ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

nanajung

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2008, 04:32:08 AM »
หนังชอบ ภาค 2 กับ ภาค 4 ที่สุดจ้ะ
ส่วนหนังสือ ชอบที่สุด เล่ม 3 กับ เล่ม 4
เล่ม 7 นี่ พี่ว่า เจเค ขาดเรื่อง มุกตลก และ อารมณ์ ขันของเรื่องไปเยอะน่ะจ้ะ เลยขัดใจนิดหน่อย แบบว่ามุขน้อยไปหน่อย ประมาณนั้น
แต่ความน่าจับใจของหนังสือ ก็สนุกมากไม่แพ้เล่ม 3 และ เล่ม 4
ส่วนหนังภาค 3 นี่ ถือว่าใจร้ายมาก กับการตัดวู๊ดออก ตัดออกจนคนที่ไม่เคยอ่านดูไม่รู้เรื่อง แล้ว แฮร์รี่ พี่ก็ดูแต่ ภาค sound track
ซะด้วย เพื่อนกันไม่เคยอ่าน ชวนไปดู มันดูไม่รู้เรื่องเลย หลับมาโรงหนังเลย โมโหหนังก็โมโห โมโหเพิ่อนก็โมโห สรุปว่าเซ็ง

nanajung

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2008, 05:05:04 AM »
พอดีแวะไปคุยกับพี่ galdewis บล็อกของพี่วิทย์มาค่ะ แล้วพี่เค้าเอาข้อมูลเกี่ยวกับแฮร์รี่มาฝาก ไม่รู้น้องกันย์ทราบรึยังไงลองอ่านดูนะจ๊ะ

ทีนี้จะเล่าเรื่องที่เข้าไปเว็บของเจเค เพราะอยากรู้ว่าชื่อเจเคนี่ย่อมาจากอะไร แล้วก็อยากรู้ว่าโรว์ลิ่งเป็นนามสกุลเดิมหรือนามสกุลสามี แต่ปรากฏว่า เว็บทางการของเจเคมีบอกแต่คำเต็มของตัวเจอย่างเดียว แต่ตัวเคยังไม่รู้ว่าย่อมาจากอะไร เลยต้องไปเซิร์ชกูเกิลอยู่ดี เซิร์ชไปเซิร์ชมา กลับเจอข้อมูลที่เป็นภาษาไทยแทน ดี อ่านง่ายกว่าภาษาอังกฤษในเว็บของคุณเธอเยอะล่ะ

สรุปว่าเจย่อมาจากโจแอนน์ (ไม่รู้นานะจังรู้ยังนะเนี่ย) ส่วนเคมาจากแค็ธลีน ข้อมูลภาษาไทยบอกว่าเป็นชื่อของคุณย่าของเจเค ส่วนนามสกุลคิดว่าเป็นนามสกุลเดิม ไม่ใช่นามสกุลที่ได้มาจากการแต่งงาน

ส่วนที่ต้องใช้ชื่อย่อแทนชื่อเต็ม เพราะเจ๊แกกลัวว่าถ้าเห็นชื่อคนแต่งเป็นชื่อผู้หญิงว่าโจแอนน์ เดี๋ยวเด็กผู้ชายจะไม่อยากอ่านแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ก็เลยใช้ชื่อย่อซะ จะได้ไม่รู้ว่าคนแต่งเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

แต่เข้าไปเว็บเจเคก็ดีเหมือนกัน ได้เกร็ดดีๆ มา คือไปเจอโน้ตเจเคเกี่ยวกับลูกๆ ของตัวละครเอก รีบเช็คชื่อวิกตัวร์เพราะเดาว่าต้องเป็นลูกสาวบิลกับเฟลอร์แน่ๆ เพราะวิกตัวร์เป็นสำเนียงฝรั่งเศส ก็ปรากฏว่าใช่จริงๆ แล้วก็เพิ่งเห็นชื่อเจมส์ ลูกชายคนโตของแฮร์รี่ ปรากฏว่ามีชื่อกลางเหมือนลูกชายคนกลางของแฮร์รี่ด้วย คือ เจมส์ ซิเรียส เพราะตอนอ่านหนังสือก็นึกในใจอยู่ว่า แล้วทำไมแฮร์รี่ไม่เอาชื่อซีเรียสมาตั้งชื่อลูกด้วย แต่แปลกใจตรงชื่อที่สองของลูกสาวแฮร์รี่ ทำไมเอาชื่อลูน่ามาตั้ง (ลิลี่ ลูน่า)

แล้วก็ลูน่าไม่ยักกะแต่งกะดีนแฮะ แต่แต่งกะใครก็ไม่รู้ชื่อไม่คุ้น จำได้ว่าลูน่าเป็นแฟนกะดีนไม่ใช่เหรอ

คุยต่อเรื่องแฮร์รี่นะคะ ตกลงแฮร์รี่ก็เอาชื่อของคนที่ตัวเองรักที่จากไปทั้งหมด มาตั้งชื่อลูก คือเจมส์ ลิลี่ ซิเรียส อัลบัส เซเวอรัส ยกเว้นลูปิน เพราะลูปินมีทายาทของตัวเองคือเท็ดดี้ แต่ชื่อรีมัสของลูปินเลยไม่ได้เอามาใช้ ส่วนเฟร็ดเป็นชื่อลูกชายคนโตของจอร์จ ซึ่งแต่งงานกับแองเจลิน่า คงเป็นแองเจลิน่า สปินเน็ตที่อยู่ทีมควิดดิชบ้านกริฟฟินดอร์

เสียดาย epilogue ของเล่ม 7 สั้นไปหน่อย เจเคน่าจะพูดถึงคนอื่นๆ อีก อย่างครีเชอร์ ซึ่งตอนจบน่ารักที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนที่ทำให้ซิเรียสตายนะ เกลียดมันมากเลย แต่ตอนจบครีเชอร์มาเจ้ากี้เจ้าการเป็นผู้นำเอลฟ์ช่วยแฮร์รี่แทนด๊อบบี้ที่ตายไปอย่างน่าสงสารที่สุด และน่าจะมีฉากแฮร์รี่พาลูกๆ ไปคารวะหลุมศพของคนเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่อย่างด๊อบบี้ที่ตายแทนแฮร์รี่ด้วย ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากคนตัวเล็กๆ อย่างด๊อบบี้ แฮร์รี่อาจตายไปนานแล้ว (แม้ว่าจริงๆ แฮร์รี่จะไม่มีวันถูกโวลเดมอร์ฆ่าตายได้ก็ตาม) แล้วก็น่าจะพูดถึงเนวิล ลูน่า จอร์จ และครอบครัววีสลีย์ และอาร์เธอร์กับมอลลี่ ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณปู่คุณย่าไปแล้วด้วย แล้วใครเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮ็อกว็อร์ตส์ปัจจุบันก็ไม่เห็นบอกเลย คงเป็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลนะ คือว่าตอนอ่าน epilogue เล่ม 7 จบนี่ รู้สึกว่ามันสั้นจัง ไม่จุใจเลย แล้วก็ยังรู้สึกไม่อยากให้จบ อยากอ่านต่ออีก พอปิดหนังสือแล้วก็ใจหาย คิดถึงแฮร์รี่และเพื่อนๆ จริงๆ

เราคิดด้วยว่า ดัมเบิลดอร์ก็น่าจะเป็นทายาทของพี่คนโตตระกูลเพฟเวอเรลนะ เพราะสามารถครอบครองเอลเดอร์แวนด์ได้ ในขณะที่รีเซอร์เรคชัน สโตนกับผ้าคลุมล่องหนยังตกทอดมาถึงทายาทรุ่นปัจจุบันคือโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่ได้เลย

แล้วก็ในเว็บเจเคมีบอกว่าแฮร์รี่ได้เป็นหัวหน้ากองมือปราบมารด้วย





 

HpJ

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2008, 08:34:41 PM »
ที่พี่นานะว่า "ดัมเบิลดอร์ก็น่าจะเป็นทายาทของพี่คนโตตระกูลเพฟเวอเรลนะ" น่ะ ถ้ากันย์จำไม่ผิด เหมือนปู่ดัมแกชิงมาได้จากอีตาลุงเพื่อนเกย์(จำชื่อไม่ได้)นั่นไม่ใช่หรอ? แต่เอ๊ะ!ตระกูลเฟฟเวอร์เรลนี่มันต้นตระกูลของซาลาซาร์สลิธิรีนช่ายป่าว?
งงๆ ไว้เด๋วกันย์ไปอ่านรอบสองก่อนนะ

