ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #120 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2010, 12:51:38 AM »
นันทะเสนสั่งให้ถอยออกมาให้หมด เพื่อที่จะคลายมนต์สะกด นันทะเสนคลายมนต์แล้วท้าวตรีภพก็ได้สติ ตื่นมาพบตัวประหลาดนานาพันธุ์ก็ตกใจ เรียกหาทัศนีย์คิดว่าตัวเองฝันไป ตัวประหลาดเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท้าวตรีภพรีบวิ่งไปที่ประตูแต่แล้วประตูก็ปิดไร้ทางออก  สุระผัดขู่ด้วยความสะใจว่าถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็หนีไปไม่ได้หรอก







“ปล่อยเราไปนะ ถ้าพวกเจ้าต้องการอะไรเราจะยกให้ทั้งหมด” นันทะเสนหัวเราะเยาะเย้ย “นี่ ข้าน่ะมีมากกว่าพระองค์ด้วยซ้ำ” แล้วก็ล้อเลียนท้าวตรีภพกันสนุกปาก
ท้าวตรีภพถามว่าต้องการอะไรกันแน่ “วันนั้นข้าก็บอกไปแล้วว่า เจ้านายของข้าต้องการพระมเหสีทัศนีย์”
“แล้วเจ้านายของเจ้า เป็นใคร”
“เราเอง!!” มณีและพิรุณเดินออกมา ท้าวตรีภพตะลึง







แม้จะเห็นด้วยตาตนเอง แต่ท้าวตรีภพก็ยังไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง ยังคิดว่าฝันไปอยู่ที่เห็นมณีมายืนอยู่ตรงหน้า พิรุณและมณีมองหน้ากัน คืนนี้ตัดสินแล้วว่าจะจากไปหรือไม่








อำมาตย์เดชากลับมารายงานทัศนีย์ว่าตามหาองค์เหนือหัวไม่พบ หมื่นมิตรก็หาไม่พบเหมือนกัน ทัศนีย์ร้อนใจคิดว่าต้องพวกตัวประหลาดแน่ๆ
คุณท้าวฝ่ายมณีรีบมาเพราะได้ยินว่าองค์เหนือหัวหายไป คุณท้าวฝ่ายทัศนีย์เลยกัดว่าไม่มาถามพรุ่งนี้เลยล่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:07:34 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #121 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2010, 12:54:21 AM »

คุณท้าวฝ่ายมณีร้องไห้เสียใจหวาดกลัว ทัศนีย์รำคาญบอกให้ไปร้องที่อื่น แล้วหันไปสั่งอำมาตย์อาจองว่าจะทำไรก็รีบทำลูกยิ่งกลุ้มใจอยู่ แล้วก็ให้เอาทหารมาเฝ้าด้วยเดี๋ยวตัวประหลาดมาเอาลูกไปอีก







“จริงหรือ มณี” ท้าวตรีภพถามย้ำหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเทพสามฤดู “พระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่พระทัยเถอะเพคะ”
“มันก็...อืม...เป็นเรื่องที่เชื่อยากอยู่เหมือนกันนะ โดยเฉพาะที่น้องบอกว่า เด็กคนนี้เป็นคนๆ เดียวกับเด็กยักษ์นั่น” ทั้งนันทะเสน สุระผัด และงั่งต่างยืนยันเป็นเสียงเดียว
โดยเฉพาะงั่งได้รับมอบหมายจากพระฤาษีโคดมให้ดูแล พระโอรส พระธิดาทั้งสาม ท้าวตรีภพยังงุนงงไม่อยากเชื่อ






“เสด็จพ่อทรงเชื่อเถอะจ้ะ หนูเป็นลูกของเสด็จพ่อจริงๆ ทั้งหนูทั้งเสด็จแม่ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโกหกเสด็จพ่อเลยนะจ๊ะ” ท้าวตรีภพยังไม่ปักใจเชื่อจึงแบ่งรับแบ่งสู้
“ขอเวลาเราทบทวนอะไรอีกซักนิดเถอะ ทุกอย่างมันกระทันหันเหลือเกิน แล้วมันก็เป็นเรื่องที่...เหลือเชื่อมาก”
“พี่นันทะเสน พาองค์เหนือหัวกลับไปคืนซะเถอะ เราผิดหวังจริงๆ ที่อุตส่าห์บุกป่าฝ่าดงมาถึงที่นี่” มณีพูดอย่างตัดเยื่อใย แต่ท้าวตรีภพยังมองมณีอย่างมีเยื่อใย






