Boyclub คลับอบอุ่นของคนรักพี่บอย
ข่าว: โอม! ชยันตี มงคลกาลี ภัทรันกาลี กปาลินี ทุรคา กษมา ศิวา ธาตรี สวะธา มโน สตุเต โอม! อัมเพ อัมวิเก อัมพา ลิเกส มานัยติ ศัศจนัส
สัตยัสวัก สวะภัทธิกัมกาม บิลลาสินี ทุรคาเย นมัส  โอม ไวษณวี !
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน กันยายน 01, 2014, 11:09:03 AM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มีใครดูเรื่อง จางจวีเจิ้ง บ้างคะ  (อ่าน 9371 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
galdewis
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 398


เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2010, 10:06:26 AM »

ได้ดู จางจวีเจิ้ง แค่ตอนเดียว แต่ติดใจมาก
 
แต่ก็ไม่ได้ดูเรื่องนี้อีกเลย จนเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
พอดีได้มาคุยกันเรื่อง ซอนต๊อก เลยนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้

มีใครติดตามเรื่องนี้ประจำมั่งมั้ยคะ มาคุยให้ฟังหน่อย
จบไปหรือยังก็ไม่รู้
 
แต่สงสัยว่าคงจะหาคนดูยาก เวลาฉายไม่เวิร์คเล้ย
วันอาทิตย์ตอนกลางวัน เป็นเวลาที่ไม่เคยอยู่บ้านเลย

เสียดาย หนังดีๆ
ช่องที่ฉาย น่าจะกล้าๆ นำเสนอหน่อย
เอาไปฉายหลบมุมซะอย่างนั้น หนังดีๆ เลยไม่ค่อยมีคนเห็น

ขนาดช่อง 3 ยังกล้าเอาหนังเก่าขนาด อย่าง โอชิน มารีไซเคิลได้เลย

ชอบคนที่เล่นเป็น จางจวีเจิ้ง อ่ะค่ะ
คือคนที่เล่นเป็น ขงเบ้ง ใน สามก๊ก ของจีนแผ่นดินใหญ่
แม้ว่า จางจวีเจิ้ง จะร่วงโรยลงเยอะเลย เมื่อเทียบกับตอนเล่น เป็น ขงเบ้ง
แต่ลุงเขาก็ยังเท่ห์อยู่อ่ะ

กำลังคิดว่า ถ้าเกาหลีฟีเว่อร์หมดยุคไปแล้ว
ยุคอะไรจะมาแทนที่ จีนแผ่นดินใหญ่? หรือว่าบอลลีวู้ด?

ถ้าเทียบหนังเกาหลีกับจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ส่วนตัวชอบจีนมากกว่า
แต่ช่วงนี้รู้สึกหนังจากจีนแผ่นดินใหญ่ เหมือนแผ่วๆ ไปหรือเปล่า
ไม่เห็นมีอะไรมาให้ฮือฮาเลย
บันทึกการเข้า

maybe-the-beauty-or-the-beast head over heels in solitude

Whosoever is delighted with solitude is either a wild beast or a god. –Bacon
นานะจัง
Admin
Hero Member
*****

การ์ม่า: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,687


รังสิมันต์xชลปุษบา


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2010, 11:28:29 AM »

แม้แต่ชื่อยังไม่เคยได้ยินเลยค่ะพี่ galdewis   icon_twisted  เหอะๆ

เห็นในพันทิปพูดถุงเหมือนกัน ช่วงนี้นานะจังไม่ค่อยได้ดูทีวีด้วยอ่ะค่ะ

ดูบางเรื่องจริงๆ ยิ่งทีวีไทย ไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่เคยเปิดเลย ที่ดูทีวีไทย

ก็เรื่องเดียวคือ บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร อ่ะค่ะ สำหรับทีวีช่องนี้ดีนะคะ

มีรายการสาระดีๆเยอะมาก แต่เวลาที่ฉายไม่ค่อยเอื้อต่อการดูเลยจริงๆ

อย่างโอชิน ตอนเด็กเคยดูไปแล้วอ่ะค่ะ ตอนรีรันเลยขี้เกียจดูอ่ะ

แต่อยากให้ช่อง 3 เอา ซีรี่ย์ญี่ปุ่นเรื่องใหม่มาฉายบ้างอ่ะ อย่างหนังจีน

เค้าก็เอามาฉายนะแต่ เวลาออกอากาศ เหมือนให้ผีดูมากกว่าคนดูอ่ะค่ะ

อยากให้ช่อง 3 มีละครไทย น้อยๆเหมือนเมื่อก่อนจัง ที่ สามารถดูหนังจีนได้

วันละ สองชั่วโมงต่อเรื่อง โดยส่วนตัวแล้วนานะจัง ชอบหนังจีน มากกว่าหนังเกาหลีค่ะ

ด้วยหลายๆปัจจัย ซีรี่ย์เกาหลี รู้สึกเค้าชอบยัดเยียดใฒนธรรมมากเกินไปอะค่ะ

จนดูเหมือนกับขายของมากกว่า ขายเนื้อหา แต่เวลาเราดูหนังจีนกำลังภายในเรา

อย่างเปาบุ้นจิ้นหรื่อเรื่องอื่น ไม่รู้สึกว่าเค้าพยายามยัดเยียดวัฒนธรรมอ่ะ

พี่ galdewis ถามว่า ถ้าหมดยุคเกาหลีฟีเวอร์แล้วนานะจัง คิด ว่า

ไม่แน่อาจเกิด กระแส ไทยฟีเวอร์ ก็ได้น้า อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะตอนนี้

อาร์เอส แอ๊คแซ็ค ช่อง 3 เค้าก็ พยายามกันอยู่น้า ได้ข่าวว่า นางทาส

ก็ได้ไปฉาย สิงคโปร์ นะคะ


++++++++++++++++++++++

มหาบุรุษจางจวีเจิ้งมาแล้วครับ ช่อง TPBS « Media Thai

http://www.seesantv.com/detail.php?product=1641



credit : http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K9507209/K9507209.html

ความคิดเห็นที่ 8     

จางจวีเจิ้งมีตัวตนจริงๆครับผม เขารับราชการอยู่ในรัชสมัยของจักรพรรดิเจี่ยจิง, หลงชิ่ง, และว่านลี่ครับ
ในช่วงต้นๆของรัชกาลว่านลี่นั้น จางจวีเจิ้งมีบทบาทอย่างมากต่อการปกครองจักรวรรดิต้าหมิง เพราะจักรพรรดิว่านลี่ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ครับ งานราชกิจต่างๆจึงตกเป็นของคณะขุนนางทั้งหมด

จางจวีเจิ้งก็ปกครองคณะขุนนางและราชสำนักด้วยดีครับ แต่พอจักรพรรดิว่านลี่เจริญชันษาขึ้นก็ชักจะเห็นจางจวีเจิ้งขวางหูขวางตาขึ้นทุกขณะ (เพราะพระองค์ไม่ได้อำนาจปกครองมาอยู่ในพระหัตถ์เสียที) บังเอิญว่าจางจวีเจิ้งป่วยตายไปเสียก่อน จักรพรรดิว่านลี่จึงไม่ต้องทรงลงมือชิงพระราชอำนาจคืนหน่ะครับ

พอจางจวีเจิ้งตาย 10 กว่าปีต่อมาของรัชสมัยว่านลี่ พระองค์ก็ยังทรงทำนุบำรุงประเทศด้วยความอุสาหะต่อไป ทว่าพอเข้าช่วงปลายรัชสมัยจักรพรรดิว่านลี่ก็กลายเป็นจักรพรรดิที่ไม่เอาอ่าว ไม่ออกว่าราชการติดต่อกันหลายๆปี ปล่อยปละละเลยราชสำนักหมิงให้เหล่าขุนนางสอพลอโกงกินกันเป็นว่าเล่น พระองค์ก็ทรงสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย รีดนาทาเร้นภาษีชาวบ้านอย่างหนัก

จักรวรรดิหมิงเลยเริ่มเดินเข้าสู่ยุคแห่งความหายนะนับแต่บัดนั้นมา ตามด้วยมีจักรพรรดิแย่ๆแบบจักรพรรดิไท่ชางและเทียนฉี พอตกถึงยุคจักรพรรดิฉงเจิน พระองค์ที่หลับตาแก้ปัญหาเหมือนลิงแก้แห ก็หมดหนทางที่จะกอบกู้ราชสำนักหมิงเอาไว้ได้

จากคุณ : อุ้ย (digimontamer)     
เขียนเมื่อ : 25 ก.ค. 53 19:50:48   

 

ความคิดเห็นที่ 11     

จางจวีเจิ้งเป็นขุนนางตงฉินนักปฎิรูปเศรษฐกิจจีนอีกคนหนึ่งที่มีชะตากรรมแสนรันทด เพียงแต่เขาไม่ได้ประสพมันในยามมีชีวิตอยู่ พลันที่เขาถึงแก่กรรม ฮ่องเต้ว่านลี่ก็สั่งให้ค้นบ้าน/ยึดทรัพย์จาง-ซึ่งเคยเป็นทั้งอาจารย์ถวายอักษรของตัวเอง/อดีตผู้สำเร็จราชการ/อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ผลการรื้อค้นหาทรัพย์สมบัติจากขุนนางมือสะอาดท่านนี้ก็สร้างความผิดหวังให้ว่านลี่ ถึงขนาดจะเปิดโลงเขาเพื่อค้นหาจากศพมาเพิ่มให้ได้มากที่สุด เคราะห์ยังดีที่มีผู้ทูลยับยั้งไว้