อยากบอกว่าสอบเสร็จแล้ววววว+ส่งงานจารย์เสร็จหมดแล้วด้วยยย วันนี้เอง  ดีใจสุดๆเลย  :-X  เป็นไทซะทีเฮ้อ :-[
จาได้อ่านแฮร์รี่รอบสองแล้ว อ่านอาร์ทิมิสด้วย เอลเดตส์ด้วย ฯลฯด้วย เหอๆๆ


nanajung

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2008, 09:17:23 AM »
ที่พี่นานะว่า "ดัมเบิลดอร์ก็น่าจะเป็นทายาทของพี่คนโตตระกูลเพฟเวอเรลนะ" น่ะ ถ้ากันย์จำไม่ผิด เหมือนปู่ดัมแกชิงมาได้จากอีตาลุงเพื่อนเกย์(จำชื่อไม่ได้)นั่นไม่ใช่หรอ? แต่เอ๊ะ!ตระกูลเฟฟเวอร์เรลนี่มันต้นตระกูลของซาลาซาร์สลิธิรีนช่ายป่าว?
งงๆ ไว้เด๋วกันย์ไปอ่านรอบสองก่อนนะ

อยากบอกว่าสอบเสร็จแล้ววววว+ส่งงานจารย์เสร็จหมดแล้วด้วยยย วันนี้เอง  ดีใจสุดๆเลย  :-X  เป็นไทซะทีเฮ้อ :-[
จาได้อ่านแฮร์รี่รอบสองแล้ว อ่านอาร์ทิมิสด้วย เอลเดตส์ด้วย ฯลฯด้วย เหอๆๆ



ตระกูล เพฟเวอร์เรล เป็นตระพ่อมูลยุคแรกๆน่ะจ้ะ อาจจะเก่าแก่กว่าซัลลาซา สลิธิรีน เหมือน ซัลลาซ่าเป็นทายาทของ เพฟเวอณ์เรล อีกที แล้ว ตาของโวลเดอร์มอร์กูเป็นลูกหลาย น้องคนที่ 2 ที่ครอบครอง ศิลา
ส่วนดัมเบิลดอร์ น่าจะเป็นลูกหลานของ พี่ชายคนโต ที่ครอบไม้กายสิทธฺเอลดอร์ แล้วถูกฆ่า ชิงไป ไม้เลยไม่หมดอำนาจเพราะมีการแย้งชิงทุกศตวรรษ ส่วนแฮร์รี่ เป็นทายาทของ น้องคนที่ 3 ที่ครอบครอง ผ้าคลุมล่องหนจ้ะ  ดีใจด้วยนะจ๊ะที่สอบเสร็จหมดแล้ว

kalrahud

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2008, 06:26:12 PM »
เรานี่ล้าหลังจริงๆ  เพิ่งจะได้เข้ามา  :'(

ตกลงฟอรัมนี้  นี่รวมมิตรใช่มั้ยคะ

ถ้าเล่ม 7  กาฬชอบตอนที่แฮร์รี่เข้าไปในเพนซิปของเสนปมากๆ เลย

แต่กาฬร้องไห้  ตอนที่แฮร์รี่  เจอพ่อแม่  เหล่าตัวกวนในป่า   ร้องไห้ตอนที่แฮร์รี่  บอกกับลิลลี่ว่า  "อยู่กับผมนะฮะ"

แต่ตอนที่เฟร็ดตาย  กาฬงงมากเลย  อะไร....ตายแล้วเหรอ

HpJ

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2008, 08:47:46 PM »
เรานี่ล้าหลังจริงๆ  เพิ่งจะได้เข้ามา  :'(

ตกลงฟอรัมนี้  นี่รวมมิตรใช่มั้ยคะ

ถ้าเล่ม 7  กาฬชอบตอนที่แฮร์รี่เข้าไปในเพนซิปของเสนปมากๆ เลย

แต่กาฬร้องไห้  ตอนที่แฮร์รี่  เจอพ่อแม่  เหล่าตัวกวนในป่า   ร้องไห้ตอนที่แฮร์รี่  บอกกับลิลลี่ว่า  "อยู่กับผมนะฮะ"

แต่ตอนที่เฟร็ดตาย  กาฬงงมากเลย  อะไร....ตายแล้วเหรอ
ไม่ล้าหลังหรอกจ้า...เราคุยกันได้เรื่อยๆ (ไม่จบง่ายๆหร๊อก เหอๆ)
ขอต้อนรับสาวกแฮร์รี่อีกคนค่ะ (มาคุยกานๆ) ;)
แล้วเล่มอื่นๆล่ะคะประทับใจตอนไหนบ้างเอ่ย มาเล่าให้อ่านหน่อยนะ

อืมเข้าใจละค่ะพี่นานะ น่าจะเป็นอย่างที่พี่นานะบอกนะ
แต่ว่าตอนจบอ่ะ เหมือนกันย์เคยบอกว่าเจเคไม่พูดถึงครีเชอร์ ไปอ่านๆอีกรอบ ยังพูดถึงอยู่แฮะ ตอนที่ต่อสู้กันชุลมุนอ่ะ แล้วครีเชอร์ก็นำเหล่าเอลฟ์ประจำบ้านมาช่วยรบ เหมือนจะตะโกนประมาณต่อสู้เพื่อนายน้อยเรกูรัส และเจ้านายผู้พิทักษ์เอลฟ์ประจำบ้าน ประมาณนี้อ่ะ (คิดว่านะ) ชอบตอนที่พีฟส์ร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองตอนโวลดี้ตาย พีฟส์เรียกโวลเดอร์มอร์ว่าโวลดี้ด้วยแหละ

HpJ

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2008, 08:56:07 PM »
มีอีกข่าวค่ะ เป็นบทสัมภาษณ์ของเจเค (โพสอยู่ในhi5กันย์ด้วย) เอามาแปะตรงนี้เผื่อใครยังไม่ได้อ่าน

นักเรียนอายุ 13 ปี ถามเธอว่า Draco เคยร้ายกาจจริงๆหรือเขาแค่แสดงออกมาอย่างนั้นเพราะเขาแค่กลัวมากๆ ซึ่ง Rowling ทำให้กระจ่ายโดยเธอคิดว่า เขาเหมือนกับ Dudley ญาติของ Harry มากๆ --
"เขาเป็นเพียงแค่ลูกชายที่ถูกตามใจมาก และถูกสั่งสอนให้ซึมซาบเกี่ยวกับวิธีที่ครอบครัวของเขาใช้ชีวิตกันมา" ช่วงที่ Draco เข้าใจว่า เขาคิดอะไร เข้าต้องการอะไร กลายมาเป็นผู้เสพความตาย และถูกสั่งให้รับมอบหมายงานของ Lord Voldermort สิ่งที่เขาทำใน "Harry Potter and the Half-Blood Prince" ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างแท้จริง Rowling กล่าว เพราะว่า ความฝันของเขา "มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง"

"คำถามคือ Draco ถูกสั่งให้ฆ่าใครบ้างรึเปล่า คำตอบของฉันคือ ไม่ค่ะ" Rowling กล่าว "ฉันไม่คิดหรอกว่าเขาจะทำ เขาจะไม่ใช้งานไม้กายสิทธิ์ของเขาในระดับต่ำอย่างนั้น เขาเตรียมตัวที่จะก้าวเข้ามาอยู่ข้างเดียวกันกับ Dumbledore ฉันหวังว่าคุณจะเห็นว่ามีความรู้สึกบางอย่างที่เหมือนกันในเล่ม 7 เวลาที่เขาได้พยายามที่จะปกป้อง Harry แต่เขาเป็นคนที่คร่ำเคร่งมาก เหมือนกับตัวละครหลายๆตัว เขาไม่ใช่ hero มีศีลธรรมที่อยู่ในความขี้ขลาดอย่างหนึ่งที่มีอยู่ในตัว Draco แต่เขาแย่ไปทั้งหมดเลยงั้นเหรอะ? ไม่แน่นอน"

เช่นเดียวกันกับ Dudley ตัวละครที่ Rowling จินตนาการให้เป็นตัวละครที่งุ่มง่ามที่อยู่กับ Harry เป็นเวลาหลายปี "ฉันไม่เคยถูกถามแบบนั้นทั้งคู่เลยนั่นแหละ!" Rowling พูด เมื่อนักเรียนคนที่ 12 วัย 16 ปี สงสัยว่า จะเป็นอย่างไรถ้าทั้ง 2 ได้พบกันอีกครั้ง "Harry กับ Dudley จะยังคงได้เจอกันมากพอแล้วในการ์ดวันคริสต์มาสแต่ละปี พวกเขาเยี่ยมเยี่ยนกันและกันมากเหนือกว่าหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องเยี่ยมเยี่ยนกั
น และนั่งกันอยู่ในความเงียบ เพราะฉะนั้น ลูกๆของพวกเขาก็สามารถพบเจอกับญาติพี่น้องของพวกเขาได้" ตรงไหนที่แสดงให้เห็นว่า Dudley ได้เข้าใจจุดประสงค์คนอื่นนอกจากพ่อแม่ของเขาที่คิดว่าเขาน่ารักเหรอ? "แฟนๆถามคำถามนี้กับฉันเป็นประจำเลยล่ะ ว่าอะไรที่ Dudley เห็นตอนที่โดนผู้คุมวิญญาณจู่โจม?" Rowling กล่าว "ความรู้สึกของฉันคือ เขาเห็นตัวของเขาเอง ตัวจริงของเขาที่เขาเป็น และสำหรับผู้ชายนั่นมันเลวร้ายมาก มันทำให้หวาดกลัวสุดขีด เขาก็เลยคลั่งไปเลย ผู้คุมวิญญาณไม่ได้จู่โจมคนดีๆบ่อยนักหรอก แต่คนนี้ก็เป็นคนหนึ่งแหละ"

