ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

ภาพพุทธประวัติ ตำนานพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ และ นิทานพระยากาเผือก

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ninda

  • *
  • 334
  • 0
เอามาฝากค่ะ ได้มาจาก FW เมลล์ งดงามมาก เพิ่งเคยเห็น
ไม่รู้ว่าคนในบอร์ดบอยเห็นกันยังคะ ขอไม่เรียงเหตุการณ์นะจ้ะ มันเยอะ

ป.ล.แอบหายไปจากบอร์ดนานเลยอ่ะ พอดีช่วงนี้มรสุมชีวิตเยอะ
ป่วยบ่อยมากกกกก ช่วงนี้ก็คออักเสบงดใช้เสียง แต่ทักกันในเฟชได้นะจ้ะ ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 



 

 



 



 

 

 

 

 

 

 

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 07, 2010, 01:09:21 PM โดย นานะจัง »

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 10:24:59 PM »
ภาพสวยมากเลยค่ะยังไม่เคยเห็นเลย  :icon_rolleyes:
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ วี

  • *
  • 3897
  • 1
  • นัยจัยน้อย
    • อีเมล์
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 10:29:14 PM »
สวยมากจริงๆครับ ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน
แต่บางภาพสวยจนน่ากลัวเลยนะครับ T^T

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6324
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 17, 2010, 08:52:25 AM »
งดงามมากจริงๆ ค่ะ 
ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย 
พี่นินดาคะ  เดี๋ยวถ้ากาฬมีเวลา  ขออนุญาตเข้ามาเรียงภาพใหม่นะคะ
เท่าที่ดู พอจะลำดับเหตุการณ์ได้  แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าจะลำดับได้ถูกแค่ไหน
เพราะบางภาพก็ยังนึกไม่ออก
 :icon_idea:
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ มณีจันทร์

  • **
  • 536
  • 0
  • เพศ: หญิง
  • If you're my destiny I will meet you (may be !!!)
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 17, 2010, 01:19:15 PM »
 ;D

ออฟไลน์ กันย์ณภัทร

  • *
  • 2248
  • -1
  • จงปลดโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ ด้วยคมดาบแห่งใจตน
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 17, 2010, 03:42:14 PM »
ภาพสวยมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ บางรูปก็พอรู้บางรูปก็งงๆจำไม่ได้ สงสัยห่างจากพระพุทธศาสนามานาน เหอๆ


:::::::: อิมเมจ: ศตายุ+รวิชา :::::::::

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 6896
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 08:13:37 PM »
เอามาฝากค่ะ ได้มาจาก FW เมลล์ งดงามมาก เพิ่งเคยเห็น
ไม่รู้ว่าคนในบอร์ดบอยเห็นกันยังคะ ขอไม่เรียงเหตุการณ์นะจ้ะ มันเยอะ

ป.ล.แอบหายไปจากบอร์ดนานเลยอ่ะ พอดีช่วงนี้มรสุมชีวิตเยอะ
ป่วยบ่อยมากกกกก ช่วงนี้ก็คออักเสบงดใช้เสียง แต่ทักกันในเฟชได้นะจ้ะ ^^



นึกว่าจะไม่กลับมาเยี่ยมบ้านซะแล้ว นะคุณเจ๊ ขอบคุณมาก เห็นแล้วถึงกับอึ้งไปมากกว่า 10 วิ
วาดออกมาได้ งดงาม จับจิตจับใจมาก ยิ่งภาพพระนางพิมพา กับ ราหุล น้อย นี่สุดๆ เกินคำบรรยาย
คำว่า ยิ่งกว่างดงาทคงไม่พอแล้วเนี่ย ขอบคุณมากนะจ๊ะ

ปล. เค้าก็มรสุมชีวิตพลิกผัน สุดๆ เช่นกันจ้า เกินกว่าจะรับได้ว่ามันคือเรื่องจริง เหอะ  :icon_biggrin:

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6324
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 08:27:20 PM »
ปล. เค้าก็มรสุมชีวิตพลิกผัน สุดๆ เช่นกันจ้า เกินกว่าจะรับได้ว่ามันคือเรื่องจริง เหอะ  :icon_biggrin:


