ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

รวมรูปภาพ เทพพราหมณ์-ฮินดู - เทพนพเคราะห์

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์

ไปเจอภาพเทพนพเคราะห์ ที่เว็บนนี้มาค่ะเลยเอา แปะ เพิ่ม

เครดิต : http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=thaiyuth&id=93&page=6&page_limit=50



พระอาทิตย์


พระอาทิตย์ (เทวนาครี: सूर्य, สูรยะ) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง มีอำนาจเหนือกว่าเทวดานพเคราะห์ทั้งหลาย ในคติไทย พระอาทิตย์ถูกสร้างขึ้นมาจากราชสีห์ ๖ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีแดง แล้วเสก ได้เป็นพระอาทิตย์ มีสีวรกายแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และแสดงถึงสระทั้งหมดในภาษาบาลี (อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ)

พระอาทิตย์ เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางก้าวร้าวรุนแรง นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์ หรือมีพระอาทิตย์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์ ตามนิทานชาติเวร พระอาทิตย์เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร

ในโหราศาสตร์ไทย พระอาทิตย์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๑ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากราชสีห์ ๖ ตัวนี้เอง จึงทำให้มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๖ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ก็คือ ปางถวายเนตร




พ ร ะ จั น ท ร์

พระจันทร์ เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระจันทร์ถูกสร้างขึ้นมาจากเทวธิดา (นางฟ้า) ๑๕ องค์ บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล แล้วเสกได้เป็นพระจันทร์ มีสีวรกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออก และแสดงถึงอักษรวรรค กะ (ก ข ค ฅ ฆ ง )

พระจันทร์ เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลในทางนุ่มนวลอ่อนโยน นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันจันทร์ หรือมีพระจันทร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร (แต่อาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก) ตามนิทานชาติเวร พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี

ในโหราศาสตร์ไทย พระจันทร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๒ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากนางฟ้า ๑๕ องค์ จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ก็คือ ปางห้ามสมุทร




พ ร ะ อั ง ค า ร

พระอังคาร(เทวนาครี: มังคละ) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระอังคารถูกสร้างขึ้นมาจากมหิงสา (ควาย) ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีชมพูหม่น แล้วเสกได้เป็นพระอังคาร มีสีวรกายชมพู ทรงมหิงสาเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และแสดงถึงอักษรวรรค จะ (จ ฉ ช ฌ ญ)

พระอังคาร เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางรุนแรงและเร่าร้อน นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันอังคาร หรือมีพระอังคารสถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน ตามนิทานชาติเวร พระอังคารเป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์

ในโหราศาสตร์ไทย พระอังคารถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๓ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากมหิงสา ๘ ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๘ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคารก็คือ ปางไสยาสน์ และภายหลังมี ปางลีลา เพิ่มอีกหนึ่งปาง


ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 03:39:34 PM »


พ ร ะ พุ ธ

พระพุธ เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระพุธถูกสร้างขึ้นมาจากคชสาร (ช้าง) ๑๗ เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ แล้วเสกได้เป็นพระพุธ มีพระวรกายเขียว ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ และแสดงถึงอักษรวรรค ฏะ ใหญ่ (ฏ ฐ ฑ ฒ ณ)

พระพุธเป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลในทางอ่อนโยนไพเราะ นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันพุธ หรือมีพระพุธสถิตร่วมกับลัคนา มักชอบพูดชอบเจรจา สุขุมรอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย ตามนิทานชาติเวร พระพุธเป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู

ในโหราศาสตร์ไทย พระพุธถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๔ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากคชสาร ๑๗ เชือก จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๗ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพุธก็คือ ปางอุ้มบาตร




พ ร ะ พ ฤ หั ส บ ดี


พระพฤหัสบดี เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระพฤหัสบดีถูกสร้างขึ้นมาจากฤษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเหลืองส้ม แล้วเสกได้เป็นพระพฤหัสบดี มีสีวรกายส้มแดง ทรงมฤค (กวาง) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก และแสดงถึงอักษรวรรค ปะ (บ ผ พ ภ ม) พระพฤหัสบดีจัดว่าเป็นครูของเทวดาทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี

พระพฤหัสบดีเป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลดังเช่นนิสัยแห่งพระฤษี นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันพฤหัสบดี หรือมีพระพฤหัสบดีสถิตร่วมกับลัคนา มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุมรอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น ตามนิทานชาติเวร พระพฤหัสบดีเป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์

ในโหราศาสตร์ไทย พระพฤหัสบดีถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๕ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากฤษี ๑๙ ตน จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดีก็คือ ปางสมาธิ



พ ร ะ ศุ ก ร์

พระศุกร์ เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระศุกร์ถูกสร้างขึ้นมาจากคาวี (วัว) ๒๑ ตัว (บางตำรากล่าวว่าสร้างจากเทพยาธร-ครึ่งเทพครึ่งมนุษย์) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีฟ้าอ่อน แล้วเสกได้เป็นพระศุกร์ มีสีวรกายฟ้า ทรงคาวีเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ และแสดงถึงเศษวรรคที่ ๒ (ส ห ฬ อ) พระศุกร์จัดเป็นครูของพวกยักษ์ ซึ่งตรงข้ามกับพระพฤหัสบดีที่เป็นครูของเทพ

พระศุกร์เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลในทางอ่อนหวาน แต่ค่อนข้างไปทางใฝ่ต่ำ นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันศุกร์หรือมีพระศุกร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีกิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท ตามนิทานชาติเวร พระศุกร์เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์

ในโหราศาสตร์ไทย พระศุกร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๖ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากคาวี ๒๑ ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๒๑ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ก็คือ ปางรำพึง



พ ร ะ เ ส า ร์

พระเสาร์ (เทวนาครี: ศนิ) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระศุกร์ถูกสร้างขึ้นมาจากพยัคฆ์ (เสือ) ๑๐ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ แล้วเสกได้เป็นพระศุกร์ มีสีวรกายดำคล้ำ ทรงพยัคฆ์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และแสดงถึงอักษรวรรค ตะ เล็ก (ต ถ ท ธ น)

พระเสาร์เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางรุนแรง นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันเสาร์หรือมีพระเสาร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม ตามนิทานชาติเวร พระเสาร์เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์

ในโหราศาสตร์ไทย พระเสาร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๗ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากพยัคฆ์ ๑๐ ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๐ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ก็คือ ปางนาคปรก

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 03:44:50 PM »
ภาพเทพนพเคราะห์ที่เป็นภาพวาดค่ะ





วันอาทิตย์
เทพเจ้าแห่งการแพทย์
สง่างาม,มีเกียรติ,ตรงต่อเวลา,มีเสน่ห์


วันจันทร์
เทพเจ้าแห่งคุณไสย
รักสวยรักงาม,โอบอ้อมอารีย์,ชอบสังสรรค์



วันอังคาร
เทพเจ้าแห่งสงคราม
นักวางแผน,ใจบุญ,ชอบโลดโผน


วันพุธ
เทพเจ้าแห่งการพูด
นักขาย,นักประพันธ์,นักพูด,นัก


วันพฤหัสบดี
จ้าวแห่งเทพ
นักค้นคว้า,นักเขียน,นักออกแบบ
นักเทศน์,นักพูด



วันศุกร์
เทพเจ้าแห่งความงาม ความรัก และศิลปะ เป็นจอมเจ้าชู้


วันเสาร์
เทพเจ้าแห่งการกสิกรรม
สันโดด,กระตืนรือร้น,มานะอดทน

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 03:50:49 PM »
ต่อด้วยพระศิวะ ค่ะ

เครดิต : http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=69023&mode=threaded&pid=872339