ในบางครั้ง มีบางคนที่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องทั้งเรื่อง อย่างเช่น Rowling ก่อนที่ "Deathly Hallows" จะออกสู่สายตาประชาชน Dumbledore ได้ระงับข้อมูลที่เป็นกุญแจของเรื่องจาก Harry เพื่อไม่ให้มัน "ทำลาย" การเดินทางของเขา ในฉับพลัน นักเรียนคนที่ 4 วัย 9 ขวบ ได้ถามว่า Dumbledore รักแฮร์รี่จริงๆ หรือแค่จัดการให้เขาเสียสละตัวเองในตอนจบ?

 "Dumbledore ชอบแฮร์รี่จริงๆ และก็ได้รู้ตัวตนของเขา เขากลายเป็นเหมือนลูกชายคนหนึ่ง แต่ฉันอยากให้คุณถาม Dumbledore เอง จะได้รับคำตอบที่ถูกต้องโดยตรงมากกว่า เพราะเขาสั่งสอนผู้คนเหมือนกับเป็นเครื่องมือของเขา และเขาก็ได้ขอให้แฮร์รี่ทำภารกิจที่เอาคนอายุเท่าเขาเองถึง 2 คนมาทำก็ไม่สามารถทำได้" แต่ถ้าแฮร์รี่มีข้อมูลเหล่านั้นทั้งหมด เป็นไปได้เลยที่เขาจะชักชวนให้ทำอะไรอย่างอื่น ดังนั้นเขาจึงต้องเชื่อใจ Dumbledore ผู้ซึ่งเป็นบุคคลสุดท้ายที่จะนำทางเขาสู่สิ่งที่ถูกต้อง Rowling กล่าว


(มิน่าล่ะ ตอนที่แฮร์รี่กับเฮอร์ถูกจับมาที่บ้านมัลฟอย เดรโกถึงบอกไม่แน่ใจเมื่อเห็นแฮร์รี่ ทั้งที่จริงกันย์ว่าเดรโกน่าจะรู้และจำหน้าแฮร์รี่ได้ดีเลยทีเดียว)

nanajung

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: มีนาคม 01, 2008, 02:26:40 AM »
ช่ายน้องกันย์พูดถูกมากจ้ะ ว่ากระทู้ที่บอร์ดนี้คุยได้เรื่อย ไม่มีวันจบอยู่แล้วล่ะ อิอิ
ไงก็ ยินดี ต้อนรับ น้องกาฬรหัส สู่ บ้านบอยคลับ นะจ๊ะ และเราก็ได้สาวกแฮร์รี่เพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว อิอิ
ตอน เรื่องเล่าของเจ้าชายพี่ก็ชอบนะ สงสารสเนปจับใจเลยอ่ะ ก่อนตายพูดกับแฮร์รี่ได้เพียงประโยคเดียวคือ
“ดูฉัน ดูฉันด้วย”  แล้วก็ ประทับใจมากๆ ตอนที่เค้าโมโห ดัมเบิลดอร์ ที่สุดท้าย แฮร์รี่ก็ต้องยอมตาย เพื่อให้โวลดี้ตาย “ ผมเป็นสายลับให้คุณ โกหกให้คุณ เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตายเพื่อคุณ ทุกอย่างนี้เพื่อช่วยชีวิตของลูกลิลี่ พอตเตอร์ ตอนนี้คุณบอกผมว่าคุณเลี้ยงเขามาเหมือนหมูที่จะต้องถูกสังเวย “
ดัมเบิลดอร์ซาบซึ้งใจมากกว่าในที่สุดเสนปก็ห่วงใยเค้าจิงๆ  แต่ที่ดัมเบิดอร์รู้น้อยไปกว่านั้น เสนปเสกผู้พิทักษ์ของเค้าเพื่อปกป้องคุ้มครองแฮร์รี่ไว้ตลอดกาลต่างหาก ช่างเป็น ความ รักที่ยิ่งใหญ่ จิงๆเลยเนอะ  แม้ว่า แฮร์รี่จะเป็นลูก ของคนคนที่เค้าเกลียดแสนเกลียด อย่าง เจมส์ก็ตาม ยิ่งตอนที่ เสนปขอร้องให้ ดัมเบิลดอร์สาบานว่า ห้ามบอกเรื่องที่เค้าคอยช่วยเหลือปกป้องแฮร์รี่ เพราะเค้าไม่อาจทนได้ เพราะแฮร์รี่เป็นลูกของ เจมส์
ประทับใจกับคำพูดดัมเบิลดอร์มากๆ เลยอ่ะ
“  คำมั่นของฉัน ว่าจะไม่มีวันเปิดเผยสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเธอน่ะหรือ เซเวอร์รัส “

แล้วตอนที่แฮร์รี่เจอ วิญญาณ พ่อแม่  ซีเรียส ลูปิน พี่รู้สึกซาบซึ้งมาก แต่ไม่ร้องให้ เพราะร้องไปมากแล้วตอนที่
ด๊อบบี้ กับ เฟร็ดตาย (ซึ่งพี่ก็ยังงว่า เฟร็ดตายได้อย่างไร อ่านไปหลายรอบแล้วก็ยังงง )
แต่ชอบประโยค บรรยายที่ว่า “เค้าคิดว่าเขค่าอยากยืนอยู่ตรงนี้ และมองดูเธอไปตลอดกาล “
เวลาคุยเรื่องแฮร์รี่ทีไร ยาวทุกทีเลยเรา  โฮะๆ


galdewis

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: มีนาคม 02, 2008, 03:40:06 PM »
พอดีแวะไปคุยกับพี่ galdewis บล็อกของพี่วิทย์มาค่ะ แล้วพี่เค้าเอาข้อมูลเกี่ยวกับแฮร์รี่มาฝาก ไม่รู้น้องกันย์ทราบรึยังไงลองอ่านดูนะจ๊ะ

ทีนี้จะเล่าเรื่องที่เข้าไปเว็บของเจเค เพราะอยากรู้ว่าชื่อเจเคนี่ย่อมาจากอะไร แล้วก็อยากรู้ว่าโรว์ลิ่งเป็นนามสกุลเดิมหรือนามสกุลสามี แต่ปรากฏว่า เว็บทางการของเจเคมีบอกแต่คำเต็มของตัวเจอย่างเดียว แต่ตัวเคยังไม่รู้ว่าย่อมาจากอะไร เลยต้องไปเซิร์ชกูเกิลอยู่ดี เซิร์ชไปเซิร์ชมา กลับเจอข้อมูลที่เป็นภาษาไทยแทน ดี อ่านง่ายกว่าภาษาอังกฤษในเว็บของคุณเธอเยอะล่ะ

สรุปว่าเจย่อมาจากโจแอนน์ (ไม่รู้นานะจังรู้ยังนะเนี่ย) ส่วนเคมาจากแค็ธลีน ข้อมูลภาษาไทยบอกว่าเป็นชื่อของคุณย่าของเจเค ส่วนนามสกุลคิดว่าเป็นนามสกุลเดิม ไม่ใช่นามสกุลที่ได้มาจากการแต่งงาน

ส่วนที่ต้องใช้ชื่อย่อแทนชื่อเต็ม เพราะเจ๊แกกลัวว่าถ้าเห็นชื่อคนแต่งเป็นชื่อผู้หญิงว่าโจแอนน์ เดี๋ยวเด็กผู้ชายจะไม่อยากอ่านแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ก็เลยใช้ชื่อย่อซะ จะได้ไม่รู้ว่าคนแต่งเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