พี่นานะพูดยังกับว่าเจอคนเดียว  กาฬก็โดน แถมยังบททดสอบอีก  :icon_confused:
แต่เอาเหอะ  ไม่ว่ายังไงก็ต้องผ่านไปให้ได้

ภาพเหล่านี้กาฬอยากปักมากเลย  แต่ถ้าจะปักคงต้องปักทุกภาพ   :icon_razz:
กาฬขออนุญาตเรียงใหม่นะคะ  และอยากจะลงคำบรรยายแต่ละภาพด้วย
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6324
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 08:37:35 PM »
ไม่รู้ว่าเรียงลำดับถูกรึเปล่า  ถ้าหากผิดพลาดก็ขออภัยนะคะ
 :icon_rolleyes:




สวรรค์ชั้นดุสิต  สันดุสิตเทพบุตรเบื่อหน่ายต่อการวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ จึงดำริที่จะลงไปถือกำเนิดเป็นพระพุทธเจ้า







ณ กรุงกบิลพัสดุ์ ปกครองโดยพระเจ้าสุทโธทนะ และ พระนางสิริมหามายา ทรงเป็นพุทธบิดาและพุทธมารดา







พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบิน เห็น พญาช้างเผือกนำดอกบัวมามอบให้พระนาง







เมื่อพระนางสิริมหามายาพระครรภ์แก่ จึงเสด็จกลับกรุงเทวทหะ นครของพระนางเพื่อคลอดบุตรตามราชประเพณี
หากแต่ยังมิทันถึงก็มีพระประสูติกาลที่สวนลุมพินีวัน ใต้ต้นสาละที่ผลิดอกบานสะพรั่งเสียก่อน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6








เมื่อประสูติออกมาก็สามารถเดินได้ทันทีถึง 7 ก้าว มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพระบาทแต่ละย่างก้าว พร้อมตรัสว่า "ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา เราจะไม่เกิดอีกแล้ว"
(ภาพนี้กาฬไม่ค่อยมั่นใจนะคะ ว่าจะถูกรึเปล่า เพราะภาพไม่ค่อยชัดเจน - คือไม่เห็นดอกบัวอ่ะ)







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2010, 05:25:40 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 09:01:09 PM »
เคยเห็นมาแล้วค่า เห็นของจริงด้วย ไปจับอยู่นานแต่แพง ขอบคุณที่เอามาเผยแพร่จ้า  :icon_evil:

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6324
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 09:04:34 PM »
พระกาลเทวิลมหาฤๅษีทราบด้วยญาณว่า พระโพธิสัตว์ได้ประสูติแล้ว จึงเดินทางมายังกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อชื่นชมพระบารมีและทำความเคารพพระกุมาร
พร้อมกล่าวคำทำนายว่าพระกุมารจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า








เมื่อพระกุมารพระชนมายุครบ 5 วัน  พระเจ้าสุทโธทนะจึงเชิญพราหมณ์จำนวน 108 คนมาทำพิธีและถวายพระนามว่า สิืทธัตถะ
มีพราหมณ์ที่ได้รับเลือก 8 คนเข้ามาถวายคำทำนาย โกณฑัญญะพราหมณ์ที่อายุน้อยที่สุดทำนายว่าพระกุมารจะไ้ด้ตรัสรู้เป็นพระศาสดาอย่างแน่นอน
แตกต่างจากพราหมณ์อีก 7 คน
และเมื่อพระกุมารสิทธัตถะพระชนมายุครบ 7 วัน พระนางสิริมหามายาก็สิ้นพระชนม์







พระกุมารสิทธัตถะทรงอยู่ในความดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี พระขนิษฐาของพระนางสิริมหามายา จนกระทั่งพระชนมายุ 8 ชันษา
ในพิธีแรกนาขวัญพระองค์ประทับใต้ต้นหว้ากำหนดสมาธิไม่ใส่ใจต่อความวุ่นวายทั้งปวง
เกิดปาฏิหาริย์ที่เงาต้นหว้ายังคงแผ่ร่มเงาให้พระกุมารมิได้เคลื่อนคล้อยแม้เวลาจะล่วงเลยไปแล้วก็ตาม