ลูกชายคนหนึ่งของเขาซึ่งเป็นขุนนางชั้นสูงทนความอัปยศที่ตระกูลจางถูกกระทำย่ำยีไม่ได้ ถึงขนาดฆ่าตัวตาย

หลายปีต่อมา นักปวศ.จีนได้คืนความยุติธรรมให้เขา ชาวบ้านที่บ้านเกิดของเขาในมณฑลหูเป่ยได้ทำการอนุรักษ์บ้านที่เขาเคยอยู่ สร้างรูปปั้นเขาไว้หน้าบ้าน และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจางจวีเจิ้ง เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่คนดีที่มุ่งมั่นต่อสู้/ทำประโยชน์ให้บ้านเมือง โดยไม่หวั่นไหวกับอุปสรรคใดๆ

จางจวีเจิ้งก็ไม่ต่างจากนักปฎิรูปอีกหลายๆคน ที่ต้องผจญแรงเสียดทานจากผู้สูญเสียประโยชน์ แต่เขาโชคดีที่มีไท่โห้ว+หัวหน้าขันทีซึ่งมีคุณธรรมหนุนหลังอยู่ ราชสำนักหมิงภายใต้การบริหารของเขาจึงพุ่งขึ้นสู่ความรุ่งเรือง ก่อนจะถึงกาลวิบัติเพราะความ昏庸  昏庸กว่า และ昏庸ที่สุดของฮ่องเต้หมิงองค์ต่อๆมา

จากคุณ : เหนียว-อวี่   
เขียนเมื่อ : 28 ก.ค. 53 15:35:17 
 


บันทึกการเข้า



แก้วนพเก้า Click >>>   โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา
<a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf</a><a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf</a>

https://www.facebook.com/Nanajung
กาฬรหัสย์
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: -2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,180


ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2010, 11:40:41 AM »

อ๋ออ   เรื่องนี้นี่เอง   กาฬเพิ่งเคยดูอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองค่ะ 
แม่เปิดทีวีเอาไว้  ก็เลยดูบ้างไม่ดูบ้าง   แต่ไม่รู้ว่าชื่อเรื่องอะไร
มีความรู้สึกไม่ค่อยชอบในระบบอำนาจที่เอาพรรคเอาพวกแบบนี้อ่ะค่ะ  เลยไม่ค่อยอยากดู
ถึงแม้จะรู้ว่าเค้าสะท้อนประวัติศาสตร์ก็เถอะ

แต่กาฬชอบไทเฮานะ  มีความเป็นผู้นำมาก แต่ไม่ชอบพระอัยกาเลยที่อาศัยบารมีไทเฮาหาประโยชน์ให้ตัวเอง

และคงไม่ได้ดูตลอด  เพราะอย่างที่บอก เวลาฉายไม่ค่อยสะดวกดู
บันทึกการเข้า

**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**
galdewis
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 398


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2010, 01:05:45 PM »

ตอนที่พี่ได้ดู ยังไม่เห็นไทเฮาเลยค่ะ น้องกาฬ
ดูไปแค่ตอนเดียวก็ปิ๊งเลย ทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
จางจวีเจิ้ง เป็นใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จีนแน่ๆ

ที่พี่สนใจ จางจวีเจิ้ง ขึ้นมา ก็เพราะไม่รู้จักนี่แหละค่ะ
ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
ยังสงสัยว่า อยู่ในยุคราชวงศ์ไหนของจีนนะ

อ่านที่นานะจังช่วยค้นมาให้ ถึงเพิ่งรู้ว่าอยู่ราชวงศ์หมิง
ช่วงก่อนที่จะหมดยุคราชวงศ์หมิง ในยุคของฉุงเจินฮ่องเต้ แล้วเปลี่ยนเป็นราชวงศ์แมนจู

ยังไม่เคยอ่านหนังสือ หรือดูหนังที่เกี่ยวกับ จางจวีเจิ้ง เลยอ่ะค่ะ
เลยรู้สึกว่าน่าสนใจดี ที่มีหนังเกี่ยวกับคนสำคัญของจีนในอดีต ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อ
มาให้ได้ดูบ้าง เพราะเบื่อเรื่องเก่าๆ อย่างสามก๊กแล้ว

ใครเคยดูเรื่องศึก 2 นางพญามั้ยคะ
องค์หญิงฉางผิง เป็นพระธิดาของฮ่องเต้ฉุงเจิน ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิง

นานะจัง จำอาจารย์ที่เป็นแม่ชีของ อุ้ยเสี่ยวป้อ คนโปรดของนานะจังได้มั้ยคะ
ที่เป็นคนสอนวิชา เทพเดินหนร้อยแปลง ให้ อุ้ยเสี่ยวป้อ อ่ะค่ะ
แม่ชีคนนั้น ก็คือองค์หญิงฉางผิง ที่ต้องบวชเป็นแม่ชี เพราะสิ้นชาตินั่นเอง
เพราะฉะนั้น แม่ชีเลยเกลียด คังซี
เพราะคังซี คือฮ่องเต้องค์ที่ 2 ของราชวงศ์ชิง (แมนจู) ที่ล้มราชวงศ์หมิง

ขอบคุณนานะจังมากๆ เลยค่ะ ที่ค้นมาให้ จากพันทิปเหรอคะ
พี่ก็ว่าจะไปค้นมาอ่านบ้างเหมือนกัน แต่ลืมไป เพราะว่าไม่ได้ตามดูเรื่อง จางจวีเจิ้ง เลย

ตอนที่พี่ได้ดูนั้น มีความรู้สึกชอบเนื้อเรื่อง กับบทมากเลย
มันเป็นตอนที่ จางจวีเจิ้ง ส่งคนไปเก็บภาษีที่บ้านพ่อของตัวเอง
ตามนโยบายปฏิรูปภาษีใหม่ของ จางจวีเจิ้ง เอง (เหมือนเรื่อง ซอนต๊อก เลย)

เพราะว่าไม่มีใครกล้าที่จะไปเก็บภาษีกับพ่อเฒ่าจาง
เนื่องจากเกรงใจลูกชาย คือท่านจางจวีเจิ้ง
ก็เลยต้องส่งขุนนางหนุ่มคนนึง ที่เป็นคนกล้าบ้าดีเดือด
และเป็นคนฉลาดหลักแหลมไป

มันสนุกมากเลย ตอนที่ จางจวีเจิ้ง คิดว่า จะส่งใครไปเก็บภาษีพ่อตัวเองดี
เพราะงานนี้ ต้องการคนที่ฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบปฏิภาณมาก

แล้วก็เหตุการณ์หลังจากที่ขุนนางหนุ่มคนนี้ ถูกส่งไปทำหน้าที่
ซึ่งต้องใช้สติปัญญาอย่างมาก ไม่งั้นคงจะเอาตัวไม่รอด

เสียดายที่ตอนที่พี่ได้ดู จบลงซะก่อนที่จะรู้ว่า
ตกลงขุนนางหนุ่ม เก็บภาษีพ่อเฒ่าจาง สำเร็จหรือเปล่า

พออาทิตย์ถัดไป พี่ก็ไม่อยู่บ้าน เลยอดดูเฉลยเลย แล้วเลยลืมเรื่องนี้ไปเลย


ซีรี่ย์เกาหลี รู้สึกเค้าชอบยัดเยียดใฒนธรรมมากเกินไปอะค่ะ

จนดูเหมือนกับขายของมากกว่า ขายเนื้อหา

จริงค่ะ อันนี้เห็นด้วย

สาเหตุที่ไงๆ เกาหลีก็ยังคงไม่โดนใจพี่ เป็นเพราะอย่างที่นานะจังวิเคราะห์นี่แหละ
เขา “ยัดเยียด” “ประดิษฐ์” “ออกแบบ” มากเกินไป
จนมันไม่เหลือความเป็นธรรมชาติเท่าไหร่
เพราะมันดูเพอร์เฟ็คท์เกินไป ออกแบบมากเกินไป ดูเนี้ยบ ประณีตมากเกินไป
ช่างตรงข้ามกับ “อีกประเทศนึง” จริงๆ
ถ้าจับ 2 ประเทศนี้มาเขย่ารวมกัน อาจจะออกมาพอดี

แล้วที่นานะจังบอกว่าขายของนี่ เห็นด้วยสุดๆ ของที่สุดเลย
การที่เกาหลีโคลสหน้าตัวละครหญิงแบบสุดๆๆ แถมแช่ภาพนานมากๆ
นานจนรู้สึกได้อ่ะ นานจนเกินพอดี
มันเป็นการจงใจโฆษณาขายเครื่องสำอางค์เกาหลีชัดๆ และมันได้ผลมาก
หนังเกาหลีแท้จริงแล้ว คือหนังโฆษณาขายของดีๆ นี่เอง


พี่ galdewis ถามว่า ถ้าหมดยุคเกาหลีฟีเวอร์แล้วนานะจัง คิด ว่า

ไม่แน่อาจเกิด กระแส ไทยฟีเวอร์ ก็ได้น้า

ทั้งชาตินิยม และมองโลกในแง่ดีมากอ่ะ นานะจัง พี่ชอบ ^^

บันทึกการเข้า

maybe-the-beauty-or-the-beast head over heels in solitude

Whosoever is delighted with solitude is either a wild beast or a god. –Bacon
นานะจัง
Admin
Hero Member
*****