บนวิมาน พระอิศวรเห็นทรงเฝ้ามองความเป็นไปทุกอย่าง มาตุลีว่าท่าจะยุ่งเหมือนกันท้าวตรีภพบทจะไม่เชื่อก็หาเหตุผลมาค้านได้สารพัด บทจะหูเบาลมพัดหวิวก็ปลิวว่อนแล้ว 
“ในเมื่อเค้าไม่เชื่อ เราก็ทำให้เชื่อสิ”
“พระองค์ไม่ทรงกลัวถูกติฉินนินทาหรือพระเจ้าค่ะว่าทรงออกนอกพระพักตร์มากจนเกินไป”
“ไหนๆ เราก็รับคำท้าพวกยักษ์ไปแล้วว่าเราจะลงไปพบพวกมันบนโลกมนุษย์โดยปราศจากพระเวทย์ทั้งปวง ฉะนั้นเราก็มีสิทธิ์ที่จะออกนอกหน้าได้อย่างเต็มที่”
แล้วพระองค์ก็ทรงบันดาลเพื่อให้ท้าวตรีภพเชื่อเสียที


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:08:29 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #122 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 11:41:11 AM »
ท้าวตรีภพตะลึงงันเมื่อเห็นพิรุณเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นจินดาเมขลาและราหู มณีอมยิ้มที่สามารถพิสูจน์คำพูดตัวเองได้






ท้าวตรีภพพูดไม่ออก เมื่อโอรสธิดาทั้งสามออกมาพร้อมกัน แล้วก้มกราบพระบาทก่อนจะรวมกลับเข้าร่างพิรุณเหมือนเดิม






“พิรุณ มาหาพ่อสิลูก” ในที่สุดก็เชื่อเสียที ท่ามกลางเสียงดีใจยกใหญ่ของตัวประหลาดทั้งสาม ท้าวตรีภพอ้าแขนกอดพิรุณที่เดินเข้ามา
ก่อนจะหันมาทางมณี “มณี...พี่...พี่ขอโทษนะ” สั่งให้เอาเค้าไปฆ่า แล้วเอ่ยแค่คำขอโทษคำเดียว มณียังทระนง “หม่อมฉันไม่อยากให้ทรงปักพระทัยเชื่อ จนกว่าจะได้พบหลักฐานมากกว่านี้เพคะ”







(ตัดไปหน่อยนึงอ่ะ เลยไม่รู้ว่าทัศนีย์พูดกับคุณท้าวเรื่องอะไร กาฬมาฉากนี้เลยละกัน) อำมาตย์เดช อำมาตย์อาจองและหมื่นมิตรให้ทหารตรวจตราตามหาองค์เหนือหัว อำมาตย์เดชาหันไปเห็นเงาตะคุ่มอยู่ใต้ต้นไม้ก็ถามว่าใคร เมื่อไม่ตอบ อำมาตย์อาจองกับหมื่นมิตรก็ตะคอกถาม แต่พอเห็นหน้าผู้ที่เดินออกมาชัดๆก็ตกใจถวายความเคารพแทบไม่ทัน ท้าวตรีภพเดินกลับขึ้นตำหนักไปโดยไม่ปริปากตอบคำถามใดๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:09:07 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #123 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 11:48:04 AM »
ทัศนีย์เห็นท้าวตรีภพกลับมาก็ดีใจ ตรงเข้าไปสวมกอดพลางถามว่าเสด็จไปไหนมา ท้าวตรีภพปลดมือออกตัดบท “นอนเถอะ”
 ทัศนีย์งง เข้าไปซบอิงถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรไป แต่ท้าวตรีภพก็ไม่แยแส ทัศนีย์เลยจำใจล้มตัวนอนข้างๆ






แม้ว่าจะเอื้อมมืดไปโอบกอดไว้ ท้าวตรีภพก็ดูไม่มีปฏิกริยาใดๆ ไม่เอ็นดูตนเหมือนก่อน ‘แปลก เจ้าพี่เป็นอะไร หรือว่าจะทรงมีพระสนมคนใหม่’ คิดแล้วก็ชักโมโหรีบผุดลุกไปหาความจริงทันที
ท้าวตรีภพมองตามทัศนีย์ที่เดินออกไปคิดในใจ “เราขยะแขยงเจ้าเหลือเกิน ทัศนีย์”
 (เป็นผู้ชายที่รักแรงเกลียดแรงจริงๆ พอหมดรักแล้วก็หมดสิ้นความอาลัยทุกอย่าง)






