลย จะรอติดตามผลงานชุดต่อไปนะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 07:40:02 PM
อ่า!!! สวยจังเลยเซ็ตนี้ตัวละครลงตัวมากๆค่ะ พี่แยมเค้าเป็นนางพิมได้ใจสุดแระพี่ต้นเป็นขุนแผนก็ได้ใจไปอีกหนึ่งนึกถึงเทพสังวาลย์เลย ฟินอ่า :) เห็นภรรเมียของขุนแผนแล้วเยอะจริงๆ สวยๆทั้งนั้นน่าอิจฉาอ่ะ (แกอิจฉาเพื่ออะไรเนี่ย?) พลายงามนี่มองตอนแรกจำไม่ได้ว่าใครนะ หนูดูภาพก่อนอ่านน่ะค่ะ พอลงไปอ่านข้างล่างอ้าว! ฟิวส์หรอ ลุคนี้จำแทบไม่ได้ หุหุหุ รุ่นลูกก็ไม่แพ้กันเลยนะเนี่ย ภรรยาสวยๆทั้งนั้น มายด์เป็นสร้อยฟ้า อยากดูจังว่าจะร้ายแค่ไหนนะ 555+  :icon_surprised: มาที่ภาพรุ่นหลานเห็นตอนแรกนึกว่าปอนด์เป็นปอ 555+ แล้วคนกลางนึกว่ากันต์ กันตถาวร 555+ ขำตัวเองพี่โบเบนซ์ไม่ได้ทำไม่เนียนนะคะ แต่หนูว่าดาราหน้าแอบคล้ายกันมากกว่า หรือไม่ก็ติดลุคบ่วงบาปมา หุหุ แต่ชอบนะคะ ชอบมาก ไลค์ค่ะ :icon_idea:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ กุมภาพันธ์ 05, 2013, 07:48:15 PM
หนุมาน : บอย สพล ชนวีร์

(http://upic.me/i/sx/dzf9l.jpg) (http://upic.me/show/42820951)

ด้วยความที่วันก่อนนู้นนั่งดูคุณพระช่วยเลยได้ข้อมูลของหนุมานเพิ่มเติมมาค่ะว่า หนุมารมีภรรยาถึง 6 คนเลยด้วยกัน คนแรกเป็นนางฟ้าชื่อบุษมาลี ต่อมาเป็นนางเบญจกาย ลูกพิเภก ต่อมาเป็นสุพรรณมัจฉา ลูกของทศกัณฐ์ ต่อมาได้นางวานรินทร์ประมาณนี้อ่ะ คนต่อมานางสุพรรณกันยุมา ลูกสะใภ้ทศกัณฐ์ เพราะว่าเธอคนนี้เป็นภรรยาของอินทรชิตมาก่อน ส่วนคนสุดท้าย ได้นางมณโฑค่ะ รุ้สึกว่าตอนได้นางมณโฑเพราะจำใจเนื่องจากนางมณโฑสามารถปรุงน้ำทิพย์คืนชีพให้ยักษ์ได้ แต่ถ้าหากนางมณโฑมีสามี 3 คนเมื่อใดนางก็จะปรุงไม่ได้อีก หุหุห น่าสงสารอ่ะ :icon_eek:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2013, 04:51:28 PM
ตามเก็บรูปครับ สวยมากๆเลย หวานจริงอะไรจริงเซตนี้ UU
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2013, 09:39:25 PM
มณีนพเก้า
มหาเทพครองเพชร (วิทย์ ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล)
เทพศาสตรา ครองทับทิม (บอย สพล ชนวีร์)
เทพีหยั่งรู้ ครองมรกต (หน่อย อุษณียาภรณ์ ผลเจริญ)
เทพกาลเวลา ครองนิล (เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ)
เทพีกรุณา ครองบุษราคัม (ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐ)
เทพีโชคชะตา ครองมุกดา (เกรซ ปานรดา คเชนทร์นุกูล)
เทพอัจฉริยะ ครองโกเมน (เล็ก เจษฎา รุ่งสาคร)
เทพปริศนา ครองเพทาย (อ้น รติพงษ์ ภู่มาลี)
เทพมฤตยู ครองไพฑูรย์ (ต้น พลกฤษณ์ จักรสุวรรณ)
------------------------------
มณีแดง (ฟิวส์ กิตติวงศ์ โพธิ์ปี)
แสงสุรีย์ (เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์)
นาคี (เนย ปรียาพร ร่มเย็น)
รัตนาวดี (กุ๊กกิ๊ก กชกร ส่งแสงเติม)

(http://upic.me/i/pv/maneenoppakao2okb2.jpg)


ภาพนี้ทำสนองความต้องการให้ สามศรีกับจินดาได้คู่กัน^O^ (สังเกตภาพอิมเมจมาจากเรื่องเทพสามทั้งคู่)

ตอนแรกก็คิดจะมีแต่เทพสังวาลทั้ง9อย่างเดียวเลย(กะให้พี่บอยกะพี่หน่อยเด่นๆเว่อร์ๆ!!)

แต่พอทำภาพออกมาแล้วดั๊นนโล่งงงงเพราะเอาคนไปไว้ในอัญมณีหมด=_=" ก็เลยต้องเอารุ่นลูกมาใส่ตรงกลาง เด่นไปเรย เหอๆ

ไม่เป็นไร เรามีเรื่องจิ้นพี่บอยกะพี่หน่อยตัวโตๆสวยๆจากพี่โบว์เบนซ์แระ แค่นี้ก็ฟินสุด>///<!!


ปล.เวอร์นี้ใส่ลายบนหน้าฟิวด้วย ใครชอบเวอร์ชั่้นไม่ใส่ลายหน้า ตามเก็บในเฟซบุคนะคะ^^

ปล.2 อุตส่าห์ตัดหัวพี่บอยใส่ชุดฟิว(เหนมะเค้าพ่อลูกกันมาก)แต่สุดท้ายก็ลบๆๆๆจนเหลือแค่อยู่ในเม็ดทับทิมซะงั้น แอบเสียดายนิดนุงเหมือนกันนะเนี่ย พี่บายผมยาวชุดแดง เท่ห์มว๊ากก><!! ไว้ถ้า!ขยันจะทำวอลเวอร์พ่อแม่มณีแดงให้(ตัวเอง)นะคะ :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2013, 09:57:45 PM
กรี๊ดสวยสดงดงามทั้งรูปมณีนพเก้า ทั้งรูปลายเซ็นแก้วนพเก้า ^^

เอาลายเซ็นไปลงเพจแก้วนะน้องกันย์
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2013, 10:37:00 PM
เก็บรูปกันไม่หวาดไม่ไหว สวยๆ ทั้งนั้น

เริ่มจาก พระนลฯ พระนางหน้าตาได้มากกเหมาะจริงๆ  เป็นภาพที่ชวนฝันมากกก ???
 
ขุนช้าขุนแผน เป็นตัวทอปอีกภาพที่อลังการมากกกก

มณีนพเก้า สีสันสุดคัลเลอร์ฟูมากๆ เห็นแล้วอยากดูอ่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2013, 10:59:02 PM
มาผลัดต่อแบบทันเวลามากๆอ่ะน้องกันย์ พอดีภาพพี่ก็ไม่มีจะอัพละ 555 ลงไปหมดแล้วเซตสุดท้ายก็ขุนช้างขุนแผนนั่นเลย ไม่มีเวลาทำเพิ่มอีกนาน งานจะทับหัวตายอยู่แล้ว
ภาพสวยเป๊ะมากมายอ่ะ 555 แอบสารภาพว่าทีแรกเห็นในเฟชแบบภาพเล็กๆไม่ได้ขายภาพใหญ่ๆและอ่านชื่อเรื่อง นึกว่าทำภาพแก้วนพเก้าเสียอีก 555 ตลกตัวเอง

ปล.น้องกันย์ขาาาาา ลากเสียงยาว พี่อยากได้บรัชดาวในภาพนี้อ่ะค่ะ ที่เป็นเหมือนอุกกาบาตรพุ่งๆ เป็นสายๆอ่ะ ถูกใจมว๊ากกก เปะให้โหลดหน่อยน๊า  :icon_question:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2013, 11:05:06 AM
มาผลัดต่อแบบทันเวลามากๆอ่ะน้องกันย์ พอดีภาพพี่ก็ไม่มีจะอัพละ 555 ลงไปหมดแล้วเซตสุดท้ายก็ขุนช้างขุนแผนนั่นเลย ไม่มีเวลาทำเพิ่มอีกนาน งานจะทับหัวตายอยู่แล้ว
ภาพสวยเป๊ะมากมายอ่ะ 555 แอบสารภาพว่าทีแรกเห็นในเฟชแบบภาพเล็กๆไม่ได้ขายภาพใหญ่ๆและอ่านชื่อเรื่อง นึกว่าทำภาพแก้วนพเก้าเสียอีก 555 ตลกตัวเอง

ปล.น้องกันย์ขาาาาา ลากเสียงยาว พี่อยากได้บรัชดาวในภาพนี้อ่ะค่ะ ที่เป็นเหมือนอุกกาบาตรพุ่งๆ เป็นสายๆอ่ะ ถูกใจมว๊ากกก เปะให้โหลดหน่อยน๊า  :icon_question:

กันย์ไม่ได้ใช้บรัชอ่ะค่ะ ใช้ภาพมาปรับแสงเอา กันย์อธิบายแล้วก็แปะลิ้งรูปไว้ในเฟสที่พี่โบว์เบนซ์ถามกันย์แล้วนะคะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2013, 11:32:41 AM
สวยมากเลยครับ สีสันคัลเลอร์ฟูลมาก พี่กันย์เจ๋งเรื่องเล่นสีจริงๆ ver.ฟิวส์มีลายหน้าสวยกว่าในเฟสอีกนะครับ ให้อารมณ์มณีแดงจริงๆ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 07:11:43 AM
โอ้! มณีนพเก้าเวอร์ชั่นนี้เกิดอารมณ์ให้อยากดูเว่อร์อีกแล้วๆ แลก็ต้องแวบไปหาดูในยูทูปจนได้ :icon_evil:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2013, 06:01:46 PM
หายไปนานเกือบจะเดือนพอดี 555 พอดีมีงานเข้ามาต้องปั่นสุดฤทธิ์ ตอนนี้ก็ลั้นลาได้อีกไม่กี่วัน ก็จะปั่นงานต่อยก 2 กระทู้เงียบมากอ่ะ
พอเราไม่ทำนี่ไม่มีใครทำจริงๆว่ะ เหอะๆๆ เจ้าของกระทู้ แกจะให้ช้านกลืนกระทู้นี้เลยใช่มั๊ยยะหล่อน ผลงานมากมายเริ่มบานลามไปใหญ่และ 555
นับๆดู ได้ 30 อัพแล้ว แม่เจ้า ไหนๆก็ล้างลาไปนานอัพซะอลังการง่ะ

นางสิบสอง เวอร์ชั่น 2013 ตามวัยนะจ๊ะ แล้วแต่จิ้นเลย กันนางเภากับพระรถสิทธิ์ไว้แล้ว แต่ตามที่คนทำวางตัวไว้มีดังนี้

พระรถสิทธิ์ : พี่เล็ก เจษฎา รุ่งสาคร
นางเภา : ฟ้า นภิศา ป้อมเสน
นางสันตรา , สันทมาลา : ตู่ จารุศิริ ภูวนัย
บัว : ลูกศร สุภัสสร มามีเกตุ
ผัน: เดียร์ ปริษา ทนาวิวัฒน์
อี่ : แยม ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์
ปอง : ต้อง ธัญญารีย์ โรจนเรืองชัย
ปี่ : อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
ปลอด : อุ๊ มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์
คล้อง : ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐ
คล้าย : กวาง รวิชา ทังสุบุตร
แสด : อัง พัชราวดี อยู่ภิรมย์
ใย : สอง ชนิดา ภัทรเวชสกุล
ไภ : การ์ตูน มินทร์ธิตา งามทรัพย์มณี

(http://image.ohozaa.com/i/fa4/6qbMpY.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wFOYC7vecomawTX1)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2013, 06:06:38 PM
ต่อด้วยรุ่นลูกนะคะ พระรถ เมรี ฉากกรอกเหล้าค่ะ สามจอกสี่จอก มากรอกเข้า นางเมรีขี้เมาก็หลับไป นั่นแล

พระรถเสน : เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์
นางเมรี : มิน พีชญา วัฒนามนตรี

(http://image.ohozaa.com/i/03d/PQj4xz.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wFP0tGzyDGy8Tlw9)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2013, 06:08:46 PM
ส่วนภาพสุดท้าย พระสุธนมโนห์รา รอไปก่อนนะจ๊ะพี่น้อง กินรีมีตั้ง 7 นางทำยากมากกกกกกกก

ส่วนใครชอบภาพต่อเนื่อง เดี๋ยวจะมาลงให้พร้อมกันนะคะ ใครชอบใหญ่ๆก็เก็บไปก่อนเลยจ้า  :icon_idea:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 09:34:42 AM
ชอบภาพใหญ่ขอเก็บไปก่อนเลยนะครับ สวยมากๆเลย
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: SoRa ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 10:43:23 AM
 ;D ภาพสวยดีค่ะ ...เมรีน่าร๊ากกก แต่...ทำไม ?? เมรี มีถาดหมากพลูด้วย  8)

ฮ่า.... เมรีปากแดงเพราะกินหมากกินพลูหรือนี่?? (แซววว นะจ๊ะ)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 12:21:29 PM
เมรีนี่ มิน เหรอเนี่ย ตัดมามุนนี้นานะจำไม่ได้เลยอ่ะ ขอบอก นางสิบสองแคสติ้งมาได้โอเคมาก
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 01:57:07 PM
เมรีนี่ มิน เหรอเนี่ย ตัดมามุนนี้นานะจำไม่ได้เลยอ่ะ ขอบอก นางสิบสองแคสติ้งมาได้โอเคมาก

ภาพต้นฉบับมันเป็นแบบนี้แหละค่ะ อุตส่าห์เลือกมิน หน้าเข้าดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดแล้วนะ เหอะๆๆ

ภาพสุดท้ายไตรภาค พรสุธนมโนห์รา
ตัวละครในเรื่องพระสุธนมโนห์รา
พระสุธน : เอ เอกราช กฤตสิริทิพย์
มโนห์รา : มิน พีชญา วัฒนามนตรี
แก้วเกศินี : ...การ์ตูน ณัฐนิรันดร์ เศรษฐีธร
ศรีจุฬา : แนน วิจิตรา ฉายสุวรรณ
พิมพารัตน์ : อ้อม ตวงรัตน์ คะชะสะ
ภัทราวดี : ตรี นันทรัตน์ ชาวราษฎร์
มณีกานต์ : แยม ทิชา ตันติประสุติ
สุมาลสิยะ : นีน่า สุทัศสรณ์ สัจจะภูริภูมิ

(http://image.ohozaa.com/i/0f9/WYZhKj.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wFVAQ8ib1i8GDqnD)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 02:01:14 PM
ภาพแถม เผื่อใครชอบแบบรวมภาพนะคะ โดยส่วนตัวแล้วพี่ชอบ ภาพรวมแบบนี้ค่ะ 555 มันดูเป็นเรื่องเป็นราวในภาพดี

