ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ในวันต่อมาทั้งสองได้เปลี่ยนเป็นอังคาสกับ ปัทมาสน์ โดยมีตุ้บเท่งนั่งดูอยู่
" ต่างเป็นเจ้าอารมณ์กันทั้งคู่ ดีล่ะข้าจะทำให้แตกคอกัน จากนี้จะไม่มีใครมาคุ้มกันเกราะกายสิทธิ์แล้ว " ตุ้บเท่งคิดอยู่ในใจแล้วยิ้มกรุ่มกริ่ม
" ที่นี่ที่ไหน เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน " ปัทมาสน์ลืมตาตื่นขึ้นมาพบตนเองไม่ได้อยู่ในตำหนักจึงพึมพำกับตัวเอง
" ที่นี่ก็คือป่ายังไงล่ะพระธิดา " ตุ้บเท่งตอบเมื่อได้ยินเสียง
" ข้ารู้แล้วว่าที่นี่เป็นป่า ข้าอยากรู้ว่าข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง !!!! " ปัทมาสน์ลุกขึ้นท้าวเอวถามตัวประหลาดที่พอเจอ
" ถามสุดหล่อ สุดหล่อจะรู้ได้ไง นู่น ถามพระโอรสอังคาส นู่น " ตุ้บเท่งพูดพร้อมหันหน้าไปทางอังคาสที่กำลังหลับอยู่ใต้ต้นไม้อีกต้น
" นี่มันเจ้าคนที่มันบุกรุกที่ของข้านี่....ตื่นขึ้นมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้นะ!!! " ยักษ์น้อยพูดขึ้นพร้อมกับกระทืบเท้าลงแผ่นธรณี สนั่นไหวไปทั่วทุกทิศ
 " โอ้ย!!! นี่เจ้า!! ครั้งที่แล้วเจ้าก็จะฆ่าเรา ยังตามมาฆ่าเราอีกเหรอ " อังคาสตื่นขึ้นเพราแรงสะเทือน แล้วพบกับยักษ์ที่จะทำร้ายมื่อก่อนเก่าก็จำได้
" ใช่ๆพระโอรส ยักษ์น้อยตนนี่กำลังจะจับพระโอรสกิน " ตุ้บเท่งได้จังเติมไฟไป
" นี่เจ้าพูดอะไรระวังปากด้วย คนแบบนี้ข้าไม่กินหรอกนะ!!! " 
"สุดหล่อเห็นจริงๆ สุดหล่อเป็นพยายานได้"
" ไม่จริง!! ข้าตื่นมาก็พบตัวประหลาดนี่ก่อนแล้ว ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด"
" อย่ามาโกหก !!!" อังคาสตอบกลับ
" ตัวประหลาดอะไรกัน เรียกสุดหล่อตะหากล่ะ สุดหล่อดีกว่าเยอะ "
" อเวจีล่ะสิไม่ว่า!!!" อังคาสและปัทมาสน์ตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
" ทีอย่างนี้สามัคคีว่าสุดหล่อจริงนะ เมื่อคืนนี้ยังตีกันจะตายอยู่เลย "
" เมื่อคืนอะไรกันเราเพิ่งจะเถียงกันเมื่อไม่นานมานี้เองนะ " อังคาสกล่าว
" ก็เมื่อคืนพระโอรส พระธิดาก็ตีกันแทบตายดีนะที่ห้ามไว้ทันไม่งั้นก็...."  ตุ้บเท่งได้ยุแยงขึ้นอีกครั้ง
" หมายความว่าเมื่อคืนคนของเจ้าก็ทำร้ายคนของข้าล่ะะสิ " ปัทมาสน์กล่าว
" อย่ามาว่าจันทราภานะ คนของเจ้าล่ะสิไม่ว่า!!! " อังคาสกล่าวปกป้องผู้เป็นพี่
" จันทลักษณ์ไม่เคยหาเรื่องใครก่อน ห้ามว่าคนของข้า!!! " ปัทมาสน์ก็ตอบกับเช่นกัน
" จำได้ว่าบาดเจ็บกันด้วยนะ " ตุ้บเท่งเติมประโยคลงไปอีก
" บาดเจ็บเหรอ... ข้ายอมไม่ได้ เจ้าต้องชดใช้แทนคนของข้า!!! " ปัทมาสน์พูดแล้วเนรมิตกายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
"เราก็ยอมไม่ได้ เจ้าก็ดีแต่แปลงกายให้ใหญ่ เจ้าอย่าคิดนะว่าเราจะสู้เจ้าไม่ได้เหมือนครั้งก่อน !! " อังคาสเรียกพระขรรค์ออกมา
" แล้วเจ้าจะรู้ว่าข้าไม่ได้เก่งแค่ตัวใหญ่อย่างเดียว !!! " พระธิดายักษ์กล่าวแล้วจึงใช้มือไล่คว้าตัวพระโอรสมนุษย์ให้ทั่ว แต่ไม่ทันจับได้เหมือนครั้งก่อน เหตุเพราะอังคาสมิได้เผลอตัวแล้ว
" ดี ตีกันให้ตายไปเลย " ตุ้บเท่งหลบอยู่หลังต้นไม้แล้วดูเหตุการณ์ไปคิดไป
________

" พระโอรส พระธิดา หยุดเถอะพระเจ้าค่ะ" เสียงห้ามปรามที่ดังมาแต่ไกลทำให้ทั้งสองหยุดการต่อสู้
" พี่หิ่งห้อย ห้ามเราทำไม!?! " อังคาสถามหิ่งห้อยยักษ์ที่เขามาห้าม
" เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามข้า!!!! " ปัทมาสน์มองไปยังหิ่งห้อย
" ทั้งสองพระองค์จะทรงสู้กันมิได้พระเจ้าค่ะ เพราะทั้งสองพระองค์เป็นมิตรกัน " หิ่งห้อยกล่าวตอบ
" เอ๊ะ!! ข้าเป็นมิตรกับเจ้านี่ตอนไหนกัน" ปัทมาสน์กล่าวถามแล้วลดตนเป็นขนาดปกติ
" ตั้งแต่พระธิดาแสงสุรีย์กับพระโอรสสุริยะพระเจ้าค่ะ " หิ่งห้อยยักษ์ตอบคำถามอีกครั้ง
" นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? "
" เรื่องเป็นอย่างนี้พระเจ้าค่ะ ........." หิ่งห้อยยักษ์ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับสองบุตรกษัตริย์ฟัง

" แล้วข้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าแสงสุรีย์กับจันทลักษณ์เต็มใจ แล้วข้าจะต้องช่วยต่อ? " ปัทมาสน์ถามอย่างเคลือบแคลงใจ
" หม่อมฉันไม่มีหลักฐาน มีแต่คำที่พระธิดาแสงสุรีย์ทรงตรัสไว้ว่า หากพระธิดาปัทมาสน์ช่วยเหลือคนก็ควรช่วยให้ทั่วถึงด้วย พระเจ้าค่ะ "

