ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 08:52:48 PM »
งั่งคิดจะแอบหนีก็โดนพระฤๅษีจับได้ พระฤๅษีคิดจะให้งั่งเป็นบริวารของเทพทั้งสาม จะได้ไม่ไปก่อกรรมทำเข็ญอีก พอคิดจะหนีก็โดนท่องคาถาเด็กจู้จี้อีก เลยจำต้องทนอยู่จะได้ไม่ถูกมงคลรัดหัวตาย






พระฤๅษีเข้ามาดูราหูที่นอนหลับอยู่ในอาศรม (ตกใจมาก เห็นกล้วยเหลือแต่ก้านเครือ หนูกินหมดเครือเลยเหรอลูก) แล้วเรียกงั่งเข้ามา ใช้ให้เก็บเปลือกกล้วยไปทิ้ง พองั่งจะไม่เก็บก็ท่องคาถาขู่ นั่งเก็บเปลือกกล้วยไปก็ยังไม่ล้มเลิกความอยากกินเด็กน้อย เลยโดนพระฤๅษีขู่






พระฤๅษีมองเห็นรูปของเทพอีกสององค์ในร่างของพระราหูน้อย จึงเข้าญาณดูที่มาที่ไปตั้งแต่อดีตชาติ






พระฤๅษีมาปลุกงั่งแต่เช้าสอนเรื่องบาปกรรม แล้วก็เรื่องในอดีตของงั่ง ที่เคยมีเมียกำลังท้องแก่ ไม่ว่าใครจะบอกว่าผัวเป็นกระหังก็ไม่เชื่อ
จนกระทั่งเมียงั่งเห็นงั่งออกไปหาของโสโครกกินจึงรู้ว่างั่งเป็นกระหังก็ตกใจวิ่งหนีจนได้รับอุบัติเหตุตาย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:06:17 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 09:12:07 PM »
งั่งทึ่งที่พระฤๅษีรู้ นึกถึงชะตากรรมตัวเองที่โดนไล่ออกจากหมู่บ้าน แต่ก็ยังไม่ได้สำนึกจริงๆ ยังพยายามอ้อนวอนให้ถอดมงคลหัวออก และพอเห็นราหูน้อยก็ยังอยากกิน
ราหูไม่ยอมลงมาเพราะกลัวผีกระด้ง พระฤๅษีบอกว่ามันไม่ทำอะไรหรอก นับแต่นี้งั่งจะเป็นพี่เลี้ยงเจ้า ราหูไม่อยากได้ งั่งทำเป็นลิงหลอกเจ้าลับหลังพระฤๅษีก็จ้องจะกินราหู พระฤๅษีเลยไล่ให้ไปเก็บผลไม้





แล้วก็สอนราหูน้อยให้ท่องคาถาบังคับงั่ง พอราหูลองท่องคาถาก็ลอยไปถึงงั่งที่กำลังเก็บผลไม้ พระฤๅษีให้ราหูหยุดท่อง เดี๋ยวงั่งมันตายซะก่อน






เอย...นับแต่นั้นพระมุนีผู้มีฤทธิ์
รับเป็นศิษย์ศึกษาอาคมขลัง
แล้วถ่ายทอดอิทธิฤทธิ์ไม่บิดบัง
จอมกระหังเป็นพี่เลี้ยงเพียงยินดี







วันเวลาเวียนเปลี่ยนฤดูเข้าวรรษสันต์ (น้องเก้า หนูโตมาน่ารักกระเจิดกระเจิงมาก) :icon_evil:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:07:59 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ ปากกาเวทมนตร์

  • รักการอ่าน รักเสียงเพลง
  • **
  • 1161
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • เฟซบุ๊คของเราเอง
    • อีเมล์
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2010, 09:16:18 PM »
เอ่อ.. น่ารักกระเจิดกระเจิง ฟังดูเหมือนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไงไม่รู้  :icon_confused:

แต่น้องเก้าโตมา น่ากิน เอ๊ย! น่ารักจริงๆ หล่อด้วย :icon_evil:



ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2010, 10:55:23 AM »
เอ่อ.. น่ารักกระเจิดกระเจิง ฟังดูเหมือนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไงไม่รู้  :icon_confused:

แต่น้องเก้าโตมา น่ากิน เอ๊ย! น่ารักจริงๆ หล่อด้วย :icon_evil:


