ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

ใครเคยดูละครเรื่อง กิ่งไผ่ ไฟริษยา ช่อง 7 ฯลฯ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ชะ

  • *
  • 673
  • 0
  • เพศ: หญิง
  • เปลี่ยนจากshahเป็นชะ จะได้เรียกกันง่ายๆ
Re: ใครเคยดูละครเรื่อง กิ่งไผ่ ไฟริษยา ช่อง 7 ฯลฯ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2010, 01:27:58 AM »
ชอบกิ่งไผ่อะ พระเอกตอนเด็กเวลาตกใจจะพูว่า "ไอ้หย๋าาาาาาา"   

ไฟริษยาจำได้ตอนที่ เรณุกา คั้นน้ำส้มให้เรืองลดาดืม  เปรี้ยวมากมาย  แต่พี่สาวก็ฝืนดื่ม  เพื่อเอาใจน้อง



ขอบคุณ ภาพองค์หญิงกำมะลอป่วนกำลัง3 จากGoogle

Re: เรื่องย่อละครเก่าที่ประทับใจ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2010, 09:05:28 PM »
ศรีษะมาร


เรื่องย่อ
นางเอกชื่อปี๋ หรือ ปิลันธาน่ะค่ะ เป็นผู้หญิงที่มีพลังจิตสูงมากไงคะ แต่ด้วยความที่ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจมากๆ เลยมีนิสัยก้าวร้าว รุนแรง เอาแต่ใจตัวเองด้วย

ปิลันธากำพร้าพ่อแม่ อาศัยอยู่กับลุงคนรับใช้เก่าแก่ที่ซื่อสัตย์ต่อเธอมากๆ( แสดงโดยคุณลุงชุมพร เทพพิทักษ์ค่ะ ) และคุณลุงที่เป็นนักวิทยาศาสตร์( แสดงโดยคุณภาณุเดช วัฒนสุชาติน่ะค่ะ )ซึ่งกำลังทำการทดลองเกี่ยวกับน้ำยาซึ่งสามารถปลุกให้เซลล์ที่ตายแล้วให้ กลับฟื้นคืนชีพได้

จนวันหนึ่งปิลันธาไปเที่ยวกลางคืนแล้วดื่มเหล้าจนเมามาก เมื่อขับรถออกมาเจอพวกวัยรุ่นอันธพาลขับรถปาดหน้า ด้วยนิสัยไม่เคยยอมใคร เลยขับแข่งกันจนรถของเธอประสบอุบัติเหตุชนกับรถสิบล้อ กระจกรถตัดศรีษะขาด

แต่ ด้วยพลังจิตอันแรงกล้าที่ยังไม่ยอมตาย เธอจึงหิ้วศรีษะของตัวเองกลับมาบ้าน เพื่อมาขอร้องให้คุณลุงซึ่งเป็นนักวิทยาศาตร์ของเธอใช้น้ำยาชุบชีวิตให้ 0_o!

ในขั้นแรกระหว่างที่ยังทำการทดลองกับน้ำยาไม่ได้ผล แต่ปี๋ก็ยังอยากมีชีวิตเหมือนเดิม จึงให้ลุงคนรับใช้คอยนำศรีษะของเธอใส่กระเป๋าพาไปที่ต่างๆด้วยเพื่อให้เธอ ได้เห็นโลกภายนอก

ต่อมาเมื่อคุณลุงนักวิทยาศาตร์ของปี๋ทดลองน้ำยาจนได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ก็จะไม่ยอมทำการทดลองกับปี๋เพราะถือว่าเป็นการฝืนธรรมชาติอย่างมาก ปี๋ก็สะกดจิตคุณลุงจนยอมทำตาม ให้เธอมีชีวิตอยู่ในร่างที่เหมือนผีดิบต่อไป

เมื่อร่างของเธอเริ่มมีการเน่าเปื่อย เพราะน้ำยาไม่สามารถทำให้คงทนได้มากไปกว่านี้ ปี๋ก็เริ่มต้องกลบเกลื่อนด้วยน้ำหอมและใช้ผ้าพันคอเพื่อปกปิดรอยต่อของศรีษะ ที่ขาดตลอดเวลา

จนมาวันหนึ่งด้วยเหตุบังเอิญที่ปี๋ช่วยลุงคนรับใช้ด้วยการกัดคอคนร้ายที่ เข้ามาทำร้ายลุง ทำให้ปี๋ค้นพบหนทางใหม่ในการให้พลังชีวิตแก่ตัวเอง ก็คือการดูดเลือดสดๆของเหยื่อที่กำลังตกใจสุดขีด ปี๋เริ่มออกล่าเหยื่อเพื่อหวังให้ตัวเองสามารถมีชีวิตได้อีกครั้ง

คุณลุงนักวิทยาศาตร์ของปี๋พยายามทดลองทำเลือดเทียมให้ปี๋เพราะไม่อยาก เห็น ปี๋ออกไปฆ่าใคร แต่เลือดเทียมให้ผลไม่เป็นที่พอใจสำหรับเธอ จนวันหนึ่งทั้งสองขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

เป็นเหตุให้คุณลุงผลักปี๋ไปชนกับตู้ซึ่งมีขวดบรรจุน้ำกรดอยู่ข้างบน ปี๋ถูกน้ำกรดราดจนไม่สามารถอยู่ในร่างเดิมได้ ต้องผ่าตัดจนเหลือแต่ก้อนสมองที่ยังอยู่ได้ด้วยพลังจิตเท่านั้น