ปัทมาสน์ได้ยินดังนั้นจึงครุ่นคิดสักพักหนึ่งจึงนึกได้ว่ามีแต่พวกสังวาลย์กับพระบิดาเท่านั้นที่รู้คำกล่าวนี้ของแสงสุรีย์ จึงไว้ใจ
" ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะช่วยพวกเจ้าเอง" พระธิดากล่าว
"คำก็ข้าสองคำก็ข้า พูดดีๆไม่เป็นหรอกหรือยังไง?" อังคาสกล่าวขึ้นหลังจบคำพูดของปัทมาสน์
" ก็ได้ ข้า...เราพูดดีก็ได้ เราจะพูดข้ากับคนที่เราไม่พอใจเท่านั้นล่ะ " ปัทมาสน์ตอบเสร็จก็หันหน้ามองตุ้บเท่ง
ตุ้งเท่งจึงหลบหน้าหันมองอังคาส
" พระโอรสคงไม่ว่าสุดหล่อใช่ไหม " ตุ้บเท่งยิ้มเฟื่อนๆ
" ไม่หรอก " อังคาสตอบ
ตุ้บเท่งยิ้มอย่างดีใจ
" แต่เราจะทำให้เจ้าพูดไม่ได้อีกตลอดชีวิต " อังคาสพูดเสร็จเตรียมจะลงโทษตุ้บเท่ง
" พอๆ พวกเราไปกันได้แล้ว ชักช้าจะไม่ทันกาล เจ้าตัวประหลาดไว้ทีหลัง" ปัทมาสน์ปรามไว้แล้วชวนให้เดินทางต่อ
" ได้ " อังคาสตอบแล้วทั้งหมดจึงเดินทางไปยังเมืองรัตนบุรีต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะมีอันตรายใดๆรออยู่
2
ขอบคุณ คุณ Pridezero ที่มาแสดงความคิดเห็นนะคะ จักรกรดไม่ได้มานานนับปีแล้ว ยอมรับเลยค่ะว่ามีเทจริงๆเพราะงานกับไม่มีเวลาเลยคิดไปว่าคงจะไม่มาแล้ว แต่ก็เข้ามาเพราะคิดถึง อ่านแล้วอยากแต่งต่อ จักรกรดจะพยายามแต่งให้จบไม่ทอดทิ้งแล้ว ณ จุดๆนี้คิดถึงมากจริงๆ ต่อจากเม้นนี้ก็จะแต่งต่อแล้วค่ะ w15 w15 w15
3
มุมเล่าละครพื้นบ้าน / เรื่อง แก้วหน้าม้า
« กระทู้ล่าสุด โดย zxc เมื่อ ธันวาคม 09, 2017, 04:51:01 PM »
เรื่อง แก้วหน้าม้า



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมืองอยู่เมืองหนึ่งชื่อว่า  “ มิถิลา ” เมืองนี้ปกครองโดยกษัตริย์ทรงพระนามว่า “ ภูวดลมงคลราช ” พระองค์มีพระมเหสีทรงพระนามว่า “ พระนางนันทา ” ทั้งสองพระองค์ มีพระโอรสทรงพระนามว่า “ ปิ่นทอง” พระนครเจริญรุ่งเรืองและสงบสุขยูฟ่าเบท


 

 นางแก้วหน้าม้าเป็นธิดาสามัญชนชาวเมืองมิถิลา เหตุที่นางมีชื่อเช่นนี้เพราะก่อนตั้งครรภ์ผู้เป็นมารดาได้ฝันว่าเทวดานำแก้วมาให้ พอให้กำเนิดบุตรสาวเลยตั้งชื่อว่า “แก้ว” แต่เนื่องจากใบหน้าเหมือนม้า ชาวบ้านเรียกว่า นางแก้วหน้าม้า ufabet



พระปิ่นทองนั้นมีรูปลักษณ์ที่สวยอย่างชายชาตรีและเป็นคนที่มีนิสัยดื้อรั้งโดยจะทำให้พระบิดาและพระมารดาปวดหัวอยู่เสมอ มีวันหนึ่งพระปิ่นทองได้มาขออนุญาติพระบิดากับพระมารดาออกไปเล่นว่าวที่ทุ่งพระบิดามารดาก็ได้
อนุญาติ


พระปิ่นทองได้ออกมาเล่นว่าวซึ่งลมแรงมาก ว่าวของพระปิ่นทองได้หลุดมือและปลิวไปไกลทำให้ทหารที่มากับพระปิ่นทองวิ่งตามว่าว ซึ่งนางแก้วหน้าได้เก็บว่าวได้แล้ววิ่งหนีสมัครufabet




เมื่อนางเห็นว่าวรูปร่างลักษณะดีก็ตัดสินใจยึดเป็นของตนเองแต่เพียงอึดใจต่อมา  เมื่อเจ้าชายเสด็จมาถึงที่นั้นและได้ยินแก้วพูดก็ทรงโกรธมาก และคิดว่าหญิงผู้นี้พูดจาโยกโย้น่ารำคาญ พระองค์เกลียดนางยิ่งนักเมื่อเห็นนางมีใบหน้าที่ประหลาด แต่ด้วยความที่อยากได้ว่าวของตนคืนจึงแกล้งทำดีกับนางไปอย่างนั้นเองและได้สัญญากับนางว่าจะให้นางเข้าไปอยู่ในวังด้วย




รออยู่หลายวันไม่เห็นพระปิ่นทองมารับ นางแก้วจึงเล่าเรื่องให้พ่อกับแม่ฟัง และขอให้ไปทวงสัญญา เมื่อพ่อแม่ไปทวงสัญญากับพระปิ่น ท้าวภูวดลกริ้วตรัสให้นำตัวไปประหาร แต่พระนางนันทาได้ทัดทานพร้อมเรียกพระโอรสมาสอบถาม พระปิ่นทองยอมรับว่าสัญญาว่าจะให้นางเข้ามาอยู่ในวังเมื่อพระปิ่นทองสัญญาแล้วพระนางนันทาสั่งให้ไปรับตัวนางแก้วมาอยู่ในวัง




 ครั้งไม่มีวอทองมารับสมกับตำแหน่งมเหสี นางแก้วก็ไม่ยอมไป จนในที่สุดนางแก้วได้นั่งในวอทอง พร้อมกับแต่งตัวสวยพริ้ง พอมาถึงวังหลวง ท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองเห็นนางแก้วรูปร่างหน้าตาน่าเกลียด กริยามารยาทกระโดกกระเดกก็ทนไม่ได้ คิดหาทางกำจัดนางแก้ว แต่พระนางนันทานึกเอ็นดู
                                                                                                                                                                             



 นางแก้วเข้าวังมาไม่นาน ท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองหาทางกำจัดนางแก้ว โดยให้นางแก้วไปยกเขาพระสุเมรุมาไว้ในเมืองภายใน 7 วัน หากทำไม่สำเร็จจะต้องได้รับโทษประหาร แต่ถ้าทำได้จะจัดพิธีอภิเษกสมรสกับพระปิ่นทอง




นางแก้วออกไปตามป่า เสี่ยงสัตย์อธิษฐานกับเหล่าทวยเทพว่าหากตนเป็นเนื้อคู่ของพระปิ่นทอง ขอให้พบเขาพระสุเมรุ เดินทางต่อไปอีกสามวัน พบพระฤาษีรีบเข้าไปกราบและเล่าเรื่องราวทั้งหมด พระฤาษีมีใจเมตตาจึงช่วยถอดหน้าม้าออกให้นางแก้วกลายเป็นหญิงที่งดงามโสภา แล้วเสกหนังสือเป็นเรือเหาะให้ลำหนึ่งพร้อมมอบอีโต้ไว้เป็นอาวุธ