การ์ม่า: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,687


รังสิมันต์xชลปุษบา


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2010, 02:14:18 PM »


ใครเคยดูเรื่องศึก 2 นางพญามั้ยคะ
องค์หญิงฉางผิง เป็นพระธิดาของฮ่องเต้ฉุงเจิน ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิง

นานะจัง จำอาจารย์ที่เป็นแม่ชีของ อุ้ยเสี่ยวป้อ คนโปรดของนานะจังได้มั้ยคะ
ที่เป็นคนสอนวิชา เทพเดินหนร้อยแปลง ให้ อุ้ยเสี่ยวป้อ อ่ะค่ะ
แม่ชีคนนั้น ก็คือองค์หญิงฉางผิง ที่ต้องบวชเป็นแม่ชี เพราะสิ้นชาตินั่นเอง
เพราะฉะนั้น แม่ชีเลยเกลียด คังซี
เพราะคังซี คือฮ่องเต้องค์ที่ 2 ของราชวงศ์ชิง (แมนจู) ที่ล้มราชวงศ์หมิง



องค์หญิงฉางผิง แม่ชี ในอุ้ยเสี่ยวป้อ คนไหนหว่า จำไม่ได้อ่ะค่ะ
จำได้แต่ นางกลางเมือง ที่ บวชเป็นแม่ชี เป็นแม่ของนางเอกคนที่ 7 ที่ชื่อ อาเคอ อ่ะค่ะ
เค้าใช้ตัวแสดงคนเดียวกันด้วย นางเอกที่นานะจังชอบ คือ องค์หญฺงฉางผิง
กับ อีกคนที่ ตอนแรกเค้าปลอมตัวเป็นไทเฮา (หลงเอ๋อ)อ่ะค่ะ ส่วนอาจารย์ของอุ้ยเสี่ยวป้อ
นานะจังจำได้ แค่ สองคน ที่เป็นผู้ชายอ่ะค่ะ คนแรก รับบบทโดยเจิ้งอวี้เจี้ยน
แล้วอาจารย์อีกคน นี่รู้สึกจะเป็นอู๋โม่งต๊ะ มั้ง ไม่แน่ใจ อยากหา ดีวีดีมาดูอีกรอบอ่ะค่ะ
พี่พอมีรูปของ แม่ชี ที่ว่าไหมคะ ถ้าเห็นรูปอาจจะนึกหน้าออก



ขอบคุณนานะจังมากๆ เลยค่ะ ที่ค้นมาให้ จากพันทิปเหรอคะ
พี่ก็ว่าจะไปค้นมาอ่านบ้างเหมือนกัน แต่ลืมไป เพราะว่าไม่ได้ตามดูเรื่อง จางจวีเจิ้ง เลย

ตอนที่พี่ได้ดูนั้น มีความรู้สึกชอบเนื้อเรื่อง กับบทมากเลย
มันเป็นตอนที่ จางจวีเจิ้ง ส่งคนไปเก็บภาษีที่บ้านพ่อของตัวเอง
ตามนโยบายปฏิรูปภาษีใหม่ของ จางจวีเจิ้ง เอง (เหมือนเรื่อง ซอนต๊อก เลย)

เพราะว่าไม่มีใครกล้าที่จะไปเก็บภาษีกับพ่อเฒ่าจาง
เนื่องจากเกรงใจลูกชาย คือท่านจางจวีเจิ้ง
ก็เลยต้องส่งขุนนางหนุ่มคนนึง ที่เป็นคนกล้าบ้าดีเดือด
และเป็นคนฉลาดหลักแหลมไป

มันสนุกมากเลย ตอนที่ จางจวีเจิ้ง คิดว่า จะส่งใครไปเก็บภาษีพ่อตัวเองดี
เพราะงานนี้ ต้องการคนที่ฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบปฏิภาณมาก

แล้วก็เหตุการณ์หลังจากที่ขุนนางหนุ่มคนนี้ ถูกส่งไปทำหน้าที่
ซึ่งต้องใช้สติปัญญาอย่างมาก ไม่งั้นคงจะเอาตัวไม่รอด

เสียดายที่ตอนที่พี่ได้ดู จบลงซะก่อนที่จะรู้ว่า
ตกลงขุนนางหนุ่ม เก็บภาษีพ่อเฒ่าจาง สำเร็จหรือเปล่า

พออาทิตย์ถัดไป พี่ก็ไม่อยู่บ้าน เลยอดดูเฉลยเลย แล้วเลยลืมเรื่องนี้ไปเลย



เท่าที่พี่ galdewis เล่าเรื่อง จางจวีเจิ้ง มา น่าสนุกดีนะคะ เด๋วถ้าว่างจะหาแผ่นมาดูค่ะ
น่าจะมีขายมั้ง ชอบหนังแนวนี้ที่ใช้ความคิดเยอะนิดนึง



จริงค่ะ อันนี้เห็นด้วย

สาเหตุที่ไงๆ เกาหลีก็ยังคงไม่โดนใจพี่ เป็นเพราะอย่างที่นานะจังวิเคราะห์นี่แหละ
เขา “ยัดเยียด” “ประดิษฐ์” “ออกแบบ” มากเกินไป
จนมันไม่เหลือความเป็นธรรมชาติเท่าไหร่
เพราะมันดูเพอร์เฟ็คท์เกินไป ออกแบบมากเกินไป ดูเนี้ยบ ประณีตมากเกินไป
ช่างตรงข้ามกับ “อีกประเทศนึง” จริงๆ
ถ้าจับ 2 ประเทศนี้มาเขย่ารวมกัน อาจจะออกมาพอดี

แล้วที่นานะจังบอกว่าขายของนี่ เห็นด้วยสุดๆ ของที่สุดเลย
การที่เกาหลีโคลสหน้าตัวละครหญิงแบบสุดๆๆ แถมแช่ภาพนานมากๆ
นานจนรู้สึกได้อ่ะ นานจนเกินพอดี
มันเป็นการจงใจโฆษณาขายเครื่องสำอางค์เกาหลีชัดๆ และมันได้ผลมาก
หนังเกาหลีแท้จริงแล้ว คือหนังโฆษณาขายของดีๆ นี่เอง





นั่นแหละค่ะ เดี๋ยวนี้อะไรก็เป็นการค้าไปหมด แต่ สำหรับเกาหลี
รู้สึกจะอยากขายของมากไปหน่อย จนคนดูเค้ารู้เจตนา เลยเป็นอะไร
ที่เอือมกันอ่ะค่ะ จริงกระแสเกาหลี นานะจังว่าตอนนี้ในบ้านเราก็ไม่ได้
มากมายหรือเฟื่องฟูเท่าช่วง แดจังกึมนะคะ ก็คงเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยอ่ะค่ะ
อยู่ทีว่าอันไหนจะฝังรากลึกอยู่ได้นาน หรือ มาแล้วก็เลยผ่านไป
อย่าง จีน นี่คิดว่า คงไม่ได้หายไปไหน แค่โดนกลบไปบ้าง แต่
ถ้าความรู้สึกที่คนส่วนใหญ่มีต่อหนังจีน มันให้ความผูกพันมากกกว่าที่มีต่อหนังเกาหลีนะ
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา หรือ แม้แต่ตัวนักแสดง ถ้าเกาหลีเค้า ไม่ยัดเยียดมากขนาดนี้
คงไม่มีกระแสแอนตี้ เกาหลีเกิดขึ้นอย่างมากมายขนาดนี้หรอกค่ะ เห็นในพันทิปด่า
เกาหลีกันที ก็โห นี่ไปแค้นเค้ามาแต่ชาติปางไหนเนี่ย





ทั้งชาตินิยม และมองโลกในแง่ดีมากอ่ะ นานะจัง พี่ชอบ ^^


อืมจริงๆ นานะจัง คิดมาตลอดนะคะ ว่าซักวัน ถ้านานะจังเข้าไปยืนในจุดที่สามารถ
ทำตรงนั้นได้ ทำให้บ้านเราเป็นที่นิยม บ้างนานะจังก็อยากจะทำค่ะ และคงเต็มที่กับมันมาก
อย่างละครพื้นบ้าน นานะจังคิดว่า เป็นอีกหนึ่ง วัฒนธรรม และเป็กลักษณ์อย่างหนึ่ง
ของบ้านเรา เหมือนกับ ประเทศ จีน มี หนังจีนกำลังภายในให้ดูอ่ะค่ะ
ไม่นับการผูกเรื่องนะคะ เพราะของเรามันเป็นแบบนิทานพื้นบ้าน เน้นอภิหารให้เข้าใจง่ายมากกว่า
ถ้ามวยคู่สูสี ก็ คงเป็นไซอิ๋ว นางพญางูขาว อะไรเทือกๆ นั้น อ่ะค่ะ
แต่ปัญหา คือนานะจังไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่จะทำมันได้ และ ละครพื้นบ้านสมัยนี้
เค้าก็เน้นไปทาง ขายของมากกว่า ทำให้นานะจังรู้สึกว่า ถ้ามันเป็นแบบนี้
เราคงต้องหาทาง ให้ ได้รับการยอมรับในสื่ออื่นแทน เท่าที่จะสามารถทำได้
คนไทยเรา มีคนเก่ง และหวังดีต่อประเทศนีเยอะนะคะ อย่างพี่ galdewis ก็คนนึงล่ะ
แต่ว่า ระบบ บ้านเราไม่เอื้ออำนวยตรงที่ เห็นใครดีเกินหน้าไม่ได้ มันทำให้การจะผลักดันอะไร
ซักยากเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก รอนานะจัง เป็น นายก ก่อนละกันค่ะ อาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง
แต่คงต้องรอถึงชาติหน้า หรืออีกหลายๆ ชาติล่ะมั้ง แต่ก็หวังเสมอว่า ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น
พยายามมองโลกในแง่ดีสุดฤทธิ์ อิอิ
บันทึกการเข้า