แต่เข้าไปเว็บเจเคก็ดีเหมือนกัน ได้เกร็ดดีๆ มา คือไปเจอโน้ตเจเคเกี่ยวกับลูกๆ ของตัวละครเอก รีบเช็คชื่อวิกตัวร์เพราะเดาว่าต้องเป็นลูกสาวบิลกับเฟลอร์แน่ๆ เพราะวิกตัวร์เป็นสำเนียงฝรั่งเศส ก็ปรากฏว่าใช่จริงๆ แล้วก็เพิ่งเห็นชื่อเจมส์ ลูกชายคนโตของแฮร์รี่ ปรากฏว่ามีชื่อกลางเหมือนลูกชายคนกลางของแฮร์รี่ด้วย คือ เจมส์ ซิเรียส เพราะตอนอ่านหนังสือก็นึกในใจอยู่ว่า แล้วทำไมแฮร์รี่ไม่เอาชื่อซีเรียสมาตั้งชื่อลูกด้วย แต่แปลกใจตรงชื่อที่สองของลูกสาวแฮร์รี่ ทำไมเอาชื่อลูน่ามาตั้ง (ลิลี่ ลูน่า)

แล้วก็ลูน่าไม่ยักกะแต่งกะดีนแฮะ แต่แต่งกะใครก็ไม่รู้ชื่อไม่คุ้น จำได้ว่าลูน่าเป็นแฟนกะดีนไม่ใช่เหรอ

คุยต่อเรื่องแฮร์รี่นะคะ ตกลงแฮร์รี่ก็เอาชื่อของคนที่ตัวเองรักที่จากไปทั้งหมด มาตั้งชื่อลูก คือเจมส์ ลิลี่ ซิเรียส อัลบัส เซเวอรัส ยกเว้นลูปิน เพราะลูปินมีทายาทของตัวเองคือเท็ดดี้ แต่ชื่อรีมัสของลูปินเลยไม่ได้เอามาใช้ ส่วนเฟร็ดเป็นชื่อลูกชายคนโตของจอร์จ ซึ่งแต่งงานกับแองเจลิน่า คงเป็นแองเจลิน่า สปินเน็ตที่อยู่ทีมควิดดิชบ้านกริฟฟินดอร์

เสียดาย epilogue ของเล่ม 7 สั้นไปหน่อย เจเคน่าจะพูดถึงคนอื่นๆ อีก อย่างครีเชอร์ ซึ่งตอนจบน่ารักที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนที่ทำให้ซิเรียสตายนะ เกลียดมันมากเลย แต่ตอนจบครีเชอร์มาเจ้ากี้เจ้าการเป็นผู้นำเอลฟ์ช่วยแฮร์รี่แทนด๊อบบี้ที่ตายไปอย่างน่าสงสารที่สุด และน่าจะมีฉากแฮร์รี่พาลูกๆ ไปคารวะหลุมศพของคนเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่อย่างด๊อบบี้ที่ตายแทนแฮร์รี่ด้วย ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากคนตัวเล็กๆ อย่างด๊อบบี้ แฮร์รี่อาจตายไปนานแล้ว (แม้ว่าจริงๆ แฮร์รี่จะไม่มีวันถูกโวลเดมอร์ฆ่าตายได้ก็ตาม) แล้วก็น่าจะพูดถึงเนวิล ลูน่า จอร์จ และครอบครัววีสลีย์ และอาร์เธอร์กับมอลลี่ ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณปู่คุณย่าไปแล้วด้วย แล้วใครเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮ็อกว็อร์ตส์ปัจจุบันก็ไม่เห็นบอกเลย คงเป็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลนะ คือว่าตอนอ่าน epilogue เล่ม 7 จบนี่ รู้สึกว่ามันสั้นจัง ไม่จุใจเลย แล้วก็ยังรู้สึกไม่อยากให้จบ อยากอ่านต่ออีก พอปิดหนังสือแล้วก็ใจหาย คิดถึงแฮร์รี่และเพื่อนๆ จริงๆ

เราคิดด้วยว่า ดัมเบิลดอร์ก็น่าจะเป็นทายาทของพี่คนโตตระกูลเพฟเวอเรลนะ เพราะสามารถครอบครองเอลเดอร์แวนด์ได้ ในขณะที่รีเซอร์เรคชัน สโตนกับผ้าคลุมล่องหนยังตกทอดมาถึงทายาทรุ่นปัจจุบันคือโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่ได้เลย

แล้วก็ในเว็บเจเคมีบอกว่าแฮร์รี่ได้เป็นหัวหน้ากองมือปราบมารด้วย

สวัสดีอีกครั้งค่ะ วันก่อนที่เข้ามาเขียนเสนอความคิดในการทำนิตยสารบอยคลับฉบับพิเศษ เห็นกระทู้นี้เข้า ก็คันปากอยากเข้ามาคุยมากเลย แต่เผอิญติดธุระ วันนี้เลยขออนุญาตแวะมาคุยอีกทีนะคะ หวังว่าคงจะไม่รังเกียจนะคะ แต่ปกติก็คุยกับนานะจังเรื่องโน้นเรื่องนี้ รวมทั้งแฮร์รี่ด้วย ที่บล๊อกของเราเองน่ะค่ะ ยังไม่เคยไปคุยกับใครที่ไหนแบบเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนกัน เพิ่งจะเข้ามาที่นี่อ่ะค่ะ ที่แรก แต่ก็อาจจะคุยไม่ได้เรื่องได้ราวเท่าไหร่นะคะเรา ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

เห็นที่ตัวเองเขียนเล่าไว้ที่บล๊อกตัวเอง เรื่องที่เข้าไปเว็บทางการของเจเคมา ที่นานะจังหอบหิ้วเอามาแปะที่นี่ด้วย ไว้ให้คนที่ชอบแฮร์รี่เหมือนกัน ได้อ่านด้วย เลยจะขอคุยต่อจากที่ตัวเองเล่าไว้ละกันนะคะ เพราะเห็นมีเพื่อนๆ พูดถึงที่เราเขียนไว้ด้วย

เรื่องที่เราคิดว่าดัมเบิลดอร์อาจเป็นทายาทที่แท้จริงของพี่ใหญ่ตระกูลเพฟเวอเรล เป็นการใช้จินตนาการ (เดา) น่ะค่ะ จากการที่เห็นว่า ในที่สุดคนที่ได้ครอบครองเอลเดอร์แวนด์ก็คือดัมเบิลดอร์ ก็คงจะเหมือนกับที่ในที่สุด คนที่ได้ครอบครองรีเซอร์เร็คชั่น สโตน (ขออภัยที่เรียกอย่างนี้ เพราะยังไม่ได้อ่านเล่มภาษาไทยค่ะ) กับผ้าคลุมล่องหน ก็คือทายาทที่แท้จริงของพี่คนรองกับน้องคนสุดท้องเพฟเวอเรล คือโวลเดอร์มอร์กับแฮร์รี่

แต่มาคิดอีกที ดัมเบิลดอร์น่าจะไม่ใช่ทายาทพี่คนโตเพอเวอเรลหรอกค่ะ เพราะในขณะที่หินรีเซอร์เร็คชั่นกับผ้าคลุมล่องหนตกทอดถึงทายาท แต่เอลเดอร์แวนด์กลับมีกฎการครอบครองที่แตกต่างไปจากเครื่องรางอีก 2 อย่าง คือต้องพิชิตเจ้าของเก่าเท่านั้น จึงจะได้เอลเดอร์แวนด์มาครอง สิทธิ์การครอบครองเอลเดอร์แวนด์ จึงไม่ใช่เกิดจากการตกทอดเป็นมรดก เหมือนหินฯ กับผ้าคลุมฯ

ส่วนเรืองซัลลาซาร์ สลิธิรีน เราว่าก็น่าจะสืบเชื้อสายมาจากพี่คนกลางเพฟเวอเรลนะคะ เหมือนที่แฮร์รี่สืบเชื้อสายมาจากน้องคนสุดท้อง แต่ที่ไม่มีใครนามสกุลเพฟเวอเรลกันแล้ว เพราะคงมีการตกทอดหินฯ กับผ้าคลุมฯ ไปทางทายาทฝ่ายหญิงด้วย นามสกุลของทายาทรุ่นหลังๆ ก็เลยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามการแต่งงานกับคนนามสกุลอื่นของทายาทฝ่ายหญิง ดัมเบิลดอร์ก็บอกว่า อันที่จริงพ่อมดแม่มดตระกูลต่างๆ ถ้าสืบย้อนขึ้นไปถึงต้นตระกูลแล้ว ก็ล้วนแต่เกี่ยวดองเป็นญาติกันทั้งนั้น เราก็คิดว่า แฮร์รี่กับโวลเดอมอร์ก็น่าจะเป็นญาติกันทางต้นตระกูลเพฟเวอเรลด้วย เพียงแต่ว่ามันนานเหลือเกินมาแล้ว แล้วถึงจะเป็นญาติกันจริงๆ อีตาโวลดี้แกจะแคร์อะไร ขนาดพ่อปู่ย่าตัวเองแท้ๆ พี่โหดแกยังไม่ละเว้นชีวิตเลย