(http://image.ohozaa.com/i/f0b/rVyvVp.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wFVCnuzDiE3euffW)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 05:48:19 PM
มโนห์ราเริ่ดมากกกกกกก เสียอย่างเดียวพระสุธน ไม่โดน น้องน๊อต พระสังข์เหมาะกว่า
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: king ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 06:53:23 PM
ชอบมากเลยค่ะ  ;D เซ็ตล่าสุดที่ทำ โดยเฉพาะพระรถ-เมรี ขอบคุณที่ทำงานดีๆออกมาให้เชยชมตลอดค่ะ คุณโบว์เราส่งข้อความหาคุณค่ะ เช็คกล่องข้อความด้วย
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 08:01:46 PM
มโนห์ราเริ่ดมากกกกกกก เสียอย่างเดียวพระสุธน ไม่โดน น้องน๊อต พระสังข์เหมาะกว่า

นึกว่าใครน้องน๊อตนี่เอง พอดีในเครื่องพี่มันไม่มีรูปน้องน๊อตเลยด้วยแหละ เลยนึกไม่ออก ภาพน้องหายไปเกือบหมดเลยค่ะโดนไวรัส
แผ่นที่ไรท์ก็เสีย แบบว่าพระสุธนในจินตนาการต้องมีธนูอ่ะค่ะ ขนาดหาใน google การแสดงโขนยังต้องมีธนูเลย จึงเลือกภาพคนที่มีธนู
มาอันดับแรกค่ะ ก็มีแค่ฟิวส์กับน้องเอ แต่รูปน้องเอสวยกว่า ก็เลยให้เป็นพระสุธนไป นานะจังไม่ชอบก็ไม่เป็นไรค่ะ รับทราบว่าอยากได้ใครเป็นพระสุธน
น้องน๊อตไม่เคยใช้ธนูด้วยมั๊ง 555 เลยไม่ได้เป็น 1 ในตัวเลือกค่ะ

ปล. แต่จริงๆน้องน๊อตโชคดีสุดแล้วนะได้คู่กับมินจริงๆอ่ะ โดยที่คนอื่นเป็นได้แค่จินตนาการอย่างเดียว นานะจังอยากให้น้องเป็นพระเอกเรื่องอื่นคู่กับใคร
บอกได้เลยนะคะ เพราะพระสุธนคงไม่แก้แล้ว ในเพจพี่คนชอบน้องเอก็มีเยอะเหมือนกันค่ะ

ชอบมากเลยค่ะ  ;D เซ็ตล่าสุดที่ทำ โดยเฉพาะพระรถ-เมรี ขอบคุณที่ทำงานดีๆออกมาให้เชยชมตลอดค่ะ คุณโบว์เราส่งข้อความหาคุณค่ะ เช็คกล่องข้อความด้วย

ขอบคุณ king นะคะที่ชอบผลงานเรา เราส่งข้อความกลับไปแล้วนะคะอย่าลืมไปเช็คนะจ๊ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 08:11:06 PM
มโนห์ราเริ่ดมากกกกกกก เสียอย่างเดียวพระสุธน ไม่โดน น้องน๊อต พระสังข์เหมาะกว่า

นึกว่าใครน้องน๊อตนี่เอง พอดีในเครื่องพี่มันไม่มีรูปน้องน๊อตเลยด้วยแหละ เลยนึกไม่ออก ภาพน้องหายไปเกือบหมดเลยค่ะโดนไวรัส
แผ่นที่ไรท์ก็เสีย แบบว่าพระสุธนในจินตนาการต้องมีธนูอ่ะค่ะ ขนาดหาใน google การแสดงโขนยังต้องมีธนูเลย จึงเลือกภาพคนที่มีธนู
มาอันดับแรกค่ะ ก็มีแค่ฟิวส์กับน้องเอ แต่รูปน้องเอสวยกว่า ก็เลยให้เป็นพระสุธนไป นานะจังไม่ชอบก็ไม่เป็นไรค่ะ รับทราบว่าอยากได้ใครเป็นพระสุธน
น้องน๊อตไม่เคยใช้ธนูด้วยมั๊ง 555 เลยไม่ได้เป็น 1 ในตัวเลือกค่ะ

ปล. แต่จริงๆน้องน๊อตโชคดีสุดแล้วนะได้คู่กับมินจริงๆอ่ะ โดยที่คนอื่นเป็นได้แค่จินตนาการอย่างเดียว นานะจังอยากให้น้องเป็นพระเอกเรื่องอื่นคู่กับใคร
บอกได้เลยนะคะ เพราะพระสุธนคงไม่แก้แล้ว ในเพจพี่คนชอบน้องเอก็มีเยอะเหมือนกันค่ะ




อยากให้พี่ทำ ศรีธนญชัย อ่ะ แต่ไม่รู้เอาใครเป็นพระเอก ดี ฟิวส์ก็พอได้อยู่
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2013, 08:17:20 PM
นางสิบสอง แต่ละนางงามมมมมจนอิจฉาพระรถสิทธิ์><!!!

พระสุธน มโนราห์ นี่ได้อยู่พระพอเป็นไปได้ แต่นางเค้าคงไม่กลับมาเล่นละครพื้นบ้านอีกแล้ว เศร้าT^T

ว่านาง12เจ๋งแล้ว พระสุธน มโนราห์น่าโคตรๆๆๆสุดยอดอ่ะค่ะ :P
กินรีแต่ละนางนี่เห็นถึงความพยายามสุดๆ แถมทั้งภาพประกอบ องค์รวมการจัดภาพ ฟร้อน ลายเส้นประกอบ เอฟเฟกต่างๆ ลงตัวมั่กๆ^^

ช่วงหลังๆนี่มีแต่โปรเจคใหญ่ยักษ์ทั้งนั้นเลย ตื่นตาตื่นใจสุดๆ!! :)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 01, 2013, 03:36:48 PM
จริงด้วย น๊อต นี่ยังไม่โดนจิ้นซักเรื่องเลยนะ พี่โบเบนซ์จัดเลยครับ ^^
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 01, 2013, 08:07:52 PM
ในความรู้สึกของกาฬ ไม่สามารถจิ้นน้องน๊อตได้เลยซักเรื่องอ่ะ
อาจจะเพราะไม่ค่อยเมนแนวน๊อต  ชอบแบบเอมากกว่า  สามารถอายคอนแทคได้
รู้สึกว่าตอนนี้ เอ เป็นพระเอกที่โดนใจที่สุด (ไม่นับเรื่องบทที่ได้รับนะ)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 01, 2013, 11:12:29 PM
ว้าว O{}O แม่ยกน้องเอเปิดตัวอีกคนแล้วสินะ ฮ่าๆๆ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 02, 2013, 03:50:17 PM
ขวานฟ้าหน้าดำ
สุทธาเทพ/ขวาน - เลอสรรค์ คงเจริญ
บุษยา - มินทร์ลดา เจริญทวีรัตน์

(http://image.ohozaa.com/i/2b8/M7RikZ.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wGc9mxHMzZLIUT3M)

เรื่องย่อ.....

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสามีภรรยาคู่หนึ่งไม่มีลูกอาศัยอยู่ในกลางป่า ทั้งคู่รู้สึกเหงาและต้องการมีเด็ก ๆ ไว้เป็นเพื่อน ดังนั้นทั้งคู่จึงคิดที่จะไปขอบุตรกับเทวดา แต่ว่าเพื่อนของเขาแนะนำว่าทั้งคู่ควรจะไปขอบุตรกับเ จ้าพ่อเขาเขียว พวกเขาปฏิบัติตามคำแนะนำของเพื่อนและเริ่มประกอบพิธี
ท่ามกลางควันธูปและเทียนอันฟุ้งตลบ เจ้าพ่อเขาเขียวก็ปรากฏตัวขึ้นโดยเป็นชายร่างเล็กขนา ดเท่าตุ๊กตา เจ้าพ่อบอกทั้งคู่ว่าถ้าหากว่าเขาต้องการลูกจริง ๆ แล้ว ท่านก็จะไปขอเทวดามาให้คนหนึ่ง แต่ว่าทั้งคู่จะต้องรักและดูแลเด็กนั้นอย่างดี ไม่ว่าเด็กนั้นจะพิกลพิการ หรือขี้ริ้วขี้เหร่แค่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าหากว่าทั้งคู่ตกลงรับปากท่านก็จะนำเด็กมาให้ตามคำ ขอ

หลังจากทั้งคู่ให้สัญญาแล้ว เจ้าพ่อเขาเขียนวก็ขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อเชิญเทวดาองค์ หนึ่งมาเกิดเป็นลูกของสองสามีภรรยาคู่นั้น ต่อมาผู้เป็นภรรยาซึ่งมีชื่อว่าสำลีก็ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามก่อนที่นางจะตั้งครรภ์ นางก็ฝันไปว่านางพบเด็กเกเรมีนิสัยชอบทำให้สัตว์เล็ก ๆ อย่างเช่น นกและจิ้งหรีดได้รับความทรมาน ดังนั้นนางจึงเตือนเขาว่าเป้นบาป เด็กน้อยนั้นชอบวิธีที่นางสังสอน และบอกกับนางว่า คนอื่นไม่มีความเมตตาต่อตน เพราะว่าพวกเขาถ้าไม่ตีก็จะด่าแช่ง แล้วด็กคนนั้นก็ขอให้นางเป็นมารดาของเขา เมื่อเขาพูดจบก็แปลงร่างเป็นก้อนถ่านและลอยเข้าปากนา ง

ในขณะเดียวกับที่บนสวรรค์ ก็มีเทวดาองค์หนึ่งนามว่า สุดาเทพ เป็นเทวดานิสัยดีและอ่อนโยน ท่านไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร เพราะว่าท่านรู้จังแยกแยะว่าสิ่งไหนเป็นบาปและสิ่งไห นเป็นบุญ จึงประพฤติตนตามทำนองคลองธรรมเสมอมา และถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยรังแกใคร เทวดาองค์อื่น ๆ ก้ชอบรังแกท่านอยู่บ่อย ๆ เมื่อหมดความอดทนเข้าจริง ๆ ท่านจึงไปร้องเรียนต่อพระอินทร์ผู้ซึ่งก็รู้สึกสงสาร ท่านดังนั้นจึงประทานขวานฟ้ามาให้เป็นอาวุธป้องกันตั ว

เมื่อได้ขวานฟ้ามาเป็นอาวุธแล้ว ท่านสุดาเทพก็ใช้ขวานนั้นทำร้ายเทวดาที่เคยรังแกตน นับจากวันนั้นมาก็ไม่มีใครกล้าต่อกรกับท่านอีกเลย จากการเป็นเทวดาที่อ่อนน้อมถ่อมตน ตอนนี้ท่านสุดาเทพองค์ใหม่ กลายเป็นเทวดาที่ยะโสโอหังและใช้อาวุธของตนรังแกเทวด าองค์อื่นโดยไม่เลือกมาก แล้ววันหนึ่งเทวดาดีองค์หนึ่งก็เข้าไปฟ้องพระอินทร์ ผู้ซึ่งสั่งให้พระอาทิตย์ไปสอนบทเรียนแก่สุดาเทพให้ห ลาบจำ

เมื่อได้รับคำบัญชาจากพระอินทร์แล้ว พระอาทิตย์ก็ใช้แสงเผาหน้าท่านสุดาเทพ แล้วส่งให้สุดาเทพไปเกิดเป็นมนุษย์และมีหน้าดำไปข้าง หนึ่งที่ด้านซ้าย ต่อเมื่อทำความดี 7 ประการ เป็นต้นว่าช่วยชีวิตคน นั้นแหละใบหน้าของท่านก็จะกลับมาขาวและงดงามอีกครั้ง หนึ่ง พระอาทิตย์อนุญาตให้ท่านนำขวานฟ้าติดตัวไปได้ และถ้าทำตนเป็นคนดีก็จะสามารถถือขวานเหาะเหินเดินอาก าศได้ และด้วยผลของคำสาปนั้นเอง เมื่อเจ้าพ่อเขาเขียวนั้นหาเทวดามาให้สองสามีภรรยาคู ่นั้นจึงได้เด็กหน้าดำมีขวานฟ้าเป็นอาวุธ ดังนั้นในเวลาต่อมาเขาจึงได้ชื่อว่า "ขวานฟ้าหน้าดำ"

ในขณะเดียวกัน หลังจากตั้งครรภ์อยู่เป็นเวลาหลายเดือน นรางสำลีก็คลอดลูกชายมีหน้าตาประหลาด เพราะใบหน้าด้านซ้ายมีสีดำเหมือนกับถูกไฟใหม้ อย่างไรก็ตามในวันที่เขาเกิดนั้นก็ปรากฏแสงสว่างอยู่ รอบบ้าน และทันใดนั้นก็มีขวานลอยมาจากสวรรค์นั้น แล้วข่าวลือก็แพร่กระจายไปในหมู่เพื่อนบ้านว่า ภรรยาของนายอุทัยให้กำเนิดเด็กทารกหน้าดำ เด็กน้อยนั้นหน้าตาอัปลักษณ์จริง ๆ บางคนยังพูดอีกว่าทารกนั้นเป็นลูกผี ต่อมาภายหลังเพื่อนบ้านทั้งหมดก็พากันเชื่อว่าเด็กทา รกนั้นเป็นลูกผีปีศาจจริง ๆ

ข่าวลือทำให้สองสามีภรรยารู้สึกเสียใจ แม้กระนั้นทั้งคู่ก็ยังรักลูกมากและให้การเลี้ยงดูเป ็นอย่างดี ข่าวลือทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลง เมื่อเพื่อนบ้านเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรจะให้เด็กผี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอีกต่อไป เพราะว่าจะนำกาลกิณีมาสู่หมู่บ้านทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องการให้หมดผีกำจัดทารกนั้นเสีย

เพื่อปกป้องชีวิตของลูกน้อย สองสามีภรรยาจึงเตรียมตัวที่จะหนีออกจากหมู่บ้าน อย่างไรก็ตามมันก็สายเกินไปแล้วสำหรับพวกเขาที่จะหนี เพราะบ้านถูกล้อมโดยฝูงชนผู้โกรธแค้นและต้องการให้ฆ่ าทารกเสีย เมื่อถึงคราวคับขันเข้าจริง ๆ ทั้งคู่ก็นั่งลงด้วยความหมดหวังและได้แต่เพียงร้องขอ ความเมตตาจาฝูงชนที่กรูกันเข้ามา

ก่อนที่จะถูกรุมทำร้ายตายโดยเพื่อนบ้านที่กำลังโกรธแ ค้น ทันใดนั้นขวานก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและขับไล่ฝูงชนออกไป ด้วยความตกใจกลัวขวานที่ไล่ตามมานั้น เพื่อนบ้านต่างก็วิ่งหนีเอาตัวรอด ในขณะเฝ้าดูความอัศจรรย์ของขวานนั้น สองสามีภรรยาก็คิดว่าลูกของตนมีบุญมากดังนั้นจึงมีขว านตามมาตั้งแต่เกิด อย่างไรก็ตามนางก็สงสัยว่าทำไมลูกของนางจึงมีหน้าดำ จึงไปถามเจ้าพ่อเขาเขียว ซึ่งท่านก็บอกว่าทารกผู้นี้มีทั้งบาปและบุญติดตัวมา นางควรดูแลเขาให้ดีและด้วยบุญบารมีของเขา ในอนาคตหน้าของเขาจะกลับเป็นสีขาวและจะได้เป็นที่พึ่ งของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้