พระศิวะผู้ทำลาย มีโคอุสุภราชเป็นพาหนะ มี 4 มือ ถือสามง่าม สถิต ณ เขาไกรลาส ในป่าหิมพานส์ มีพระนางปารวตี(พระอุมาเทวี) เป็นชายา มีคอดำ ผู้มีตาสามดวง ยามใดที่ตาที่สามขององค์พระศิวะเปิดขึ้นจะมีไฟบรรลัยกัลป์มาล้างโลก ทรงจันทร์เป็นปิ่น มีพระคงคาอยู่ในมุ่นผม มีงูเป็นสังวาลย์ นุ่งห่มหนังเสือ

พระสตีซึ่งเป็นลูกสาวของพระทักษะประชาบดี พระทักษะประชาบดีนั้นถือเป็นบุตรของพระพรหม และเป็นสาวกขององค์พระนารายณ์ แล้วด้วยความถือดีนี้เลยทำให้ไม่เคารพพระศิวะ และพาลไปคิดว่าพระศิวะไม่เคารพตนที่เป็นพ่อตา เพราะพระศิวะไม่เคยมาหาถึงที่บ้าน ไม่มีของขวัญ แล้วพระศิวะยังเคยหักหน้าพระทักษะฯ หลายครั้ง พระทักษะฯ คิดแล้วแค้นใจเลยจัดงานปาร์ตี้ เชิญเหล่าเทพทั้งหลายมาทั้งหมด แต่ไม่ยอมเชิญลูกสาวกับสามี คือพระศิวะมาด้วย พระทักษะฯ นั้นมีลูกเขยอีกหลายคน เป็นเทวดาชั้นธรรมดาเท่านั้น แต่ก็จัดงานใหญ่ โตแล้วมีการพูดจาดูถูกพระศิวะ ประมาณอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั่นแหละ บอกว่า"พระศิวะเป็นแค่เทพแก่ ๆ ไม่มีเครื่องประดับจน เพราะว่าทรงแต่หนังเสือ แล้วก็มีงูพันคอ อาวุธก็ไม่ใช่ ตรี คฑา หรือจักร แต่เป็นแค่สามง่ามธรรมดาไม่เห็นมีฤทธิอะไร อำนาจก็เป็นแค่นายผี พระศิวะหรือพระภูเตศวรนั้นถือ เป็นผู้ดูแล พวกภูตผี ปีศาจด้วย ใครนั่งภาวนาขออะไรก็ให้ดะไปหมด" พระสตีนั้นเข้ามาในงานแล้วก็ทนไม่ได้ที่พ่อของตัวว่าสามีเช่นนี้ แต่แก้ตัวไม่ได้ไม่เข้าใจว่าทรงไม่มีอิทธิฤทธิ์หรืออย่างไร เลยบอกว่าขอล้างอายให้พระสวามีด้วยการเอาตัวเองเข้าชำระ แล้วก็โดดเข้าใส่กองเพลิงไหม้หายไปเลย พระศิวะกำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอย่างสงบก็สะดุ้งพระองค์ทันที แล้วรีบจับยามดูก็ตกใจเมียรักตายซะแล้ว พระองค์ทรงพิโรธสุดขีดกลายเพศเป็นพระไภศวะ (พระศิวะปางดุร้าย) พระเกศาแดงเป็นไฟกรด มีเขี้ยวงอกออกมาสองข้างแล้วบุกเข้าไปที่งานของพระทักษะแล้วก็เข่นฆ่าเทพที่ขัดขวาง เทพทั้งหลายเผ่นหนีกันหมด พระทักษะนั้นโดนตัดคอแล้วจับเอาหัว ขว้างทิ้งหายไปยังสุดขอบจักรวาล