พูดถึงโวลเดอมอร์แล้ว ก็คิดขึ้นมาได้อย่างนึงว่า คนที่ปฏิเสธรากเหง้าของตัวเองอย่างโวลเดอมอร์ ซึ่งพยายามจะลบชื่อทอม ริดเดิ้ล ของตัวเองให้สาบสูญไปตลอดกาล ก็คือจุดเริ่มต้นหรือบ่อเกิดของการเดินทางผิดของคนเรานั่นเอง โวลเดอมอร์ถึงกับกระทำปิตุฆาต และทะยานอยากที่จะอยู่เหนือคนทั้งปวงให้ได้ จึงหันเข้าหาศาสตร์มืด และแสวงหาความเป็นอมตะด้วยศาสตร์ที่ชั่วร้ายที่สุดอย่างฮอร์ครักซ์ ทั้งหมดนี้ก็เพียงเพื่อจะลบสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเป็นปมด้อยชาติกำเนิด ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเขาก็สืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่มากอย่างเพฟเวอเรลและสลิธีรีน การปฏิเสธรากเหง้าของตัวเอง ทำให้ชีวิตของโวลเดอมอร์หมดสิ้นความเจริญก้าวหน้าทั้งปวง และจะต้องพบจุดจบที่น่าสลดเป็นสัจธรรมอยู่แล้ว โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเลย เพราะสิ่งที่โวลเดอมอร์รู้นั้นน้อยมาก เหมือนอย่างที่ดัมเบิลดอร์บอกจริงๆ แต่โวลเดอมอร์กลับคิดว่าตนนั้นรู้มากกว่าใคร

เรานั่งดูโปงลางสะออน หม่ำโชว์ ที่การแสดงของพวกเขามีกลิ่นอายของวัฒนธรรมอีสานอย่างเต็มเปี่ยม ก็เลยไม่แปลกใจว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงเจริญก้าวหน้าในชีวิต เพราะพวกเขาภูมิใจในความเป็นลูกอีสาน ภูมิใจในวัฒนธรรมของอีสาน ภูมิใจในรากเหง้าชาติกำเนิดของตัวเอง มิใยที่จะมีคนอีกจำนวนมากที่ยังดูถูกวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่โปงลางกับหม่ำไม่เคยที่จะปฏิเสธรากเหง้าของตัวเอง

เรามองว่า ละครพื้นบ้านหรือละครจักรๆ วงศ์ๆ ก็ควรสะท้อนความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของไทย ด้วยการรักษาคุณค่าและความดีงามแบบไทยๆ เอาไว้ ทั้งในเนื้อเรื่อง ในการดำเนินเรื่อง ในแก่นเรื่อง และอย่าปฏิบัติต่อละครประเภทนี้อย่างดูถูก อย่าให้เหมือนคนไทยอีกหลายๆ คน ที่ไม่เคยเห็นคุณค่าในรากเหง้าของตัวเอง

กลับเข้าเรื่องแฮร์รี่ใหม่นะคะ เรื่องสเนป มีอยู่ตอนนึง ดัมเบิลดอร์ถึงกับพูดกับสเนปว่า รู้สึกหมวกคัดสรรจะคัดเร็วไปหน่อยหรือไงนี่แหละ ใช่มั้ยคะ ถ้าเราอ่านไม่ผิดนะ ซึ่งเท่ากับดัมเบิลดอร์กำลังชมความกล้าหาญของสเนปเป็นนัยๆ ว่าจากการที่เขายอมเป็นไส้ศึก ที่ต้องตีสองหน้า ต้องกล้ำกลืนฝืนอัปยศอดสูต่างๆ นานา เช่นการได้รับความหวาดระแวงเกลียดชังรังเกียจจากแฮร์รี่และคนอื่นๆ ในภาคีฯ สเนปจึงน่าจะได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์มากกว่าสลิธีรีน แต่หมวกฯ คัดเร็วไปหน่อย

แต่ถึงไงเราก็ไม่ค่อยชอบสเนปนะ แต่นับถือน่ะใช่ แล้วก็สงสาร โดยเฉพาะเวลาที่สเนปต้องหนีเอาชีวิตรอดจากฝ่ายภาคีฯ หลายครั้ง เพราะเขามักจะตกเป็นเป้าเล่นงานของแฮร์รี่กับคนอื่นๆ เสมอในตอนท้ายของหลายๆ เล่ม หลายครั้งที่เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนด้วยความทุลักทุเลอย่างไร้ความสง่างาม ต้องเป็น unsung hero วีรบุรุษที่โลกลืม ในขณะที่แฮร์รี่ได้รับความชื่นชมทุกครั้ง

ถึงสเนปจะไม่ได้เป็นคนน่ารัก แต่เขาเป็นคนดีอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้จะไปเข้าพวกโวลเดอมอร์ตอนแรกๆ ก็ตาม เราไม่ค่อยชอบสเนป แต่เราว่าตัวเราเองใกล้เคียงสเนปอ่ะค่ะ (ไม่น่ารักแต่เป็นคนดีนะคะ) เคยไปเล่นเกมหมวกคัดสรร นานแล้วนะคะ ตั้งแต่ตอนอ่านแฮร์รี่ใหม่ๆ เลยมั้ง เราได้บ้านสลิธีรินด้วยค่ะ ซึ่งก็ไม่ผิดคาดตัวเองอยู่แล้ว แต่จริงๆ อยากได้บ้านเรฟเวนคลอ นานะจังกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ เคยเล่นหมวกคัดสรรกันมั้ยคะ ได้บ้านอะไรกันมั่งอ่ะคะ ตรงกับที่อยากได้มั้ย

ส่วนที่บอกว่าอยากให้เจเคพูดถึงครีเชอร์ หมายถึงในตอน epilogue น่ะค่ะ ซึ่งเป็นบทส่งท้ายที่สั้นมาก และพูดถึงแต่ลูกๆ แฮร์รี่กับรอนเป็นหลัก แต่ไม่ได้พูดถึงตัวละครที่น่ารักๆ คนอื่นๆ ที่คนอ่านก็ชอบ และอยากรู้ด้วยเหมือนกันว่า 19 ปีถัดมานั้น แต่ละคนจะเป็นยังไงกันมั่ง อย่างเช่นครีเชอร์ที่ตอนหลังก็น่ารักแล้ว เนวิลล์ก็พูดถึงนิดเดียว ลูน่าด้วย จอร์จด้วย ถ้านอกเหนือจากเฮอร์ไมโอนี่แล้ว เพื่อนผู้หญิงที่แฮร์รี่รักที่สุดรองลงมาก็คือลูน่า (เราก็รู้สึกว่าเราเหมือนลูน่าด้วยอ่ะค่ะ คือมีความสามารถพิเศษในการพูดความจริงจนน่าขนลุก) แล้วก็อยากรู้ว่าตอนนี้ใครเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ฮ็อกว็อตส์

แล้วไม่รู้มีใครรู้สึกเหมือนเรามั่งมั้ยอ่ะคะ เราอยากให้เจเคเล่าถึง 4 ผู้ก่อตั้งฮ็อกว็อตส์ให้มากกว่านี้ด้วย โดยเฉพาะก็อดดริกส์ กริฟฟินดอร์กับซัลลาซาร์ สลิธีรีน อยากรู้ว่า 2 คนนี้เป็นเพื่อนกันได้ยังไง อยากรู้ว่าสลิธีรีนเป็นคนยังไง (เพราะอย่างที่บอกว่า หมวกคัดสรรให้เราไปอยู่บ้านสลิธีรีน ถ้าเราได้ไปเรียนฮ็อกว็อตส์ เราก็คงได้อยู่บ้านสลิธีรีน ก็เลยสนใจเขาอ่ะค่ะ) ส่วนโรวีนา เรฟเวอคลอ กับเอลก้า ฮัฟเฟิลพัฟส์ ก็อยากรู้จักว่าเป็นคนยังไง เพราะ 2 บ้านนี้ไม่ค่อยมีบทบาทเลย โดยเฉพาะฮัฟเฟิลพัฟส์ เจเคน่าจะแต่งเป็นเอพิโสด 1, 2, 3…. หรือภาคก่อนแฮร์รี่มั่ง แบบสตาร์วอรส์มั่งนะ แล้วก็อยากให้แต่งต่อจากเล่ม 7 ให้แฮร์รี่เป็นอาจารย์ใหญ่ฮ็อกว็อตส์ หรือเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้นมาใหมอีกโรงเรียนนึง ให้พวกลูกๆ มดได้มีทางเลือกนอกเหนือจากฮ็อกว็อตส์บ้าง สรุปแล้วก็คือยังอยากอ่านต่ออีก ไม่อยากให้แฮร์รี่จบเลย