ในเวลาต่อมา ขวานฟ้าได้หายไปโดยไร้ร่องรอย ดังนั้นมารดาของทารกจึงไปถามเจ้าพ่อเขาเขียวว่าจะตาม หาขวานได้อย่างไร แต่ท่านก็บอกว่าขวานจะกลับมาเองเมื่อถึงเวลาอันเหมาะ สมท่ามกลางข่าวลือและเสียงนินทา เด็กน้อยมีนามว่าขวานฟ้าก็เติบโตขึ้นมาด้วยความเงียบ เหงา ต่อมาภายหลังขวานฟ้าก็ได้พบกับจ้อยผู้ซึ่งเป็นเด็กกำ พร้า ในคราวหนีการจับกุมของอำมาตย์แสงเพชร และเพื่อให้ห่างจากคำเยาะเย้ยถากถาง ขวานฟ้าจึงชอบท่องเที่ยวไปตามลำพังในป่า

วันหนึ่งในขณะที่นั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่า เขาก็เห็นชายผู้มีฐานะดีกำลังถุกทหารซึ่งดูท่าทีไม่เ ป็นมิตรจับกุมอยู่ พวกทหารกำลังพูดถึงเรื่องคำสั่งที่อำมาตย์แสงเพชรสั่ งให้จับพวกที่มีฐานะดีและยึดทรัพย์สมบัติของพวกเขา ถึงแม้ว่าตัวอำมาตย์เองจะร่ำรวยและมีอำนาจแต่เขาก็ยั งต้องการเงินมากเพื่อแจกจ่ายให้กับลูกน้องในความพยาย ามยึดบัลลังก์จากพระราชา ผู้กำลังประชวรอยู่ พระองค์ทรงพระนามว่าพระเจ้าบุรีรมย์

ถึงแม้ว่าพระราชาผู้ประชวรอยู่จะไม่เป็นอุปสรรคในการ ขึ้นสู่บัลลังก์ของเขาอีกต่อไปแล้ว แต่ข้าราชบริพารหลายคนก็ยังจงรักภักดีต่อพระราชาองค์ ก่อนอยู่ และพวกเขาอาจจะไม่พอใจกับความทะเยอทะยานของเขาก็ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้เงินมากล่อคนมาเป็นพรรคพวกของตน ให้มากที่สุด ในขณะที่พวกทหารกำลังพักผ่อนและไม่ได้สนใจตัวประกันอ ยู่นั้น ขวานฟ้าตัดสินใจปล่อยชายผู้มีฐานะดีและช่วยให้เขาหนี แต่เนื่องจากเขาแก่แล้วจึงวิ่งไม่เร็วพอที่จะหนีทหาร ที่ไล่ตามมาได้ เมื่อทหารเข้ามาใกล้แล้ว ขวานฟ้าก็ได้สวดมนต์และขอความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์ สิทธิ์ พระอินทร์เองก็พอใจกับการทำความดีครั้งแรกของขวานฟ้า อย่างไรก็ตามผู้ที่ช่วยเขาหนีก็คือเจ้าพ่อเขาเขียว ท่านบันดาลให้เกิดหมอกควันขึ้นเพื่อบดบังขวานฟ้าและช ายผู้มีฐานะดีไว้ไม่ให้ทหารเหล่านั้นเห็น

เมื่อไม่สามารถตามจับชายผู้มีฐานะดีได้ ทหารจึงไปแจ้งให้อำมาตย์แสงเพชรทราบ ซึ่งทำให้เขาโกรธจัดและสั่งให้จับขวานฟ้าและบิดามารด าของเขาไว้ด้วย เพี่อหนีการจับกุมในครั้งนี้ขวานฟ้าและบิดามารดาจึงห นีไปคนละทิศคนละทาง หลังจากนั้นพวกเขาก็ขาดการติดต่อกันไประยะหนึ่ง ในช่วงนี้เองที่ขวานฟ้าได้เพื่อนรักชื่อจ้อย ทั้งสองเดินทางไปด้วยกันในช่วงที่ประสบความลำบากนี้

ในระหว่างผจญภัยในป่า ขวานฟ้าและจ้อยก็มาพบกับค้างคาวผีซึ่งจะดูดเลือดของท ั้งสอง โชคดีที่เทพารักษ์เข้ามาขัดขวางและช่วยขับไล่สัตว์ดู ดเลือดออกไป และแล้วเทพารักษ์ก็อวยพรให้เขาทั้งสองโชคดี เด็กทั้งสองออกเดินทางต่อและพบกับอันตรายมากมายหลายอ ย่าง ในที่สุดแห่งการเดินทางทั้งคู่ก็พบกับนกกายักษ์และผี เสื้อน้ำดุร้าย และด้วยความช่วยเหลือของเทพารักษ์และเทวดาอื่น ๆ ทั้งคู่ก็สามารถหนีรอดจากภัยอันตรายทั้งปวดได้สำเร็จ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ขวานฟ้าและจ้อยช่วยพระราชาของเมื องหนึ่งปราบกบฏได้สำเร็จ และชิงบัลลังก์คืนมาให้พระองค์ ด้วยความช่วยเหลือของพวกเขาทั้งสอง เมืองนี้ก็กลับมามีความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง ข่าวการทำความดีของขวานฟ้าไปถึงสวรรค์ และก็คาดว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้กลับไปสวรรค์อีกครั้ง หนึ่ง

หลังจากเดินทางมาไกลแล้ว ขวานฟ้าและจ้อยก็คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตน ขวานฟ้าเองก็คิดถึงบิดามารดาซึ่งพลัดพรากจากกันมานาน แล้ว เมื่อมาถึงบ้านเขาก็พบว่าบิดามารดาของตนกลายเป็นคนตา บอด เพราะอำมาตย์แสงเพชรโกรธเขาจึงสั่งให้ควักลูกตาของบิ ดามารดาของเขา เพื่อเป็นการแก้แค้นที่เขาขัดขวางแผนการใหญ่ของตน เพื่อแก้แค้นคนที่ทรมานบิดามารดาของเขา ขวานฟ้าจึงใช้ขวานฟ้าฆ่าอำมาตย์แสงเพชร และนำความสงบสุขกลับมาสู่บ้านเมืองอีกครั้ง

ด้วยความกตัญญูที่มีต่อบิดามารดาของเขานี้เอง ที่ทำให้พระอินทร์เกิดความสงสารบิดามารดาของเขา ดังนั้นจึงมอบดวงตาคู่ใหม่ให้สองสามีภรรยา ซึ่งทำให้กลับมามองเห็นใหม่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากประกอบคุณงามความดีเหล่านี้แล้ว ขวานฟ้าก็กลับไปสวรรค์ ดังนั้นเรื่องเด็กหน้าดำผู้มาจากสวรรค์เพื่อประกอบคุณงามความดีโดยการช่วยเหลือคน

cr. http://www.weloveshopping.com/template/a01/showproduct.php?pid=18918384&shopid=28156
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 03, 2013, 05:25:05 PM
สินนุราช
สินนุราช - เอกราช กฤตสิริทิพย์
อุบลมณฑา - กชกร ส่งแสงเติม
ปราบนรินทร์ - กิตติวงศ์ โพธิ์ปี
สุวรรณมาลี - วิจิตรา ฉายสุวรรณ
บุญรนบ - วสุ ปทุมรัตน์วัฒนา
เกสรมาลี - ปภัสร์ศมล ภวัฒน์กมลภัทร์

(http://image.ohozaa.com/i/a8a/CkrEY1.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wGkrfz5gppgD4bQb)

พึ่งสังเกตุเห็นพิมพ์เครดิตผิด (อายจุง >///<)

เรื่องย่อ.....by bobenz

          พระสัชนูมีม้าวิเศษคู่ใจประจำพระองค์ ทรงเป็นโอรสของท้าวอาทิตย์และนางเกษณีแห่งพาราณสี ทั้งยังมีพระขนิษฐาคือนางกิเรน
ซึ่งทั้งสองถูกท้าวอาทิตย์บังคับให้แต่งงานกัน พระสัชนูไม่ยอมตามนั้นจงหนีออกจากเมืองพร้อมกับม้า ไปพำนักอยู่กับพระฤาษี หลังจากที่ได้
ทราบข่าวความงามของนางคัพภา ธิดาท้าวสวัสดิราช ความงามของนางคัพภาอยู่ในใจพระสัชนูมาตลอด จนกระทั่งพระสัชนูฝึกวิชาสำเร็จจึงได้
ออกเดินทางไปยังปราสาทนางคัพภา พระสัชนูได้แสดงความสามารถด้วยการยกธนูจึงได้นางมาเป็นชายา ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินทางไปยัง
เมืองพาราณสีได้พบกับยักษ์พาล ม้าวิเศษได้เข้าต่อสู้แต่เป็นฝ่ายแพ้ พระสัชนูและนางคัพภาจึงต้องระเหระหนอยู่กลางป่า จนมีอันต้องพลัดพราก
กันเพราะพยายามข้ามทะเลนางคัพภาได้ตายายช่วยขึ้นฝั่ง ส่วนพระสัชนูนางเมขลามาช่วยเอาไว้ตามบัญชาของพระอินทร์

             พระสัชนูได้ไปขึ้นฝั่งที่สวนของยักษ์กันดาร ทั้งได้พบกับนางกิเรนขนิษฐาที่นั่นโดยบังเอิญ นางกิเรนได้ช่วยพระสัชนูได้นางอัญชันธิดา
ของท้าวกันดารเป็นชายาอีกคนหนึ่ง เมื่อได้ม้าวิเศษคืนพระสัชนูจึงได้ทราบว่ายักษ์พาลที่ทำร้ายตนในครั้งก่อนก็คือยักษ์กันดารตนนี้นั้นเอง พระสัชนู
ออกจากเมืองยักษ์พร้อมทั้งนางอัญชันและนางกิเรน ยักษ์กันดารรู้ตัวออกตามล่าร่วมกับยักษ์ไพรุณจนพบพระสัชนูหลังจากที่พระสัชนูได้ช่วยเหลือ
นางคัพภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การต่อสู้จึงปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้พระสัชนูและม้าวิเศษเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ ทั้งหมดจึงพากันเดินทางกลับเมืองพาราณสี

             อยู่มาไม่นาน นางคัพภาเสด็จกลับเมืองแล้วได้ให้กำเนิดพระโอรสนาม "สินนุราช" พร้อมๆกับนางกิเรนที่มีธิดานามว่า "เกสรมาลี" และบุตของ
นางอัญชัน นามว่า "ปราบนรินทร์" สินนุราชฝึกวิชากับพระนาคาฤาษีจนอายุได้ 16 ปีจึงลากลับเมือง ก่อนจากกันพระฤาษีได้มองผอบให้ใบหนึ่ง ในผอบ
นั้นมีนางแก้วอุบลมณฑาซึ่งนาคาฤาษีชุบเสกขึ้นจากบัวที่สินนุราชเก็บมาจากสระ ทั้งยังกำชับไม่ให้สินนุราชเปิดผอบก่อนถงเมือง แต่ด้วยความสงสัยใคร่รู้
สินนุราชจึงเปิดผอบออกระหว่างทาง จึงถูกยักษ์กรุงสนธ์ลักพาตัวนางไป โดยยักษ์ร้ายได้ใช้วิธีสะกดให้สินนุราชสลบ

             เคราะห์ดีปราบนรินทร์ที่กำลังเดินทางกลับเมืองเช่นกันมาพบสินนุราชนอนสลบอยู่จึงได้ช่วยแก้ไขให้ฟื้น ทั้งสองออกตามหานางอุบลมณฑา
จนพบนกอินทรีตัวหนึ่งซึ่งนางสั่งความไว้ นกจึงนำทางไปจนพบนางที่แดนยักษ์ ทั้งองช่วยเหลือนางจนสำเร็จ จากนั้นจึงไปลักพานางสุวรรณมาลีธิดายักษ์
มาด้วย ยักษ์กรุงสนธ์ออกติดตามเมื่อทราบความภายหลังจนทัน และเกิดการสู้รบกันขึ้น

             ยักษ์กรุงสนธ์มีฤทธิ์อำนาจอันกล้าแข็ง มีทั้งเวทมนต์สะกดและการเนรมิตภาพมายา ปราบนรินทร์และพระสินนุราชสู้อยู่ก็ไม่เห็นทางชนะ สำคัญ
ได้ว่ายักษ์กรุงสนธ์ต้องมีจุดอ่อนซุกซ่อนอยู่ จึงเร่งส่งข่าวไปยังพระนาคาฤาษี เมื่อฤาษีทราบความก็ได้ชุบ "พระบุญรนบ"ขึ้นมาพร้อมให้ม้าวิเศษไว้คู่กาย
พระฤาษีเพ่งฌานจิตวิถีจนรู้จุดอ่อนของยักษ์ร้ายว่า อันที่จริงท้าวกรุงสนธ์เจ้าเมืองยักษ์ได้ถอดหัวใจเอาไว้ในแมลง บุญรนบได้ติดตามหาแมลงนั้นจนพบ
นำไปให้สินนุราชทำลายเสีย เมื่อยักษ์สูญหัวใจจึงถูกทำลายด้วยคมอาวุธทั้งเวทมนต์มายาทั้งปวงก็มีอันถอยเสื่อม ยักษ์จึงหมายจะกลั้นใจตายด้วยพ่าย
แพ้มนุษย์ แต่ปราบนรินทร์ได้ช่วยเอาไว้ จึงปรับความเข้าใจกัน

              ท้าวกรุงสนธ์จัดพิธีสยุมพรอันใหญ่โตให้แก่ปราบนรินทร์และนางสุวรรณมาลี จากนั้นทั้งหมดได้ลากลับไปอยู่เมืองพาราณสี ต่อมาสินนุราชเกิด
คิดถึงนางคัพภาผู้เป็นมารดา จึงเดินทางไปเยี่ยมหาที่เมืองของท้าวสวัสดิราช คนทั้งหมดได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งอย่างมีความสุขและปีติ จากนั้นไม่นาน
พระสัชนูได้โอนพระราชบัลลังก์ให้สินนุราชขึ้นปกครองแทน เพราะพระองค์ต้องการเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายธรรมะเป็นการถาวร


                                                        ..........................................................
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ มีนาคม 04, 2013, 02:58:44 PM
ภาพของน้องวีสวยมากๆค่ะ ยิ่งภาพใหญ่นี่สวยมาก พี่ชอบขวานฟ้าหน้าดำอ่ะ เหมือนที่เม้นในเฟสบุ๊ค 555

มาลงภาพแก้วหน้าม้า น้องกันย์อยากได้วัชราเพิ่มมาอีกคน ก็ทำไปตามคำขอนะคะ แต่ทัสมาลีก็ไม่มีเหมือนเดิมนะ ที่มันเต็มไม่มีที่ให้แซะและนะ