แก้วนพเก้า Click >>>   โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา
<a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf</a><a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf</a>

https://www.facebook.com/Nanajung
galdewis
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 398


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2010, 01:03:30 PM »

ศึก 2 นางพญาที่พี่ได้ดู เป็นเวอร์ชั่นเก่ามากอ่ะค่ะ แทบจะจำคนเล่นไม่ได้แล้ว
แล้วก็ไปหาอ่านเอาด้วย ถึงได้ยังจำเรื่องนี้ได้

ส่วน อุ้ยเสี่ยวป้อ นี่ ดู แต่ไม่ติด รู้สึกจะคนละเวอร์กับที่นานะจังบอกมาด้วยอ่ะ

จริงๆ อุ้ยเสี่ยวป้อ นี่ พี่รู้จักเรื่องนี้จากหนังสืออ่ะค่ะ
หรือว่าในหนัง จะตัดบทแม่ชีไป แต่ไม่น่านะ

เพราะว่าแม่ชีก็เป็นอาจารย์คนสำคัญของ อุ้ยเสี่ยวป้อ เลยล่ะ
เพราะว่าสอนวิชาสำคัญที่สุดให้ อุ้ยเสี่ยวป้อ ด้วย
คือวิชา เทพเดินหนร้อยแปลง นั่นแหละ

แต่จริงๆ แล้ว มันก็คือวิชา "หนี" ดีๆ นี่เอง
เพราะมือคือวิชาตัวเบาขั้นเทพ (คิดว่าคงผสมนินจาด้วย) ทำให้หนีได้ไวโคดๆ

แล้วให้เผอิญ ที่มันดันเป็นวิชาที่เหมาะกับนิสัยของเจ้าอุ้ยเสี่ยวป้อ มากๆ
ที่ไม่สู้คน เอาแต่หนีอย่างเดียว
มันเลยมีพรสวรรค์ เรียนวิชานี้สำเร็จอย่างรวดเร็ว
แล้วก็เป็นวิชาที่ช่วยชีวิต อุ้ยเสี่ยวป้อ ได้หลายครั้งเลย

ขอพูดถึงราชวงศ์หมิงนิดนึงนะคะ
ส่วนใหญ่ ถ้าเราจะรู้จักราชวงศ์นี้ ก็คงจะรู้จักเฉพาะ จูหยวนจาง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง
เพราะมีหนังที่พูดถึงพระองค์อยู่เรื่อยๆ
อย่างใน มังกรหยกภาค 3 ตอนเตียบ่อกี้นี่ ก็มี จูหยวนจาง เป็นตัวละครตัวนึงด้วย
เป็นคนที่มีประวัติชีวิตน่าสนใจมาก ปฐมกษัตริย์องค์นี้
โหดเหี้ยมมากด้วย แต่ไม่รู้เทียบกับจิ๋นซีแล้ว ใครจะโหดกว่า
 

เพิ่งรู้จากนานะจังนี่แหละ ว่ามีกระแสแอนตี้เกาหลีด้วย
นึกว่าจะหลงกันจนไม่ลืมหูลืมตาซะอีก


เออ พี่ไปเจอกระทู้เก่ามาก ในเว็บบอร์ดนิตยสารสกุลไทยมา
วิจารณ์นักเขียนรุ่นเก่าอย่าง ทมยันตี กับ โสภาค สุวรรณ อย่างถึงกึ๋นมาก
อ่านแล้วรู้สึกสงสารสองท่านเลยทีเดียว
เลยลิงค์มาให้ลองอ่านดูค่ะ

http://www.sakulthai.com/webboard/Questionv.asp?GID=910
บันทึกการเข้า

maybe-the-beauty-or-the-beast head over heels in solitude

Whosoever is delighted with solitude is either a wild beast or a god. –Bacon
กาฬรหัสย์
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: -2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,180


ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2010, 01:46:03 PM »

ไม่ค่อยรู้เรื่องประวัติศาสตร์จีนและหนังจีนเท่าไร  ยากจะออกความเห็น

แต่ตามเข้าไปในกระทู้นั้นค่ะ   
เป็นครั้งแรกที่เจอคำวิจารณ์นักเขียนรุ่นใหญ่ๆ ได้แรงจริงๆ
แต่ก็ไม่ชอบใจบางคนที่วิจารณ์นะคะ  ประมาณว่าให้โละงานของนักเขียนเก่าๆ ออก
กาฬว่า "บางงาน" ก็ทรงคุณค่าตามวัยของท่านนะ

สงสารคุณโสภาค สุวรรณ จำได้ว่าอ่านของท่านคือ  สายโลหิต กับ ญาติกา 
เรื่องอื่นนอกจากนั้นไม่ได้อ่าน  แต่ก็ได้ยินมาตั้งแต่มัธยมแล้วว่า งานเขียนของท่านช่วงหลังไม่สนุก
เนื่องจากท่านเข้าทางธรรมะมากเกินไป  ทำให้อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ไม่สนุึก

แต่กาฬคิดว่า ที่ท่านเขียนๆ ในช่วงหลัง คือสิ่งที่อยากจะเขียนมากกว่านะ  ไม่ใช่สักแต่ว่าเขียน 
เหมือนว่า ถึงจุดที่หยุดดิ้นรนแล้ว  อยากเขียนในแบบเรื่อยๆ  พอใจในสิ่งที่ตัวเองเขียน

แล้วก็เรื่องไข่ปลาเยอะ  (ตัวกาฬเองก็ไข่ปลาเยอะเหมือนกัน  เห็นทีจะต้องไปปรับปรุงบ้าง) icon_exclaim


ส่วนของคุณทมยันตี  อันนี้ประทับใจหลายเรื่อง   
เรื่องที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่สนุก  ศิวาลัย นี่  ตอนอ่านก็....ไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะค่ะ  icon_redface
พอจับบทตัวละครได้  แต่ว่า ก็งงกับตอนจบอยู่ดีนั่นแหละ 

ส่วนสุริยวรรมัน  น่าแปลก  กาฬกลับชอบเรื่องนี้เอามากๆ ถึงขนาดนอนร้องไห้เลยทีเดียว
ทั้งที่หลายคนบอกว่าอ่านแล้วไม่เข้าใจเพราะยากเกินไป

สำหรับกาฬแล้ว  ความจืดที่เจอในงานของคุณทมยันตีคือ ไม่ค่อยเก็ตในการดำเนินเรื่อง

ก็คงจะอย่างที่บางคนบอกว่า  นานาจิตตัง

รูปแบบงานเขียนของนักเขียนหลายคน   กาฬก็เจอที่ สนุกมาก สนุกน้อย สลับกันไป
จะหวังว่างานทุกงานของนักเขียนคนโปรดจะสนุกทุกเรื่อง  ก็เห็นจะไม่ไหวล่ะ

แต่ที่แน่ๆ  ประทับใจ บาดาล  และรอ เทวปักษี อย่างจดจ่อ 
 icon_rolleyes
บันทึกการเข้า

**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**
galdewis
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 398


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 02:33:58 AM »

พี่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องประวัติศาสตร์จีนหรอกค่ะ น้องกาฬ
จะรู้ (แบบงูๆ ปลาๆ) เฉพาะที่เกี่ยวกับนิยายจีนที่ชอบ เท่านั้นเอง

เพราะพออ่านนิยายเรื่องไหนๆ แล้วชอบ ไม่เฉพาะนิยายจีน
ก็จะกระตุ้นความอยากรู้ ให้ไปค้นคว้าต่อ
อย่างตอนอ่านมังกรหยก ก็อยากรู้เรื่องราชวงศ์ซ่ง ที่เป็นแบ๊คกราวนด์ของเรื่อง
ก็ไปค้นประวัติศาสตร์มาอ่าน ปรากฏว่า สนุกกว่าอ่านนิยายซะอีก

แต่ก็จะหมดความสนใจเพียงแค่ช่วงที่เกี่ยวกับนิยายที่อ่านอ่ะค่ะ

แต่ถ้าไปเจอติดใจนิยายเรื่องใหม่ มีอิงประวัติศาสตร์อีก
ก็จะค่อยไปค้นมาอ่านอีก เป็นคราวๆ ไปอย่างงี้อ่ะค่ะ

เพราะปกติ จะเป็นคนที่ไม่สามารถทนอ่านอะไร ที่ยังไม่รู้สึกว่าสนใจได้เลย
แล้วยิ่งสำนวนภาษาในงานที่ไม่ใช่นิยายนี่ ไม่ชอบอ่านเลย มันน่าเบื่อ
แต่เพราะความชอบ ที่เรามีให้กับนิยายเรื่องที่เราติดใจ
ทำให้เกิด “ภูมิ” จนสามารถอดทนอ่านข้อมูลประวัติศาสตร์ ที่สำนวนธรรมดาได้
เพราะความ “อยากรู้” ตัวเดียว