นางแก้วจึงสามารถไปยกเขาพระสุเมรุมาถวายท้าวภูวดลได้สำเร็จ



      ท้าวภูวดลพยายามหาหนทางที่จะเลี่ยงคำสัญญาเลยมอบให้พระปิ่นทองเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าหญิงทัศมาลี ราชธิดาของท้าวพรหมทัต ก่อนเดินทางไป พระปิ่นทองกล่าวว่า ถ้ากลับมานางยังไม่มีลูกจะถูกประหาร นางแก้วนั่งเรือเหาะตามพระปิ่นทองไปแล้วถอดหน้าม้าออก ไปขออาศัยอยู่กับสองตายายในป่า   เมื่อพระปิ่นทองผ่านมา นางแก้วก็ไปอาบน้ำที่ท่า พระปิ่นทองเห็นเข้าเกิดหลงรัก และไปเกี้ยวพาราณสี จนได้นางแก้วเป็นเมีย




 ต่อมานางแก้วตั้งครรภ์ พระปิ่นทองต้องการกลับกรุงมิถิลาและได้มอบแหวนให้นางแก้วเพื่อยืนยันว่าเด็กในท้องนางแก้วเป็นลูกของพระปิ่นทองจริง




 ขณะเดินทางกลับกรุงมิถิลา ระหว่างอยู่ในทะเลย เรือสำเภาของพระปิ่นทองถูกมรสุมพัดเข้าไปในถิ่นยักษ์



นางแก้วคลอดบุตรชายชื่อว่า “ปิ่นแก้ว” ก็คิดจะพาลูกกลับไปหาพระปิ่นทอง โดยได้แวะไปลาพระฤาษี พระฤาษีบอกนางแก้วว่า พระปิ่นทองอยู่ในอันตราย นางแก้วฝากลูกไว้กับพระฤาษีแล้วแปลงร่างเป็นผู้ชายขึ้นเรือเหาะไปรบกับท้าวพาลราช เจ้าเมืองยักษ์ จนได้รับชัยชนะ




 แก้วมารอพระปิ่นทองพร้อมกับอุ้มลูกที่ฤาษีตั้งชื่อไว้ว่าพระปิ่นแก้ว พระปิ่นทองหาว่าแก้วหลอกว่าเป็นลูกตนแต่เมื่อเห็นแหวนที่ตนให้ไว้ก็พูดไม่ออก กล่าวถึงท้าวกายมาต ที่เป็นญาติกับท้าวพาลราชที่ถูกแห้วสังหาร เมื่อทราบเรื่องก็เกิดความแค้นยกไพร่พลยักษ์มาล้อมเมืองมิถิลา



พระปิ่นทองตามไปงอนง้อนางแก้ว แต่แก้วก็ยังเล่นตัว จนพระปิ่นทองทำท่าจะเชือดคอตายแก้วจึงยอมถอดหน้าม้า สร้างยินดีให้กับทุกคน พิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นอย่างเอิกเกริก ไม่นานแก้วก็ตั้งครรภ์ ท้าวประกายกรดรู้ข่าวท้าวประกายมาตถูกฆ่าตายก็แค้น คิดจะบุกเมืองมิถิลาท้าวประกายกรดบุกเมืองมิถิลา ประชาชนแตกตื่นกันทั่ว พระปิ่นแก้วยกทัพไปสู้กับพวกยักษ์แต่สู้ไม่ได้ ต้องถอยร่น แก้วจำต้องออกไปสู้กับยักษ์ ทั้งๆที่ตั้งครรภ์ แก้วที่ท้องแก่สู้กับท้าวประกายกรด ถูกท้าวประกายกรดถีบ แก้วเจ็บท้อง คลอดพระธิดาออกมา 3 องค์ ท้าวประกายกรดตกใจมากที่รู้ว่าแก้วเป็นหญิง  แก้วใช้ผ้าเปื้อนเลือดฟาดเข้าใส่ ทำให้มนต์ยักษ์เสื่อม ท้าวประกายกรดถูกฆ่าตาย เมืองมิถิลากลับสู่ความสงบตั้งแต่นั้นมา

   



 ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้

อย่ามองคนแค่เพียงภายนอก คนดีไม่ใช่ดูที่รูปร่างหน้าตา แต่ดูที่นิสัย
 และจิตใจ



จัดทำโดย
นางสาวจิราภา คงชัยยา เลขที่ 2
นางสาวเกษศิรินทร์ สุพร เลขที่ 11
สาขาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 3 ห้อง 3
 
4
เราจะทำโปรเจคเรื่องการจัดฟันค่ะ เลยอยากทราบว่า ก่อนจัดฟัน เพื่อนๆ ต้องการข้อมูลอะไรบ้างเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะจัดฟันกับใคร ที่ไหน อะไรสำคัญที่สุดในการเลือกคลินิกจัดฟัน
ส่วนตัวเราคิดว่าน่าจะเป็น คุณภาพในการรักษาของหมอฟัน ความเอาใจใส่ในการดูแลลูกค้าของเคาเตอร์บริการ และราคาสมเหตุสมผล
แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ มีความคิดเห็นยังไงบ้าง ช่วยบอกทีค่ะ ใส่มาเต็มที่ได้เลยนะคะ อยากได้ข้อมูลจริงๆค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ
หนึ่งในกระทู้คำถามเกี่ยวกับเรื่องการจัดฟัน วันนี้ คลีนิคทันตกรรม จัดฟันบางนา มีหลากหลายเรื่องราว ความคิดเห็น และข้อมูลเกี่ยวกับการ จัดฟัน มาให้ทุกท่านได้ศึกษาข้อมูลกันค่ะ
 " ส่วนตัวเรานะคะ สำคัญที่สุดคือ ทพ. ที่จัดให้จะต้องจบเฉพาะทางจัดฟันมาค่ะ
รองลงมาก็น่าจะเป็น ความมีชื่อเสียง/ความนิยมของคลินิกนั้นๆ อ่ะ เพราะมันก็น่าจะสะท้อนได้หลายอย่างทั้งการบริการ คุณภาพ ราคา"
"เราเพิ่งจัดฟันมาค่ะ จัดที่โรงพยาบาล เพราะ ทพ. เป็นอาจารย์หมอ ซึ่งราคาแพงกว่าคลีนิคอีกนะ เพราะงั้น ขอจัดลำดับดังนี้ค่ะ
1. ความน่าเชื่อถือของทพ.
2. ระยะทางบ้านกับ สถานที่จัดฟัน
3. ราคา กับ บริการค่ะ"
"ของเราราคาไม่เกี่ยงค่ะ ไม่เน้นถูกอะ กลัว เพราะฟันมันสำคัญมาก เราไม่เสี่ยง
ที่สำคัญมากๆ คือ Profile หมอค่ะ ต้องทพ. จัดฟัน ดูสถาบันที่จบ ลองเข้าไปคุยดูว่าเค้าเป็นคนใส่ใจรายละเอียดมั้ย
คือหมอที่ดัดฟันนี่ต้องมีความเป็นวิทยาศาสตร์ และศิลปะอะ ต้องวางแผน มีความละเอียดรอบคอบ มีประสบการณ์
คือเราได้หมอฟันแบบที่ใส่ใจรายละเอียดมากๆ ฟันเบี้ยวนิดนึง ขนาดเรายังไม่ทันสังเกตุเห็นเลย
หมอบอก ขอต่ออีกเดือนนะ"
"เราจัดเสร็จแล้วค่ะ สิ่งที่เราดู
1. หมอ (ต้องน่าเชื่อถือ+มีประสบการณ์)
2. คลินิก+ราคา เพราะหมอบางคนหรือคลินิกเอาใจใส่ดีตอนแรกๆ แต่พอผ่อนหมด หมอเขี้ยวมาก จับโน่นนิดนี่หน่อยคิดตัง น้องสาวเราโดนมา หมอบางคนไม่มีจรรยาบรร แต่เราได้หมอดีสบายไป^^"
"ดูจากเพื่อนล้วนๆเลยค่ะ ว่าหมอเป็นยังไงบ้าง แล้วที่สำคัญเลยคือต้องเป็นคลินิคใกล้บ้านค่ะ เพราะต้องไปหาคุณหมอทุกเดือนเพราะการจัดฟันต้องมีวินัย ส่วนตัวทำตามที่คุณหมอสั่งทุกอย่างเลยค่ะ ^^"
"ความน่าเชื่อถือของคลีนิคครับ แล้วก็ระยะทางในการเดินทาง"
"ดูประสบการณ์ของคุณหมอก่อนเลยค่ะ แล้วก็ดูผลงานของหมอว่าคนไข้ที่เดินออกมาฟันสวยแบบที่เราต้องการรึเปล่า?
ของเราคุณหมอผู้หญิงใจดีมาก งานละเอียดจริงๆ บิดลวดแต่ละครั้งก็นานค่ะ เราถอดเครื่องมือมา 10 กว่าปีแล้ว ฟันก็ยังสวยอยู่ค่ะ
แต่...เราต้องมีวินัยทำตามหมอสั่งด้วยค่ะ เราจัดแค่ปีครึ่งก็เสร็จแล้ว"