ตัวละครในเรื่องมีดังนี้

พระปิ่นทอง : โฟน ฆธาวุธ ปิ่นทอง (ตามนามสกุลเลยนะเพคะ)
นางมณีรัตนา : อุ๊ มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์
วัชรา : เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ
สร้อยสุวรรณ : ฝน พัชรมัย สุขประเสริฐ
จันทร์สุดา : ฟ้า นภิศา ป้อมเสน

(http://image.ohozaa.com/i/074/tjKWz6.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wGrO1aPDr7cHGMqQ)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 04, 2013, 03:25:51 PM
ตามเก็บแก้วหน้าม้า เพิ่มวัชราสวยมากครับ แต่เสียดายเครดิตคาดรูปโมเดลโฟนเจมส์ถ้ารีทัชออกไปจะเป๊ะกว่านี้มากเลยนะครับ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มีนาคม 04, 2013, 05:16:17 PM
ขอบคุณค่า ในที่สุดก็แอบมีวัชราเพิ่มมาอีกคนแล้ว^^
ตอนแรกนึกว่าจะทำตัวเท่าๆกะแก้วหน้าม้า แอบตัวหใญ่กว่าแต่ก็โอเคนะคะ แต่อยากให้ลองใช้โหมด Blending change ให้พี่เจมส์กลืนๆกะฉากหลัง ถ้าไม่เวิร์คตัวช่วยสุดท้ายคือลองลดfillดู วัชราจะได้ดูมีความรู้สึกเป็นอีกร่างแฝงของแก้วมากขึ้นด้วย ถ้าไม่เบื่อรูปนี้แล้วลองปรับดูนะคะ อีกอย่างเผื่อเครดิตที่ติดพี่เจมส์มาจะเลือนๆลง โดยที่เราไม่ต้องลบด้วย^^(เด๋วบ้านนั้นเค้าจะเคืองเอาถ้าไปลบเครดิตเค้า)



ส่วนขวานฟ้าหน้าดำของน้องวี งดงามมากค่ะ^^ แต่ถ้าบรัชให้หน้าดำพี่เจมส์ยาวเรื่อยมาจนถึงคอตามลายนั้นแหละน่าจะเนียนกว่านี้ ส่วนแก้มอีกข้างไม่ต้อมีหรอก ถ้าจำไม่ผิดขวานฟ้าหน้าดำข้างเดียวป่าว? มีสองข้างมันเหมือนปะแป้งดำไปนิดพี่เจมส์แบ๊วลงอีกหน่อย^O^แต่น่ารัก

เจ้าชายสินนุราช ฟร้อนนี่เอาใจไปเต็มๆ!!! บวกด้วยความพยายามในการรีทัชลวดดัดออกจากนักแสดงได้เนียนมากโดยเฉพาะเจ้าหญิงทั้งสอง ให้เดา เจ้าหญิงพิกุลทองนี่เอาหัวนางอีกรูปมาแปะเอาใช่มะ? เพราะลวดดัดนางเยอะเว่อร์และไม่ใช่ทรงนี้อ่ะ^O^ ทรงผมนี้กะชุดนี้แบบ งามมมมมมมมมมมมมมมมมมมมั่กๆ!! เสียดายเนอะที่เค้าไม่คิดทำทรงนี้ให้เธอตั้งแต่แรก
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 04, 2013, 07:57:40 PM

ส่วนขวานฟ้าหน้าดำของน้องวี งดงามมากค่ะ^^ แต่ถ้าบรัชให้หน้าดำพี่เจมส์ยาวเรื่อยมาจนถึงคอตามลายนั้นแหละน่าจะเนียนกว่านี้ ส่วนแก้มอีกข้างไม่ต้อมีหรอก ถ้าจำไม่ผิดขวานฟ้าหน้าดำข้างเดียวป่าว? มีสองข้างมันเหมือนปะแป้งดำไปนิดพี่เจมส์แบ๊วลงอีกหน่อย^O^แต่น่ารัก

เจ้าชายสินนุราช ฟร้อนนี่เอาใจไปเต็มๆ!!! บวกด้วยความพยายามในการรีทัชลวดดัดออกจากนักแสดงได้เนียนมากโดยเฉพาะเจ้าหญิงทั้งสอง ให้เดา เจ้าหญิงพิกุลทองนี่เอาหัวนางอีกรูปมาแปะเอาใช่มะ? เพราะลวดดัดนางเยอะเว่อร์และไม่ใช่ทรงนี้อ่ะ^O^ ทรงผมนี้กะชุดนี้แบบ งามมมมมมมมมมมมมมมมมมมมั่กๆ!! เสียดายเนอะที่เค้าไม่คิดทำทรงนี้ให้เธอตั้งแต่แรก

- ขวานฟ้าฯเรื่องนี้ไม่เคยดูจริงๆครับไม่รู้ว่าดำหน้าเดียว เสิชรูปในgoogleเจอแต่รูปตอนเด็กอ่ะครับเห็นดำสองข้างเลยปาบรัชแบบนี้ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ ชอบนายขวานver.นี้ล่ะสิ ฮ่าๆๆ

- สินนุราช รูปกุ๊กกิ๊ก ผมใช้รูปเธอเองนี่ล่ะครับรีทัชทั้งหัวเลยดูจากรูปด้านล่างครับ

(http://image.ohozaa.com/i/02f/3Kp33h.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wGtoVB5qNzhWwvSl)

ชอบเซตที่ถ่ายคู่กันตอนบวงสรวงนี้มากเคยเห็นที่นิครีทัชแล้วออกมาสวยมากผมเลยลองทำมั่งครับ ^3^

นี่ครับรูปรีทัชเอาลวดดัดออกของพี่นิค แปะให้ดูเผื่อพี่กันย์ยังไม่เคยเห็น สวยเป๊ะมาก!!

(http://image.ohozaa.com/i/a63/WIQeie.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wGts4zowL935ROAb)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 04, 2013, 08:04:23 PM
นางผมหอม
พระเจ้ารัตนะ - เจษฎา รุ่งสาคร
นางผมหอม - ธัญธารีย์ โรจนเรืองไชย
นางลุน - นภิศา ป้อมเสน

-จิ้นนี้พี่กาฬจุดประกายครับบอกว่าพี่ต้องยังไม่เคยโดนจิ้นบทเด่นๆเลย ผมเลยจัดให้

(http://image.ohozaa.com/i/69b/RMMK4H.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wGtn1yakn9lGjOUa)

เรื่องย่อ.....

    นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง แต่งงานอยู่กินกันมาตั้งนาน แต่ก็ยังไม่มีลูกสักกะที จึงไปบนบานขอต่อเทวดา และในที่สุด ก็ตั้งครรภ์ และคลอดลูกเป็นเด็กหญิงน่ารักคนหนึ่ง ตั้งชื่อว่า เทวี เด็กหญิงนั้น ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ด้วยความรัก จากพ่อแม่ทั้งสอง จนเติบใหญ่เป็นสาว

อยู่มาวันหนึ่ง นางสาวเทวี ได้เข้าป่าไปหาของป่าและอาหาร วันนั้น เข้าไปในป่าลึกกว่าปกติ น้ำที่เตรียมมาได้หมดลง นางกระหายน้ำมาก ขณะที่เดินหาแหล่งน้ำอยู่ บังเอิญเหลือบไปเห็น น้ำที่ขังอยู่ในรอยเท้าโค จึงก้มลงดูดกินน้ำนั้น ก็ให้รู้สึกหอแห้งกระหายยิ่งขึ้น คือกินแล้วยิ่งไม่อิ่ม จากนั้นนางก็มองเห็นน้ำที่ขังอยู่ในรอยเท้าช้างดูใสสะอาด ก้มลงดื่มกินน้ำนั้น ก็ให้รู้สึกชุ่มฉ่ำคอยิ่งนัก จึงดื่มกินจนอิ่ม ความหิวกระหายนั้นก็หายไป

นางกลับมาถึงบ้าน จากนั้นไม่นาน ก็ตั้งครรภ์ โดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กในท้อง พ่อแม่ก็พยายามถามไถ่หาความจริง นางก็เล่าให้ฟังตามที่เป็นจริง และบอกว่าสงสัยเด็กคงเป็นลูกของพญาช้างหรือไม่ก็พญาโค พ่อแม่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก ขอให้ได้หลานก็พอใจแล้ว ครบเก้าเดือน นางคลอดลูกเป็นเด็กหญิงแฝดสองคน คนพี่ให้ชื่อว่า นางผมหอม เพราะผมของนางมีกลิ่นหอมตั้งแต่แรกเกิด คนน้อง ให้ชื่อว่า นางลุน เพราะเป็นน้อง นางผมหอม เป็นคนนิสัยดี โอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ผิดกับนางลุนซึ่งเป็นคนขี้อิจฉา ใจร้าย ชอบรังแกคนอื่น รวมถึงชอบรังแกและแกล้งนางผมหอมอยู่เสมอ

นางผมหอมและนางลุน ค่อย ๆ เติบโต ตามวัย เมื่อยังเป็นเด็ก ไปเล่นกับเด็กคนอื่นๆ ก็จะถูกล้ออยู่เสมอว่า เป็นเด็กไม่มีพ่อ กระทั่งโตเป็นสาว ก็ยังถูกล้ออยู่ ในที่สุดทนไม่ไหว ทั้งสองจึงตัดสินใจไปถามความจริงกับแม่

นาวเทวี เล่าความจริงให้ฟัง ว่าได้ไปดื่มน้ำในรอยเท้าโคและรอยเท้าช้างในกลางป่า กลับมาก็ตั้งครรภ์ พ่อของพวกเจ้าก็คือ พญาช้าง และพญาโค แต่ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นลูกโค ใครเป็นลูกช้าง นางผมหอมและนางลุน จึงขออนุญาตมารดาออกตามหาบิดาในป่า รบเร้าบ่อย ๆ เมื่อมารดาอนุญาต ทั้งสองจึงออกเดินทางเข้าป่าตามทางที่มารดาบอก

เดินทางมาหลายวัน ในที่สุด ทั้งสองก็ต้องเผชิญหน้ากับ พญาช้างใหญ่เชือกหนึ่ง พญาช้างเห็นทั้งสองเข้าคิดว่าเป็นพวกมนุษย์ที่บุกรุกเข้ามา จึงจะฆ่าเสีย นางผมหอมผู้เป็นพี่ จึงร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิต พญาช้างเกิดความสงสัยว่า เหตุใดหญิงทั้งสองจึงเข้ามาในป่าผิดวิสัยหญิงยิ่งนัก

นางผมหอมจึงเล่าให้ฟังว่า พวกนางเป็นลูกของแม่เทวี กับพญาช้างและพญาโค ซึ่งนางลุนก็ชิงพูดว่า ตนเองเป็นลูกของพญาช้าง ส่วนนางผมหอมเป็นลูกของพญาโค หากจะฆ่าก็จงฆ่านางผมหอมเถิด

นางผมหอมพูดว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นลูกช้าง ใครเป็นลูกโค พวกนางเพียงแต่อยากพบพ่อจึงอุตสาห์ดั้นด้นเข้าสู่ป่าใหญ่ ก่อนจะฆ่านาง ขอให้นางได้พิสูจน์ตัวเองก่อน ถ้านางไม่ใช่ลูกช้างจริงจะฆ่าก็ยอม

พญาช้างจึงกล่าวว่า ยินยอมให้พิสูจน์ โดยหากใครปีนงวงขึ้นขี่คอได้ คนนั้นนั่นแหละคือลูก ว่าแล้วพญาช้างก็ตั้งจิตอธิษฐานตามนั้น แล้วยืนนิ่ง ๆ นางลุน มั่นใจนักว่าตัวเองเป็นลูกช้าง รีบปีนขึ้นงวง หมายจะขึ้นหลังช้างให้ได้ เพราะนางเป็นลูกโค แม้พยายามอย่างไร ก็ไม่อาจจะปีนขึ้นได้ มีแต่ลื่นตกลงมาดังเดิม พญาช้างจึงบอกให้พอก่อน

นางผมหอม กลับปีนขึ้นได้อย่างง่ายดาย และนั่งอยู่บนคอช้างได้สำเร็จ ส่วนนางลุนเห็นว่านางผมหอมปีนขึ้นได้อย่างง่ายดาย จึงอยากลองดูใหม่ แม้พญาช้างห้ามก็ไม่ฟัง นางลุนก็ยังปีนขึ้นไม่ได้ ในที่สุดพญาช้างจึงใช้เท้ากระทืบนางลุนตาย และนำนางผมหอมผู้เป็นลูกไปยังที่อยู่ของตน ให้บริวารนำหินมาสร้างปราสาทหิน ให้เป็นเรือนที่อยู่ของนางผมหอม เรียกว่าปราสาทนางผมหอม

นางผมหอม แม้จะดีใจที่ได้พบพ่อ แต่ก็สงสารนางลุนผู้น้องสาว ร้องไห้มาตลอดทาง แต่ก็ไม่กล้าต่อว่าอะไรพญาช้างผู้บิดา ได้แต่ติดตามช้างดูแลปรนนิบัตินางผมหอมเป็นอย่างดี ด้วยความรักในธิดา เมื่อนางผมหอมต้องการไปไหน ก็ให้ขี่คอไป นางผมหอม อาศัยอยู่ในป่ากับพญาช้างเป็นเวลาหลายปี นางเป็นมนุษย์อยู่คนเดียว รู้สึกเหงามาก ทั้งตนเองก็เป็นสาวแล้ว อยากมีผู้ชายใครสักคน เป็นเพื่อนใจ จึงออกอุบายเพื่อให้ได้ชายผู้เป็นเนื้อคู่ตน

วันนั้น นางผมหอม ไปอาบน้ำที่แม่น้ำเช่นเคย เตรียมผอบไปด้วย นางถอนผมตัวเองออกมา 1 เส้น บรรจงม้วนใส่ลงไปในผอบนั้น ผมของนางยาวจนถึงประมาณสะโพกทีเดียว และด้วยบุญเก่าของนาง นางจึงมีผมที่หอมอยู่เป็นนิจ เมื่อใส่ผมลงในผอบปิดฝาเรียบร้อยแล้ว นางได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า

“ผอบนี้ จงลอยน้ำไป ขอกลิ่นหอมของเส้นผมอย่าได้จางหาย ขอให้ชายที่เป็นเนื้อคู่เท่านั้นสามารถที่จะเก็บผอบนี้ได้ คนอื่น ๆ แม้พบเห็นหากไม่ใช่เนื้อคู่แล้วไซร้ ขอให้เก็บเอาไม่ได้เถิด หากชายที่เป็นเนื้อคู่เก็บได้แล้ว ขอให้มีใจมั่นที่จะออกตามหาตัวเราจนได้พบกันเถิด”

เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว ก็ปล่อยวางผอบลงแม่น้ำ ผอบนั้น ได้ลอยตามน้ำไปเรื่อย ๆ จนไปถึงเมืองรัตนา ก็ลอยวนเวียนไปมาอยู่แถว ๆ ท่าน้ำ ด้านหน้าพระราชวัง