หมายความว่า สติสตังของพี่กระเจิดกระเจิง  กู่ไม่กลับไปแล้วน่ะสิ   :icon_confused:



ล่วงเข้าเหมันต์ งั่งก็ยังคอยจะจับเด็กน้อยกินอยู่ แต่มีพระฤๅษีคอยกันท่า งั่งก็คอยเป็นลูกไล่ให้เทพทั้งสามซ้อมมือเล่น แม้แต่จินดาเมขลาก็ห้าวหาญเกินชาย






ในขณะที่มณีคะแนนตก ทัศนีย์ก็รีบฉวยโอกาสเอาอกเอาใจท้าวตรีภพ “หมู่นี้เจ้าพี่เสด็จไปแต่ที่ตำหนักของน้อง พระมเหสีฝ่ายขวาจะไม่น้อยพระทัยเอาหรือเพคะ”
ท้าวตรีภพไม่อยากได้ยิน “ถ้าเจ้าพี่กริ้ว เพราะว่าคลอดพระกุมารออกมาเป็นยักษ์หม่อมฉันคิดว่าไม่ใช่ความผิดของพี่มณีนะเพคะ”
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็เป็นความผิดของพี่น่ะสิ” ทัศนีย์แกล้งทำเป็นสงสารเห็นอกเห็นใจมณี






พวกทัศนีย์สรรหารูปปั้นยักษ์มาเพื่อใส่ร้ายมณี และให้หมื่นมิตรทหารคนสนิทจัดการฆ่าปิดปากช่างปั้น






อำมาตย์มาบอกข่าวทัศนีย์และให้ทำตามแผนที่วางไว้


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:09:18 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2010, 10:59:49 AM »
ทัศนีย์แกล้งชวนมณีออกมาเดินเล่นที่อุทยานของตำหนักตนเอง คุณท้าวฝ่ายมณีไม่ไว้ใจไม่รู้จะมาไม้ไหนอีก






ทัศนีย์พามณีมาคุยกันตามลำพัง โดยไล่คุณท้าวนางกำนัลไปให้หมด โดยเสแสร้งบอกว่ามณีว่าอยากให้ทุกอย่างจบลงเรียบร้อย ไม่งั้นคงไม่ยอมไปง้องอนพี่มณีมาหรอก
ตอนแรกก็อิจฉาที่พี่มณีทรงครรภ์ แต่พอคลอดโอรสออกมาความรู้สึกของน้องก็เปลี่ยนไป บลา....สารพัดจะเอื้อนเอ่ยเสแสร้งแกล้งทำดี






ท้าวตรีภพและทัศนีย์อยู่ๆ ก็เข้ามาหามณีในตำหนัก ไม่พูดพร่ำทำเพลง ท้าวตรีภพตบพระพักตร์มเหสีมณีฉาดใหญ่อย่างเกรี้ยวกราดว่ามันอยู่ที่ไหน มณีไม่รู้เรื่องอะไร
“แหม พี่มณีของกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องไม่น่าทำเป็นไร้เดียงสาบริสุทธิ์เลยนี่เพคะ อยู่ที่ไหนก็กราบทูลเจ้าพี่ไปเถอะเพคะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา” ท่าทีเปลี่ยนไปหน้ามือเป็นหลังมือ






มณีไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไร ทัศนีย์สั่งให้ค้นตำหนัก แล้วก็เจอรูปปั้นยักษ์ที่เอามาซ่อนไว้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:12:01 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ ปากกาเวทมนตร์

  • รักการอ่าน รักเสียงเพลง
  • **
  • 1161
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • เฟซบุ๊คของเราเอง
    • อีเมล์
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2010, 03:27:10 PM »
น้องจินดาเมขลาน่ารักจัง

ท้าวตรีภพเนี่ย ไม่ไหวๆ



ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 01:24:31 PM »
มณีรีบปฏิเสธว่ามันไม่จริง ท้าวตรีภพมองมณีอย่างไม่เชื่อถืออีกต่อไป เพราะรูปปั้นเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามณีแอบคบชู้กับยักษ์ถึงมีรูปยักษ์ซ่อนไว้เชยชม






ทัศนีย์กลับมาสาสมใจ ไม่คิดว่าเรื่องจะง่ายดายขนาดนี้ ตำแหน่งมเหสีเพียงหนึ่งเดียวจะต้องเป็นตนเท่านั้น