มหาดเล็กหน้าห้องโดนไล่เบี้ยอีกตามเคย ไม่ว่าทัศนีย์จะถามอะไรก็ไม่รู้อย่างเดียว“ไม่รู้! เจ้าไม่รู้ได้ยังไง เจ้านั่นเป็นคนดูต้นทางให้องค์เหนือหัว พอเราถามเจ้าก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็น”
มหาดเล็กยืนยันว่าไม่เห็นตอนเสด็จออกไป เห็นแต่ตอนกลับ “โกหก บอกมานะว่านางสนมคนใหม่เป็นใคร” ไม่ได้คำตอบอะไรเลย ทัศนีย์เลยขู่ทิ้งท้ายว่าถ้าจับได้ล่ะก็จะให้ลากลิ้นเจ้าออกมาตัดทิ้งซะ







คืนนั้นมณีนอนคิดทบทวนเรื่องท้าวตรีภพที่แตกแรกไม่เชื่อง่ายๆ แต่แล้วเมื่อเห็นทั้งสามร่างก็เชื่ออย่างสนิทใจ (ถ้าเป็นกาฬคงจะไม่อยากเชื่อใจสามีแบบนี้ เพราะไม่รู้จะเกิดหูเบาเชื่อคนง่ายขึ้นมาเมื่อไหร่อีก)
ก่อนจะหันมากอดโอรสพิรุณที่เสมือนเป็นความหวังและสิ่งสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต พยายามข่มตาให้หลับลง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:10:11 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #124 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 11:53:22 AM »

รุ่งเช้า วรรษสันต์ล่วงเลยไป คิมหันต์มาแทนที่ (วนถอยหลังอีกแล้ว) พิรุณเปลี่ยนร่างเป็นราหู มณีเดินเข้ามาเห็นลูกเปลี่ยนร่างก็เกิดความคิดภูมิใจที่ได้กู้ศักดิ์ศรีให้ลูกด้วย
“ลูกของแม่ออกจากเมืองในร่างของยักษ์ราหู วันนี้ลูกก็จะกลับเข้าเมืองในร่างของยักษ์ราหูเช่นกัน”






ราหูตื่นมาหาวววว บิดขี้เกียจ หันมามองมณียิ้มๆ “แม่จ๋า แม่ตื่นนานแล้วเหรอจ๊ะ”
“ไปล้างหน้าล้างตาซะนะลูก แล้วเดี๋ยวเราจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อด้วยกัน”
ราหูลุกขึ้นไปทันทีอย่างไม่เกี่ยงงอน มณีดีใจที่วันนี้ชีวิตจะหมดเคราะห์กรรมเสียที






ท้าวตรีภพประกาศกลางท้องพระโรงอย่างยินดี “วันนี้เป็นวันที่เรามีความสุขที่สุดในชีวิต เพราะเราได้คนที่เรารักกลับคืนมา” (ขนาดรักนะ ยังสั่งลอยแพสั่งประหารได้ลงคอ)
 ทุกคนงงงันเมื่อท้าวตรีภพสั่งว่า “เข้ามาได้”
“พระมเหสีมณีกับพระโอรสราหูเสด็จแล้วพระเจ้าค่ะ” อำมาตย์อาจองกับหมื่นมิตรตัวสั่นงันงก ท้าวตรีภพรู้ทัน “มีอะไรเหรอ อำมาตย์อาจอง”






อำมาตย์อาจองยังยืนกรานต่อไป “ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า ใครๆ ก็รู้กันว่าพระมเหสีมณีทรงคบยักษ์เป็นชู้จนคลอดลูกออกมาประจานความผิด แล้วองค์เหนือหัวจะทรงรับเลี้ยงดูอีกหรือพระเจ้าค่ะ”
ท้าวตรีภพเกรี้ยวกราด “บังอาจ!!! อำมาตย์เดชาจับสองคนนี้ไปขังไว้แล้วรอคำสั่งประหารจากเรา!!” อำมาตย์เดชาให้ทหารลากตัวทั้งสองออกไป มณีมองอย่างขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและลูก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:10:58 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #125 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 01:59:35 PM »
ท้าวตรีภพเดินเข้ามาหามณีและราหูกอดประทับรับขวัญทั้งสองและกอดราหูไว้ด้วยความรัก (เพราะเห็นว่าเป็นลูกตัวจริงๆ)