เมืองรัตนา มีกษัตริย์หนุ่มรูปงามคนหนึ่งปกครองต่อจากบิดาของตน นามว่าพระเจ้ารัตนะ ยังไม่มีพระมเหสี วันนั้นพระองค์กับเหล่าบริพารเสด็จไปเล่นน้ำอยู่ท่าน้ำนั้นพอดี เมื่อผอบนั้นลอยมาถึง กลิ่นหอมแห่งผมก็กำจรขจายไปทั่วบริเวณ ทั้งพระราชาและเหล่าบริพารต่างได้กลิ่นหอมประหลาดนั้นซึ่งแตกต่างจากกลิ่น หอมที่เคยสูดดมอยู่ทุกวัน พอดีเหล่าบริพารแลเห็นผอบน้อยนั้นลอยอยู่กลางน้ำ สงสัยว่ามันคืออะไร จึงต่างว่ายน้ำเข้าไปเพื่อที่จะเก็บเอา แต่ก็ไม่มีใครสามารถจะเก็บเอาได้ สร้างความประหลาดใจแก่พวกเขายิ่งนัก จึงมากราบทูลให้พระราชาทรงทราบ พระองค์จึงทรงใคร่ลองด้วยพระองค์เองบ้าง จึงว่ายน้ำเข้าไป และเก็บได้อย่างง่ายดาย สร้างความอัศจรรย์ใจแก่เหล่าบริพารยิ่งนัก

พระเจ้ารัตนะ ทราบว่ากลิ่นหอมต้องมาจากของในผอบนี้เป็นแน่แท้ ขึ้นฝั่งมาเปิดผอบออกดู จึงพบเห็นเพียงเส้นผมยาว ๆ สีดำขลับเงางามเส้นหนึ่ง เส้นผมยิ่งส่งกรุ่นกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว พระองค์คิดว่า เส้นผมนี้ คงเป็นผมของเทพธิดากระมัง ถึงได้หอมปานนี้ หรือหากเป็นของมนุษย์ ผู้หญิงคนนั้น ต้องเป็นคนมีบุญมากเป็นแน่แท้ เอาเถิด เราจะออกตามหานางให้พบ นำมาเป็นพระมเหสีให้จงได้

พระเจ้ารัตนะ ฝากบ้านเมืองไว้กับเหล่าบริพารที่ไว้ใจ ออกเดินทางไปผู้เดียว ทวนกระแสน้ำขึ้นไปตามทางที่ผอบล่องลอยลงมา โดยไม่ลืมที่จะนำผอบเส้นผมติดตัวไปด้วย เดินทางรอนแรมมานานหลายวัน ในที่สุดก็มาถึงบริเวณที่อยู่ของนางผมหอม พระองค์สูดได้กลิ่นกรุ่นหอมแรงชัดยิ่งขึ้น จึงแน่พระทัยว่า เจ้าของเส้นผมต้องอาศัยอยู่บริเวณนี้

พอดีวันนั้น พระยาช้างพร้อมบริวาร ออกหากิน นางผมหอมอยู่คนเดียว พระเจ้ารัตนะเดินทางตามกลิ่นแห่งเส้นผมมาเรื่อย ๆ จนมาถึงท่าอาบน้ำนางผมหอม ขณะนั้น นางผมหอมกำลังอาบน้ำอยู่ เมื่อทั้งสองพบกัน ด้วยอำนาจบุญที่เคยทำร่วมกันไว้ให้เป็นเนื้อคู่กัน ทั้งคู่ก็เกิดความรักแรกพบทันทีอยู่ในใจ เมื่อพูดคุยถามไถ่จนได้ความจริงของกันและกันแล้ว นางผมหอมจึงพาพระเจ้ารัตนะไปบนปราสาทหิน ร่วมทานอาหาร และอยู่ด้วยกันตั้งแต่นั้นมา โดยมีข้อแม้ว่า ห้ามพระเจ้ารัตนะลงจากปราสาทโดยเด็ดขาด เพราะกลัวพญาช้างจะทราบเรื่องแล้วฆ่าเสีย

แม้พระยาช้างจะได้กลิ่นมนุษย์คนอื่นที่ไม่เหมือนกลิ่นนางผมหอม แต่ด้วยเกรงใจลูกจึงไม่ได้ถามและขอค้นดูในปราสาท เป็นแต่แบกความสงสัยไว้และคอยจับจ้องดูอยู่ภายนอก

อยู่ไปอยู่มา ทั้งคู่เกรงว่า หากพญาช้างจับได้จะเกิดอันตราย จึงวางแผนหนี เพื่อจะกลับไปครองเมืองรัตนาดังเดิม และในที่สุด ก็หนีออกมาได้ ในวันที่พระยาช้างพร้อมทั้งบริวารทั้งหมดออกหากินไกล ๆ ล่องเรือ รอนแรมไพรไปจนถึงเมืองรัตนา ขณะที่กำลังเดินทางและพักแรมจนกว่าจะถึงเมือง นั้น ปรากฏว่าเส้นทางนั้นมีนางผีป่าเฝ้าอยู่และเกิดความเสน่หา ในพระเจ้ารัตนะ เมื่อนางผมหอมอาบน้ำจึงถูกนางผีป่าผลักตก น้ำไปและนางผีป่าก็แปลงตนเองเป็นนางผมหอมแทน

เมื่อถึงพระนครนางผีป่าก็เข้าอยู่ในวังด้วยในช่วง ระยะ เวลาหนึ่ง แต่เนื่องจากพฤติกรรมของนางผีป่าแปลง แตกต่างกันกับนางผมหอมจริง เมื่อพระเจ้ารัตนะทราบความ จริง จึงหาทางกำจัดนางผีป่าและไปรับนางผมหอมมาอยู่ด้วย

พระเจ้ารัตนะได้แต่งตั้งนางผมหอมเป็นพระอัครมเหสี และอยู่ครองรักกันอย่างมีความสุข

Cr. http://www.baanjomyut.com/library_2/nangpomhom/index.html
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มีนาคม 05, 2013, 08:55:02 AM
สวยทุกเรื่องเลยค่ะ ชอบ แก้วหน้าม้า กับ นางผมหอมสุดเลยอ่ะ ชอบช้างในนางผมหอมมาก
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: lovely ที่ มีนาคม 06, 2013, 04:00:49 PM
ไม่ได้เข้ามาซะนาน ภาพสวยๆเพิ่มขึ้นเยอะมากกก หน้าที่ของเราก้อคือ ตามเก็บ555
ชอบมณีนพเก้าของพี่กันย์จัง พี่จิ้นได้เหมาะมาก โดยเฉพาะรัตนาวดี พี่กุ๊กกิ๊กเหมาะสุดกับบทนี้
นางสิบสองกับพระรถแล้วก้อพระสุธน มโนห์รา ก้องาม ชอบฟ้อนต์กับสไตล์ของนางสิบสองจัง
ของพี่วีก้อสวยทุกภาพนะ ที่ชอบสุดคือ ขวานฟ้าหน้าดำ อะ

จะติดตามเรื่อยๆค่ะ สู้ๆนะคะทุกคน :icon_neutral:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: king ที่ มีนาคม 10, 2013, 01:35:00 PM
 ;D ชอบนางผมหอมมากๆค่ะ ภาพสวยมากๆ แต่ขวานฟ้าหน้าไม่เห็นดำเลย อิอิ ขอบคุณที่ทำผลงานดีๆออกมาเชยชมค่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 12, 2013, 11:35:31 PM
สุริยัน จันทรา
สุริยัน - เอกราช กฤตสิริทิพย์
จันทรา - สุทัศสรณ์ สัจจะภูริภูมิ
อินทิรา - วสุ ประทุมรัตน์วัฒนา
มารตี - นันทรัตน์ ชาวราษฎร์

(http://image.ohozaa.com/i/g4b/wRDr9Z.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wHwnQBEZLNG6vuUR)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มีนาคม 14, 2013, 06:08:24 PM
สุริยัน จันทรา โอ้จำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้ว แต่เจ้าชายไพรงามเนียนสวยค่ะ ตรีแปลกๆอ่า แต่ชอบอารมณ์นี้นะ อยากดูอีก
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มีนาคม 14, 2013, 07:36:30 PM
สวยมากจ้าน้องวี น้องเอนี่เนียนดี แต่คิดว่า ถ้าช่องเจ็ดทำ อาจจะทะเล ก็ได้ แต่ก็อยากให้สามเศียรทำแนวภาระตะบ้าง ช่วงหลังๆ ไม่เคยทำเลย เรื่องสุดที่ทำ มโหสถรึเปล่าหว่า
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 15, 2013, 05:42:53 PM
น้ำใจแม่
มณี - วสุ ประทุมรัตน์วัฒนา
ผกากรอง - มินท์ธิตา งามทรัพย์มณี
แก้วปัญหา - ณัฐนิรันดร์ เศรษฐีธร
-อยากให้สองสาวการ์ตูนเจอกันซักเรื่อง ^O^
-รีทัชไม่รู่งกับมามิกรูปออริจินอลเหมือนเดิม Y^Y

(http://image.ohozaa.com/i/9c1/p7BZ09.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wHSm0hcgMlIBRwkc)

-พี่กาฬแนะมาว่าสองตูนควรสลับบทกันเพราะ ผกากรองจะแก่นเซี้ยวกว่าแก้วปัญหา แล้วแต่จิ้นเลยครับ ^__^
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 17, 2013, 11:49:47 AM
ไชยสุริยา
ไชยสุริยา - วสุ ปทุมรัตน์วัฒนา
สุมาลี - กชกร ส่งแสงเติม

-ขอบคุณพี่กาฬด้วยครับที่ส่งภาพนายน๊อตให้ ไม่งั้นก็ไม่มีรูปจิ้นเพราะรูปนายน๊อตหายากมาก!!

(http://image.ohozaa.com/i/0b9/f8RjAU.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wI6i6avORPWdCawZ)

เรื่องย่อ...
                    พระไชยสุริยาเป็นกษัตริย์ครองเมืองสาวัตถีมีมเหสีชื่อสุมาลี บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์
          และเป็นสุขมาช้านานจนกระทั่งเมื่อข้าราชบริพารและผู้มีอำนาจพากันลุ่มหลงในอบายมุข
          และเที่ยวข่มเหงราษฎรจนเดือดร้อนไปทั่ว ในที่สุดน้ำป่าก็ไหลบ่าท่วมเมืองจนผู้คนล้มตาย
          ผู้ที่มีชีวิตรอดก็หนีออกจากเมืองไป ทิ้งสาวัตถีกลายเป็นเมืองร้าง
                    พระไชยสุริยาพามเหสีและข้าราชบริพารหนีลงเรือสำเภาออกจากเมืองแต่ถูกพายุใหญ่
          พัดเรือแตก พระไชยสุริยากับนางสุมาลีว่ายน้ำไปขึ้นฝั่งแล้วรอนแรมไปในป่า พระดาบส
          รูปหนึ่งเข้าฌานเห็นพระไชยสุริยากับนางสุมาลีต้องทนทุกข์ทรมานก็เวทนา
          เพราะเห็นว่าพระไชยสุริยาทรงเป็นกษัตริย์ที่ดี แต่ประสบเคราะห์กรรมเพราะหลงเชื่อเสนา
          อำมาตย์   จึงเทศนาโปรดจนทั้งสองศรัทธาและบำเพ็ญธรรมจนได้ไปเกิดบนสวรรค์

cr. http://www.nmk.ac.th/myweb/prachai_2.html
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 18, 2013, 10:59:47 AM
พระสมุทโฆษ
สมุทโฆษ  - อติรุจ สิงหอำพล
พินทุมดี - ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
พิทยาธรรณาภิมุข - เลอสรรค์ คงเจริญ
นางเมขลา - ปริษา ทนาวิวัฒน์

(http://image.ohozaa.com/i/230/2lOsZv.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wIe17twvwJBr24DM)

เรื่องย่อ...
เริ่มต้นกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้า พระพรหม พระวิษณุ พระนารายณ์ เทพยดาและการกล่าวยอพระเกียรติพระมหากษัตริย์  จากนั้นจึงเล่าเรื่องย่อ  สาเหตุการแต่งเพื่อใช้พากย์หนังในงานพระราชพิธีฉลองพระชนมายุครบเบญจเพสของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  จากนั้นจึงดำเนินเรื่องในสมุทรโฆษคำฉันท์โดยมีความย่อว่า พระสมุทรโฆษเป็นโอรสของพระเจ้าพินทุทัตและนางเทพธิดาแห่งเมืองพรหมบุรี  มีชายาชื่อนางสุรสุดา  ทางทิศใต้ของเมืองพรหมบุรีมีเมืองรมยนคร  เจ้าเมืองชื่อพระเจ้าสีหนรคุปต์  มีมเหสีชื่อนางกนกพดี  พระธิดาชื่อนางพินทุมดี
         ต่อมาพระสมุทรโฆษออกประพาสป่าเพื่อจับช้างป่า  คืนวันนั้นเทพารักษ์ได้อุ้มพระสมุทรโฆษไปยังปราสาทนางพินทุมดี  พอจวนรุ่งเทพารักษ์ก็อุ้มคืนยังพลับพลาในป่า  พระสมุทรโฆษจึงเที่ยวติดตามค้นหานางพินทุมดี  เมื่อไม่พบก็กลับไปบ้านเมือง  ส่วนนางพินทุมดีก็โศกเศร้าถึงบุรุษผู้มาเป็นคู่ในคืนนั้น นางรัตนธารีพี่เลี้ยงได้วาดรูปเทวดา ครุฑ พญานาคและกษัตริย์ให้นางพินทุมดีดู  จนถึงพระสมุทรโฆษ นางพินทุมดีจึงรับว่าเป็นชายที่มาร่วมบรรทมกับนาง  นางรัตนธารีจึงรับอาสาจะพาพระสมุทรโฆษมาให้  พระเจ้าสีหนรคุปต์จัดให้มีพิธียกโลหธนูเพื่อเสี่ยงหาคู่ให้นางพินทุมดี  ด้วยความช่วยเหลือของพระอินทร์พระสมุทรโฆษยกโลหธนูได้จึงได้อภิเษกกับนางพินทุมดี  เมื่อปราบกษัตริย์ทั้งหลายที่มายกธนูและจะมาแย่งนางพินทุมดีแล้ว  พระสมุทรโฆษและนางพินทุมดีไปใช้บนแก่พระเทพคณบุตร  วันหนึ่งขณะเสด็จอุทยานได้พบพิทยาธรตนหนึ่งชื่อรณาภิมุข  ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับพิทยาธรชื่อรณบุตร  ซึ่งจะแย่งชิงนางนารีผลผู้เป็นชายา  พระสมุทรโฆษช่วยพยาบาลรณาภิมุข  รณาภิมุขจึงถวายพระขรรค์อันมีฤทธิ์ทำให้เหาะได้แก่พระสมุทรโฆษ  พระสมุทรโฆษจึงพานางพินทุมดีเหาะไปประพาสป่าหิมพานต์
        ขณะที่พระสมุทรโฆษบรรทมหลับในป่าหิมพานต์ถูกพิทยาธรตนหนึ่งลักพระขรรค์ไป  ทั้งสองพระองค์จึงเสด็จมาถึงฝั่งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวและเกาะขอนไม้ข้ามฟาก  เกิดพายุพัดขอนไม้ขาดเป็นสองท่อน  พระสมุทรโฆษต้องพลัดพรากจากนางพินทุมดี  ฝ่ายนางพินทุมดีขึ้นฝั่งได้และเดินทางมาถึงเมืองมัทราช  ไปอาศัยอยู่กับหญิงชราและนำแหวนออกขายนำเงินมาสร้างโรงทาน พร้อมกับให้ช่างวาดภาพของตนไว้ที่โรงทาน
       ส่วนพระสมุทรโฆษนั้นพระอินทร์ให้นางเมขลามาช่วยและบังคับให้พิทยาธรคืนพระขรรค์  เมื่อพระสมุทรโฆษได้พระขรรค์คืนก็ออกติดตามนางพินทุมดีจนมาถึงโรงทานที่เมืองมัทราช  ได้เห็นภาพวาดก็เกิดความโศกเศร้า  ผู้รักษาโรงทานจึงนำความไปทูลนางพินทุมดี  ทั้งสองจึงได้พบกันและกลับคืนสู่รมยนคร ครองเมืองด้วยความผาสุกจนสิ้นพระชนม์แล้วไปบังเกิดในสวรรค์