หรืออย่างตอนที่อ่าน “โครงกระดูกในตู้” ของท่านคึกฤทธิ์
ทำให้เกิดความอยากรู้เกี่ยวกับเจ้าแม่วัดดุสิตอย่างมาก จนต้องไปค้นข้อมูลอ่าน
หรืออย่างตอนอ่านเรื่อง “เทวากับซานตาน” กับ “รหัสลับดาวินชี”
ก็ทำให้อยากรู้เรื่องอิลลูมินาติ กับฟรี เมซันส์มากๆ
จนต้องไปค้นจนกระทั่งรู้ว่า มีสมาคมนี้อยู่ในเมืองไทยด้วย

แต่พอหมดความอยากรู้แล้ว ก็จะเลิกสนใจไปเลย
หรือบางที ค้นมาอ่านนานแล้ว อ่านแล้วก็ลืมไปแล้วก็มี

ทีนี้ กลับมาที่กระทู้ที่วิจารณ์นักเขียน 2 ท่าน
พี่ไม่สามารถวิจารณ์งานเขียนในช่วงหลังของ 2 ท่านได้ เพราะไม่ได้อ่านเลย

ส่วนในกระทู้นั้น พี่ติดใจสำนวนคนที่วิจารณ์อ่ะค่ะ
เขียนหนังสือดีมาก แทบทุกคนเลย สมกับเป็นนักอ่านจริงๆ

แต่เรื่องวิจารณ์นี่ วิจารณ์แรงมากๆ
ถ้าคนที่ชอบนักเขียน 2 ท่านนี้มาอ่าน อาจต้องถึงกับร้องไห้เลยทีเดียว
ส่วนตัวนักเขียน ถ้าถูกวิจารณ์ขนาดนี้นี่ ถึงขั้นหมดกำลังใจกันได้เลย

แต่พี่ก็คิดว่าเป็นเรื่องนานาจิตต&deg; เหมือนน้องกาฬเหมือนกัน
มันแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนอ่ะ บางคนชอบงานเขียนแนวนี้ ไม่ชอบแนวนั้น

ความแตกต่างมันก็มีแค่ว่า ถ้างานเขียนแนวไหน คนชอบมาก
งานนั้นก็อาจจะดังมาก คนเขียนก็คงจะดังตามไปด้วย
แต่ถ้างานแนวไหนคนชอบน้อย งานนั้นก็คงจะดังน้อย
และคนเขียนก็อาจจะไม่ค่อยดัง

แต่การไม่ดัง ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเขียนไม่ดี
แต่อาจเป็นเพราะเป็นแนวการเขียนที่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบ
ถ้าอยากจะให้คนชอบมากๆ ก็อาจจะต้องปรับแนวเขียน

อย่างที่เขาวิจารณ์ว่างานเขียนช่วงหลังของทมยันตีอ่านยาก
แต่น้องกาฬกลับชอบเรื่องสุริยวรรมัน อันนี้เห็นชัดๆ เลย ว่า นานาจิตต&deg; จริงๆ 

แต่อ่านที่ในกระทู้นั้น พี่รู้สึกว่า
คนอ่านวิจารณ์ในแง่ของคุณภาพการเขียนอยู่เยอะเหมือนกัน
แต่เนื่องจากว่าตัวเองไม่ได้อ่าน ก็เลยไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงแค่ไหน

อย่างพี่จะไม่ชอบนิยายที่ใช้สำนวนเขียนแบบโสภี พรรณราย
แต่ก็คิดว่ามันเป็นสำนวนการเขียนอีกแนวนึง ที่ต่างไปจากแบบที่เราชอบ
และก็มีคนนิยมอ่านด้วย

ตอนแรกไม่เคยอ่านนิยายของโสภีเลย
แต่เคยดูละครที่สร้างจากนิยายของเธอ (จำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร) แล้วติดใจ
เลยไปตามหาหนังสือมาอ่าน
แต่ปรากฏว่า ไม่ชอบหนังสือเอาซะเลย
เพราะไม่ชอบสำนวนเขียนที่มีแต่ไดอาล็อก (เพราะอย่างนี้ถึงไม่ชอบอ่านการ์ตูน)
การเขียนที่จะโชว์สำนวนภาษาและความคิดของตัวคนเขียน มีน้อยมาก
ใช้ศัพท์ซ้ำๆ อยู่ไม่กี่ตัว ซ้ำไปซ้ำไป น่าเบื่อมาก
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า หนังสือสนุกสู้ละครไม่ได้ ปกติจะรู้สึกตรงข้ามตลอด
ตั้งแต่นั้นก็ไม่หยิบนิยายของนักเขียนคนนี้อีกเลย
ทั้งๆ ที่ละครที่สร้างจากนิยายของเธอ รู้สึกจะประสบความสำเร็จแทบทุกเรื่อง

ที่รู้สึกว่าตัวเองพอเขียนหนังสือได้รู้เรื่องอย่างทุกวันนี้
เพราะเป็นคุณจากการได้อ่านนิยายของนักเขียนชั้นครูทั้งหลาย
อย่างทมยันตี โสภาค สุวรรณ ว. วินิจฉัยกุล หรือแม้แต่ กิ่งฉัตร นี่แหละ
เพราะสำนวนเขียนของนักเขียนรุ่นใหญ่เหล่านี้ มันเป็น “ภาษา” น่ะ
ไม่ได้มีแต่ไดอาล็อก
เป็นภาษาไทยที่ดีที่สุด เป็นประดุจ “ตำราการใช้ภาษาไทยภาคปฏิบัติ”
ที่ไม่ใช่อ่านแล้วได้ความรู้ ได้วิธีเขียน วิธีใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ยังได้รับความสนุก เพลิดเพลินจากการอ่านด้วย

ที่สำคัญคือ ได้ “ความคิด”
นิยายดีๆ มันทำให้เรารู้จักคิด และรู้จักที่จะเข้าใจคนอื่น

เสียดาย ที่รู้สึกว่า การเขียนนิยายยุคหลังๆ
ดูจะออกห่างจากแนวการเขียนแบบนี้ ไปทุกทีๆ
บันทึกการเข้า

maybe-the-beauty-or-the-beast head over heels in solitude

Whosoever is delighted with solitude is either a wild beast or a god. –Bacon
นานะจัง
Admin
Hero Member
*****

การ์ม่า: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,687


รังสิมันต์xชลปุษบา


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 03:04:56 AM »

เอ่อ เท่าที่นานะจังจำได้นะคะ อาจารย์ของเสี่ยวป้อ ในเวอร์ชันของจางเหว่ยเจี้ยน คนสอนวิชาเอาตัวรอดประมาณนี้เป็นผู้ชายอ่ะค่ะ  ไม่มีแม่ชี ที่เป็นอาจารย์เสี่ยวป้อ ไม่อยู่ในความทรงจำเลยแฮะ ในหนังอาจจะตัดออกมั้งคะเพราะ ตอนที่ เสี่ยวป้อฝึกวิชา มีอาจารย์สองคน และ หัวหน้าพรรคแม่งป่อง หรืออะไรเนี่ยแหละ  และเป็นอาจารย์ของหลงเอ๋อ ที่ปลอมเป็นไทเฮา หัวหน้าพรรคคนนี้สอนวิชา ดำดิน และก็เหาะเหิน  หรืออะไรเนี่ยแหละให้เสี่ยวป้อ โอยอยากหามาดูอีกรอบจัง ลืมไปแล้ว จำได้แต่ ตอนจบที่ องค์หญิงเจี้ยนหนิงตายอ่ะ  ตอนนั้นจำได้ว่าร้องไห้ยังก่ะญาติเสียอ่ะ เหอะๆ  ^^

จูหยวนจาง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง  ชื่อนี้ก็คุ้นๆ ค่ะ แต่ว่า นานะจังไม่ค่อยรู้เรื่อง เกี่ยวกับราชวงศ์หมิง เท่าไร
ตอนนั้น งง  สับสนระหว่าง ราชวงศ์หมิง กับ ราชวงศ์ส้ง มันราชวงศ์เดียวกันเปล่าไม่รู้ รู้แต่ราชวงศ์ชิง คือ พวกแมนจู เพราะดู ปึงซีเง็ก องค์หญิงกำมะลอ ซือกง อะไรเทือกๆนั้นอ่ะค่ะ แต่ชอบการแต่งกายของ ราชวงศ์ถังกับ หมิง นะสวยดี  สิ่งที่จำได้ คือคำว่า “ต้านชิง กู้หมิง” อะไรประมาณนั้น นานะจังชอบ จิ๋นซี ฮ่องเต้ อ่ะค่ะ ตอนเด็กๆ ดูแล้วติดมาก แต่จำเนื้อหาไม่ค่อยได้ละ มาบ้ามากๆ ก็ ตอนเรื่องเจาะเวลาหาจิ๋นซี นั่นแหละ อะไรที่เกี่ยวกับจิ๋นซี อย่างหนังจีนเรื่องไรหว่า ที่ เฉินหลงเล่น อ่ะค่ะ นางเอกเป็นคนเกาหลี เรื่องนั้นก็สนุกอ่ะไปดูในโรงคนเดียวเลยเรื่องนั้น แบบเค้าโยงเรื่อง เกี่ยวกับ สุสานจิ๋นซีได้ดีมาก  สำหรับ จูหยวนจาง นี่มีประวัติไรที่น่าสนใจไหมคะ นอกจากเป็น ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง เพราะ ชื่อฮ่องเต้ที่ คุ้น ดังๆ ก็คือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ฮ่องเต้ถังไท่จง และก็ ฮ่องเต้คังซี  สามองค์นี้ เป็นอะไรที่ เค้าเอามาทำเป็นหนังบ่อยเลยจำได้อ่ะค่ะ