พระกุมารสิทธัตถะทรงเจริญวัย รูปโฉมงดงาม และทรงพระปรีชาสามารถ หากยังทรงเบื่อหน่ายต่อชีวิตแม้พระเจ้าสุทโธทนะจะทรงสร้างปราสาท 3 ฤดูให้เป็นที่ประทับก็ตาม







รวมทั้งได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงยโสธรา พิมพา แห่งกรุงเทวทหะ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 18, 2010, 09:23:20 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6324
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 01:02:10 PM »
จนกระทั่งเจ้าชายสิทธัตถะได้เห็นเทวทูตทั้ง 4 คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และ สมณะ
จึงได้รู้ว่าชีวิตนี้มีแต่ความทุกข์ทรมาน  ไม่มีใครหลีกพ้นได้







และเมื่อพระองค์ได้เห็นบรรดานางรำที่สวยงามนอนหลับใหลก่ายกองเป็นที่น่าสังเวช พระองค์จึงเข้าใจว่าความงดงามทั้งหมดที่เห็นเป็นเพียงสิ่งลวงตา และคิดจะออกผนวช







เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จไปทอดพระเนตร พระโอรสราหุลและพระนางพิมพาเป็นครั้งสุดท้าย







แล้วเสด็จหนีออกจากพระราชวังพร้อม ฉันนะ คนสนิท และม้ากัณฐะกะ ในคืนนั้น







ทรงปลงพระเกศา เพื่อออกผนวช ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา
พระเกศานั้น ท้าวสักกเทวราชได้นำพานทองมารองรับเพื่อนำไปบรรจุในพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2010, 01:05:41 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6324
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 01:23:13 PM »
ทรงศึกษาสรรพวิชาและบำเพ็ญทุกขกิริยาเพื่อหาวิธีดับทุกข์ พราหมณ์อัญญาโกณทัณญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิคอยปรนนิบัติรับใช้
ท้าวสักกเทวราชเกรงว่าร่างกายของพระสมณโคดมจะแตกสลายเสียก่อน จึงบันดาลให้พระองค์ทรงได้ยินเสียงสายพิณที่ตึงและหย่อนแตกต่างกัน จนเป็นผลให้พระองค์ค้นพบทางสายกลาง
หันกลับมาเสวยอาหารตามเดิม บรรดาพราหมณ์ทั้งห้าเข้าใจว่าพระสมณโคดมเลิกที่จะหาทางหลุดพ้นแล้ว จึงพากันตีจากไป








พระสมณโคดมทรงค้นหาวิธีดับทุกข์ต่อไป นางสุชาดาผ่านมาเห็นสมณะที่มีลักษณะสมกับเป็นมหาบุรุษจึงถวายข้าวมธุปายาสให้แก่พระองค์







เมื่อเสวยข้าวมธุปายาสแล้ว พระองค์จึงทรงนำถาดนั้นมาเสี่ยงทายยังแม่น้ำเนรัญชรา 
ถ้าหากพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ถาดนี้ลอยทวนน้ำ
ถาดจึงลอยทวนน้ำขึ้นไปตามคำอธิษฐาน  ก่อนจะจมลงสู่นาคพิภพ รวมกับถาดอีก 3 ใบของอดีตพระพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้

(ภัทรกัป = การอุบัติของพระพุทธเจ้าในโลกนี้มี 5 พระองค์ คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์ พระกัสสปะ พระโคดม (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) และพระศรีอาริยเมตไตรย)








พระสมณโคดมทรงประทับ ณ โคนต้นมหาโพธิ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก โดยตั้งพระปณิธานว่าหากมิได้บรรลุพระธรรมจะไม่ลุกไปไหน
พญาวสวัตดีมาร (จอมฟ้าพญามาร) นำเหล่า้เสนามารมาขัดขวางทดสอบจิตใจพระสมณโคดม
พระแม่ธรณีจึงปรากฏองค์ขึ้น และบิดน้ำทักษิโณทกจากบุญกุศลที่พระสมณโคดมหลั่งลงแผ่นดินมาแต่อดีตชาติออกจากมวยผม ที่พระนางทรงรองรับไว้มากมายจนประมาณมิได้ขับไล่เหล่ามารไป