[c] http://www.gotoknow.org/posts/318849


พระสมุทโฆษ (ver.2)
สมุทโฆษ - เจษฎา รุ่งสาคร
พินทุมดี - ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
พิทยาธรรณาภิมุข - เลอสรรค์ คงเจริญ
นางเมขลา - ปริษา ทนาวิวัฒน์
(http://image.ohozaa.com/i/9c7/XhbP4d.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wIeszLrrclMiITdp)
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มีนาคม 18, 2013, 08:16:33 PM
ชอบ พระสมุทโฆษ (ver.2)  สุดละงามแบบลงตัวมากๆ  :) :o
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มีนาคม 19, 2013, 07:29:56 AM
พระสมุทรโฆษของวีเวอร์ 2 สวยกว่านะ เราว่า  :icon_smile:
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 20, 2013, 11:40:45 AM
จุดบอดของผมอยู่ที่การรีทัชนี่ล่ะครับ จริงๆจิ้น นัทอ้อม เพราะชอบบท เพลิงนิศา จากแก้วฯมาก แต่นายนัทมีแต่ชุดแฟนซี Y^Y สุดท้ายต้องยอมให้ นิศากลับมาคู่ภัทรของนาง ^^"
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: king ที่ มีนาคม 20, 2013, 03:01:11 PM
 ;D ชอบภาพสมุทรโฆษเวอร์ชั่นที่ 2 มากๆค่ะ เวอร์ชั่นที่ 1 หน้าพระเอกไม่เข้ากับการแต่งกายแนวไทยๆเลยจ้ะ และก็ชอบเรื่องไชยสุริยามากๆ โดยเฉพาะฉากหลัง ส่วนเรื่องน้ำใจแม่ รู้สึกว่านางเอกสองคนจะหน้าตาแบบเดียวกันค่ะ คนหนึ่งต้องดูสวยหวาน คนหนึ่งต้องดูเปรี้ยวๆ แบบหยาดทิพย์ ราชปาล หรือไม่ก็แบบสวยร้ายแบบพลอยนะค่ะ แต่เราชอบหมดทุกรูปค่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 22, 2013, 01:08:17 PM
เจ้าหญิงอัศวิน
เจ้าชายวัชระ - อติรุจ สิงหอำพล
เจ้าหญิงอัศวินี /อัศวิน - พัชราวดี อยู่ภิรมย์

(http://image.ohozaa.com/i/0ec/bIlNCc.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wIKAVBVihFNs1qkz)

เรื่องย่อ... by กันย์

"เจ้าหญิงอัศวิน"

เรื่องนี้แม้จะดูเก่าไปหน่อย แต่เนื้อหาน่าติดตามมากๆ และสอนใจสะท้อนนิสัยอันหลากหลายของชายหญิงและความโลภของมนุษย์ รู้สึกเสียงของนักแสดงที่ใช้จะเป็นเสียงพากษ์ด้วยแฮะ

เริ่มจากนครโรมสุรีย์ องค์ราชาอมรรัตน์ และพระมเหสีวิไลวัลย์ อยากมีพระโอรสไว้สืบทอดราชสมบัติ จึงทำพิธีขอลูกกับองค์อมรินทร์ ทำให้องค์อมรินทร์ ต้องส่งอัปสรสุฑาสินี ลงไปจุติยังโลกมนุษย์ แต่เนื่องด้วยอัปสรสุฑาสินียังเหลือบุญอีกถึง10ทิวาราตรี ซึ่งซึ่งเป็นเวลาถึง10กว่าปีโลกมนุษย์ ทำให้อัปสรมีข้อต่อรองกับองค์อมรินทร์ว่าถ้าพระองค์มอบธรรมรงค์ให้นางนำติดตัวไปจุติยังโลกมนุษย์นางก็จะยอมสละบุญบนสวรรค์ของนางไปจุติยังโลกมนุษย์โดยทันที องค์อมรินทร์จึงประทานแหวนให้นางไปด้วยความเอ็นดูในความแก่นแก้วแสนซนของนางสุฑาสินีอัปสร


ทางมเหสีวิไลวัลย์ก็ได้มีนิมิตว่าได้แก้วดวงหนึ่งมาไว้ในครอบครอง จึงให้โหรหลวงทำนาย โหรทำนายว่าทั้งสองพระองค์จะทรงมีพระโอรส ทั้งสองพระองค์ดีใจมาก แต่ครั้นเมื่อพระมเหสีมีประสูติกาล กลับได้พระธิดามาแทน ราชาอมรรัตน์จึงทรงผิดหวังมากเนื่องจากอยากได้ลูกชายสืบทอดราชสมบัติ ด้วยเมืองของตนเป็นเมืองหญ่ มีอำนาจไปทั่วดินแดนใหญ่น้อย จึงต้องการพระโอรสมาสืบทอดราชสมบัติเพื่อให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นปกติสุขสืบไป

ดังนั้นราชาอมรรัตน์จึงโกหกทุกคนว่าลูกของตนเป็นชาย โดยมีเพียง ราชาอมรรัตน์ พระมเหสี และหมอหลวงเท่านั้นที่รู้ว่าพระโอรสเป็นพระธิดา! มีนามว่า "อัศวิน" ทั้งสองพระองค์ปิดบังลูกของตนว่าเป็นหญิงจนเติบใหญ่ อัศวินตอนเด็กถูกปลูกฝังสั่งสอนจากผู้เป็นพ่อให้ฝึกซ้อมศาสตราวุธและศิลปศาสตร์การเมืองการปกครอง ฝึกซ้อมตนเองให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ แม้ธรรมชาติของผู้หญิงจะสนใจในสิ่งสวยงามอย่างเรื่องเย็บปักถักร้อยและการทำอาหาร อัศวินก็ถูกสั่งห้ามทั้งนั้น และตอน9ขวบอัศวินก็ได้ร่ำเรียนไสยเวทย์วิทยาจากชีปะขาวผู้หนึ่งซึ่งเป็นองค์อมรินทร์จำแลงกายลงมา ทำให้มีวิชาอาคมแกร่งกล้าสามารถมาก

ตรงข้ามกับพระโอรสแห่งเมืองวิเชียรบุรีซึ่งเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับโรมสุรีย์ ราชาชัยสิทธิ์ มีพระโอรสพระนามว่า "วัชระ" พระโอรสวัชระทรงเสียพระมารดาไปตั้งแต่วัยเยาว์ จึงมีพระนมคอยเลี้ยงดูเสมอมา และผู้เป็นพ่อก็ตามใจลูกเลี้ยงดูดุจไข่ในหิน ทำให้โอรสวัชระนั้นอ่อนแอ ไร้ฝีมือในด้านศาสตราวุธ จะเก่งก็แต่ในทางการบ้านการเมืองเท่านั้น ตอนเด็กเคยถูกอัศวินช่วยเหลือไว้ ทำให้ตอนโตไม่เคยมองหญิงงามนางใดเลย คิดถึงแต่ผู้เป็นอนุชาซึ่งก็คืออัศวิน จนราชาชัยสิทธิ์กลุ้มใจคิดว่าลุกของตนนั้นวิปริตผิดเพศชอบคนเพศเดียวกัน จนเมื่อโอรสวัชระได้ฝันถึงอัศวินในร่างของหญิง จึงเกิดความลุ่มหลงและเสน่หานางในฝันคนนี้ยิ่งนัก ทั้งตนเองและราชาชัยสิทธิ์จึงเบาใจที่วัชระไม่ได้ชอบชายด้วยกัน

ต่อมาเมื่อเติบใหญ่อัศวินก็ได้เดินทางมาเที่ยวเมืองวิเชียรบุรีเพื่อมาเยี่ยมพระเชษฐาวัชระด้วยความคิดถึง ก็มีเหตุให้นางต้องช่วยเหลือวัชระและชาววิเชียรบุรีไว้อีกครั้งหลังจากครั้งแรกเคยช่วยไว้ตอนเด็กๆ และก็ทำให้นางได้รู้ว่านางในฝันของวัชระก็คือตัวนางเองในคราบของเจ้าหญิงอัศวินี (ลืมบอกไป!) ก่อนเดินทางมาเมืองวิเชียรบุรี ราชาอมรรัตน์และมเหสีวิไลวัลย์ก็ได้ตัดสินใจบอกความจริงกับอัศวินีเพื่อให้นางป้องกันตัวเองจากชายหนุ่มสองคนที่ติดตามไปด้วย (1)หนึ่งคือสุรชัยซึ่งเป็นลูกชาย)ของอำมาตย์สุระเดชที่มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงและสงสัยว่าอัศวินเป็นหญิงจึงได้ส่งสุรชัยไปเป็นมหาดเล็กติดตามพระโอรส และถ้าลูกตนสามารถพิสูจน์ได้ว่าอัศวินเป็นหญิงก็จะได้จัดการรวบหัวรวบหางนางซะเพื่อจะได้เป็นใหญ่ในภายภาคหน้า (2)ส่วนผู้ติดตามอีกคน(?)เป็นมนุษย์ลิงชื่อกบิลพัตน์เคยเป็นหัวขโมยมาก่อนแต่ถูกอัศวินปราบได้ และกบิลพัตน์ก็เต็มใจรับใช้อัศวินอย่างจริงใจแต่ก็มิวายแอบสงสัยว่าอัศวินน่าจะเป็นหญิงมากกว่า

หลังจากอัศวินกลับมาจากนครวิเชียรบุรี ราชาอมรรัตน์ก็ให้อัศวินทำภารกิจบริหารงานบ้านเมืองช่วยเหลือดูแลทุกข์สุขของประชาราษฏร์จนชาวเมืองมีความปีติชื่นชมในพระบารมีและความสามารถของพระโอรสอัศวินมาก ทำให้ราชาอมรรัตน์พอใจและเห็นว่าพร้อมจะเปิดตัวอัศวินในฐานะพระธิดาเสียที ซึ่งเป็นการเฉลยว่าที่ให้ลูกสาวปลอมตัวเป็นลูกชายเพราะเกิดจากความคิดอันแยบยลของราชาอมรรัตน์ที่ต้องการซื้อใจและให้ชาวเมืองยอมรับในตัวลูกสาวของตนนั่นเอง!!
เพราะด้วยค่านิยมในเรื่องของความเป็นหญิงอาจจะทำให้ชาวเมืองปิดใจไม่ยอมรับในควาสามารถของลูกสาว


สุดท้ายเมื่อชาวเมืองเปิดใจยอมรับเจ้าชายอัศวินว่าเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถเมื่อนั้นจึงเปิดเผยฐานะของอัศวินว่าเป็นผู้หญิง ชื่อว่า "เจ้าหญิงอัศวินี"และนั่นก็ทำให้ชาวเมืองยิ่งประทับใจในความสามารถของเจ้าหญิงที่ขนาดเป็นหญิงยังสามารถบริหารบ้านเมืองดูแลทุกข์สุขชองประชาราษฎรได้ขนาดนี้ จึงไม่มีข้อกังขาในความเป็นผู้นำของอัศวินได้อีก ราชาอมรรัตน์ช่างเป็นกษัตริย์ที่ฉลาดล้ำลึกจริงๆ!!!

แต่แม้ราชาอมรรัตน์จะเก่งกาจฉลาดล้ำลึกเพียงใด แต่ก็ต้องยอมพ่ายให้กับอิสตรี เมื่อทรงหลงใหลในนางกำนัลวิมาลาซึ่งเป็นหลานของอำมาตย์สุรเดชที่ตอนแรกส่งนางมาเป็นนางกำนัลของพระโอรสอัศวินเพื่อให้ท่าพระโอรส แต่เมื่อพระโอรสกลายเป็นหญิงนางจึงแห้ว-*- (มาลาตีกับสุรชัยลอบมีสัมพันธ์กันก่อนด้วย) ครั้นเมื่ออัศวินกลับไปช่วยวัชระที่เมืองวิเชียรบุรี ราชาอมรรัตน์ก็ลอบมีสัมพันธ์สวาทกับวิมาลาและทำให้พระมเหสีที่มาเห็นช็อตเด็ด!ทรงหัวใจวายตายไปในทันที

ส่วนทางด้านอัศวินีที่ไปช่วยองค์ชายวัชระที่เมืองวิเชียรบุรีถูกยักษ์รังควาญฆ่าชาวเมืองทุกวันจนสุดท้ายราชาชัยสิทธิ์ก็สิ้นพระชนม์เมืองวิเชียรบุรีล่มสลายพระโอรสวัชระและนายทหารหลายคนถูกจับไว้ในถ้ำยักษ์เพื่อเป็นอาหาร จนอัศวินีมาช่วยและฆ่ายักษ์ตนนั้นตาย จึงได้พาวัชระกลับไปเมืองของตน วัชระโดนดูถูกและน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่มีความสามารถสู้ผู้หญิงก็ไม่ได้ หลังจากนั้นเราไม่ได้ดูแล้ว รู้แต่ว่ามีการประลองอะไรสักอย่างเกิดขึ้นและโอรสวัชระก็หายสาบสูญไปจนทุกคนคิดว่าวัชระตายแล้ว และน่าจะรู้แล้วว่าอัศวินคือผู้หญิงและคือนางในฝันของตน ส่วนทางด้านราชาอมรรัตน์ที่หลงมาลาตีหัวปักหัวปำก็รู้ตัวว่าถูกหลอกเมื่ออำมาตย์สุรเดชยึดอำนาจทหารไว้หมดแล้ว จึงได้ตาสว่าง แต่อัศวินีก็ถูกหลอกเอาธรรมรงค์ไปทำให้ฤทธิ์เดชที่มีถดถอยถูกจับได้ทั้งพ่อลูก

อำมาตย์สุรเดชจึงครองอำนาจของโรมสุรีย์พร้อมกับสุรชัยลูกชายและมาลาตีที่ผันตัวเป็นมเหสีของสุรชัย แต่กระนั้นชาวเมืองส่วนใหญ่ก็ต่างยังไม่ยอมรับราชาคนใหม่ทำให้สุรเดชคิดจะให้สุรชัยแต่งงานกับเจ้าหญิงอัศวินีเพื่อให้ประชาชนยอมรับในอำนาจของตน  จึงไปบังคับอัศวินีโดยขู่จะเอาชีวิตพ่อของนางหากนางไม่ทำตาม