เราชอบประโยคเดียวกับนานะจังเหมือนกัน ที่แฮร์รี่คิดในใจว่า เขาอยากมองดูแม่อย่างนี้ตลอดไป ก็มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว แต่เรารู้สึกว่า จะหาผู้ชายที่มีจิตใจอ่อนโยนอย่างแฮร์รี่แบบนี้หาได้ยากมากอ่ะค่ะ แล้วก็ชอบเพลงที่พีฟส์แต่งหลังโวลเดอร์มอร์ตายด้วยเหมือนกัน น่ารักดี 

We did it! We bashed them! Wee Harry’s the One
Voldy’s gone moldy, let’s have fun

จำได้ประมาณนี้อ่ะค่ะ ตอนอ่านยังนั่งขำ เพลงสดุดีแฮร์รี่สไตล์เจ้าพีฟส์จอมกวน มันน่ารักดีอ่ะค่ะ ตรงคำว่า bash อ่ะ เพราะมันแปลว่าทุบจนบุบบู้บี้อ่ะค่ะ อ่านแล้วนึกภาพโวลเดอมอร์วิ่งหนี แต่ก็ถูกแฮร์รี่กับพวกถือค้อนอันโตเท่าบ้าน วิ่งตามรุมไล่ทุบจนบุบบู้บี้ เหมือนแบบในการ์ตูนทอมแอนด์เจอรี่อะไรพวกนั้นอ่ะค่ะ นึกภาพแล้วมันตลกดี ไม่รู้ในเล่มภาษาไทยเขาแปลไว้ว่ายังไง แต่เราขอแปลเองเอามันละกันนะคะ

เราทำได้! เราไล่ทุบพวกมันจนบู้บี้ เริ่ดแฮร์รี่หนึ่งเดียวผู้ถูกเลือก
โวลดี้เหลือแต่ซาก มาหนุกกันเถอะเจ้าเบื๊อก

“เบื๊อก” คำสุดท้ายนี่ กลอนพาไปค่ะ แต่ที่เลือกคำนี้เพราะรู้สึกเข้ากับเจ้าพีฟส์จอมกวนดี

เขียนยาวเปลืองที่ไปหน่อย ขอโทษทีนะคะ ขอบคุณที่ให้มาคุยนะคะ สวัสดีค่ะ


nanajung

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: มีนาคม 03, 2008, 01:22:13 AM »
โหสุดยอดมากค่ะพี่  แล้วก็ไม่เป็นการเปลืองเนื้อที่แต่อย่างใดเลยค่ะ มาคุยกันเยอะสนุกดีได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ค่ะ นานะจังก็เห็นด้วยกับบท 19 ปี ต่อมา นะคะ ว่า เจเคให้รายละเอียดกับตัวละครอื่นๆ น้อยไปหน่อย
แล้วเพิ่ง มานั่ง พิจารณา ใหม่ ตอนแรกเข้าใจว่าเท็ดดี้ ลูปิน ลูกชาย ของ รีมัส น่าจะยังเป็นนักเรียนอยู่อยู่ฮอกวอต
แต่พอมาคำนวณเวลาอีกที 19 ปีต่อ เพราะเมื่อย้อนไปตอนที่แฮร์รี่สู้กับโวลดี้เท็ดดี้เกิดแล้วนี่นา ถ้างั้นก็น่าจะอายุ 19-20 ก็แสดงว่าจบจากฮอกวอตแล้ว แต่วิกตัว ซึ่งเป็นสาว บิลกับเฟลอ นั้นเจเคไม่ได้บอกว่าเธออายุเท่าไร แต่คิดว่าคงจะประมาณ 16-17 ซึ่งอยู่ปี ท้ายๆของฮอกวอตแล้ว 

สำหรับที่ตอนแกร วิเคราะห์ ดัมบี้ จะเป็น ทายาท ของพี่ คนโต ของตระกูล เพฟเวอเรล
ที่คอบครองไม้กายสิทธิ์เอลดอร์ นานะจังว่าเป็นไปได้ และ อาจจะไปเป็นไม่ได้ ทั้ง 2 อย่าง
เพราะไม้กายสิทธิ์ ที่ไม่มีวันพ่ายแพ้อันนี้ มีประวัติความเป็นมาที่แตกต่างจาก ผ้าคุลม และ ศิลา ที่ตกทอด
มาถึงทายาทรุ่นสุดท้าย คือ โวลดี้ และ แฮร์รี่ เพราะตามประวัติของไม้กายสิทธิ์ อันนี้ ต้องการการฆ่าเพื่อแย่งชิงให้ได้มา เพราะตอนแรกเลย พี่ชายคนโตที่ครอบครองไม้กายสิทธิ์  ก็ถูกฆ่าตายเพื่อชิงไม้ไป หลังจากนั้น หลายศตวรรษที่ผ่านมา ไม้กายสิทธิ์อันนี้ ก็ยังมีคนฆ่ากันเพื่อแย่งชิงไม้นี้ ไม้จึงยังไม่หมดอำนาจไปซักที จนสุดท้าย
ดัมเบิลดอร์ก็ได้ไม้นี้มาด้วยการเอาชนะ กรินเดวัล และคอรบครองไม้ในที่สุด และใช้ไม้เพื่อ ปกป้องผู้อื่นตลอดมา
แต่มันก็อาจเป็นไปได้ ที่ ดัมบี้ อาจจะเป็น ทายาท ของพี่คนโต ที่ครอบครองไม้ก็เป็นได้เพราะเมื่อไม้อยู่ในมือเค้า
การนองเลือดเพื่อแย่งชิงไม้ก็ไม่มีอีกต่อไป
นานะจังก็ สงสารเสนปนะคะ ที่เค้าช่วยแฮร์รี่ ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยง เป็นสายลับสอง หน้า ให้กับดั้มบี้
แต่ส่วนใหญ่คงไม่มีใครรู้ว่าช่วยอยู่เบื้อง หลัง แฮร์รี่ก็อาจจะฆ่าโวลดี้ไม่สำเร็จ  เค้าได้กลายเป็นวีรบุรุษที่โลกไป
แต่แฮร์รี่ ก็ไม่เคยลืมบุญคุณของเค้า ตอนที่แฮรร์ บอกกับ อัลบัส เซอร์เวรัส ลูกชายคนรอง ของเค้า
ว่า “ลุกได้ชื่อตามอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ถึงสองคน คนหนึ่งนั้นมาจากบ้านสลิธิลีน และเขาก็เป็นคนที่กล้าหาญที่สุดที่พ่อเคยรู้จัก” และนานะจังก็เห็นด้วยกับพี่อย่างมากที่ แฮร์รี่ เป็นเด็กผู้ชายที่จิตใจดี และอ่อนโยนมาก
แม้แต่ ดัมเบิลดอณ์ ยังพูดว่า “เธอจะอภัยให้ชั้นได้ไหมที่ไม่ไว้ใจเธอ ที่ไม่บอกเธอให้รู้ แฮร์รี่ ฉันเพียงแต่กลัวว่าเธอจะล้มเหลวเหมือนที่ล้มเหลวมาแล้ว ฉันกลัวว่าเธอจะทำผิดเหมือนที่)นทำ โปรดอภัยให้)นด้วย แฮร์รี่ ตอนนี้ชั้นรู้แล้วล่ะ รู้มาสักพักแล้ว ว่าเธอเป็นคนดีกว่าชั้น “

ส่วนการคิดสรรบ้าน นานะจังเคยเล่นค่ะ นานะจังได้ กริฟฟินดอร์ ค่ะ

หลังจากที่แฮร์รี่ฆ่าโวลดี้แล้ว พีฟ ก็ร้องเพลง สรรเสริญแฮร์รี่ แปลเป็นไทยในหนังสือ คือ

We did it! We bashed them! Wee Harry’s the One
Voldy’s gone moldy, let’s have fun

เราทำสำเร็จ  ทุบมันบู้บี้ พอตเตอร์นี่ คือผู้นำ
โวลดี้ตาย กลายเป็นรา เชิญเฮฮา หัวเราะขำ


ค่ะ

HpJ

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: มีนาคม 03, 2008, 10:42:01 AM »
ช่ายยมีคนมาเยอะๆ จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเยอะๆ หนุกดีออกค่ะ

เกมส์คัดสรรเข้าบ้านกันย์ก้อเคยเล่นค่ะ กันย์ได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ค่ะ

กันย์มีเรื่องแอบสงสัยนิดนึงอ่ะค่ะ เกี่ยวกับการตายของโวลดี้ แบบว่า ตอนที่แฮร์รี่ถูกโวลดี้ฆ่าแต่ไม่ตายเพราะสายใยของเวทมนตร์ที่ลิลี่ทิ้งไว้ให้แฮร์รี่มันยังไหลเวียนอยู่ในสายเลือดโวลดี้ด้วย(ตามที่ปู่ดัมบอก) แสดงว่าเมื่อโวลดี้ยังมีชีวิตอยู่ แฮร์รี่ก็จะไม่มีวันตาย? แล้วทำไมตอนจบโวลดี้ตายทั้งๆที่แฮร์รี่ยังมีชีวิตอยู่?? (เพราะถ้าสายใยเวทนั้นเชื่อมสองคนนี้ไว้แฮร์รี่ยังมีชีวิตอยู่ เวทย์มนตร์ในตัวก็คงอยู่ แล้วโวลดี้ก็มีเลือดแฮร์รี่อยู่ แล้วตายได้ไง?)
หรืออาจเป็นเพราะเวทย์นี้ปกป้องแต่คนที่มีจิตใจดี ที่ปู่ดัมบอกว่าโวลดี้มีทางเลือกที่จะสำนึกผิด แต่เขาไม่สำนึกผิด
แล้วจากที่กันย์อ่านที่แฮร์รี่บอกว่าได้ทำเหมือนที่แม่ทำ คือยอมตายเพื่อปกป้องคนอื่นๆ แล้ว ก้อไม่เห็นจะเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ของเวทย์มนตร์ที่ลิลี่เสกไว้(รึเปล่า?)