พระองค์ประทับบำเพ็ญสมาธิต่อไป จนกระทั่งเวลาเย็นได้เกิดปัญญาหยั่งรู้ถึงอดีตชาติที่เคยถือกำเนิดมาหลายชาติภพ
จนกระทั่งเวลาค่อนคืน ทรงเกิดปัญญาหยั่งรู้การเกิด การตายของสัตว์ัทั้งหลาย และเวลาย่ำรุ่งทรงเกิดปัญญาหยั่งรู้ในธรรมที่สิ้นไปแห่งกิเลสทั้งหลาย
ทรงเกิดญาณปัญญาค้นพบแสงสว่าง ภพนี้เป็นภพสุดท้าย จะไม่มีเกิดใหม่อีกต่อไปแล้ว




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2010, 02:03:08 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 07:41:31 PM »
พี่กาฬฯมาเรียงให้แล้ว ขอบคุณคะ  :icon_rolleyes:
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6324
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: ภาพพุทธประวัติ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กันยายน 20, 2010, 01:15:08 PM »
และในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6  พระองค์ก็ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ที่ใต้ต้นมหาโพธิ ตำบลอุรุเวฬาเสนานิคล 
เกิดแสงสว่างปรากฏขึ้นในจักรวาล  เทพเทวดาต่างสรรเสริญต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงอุทานเป็นพุทธพจน์ว่า "เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียงเพ่งอยู่ เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้นย่อมสิ้นไป เพราะได้รู้ธรรมพร้อมทั้งเหตุ
เพราะได้ความสิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลาย ย่อมกำจัดมารและเสนามารลงได้ ดุจพระอาทิตย์ทำท้องฟ้าให้สว่างฉะนั้น"








จอมฟ้าพญามารยังคงไม่เลิกละที่จะทดสอบพระพุทธองค์ จึงได้ส่งธิดาทั้งสามของตน นางราคะ นางอรดี และนางตัณหา มาเล้าโลมพระพุทธองค์ ณ โคนต้นอชปาลนิโครธ (ต้นไทร)
หากไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ก็ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจพระพุทธองค์ได้








ในคืนที่ฝนตกหนัก พระพุทธองค์เสด็จมาประทับที่โคนต้นมุจลินท์ (ต้นจิก)
ด้วยพระบารมีของพระพุทธองค์ทำให้พญามุจลินทนาคราชได้เข้ามาขดรอบพระวรกาย 7 รอบ และแผ่พังพานเหนือเศียรพระพุทธองค์ เพื่อป้องกันฝน
ครั้นฝนหยุดตก จึงคลายขดออกจากวรกายพระพุทธองค์








เมื่อได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ทรงกังวลว่าธรรมที่ตรัสรู้นั้นลึกซึ้งเกินกว่าปุถุชนจะเข้าใจ
แม้ประกาศพระธรรมไปผู้ที่ยังคงเป็นอวิชชาคงไม่มีทางเข้าใจและธรรมนั้นจะไม่เกิดประโยชน์
ท้าวสหัสบดีพรหมและเหล่าเทวดาจึงมาเข้าเฝ้าขอให้พระองค์แสดงธรรมแก่ผู้ที่พอจะสอนได้
พระพุทธองค์จึงดำริได้ว่า สัตว์โลกนั้นมี 4 ประเภทเหมือนบัว 4 เหล่า  ผู้ที่มีปัญหาพอจะเข้าใจในพระธรรมจึงเปรียบประดุจดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำแล้ว








พระพุทธองค์ทรงระลึกถึงผู้ที่สมควรจะได้รับปฐมเทศนา จึงระลึกถึงอาฬารดาบส กาลามโคตรและอุททกดาบส รามบุตรที่เคยประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เมื่อพระองค์เพิ่งเสด็จออกผนวช
พบว่าท่านทั้งสองสิ้นชีพไปจุติไปอรูปพรหมเสียแล้ว ไม่มีโอกาสจะได้ฟังเทศนาธรรม
จึงเสด็จไปพบปัจจวัคคีย์ทั้ง 5 ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เืมืองพาราณสี ทรงแสดงปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตนสูตร จนกระทั่งอัญญาโกณฑัญญะสำเร็จเป็นอรหันต์ ตามด้วยพราหมณ์ทั้ง 4 คน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
คือวันอาสาฬหบูชา มีพระรัตนตรัยครบองค์3  คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2010, 05:19:42 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**