ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ก็มันออกทะเลจักรวาลไปเยอะ พักหลังเลยไม่ได้ดู
2
ละครสมัยนี้คนเริ่มดูกันน้อยลง
3
สนทนาประสาบอยคลับ / Re: ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับสิว
« กระทู้ล่าสุด โดย Chanteyuk เมื่อ กรกฎาคม 17, 2018, 02:34:33 PM »
สิวนี้ถ้าขึ้นที่จมูกนี้เจ็บเอาการเลย
4
มุมนักเขียน / Re: ผจญภัยสุวรรณนคร ภาค 3
« กระทู้ล่าสุด โดย Sumiyata เมื่อ กรกฎาคม 09, 2018, 05:36:31 PM »
เรื่องนี้ผมชอบมากเลยครับดูประจำเลยแค่ภาค 3 นี้ยังไม่เคยดูเลย
5
สนทนาประสาบอยคลับ / Re: แก้วนพเก้า
« กระทู้ล่าสุด โดย Nguyenez เมื่อ กรกฎาคม 06, 2018, 11:28:31 AM »
อยากทราบว่าพอลงรูปภาพให้ดูหน่อยได้มั้ยครับ
6
มุมนักเขียน / Re: ผจญภัยสุวรรณนคร ภาค 3
« กระทู้ล่าสุด โดย Nguyenez เมื่อ กรกฎาคม 06, 2018, 11:27:28 AM »
ไม่มีข้อมูลอธิบายหรือครับว่าใครเป็นใคร
7
 ด้านฝั่งในวังเมืองรัตนบุรี เหล่าขุนนางและข้าราชบริพารทั้งน้อยใหญ่ได้ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ผู้ครองเมืองสร้างความเสียใจและความแปลกใจแก่ทุกคนเป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นเหล่าขุนนางตัดสินใจที่ยังจะไม่บอกกล่าวแก่ประชาชนชาวเมืองที่อยู่นอกวังให้รับรู้การจากไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้
  ปุโรหิตเฒ่าไม่ต้องการให้เสียตำแหน่งจึงรีบกล่าวกับเหล่าขุนนางให้รีบแต่งตั้งพระโอรสบดิศรหลานของตนขึ้นครองราชย์ในทันที แต่ทว่าบดิศรยังไม่ต้องการเพราะยังเสียใจในการจากไปของพระบิดาที่ตนเพิ่งรู้ข่าวเมื่อตอนรุ่งเช้าเท่านั้น   
  ในขณะเดียวกันอำมาตย์เรืองรองนึกเคลือบแคลงสงสัยในตัวปุโรหิตว่าสาเหตุการสิ้นพระชนม์คราวนี้คงต้องเกี่ยวกับปุโรหิตเป็นแน่แท้ แต่มิอาจแสดงออกมาได้ต้องคอยดูท่าทีไปเสียก่อน
................................................
ในพระตำหนักใหญ่ที่มีพระวรกายของท้าวพีรเชษฐ์อยู่นั้น  มีแมลงภู่สองตัวบินมายังที่แห่งนี้เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในตำหนักจึงได้เปลี่ยนจากแมลงภู่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ดังเดิม พระโอรสภูมินทร์เมื่อคืนร่างได้กราบพระบาทของพระบิดาแล้วมองดูพระพักตร์ของพระบิดาตน ขณะเดียวกันกับสองตาหลานได้เดินมาและพูดคุยกันอยู่ด้านหน้าประตู
" ท่านตา ทำไมเสด็จพ่อถึงได้สิ้นพระชนม์ได้ในเมื่อในวังนี่แน่นหนาขนาดนี้ " บดิศรได้ถามขึ้นด้วยเพราะรู้สึกติดข้างอยู่ในใจ
" ก็พระโอรสสุริยะน่ะสิเป็นคนสังหารองค์เหนือหัว " ปุโรหิตตอบคำถามผู้เป็นหลาน
" ไอ้ง่อยน่ะเหรอท่านตา มันง่อยขนาดนั้นหลานก็รังแกมันตลอดมันจะทำอะไรใครได้กัน " หลานนึกฉงน
" ก็พระโอรสง่อยน่ะเป็นภูติผีปีศาจที่ยอมเพราะกลัวบารมีหลานน่ะสิ แต่เพราะแค้นองค์เหนือหัวจึงมาหลอกล่อแล้วฆ่าเสีย " ปุโรหิตนั้นรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไรแต่คิดจะหลอกให้หลานเชื่อใจจึงได้ตอบสิ่งเท็จเช่นนั้น
 ฝั่งพระธิดาจินดาได้ยินเช่นนั้นจึงเตือนพระโอรสภูมินทร์ ทั้งหมดจึงแปลงกายตนและเจ้าเมืองเป็นแมลงภู่พากันบินหนีไปเป็นเวลาเดียวกับที่บดิศรเปิดประตูมาแล้วพบกับความว่างปล่าวบนแท่นบรรทมแลเห็นแต่แมลงภู่ที่บินออกหน้าต่างไปจึงได้กล่าวออกมา