พระอิศวรหลังจากทำลายพิธีเสร็จสิ้นก็กลับภาคเป็นองค์พระมหาเทพดังเดิม แต่ว่าไม่ได้กลับไปยังวิมานคือเขาไกรลาส แต่กลับเสด็จไปเรื่อยๆ ด้วยความเศร้าที่สูญเสียเมียที่รัก ทรงร่อนเร่ไปทั่วทำให้เกิดภาวะปั่นป่วนในโลกเพราะพระมหาเทพไม่อยู่ พวก ภูต ผีปีศาจก็ออกอาละวาดและมีฤทธิ์เดชไปทั่ว เพราะไม่มีคนคอยกำราบ เหล่าเทวดา นำโดยพระอินทร์ผู้ซึ่งมักจะทำอะไรไม่ค่อยได้รีบไปเฝ้าพระพรหมฯ ก่อนพระพรหมบอกว่า"เรื่องนี้เป็นพรหมลิขิต(ตลอด) แต่ว่าทุกอย่างจะแก้ไขได้ วิญญาณพระสตีจะไปเกิดใหม่เป็นลูกสาวของท้าวหิมาลัยชื่ออุมา แล้วจะพบรักกับพระอิศวรแล้วกลายเป็นพระโลกมาตา แล้วสันติสุขจะกลับคืนสู่โลก ตอนนี้ก็ให้ทุกคนอดทนไปก่อนนะ อ้อ แล้วลูกข้าทักษะฯ น่ะ เอามันมาชุบชีวิตด้วย" พระอินทร์บอกว่า"ไม่มีหัวแล้วพระเจ้าข้า" พระพรหมจึงบอกว่า"หาหัวแพะมาใส่ให้มันไป มันโง่นักที่ไปหาเรื่องพระมหาเทพ ก็ให้มันมีหัวเป็นแพะนั่นแหละ"ตรัสเสร็จพระธาดาพรหมก็โบกมือไล่พระอินทร์บอกว่า ไปได้แล้วจงรอพรหมลิขิตเถิด แล้ว ต่อมาท้าวหิมาลัยและภรรยาก็ให้กำเนิดธิดาน้อยน่ารัก นามว่าอุมา นางสาวอุมาพอเจริญวัย ก็ไม่ยอมมองชายหนุ่มที่ไหนด้วยนางคิดว่านางนั้นมีเจ้าของอยู่แล้ว แต่นางก็ยังไม่ยอมรักใครจนคืนหนึ่งหลับฝันไป ก็มีเทพมาเข้าฝันชี้นำว่า เนื้อคู่ของนางสาวอุมานั้นไม่ใช่ใครจะต้องเป็นพระมหาเทพแน่ๆ นางตื่นขึ้นมาก็ตรอมใจ ว่าจะไปหาพระมหาเทพได้ที่ไหน นางตรอมใจอยู่นานจนท้าวหิมาลัยกับภรรยาสงสารลูกสาว จึงไปหาพระอินทร์ พระอินทร์เห็นเป็นโอกาสแล้วตามที่พระพรหมเคยบอกไว้จึงรับปากว่าจะช่วยลูกสาวท้าวหิมา
ลัย แล้วก็พูดจาหาเสียงอยู่พักใหญ่ จริงๆจะช่วยตัวเองเพราะว่าถ้าพระศิวะไม่แต่งกับอุมา ตัวเองก็แย่แน่เพราะสู้พวกมารไม่ได้ แต่ตอนนี้ต้องเอาบุญคุณจากท้าวหิมาลัยนี่ก่อน แล้วพระอินทร์ก็ให้ไปตามพระกามเทพ กับนางรตีแล้วก็พระวสันตฤดูมา แล้วแจ้งให้ไปจัดการให้อุมาสมรักกับพระมหาเทพให้ได้ พระกามเทพรับคำสั่งแล้วก็เดินทางไปทันที พระวสันตฤดูก็บรรดาลให้เกิดฤดูใบไม้ผลิทันที บรรยากาศรอบข้างสดใส พระมหาเทพนั่งบำเพ็ญเพียรอยุ่รู้สึกพระองค์ว่า