ท้าวตรีภพกลับมาเดือดดาลเมื่อนึกถึงคำปฏิเสธอ้อนวอนของมณีว่าไม่รู้เรื่องรูปปั้นยักษ์นั้น “อำมาตย์เดชา เอาตัวนางแพศยานี่ไปฆ่าที่กลางป่าแล้วทิ้งศพให้เป็นเหยื่อของแร้งกากิน”
(เออ ตอนที่ดูในทีวีดูผ่านๆ เลยไม่ได้รับรู้ว่าท้าวตรีภพโหดร้ายขนาดนี้ นี่ขนาดเรื่องนี้ไม่มีเสน่ห์นะเนี่ย) ทัศนีย์ย้ำคำสั่งขององค์เหนือหัว อำมาตย์เดชเลยจำใจทำ






“ถ้าเจ้าพี่ทรงปักพระทัยเชื่อว่าหม่อมฉันทำผิดจริง หม่อมฉันก็ขอกราบทูลลาเพคะ แต่หม่อมฉันก็ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของหม่อมฉันและขอให้พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองได้โปรดเป็นพยาน
ใครที่ใส่ร้ายป้ายสีหม่อมฉัน คนเหล่านั้นจะต้องได้รับเวรกรรมตอบสนอง”
ทัศนีย์โดนแช่งใจหายวูบ ท้าวตรีภพคิดด้วยความโกรธหน้ามืดตามัว ไม่ไตร่ตรองเหตุผล ยังกล่าวหาว่ามณีจะตายแล้วยังแช่งคนอื่นอีก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:13:20 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 01:46:08 PM »
มณีถูกหมื่นมิตรคุมตัวออกมา มีชาวบ้านมามุงดูเต็มไปหมด หมื่นมิตรประกาศกร้าวว่าใครที่บังอาจแสดงความอาลัยอาวรณ์มเหสีมณีจะต้องได้รับโทษเยี่ยงนี้
แล้วก็เชือดทหารให้ดูเป็นตัวอย่าง มณีทนไม่ไหวกับความโหดร้าย ด่าว่าไปก็ไม่รู้สึกรู้สา






มณีถูกทหารคุมตัวออกจากเมืองไป หมื่นมิตรไล่ชาวบ้านกลับไป บอกว่ามณีไม่มีค่าพอที่ใครจะสละชีวิตให้ ชาวบ้านบางคนกล้าหาญลุกขึ้นมาด่าว่าหมื่นมิตรก็ถูกฆ่าตายหมด ทุกคนหนีกันกระเจิง






ท้าวตรีภพยืนเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง ทัศนีย์เดินเข้ามาเห็นก็โกรธที่เหนือหัวยังอาลัยอาวรณ์มณีอยู่ แกล้งทำบีบน้ำตา “เรายังพอแก้ไขเหตุการณ์ได้นะเพคะ ถ้าเจ้าพี่ทรงรับสั่งม้าเร็วให้ตามไป”
ท้าวตรีภพถามว่าพูดเรื่องอะไร “ความจริงแล้วไม่จำเป็นเลยเพคะที่พระมเหสีจะต้องโทษประหารชีวิต” ท้าวตรีภพได้ฟังก็โกรธ
“ไม่จำเป็นเหรอ นางมณีมันคบชู้สู่ชายอย่างนั้นเจ้ายังว่าไม่จำเป็นอีกเหรอ ผัวมันเป็นยักษ์มันถึงได้คลอดลูกออกมาเป็นยักษ์อย่างนั้น ความจริงเราน่าจะสะกิดใจตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว”






“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันอดคิดไม่ได้ว่าหม่อมฉันคือสาเหตุที่ทำให้พระมเหสีต้องโทษประหารชีวิต หม่อมฉันกลัวบาป หม่อมฉันกลัวเวรกรรมเพคะ” พูดซะดิบดี
ท้าวตรีภพปลอบไม่ให้คิดมาก “เจ้าทำไปก็เพราะหวังดี ไม่อย่างนั้นพี่ก็คงโง่งมงายให้นางมณีกับชู้มันหัวเราะเยาะพี่ เจ้าทำไปเพื่อรักษาเกียรติยศของพี่ตะหากล่ะ” ทัศนีย์ลอบยิ้มสาสมใจที่กำจัดมณีออกไปได้