ทัศนีย์ยังไม่รู้ชะตากรรม คงเสวยสุขนั่งชิมเครื่องเสวยฝีมือคุณท้าวทั้งสองพลางวิจารณ์ต่างๆ นานา อำมาตย์เดชาก็นำกำลังทหารเข้ามาสั่งให้จับกุมตัวพระมเหสีและคุณท้าวทั้งสองไปขัง
“อะไรกัน! พวกเจ้าเป็นแค่ทหารธรรมดา บังอาจมาแตะต้องตัวเรา ระวังจะโดนกุดหัวเจ็ดชั่วโคตร”






“ข้าพุทธเจ้าและทหารเหล่านี้ได้รับพระกระแสรับสั่งจากองค์เหนือหัวตรีภพพระเจ้าค่ะ”
“โกหก!!” ทัศนีย์ไม่เชื่อ แต่ก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ เมื่อถูกทหารลากตัวไป






ทหารนำทัศนีย์มาขังไว้กับอำมาตย์อาจองที่กำลังซ้อมเอาเรื่องกับหมื่นมิตรที่ทำงานพลาด ทัศนีย์โวยวายจะเข้าเฝ้าท้าวตรีภพ อำมาตย์อางองบอกไม่มีประโยชน์หรอก ทัศนีย์ไม่เชื่อ
“ฟังพ่อนะ เวลานี้นางมณีกับลูกมันกลับมาแล้ว”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:11:29 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #126 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 02:03:21 PM »
“อะไรนะ ก็ไหนท่านพ่อบอกว่าหมื่นมิตรเอาหัวใจมันมาดูแล้วไง” อำมาตย์อาจองโมโหมากที่หมื่นมิตรโกหก
ทัศนีย์นิ่งงันไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์ยังไงดี พวกคุณท้าวโวยวายน่ารำคาญ ทัศนีย์อาฆาต “เราคนนึงล่ะที่ไม่ยอมตายเหมือนหมาตัวนึงหรอก!”






ชัยชนะกลับมาที่มณีอีกครั้ง คุณท้าวฝ่ายมณีรีบมาเข้าเฝ้าด้วยความปลาบปลื้มใจ“เราขอบใจทุกคนมากนะ ที่เชื่อใจเรามาโดยตลอด...แต่เพื่อเป็นการยืนยันในความสบายพระทัยของเจ้าพี่ เราจะขอลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์”
ท้าวตรีภพตกใจ “ไม่ต้องหรอก พี่ไม่ได้คิดติดใจเรื่องนั้นอีกแล้ว”





“เสด็จแม่” ราหูกอดมณีไว้ด้วยความเป็นห่วง “อย่าทรงเป็นห่วงเลยเพคะ ราหูด้วยลูก แม่มีความสุจริตใจเป็นเกราะกำบังอยู่แล้ว”
“มณี พี่เชื่อน้องแล้วพี่ไม่ต้องการที่จะให้มณีออกไปเสี่ยงอันตรายถึงขนาดนั้น เราเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาไม่เคยศึกษาพระเวทย์มาก่อน อาจจะเกิดอันตรายได้”






คุณท้าวก็กราบทูลทัดทาน“แต่เราทำไปก็เพื่อความสบายใจของตัวเราเองด้วย คุณท้าว” มณียังยืนยันคำเดิมจนท้าวตรีภพไม่รู้จะห้ามยังไง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:13:11 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ sk

  • อดีตก็คือวันวานที่ผ่านไป
  • *
  • 839
  • 1
  • เพศ: หญิง
  • ทางเดินย่อมไม่มีวันสิ้นสุด
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #127 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 05:51:52 PM »
ง่า วันนี้มาเม้นเพื่อ....