มีกลิ่นดอกไม้เสียงแมลงมาร้องสดใสก็รำพึงกับตนเองว่าฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว พระกามเทพได้โอกาสก็แผลงศรดอกไม้เข้าไปที่พระอุระของพระมหาเทพทันที มหาเทพทรงสะดุ้งพระองค์ลืมตาขึ้นมาก็เห็นนางสาวอุมา พระองค์แรกเห็นก็ทรงหลงรักทันที ด้วยความผูกพันเดิมแล้วก็อำนาจแห่งศรกามเทพ พระองค์ขณะจะเอ่ยปากทักพระอุมา ก็เหลือบไปได้ยินเสียงหัวเราะของพระกามเทพที่ภูมิใจว่าแม้แต่พระมหาเทพก็ยังทนฤทธิ์ศ
รของตัวไม่ได้ พระศิวะทรงกริ้วโมโห 'หนอยจะเคี้ยวหญ้าอ่อนซะหน่อยเสือกมาแอบดู' ด้วยความโมโหและเจ็บใจที่เสียรู้กามเทพจึงทรงเปิดเนตรที่สามขึ้น พระอิศวรมีสามตา ดวงตาที่สามจะหลับอยู่เสมอเพราะถ้าลืมขึ้นมาคือไฟล้างโลก ไฟจากเนตรที่สามของพระศิวะจึงเผาร่างของพระกามเทพเป็นจุลไป ดังนั้นถึงแม้เทพจะเป็นผู้ไม่ตาย แต่พระกามเทพก็จะไม่มีร่างอีกต่อไป มีแต่ดวงจิตล่องลอยไปเรื่อยๆ พระมหาเทพพอเผาร่างพระกามเทพเสร็จแล้วก็ด้วยความเสียฟอร์ม ก็เลยผละจากนางสาวอุมา ไปทันที ทำให้นางเอกของเราเศร้าใจต่อไป นางคิดหาวิธีอยู่นาน ก็นึกได้ว่าพระมหาเทพชอบให้พร และจะมาโปรดผู้บำเพ็ญเพียร ดังนั้นนางจึงไปนั่งบำเพ็ญเพียรถวายพระมหาเทพอย่างอดทนการนั่งบำเพ็ญเพียร นี่รู้สึกจะต้องทำทุกขกริยาด้วย อดข้าวอดน้ำอยู่นาน จนวันหนึ่งมีนักบวชเฒ่านิกายไศวะคนหนึ่งผ่านมาขอบริจาคอาหาร นางก็รีบทำบุญให้ไปทันที เพราะเห็นเป็นนักบวชนิกายไศวะ นักบวชนั้นก็ถามนางว่า"นั่งบำเพ็ญเพียรไปเพื่ออะไร" นางก็ตอบว่า"เพื่อให้พระมหาเทพยอมรับรักนาง" นักบวชนั้นก็บอกว่า "โธ่จะไปหลงอะไรกับพระมหาเทพผู้แก่ชรา แล้วก็ไม่มีสมบัติอะไรจะหล่อ ก็ไม่หล่อ ไปกับข้าดีกว่า ข้าจะพาเจ้าไปหากษัตริย์หนุ่มๆ หล่อ รวย มีปราสาทเป็นสิบหลังให้เจ้าอาศัยอยู่มีข้าทาสบริวาร" นางสาวอุมาโกรธมากต่อว่านักบวชเฒ่านั่นและไล่ ไปทันทีบอกว่า "เสียแรงเป็นพระนิกายไศวะแต่กลับดูถูกพระมหาเทพเราไม่น่าให้ข้าวแก่ท่านเลย จงไปให้ไปให้พ้น"(คราวนี้นางไม่น้อยใจจนฆ่าตัวตายแล้ว เข้มแข็งขึ้นเยอะครับ) ทันใดนั้นนักบวชเฒ่าก็เปลี่ยนร่างเป็นองค์พระมหาเทพให้พระอุมาเห็น แล้วก็บอกว่า"ดูก่อนอุมาเราได้ประจักษ์ในใจรักของเจ้าแล้ว บัดนี้เราจะมารับเจ้าไปเป็นภรรยาแห่งเรา"