งงๆๆมากๆเรยย ใครมีความเห็นว่าไง หรือช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่อยนะคะ ???

nanajung

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มีนาคม 03, 2008, 05:33:31 PM »
นี่แหละประเด็นสำคัญจ้าน้องกันย์ แฮร์รี่เลยต้องตาย เพื่อ วิญญาณเศษ เสี้ยวของโวลดี้
 ที่อยู่ในตัวแฮร์รี่ จะได้สูญสลาย เพราะคำสาปพิฆาตที่เค้าเสกใส่แฮร์รี่ แฮร์รี่ยอมเสียสละตัวเองโดยที่ไม่ปกป้อง ตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทำให้วิญญาณเศษเสี้ยว นี้ สูญสิ้น ถ้า อ่าน คิงคอร์ส ตอนที่แฮร์รี่เห็น
เด็ก ที่ น่าขยะแขยง แฮร์รี่จะช่วยแต่ช่วยไม่ได้ เพราะวิญญาณนั้น เกินกว่าจะเยียวยาแล้ว
พอ สำหรับ ความเกี่ยวโยงของ แฮร์รี่ และ โวลดี้ มันก็อยู่ที่เศษเสี้ยววิญญาณนี้ ตามความเข้าใจของพี่
เมื่อเศษเสี้ยววิญญาณของโวลดี้ ถูกกำจัดด้วย คำสาปพิฆาต ความเชื่อม โยงของ แฮร์รี่ กับ โวลดี้ ก็สิ้นสุดลง รวมทั้งความเชื่อมโยง ที่เค้าทั้งสองมีต่อกันด้วย เมื่อเศษเสี้ยววิญญาณของโวลดี้
ที่ติดมากับแฮร์รี่   สูญสิ้น แฮร์รี่ จึงมีวิญญาณที่เป็นตัวของเค้าเองอย่างครบสมบูรณ์
เอาเป็นว่า ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย แฮร์รี่ มี 1 ร่าง 2 วิญญาณ ไงจ๊ะ
งงกว่าเดิมไหมเนี่ย

HpJ

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: มีนาคม 03, 2008, 09:49:02 PM »
งงอยู่ดีอ่ะค่ะพี่ ก้อปู่ดัมบอกว่า ที่แฮร์รี่ไม่ตาย เพราะเวทย์มนตร์ของลิลี่ที่ให้ไว้ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวโวลดี้ ทำให้แฮร์รี่ไม่ตายอ่ะ แล้ว?? หรือว่ากันย์เข้าใจผิดก็มะรุ กับประโยคนี้ของปู่ดัม?
แอบงงนะเนี่ยยย ???

galdewis

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: มีนาคม 04, 2008, 07:34:57 AM »
งงอยู่ดีอ่ะค่ะพี่ ก้อปู่ดัมบอกว่า ที่แฮร์รี่ไม่ตาย เพราะเวทย์มนตร์ของลิลี่ที่ให้ไว้ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวโวลดี้ ทำให้แฮร์รี่ไม่ตายอ่ะ แล้ว?? หรือว่ากันย์เข้าใจผิดก็มะรุ กับประโยคนี้ของปู่ดัม?
แอบงงนะเนี่ยยย ???
คุณกันย์เข้าใจถูกแล้วนะคะ ที่แฮร์รี่ไม่ตาย ก็เพราะคาถาปกป้องแฮร์รี่ของลิลี่ ที่เข้าไปอยู่ในเลือดของโวลเดอมอร์ จากการที่โวลเดอมอร์เอาเลือดแฮร์รี่ไปสร้างร่างใหม่ของตัวเอง เพราะฉะนั้น ดัมเบิลดอร์จึงพูดว่า ตราบใดที่โวลเดอมอร์ไม่ตาย แฮร์รี่ก็ไม่มีวันตายค่ะ (เราชอบเจเคตรงจุดนี้มาก เธอวางพล็อตให้แฮร์รี่ไม่มีวันตายตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ แต่หลอกคนอ่านซะสนิท ว่าแฮร์รี่ต้องตาย ถึงจะทำให้โวลเดอมอร์ตายตามได้)

แต่ที่โวลเดอร์มอร์ตาย เพราะคาถาของลิลี่ปกป้องแต่แฮร์รี่คนเดียว แต่ไม่ได้ปกป้องโวลเดอมอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นการที่โวลเดอมอร์ตาย จึงไม่มีอะไรเกี่ยวกับคาถาของลิลี่ ที่อยู่ในเลือดของโวลเดอมอร์เลยค่ะ

จำได้มั้ยคะ ดัมเบิลดอร์เน้นกับสเนปว่า สเนปจะต้องยุหรือพูดกับโวลเดอมอร์ยังไงก็ได้ ให้โวลเดอมอร์เท่านั้นที่จะ "ต้องเป็นคนฆ่าแฮร์รี่" ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ก็เพราะคาถาปกป้องแฮร์รี่ของลิลี่ (ซึ่งตอนนี้อยู่ทั้งในเลือดแฮร์รี่และเลือดโวลเดอมอร์) จะใช้ได้ผล ในการปกป้องแฮร์รี่จากโวลเดอมอร์คนเดียวเท่านั้น

ถ้าหากว่าโวลเดอมอร์ใช้ให้ลูกน้องไปฆ่าแฮร์รี่ แฮร์รี่ตายแน่นอนค่ะ (เพราะจริงๆ แล้ว แฮร์รี่ก็เป็นแค่พ่อมดเด็กๆ คาถาก็แค่กลางๆ สเนปพูดเอาไว้กับดัมเบิลดอร์) เพราะคาถาของลิลี่ใช้ไม่ได้ผลกับคนอื่นๆ ได้ผลกับโวลเดอมอร์คนเดียวเท่านั้น นี่คือสุดยอดการแต่งของเจเคค่ะ โวลเดอมอร์ตายเพราะทำตัวเองแท้ๆ ทีเดียว เขาประเมินแฮร์รี่สูงเกินไป โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว เหมือนที่ดัมเบิลดอร์บอกอ่ะค่ะ ว่าการที่โวลเดอมอร์ตามฆ่าแฮร์รี่ตั้งแต่แฮร์รี่ยังเป็นแค่ทารกน้อยๆ เท่ากับโวลเดอมอร์ "ทำเครื่องหมาย" ให้แฮร์รี่เป็นผู้เท่าเทียมกับตัวเขาค่ะ

galdewis

Re: Harry Potter กับ เครื่องรางยมทูต
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: มีนาคม 04, 2008, 05:40:23 PM »
เมื่อเช้ารีบตอบไปหน่อย เพราะเวลาน้อย รู้สึกตัวเองยังเขียนไม่เคลียร์ จะขอลองพยายามตอบข้อสงสัยคุณกันย์ ตามความเข้าใจของตัวเองอีกทีนะคะ

คุณกันย์สงสัยว่า ทำไมตอนจบโวลเดอมอร์ถึงตายได้ ทั้งๆ ที่แฮร์รี่ไม่ตาย และทั้งๆ ที่ในเลือดโวลเดอมอร์มีคาถาของลิลี่อยู่

มีเหตุผลหลายข้อค่ะ
1.โวลเดอมอร์ตาย ไม่ใช่เพราะคาถาลิลี่ปกป้องแต่คนที่มีจิตใจดีหรอกค่ะ น้องกันย์คะ (ขออนุญาตเรียกตามนานะจังนะคะ หวังว่าคงไม่รังเกียจนะคะ) แต่คาถาของลิลี่ “ไม่ได้ปกป้องโวลเดอมอร์” ต่างหาก