  ความคิดเห็นที่หลากหลายข้างต้นนี้ ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า คนส่วนใหญ่เน้น ความปลอดภัยของตนเป็นสำคัญ ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจรายละเอียดการบริการและความปลอดภัยในสถานบริการเกี่ยวกับทันตกรรม การจัดฟัน ดัดฟัน แล้วนั้น ทาง คลีนิค จัดฟันบางนา ขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูล และรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของตนเองนะคะ



สนใจข้อมูลทันตกรรมจัดฟันบางนาเพิ่มเติมคลิ๊กเลย>>https://www.dentalthai.net/ดัดฟัน/
5
วรรณคดี / บทเห่กล่อม เห่เรื่องกากี
« กระทู้ล่าสุด โดย tyu5 เมื่อ พฤศจิกายน 17, 2017, 09:32:52 PM »
เรื่องกากี มีเค้ามาจากเรื่องในนิบาตชาดก  ชื่อ กากาติชาดก   ในชาดกเรื่องนี้ เรียก กากี ว่า กากาติ  ชื่อ กากี เป็นชื่อของหญิงสาวนางหนึ่งผู้มีโฉมสะคราญ และมีเหตุอันตรายแก่ตัวก็ด้วยความงามของนางนั้น นางเป็นมเหสีของท้าวพรหมทัต  ครั้งหนึ่งเมื่อพระยาครุฑมาเล่นสกากับท้าวพรหมทัต ได้แลเห็นนางและเกิดใคร่ได้ในตัวนาง  จึงลักพาตัวนางไปอยู่วิมานฉิมพลี   ท้าวพรหมทัตกลัดกลุ้มนัก คนธรรพ์ชื่อนาฏกุเวร  ผู้เป็นพี่เลี้ยงท้าวพรหมทัต และทำหน้าที่ขับพิณถวาย จึงอาสาไปตามหาตัวนาง  โดยจำแลงกายแอบซ่อนในขนพระยาครุฑไปจนถึงวิมานฉิมพลี  แต่แล้วคนธรรพ์เกิดใคร่ได้ในความงามของนางเสียเอง   นาฏกุเวรลอบอยู่ในวิมานฉิมพลีหลายเวลา  จึงกลับมาทูลท้าวพรหมทัตทรงทราบ
ท้าวพรหมทัตทราบเรื่องกลับพิโรธนางกากีนัก ว่าใจง่ายหลายชาย "ไปร่วมราชปักษีแล้วมิสา ซ้ำสมรสคนธรรพ์อันธพาล์"   ทรงประสงค์จะได้นางกากีคืนมาเพื่อลงทัณฑ์   นาฏกุเวรจึงออกอุบายจนได้นางคืนมา  เมื่อท้าวพรหมทัตเห็นหน้า ก็ตรัสบริภาษต่างๆ ด้วยความน้อยพระทัย  แม้กากีจะทูลแก้ตัวอย่างไรก็ไม่ฟัง โปรดให้นำนางไปลอยแพเสีย
เรื่องกากียังมีตอนแต่งเพิ่มเรื่องขึ้นใหม่โดยนายโชติ มีกล่าวไว้ในตอนท้ายเรื่องว่า "ฉันผู้ต่อแต้มความตามประโยชน์ ชื่อว่าโชติมณีรัตน์พึ่งหัดสอน ในคารมไม่เพราะเสนาะกลอน มิใช่ครูภู่สุนทรอย่าติเลย"   เนื้อเรื่องกล่าวถึงความเป็นไปของกากีให้ผู้อ่านสิ้นสงสัย   กากีได้ไปพบพ่อค้ากลางทะเล ได้เสียกับพ่อค้า พลัดพ่อค้าไปได้กับโจร จนในที่สุดได้ไปเป็นชายาท้าวทศวงศ์ผู้ชราภาพ เมืองอภัยสาลี ฝ่ายทางเมืองพาราณสี ท้าวพรหมทัตวายชนม์ อำมาตย์ยกนาฏกุเวรขึ้นครองราชย์ ครั้นนาฏกุเวรรู้ว่ากากีไปตกอยู่ที่เมืองอภัยสาลี ก็ยกทัพไปชิงกากีมาได้ แล้วอภิเษกนางขึ้นเป็นพระมเหสี
สุนทรภู่เลือกเนื้อเรื่องตอนพระยาครุฑอุ้มนางกากีเหาะไปวิมานฉิมพลี มาเป็นบทเห่กล่อมพระบรรทม  ชมความงามของทะเลสีทันดร  และขุนเขาน้อยใหญ่รอบเขาพระสุเมรุ ดังนี้ ...
   เห่เอยเห่กล่าว
ครุฑราชปักษา
   ล่องลมชมทวีป
ข้ามคีรีศีขรินทร์
   ชี้ชมพนมแนว
สัตภัณฑ์สีทันดร
   งูเงือกขึ้นเกลือกกลิ้งยูฟ่าเบท
จระเข้แลเหรา
   โผนเผ่นเล่นระลอก
นาคาอันกล้าหาญ
   หัสดินทร์บินฉาบ
ในทะเลเภตรา
   ลำนิดนิดจิ๊ดจิ๋ว
ชมชื่นหฤทัย
   อุ้มแอบแนบชิด
ปีกอ่อนร่อนรา
   ลอยรอบขอบพระเมรุ
ชมป่าหิมพานต์
   สินธพตระหลบเผ่น
ราชสีห์ดูมีหงอน
   นรสิงห์แลลิงค่าง
ยักษ์มารชาญฉกรรจ์
   นักสิทธิวิทยา
กินรินและกินนร
   ห่านหงส์หลงเกษม
พระฤๅษีชีป่า
   คนป่าทั้งหมาเหมี่ยว
ลอยลมชมเพลิน
   มีหุบห้องปล่องเปลว
ลดหลั่นเป็นชั้นชาน
   บ้างเขียวขาวดูวาววาม
ชมพลางทางชี้
   ที่สูงเยี่ยมเทียมฟ้า
รูปร่างเหมือนอย่างคนufabet
   ยิ้มย่องผ่องพักตร์
น้อยน้อยย้อยระย้า
   ที่มีฤทธิ์ปลิดเด็ด
พวกนักสิทธิ์ฤทธิ์น้อย
   บ้างตะกายป่ายปีน
ชิงช่วงหวงหึงส์
   ที่ไม่ได้ก็ไล่แย่ง
ที่ได้ไปไว้นั้น
   พระบอกนางทางพา
เที่ยวชมเล่นให้เย็นใจ
 