โอยกระแสแอนตี้เกาหลีเยอะมากค่ะ ยิ่งในพันทิป นี่ถ้ามีประเด็นเกี่ยวกับเกาหลีเมื่อไร อย่างน้อย แปดร้อยคอมเม้นอ่ะค่ะ อ่านกันจนตาแฉะ เลย จริงๆ
ลองอ่านกระทู้นี้ดูสิคะ จริงๆมีเยอะนะคะ กระทู้แนวนี้

http://www.boysapolclub.com/Forums/index.php?topic=1171.0
เบื่อหน่าย"กระแสเกาหลีฟีเวอร์" (>_<) รณรงค์รักษ์ไทยสักกระทู้นะครับ 

ปล. เดี๋ยวขอกลับไปอ่านลิงค์เกี่ยวกับวิจารณ์นักเขียนเดี๋ยวมาตอบใหม่ค่ะ
บันทึกการเข้า



แก้วนพเก้า Click >>>   โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา
<a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf</a><a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf</a>

https://www.facebook.com/Nanajung
นานะจัง
Admin
Hero Member
*****

การ์ม่า: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,687


รังสิมันต์xชลปุษบา


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 03:42:32 AM »



สาวๆ เชิญแวะกระทู้นี้ด่วยจ้า

http://www.boysapolclub.com/Forums/index.php?topic=1787.0

Ex......


อันนี้เป็นความคิดเห็นของชาวจีนที่มีต่อละครไทย ตัดตอนคห.บางส่วนมาจาก
จากคุณ 梵心游落  คำแปลโดยคุณ sjk28 จากhttp://www.scenario.co.th/forum/viewtopic.php?f=3&t=3936&p=57510#p57510

最后,讲一个不太适合在这里讲的事情啊。曾经,我也比较喜欢一个韩国明星,去网上搜有关他的资料的时候,却发现他有很多言语是对中国不友好甚至是嘲笑的。。。当时,感觉像是被扔了很多冰块在身上一样。。。所以,从此之后,再也没关注过和韩国有任何关系的事情。。。。很多中国人都和我一样有过这样的感受。。。我们很爱国的哦。。所以,韩流,注定会在中国过去。。。。
กับเรื่องละครเกาหลี ถ้าเป็นประเทศจีน โดยเฉพาะกับฉันแล้วต้องถือว่ากระแสเกาหลีเป็นอดีตไปแล้ว ประเทศจีนมีเวปไซต์หนึ่ง เดือนก่อนมี
การลงคะแนน สุดท้ายละครไทยก็มีคะแนนนำโด่ง มีประโยคหนึ่งที่กล่าวว่า "กระแสเกาหลีผ่านไป พายุตะวันออกเฉียงใต้เข้าจู่โจม"ฤดูร้อนปี 2010 ร้อนมาก อีกทั้ง ตอนนนี้การลงคะแนนเรื่องละครไทยในเวปบอร์ดไม่ว่าเรื่องดาราไทยที่ชอบที่สุดหรือพระเอกที่รอคอยที่สุด ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับละครไทย บี้ล้วนได้ที่ 1 อีกทั้งจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่มีดาราไทยคนไหน
จะสามารถแซงหน้าเขาได้
------------------------------------------------------------
ดีใจแทนดาราไทยและละครไทยจังเลยยที่คนจีนรู้สึกแบบนี้นะ


จากคุณ : ฟังชั่น (ฟังชั่น)   
เขียนเมื่อ : 3 ส.ค. 53 :42:37   



บันทึกการเข้า



แก้วนพเก้า Click >>>   โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา
<a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf</a><a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf</a>

https://www.facebook.com/Nanajung
นานะจัง
Admin
Hero Member
*****

การ์ม่า: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,687


รังสิมันต์xชลปุษบา


อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 04:51:36 AM »

อ่าไปอ่านมาแล้วนะคะ  คือ คงจะออกความเห็นไรมากไม่ได้ เพราะในบรรดานักเขียนที่กล่าวมา
นานะจังเคยอ่าน แค่ของคุณทมยันตี เรื่อง บาดาล เรื่องเดียว เพราะน้องกาฬแนะนำแถมขู่บังคับเล็ก
น้อยให้อ่านอ่ะค่ะ555 คือเท่าที่อ่านบาดาล ชอบนะคะ ภาษาสวยดี กลอนก็เพราะ อ่านแล้วกระแทกใจ
ดีค่ะ ชื่อตัวละครเรียกซะหน่อย แต่ก็เพราะดี แต่แนวเขียนก็ เป็นในลักษณะ บรรยายซะเจ็บสิบเปอร์เซ็น
 อ่านได้แบบเรื่อยๆอ่ะค่ะ เหมือนนั่งเรือชมวิวทิวทัศน์และซึมซับกันมันเรื่อยๆ แต่ ถึงขนาด น่าติดตาม
จนวางไม่ลงไหมก็ยังไม่ถึงอ่ะค่ะ ส่วนใหญ่วรรณกรรมบ้านเรามักเป็นออกมาโทนนี้

นานะจังเลยชอบอ่านวรรณกรรมแปลมากกว่า โดยเฉพาะของญี่ปุ่นอ่ะค่ะเพราะเนื้อหาค่อนข้างหลากหลาย
 จริงๆ ตอนนี้กำลัง ชื่นชม ฮิงาชิโนะ เคโงะ เจ้าของผลงาน ที่เคยบอกพี่ไป ที่เขียนเรื่องความลับอ่ะค่ะ เอ่อ อ่าน เกือบทุกเล่ม
ของ อาจารย์แกแล้ว บอกได้เลยว่า แกเก่งมากเพราะในแต่ละเล่ม แกเขียนคนแนวกันเลยค่ะ แบบ เฮ้ย
ทึ่งอ่ะ ทำได้ไง อ่ะ ชอบ รักลวงตาย กับ จดหมายจากฆาตรกร มาก รู้สึกจดหมายจากฆาตรกร ได้ทำเป็นหนัง
ด้วยอ่ะค่ะ พี่ลองหามาอ่านดูนะคะ เจ๋ง มากจริงๆ นานะจังอ่านงานเขียนของบ้านเรานี่นับเรื่องได้เลยอ่ะน้อยมาก
 เอาง่ายๆ รู้จักกิ่งฉัตร จาก น้องกาฬอ่ะ และไม่เคยอ่านงานของกิ่งฉัตรเลย เพราะไม่ชอบอ่านนวนิยายไทย
 เหอะๆ แบบเหมือนคนมีอคติ เลยอ่ะ อ่อๆ ลืม ล่าสุด เพิ่ง อ่าน พายุรักมรสุมชีวิต ของ ประชาคม ลุนาชัย
นักเขียนรางวัลซีไรท์  ชอบเวลาเค้าใช้ภาษาเปรียบเทียบมากๆ อ่ะค่ะ เป็นภาษาของกวี จริงๆ อ่านได้เรื่อยๆ 

ประทับ คำพูด ของ  ประชาคม ลุนาชัย  ที่ลงไว้ใน คำนำ นักเขียนมากค่ะ

‎"ตัวละครหลากหลายที่ถูกสร้างขึ้น
ย่อมเป็นทั้งที่รักและเกลียดชังของคนอ่าน @สำหรับผู้เขียนไม่มีสิทธิเกลียดชังตัวละครที่ได้สร้างขึ้น@
ไม่ว่าจะเป็นคนในด้านมืดหรือด้านสว่าง ไม่ว่าจะชั่วร้ายหรือเป็นมนุษย์ที่บิดเบี้ยวผิดปกติแค่ไหนก็ตาม
พวกเขาล้วนถูกปั้นแต่ง
ขึ้นด้วยความรักจากหัวใจ ส่งมาเป็นตัวแทนความหมายอย่างใด อย่างหนึ่ง
ที่จะสื่อ...กับโลกและคนอ่าน"


โดย ประชาคม ลุนาชัย จาก พายุรัก มรสุมชีวิต >///<

แต่ที่ชอบที่ สุด คงเป็น อยู่กับก๋ง ของ หยก บูรพา รู้สึกว่า เป็นเรื่องราวที่จับต้องได้ดีอ่ะค่ะ เรื่อง มอม
ของอาจารย์คึกฤทธิ์ก็ชอบ นักเขียนอีกท่าน ก็ ว.วนิจฉัยกุล คนนี้ก็เขียนนิยายที่ออกแนวจับต้องได้
แต่ ภาพรวมก็ยังเป็นงานที่อ่านได้เรื่อยๆมากกว่า  สรุปว่า ตอนนี้ อ่านแต่ คินดะอิจิ ยอดนักสืบ อ่ะค่ะ
เป็นคนที่เขียนนิยายแนวสืบสวน ได้น่าทึ่งจริงๆ เพราะวิธีการเล่าเรื่องในแต่คดีของเค้า ไม่เคยซ้ำกัน
เล๊ยยยยยยยยยย ไม่รู้ทำได้ไง  บางเรื่อง อ่านๆอยู่ เออไอ้คนที่มันเล่า กลายเป็นฆาตรกรซะเอง
ที่เขียนมา มันหลอกเราทั้งเรื่อง แต่ดีตรงที่อ่านงานงานแกมาเยอะเลยเดาถูกไม่รู้สึกว่า เสียหน้าเท่าไร 555
บันทึกการเข้า