ครับเรื่องก็แฮปปี้เอนดิ้งจนได้ งานวิวาห์ของพระศิวะและพระอุมานั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในสามโลก พระพรหมและพระนารายณ์เสด็จมาประทานพรให้พระอุมาเทวีเป็นพระโลกมาตา แล้วพระศิวะกับพระอุมาก็ไปประทับยังวิมานเขาไกรลาส แล้วทั้งสองพระองค์ก็มีทารกคือพระขันทกุมาร ซึ่งได้เป็นเทพแห่งสงครามและเพียงประสูติได้เจ็ดวันก็ไปฆ่าอสูรตัวหนึ่งตาย โดยอสูรตัวนี้กำเริบไว้มากเพราะพระอิศวรนั่นแหละไปประทานพรว่าจะไม่มีใครฆ่าได้เว้นแ
ต่ทารกอายุเจ็ดวัน พระอิศวรจึงต้องใช้โอรสตัวเองไปปราบ แล้วโลกก็กลับคืนสู่สันติสุขอีกครั้ง




พระศิวะ มี บุตร 2 องค์คือ พระขันกุมาร กับ พระพิฆเนศที่ต้องมีหัวเป็นช้างเพราะเมื่อจะทำพิธีโสกัณต์ พระอิศวรให้เทพบริวารไปอัญเชิญพระนารายณ์ ซึ่งก็อย่างที่ทราบกันว่า ปกติจะนอนหลับ จึงต้องปลุกให้ตื่น เมื่อพระนารายณ์พบว่าไม่ได้ถูกปลุกให้ไปทำกิจอันเป็นประโยชน์ หรือปราบยุคเข็ญเช่นทุกครั้ง ก็ออกอาการหงุดหงิด บริภาษว่า"เจ้าเด็กไม่มีหัวนี่ยุ่งจริง" เศียรของพระพิฆเนศจึงมีอันหายไปด้วยวาจาสิทธิของพระนารายณ์ จนต้องพยายามหาหัวมาต่อ ก็ปรากฎว่าหาหัวอะไรก็ไม่ได้ ไปพบแต่ช้างนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก จึงตัดหัวช้างมาต่อให้ และเป็นหนึ่งในที่มาของความเชื่อ ห้ามนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก




ออฟไลน์ กันย์ณภัทร

  • *
  • 2248
  • -1
  • จงปลดโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ ด้วยคมดาบแห่งใจตน
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 04:01:21 PM »
พระอังคารนี่ตรงกับนิสัยพี่ธีรเลยเนอะ อิอิ^^

ขอบคุณนะคะ


ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 04:07:03 PM »
ต่อๆ

เครดิต : http://www.etcband.net/webboard_bib/show.php?id=4809

พระนารายณ์ (พระวิษณุ)




พระสุรัสวดีมหาเทวี


เทพพระศรีมหาอุมาเทวี




*พระแม่ทุรคา (ขี่หลังเสือ)
(แข็งแกร่ง ยุติธรรม พละกำลังสูง)



*พระแม่กาลี
(ดุร้าย ชนะมาร ชนะทุกสิ่ง



พระกฤษณะ (เป็นอวตารปางที่ 8 ของพระนารายณ์)



ตรีมูรติ




ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 09:45:38 PM »
ภาพเทพสวยมากๆ

เค้าเอารุปปะติมากรรมที่เมืองโบราณมาตัดต่อกับ BG ข้างหลังได้กลมกลืนแล้วก็สวยมากๆ

โดยเฉพาะของพระอังคาร (ไม่ได้ลำเอียงจริงๆ นะ  แต่เค้าทำสีได้สวยจริงๆ)

 :icon_evil:

พี่นานะ  ภาพพระเสาร์มันเล็กอ่ะ  มีรูปใหญ่เท่ารูปอื่นมั้ยคะ

ภาพพระศิวะกับพระอุมาที่เป็นขาวดำ ลายทองก็สวย
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2009, 10:30:08 AM »
โห  ภาพกวนเกษียรสมุทร     :P
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2009, 01:00:10 PM »
ไปนั่ง หา ตำนาน ตำนานนพเคราะห์ นิทานชาติเวรมาค่ะ ได้ขอ้มูล มาสนใจมาก เอามาแบ่งปันกัน