มาถึงตอนนี้ปี๋สามารถใช้พลังจิตควบคุมคุณลุงของเธอได้โดยสมบูรณ์แล้ว คุณลุงจึงสร้างอุปกรณ์การดูดเลือดคนให้ก้อนสมองของปี๋โดยเมื่อเธอลอยไปที่ ไหน จะสามารถใช้เข็มเจาะคอเหยื่อและดูดเลือดได้

จนเมื่อมีลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่งของปี๋เข้ามา แมวเหมียว หรือ วิฬารี( แสดงโดยคุณอุษณีย์ รักกษิการณ์) ความน่ารักสดใสของแมวเหมียว ทำให้ปี๋เริ่มคิดอยากจะได้ครอบครองร่างของแมวเหมียวมาแทนร่างของเธอ เพราะแมวเหมียวยังเป็นที่รักของนักวิทยาศาสตร์หนุ่มที่ปี๋ก็มีใจให้ด้วย

ทั้งปี๋และคุณลุงวางแผนจับแมวเหมียวมาเพื่อผ่าตัดสมองเปลี่ยนสมองปี๋ให้ ไป อยู่ในร่างของแมวเหมียว แต่นักวิทยาศาตร์หนุ่ม ( แสดงโดยพี่บิลลี่ โอแกนน่ะค่ะ แต่จำชื่อในเรื่องไม่ได้แล้ว ^^" มาช่วยเหลือได้ทันเวลา และได้ทำลายห้องทดลองลง

แต่ไม่มีใครู้เลยว่า ดวงจิตของปี๋จะยังคงอยู่ เธอยังเฝ้ารอคอยสักวันที่เธออาจจะมีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง...

Re: ใครเคยดูละครเรื่อง กิ่งไผ่ ไฟริษยา ช่อง 7 ฯลฯ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2010, 09:20:07 PM »
อีสา & รวีช่วงโชติ
โดย "สีฟ้า"
พิมพ์โดย สนพ. ณ บ้านวรรณกรรม


สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร
ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบ ๆ คน

สา เกิดมาไม่มีพ่อ...และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง
เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลา
จนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย
สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่น
จนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็"ถวายตัว" สาให้กับท่านชาย
ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น "หม่อม" อย่างออกหน้าออกตา
จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย
หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม "คุณชาย" ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน...
ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่น ๆ ว่า "คุณชาย"

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง...
และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง "ถวายงาน" เสร็จ
ฐานะ ของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลง ไป ด้วยข้อหา "กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว" ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย


หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง
ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง
ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน
สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ
แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา...
เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก

สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้
แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว
ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย


สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์
ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล

สานั้นลึก ๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก
แรก ๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ
และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวที
กลายเป็นอุษาวดี - -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน

คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่าย

แม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่า
วันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน
... สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว
จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้น
เพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน
นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป

สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว
ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา
ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง
ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ...

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน
สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์
เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม
นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา

เวลาผ่านไป...
อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด
ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธาน
- -หนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับ ๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย

อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย...
เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า
เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป
และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่าง ๆ กึ่ง "ข้าเก่า"ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ
ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก
อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา
ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว...
รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน
นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย- -ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริง ๆ


วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย
อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง

แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาล
และขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี

แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง
เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน
เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว
นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป

ในตอนท้ายของ"อีสา" อุษาหันหน้าเข้าหาธรรมะ พยายามเอาชนะกิเลสของตนเองจนลุล่วงได้ในระดับหนึ่ง


ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ใครเคยดูละครเรื่อง กิ่งไผ่ ไฟริษยา ช่อง 7 ฯลฯ
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2010, 05:42:22 PM »
ขอบคุณค่ะ  จำเนื้อเรื่องไม่ได้เลย 
แต่จำได้ว่าเมื่อก่อน  ดูศีรษะมาร  สนุกมาก 
แต่เด็กเกิน เลยไม่กลัว
 :icon_redface:

อีสา-รวีช่วงโชติ  จำได้ว่า 
บรู๊คเล่นเป็นคุณชายรวีช่วงโชติ
นุ่นเป็นคุณหญิงโสภาพรรณวดี
อัษฎาวุธเป็นสมศักดิ์

จำได้แค่นี้แหละ 
ลืมว่าใครคือโสภิืต
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ funny witch

  • *
  • 73
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: ใครเคยดูละครเรื่อง กิ่งไผ่ ไฟริษยา ช่อง 7 ฯลฯ
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2010, 10:19:02 PM »
ชอบกิ่งไผ่อะ พระเอกตอนเด็กเวลาตกใจจะพูว่า "ไอ้หย๋าาาาาาา"   

ไฟริษยาจำได้ตอนที่ เรณุกา คั้นน้ำส้มให้เรืองลดาดืม  เปรี้ยวมากมาย  แต่พี่สาวก็ฝืนดื่ม  เพื่อเอาใจน้อง



เรณุการ้ายกว่านั้นอีกค่ะ เพราะถ้าจำไม่ผิด สิ่งที่เรณุกาคั้นให้น่ะ เป็นน้ำมะนาวสดๆเพียวๆเลยค่ะ จากนั้นเรืองลดาก็ล้มป่วยเนื่องจากถ่ายท้องจนหมดแรง

 :-[ :-[ :-[ น่าสงสารจัง....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 22, 2010, 10:21:39 PM โดย funny witch »