เพราะคาถาของลิลี่จะปกป้องแต่ชีวิตลูกชายของเธอก็คือแฮร์รี่เท่านั้น และปกป้องได้เฉพาะจากตัวโวลเดอมอร์คนเดียวเท่านั้นด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงต้องย้ำนักย้ำหนากับสเนปว่า สเนปจะต้องพูดยุยงหรือทำยังไงก็ได้ ให้โวลเดอมอร์เข้าใจว่า โวลเดอมอร์จะต้องเป็นผู้ลงมือฆ่าแฮร์รี่เท่านั้น ห้ามให้คนอื่นฆ่า เพราะถ้าคนอื่นฆ่า แฮร์รี่ตายแน่ แต่ถ้าโวลเดอมอร์ฆ่า แฮร์รี่ไม่ตาย เพราะตราบใดที่โวลเดอมอร์ยังมีชีวิตอยู่ เลือดของโวลเดอมอร์ซึ่งมีคาถาลิลี่อยู่ จะปกป้องแฮร์รี่ตลอดไป และแฮร์รี่จะไม่มีวันตาย (ด้วยน้ำมือของโวลเดอมอร์)

จริงๆ แล้วรู้สึกว่า คาถาของลิลี่ในเลือดแฮร์รี่จะหมดฤทธิ์ไปแล้วด้วย ตอนที่แฮร์รี่อายุเต็ม 17 (ใครจำตอนนี้ได้ช่วยมายืนยันหน่อยนะคะ หนังสือเราไม่อยู่อ่ะค่ะ) แต่คาถาของลิลี่กลับมามีชีวิตใหม่ในร่างของโวลเดอมอร์เอง เพราะโวลเดอมอร์ดันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอาเลือดของแฮร์รี่ไปสร้างร่างใหม่ของตัวเอง (นับถือเจเคจริงๆ กับการวางพล็อตที่ซับซ้อนขนาดนี้ได้)

ส่วนที่น้องกันย์พูดถึงตอนที่ดัมเบิลดอร์บอกว่า ให้โอกาสโวลเดอร์มอร์มีทางเลือกที่จะสำนึกผิดนั้น เราคิดว่า ดัมเบิลดอร์หมายความว่า ถ้าโวลเดอร์มอร์จะมีจิตสำนึกหรือความเมตตาปรานีเหลืออยู่ซักนิด หรือเกิดสำนึกผิดในนาทีสุดท้าย ดัมเบิลดอร์ (ซึ่งเป็นคนที่ให้โอกาสคนเสมอ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเคยทำผิดมาก่อนแค่ไหน เพราะดัมเบิลดอร์มีความเชื่อมั่นว่า คนทุกคนจะต้องมีสิ่งที่ดีอยู่ในตัวอย่างน้อย 1 อย่าง) ก็หวังว่า โวลเดอมอร์จะไม่ใช้คำสาปอะวาดา เคดาฟรากับแฮร์รี่ ซึ่งก็จะเท่ากับเป็นการช่วยชีวิตตัวโวลเดอมอร์เอง เพราะถ้าโวลเดอร์ใช้ไม้เอลเดอร์แวนด์ เสกคำสาปอะวาดา เคดาฟราใส่แฮร์รี่เมื่อไหร่ล่ะก็ คนที่จะตายจะไม่ใช่แฮร์รี่ แต่คือตัวโวลเดอมอร์เอง เพราะเท่ากับโวลเดอมอร์ฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากเจ้าของที่แท้จริงของเอลเดอร์แวนด์คือแฮร์รี่ คำสาปอะวาดา เคดาฟราที่ออกมาจากเอลเดอร์แวนด์ จะไม่ทำอันตรายเจ้าของที่แท้จริงคือแฮร์รี่ แต่กลับตีกลับใส่โวลเดอมอร์เอง

2.โวลเดอมอร์ตายได้ไง ทั้งๆ ที่แฮร์รี่ซึ่งเป็นฮอร์ครักซ์อันที่ 7 ไม่ตาย (อันนี้ไม่รู้เข้าใจความสงสัยของน้องกันย์ถูกต้องมั้ยอ่ะค่ะ)
อันนี้เกี่ยวกับคาถาลิลี่ในตัวโวลเดอมอร์ กับเรื่องกฎการทำลายฮอร์ครักซ์

ตอนที่แฮร์รี่เสียสละตัวเองเดินเข้าไปในป่าไปให้โวลเดอมอร์ฆ่านี่ คือจุดเปลี่ยนของเรื่อง ตามที่ดัมเบิลดอร์บอกนั่นเอง

เมื่อโวลเดอมอร์ใช้คำสาปอะวาดา เคดาฟรากับแฮร์รี่ครั้งนี้ (ในหนังสือตอนนี้ไม่ได้เขียนคำว่าอะวาดา เคดาฟรา แต่ใช้คำว่า “แสงสีเขียว” แทน ซึ่งเวลาที่โวลเดอมอร์ใช้คำสาปนี้ทีไร จะมีแสงสีเขียวเกิดขึ้น) เท่ากับเป็นการทำลายเศษเสี้ยววิญญาณของตัวเองที่อยู่ในตัวแฮร์รี่ (ซึ่งจุดนี้ทั้งโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่เอง ก็ไม่รู้ มีดัมเบิลดอร์รู้คนเดียว) เพราะกฎการทำลายฮอร์ครักซ์คือ ต้องทำลาย “ภาชนะ” ที่บรรจุ เศษเสี้ยววิญญาณของโวลเดอมอร์ที่อยู่ข้างในถึงจะตายได้ ในที่นี้ “ร่างกาย” แฮร์รี่เปรียบเสมือน “ภาชนะ” ที่บรรจุฮอร์ครักซ์ (เหมือนกับสมุดบันทึกของทอม ริดเดิ้ล ล็อกเก็ตของซัลลาซาร์ สลิธีรีน แหวนของตระกูลก๊อนท์ ถ้วยฮัฟเฟิลพัฟส์ มงกุฎเรเวนคลอ และงูนากินี) เมื่อทำลาย “ร่าง” แฮร์รี่ เศษเสี้ยววิญญาณโวลเดอมอร์ในร่างแฮร์รี่ก็เลยตาย (เข้าใจว่า คำสาปอะวาดา เคดาฟรา มีฤทธิ์มากพอที่จะทำลายฮอร์ครักซ์ได้ เช่นเดียวกับดาบกริฟฟินดอร์)

แต่ทำไมแฮร์รี่ถึงไม่ตายไปพร้อมกันด้วย อันนี้ก็เป็นเพราะคาถาลิลี่ในตัวโวลเดอมอร์ปกป้องแฮร์รี่ไว้ ตามที่อธิบายไปในข้อแรกน่ะค่ะ เนื่องจากโวลเดอมอร์ยังมีชีวิตอยู่ คาถาลิลี่เลยยังคงทำหน้าที่ของมัน ซึ่งก็มีอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือปกป้องชีวิตลูกชายของเธอก็คือแฮร์รี่

ส่วนที่บอกว่าจุดนี้เป็นจุดเปลี่ยนก็เพราะเมื่อเศษเสี้ยววิญญาณโวลเดอมอร์ในตัวแฮร์รี่ถูกทำลายไปแล้ว (ด้วยความเขลาของโวลเดอมอร์เอง ที่ไม่รู้ว่าแฮร์รี่คือฮอร์ครักซ์อันที่ 7 ของตัวเอง) แฮร์รี่ก็ไม่ต้องตายก่อน เพื่อจะให้โวลเดอมอร์ตายตามอีกต่อไปอีกแล้ว

ส่วนที่ตอนจบโวลเดอมอร์ตายนั้น อยู่นอกเหนือแผนการของดัมเบิลดอร์โดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นบทนั้นถึงตั้งชื่อว่า “The Flaw of the Plan” ซึ่งหมายความว่า แผนการที่ดัมเบิลดอร์ต้องการให้สเนปเป็นคนฆ่าตัวเอง เพื่อจะได้เป็นทายาทเอลเดอร์แวนด์คนต่อไปถัดจากดัมเบิลดอร์นั้น ไม่สำเร็จ และการตายของโวลเดอมอร์เป็นความฉลาดของแฮร์รี่ล้วนๆ ที่วิเคราะห์จนได้ในที่สุดว่า ที่แท้แล้วเจ้าของที่แท้จริงของเอลเดอร์แวนด์คือตัวแฮร์รี่เอง

ไม่ทราบว่าพอจะแก้ข้อสงสัยของน้องกันย์ได้บ้างหรือเปล่านะคะ

ได้บ้านกริฟฟินดอร์ทุกคนเลยเหรอคะ ไม่มีใครได้บ้านสลิธีรีนเลยเหรอ ขอบคุณนานะจังสำหรับคำแปลภาษาไทยบทกลอนของเจ้าพีฟส์นะคะ