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:14:45 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 01:48:37 PM »
มณีถูกพามาฆ่ากลางป่าลึก โดยที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร ด้วยความกลัวตายจึงวิ่งหนีพวกทหารไปจนมุมที่หน้าผา มณีว่าไม่เคยคิดร้ายกับใคร ทหารพวกนี้ก็พวกทัศนีย์บอกว่ามณีมีความผิดเพราะเป็นคู่แข่งกับมเหสีทัศนีย์
ขณะที่ทหารเงื้อดาบกำลังจะฟันลงมา






ก็มีแสงประหลาดซัดใส่พวกทหารกระเด็นไป มณีอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีไป ตัววิปริตปรากฏขึ้นมาขัดขวางพวกทหาร มณีวิ่งหนีทั้งคนทั้งตัวประหลาดไปอย่างไม่คิดชีวิต






จนเหนื่อยจึงหยุดพัก คิดว่าไม่รู้จะไปทางไหนต่อ แล้วตัววิปริตก็กระโดดลงมาขวางหน้า “จะไปไหนแม่นางคนสวย” มณีอ้อนวอนอย่าทำอะไรเราเลย ปล่อยเราไปเถอะ
วิปริตอยากได้มณีไปเป็นเมีย มณีวิ่งหนีก็ต้อนหน้าต้อนหลังจนนางหนีไปไหนไม่ได้






ขณะนั้นลิงนันทเสนผ่านมาเห็น จึงได้เกิดศึกชิงนางกันขึ้น มัวแต่ทะเลาะกันสู้กัน มณีเลยได้โอกาสหนี


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:15:59 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 01:55:01 PM »
มณีก็หนีแล้วหนีอีก วิ่งมาจนเหนื่อยนั่งพิงก้อนหิน เผอิ๊ญญ ก้อนหินก้อนนั้นเป็นยักษ์สุระผัดที่จำศีลอยู่ เห็นหญิงงามเข้ามาใกล้ก็หมายจะโลมเลีย มณีรู้สึกตัวหันไปเจอยักษ์ก็ตกใจ






มณีกรีดร้องกับความซวยซ้ำซากของตัวเอง เดี๋ยวเจอะนั่นเจอะนี่วิ่งหนีตัวประหลาดมาก็มาเจอยักษ์ รู้อย่างนี้ให้เพชรฆาตฆ่าให้ตายแต่แรกดีกว่า
ยักษ์สุระผัดโมเมว่าเพราะเป็นเนื้อคู่กันเลยมาเจอกัน มณีบอกว่าตนมีสามีมีลูกแล้ว แต่สุระผัดไม่เชื่อ แล้วยังเสกคาถาสะกดนิ่งทำให้มณีไปไหนไม่ได้






แล้วก็อุ้มมณีเหาะผ่านนันทเสนกับวิปริตที่ยังสู้กันอยู่ สุดท้ายวิปริตก็ถูกฆ่าตาย นันทเสนหันไปหันมาเพิ่งรู้ว่ามณีหาย






นันทเสนตามมาทันสุระผัด เลยแย่งกันกลางอากาศ (เออ กาฬก็เล่าเพลิน น่าจะเล่าตัดๆ จะได้สู้กันเสร็จเร็วๆ)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:17:05 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 02:00:06 PM »
กล่าวฝ่ายพระฤๅษีผู้มีเมตตาเห็นเหตุการณ์จึงร้องห้าม มณีวิ่งเข้าไปขอพึ่งบารมี ต่างฝ่ายต่างอ้างว่านางเป็นเมียของตน ถึงขั้นลบหลู่พระฤๅษี เลยโดนพลังสะท้อนกลับ พระฤๅษีเลยเสกให้สู้กันต่อ ถ้าไม่สั่งให้หยุดก็ไม่ต้องหยุด






มณีโชคดีได้มาพึ่งใบบุญพระฤๅษี มณีว่าตนคงสร้างเวรกรรมไว้มาก ชาตินี้เลยทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้น พระฤๅษีว่า คงสร้างความดีเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน ชาตินี้จึงเกิดมาสูงส่งและมีรูปอันเป็นที่เจริญตาแก่ผู้พบเห็น
มณีว่ามีประโยชน์อะไรในเมื่อมันนำมาซึ่งความทุกข์และความตาย “ถ้าเจ้าหมายถึงยักษ์และลิงนั่นน่ะ มันยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”