ถึงเรื่องราวสกุณา
อุ้มกากีบิน
ในกลางกลีบเมฆิน
มุจลินท์ชโลทร
นั่นเขาแก้วยุคันธร
แลสลอนล้วนเต่าปลา
มัติมิงคลมัจฉา
ทั้งโลมาแลปลาวาฬ
ชลกระฉอกฉาดฉาน
ขึ้นพ่นพล่านคงคา
ก็คาบขึ้นบนเวหา
บ้างแล่นมาแล่นไป
เห็นหวิวหวิวอยู่ไรไร
ก็ลอยไปในเมฆา
ถนอมสนิทเสน่หา
กระพือพาเผ่นทะยาน
บริเวณจักรวาล
เชิงชานพระเมรุธร
สิงโตกิเลนแลมังกร
แก้วกุญชรแลฉัททันต์
อีกเซี่ยวกางแลกุมภัณฑ์
ทั้งคนธรรพ์วิเรนทร
ถือคทาธนูศร
รำฟ้อนร่อนรา
อยู่ห้องเหมคูหา
หาบผลาเลียบเนิน
ก็จูงกันเที่ยวดุ่มเดิน
พนมเนินแนวธาร
ดูห้วยเหวรโหฐาน
เงื่อมตระหง่านเมฆี
เรืองอร่ามรัศมี
บอกคดีนีรมล
นั่นต้นนารีผล
ดูงามพ้นคณนา
วิไลลักษณ์ดังเลขา
เพทยาธรคอย
อุ้มระเห็ดเหาะลอย
เอาไม้สอยเสียงอึง
เพื่อนยุดตีนตกตึง
เสียงอื้ออึงแน่นอนันต์
บ้างทิ่มแทงฆ่าฟัน
ถึงเจ็ดวันก็เน่าไปสมัครufabet 
ลอยฟ้าสุราลัย
แล้วกลับไปวิมานเอยฯ
6
ก้านแก้วในละคร เป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ แอบทำงานขายบริการ พูดภาษาอังกฤษได้ ใฝ่สูง ทะนงตน อยากได้สามีรวยๆ แย่งแฟนคนอื่น อ่อยทั้งๆที่รู้ว่ามีแฟนแล้ว แถมยังเป็นทั้งล่าม ทั้งพริตตี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาชีพบังหน้าเพื่อแอบขายบริการก็เถอะ วิธีแทงบอลสเต็ป
เข้าใจว่ามันคือละคร แต่คิดว่าคนแบบก้านแก้วพอมีอยู่นะในสังคมทุกวันนี้
แค่สงสัยว่ามีคนที่เป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ เช่ากระเป๋าเดือนละสองหมื่น เล็งผู้ชายทุกคนที่รวย ถ้ามีคนแบบก้านแก้วเยอะในสังคม. จะมีข้อเสียมากมั้ยนะ?
.
แล้วมีใครเคยเจอคนแบบก้านแก้วหรือเปล่าคะ? แทงบอลสเต็ป
สงสัยเฉยๆ555
7
9 วิธีบำรุงไตให้แข็งแรง และป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคไตเสื่อม
 
ไตเป็นอวัยวะฟอกของเสียออกจากร่างกาย และทำให้ร่างกายขับออกไปในรูปของปัสสาวะ ดังนั้นจึงนับว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอวัยวะชนิดอื่นเลย และที่สำคัญ หากมีอาการไตเสื่อมขึ้นมาแล้ว ไตจะไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองให้กลับสู่สภาพเดิมได้ ยกเว้นการผ่าตัดเปลี่ยนถ่าย ดังนั้น เราจึงควรหมั่นดูแลรักษาไตของเราให้ใช้งานและอยู่คู่กับเราให้นานที่สุด และไม่เสื่อมไปก่อนวัยอันควร วันนี้เรามีข้อแนะนำง่ายๆ มาบอกกันสำหรับวิธีการบำรุงไตครับ
1. ควรตรวจดูระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีน้ำตาลในเลือดสูง ทั้งนี้เพราะเจ้าน้ำตาลนั้นเป็นหนึ่งในตัวที่จะทำให้ไตของเราเสื่อมลงก่อนวัยอันควร นอกจากนั้นควรทำการควบคุมระดับความดันในเลือดให้สม่ำเสมอด้วยเช่นกัน เพราะระดับความดันที่ไม่คงที่สามารถทำให้ไตเสื่อมลงได้เช่นกันครับufabet
 
2. ควบคุมอาหาร เราไม่ควรทานอาหารที่มีรสจัดจนเกินไปครับ โดยเฉพาะอาหารที่มีรสเค็มจัด หรือเผ็ดจัด ทั้งนี้ก็เพราะว่าเจ้าอาหารรสจัดนี้จะทำให้ระบบการกรองของเสียของไตนั้นทำงานหนักขึ้น และจะทำให้ไตเสื่อมก่อนวันอันควรได้นั่นเอง และอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ ไม่ควรเน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนมากจนเกินไป เพราะเป็นตัวเร่งให้เกิดของเสียในกระบวนการกรองของไตครับ
 
3. ควบคุมอาหารประเภทที่มีไขมันเยอะ เช่น ของผัดหรือของทอด และเข้ารับการตรวจไขมันในเลือดอย่างเป็นประจำสมัครufabet   
 
4. ควรดื่มน้ำอย่างพอเพียงในแต่ละวัน คือประมาณ 6-8 แก้ว แต่ไม่ควรดื่มมากจนเกินไปเพราะจะทำให้กระบวนการกรองไม่ได้หยุดพัก
 
5. ควรลดหรือเลิกเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์นั้นมีผลต่อตับและไต สำหรับนักดื่มที่ดื่มจัดนั้นไตจะเสื่อมลงได้เร็วกว่าปกติ รวมไปถึงการสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน
 
6. ไม่ควรใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีอันตรายต่อไตยูฟ่าเบท   
 
7. พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ควรนอนดึก หรือพักผ่อนน้อยจนเกินไป เพราะจะส่งผลให้ไตไม่ได้พัก
 
8. หาเวลาว่างอย่างน้อยวันละ 30 นาทีสำหรับการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายนั้นช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต กำจัดไขมันส่วนเกิน และขับเกลือออกมาทางเหงื่อ ส่งผลทำให้เป็นผลดีต่อไตเพราะไตไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไปนั่นเอง
 
9. หากพบว่าเป็นโรคไตควรเข้ารับคำแนะนำ และปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด
 
จะเห็นได้ว่า หลักๆ เลยในเรื่องของการดูแลรักษาไตนั้น ก็มักจะสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย ลดอาหารรสจัด หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้หากคุณสามารถปฏิบัติตามได้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อไตเท่านั้น ยังทำให้ร่างกายของคุณเกิดความสมดุล มีภูมิต้านทานต่อทุกโรคอีกด้วยครับ
 
8
20 วิธี การป้องกันโรคมะเร็งที่ควรรู้
 
เพียงเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็งและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ถูกสุขลักษณะ ก็สามารถลดความเสี่ยงโรคมะเร็งของคุณได้
โดย  The Editors of Preventionเว็บแทงบอล
 
ตัดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งของคุณออกไป!
ข่าวดีคือ คุณจะไม่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเลย หากคุณมีสุขภาพที่ดี มีวิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง
 
หากคุณสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในชีวิตประจำวันของคุณได้ นั่นก็หมายถึงคุณสามารถป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดของโรคมะเร็งได้แล้วมากกว่า 70%
 
ศาสตราจารย์ Thomas A. Sellers, ผู้อำนวยการศูนย์การป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง Moffitt เมือง Tampa (Florida, USA) กล่าวว่า การเลือกรับประทานอาหาร, การออกกำลังกาย, และการหลีกเลี่ยงบริโภคผลิตภัณฑ์ประเภทบุหรี่ หรือยาสูบ เป็นมาตรฐานหลักอย่างแรกของการป้องกันโรคมะเร็ง แต่ในปัจจุบันได้มีการวิจัย ซึ่งค้นพบและชี้ให้เห็นถึงข้อควรปฏิบัติต่างๆอีกหลายวิธี ที่น่าสนใจ เพื่อป้องกันโรคมะเร็งในชีวิตประจำวันของคุณได้ ลองกลยุทธ์ใหม่ๆเหล่านี้แล้วความเสี่ยงของโรคมะเร็งจะลดลงยิ่งขึ้นไป
 
1. กรองน้ำประปาหรือน้ำก๊อกก่อนดื่มสมัครเว็บแทงบอล
คุณสามารถลดภาวะเสี่ยงต่อการรับสารก่อมะเร็งต่างๆที่เจือปนในน้ำดื่มได้โดยการกรอง โดยวิธีนี้จะสามารถป้องกันสารเคมีต่างๆที่เจือปนในน้ำซึ่งผลต่อระบบฮอร์โมนในร่างกายของคุณได้อีกด้วย รายงานล่าสุดจากประธานคณะกรรมการสถาบันมะเร็งเกี่ยวกับวิธีการลดการสัมผัสกับสารก่อมะเร็งว่า “การกรองน้ำประปาที่บ้านดื่ม มีความปลอดภัยกว่าการเลือกบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดที่ด้อยคุณภาพบางประเภท”
 
ที่สำคัญอีกอย่างคือ การเลือกเก็บน้ำในภาชนะประเภท สแตนเลสหรือแก้ว จะสามารถหลีกเลี่ยงสารปนเปื้อนหรือสารเคมี ได้ดีกว่าภาชะประเภทพลาสติก  เช่นสาร BPA เป็นต้น.  (แหล่งที่มาของข้อมูล; โดยคณะกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเลือกจากรายงานทางเลือกของผู้บริโภคสำหรับเลือกตัวกรองน้ำ Culligan, Pur แนวตั้งและ Brita OPFF-100)
 
2. ลดการใช้พลังงานก๊าซ
สำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และประธานคณะกรรมการสถาบันมะเร็งกล่าวว่า การสัมผัสหรือสูดดมควันพิษหรือก๊าซ (Benzene) ที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ของพลังงานขับเคลื่อนรถยนต์ของคุณที่ปนอยู่ในอากาศนั้น  ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ทั้งนี้เพราะควันพิษหรือก๊าซเหล่านั้น ก็เป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังและมะเร็งปอดได้
 
3. หมักเนื้อก่อนที่จะย่าง
ในกระบวนการแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภค ได้แก่ การปิ้งย่างนั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยการปิ้ง-ย่างทำให้เกิดสาร Heterocyclic  amines (เกิดขึ้นเมื่อเนื้อโดนเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิสูง) และสารไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbons ) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อใช้ถ่านย่าง – “ ข้อเสนอแนะที่ว่าควรการตัดชิ้นเนื้อที่ไหม้เกรียมออกก่อนบริโภคสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้ เป็นเหตุเป็นผลที่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์” กล่าวโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ Cheryl Lyn Walker ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง, ประจำสถาบัน Anderson มหาวิทยาลัยเท็กซัส.
 
ถ้าคุณเลือกที่จะปรุงอาหารโดยการปิ้ง-ย่าง สามารถเพิ่มโรสแมรี่และโหระพาในการหมักเนื้อสัตว์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะปรุงอาหาร เพราะเครื่องเทศเหล่านี้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระโดยสามารถต้าน Carcinogenic heterocyclic amines (HCAs.) ได้ถึง 87 %
 
4. บริโภคคาเฟอีนทุกวัน
ในปี 2010 นักวิจัยชาวอังกฤษพบว่า กลุ่มคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ (ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน) เมื่อดื่ม 5 แก้ว/ต่อวัน ขึ้นไป พบว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งสมองลดลงถึง 40 % เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ดื่มน้อยกว่าปริมาณดังกล่าว เช่นเดียวกัน การดื่มกาแฟ ในปริมาณ 5 ถ้วยวัน ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในช่องปากและลำคอได้
 
ทั้งนี้ นักวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนกล่าวว่า: Decaf (กาแฟที่ถูกสกัดเอาคาเฟอีนออกไปจากเมล็ดกาแฟ ก่อนที่จะนำมาแปรรูป) ไม่มีผลหรือประสิทธิภาพเทียบเท่า และยังเชื่อว่ากาแฟนั้นเป็นเครื่องป้องกันการเกิดโรคมะเร็งที่มีศักยภาพมากกว่าชาอีกด้วย
 