เพื่อจะบอกว่ายังมีคนติดตามรออ่านนะคะ ถึงแม้ไม่ค่อยมาเม้นแต่ติดตามเสมอ วันนี้มาเพื่อให้กำลังใจ
สู้ๆนะค่ะ อย่าท้อ มีคนรออ่านอยู่แน่นอนค่ะ

คิดถึงนะคะพี่กาฬ 555++

ออฟไลน์ viki

  • *
  • 217
  • 0
    • อีเมล์
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #128 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 07:22:32 PM »
 “ลูกของแม่ออกจากเมืองในร่างของยักษ์ราหู วันนี้ลูกก็จะกลับเข้าเมืองในร่างของยักษ์ราหูเช่นกัน”  ชอบประโยคนี้จังเลย ดูกี่รอบพอถึงตอนนี้ทีไร ได้ฟังประโยคนี้แล้วรู้สึกเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เนอะ แบบว่า....อธิบายไม่ถูกอ่ะ แต่รู้สึกดีอ่ะ
เอ่อ...พูดเรื่องการเปลี่ยนฤดู แบบบางทีก็งงๆนะ บางทีต้องมานึกงัย เอ คิมหันต์ เหมันต์ อะไรหน้าร้อน อะไรหน้าหนาว แบบว่าเราจำผิด หรือเค้างงๆอ่ะ  ขำๆดี



อืมนานๆเข้ามาทีจุใจจิงๆ เห็นท้าวตรีภพแล้วนึกถึงตอนเล่นเป็นพระรถเสน (ที่เล่นคูกับสินี หงษ์มานพอ่ะ) โห...ตอนนั้นนะ หล่อมากกกกกกก
พี่อ่ะชอบมากเลยนะ  น้องกาฬโตทันได้ดูป่าวเอ่ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2010, 07:30:37 PM โดย viki »
***คำว่ารักส่งมาจากฟากฟ้าไกล ส่งไปเป็นกำลังใจให้พี่บอย***

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #129 เมื่อ: มกราคม 02, 2011, 01:55:01 AM »
ขอบคุณมากจ้า  แล้วแวะมาอ่านบ่อยๆ นะ :icon_evil:


“ลูกของแม่ออกจากเมืองในร่างของยักษ์ราหู วันนี้ลูกก็จะกลับเข้าเมืองในร่างของยักษ์ราหูเช่นกัน”  ชอบประโยคนี้จังเลย ดูกี่รอบพอถึงตอนนี้ทีไร ได้ฟังประโยคนี้แล้วรู้สึกเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เนอะ แบบว่า....อธิบายไม่ถูกอ่ะ แต่รู้สึกดีอ่ะ
เอ่อ...พูดเรื่องการเปลี่ยนฤดู แบบบางทีก็งงๆนะ บางทีต้องมานึกงัย เอ คิมหันต์ เหมันต์ อะไรหน้าร้อน อะไรหน้าหนาว แบบว่าเราจำผิด หรือเค้างงๆอ่ะ  ขำๆดี



อืมนานๆเข้ามาทีจุใจจิงๆ เห็นท้าวตรีภพแล้วนึกถึงตอนเล่นเป็นพระรถเสน (ที่เล่นคูกับสินี หงษ์มานพอ่ะ) โห...ตอนนั้นนะ หล่อมากกกกกกก
พี่อ่ะชอบมากเลยนะ  น้องกาฬโตทันได้ดูป่าวเอ่ย


หวัดดีค่ะ พี่ viki คิดถึงนะเนี่ย  มาแป๊บๆ แล้วหายไปนานเลย
แหะๆ  กาฬติดคำสวย 
คิมหันต์ - หน้าร้อน
เหมันต์  - หน้าหนาว
วรรษสันต์ - หน้าฝน
แต่เค้าคงจะพยายามเขียนให้ลงบทน่ะค่ะ  ฤดูเลยเดินถอยหลัง   :icon_rolleyes:


เอ่อ  ท้าวตรีภพเล่นพระรถเสนคู่กับสินี หงษ์มานพ  เหมือนกาฬจะเกิดไม่ทันแฮะ
มันเล่นปีอะไรคะ  แต่กาฬเคยเห็น เคยดูเพลงไตเติล ว่าจะหามาดูเหมือนกันว่าจะอารมณ์เหมือนดูเวอร์ชั่นพี่บอยเปล่า
 :icon_smile:





ราหูนั่งเครียดเป็นห่วงเสด็จแม่อยู่กับท่านลุงทั้งสองและงั่ง ราหูบอกไม่อยากให้ทำงั้นเลย เสด็จแม่เป็นมนุษย์ธรรมดาแล้วให้ท่านลุงทั้งสองช่วยได้มั้ย สุระผัดกลัวว่าถ้ามณีรู้ต้องโกรธแน่ๆ นันทะเสนก็เชื่อว่าสุจริตคือเกราะกำบังจากอันตรายทั้งปวง งั่งว่าสุจริตมันมีตัวตนที่ไหน เกิดพระมเหสีถูกย่างไม่กลายเป็นว่าเป็นคนไม่ดีหรอกเหรอ เลยโดนเบิ๊ดกระโหลกไปฉาดใหญ่ สุระผัดบอกว่าถ้าหลานไม่สบายใจเดี๋ยวไปที่พิธีด้วย เกิดไรขึ้นจะได้ช่วยได้ทัน งั่งขอไปด้วยคน ราหูเลยบอกให้สำรวมห้ามทำหน้าตาอยากกินใครไม่งั้นเดี๋ยวโดนเก้าอี้จู้จี้