ด้านโอรสวัชระที่รอดตายได้หวุดหวิดโดยการช่วยเหลือของดาบสตนหนึ่งและ ท่านฤๅษีตนนั้นก็ฝึกวิชาให้วัชระแข็งแกร่งขึ้น อันนี้มีตอนสอนใจอีกแล้วต้องไปดูกันเอาเองแบบวัชระถ้าฝึกกับฤษีนานกว่านี้อีกหน่อยจะไร้เทียมทานแต่ตอนนั้นอัศวินีกำลังตกอยู่ในอันตรายทำให้เขากลับไปช่วยอัศวินีและราชาอมรรัตน์รอดจากเงื้อมมือของสุรเดช และยึดบัลลังก์มาจากสองพ่อลูกและหนึ่งนางแพสยาจอมโลภนั่น ทำให้ทั้งสามต้องหนีระหกระเหินออกจากเมืองไป และอัศวินีก็ได้แหวนคืนเพราะองค์อมรินทร์เก็บไว้ให้

ราชาอมรรัตน์อยากขอบใจที่วัชระช่วยตนและลูกสาว และช่วยยึดเมืองมาให้จึงบอกจะให้อะไรก็ได้ตามที่ขอ แต่แทนที่วัชระจะขออัศวินี แต่เขากลับขอกลับบ้านเมืองเพื่อกอบกู้บ้านเมืองและมีฐานะที่เท่าเทียมอัศวินีอีกครั้งเพื่อจะได้มาสู่ขอนางด้วยตนเองเมื่อพร้อม ทำให้อัศวินีและวัชระต้องจากกันอีกครั้ง

ทางด้านเมืองวิเชียรบุรีเมื่อไร้ซึ่งผู้นำชาวเมืองจึงยากจนค่นแค้น ทหารหลวงที่รอดตายจากยักษ์ผันตัวเองเป็นโจรเข้าปล้นสะดมชาวบ้านบ่อยๆ จนวัชระมาปราบได้และให้อภัยร่วมกับทหารและชาวเมืองที่เหลือในการก่อตั้งนครวิเชียรบุรีขึ้นมาอีกครั้ง

และในระหว่างทางเมืองวิเชียรบุรีและโรมสุรีย์ มียักษ์ผู้เป็นแฝดพี่กับยักษ์ที่เคยถูกอัศวินฆ่าเดินทางมาตามหาน้องชาย และได้เจอกับดวงวิญญาณน้องชายบอกว่าให้แก้แค้นอัศวินแทนตนด้วย เจ้ายักษ์ตนนั้นจึงออกตามหานครโรมสุรีย์และเจ้าหญิงอัศวินเพื่อล้างแค้นแทนน้องชาย  และสุดท้ายถ้าเราเดาไม่ผิด วัชระก็มาช่วยอัศวินปราบยักษ์ตนนั้นลงได้ (คือแบบพอมีวิชาแล้ววัชระอย่างเท่ห์อ่ะขอบอก!><)

ทางด้านอำมาตย์สุรเดช สุรชัย และมาลาตี ได้ดั้นด้นมาจนถึงเขตเมืองของราชาจักราซึ่งเคยเป็นอริศัตรูกับอัศวิน ก็ได้เข้าร่วมกันเพื่อกำจัดอัศวิน โดยวิมาลาก็ได้เป็นสนมของจักราอีกด้วย
สุดท้ายก็คงพ่ายต่ออัศวินและวัชระอยู่ดีล่ะ^^ (แบบเรายังดูไม่จบ อิอิ)

**โอ๊ะ! แอบไปดูตอนจบมา พระเอกมีสามตาด้วยแฮะ แล้วสุรเดชกับสุรชัยก็หักหลังราชาจักราและฆ่าจักราทิ้ง แต่สุดท้ายทั้งสองพ่อลูกก็ถูกวัชระฆ่า


หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: อัคนีสีเพลิง ที่ มีนาคม 22, 2013, 06:49:12 PM
พี่อังน่ารักจัง พี่นัทเท่ห์อ่า~ :o
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: ชะ ที่ มีนาคม 25, 2013, 07:07:48 PM
พีโบว์เบนซ์ : มหากาพย์อีกเรื่อง นางสิบสอง พระรถเมรี พระสุธนมโนห์รา งามทั้ง3เรื่องเลยแต่ชอบพระสุธนมโนห์รา ชอบบรรยากาศเหล่านางกินรีเลยน้ำ เป็นธรรมชาติ ดูเป็นธรรมชาติดี อีกอย่างชอบที่พี่เอาภาพมาต่อกันอ่ะดูเป็นเรื่องราวเดียวกัน 

โอ้วว แก้วหน้าม้า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย  พอเอาภาพมามิกซ์กันก็เป็นเรื่องราวที่ลงตัวมาก สมบูรณ์แบบจริงๆ

วี :  เจ้าหญิงอัศวิน ไม่เคยได้ยินมาก่อน เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตามมาก พี่อังน่ารักเหมาะกับสีเขียวมากกก
พระสมุทโฆษ ชอบเวอร์2 มากกว่าเหมือนกันค่ะ ดูลงตัวมากกว่า เพราะยังไงๆนิศาก็ต้องคู่กะภัทรอ่ะ อิอิ
สุริยัน จันทราเป็นอีกเรื่องที่สนุกมากๆ  รีทัชภาพเนียน สวยมาก ตรีเหมาะมากหน้าเป๊ะเวอร์
น้ำใจแม่ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าสองตูนต้องสลับบทกัน แก้วปัญหาดูเรียบร้อยกว่า  ส่วนผกากรองแก่นแก้ว โผงผาง
เรื่องอื่นๆก็สวย แถมด้วยเนื้อเรื่องที่สนุก เข้มข้น

 ;D ;D ;D
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กาฬฯ ที่ มีนาคม 26, 2013, 02:17:02 PM
ไม่ได้เมนต์กระทู้นี้นานมาก ส่วนใหญ่ตามไปเมนต์ใน fb ก่อนแล้ว

แต่ชอบทุกภาพนะ  กำลังตามเก็บอยู่ 
ยังมีนิทานพื้นบ้านอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้จิ้นกัน ขนมาเยอะๆ เลย
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: กันย์ณภัทร ที่ มีนาคม 27, 2013, 07:52:50 PM
น้องวีจ๋า พี่ขอแนะนำให้ก๊อบเนื้อเรื่องย่อ เจ้าหญิงอัศวินมาแปะใหม่ เพราะพี่พิมพ์ผิดหลายจุดมากมาย=_=" พี่แก้ที่กระทู้นั้นให้แระแต่ดูท่าจะไม่ทันน้องวีก๊อบมาแปะ

ขอบใจสำหรับเรื่องนี้ อยากบอกว่า นัท กับ อังเหมาะสมกันมากมาย ดูแข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่ อร๊ากกกเห็นแล้วก็ชักอยากให้สองคนนี้เล่นด้วยกันเรื่องนี้จริงๆ (แต่คงยากสสส์!!) จิ้นเองก็ได้เนอะ^^

ขอบใจสำหรับภาพนี้มากจ้า สวยมากๆ ถูกใจสุดๆ! :o :o :o
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ มีนาคม 30, 2013, 05:11:24 PM
ชอบเจ้าหญิงอัศวินที่สุดเลยอ่ะขอบอกลงตัวมาก ๆ อยากดูเรื่องนี้ด้วยอ่ะ
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ มีนาคม 30, 2013, 07:33:59 PM
น้องวีจ๋า พี่ขอแนะนำให้ก๊อบเนื้อเรื่องย่อ เจ้าหญิงอัศวินมาแปะใหม่ เพราะพี่พิมพ์ผิดหลายจุดมากมาย=_=" พี่แก้ที่กระทู้นั้นให้แระแต่ดูท่าจะไม่ทันน้องวีก๊อบมาแปะ

ขอบใจสำหรับเรื่องนี้ อยากบอกว่า นัท กับ อังเหมาะสมกันมากมาย ดูแข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่ อร๊ากกกเห็นแล้วก็ชักอยากให้สองคนนี้เล่นด้วยกันเรื่องนี้จริงๆ (แต่คงยากสสส์!!) จิ้นเองก็ได้เนอะ^^

ขอบใจสำหรับภาพนี้มากจ้า สวยมากๆ ถูกใจสุดๆ! :o :o :o

แก้ใหม่แล้วครับ  :icon_idea:
หัวข้อ: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดี "ศรีวิชัย" จากเรื่องลิลิตศรีวิชัยชาดก
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ เมษายน 13, 2013, 06:24:40 PM
ต้อนรับสงกรานต์กับหนึ่งเรื่องจิ้นครับ

ศรีวิชัย (ลิลิตศรีวิชัยชาดก)

ศรีวิชัย - รติพงษ์ ภู่มาลี
ศรีไวยกา - ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์
เทพารักษ์อุ้มสม - ฆธาวุธ ปิ่นทอง
พระเจ้าอาทิตยวงศ์ - เจษฎา รุ่งสาคร
พระนางวิมาลา - ธัญธารีย์ โรจนเรืองไชย

(http://image.ohozaa.com/i/98d/OCK5u0.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wLBDiQ1ABUSkbHSV)

เรื่องย่อ...

พระอาทิตยวงศ์แห่งกรุงมิถิลานคร  มีพระอัครมเหสีพระนามว่าพระนางวิมาลา
ได้โอรสมาจากการสมาทานศีลอุโบสถและให้ทานเป็นอันมาก  พระโอรสพระนามว่า
ศรีวิชัย
           เจ้าชายศรีวิชัยได้ศึกษาศิลปวิทยาและไตรเภทจนหมดสิ้น  พระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา
ได้สถาปนาเป็นมหาอุปราช  พระองค์มีนกแสนรู้ตัวหนึ่งชื่อสรุเสน  ได้ทรงเลี้ยงไว้สืบข่าวต่างๆ
วันหนึ่งนกได้ข่าวมาว่า  กษัตริย์วิรัฐนครมีพระราชธิดาพระองค์หนึ่งพระนามว่าศรีไวยกา
 ทรงงดงามมาก  จึงนำมาบอกแก่เจ้าชาย  เมืองมิถิลาจึงส่งทูตไปขอ  แต่ทางกรุงวิรัฐนคร
ไม่ยกให้  เจ้าชายศรีวิชัยจึงอธิษฐานจิตให้เทพารักษ์อุ้มสมไปยังปราสาทของพระธิดา
พระธิดาทดลองภูมิของเข้าชายศรีวิชัย  เมื่อเจ้าชายตอบได้ทุกข้อจึงยินยอมเป็นพระชายา

Cr. http://www.pasasiam.com/home/index.php/literature/li-ratanakosin/277-2008-09-19-12-42-41
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: นานะจัง ที่ เมษายน 14, 2013, 04:12:33 PM
เป็นการแคสติ้งตัวละครได้น่าดูมากๆเลยอ่ะขอบอกน้องวี ยิ่งทำยิ่งงาม
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: bobenz ที่ เมษายน 15, 2013, 11:16:27 AM
ภาพสวยมากเลยค่ะ  >:D
หัวข้อ: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทยปาจิต อรพิม (ตำนานรักเมืองพิมาย)
เริ่มหัวข้อโดย: วี ที่ เมษายน 15, 2013, 12:14:42 PM
:: ปาจิต อรพิม (ตำนานรักเมืองพิมาย) ::

ปาจิต - เลอสรรค์ คงเจริญ
อรพิม - ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
พระเจ้าพรหมทัต - เจษฎา รุ่งสาคร
ธิดาจัมปากนคร - พัชรมัย สุขประเสริฐ

(http://image.ohozaa.com/i/897/NguyCb.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wLPlVTp2UdokhAGG)

เรื่องย่อ…..

ท้าวปาจิต เป็นโอรสพระเจ้าอุทุมราช กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองนครธม เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่ม พระบิดาก็ให้เลือกคู่ครองโดยการให้ทหารไปประกาศเรียกหญิงสาว บรรดามีในเมืองนั้นมาให้ท้าวปาจิตเลือก สาวที่มามีทั้งลูกสาวเสนา อำมาตย์ ข้าราชการ ลูกพ่อค้า ชาวนา ชาวไร่ มากันจนหมดเมือง ท้าวปาจิตไม่สนใจเลยสักคนเดียว จึงมิได้คล้องมาลัยให้สาวคนไหน พระเจ้าอุมุมราชได้ให้โหรทำนายโชคชะตาราศีและเนื้อคู่แก่พระโอรส โหรหลวงตรวจดูดวงชะตาตามวันเดือนปีเกิดแล้ว กราบทูลว่าเนื้อคู่ของท้าวปาจิตยังไม่เกิด ขณะนี้อยู่ในครรภ์หญิงชาวนาผู้หนึ่งในเขตเมืองพิมาย ท้าวปาจิตจะต้องเดินทางไปหาหญิงผู้นั้น ที่อยู่ของหญิงผู้นี้อยู่ทางทิศพายัพของนครธม ซึ่งสังเกตได้ง่ายว่ามีครรภ์และมีเงากลดกั้นอยู่

ท้าว ปาจิตไม่รอช้า รีบเร่งออกเดินทางไปตามคำทำนายของโหรจนกระทั่งมาถึงเขตเมืองพิมาย ท้าวปาจิตไม่แน่ใจจึงกางแผนที่ออกดูที่ตรงนั้นเรียกในภายหลังว่า บ้านกางตำรา และเพี้ยนเป็น บ้านจารตำรา ท้าวปาจิตข้ามถนนเพื่อเข้าเขตเมือง บริเวณนั้นเรียกว่า บ้านถนนแล้วเดินมาตามทางถึงหมู่บ้านหนึ่งมีต้นสนุ่นมาก ได้ชื่อว่า บ้านสนุ่น เลยบ้านสนุ่นก็มาถึงท่าน้ำใหญ่ ปัจจุบันเรียก บ้านท่าหลวง แต่ปรากฎว่าเป็นทางผิด จึงไปอีกทางหนึ่งถึง บ้านสำริด พบหญิงครรภ์แก่ชื่อ ยายบัว กำลังดำนาอยู่ เหนือหัวของนางมีเงาคล้ายกลดกั้นอยู่ ก็แน่ใจว่าใช่ตามคำทำนาย จึงเข้าไปแสดงตัวว่าเป็นใคร มีความประสงค์อะไร และแสดงความตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยทำนาให้จนกว่าจะคลอดลูก หากลูกเป็นชายจะยกย่องให้เป็นน้องชาย แต่ถ้าเป็นหญิงจะขอนำไปเป็นมเหสี ยายบัวก็ตกลง