นันทเสนกับสุระผัดก็สู้กันหยุดไม่ได้ จนพระฤๅษีสั่งเลยล้มหมดแรงทั้งคู่ ต่างเข้ามากราบเป็นอาจารย์และสำนึกผิด
พระฤๅษีว่าพวกเจ้าผิดที่ปล่อยให้อำนาจใฝ่ต่ำครอบงำ ดูนางสิ นางถูกให้ร้ายต้องโทษประหาร พวกเจ้าก็มาซ้ำเติม แล้วพระฤๅษีก็ให้มองดูกองไฟ เป็นภาพเหตุการณ์เกี่ยวกับมณี (ย้อนความหลังกันอีกละ)






เมื่อรู้ถึงความทุกข์ของมณีแล้ว ทั้งสองก็เอ่ยขอโทษ มณียังกลัวๆ เกรงๆ อยู่ พระฤๅษีว่าพวกเจ้าไม่ได้มีสันดานเลวร้ายอะไรเพียงแต่คึกคะนองเท่านั้น นันทเสนสารภาพว่ามีตัวประหลาดตายด้วย แล้วก็พาไปดูศพ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:20:12 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 02:03:28 PM »
พระฤๅษีรู้จักวิปริตด้วย สุระผัดถามว่ามันเป็นพวกวิปริตเหรอ นันทเสนว่ามันชื่อวิปริตตะหาก มันมีอิทธิฤทธิ์ไม่ต่างจากเจ้าทั้งสองปล่อยให้ตายไปน่าเสียดาย
จึงจัดการควักหัวใจนันทเสนให้วิปริตโดยรวมร่างทั้งสองเข้าด้วยกัน อิทธิฤทธิ์ก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า และเพื่อชดใช้ความผิดต่อมณี ให้ไปตามหาโอรสของนางให้พบ






มณีขอบคุณอย่างดีใจ สุระผัดว่า แหม ยังไม่ทันรับปากเลยชิงขอบคุณก่อนซะแล้ว พระฤๅษีว่าหรือเจ้าจะไม่ทำ สุระผัดว่าทำสิ แค่ล้อเล่นเอง แล้วมณีก็ได้องครักษ์ฝีมือดีคอยคุ้มครอง






มณีรักษาศีลอยู่ใต้ใบบุญพระฤๅษี พระฤๅษีเสกอาศรมให้และให้ระฆังแก้วเอาไว้ ถ้าหากมีอันตรายให้สั่นระฆังแล้วนันทเสนกับสุระผัดจะมาช่วยไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม






ล่วงเข้าหน้าฝน ขณะนี้เป็นเวลาของพิรุณน้อย งั่งยังไม่เลิกคิดจะจับโอรสน้อยกินแอบย่องเข้ามาตอนพิรุณหลับ แต่พอดีพิรุณละเมอท่องคาถาเด็กจู้จี้เสียก่อน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:21:24 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 08:52:05 PM »
ละเมอหนักเข้าจนงั่งทุรนทุรายต้องปลุกให้พิรุณตื่น พิรุณโวยวายว่าผีกระด้งมาทำไรเนี่ย หรือคิดไม่ซื่อ งั่งรีบแก้ตัวว่าได้ยินพิรุณเรียกที่ไหนได้ ละเมอท่องคาถา พิรุณก็ใจดีช่วยท่องซ้ำ






พิรุณเดินออกมาข้างนอก ฝนตกไม่หยุด พิรุณถามว่างั่งหิวเหรอ (เห็นทำหน้าเหมือนอยากกินตัวเอง) ออกไปหาผลไม้กันดีกว่า
งั่งว่าออกไปได้ไง ฝนตกเดี๋ยวพระฤๅษีโคดมก็ดุเอาหรอก“ฝนตกเราก็ห้ามไม่ให้ตกซะก็สิ้นเรื่อง”  แล้วพิรุณก็บันดาลให้ฝนฟ้าหยุดตกในทันที น้องเก้าน่ารักมากทำแบมือสองข้างบอก เห็นมั้ยแค่นี้เองเนี่ย






“คราวนี้ก็ก้มตัวลง” งั่งถามทำไม “ก็หนูเดินไปมันเมื่อยอ่ะ ก็ขี่หลังไปแล้วกัน” พอไม่ให้ก็ท่องคาถาขู่ แค่คิดด่าในใจยังโดนตีหัวเลย