ปะรำพิธีลุยไฟถูกตั้งขึ้น ราหูขอให้แม่ปลอดภัย “ถ้าเราเป็นคนดี ก็จงอย่ากลัวอะไรนะลูก จำเอาไว้”
“แต่พี่ไม่ต้องการให้มณีทำแบบนี้นะ” ท้าวตรีภพยังคงคัดค้าน แต่ก็ไร้ผล “หม่อมฉันทราบเพคะ แต่มันเป็นความประสงค์ของหม่อฉันเอง”





มณีเดินเข้าไปใกล้กองไฟท่ามกลางความลุ้นและเป็นห่วงของทุกคน






เมื่อเข้าใกล้ไฟก็รู้สึกร้อน น่าหวาดหวั่น แต่มณีก็เชื่อมั่นในความดีของตนเอง ตั้งจิตอธิษฐาน
ด้วยเดชะความดีเป็นที่ตั้ง
สุจริตเกราะกำบังดังขานไข
จึงร้อนอาสน์อิศราบนฟ้าไกล
ประทานให้ไฟเย็นเห็นความดี
ทุกย่างก้าวไปไม่รุ่มร้อน
โฉมบังอรงามสง่ามีราศี
ทุกสายตาแลหวนทวนยินดี
เห็นเป็นที่อัศจรรย์กันทั่วไป


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:14:03 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #130 เมื่อ: มกราคม 02, 2011, 02:09:13 AM »
ทหารที่จงรักภักดีต่อฝ่ายทัศนีย์เข้าปล้นคุกฆ่าทหารยามตายหมดแล้วไขกุญแจให้พวกทัศนีย์และอำมาตย์อาจองหนีออกไปได้






ทุกคนกำลังยินดีกับการพิสูจน์ตัวเองของมณี ท้าวตรีภพตรัสว่า “ถึงแม้น้องมณีจะไม่ได้ลุยไฟพิสูจน์พี่ก็ไม่ได้คลางแคลงใจอะไรเลยนะ”
มณีขอบคุณแต่มันก็เป็นความพอใจของตนเองด้วย “แม่ของราหูเก่งที่สุดเลย”
นันทะเสนเห็นว่าสมควรแล้ว จึงขอลากลับ สุระผัดก็เห็นด้วย “พี่ก็เหมือนกัน พี่ก็ต้องไป พี่ขอให้น้องมณีมีความสุขมากๆ แล้วก็หลานรักของลุงด้วย”






“แล้วท่านลุงไม่ลาเสด็จพ่อของหลานเหรอจ๊ะ” ราหูถามอย่างไร้เดียงสา สุระผัดหน้าตึง “ไม่หรอกจ้ะ ลุงบอกตรงๆ ลุงไม่ค่อยชอบขี้หน้า” งั่งเข้ามาแทรกกลางอยากได้คำร่ำลาบ้าง เลยโดนศอกถองกันเข้าไปคนละข้าง
ท้าวตรีภพไม่ถือโกรธ “เอาละ ถึงแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ค่อยชอบหน้าเราแต่เราก็ต้องขอขอบใจที่ท่านให้การช่วยเหลือลูกเมียเราโดยดี” นันทะเสนกับสุระผัดทำหูทวนลมไม่ได้ยินไม่รับฟัง “ไปกันเถอะ นันทะเสน ยิ่งอยู่ยิ่งแสลงใจ” ง่า แอบสงสารอุตส่าห์รักมณี






ก่อนจะไปมณีรีบเอ่ยอำลา “น้องขอให้พี่ทั้งสองโชคดีนะจ๊ะ” ทีกับมณีล่ะรับคำหวานเชียว แล้วก็เหาะไป เหลือแต่งั่งตะโกนบอกให้กลับมาเยี่ยมกันบ้างน้า ทุกคนมีความสุขที่เรื่องราวลงเอยด้วยดี