ท้าวปาจิตอาศัย อยู่กับยายบัวเรื่อยมา ช่วยทำงานทุกอย่างทั้งดำนา เลี้ยงโคกระบือ เกี่ยวข้าว ตีข้าว จนยายบัวครบกำหนดคลอด จึงไปตามหมอตำแยมาทำคลอด (หมู่บ้านนั้นจึงได้ชื่อว่าบ้านตำแย) ทารกในครรภ์ยายบัวเป็นเพศหญิงตรงตามคำทำนายของโหร ยายบัวตั้งชื่อให้ว่า อรพิน แต่ในภาษาท้องถิ่นจะเรียกว่า อรพิม มีหน้าตาสวยงาม ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่พอใจแก่ท้าวปาจิตยิ่งนัก ครั้นนางเจริญวัยเป็นสาวสวยก็ได้ผูกสมัครรักใคร่กับท้าวปาจิต วันหนึ่งท้าวปาจิตได้บอกให้นางทราบว่าตนจะกลับไปบ้านเมืองเพื่อยกขันหมากจาก นครธมมารับนางไปอภิเษกสมรสที่นครธม แล้วก็ลานางไป

เมื่อ มาถึงนครธม ท้าวปาจิตได้นำความขึ้นบังคมทูลต่อพระเจ้าอุทุมราชพระบิดาจึงให้จัดขบวนขัน หมากมีจำนวนรี้พลมากมาย เดินทางไปเมืองพิมาย โดยที่หารู้ไม่ว่า บัดนี้ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับนางอรพิม นั่นคือ พระเจ้าพรหมทัต ผู้ครองเมืองได้ทราบข่าวความงามของนางจึงได้ให้พระยารามไปนำตัวนางมาไว้ใน พระราชวัง นางอรพิม สุดจะขัดขืนได้จำต้องมา และตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้ามิใช่ท้าวปาจิตแล้ว ผู้ใดแตะต้องนางก็ขอให้กายนางร้อนเหมือนไฟ พระเจ้าพรหมทัตจึงแตะต้องนางมิได้ กระบวนขันหมากของท้าวปาจิตยกออกจากนครธมมาหลายคืนหลายวัน จนมาถึงลำน้ำแห่งหนึ่ง (อยู่ในตำบลงิ้ว ปัจจุบันนี้) ท้าวปาจิตให้ทหารหยุดกระบวนขันหมาก เพื่อให้ทหารและสัตว์พาหนะได้พักและบริโภคน้ำ ชาวบ้านเห็นผู้คนมากันมากมายจึงเข้ามาไต่ถามว่ามาทำไมและจะไปไหน พวกทหารตอบว่าจะไปบ้านสำริด เพราะพระโอรสกษัตริย์เมืองขอมจะแต่งงานกับสาวบ้านนี้ ชาวบ้านถามชื่อหญิงนั้น ทหารบอกว่าชื่อนางอรพิม ชาวบ้านจึงเล่าให้ฟังว่า พระเจ้าพรหมทัตได้นำตัวเข้าไปไว้ในปราสาทเสียแล้วทั้งพระเจ้าอุทุมราชและ ท้าวปาจิตตกพระทัยยิ่งนัก โดยเฉพาะท้าวปาจิตโกรธมากถึงกับโยนข้าวของเครื่องใช้ขันหมากทิ้งแม่น้ำหมด (ที่ตรงนั้นเรียกว่าลำมาศหรือลำปลายมาศที่ไหลไปสู่ลำน้ำมูลจนทุกวันนี้) ส่วนรถทรงก็ตีล้อดุมรถและกงรถจนหักทำลายหมด ชาวบ้านนำมากองรวมกันไว้จนที่เรียกว่า บ้านกงรถ จากนั้นท้าวปาจิตได้ขออนุญาตไปตามนางตามลำพัง พระเจ้าอุทุมราชและข้าทหารจึงเดินทางกลับนครธม ท้าวปาจิตไปพบยายบัว ปลอบโยนนางว่าจะใช้ปัญญานำนางอรพิมออกมาให้ได้ แล้วปลอมตัวเป็นลูกชายยายบัวเข้าไปตามหาน้องสาวชื่อ อรพิมไปบอกนายประตูว่าจะขอเข้าเยี่ยมน้องสาว นายประตูถามว่าใคร ท้าวปาจิตตอบว่า นางอรพิม ซึ่งจะเป็นพระมเหสีของพระเจ้าพรหมทัตในไม่ช้านี้ นายประตูพาไปพบนางอรพิม นางร้องว่า อ้อ พี่มา... (คำนี้เพี้ยนเป็นพิมายในปัจจุบันนี้) พระเจ้าพรหมทัตมาพบนางอรพิม เห็นท้าวปาจิตจึงถามว่าใคร นางตอบว่าเป็นพี่ชายของนาง พระเจ้าพรหมทัตถามว่าทำมาหากินอะไร ทำไร่ทำนา หรือค้าขายอะไร ท้าวปาจิตตอบว่าค้าขายทางไกล ทราบว่าน้องจะอภิเษกเป็นพระมเหสีจึงมาอวยพรให้ และอยากรู้จักพระองค์ให้พระองค์รู้จักตนด้วย พระเจ้าพรหมทัตดีใจ เพราะนางอรพิม จะได้ยอมเป็นพระมเหสีอย่างที่เคยลั่นวาจาไว้ จึงให้หาเหล้ายาอาหารมาเลี้ยงดู ท้าวปาจิตดื่มเล็กน้อยแต่พระเจ้าพรหมทัตถูกนางอรพิมมอมเหล้าเสียจนเมามาย เสียสติ ท้าวปาจิตจึงใช้พระขรรค์ฟันคอขาดอยู่ ณ ที่นั้น แล้วอุ้มนางอรพิมหนีออกมา

ท้าว ปาจิตและนางอรพิม เดินทางมาถึงป่าใหญ่แห่งหนึ่ง พอดีเป็นเวลารุ่งสว่างพบนายพรานคนหนึ่งชื่อ พรานนกเอี้ยง ออกมาเที่ยวล่าเนื้ออยู่ พรานนกเอี้ยงเห็นนางอรพิมสวยก็นึกรักนาง จึงใช้หน้าไม้ยิงท้าวปาจิตตายแล้วพานางไป นางทำเลห์กลว่ามีกำลังน้อยเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยมากจะเดินทางไม่ไหว ถ้ามีรถหรือเกวียนหรือช้างม้าให้นางนั่งไป นางก็ยินดีจะไปด้วย พรานหลงเชื่อไปหากระบือมาให้นางขี่ ตัวนายพรานนั่งข้างหน้าคอยบังคับกระบือ นางอรพิมนั่งข้างหลังพอได้โอกาสก็ใช้พระขรรค์ท้าวปาจิตแทงนายพรานตาย นางกลับมาที่ศพท้าวปาจิต ร่ำไห้คร่ำครวญอยู่จนพระอินทร์เกิดความสงสารชวนพระเวสสุกรรม แปลงกายเป็นงูกับพังพอนสู้กัน เมื่อพังพอนตาย งูก็ไปกัดเปลือกไม้ชนิดหนึ่งมาเคี้ยวพ่นใส่บาดแผลพังพอน พังพอนจึงฟื้นขึ้นต่อสู้กันต่อไป ครั้นงูตายพังพอนก็ทำเช่นเดียวกัน สัตว์ทั้งสองผลัดกันตายผลัดกันฟื้นเช่นนี้เป็นเวลาพอสมควรแล้วหายไป นางอรพิม เฝ้าสังเกตอยู่ เห็นหนทางที่จะทำให้ท้าวปาจิตฟื้นจึงไปเอาเปลือกไม้มาเคี้ยวพ่นใส่บาดแผล ท้าวปาจิตเช่นกัน ท้าวปาจิตฟื้นขึ้นได้ช่วยกันเก็บเปลือกไม้ติดตัวไปเท่าที่จะนำไปได้แล้วออก เดินทางต่อไปยังนครธม

หลัง จากรอนแรมกันมาเป็นเวลาพอประมาณ ก็มาถึงฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งกว้างมากไม่มีเรือแพหรือขอนไม้จะข้ามไปยัง ฝั่งตรงข้ามได้ จึงนั่งปรึกษาหาหนทางอยู่ ขณะนั้นมีเถนคนหนึ่ง ชาวบ้านเรียก เถนเรือลอย เพราะเถนลงเรือไปบิณฑบาตตามแม่น้ำเป็นประจำ เถนพายเรือผ่านมา ท้าวปาจิตขอร้องให้ช่วยส่งข้ามฟากให้ด้วย เถนเห็นนางอรพิมสวยมาก็คิดจะพานางไปกับตน จึงบอกว่าเรือลำนี้ขึ้นได้ครั้งละ 2 คนเท่านั้นมิฉะนั้นเรือจะล่ม ท้าวปาจิตจำต้องให้นางอรพิมไปกับเถนก่อน เถนพานางลอยน้ำไปเรื่อย ๆ ท้าวปาจิตจะเรียกอย่างไรก็มิได้หยุด จึงต้องพลัดพรากกันอีกครั้งหนึ่ง นางอรพิมต้องคิดอุบายหนีจากเถนจนกระทั่งมาพบต้นมะเดื่อต้นหนึ่งสูงมาก ลูกดกเต็มต้นผลงาม ๆ น่ากินทั้งนั้น นางบอกเถนว่าอยากกินมะเดื่อ ให้เถนปีนขึ้นไปเก็บมาให้ เอาลูกที่งามที่สุดอร่อยที่สุดสุกที่สุดซึ่งจะอยู่บนยอดสูง เถนหลงเชื่อปีนต้นไม้ไปหาลูกมะเดื่อที่นางต้องการนางรีบเอาหนามมาสะไว้โคน ต้น แล้วลงเรือพายหนีไป ก่อนไปได้สั่งไว้เป็นวาจาสิทธิ์ว่าให้เถนอยู่บนต้นมะเดื่ออย่าไปไหน เถนจึงตายอยู่บนต้นมะเดื่อนั่นเอง ก่อนตายได้แช่งให้มีแมลงหวี่มาเกิดในลูกมะเดื่อทุกลูกไป

นาง อรพิมพายเรือกลับมาหาท้าวปาจิตแต่ไม่พบ จึงจอดเรือแล้วขึ้นฝั่งเที่ยวตามหาจนพระอินทร์เกิดความสงสารลงมาประทานแหวน ให้วงหนึ่งบอกนางว่า ถ้าสวมไว้ที่นิ้วชี้จะกลายร่างเป็นชายแต่ถ้าถอดออกสวมนิ้วอื่นจะกลายเป็น หญิงดังเดิม นางอรพิมจึง ควักนมทั้งสองข้างออกมา ปาเข้าป่า กลายเป็นต้น "นมนาง" จากนั้นนางจิกแก้มอวบอิ่มจิ้มลิ้มเป็นพวง เหวี่ยงทิ้งไปกลายเป็นต้น "แก้มอ้น" และควักโยนีขึ้นปาเข้าป่ากลายเป็นต้น "โยนีปีศาจ" นางจึงสวมแหวนที่นิ้วชี้จึงกลายร่างเป็นชาย เดินติดตามท้าวปาจิตต่อไป พบใครที่ไหนก็สอบถามว่าเห็นใครรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ไหม รู้จักคนชื่อท้าวปาจิตไหม สอบถามจนทั่วแล้วก็ไม่มีผู้ใดรู้จักหรือเห็นเลย นางจึงร่อนเร่ไปโดยอยู่ในเพศชายตามลำพังจนกระทั่งมาถึงเมืองหนึ่ง ชื่อ จัมปากนคร เมืองจัมปากนครที่นางอรพิมมาถึงนี้ พระมหากษัตริย์ผู้ปกครองเมืองมีพระราชธิดาสวยงามมากแต่ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ตาย หมอคนใดก็ช่วยไว้ไม่ได้ ชาวเมืองพากันร้องไห้อาลัยรักนางอยู่ นางอรพิมรู้เข้าก็อยากจะลองช่วยนางดู ให้คนพาไปเฝ้าพระมหากษัตริย์ทูลขออนุญาตรักษา เมื่อพระองค์อนุญาต นางอรพิมได้ใช้เปลือกไม้ที่ได้จากป่าคราวรักษาท้าวปาจิตมาเคี้ยวพ่นใส่พระ ราชธิดาจนฟื้นขึ้น พระมหากษัตริย์และพระญาติดีใจมาก ปรึกษากันว่าจะให้นางอรพิมอภิเษกกับพระธิดา แต่นางอรพิมบ่ายเบี่ยงว่าขอเวลาสักปีหรือสองปีให้ได้บวชเรียนและศึกษา ศิลปศาสตร์ให้จบก่อน พระมหากษัตริย์จำต้องยอมตามใจ หลังจากนั้นไม่นานนัก นางอรพิมจึงขอลาไปตามหาท้าวปาจิตด้วยความรู้สึกสิ้นหวังว่า คงจะไม่พบกันเป็นแน่แล้ว นางไปอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งศึกษาพระธรรมวินัยจนมีความรู้แตกฉานมากพระในวัดและ ศิษย์ตลอดจนชาวบ้านก็ยกให้เป็นพระสังฆราช นางอรพิมให้สร้างโบสถ์ขึ้นหลังหนึ่งเขียนภาพเล่าเรื่องนางกับท้าวปาจิตที่ฝา ผนัง ตั้งแต่ท้าวปาจิตได้อาศัยอยู่กับยายบัวจนถึงตอนนางมาบวชอยู่แต่ละตอนละเอียด ครบถ้วนกระบวนความ นางสั่งไว้ว่า หากมีผู้ใดที่มาดูภาพเขียนฝาผนังแล้วร้องไห้ให้คนเฝ้าโบสถ์รีบไปบอกให้รู้ ทันที วันหนึ่งท้าวปาจิตเดินทางมาถึงเมืองนี้ ได้เข้าพักอาศัยในโบสถ์ และนอนหลับไป ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ครั้นตื่นขึ้นมองไปรอบ ๆ เห็นภาพเขียนบนฝาผนังโบสถ์ ได้ลุกไปเดินดูโดยรอบ รู้ว่าเป็นเรื่องราวของตนกับนางอรพิม จึงทรุดลงร่ำไห้อยู่ตรงนั้น คนเฝ้าโบสถ์เห็นรีบนำความไปเล่าให้พระสังฆราชรู้ พระสังฆราชให้นำท้าวปาจิตไปพบ ท้าวปาจิตสอบถามความเป็นมาของรูปเขียน พระได้เล่าให้ฟังและบอกว่าตนคือนางอรพิม จากนั้นก็ถอดแหวนออกสวมที่นิ้วนาง กลายรูปเป็นหญิงตามเดิม ทั้งสองสวมกอดกันร่ำไห้ด้วยความยินดีเป็นที่สุด แล้วนางอรพิมก็บอกลาชาววัดและชาวบ้านเดินทางกลับนครธม พระเจ้าอุทุมราชมีความยินดีมาก อภิเษกให้ท้าวปาจิตเป็นกษัตริย์ปกครองประเทศ ทั้งสองครองเมืองกันอย่างมีความสุขสืบมา

Cr http://tinytarn.blogspot.com/2008/08/blog-post_07.html
หัวข้อ: Re: ภาพ คู่จิ้นพระนาง จักรๆวงศ์ๆ ในวรรณคดีไทย
เริ่มหัวข้อโดย: วงษ์สวรรค์ ที่ มิถุนายน 01, 2016, 03:26:45 PM
 ;)โหลดภาพ1-3หน้าแรกไม่ได้กำเลย