" เสด็จพ่อหายไปไหน ทำไมมีแต่แมลงภู่บินตัวติดกันออกไป"
ปุโรหิตได้ยินดังนั้นก็แจ้งใจในทันทีว่ามีคนแปลงกายมาพาพระวรกายท้าวพีรเชษฐ์ไป จึงได้สั่งเหล่าบริวารให้ตามจับแมลงภู่ แต่มิอาจจับได้เพราะแมลงภู่ได้บินสูงเสียดฟ้าเข้าในม่านเมฆไป แมงภู่ได้แปลงเปลี่ยนเป็นนกแก้วคาบผลองุ่นบินไปยังที่ที่ได้นัดหมายไว้ในป่าแล้วกลับกลายร่างเป็นคนดังเดิม ปุโรหิตเจ็บใจที่ไม่อาจขัดขวางได้แม้แต่แมลงภู่แต่ไม่จนหนทางเพราะรู้ว่าใครเป็นคนทำจึงได้ใช้มนต์ดำตรวจดูว่าอยู่กันที่ใดแล้วจึงตามไปพร้อมกับบดิศร
สไบทองเมื่อเห็นร่างของภัสดามีจึงได้กอดร่างอย่างอาลัย จินดาไม่รอช้ารีบบอกให้พากันไปอยู่ในถ้ำเพื่อให้ปลอดภัย
" แล้วพวกเราจะทำยังไงกันต่อไปล่ะท่าน " พระโอรสได้ถามกับพระธิดา
" เราจะสอนมนต์เรียกพระวิญญาณให้แก่ท่าน แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันตามหาพระวิญญาณให้เข้าสู่พระวรกายภายในยามสอง " พระธิดากล่าวตอบ เมื่อสอนมนต์เสร็จจึงได้แยกย้ายกันออกตามหาพระวิญญาณโดยให้พระมเหสีและหิ่งห้อยยักษ์เฝ้าร่างในถ้ำ ก่อนแยกย้ายพระโอรสและพระธิดาได้ใช้มนต์มิติปิดหน้าถ้ำไม่ให้เข้าไปทำอันตรายได้...
8
" เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกท่านถึงได้ร้องไห้กันขนาดนี้ " พระธิดาจินดาผู้ใส่สังวาลย์สีบุษราคัมถามขึ้นเมื่อพบกับคนสองคนกันแสงไม่หยุดหย่อน
ทางฝั่งพระมเหสีสไบทองและพระโอรสสุริยะได้ยินเสียงถามไถ่ก็มิอาจทำใจตอบได้ยังคงกันแสงต่อไป หิ่งห้อยยักษ์จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้จินดาฟัง เมื่อจินดาฟังดังนั้นจึงนึกได้แล้วกล่าวกับสองแม่ลูก
" ได้โปรดหยุดกันแสงเถอะเพคะพระมเหสี พระโอรส กันแสงไปก็ไม่สามารถจะทำให้พระพีรเชษฐ์ฟื้นคืนมาได้หรอกนะเพคะ "
" เจ้าจะเข้าใจอะไรพวกเรา เจ้าไม่เคยสูญเสียเหมือนกับพวกเราทั้งสอง" สไบทองกล่าวตอบเสียงปนสะอื้นแล้วกอดลูกร้องไห้ต่อ
พระธิดาจินดามีหรือจะไม่เข้าใจความสูญเสียในเมื่อตนนั้นสูญเสียพระมารดาตั้งแต่ยังไม่รู้ความ ถึงจะไม่ใช่การสูญเสียที่รับรู้ในคราวแรกแต่เป็นการสูญเสียระยะยาวเสมอมาตลอดชีวิต
" หม่อมฉันอาจจะไม่เข้าใจแต่ว่า..หม่อมฉันยังพอมีวิธีที่จะทำให้พระพีรเชษฐ์ฟื้นคืนชีพมาได้เพคะ " จินดากล่าวขึ้นมาทำให้สไบทองหยุดร้องไห้หันมาด้วยความฉงนระคนกับดีใจ
" จะทำได้จริงเหรอ....แต่ว่าองค์เหนือหัวสิ้นไปแล้วจะกลับมาได้ยังไง "
" ทำได้เพคะ หม่อมฉันได้ดูดวงพระชะตาของพระองค์ยังไม่ถึงฆาต ตราบใดที่พระวรกายและพระวิญญาณยังอยู่ก็สามารถทำพิธีเรียกพระวิญญาณคืนสู่พระวรกายได้เพคะ "
"จริงเหรอช่วยเสด็จพ่อได้จริงๆใช่ไหม " สุริยะได้ยินสิ่งที่จินดาพูดจึงถามอีกครั้งให้แน่ใจ
" จริงสิ เราไม่โกหกหรอก สวมเกราะก่อนดีกว่าจะได้ช่วยพระองค์ต่อไป " พระธิดากล่าวพร้อมกับส่งเกราะกายสิทธิ์ให้พระโอรสสวม พระโอรสสุริยะรับเกราะมาสวมเปลี่ยนร่างจากพิการสู่ร่างที่สมบูรณ์ของพระโอรสอีกพระองค์คือพระโอรสภูมินทร์ผู้มีรัศมีแห่งความเมตตา   
 จากนั้นทั้งหมดยกเว้นตุ้บเท่งจึงได้ร่วมกันคิดวางแผนที่จะนำพระวรกายแห่งท้าวพีรเชษฐ์มายังป่านี้ต่อไป

9
ขอบคุณคุณ NingM มากค่ะ เว้นมาเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่ได้แต่งต่อเลยวันนี้พอมีเวลาว่างจะแต่งต่อค่ะ  w8 w8
หน้า: [1] 2 3 ... 10