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:15:12 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #131 เมื่อ: มกราคม 02, 2011, 02:12:10 AM »
ทหารฝ่ายทัศนีย์เตรียมเรือให้หนี และออกจากเมืองไปเรียบร้อยอย่างง่ายดาย ทหารที่มาเปลี่ยนเวรยามมาพบแต่คุกเปล่าและทหารนอนตายอยู่ จึงรีบไปรายงานอำมาตย์เดชา






ท้าวตรีภพให้ส่งทหารไปตามจับตัวกลับมาให้ได้ อำมาตย์เดชารับพระกระแสรับสั่งไปจัดการตามนั้น มณีสงสารขอร้องว่าถ้าเค้าหนีไปแล้วก็เลิกแล้วต่อกันเถอะ ไม่อยากให้เป็นเวรเป็นกรรมกันต่อไป
“ไม่ได้หรอก มณี ถ้าเราปล่อยพวกนั้นไปก็เท่ากับเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า ซักวันนึงพวกมันก็ต้องกลับมาทำลายเราจนได้”






มณีกังวลใจ ท้าวตรีภพเห็นดังนั้นจึงเอ่ยปลอบ “ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า คนทำผิดก็ย่อมได้รับโทษเป็นธรรมดา...เออแล้ว นี่ลูกราหูอยู่ที่ไหนล่ะ” มณีบอกว่าอยู่กับพวกคุณท้าว






คุณท้าวแต่งองค์ทรงเครื่องให้ราหู (ซึ่งก็ชุดเดิมไม่ใช่เหรอ) แล้วชมว่างามเหลือเกิน อีกคนกระซิบ “เสียอย่างเดียวมีเขี้ยว”
ราหูเลยแฮ่ใส่ซะเลย แฮ่ทีนางกำนัลที่ยกผลไม้มาตกใจล้มลุกคลุกคลานกันหมด คุณท้าวต่อว่าดัดจริตกรี๊ดกร๊าดกันจริงกลัวไรนักหนา ราหูเลยมาแฮ่ข้างๆ แกล้งเล่นซะเลย คุณท้าวตกใจตัวสั่นเลย 555+ บทราหูนี่น่ารักตั้งแต่เด็กแฮะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:16:21 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #132 เมื่อ: มกราคม 02, 2011, 02:16:13 AM »
“บอกไม่ต้องกลัวก็ไม่ต้องกลัวซี่ ยังจะกลัวกันอีก” นางกำนัลบอกก็ทรงมีเขี้ยวนี่ ราหูชี้เขี้ยวตัวเอง
“เนี่ยเหรอ เค้าเรียกว่าเขี้ยวเสน่ห์ ดูดีๆ ซี่ มีแล้วหล่อจะตาย” (จ้า หล่อจริงๆ จ้ะ เพราะกาฬรหัสย์ชอบน้องคนนี้มากเลย :o) แต่ยังไงก็ยังขยาดกลัวกันอยู่ดี






ราหูก้มลงเก็บผลไม้ที่ตกอยู่ขึ้นมาชิมแล้วอร่อย คุณท้าวรีบเข้ามาห้ามไม่ให้เสวยของที่ตกไปแล้ว แล้วก็เข้าคอร์สสอนคำราชาศัพท์ นางกำนัลเลยบอกจะไปยกมาใหม่
“ไปเดี๋ยวนี้เลย หนูน่ะหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว แฮ่!!” ขู่ทีเดียววิ่งกันพล่านเลย รู้สึกราหูน้อยจะสนุกมากกับการที่ได้แกล้งคนแก่






(ตัดนิดหน่อยแต่เข้าใจ)อำมาตย์อาจองและหมื่นมิตรที่หนีรอดมาได้พักแรมอยู่กลางป่า นึกถึงโหรากับหมอหลวงที่ไม่โดนหางเลขไปด้วย อาจจะเอาตัวรอดไปเข้ากับทางนู้นแล้วก็ได้ อำมาตย์อาจองว่าถึงจะไปเข้ากับทางนู้นแต่ถ้าเราใช้งานมัน มันต้องทำ