…...ก่อเกิดสามฤดูกอบกู้โลก
ให้พ้นโศกสารพัดอุบัติศรี
เมื่อร่างหนึ่งออกมารบราวี
อีกสองร่างหลบลี้สู่นิทรา


พิรุณน้อยได้ฟังเรื่องของตนจากท่านตาก็ถาม “แล้วหนูจะได้พบคนอีกสองคนรึเปล่าจ๊ะท่านตา”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:22:00 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 08:53:23 PM »
ท่านตาบอกว่าไม่ จะวนเวียนอย่างนี้จนกว่าจะขึ้นสวรรค์ตามเดิม พิรุณน้อยบ่นว่าไม่สนุกน่ะสิ ท่านตาว่าเจ้าเกิดมามีภารกิจที่สำคัญต้องทำคือปราบอธรรม
พิรุณถามว่าอธรรมหน้าตาเป็นไง หน้าเหมือนหนูหรือเหมือนงั่ง อธรรมคือผู้ที่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เมื่อเจ้าไปตามหาแม่เจ้าก็จะได้พบกับคนพวกนี้






พระฤๅษีพาพิรุณกับงั่งไปที่บึงน้ำ งั่งพลัดตกน้ำตกท่าต้องหิ้วขึ้นมา พระฤๅษีเสกน้ำให้หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นลมลอยขึ้นไปถึงสวรรค์






เป็นสัญญาณให้พระอิศวรทรงทราบว่ากุมารน้อยจะออกเดินทางแล้ว จึงประทานศาสตราวุธของเทพทั้งสามลงไปให้ได้แก่ กระบองของเทพราหู พระขรรค์ของเทพพิรุณ ดวงจินดาของจินดาเมขลา






พิรุณขอลองใช้อาวุธ เพียงครั้งแรกที่ได้จับอาวุธคู่กาย ก็สะท้านสะเทือนขึ้นไปถึงสวรรค์ พระอิศวรทอดพระเนตรอย่างพอพระทัย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:23:28 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 08:55:31 PM »
ขณะทดลองศาสตราวุธก็พลันเปลี่ยนร่างไปเป็นอีกสองร่างด้วยเช่นกัน เพราะราหูกับจินดาก็มาทดลองศาสตราด้วย






พระฤๅษีโคดมบอกพิรุณว่าถึงเวลาออกเดินทางแล้ว ให้เดินทางไปทางทิศเหนือ งั่งทวงอยากได้อาวุธใหม่บ้างเลยโดนพระฤๅษีเอ็ดแล้วเดี๋ยวจะสาปจากกระหังเป็นกระสือ
งั่งเลยไม่กล้าหือ แล้วก็บอกให้งั่งเรียกพิรุณว่าพระโอรสและต้องเคารพอย่างจริงใจไม่ใช่เป็นลิงหลอกเจ้าอย่างทุกวันนี้ พิรุณกราบลาท่านตาไปตามหาแม่






งั่งยังคิดไม่ซื่อ จ้องอยากจะกินโอรสน้อยแล้วชิงอาวุธไป แต่พิรุณรู้ทันยังกะได้ยินความคิดหันมาชี้หน้า “หึ! งั่งยังคิดจะกินหนูอยู่อีกเหรอ”
งั่งปฏิเสธว่าเปล่า ระแวงไปเองน่ะ “ท่านตาสอนว่าอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคนแล้วจะจนใจเอง ยิ่งงั่งเป็นผียิ่งไว้ใจไม่ได้ใหญ่ เพราะผีชอบหลอก”
“ถึงงั่งหลอกพระโอรสก็ไม่กลัวใช่ม้า”
“ไม่กลัวเพราะว่าถ้ารายึดมั่นในความดี ความดีก็จะเป็นเกราะคุ้มครองให้เอง”
แต่งั่งก็ยังไม่เลิกล้มความตั้งใจ






กลางคืนแวะพักแรม งั่งจะกินเนื้อดิบพิรุณก็ห้ามไว้ ต้องกินเนื้อที่สุกแล้ว ขู่ว่าถ้าจะกินเนื้อดิบก็แยกทางกัน ทางใครทางมัน
งั่งได้แต่บ่นในใจแต่ก็ขัดไม่ได้ เพราะหวังเนื้อโอรสน้อยกับอาวุธวิเศษ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 06:24:57 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**