5. การดื่มน้ำลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งสูงขึ้น
การดื่มน้ำรวมถึงของเหลวทุกประเภท (ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ)  ในปริมาณมากเพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะโดยเจือจางความเข้มข้นของสารก่อให้เกิดมะเร็งในปัสสาวะและช่วยขับสารเหล่านั้นออกจากกระเพาะปัสสาวะได้เร็วขึ้น สมาคมโรคมะเร็งอเมริกันให้คำแนะนำว่าควรจะดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
6.เลือกรับประทานผักผลไม้สีเขียว
พยายามเลือกรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลาย โดยเฉพาะพวกที่มีลักษณะสีเขียวเข้ม (Chlorophyll)- ในสารสีเขียวหรือคลอโรฟิลล์นั้นอุดมไปด้วยแมกนิเชี่ยม (Magnesium) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ในผู้หญิงได้
 
นักวิจัย วอล์กเกอร์ กล่าวว่า "แมกนีเซียมมีผลต่อการส่งสัญญาณในเซลล์  โดยป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติในกระบวนการแบ่งเซลล์ หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม.  ผักขมสุกเพียงแค่ 1/2 ถ้วยสามารถให้แมกนีเซียมถึง 75 mg-หรือ 20% ของสารอาหารต่อวัน
 
7. เลือกรับประทานถั่วบราซิล
ถั่วบราซิลประกอบไปด้วยซีลีเนียมสูง (Selenium)- ซีลีเนียมถือเป็น สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะโดยเฉพาะในผู้หญิง จากการวิจัยจากโรงเรียนแพทย์ดาร์ทเมาท์ พบว่าผู้ที่มีระดับซีลีเนียมในเลือดสูงมีอัตราที่การตายจากโรคมะเร็งปอดและมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลง
 
นักวิจัยส่วนใหญ่พบว่าซีลีเนียมไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระแล้ว แต่ยังอาจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและยังสามารถยับยั้งเหล่าเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเนื้องอกได้อีกด้วย
 
8.ทำลายความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
ออกกำลังกายระดับปานกลาง อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมได้ เช่นเดินเร็ว 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมได้ถึง 18%
 
โดยปกติแล้ว การออกกำลังกายจะช่วยลดความเสี่ยงของคุณได้ โดยช่วยให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหากไม่มีอย่างนั้นแล้ว จะมีการกระตุ้นผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นเอง โดยเป็นที่ทราบกันดีว่ามีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม
 
9. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องซัก-อบแห้ง
ตามที่ระบุจากสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency หรือ EPA) ในต้นปี 2010 ได้รับรองว่า ตัวทำละลายหรือน้ำยาที่ใช้ในกระบวนการซักแห้งที่เรียกว่า PERC (ย่อมาจาก Perchlorethylene) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งตับ, มะเร็งไตและมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้   บุคคลที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงคือกลุ่มคนที่สำผัสกับสารเคมีเหล่านี้โดยตรง หรือบุคคลที่ใช้เครื่องซักแห้งนั้นเป็นเวลานาน
 
ถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญยังไม่ได้ให้ข้อสรุปว่า ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างไรนั้น คุณมีทางเลือกที่จะสำผัสกับสารพิษเหล่านั้นน้อยลงได้คือเลือกซักเสื้อผ้าด้วยมือ โดยใช้สบู่อ่อนและตากให้แห้งด้วยอากาศกลางแจ้ง และสามารถใช้น้ำส้มสายชูเพื่อลบรอยเปื้อนหรือจุดด่างดำได้เช่นกัน
 
10. ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับทรวงอกของคุณ
คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจดูความผิดปกติของทรวงอกและความหนาแน่นของเต้านมของคุณอย่างสม่ำเสมอ ได้มีการพบว่าผู้หญิงที่ทำ Mammograms แล้วพบว่ามีความหนาแน่นของเต้านมเท่ากับหรือมากกว่า 75% ขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม 4- 5 เท่าซึ่งเปรียบเทียบแล้วสูงกว่าผู้หญิงที่มีคะแนนความหนาแน่นต่ำ ทฤษฎีบอกไว้ว่าความหนาแน่นของหน้าอกสอดคล้องกับระดับเอสโตรเจน (Estrogen) ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นที่สำคัญอย่างยิ่งในการปรับสมดุลของร่างกาย.    วอล์กเกอร์ นักวิจัยกล่าวว่า "การเผาผลาญไขมันในร่างกายมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของการหลั่ง Growth factor, ระดับตัวส่งสัญญาณโปรตีนเช่น adipokines และฮอร์โมนอินซูลิน โดยปัจจัยเหล่านี้มีส่วนในกระบวนการยับยั้งการสร้างเซลล์มะเร็ง”
     
11. จำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือ
คุณควรใช้โทรศัพท์มือถือในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ใช้แฮนด์ฟรีเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดความเสี่ยงต่อมะเร็งได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงความถี่ต่ำที่ปล่อยจากคลื่นวิทยุด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่ายังไม่มีข้อสรุปที่หนักแน่นในการแสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งสมองก็ตาม แต่ก็มีวิจัยไม่น้อยที่มีผลเชี่ยมโยงการเกิดมะเร็งเกี่ยวและการใช้โทรศัพท์ในชีวิตประจำวัน
 
12. ป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังได้โดยการเลือกแต่งกายที่ถูกต้อง
นักวิทยาศาสตร์สเปนกล่าวว่า หากคุณเลือกแต่งตัวอย่างฉลาดจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังได้  ในงานวิจัยของพวกเขาพบว่า ผ้าสีฟ้าและสีแดงสามารถป้องกันรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ได้ดีกว่าสีขาวและสีเหลือง อย่าลืมที่จะใส่หมวกก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง.  เม็ดสีผิวเมลาโทนิน (Melanoma ) สามารถปรากฏทั่วบริเวณในร่างกาย จะถูกระตุ้นและเกิดขึ้นมากเมื่อโดนแสงอาทิตย์ นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย North Carolina ที่ Chapel Hill พบว่าผู้ที่มีเมลาโทนินสูงบริเวณ บนหนังศีรษะหรือคอ ตายที่มากกว่าเกือบสองเท่าของอัตราของคนที่เป็นมะเร็งในพื้นที่อื่น ๆ ของร่างกาย
 
13. เลือกปรึกษาผู้เชียวชาญที่มากด้วยประสบการณ์
การศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย- ซานฟรานซิสโก พบว่าแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 25 ปีมีความแม่นยำในการอ่านผล mammograms มากกว่า จึงถือได้ว่าความเชี่ยวชาญของแพทย์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการวินิจฉัยและการป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะฉะนั้น เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการอ่านผลตรวจและวินิจฉัยโรค ก็ไม่ใช่สิ่งผิดเลยหากคุณเลือกที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่าหนึ่งท่าน
 
14. กินอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย
ประธานองค์การป้องกันมะเร็งประกาศแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อซื้อเนื้อสัตว์ ที่ปลอดจากสารปฏิชีวนะและฮอร์โมน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นที่น่าสงสัยว่าจะมีส่วนก่อให้เกิดปัญหาต่อมไร้ท่อรวมทั้งโรคมะเร็งอีกด้วย  นอกจากนี้รายงานยังมีข้อแนะนำคือคุณควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารกำจัดศัตรูพืชหรือพืชผักที่ปลูกเองเพื่อหลีกเลี่ยง สารตกค้างต่างๆ รวมทั้งจำเป็นจะต้องล้างพืชผักทุกครั้งก่อนบริโภค (อาหารที่มีสารยาฆ่าแมลงมากที่สุดได้แก่ คื่นฉ่าย , พีช, สตรอเบอร์รี่, แอปเปิ้ล และ บลูเบอร์รี่.  และเราพบว่า สารก่อมะเร็งกว่า 40 ชนิดที่เป็นที่รู้จักพบในยาฆ่าแมลง ฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณควรที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยการบริโภคสิ่งเหล่านั้น
 
15. อ่านฉลากก่อนบริโภคเพื่อมองหาส่วนประกอบของกรดโฟลิค (Folic acid)
วิตามินบีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงที่เตรียมหรือกำลังตั้งครรภ์ โดยสามารถป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่องของเด็กในขณะตั้งครรภ์ได้ แต่สิ่งนี้ก็เป็นเหมือนดาบสองคมเพราะอาจเป็นสาเหตุเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้เช่นกัน
 
การบริโภควิตามิน ในรูปแบบสังเคราะห์ มากเกินไป (ไม่ใช่โฟเลต (Folate) ที่พบในธรรมชาติเช่นในผักใบเขียว, น้ำส้ม, และอาหารอื่น ๆ) อาจมีผลเชื่อมโยงต่อการเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่-มะเร็งปอดและมะเร็งต่อมลูกหมากที่สูงขึ้น คุณควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนเลือกรับประทานอาหารเสริมใดๆ
 
จากการศึกษา ล่าสุดพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทกรดโฟลิค เลือกกินในปริมาณมากกว่า 400 mcg ต่อวัน หรือเกิน 1,000 mcgต่อวัน (วิตามินดีและแคลเซียมเป็นต้น) นี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดของคุณหรือโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เตรียมหรือกำลังตั้งครรภ์
 
16.เพิ่มปริมาณการบริโภคแคลเซียมของคุณในแต่ละวัน
การดื่มนมอาจช่วยป้องกันคุณจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้.  ดาร์ทเมาท์ แพทย์นักวิจัยพบว่า ในบรรดาผู้ที่ทานแคลเซียมต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี มีอัตราการลดการพัฒนามะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลง 36 % (การศึกษาตลอดระยะเวลา 5 ปี พวกเขาติดตามกลุ่มผู้ทดลอง 822 คนที่รับประทานแคลเซียมต่อเนื่องในปริมาณ 1,200 mg ต่อวัน หรือเปรียบเทียบกลุ่มยาหลอก). นอกเหนือจากนั้นคุณยังสมารถเพิ่มปริมาณแคลเซียมได้จากโยเกิต (ในปริมาณเทียบเท่า 8 ounce ต่อวัน) และ ชีสไขมันต่ำ (ในปริมาณเทียบเท่า 2-3 ounce ต่อวัน)
 
17. เลือกรับประทานธัญพืชที่ถูกประเภท
เป็นที่ทราบกันดีว่าแป้งข้าวสาลีดีกว่าขนมปังขาวทั่วๆไป  จากการศึกษาของโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาดเกี่ยวข้องกับผู้หญิง จำนวน 38,000 คน – พบว่าหญิงที่กินอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงจะทำให้การเพิ่มน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวาร มากกว่าผู้หญิงที่กินอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ ปัญหากินอาหารส่วนใหญ่มาจากแป้งขาว; ขนมปังขาว, มันฝรั่ง, พาสต้า , และขนมอบหวาน อาหารที่ปริมาณน้ำตาลต่ำได้แก่ อาหารประเภทเส้นใย
 
18. ใส่ใจกับความเจ็บปวดต่างๆ
หากคุณกำลังประสบการเกี่ยวกับท้องอืด ปวดบริเวณช่องท้อง หรือภาวะเร่งด่วนเกี่ยวกับการขับปัสสาวะจนต้องแพทย์ อาการเหล่านี้อาจส่งสัญญาณเกี่ยวกับมะเร็งรังไข่โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีอาการอย่างรุนแรงและบ่อยครั้ง
 
ผู้หญิงและแพทย์ส่วนใหญ่มักจะละเลยอาการเหล่านี้  หากคุณให้ความสำคัญและสามารถจัดการกับมะเร็งก่อนการแพร่กระจายออกนอกรังไข่ได้แล้วนั้น, อัตราการรอดตายจากมะเร็งรังไข่จะเพิ่มขึ้นกว่า 90-95%
 
19. หลีกเลี่ยงการทำสแกนโดยที่ไม่จำเป็น
“CT สแกนเป็นเครื่องมือวินิจฉัยที่ดีเยี่ยม แต่การทำแสกนประเภทนี้ให้รังสีมากเกินจำเป็นและแรงเกินกว่ารังสีจากการ X-ray”
 
นายแพทย์บาร์ตันคาเม , PhD, หัวหน้าสมาคมโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกล่าว ในความเป็นจริงหนึ่งในสามของนักวิจัยแนะนำว่า CT สแกนอาจจะไม่จำเป็นซะทีเดียว เนื่องปริมาณของรังสีจาก CT แสกนสามารถกระตุ้นการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้   หากคุณต้องพบเห็นแพทย์หลายท่าน คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทำแสกนซ้ำ แต่อาจสามารถทำการทดสอบอื่นๆแทน เช่นอัลตราซาวนด์ หรือ MRI เป็นต้น
 
20. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมตามเกณฑ์
สถิติจากสมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นว่า 20% ของกลุ่มผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งหมด (เพศหญิง) และ 14 % (เพศชาย) มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน
 
*** (น้ำหนักเกินหมายถึง ดัชนีมวลของร่างกาย (BMI) อยู่ระหว่าง 25 และ 29.9; อ้วนหมายถึง ดัชนีมวลของร่างกาย (BMI) เท่ากับหรือมากกว่า 30) ***
 
นอกจากนี้ การลดน้ำหนักจะมีผลต่อการผลิตของฮอร์โมนเพศหญิงของร่างกายที่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม,  มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก, และมะเร็งรังไข่.   ถึงแม้ว่าในทางเทคนิคแล้ว หากคุณไม่ได้มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน แต่การเพิ่มน้ำหนักเกิน 10 ปอนด์ขึ้นไป หลังจากอายุ 30 จะเพิ่มความเสี่ยงของเกิดมะเร็งเต้านม, มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งอื่น ๆได้
 
9
ประกาศ!!! / Re: วิธีแก้ภาษาต่างดาวเมื่อล็อกอินเข้าบอร์ด
« กระทู้ล่าสุด โดย siriwipa เมื่อ ตุลาคม 11, 2017, 09:34:15 PM »
ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันค่ะ
10
Wallpaper Fan Art จักรๆวงศ์ๆ / Re: wallpaper ~CUT SCENE~ ละครจักรๆ วงศ์ๆ
« กระทู้ล่าสุด โดย กาฬฯ เมื่อ ตุลาคม 11, 2017, 01:35:02 PM »






หน้า: [1] 2 3 ... 10