เอย...จะกลับกล่าวอมนุษย์สุดโหดร้าย
เดิมร่างกายเป็นโคถึกคึกหนักหนา
ละกิเลสจำศีลภาวนา
จนเทวาผู้มากประสาทพร
ให้ร่างกลับเป็นคนดลดวงจิต
ยิ่งเรืองฤทธิ์พิษพระเวทย์วิเศษสอน
สารพัดอวิชชาพาเดือดร้อน
เทพไม่กล้าต่อกรดังก่อนมา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:17:19 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #133 เมื่อ: มกราคม 02, 2011, 02:21:38 AM »
โคธรรพ์มีพาหนะเป็นนกใหญ่สีดำ (น่าจะเป็นภูติดำนะ) ออกจากถ้ำมาสำรวจพื้นที่เห็นคณะเดินทางก็เลยลงไปดูว่าอาจจะเป็นพวกพรานป่า เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ได้เห็นความงามของทัศนีย์จึงเกิดต้องตาต้องใจ






จึงเป่ามนต์สะกดให้ทุกคนหลับใหล แล้วเข้าไปพินิจทัศนีย์ใกล้ๆ “ยิ่งมองใกล้ๆ ก็ยิ่งสวย ไปอยู่กับข้าเถอะนะ” มีการโยนไม้เท้าขึ้นเก็บด้วย คือมันหายไปในอากาศอ่ะ แล้วก้มลงอุ้มทัศนีย์ ลักพาหายตัวไปทันที






โคธรรพ์พาทัศนีย์กลับมาที่ถ้ำก่อนจะคลายมนต์สะกด เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นว่าไม่ใช่ที่ๆ ตัวเองนอนอยู่แต่แรกซ้ำยังเจออมนุษย์ประหลาดก็ตกใจ “ไม่ต้องกลัวนะ ข้าน่ะไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”
“ท่านเป็นใครแล้วคนของเราอยู่ที่ไหน”






“ทุกคนยังปลอดภัยอยู่ที่เดิม ข้าไม่ได้ทำอันตรายใคร เพราะข้าคิดแล้วว่าทุกคนจะต้องเป็นญาติพี่น้องของเจ้า ข้าชื่อโคธรรพ์”
ทัศนีย์ไม่สนใจโวยวายให้พากลับไปหาบิดาตนเอง โคธรรพ์หัวเราะเยาะอย่างผู้ร้ายมาก ทัศนีย์ก็ร้ายพอกัน ถามกลับว่าหัวเราะอะไร บอกให้พากลับไป

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:18:26 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: เล่าเรื่อง ⊹เทพสามฤดู⊹
« ตอบกลับ #134 เมื่อ: มกราคม 02, 2011, 02:25:11 AM »
“ข้าอุตส่าห์พาเจ้ามาถึงที่นี่แล้วมันเรื่องอะไรที่ข้าจะต้องพาเจ้าส่งกลับคืนไป เจ้าจะต้องอยู่กับข้าอยู่กับข้าที่นี่!” ทัศนีย์ไม่ยอมผลักโคธรรพ์ออกไปแล้ววิ่งหนี แต่โคธรรพ์ก็ดักหน้าไว้ได้
“ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าเจ้าจะต้องอยู่กับข้าที่นี่! หากเจ้าเป็นเมียผู้วิเศษโคธรรพ์ หากเจ้าอยากจะได้ดาวได้เดือน ข้าก็จะหามาให้”
“ไม่!! เราไม่ต้องการ เรามีสามีแล้ว” โคธรรพ์ย้อนถามว่าไหนล่ะสามี ทัศนีย์หนีไม่พ้นร้องไห้อ้อนวอนว่ากำลังทุกข์หนักปล่อยเราไปเถอะ






“ก็อยู่กับข้าที่นี่ เป็นเมียของข้า แล้วเจ้าจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามที่เจ้าต้องการ” ทัศนีย์ไม่ยินยอมแต่ก็ไม่สามารถหนีรอดจากโคธรรพ์ได้ นางกรีดร้องแทบขาดใจเมื่อไม่สามารถสู้แรงอีกฝ่ายได้ ถูกกระทำย่ำยีให้เจ็บช้ำ






รุ่งเช้า ทุกคนตื่นมาไม่พบทัศนีย์ก็รีบออกตามหาด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไร้ร่องรอย






ทัศนีย์ถูกโคธรรพ์ย่ำยีก็ร้องไห้คร่ำครวญว่าเวรกรรมอะไร เรียกหาท่านพ่อทั้งที่ไม่มีหวัง โคธรรพ์เอาหญ้า(?)มาให้กิน ทัศนีย์ถอยหนีด้วยความรังเกียจ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2011, 10:19:50 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**