แก้วนพเก้า Click >>>   โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา
<a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf</a><a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf</a>

https://www.facebook.com/Nanajung
กาฬรหัสย์
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: -2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,180


ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2010, 12:04:25 PM »

อย่างพี่จะไม่ชอบนิยายที่ใช้สำนวนเขียนแบบโสภี พรรณราย
แต่ก็คิดว่ามันเป็นสำนวนการเขียนอีกแนวนึง ที่ต่างไปจากแบบที่เราชอบ
และก็มีคนนิยมอ่านด้วย

ตอนแรกไม่เคยอ่านนิยายของโสภีเลย
แต่เคยดูละครที่สร้างจากนิยายของเธอ (จำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร) แล้วติดใจ
เลยไปตามหาหนังสือมาอ่าน
แต่ปรากฏว่า ไม่ชอบหนังสือเอาซะเลย
เพราะไม่ชอบสำนวนเขียนที่มีแต่ไดอาล็อก (เพราะอย่างนี้ถึงไม่ชอบอ่านการ์ตูน)
การเขียนที่จะโชว์สำนวนภาษาและความคิดของตัวคนเขียน มีน้อยมาก
ใช้ศัพท์ซ้ำๆ อยู่ไม่กี่ตัว ซ้ำไปซ้ำไป น่าเบื่อมาก
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า หนังสือสนุกสู้ละครไม่ได้ ปกติจะรู้สึกตรงข้ามตลอด
ตั้งแต่นั้นก็ไม่หยิบนิยายของนักเขียนคนนี้อีกเลย
ทั้งๆ ที่ละครที่สร้างจากนิยายของเธอ รู้สึกจะประสบความสำเร็จแทบทุกเรื่อง


กาฬก็ไม่ชอบสำนวนของ โสภี พรรณราย เหมือนกันค่ะ
แต่ก็ชอบละครของเขาหลายเรื่อง  อย่างเช่น  ผักบุ้งกับกุ้งนาง ฯลฯ
กาฬว่า เขาเป็นคนที่มีพล็อตมากมาย  แม้บางพล็อตจะไม่ได้แปลกใหม่
แต่ก็สามารถสร้างให้สนุกสนาน

แต่ด้านสำนวนภาษา  ไม่ไหวเหมือนกันค่ะ
กาฬเคยไปยืนอ่าน (ยืนอ่านจริงๆ) เรื่อง ลิลลี่สีกุหลาบ ของคุณโสภี พรรณราย
ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ  จบเล่มเลย  รอน้องเรียนพิเศษ
 icon_confused

เนื้อเรื่องแนว ลูกสาวเจ้าพ่อที่ถูกปองร้าย และบังเอิญไปพบกับสายลับหรือมือปราบ อะไรนี่แหละ ที่เป็นพระเอก
กาฬก็จำไม่ได้ เพราะอ่านไม่ละเอียด

แต่สำนวนภาษาเวลาตัวละครพูดแล้ว  เหมือนไม่มีชีวิตอ่ะ
อย่างที่พี่ galdewis บอกว่ามันเป็นไดอาล็อก
อ่านแล้วเหมือนถูกกำหนดให้พูดแบบนี้  ไม่เหมือนพูดออกมาจากความรู้สึกของตัวละครเลย




ที่รู้สึกว่าตัวเองพอเขียนหนังสือได้รู้เรื่องอย่างทุกวันนี้
เพราะเป็นคุณจากการได้อ่านนิยายของนักเขียนชั้นครูทั้งหลาย
อย่างทมยันตี โสภาค สุวรรณ ว. วินิจฉัยกุล หรือแม้แต่ กิ่งฉัตร นี่แหละ
เพราะสำนวนเขียนของนักเขียนรุ่นใหญ่เหล่านี้ มันเป็น “ภาษา” น่ะ
ไม่ได้มีแต่ไดอาล็อก
เป็นภาษาไทยที่ดีที่สุด เป็นประดุจ “ตำราการใช้ภาษาไทยภาคปฏิบัติ”
ที่ไม่ใช่อ่านแล้วได้ความรู้ ได้วิธีเขียน วิธีใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ยังได้รับความสนุก เพลิดเพลินจากการอ่านด้วย

ที่สำคัญคือ ได้ “ความคิด”
นิยายดีๆ มันทำให้เรารู้จักคิด และรู้จักที่จะเข้าใจคนอื่น

เสียดาย ที่รู้สึกว่า การเขียนนิยายยุคหลังๆ
ดูจะออกห่างจากแนวการเขียนแบบนี้ ไปทุกทีๆ


ใช่ค่ะ  ทั้งที่ตอนนี้นักเขียนหน้าใหม่ก็เกิดขึ้นมากมาย
และกาฬก็คิดว่าตัวเองเป็นคนที่เปิดกว้างกับการอ่านหนังสือ
การจับนิยายของนักเขียนหน้าใหม่ขึ้นมาอ่าน
แต่กลับพบว่า ยังไม่เจอนักเขียนใหม่คนไหนถูกใจเทียบชั้นนักเขียนรุ่นเก่าได้เลย
แม้ว่า ด้วยอายุของนักเขียนนั้น  เทียบกับนิยายของนักเขียนชั้นครู ที่แต่งตอนอายุพอๆ กัน

เมื่อก่อน กาฬเก่งภาษาไทยก็เพราะได้อ่านนิยายแบบนี้แหละค่ะ
การปฏิบัติกับอะไรมากๆ มักจะมีอิทธิพลกับตัวเองเสมอ
พอห่างหาย  ไอ้ประโยคสำนวนดีๆ ของกาฬมันก็หายไปด้วย
 icon_redface

จริงๆ แล้ว นักเขียนหน้าใหม่  ก็ใช่ว่าจะไม่มีดีเลยนะคะ
เรื่องสำนวนบางคนก็ทันสมัย (อาจจะมากไปหน่อย)

บางคนทำให้กาฬมองเห็นมุมมองที่แปลกใหม่
และทันต่อยุคโลกาภิวัฒน์แบบนี้
แต่น่าเสียดาย......ที่นักเขียนที่กาฬมองว่ามีความคิดดีๆ เหล่านั้น
มักถูกเก็บเงียบ ไม่ได้รับการสนับสนุน
บันทึกการเข้า

**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**
galdewis
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 398


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2010, 12:41:41 PM »

นานะจังบอกว่า อ่านนิยายไทยไม่เยอะ
แต่งานที่นานะจังเอ่ยชื่อมา ล้วนเป็นงานดีๆ
อย่างมอม อยู่กับก๋ง งานเขียนของอาจารย์ว. วินิจฉัยกุล

พี่คิดว่า ไม่สำคัญว่าอ่านเยอะแค่ไหน
แต่สำคัญว่า ต้องได้อ่านงาน “ดีๆ”
การอ่าน เป็นเรื่องของคุณภาพ มากกว่าปริมาณ

ผักบุ้งกับกุ้งนาง ก็เป็นละครโปรดเรื่องนึงของพี่เหมือนกันอ่ะ น้องกาฬ
แต่พอรู้ว่าเป็นคนนี้แต่ง ก็ไม่ขวนขวายไปหาหนังสือมาอ่าน

ชอบเรื่องที่พี่น้องโดยเฉพาะฝาแฝด รักกัน ช่วยเหลือกันแบบนี้แหละ
ไม่ชอบเรื่องที่ฝาแฝดมาห้ำหั่นกันเองที่สุด
(นอกจากเป็นเรื่องสั้นประเภทระทึกขวัญหักมุมตอนจบ
ที่ต้องอาศัยมุกฝาแฝดเป็นตัวหักมุม)

นิยายหรือละครส่วนใหญ่ ชอบให้พี่น้อง เพื่อนรัก มาหักเหลี่ยมโหดกันเอง
พี่ก็เลยมีหนังสือหรือละครให้ดูน้อยมาก

และนี่เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ชอบเรื่อง
รักใสๆ หัวใจ 4 ดวง (เฉพาะเวอร์ไต้หวัน) มากที่สุด
เป็นละครเรื่องโปรดที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง

นานะจังกับน้องกาฬนี่ เป็นนักอ่านตัวจริง ชนิดที่พี่นี่ ต้องขอชิดซ้ายเลย
เพราะพี่ใจแคบเรื่องการอ่านมาก
พอได้อ่านงานที่ดีๆ ก็อยากอ่านแต่ที่มันดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก
ถ้าไม่มีก็จะเบื่อ แล้วจะกลับไปอ่านงานเก่าๆ ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

จนเดี๋ยวนี้ ก็เบื่องานเก่าๆ แล้ว
แต่ก็ยังไม่มีงานใหม่ๆ อะไร ที่ทำให้นึกสนใจอยากจะอ่านได้

ตอนช่วงที่คลั่งงานกิมย้งมากๆ นี่ หยิบมาอ่านซ้ำๆ ได้แทบทุกวัน
โดยเฉพาะตอนที่ประทับใจ อ่านแล้วก็น้ำตาไหลมันอยู่นั่น
จำได้ว่าเป็นอยู่อย่างนั้น เป็นเดือนๆ เลยนะ
หนังสือเล่มไหนที่ชอบ ถูกจริต ก็จะอ่านมันซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น
แต่ตอนนี้ก็ผ่านช่วงนั้นมาแล้ว

มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขนะ เวลาที่จมอยู่กับหนังสือที่ชอบ
จนลืมโลกภายนอกไปหมด
บันทึกการเข้า

maybe-the-beauty-or-the-beast head over heels in solitude

Whosoever is delighted with solitude is either a wild beast or a god. –Bacon
กาฬรหัสย์
Global Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: -2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,180


ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2010, 01:02:43 PM »

ใช่ค่ะ 
เวลาที่เรื่องอะไรแล้วประทับใจ
เราก็จะเวียนอ่านเรื่องนั้นอยู่เสมอๆ
อย่างกาฬ  ก็วนๆ อ่านเท่าที่มีอยู่
เพชรพระอุมา  สุริยวรรมัน  สุดขอบจักรวาล  คำมั่นสัญญา  ปลายเทียน  บาดาล (บาดาลนี่อ่านหลายรอบมาก โดยเฉพาะช่วงที่อารมณ์เดือดปุดๆๆๆ)
ยามที่จับหนังสือ ใครก็เข้ามาในโลกของเราไม่ได้
ร้องไห้  หัวเราะ  เป็นบ้าอยู่คนเดียว

แต่ตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้อ่านเลยอ่ะ 
ประการแรกคือ ไม่มีงบที่จะซื้อ
ทั้งที่มีหลายเรื่องที่หมายตาไว้ว่าน่าจะสนุก
ประการที่ 2 คือ หาถูกใจไม่ได้

ส่วนมาก เวลาซื้อ ก็ต้องเป็นเรื่องที่เคยอ่านแล้วประทับใจ
หรือไม่ก็จะต้องเช็คแล้วเช็คอีกว่าเรื่องนี้ดีจริงๆ
นอกนั้น จะพยายามหาอ่านแบบไม่เสียตังค์
เพราะอยากเก็บหนังสือดีๆ ไว้เอา
บางเรื่องที่ซื้อมา น่าเสียดายเงินมาก

ปล.แก้วนพเก้าก็ฝาแฝดห้ำหั่นแฮะ  icon_cool
แต่ว่าเรื่องฝาแฝดห้ำหั่นในละครหลายๆ เรื่อง
กาฬก็ไม่ชอบนะคะ 
เค้าเปิดมาไม่มีความผูกพันอะไรในสายเลือดเลย
ทั้งที่ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่กาฬอยากให้มี


บันทึกการเข้า

**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**
นานะจัง
Admin
Hero Member
*****

การ์ม่า: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,687


รังสิมันต์xชลปุษบา


อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2010, 02:29:12 AM »

อืม เข้าใจละ ถือว่า โชคดีที่อ่านน้อย แต่หยิบงานดีๆ มาอ่าน นับว่าคุ้มค่า
พี่ galdewis มักจะมีมุมมอง ที่น่าประทับใจเสมอเลยนะคะ
อยากจะบอกว่า นั่งอ่าน comment ของ พี่ galdewis กับ น้องกาฬ
นานะจัง ก็ไม่เบื่อเลยค่ะ ชอบกลับมานั่งอ่านหลายๆ รอบ

ผักบุ้งกับกุ้งนางนี่ นานะจังชอบมากค่ะ ติดมากๆ ชอบยุ้ยจากเรื่องนี้แหละ
ชอบฝาแฝดที่เกื้อกูลกัน มากกว่า ห่ำหั่น เหมือนพี่ galdewis เลยชอบ ผักบุ้งกุ้งนาง
กับ คุณชายจำแลง มาก เป็นเรื่องเกี่ยวกัยฝาแฝดที่ดูแล้ว มีความสุขอ่ะ

แต่วำสำหรับ "แก้วนพเก้า" (อยากได้ comment จากพี่ galdewis มากมายอ่ะ)
อันนี้บท ฝาแฝดได้ไอเดีย มาจาก มาร์ลุ้นรักนักบิด ค่ะ สำหรับแก้วนพเก้า
บทของ ฝาแฝด ธีรวงศ์ คีรีจักร จะเหมือนกับที่น้องกาฬ ว่า เราจะปูความสัมพันธ์
ของพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ มาค่อนข้างลึกซึ้ง จนเกือบ วาย 555 โฮะๆ
แต่ความเข้าใจผิด ตอนหลังทำให้เค้าต้องห่ำหั่นกันเอง แต่ลึกๆแล้วทั้งสองคน
ไม่เคยตัดเหยื่อใยที่ มีต่อกันกันได้เลย ซึ่งจะต่างกันกับ เรื่องอื่นที่น้องกาฬบอกว่าเค้า
ปูความสัมพันธ์ของฝาแฝดมาไม่ดี ทำให้ ความรู้สึกมันโดด มาก ทั้งที่เกิดมาพร้อมกันแท้ๆ
แต่ความผูกพัน แทบไม่มีให้เห็น มีแต่ความอิจฉาริษยา เลยอยากให้พี่ galdewis ลองอ่านแก้วดูอ่ะค่ะ
ว่าแตกต่างจาก ฝาแฝด ที่ห่ำหั่นกัน เหมือน เรื่อง อื่นๆไหม
ปล.  ถ้าติดตามอ่านแก้วนพเก้าไปเรื่อยๆจะทราบว่า มีฝาแฝด ที่เข้ามาเซอร์ไพร์แบบ ที่เกื้อกูลค่ะ
และมีแบบเป็นเซ็ตๆด้วย ติดตามกันให้ดี  แต่ยังไม่ออกตอนนี้หรอกน้า
(อุ๊ย แอบ สปอยส์ คงไม่ว่ากันนะจ๊ะ น้องๆ 555 )


รักใสใสหัวใจสี่ดวง ฉบับไต้หวัน นานะจังก็ชอบมาก เรียกได้ว่า
บ้า และ คลั่ง ไปเลย เค้าเขียนได้สนุกอ่ะ ขนาด ฉบับ ญี่ปุ่นเกาหลี ในสายตานานะจัง
ยังสู้ไม่ได้เลยอ่ะ ยิ่งของเกาหลี นะ บทอืดมาก และนางเอก ดูไม่เป็นธรรมชาติเหมือน
กับที่ สีสี่หยวนเล่นอ่ะ เลยดูไปตอนเดียวก็เลิกดูเลย ส่วน เวอร์ชันญี่ปุ่นชอบ นางเอก
น่ารัก แต่ บทมันยังไม่ดึงดูดพอเลยดูบ้างไม่ดูบ้างอ่ะค่ะ


นานะจังก็เป็นแบบพี่ galdewis  แบบ น้องกาฬ นะ ที่ชอบเอา นิยาย เอา การ์ตูนที่
ตัวเองชอบมานั่งอ่านใหม่ซ้ำไปซ้ำมา อย่างแฮร์รี่ นี่อ่านเยอะมากขนาดจำได้แม้กระทั่งบทสนทนา
แต่ละประโยคที่ตัวละครพูดกันได้อ่ะ แต่นานะจังก็ ไม่ค่อยปิดกั้นตัวเองในเรื่องของหนังสืออ่ะค่ะ
ถ้ามีหนังสือ ยิ่งเป็นแนวสืบสวน ฆาตรกรรม จะค่อนข้างเปิดใจมาก และอดหามาอ่านไม่ได้
แต่ส่วนใหญ่ที่อ่าน มักเป็นวรรณกรรมแปลของ ญี่ปุ่นมากซะ เกือบร้อยเปอร์เซ็น
เพราะชอบงานเขียนของเค้า ที่แฝงแง่คิดได้อย่างน่าทึ่งมาก แบบว่าเฮ้ย คิดได้ไงวะ

อย่างอ่าน   คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอน "อย่าออกมาเดินตอนกลางคืน"

บทบรรยาย ที่ว่า

"ผมอยากเล่าถึงชายที่ชื่อฮาชิยะ โคะอิชิเท่าที่พอรู้ไว้ตรงนี้ ฮาชิยะเป็นจิตรกรคลื่นลูกใหม่
มีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็วภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเรียกตัวเองว่าเป็นจิตรกร
กลุ่มความคิดใหม่ แนวคิดของเขาคือ ต่อให้เราถ่ายทอดสิ่งต่างๆออกมาเป็นภาพได้เชี่ยวชาญเท่าใด
นั่นก็เป้นเพียงการลอกเลียนธรรมชาตื เช่นเดียวกับนิยายซึ่งขาดแนวคิดก็เป็นได้เพียงงานเขียนชั้นต่ำ

ภาพที่ปราศจากแนวคิดก็เป็นภาพระดับตลาดเท่านั้น หากใครดูภาพเขียนของเขาแล้วบอกว่าไม่รู้เรื่อง
เท่ากับแสดงตัวให้เห็นว่าไร้แนวคิดดีๆนี่เอง

เป็นอะไรที่โดนสุดๆ และยังมีอีกหลาย จากหลายๆเรื่องที่ชอบ มักแฝงแนว คำคมไว้มากมายจนเราอดทึ่งกับ
สิ่งที่เค้าคิด หรือ มุมมอง ที่เค้าได้มอง ไม่ได้จริงๆ

ปล. พี่อ่านบาดาล แล้วก็ จิตใจสงบขึ้นนะ ช่วงนี้ก็นั่งสมาธิบ่อยด้วย จิตใจได้ไม่ฟุ้งซ่าน
บันทึกการเข้า



แก้วนพเก้า Click >>>   โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา
<a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf</a><a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf" target="_blank">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf</a>

https://www.facebook.com/Nanajung
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.121 วินาที กับ 19 คำสั่ง