เครดิต : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เทวกำเนิดของพระราหู




กำเนิดของพระราหูมีอยู่ด้วยกัน2ตำนานด้วยกันคือ 1.พระราหูถูกสร้างขึ้นมาโดยพระอิศวร หรือพระศิวะจากหัวกะโหลก 12 หัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง แล้วประพรมด้วยน้ำอัมฤตเสกได้เป็นพระราหู มีสีวรกายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงสุบรรณ (ครุฑ) เป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศพายัพ) และแสดงถึงเศษวรรคที่ 1 (ย ร ล ว) 2.พระราหูเป็นโอรสของท้าววิประจิตติและนางสิงหิกาหรือนางสิงหะรา เมื่อเกิดมามีกายเป็นยักษ์และมีหางเป็นนาค

พระราหูเป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางลุ่มหลงมัวเมา พระราหูเป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธอันมีเหตุตามนิทานชาติเวร

ในอดีตชาติ พระราหูได้เกิดมาเป็นน้องร่วมท้องเดียวกันกับเทวดานพเคราะห์อีก2องค์ คือ พระอาทิตย์ และพระจันทร์ โดยพระราหูเกิดเป็นน้องสุดท้อง ครั้งหนึ่ง พระราหูได้ร่วมทำบุญถวายพระที่มารับบิณฑบาตร่วมกับพี่ทั้ง2คน พระอาทิตย์ตักบาตรในครั้งนั้นด้วยภาชนะทอง พระจันทร์ตักบาตรด้วยภาชนะเงิน ส่วนพระราหูตักบาตรด้วยภาชนะที่ทำมาจากกะลามะพร้าว เมื่อทั้ง3พี่น้องได้มาเกิดเป็นเทวดานพเคราะห์ พระอาทิตย์จึงมีรัศมีและวรรณะเปล่งปลั่งดุจทองคำ พระจันทร์มีรัศมีและวรรณะเป็นสีขาวสว่างดุจเงิน และพระราหูมีรัศมีและวรรณะเป็นสีนิลออกไปทางทองแดง (แต่ในบางตำราก็ว่ากายของพระราหูนั้นมีสีดำบ้าง สีทองบ้าง แตกต่างกันไป)


สาเหตุที่พระราหูมีกายเพียงครึ่งท่อน

มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่เหล่าเทวดาได้ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอัมฤตนั้นมีทั้งเทวดาและยักษ์ทั้งหลายเข้าร่วมทำพิธี พระราหูได้แอบอยู่ในกลีบเมฆ เมื่อทำพิธีสำเร็จพระราหูจึงรีบลอบดื่มน้ำอัมฤตที่เกิดขึ้นนั้น พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้เห็นเข้าจึงรีบเอาความนั้นไปทูลบอกพระนารายณ์หรือพระวิษณุ พระนารายณ์ทราบจึงขว้างจักรตัดไปถูกกลางตัวพระราหูขาดกลายเป็นสองท่อน แต่ด้วยว่าน้ำอัมฤตที่พระราหูได้ดื่มนั้นไหลไปจนถึงกลางตัวพระราหูแล้วพอดี ครึ่งบนของพระราหูที่ถูกตัดออกจึงกลายเป็นอมตะ ส่วนครึ่งล่างนั้นได้กลายมาเป็นพระเคราะห์องค์ที่9แห่งเหล่าเทวดานพเคราะห์ซึ่งก็คือ พระเกตุ จากนั้นเมื่อครั้งใดที่พระราหูได้พบเจอพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ พระราหูก็จะจับมากลืนกินด้วยความโกรธแค้นที่เทวดาทั้งสององค์นำเรื่องไปทูลพระนารายณ์ แต่อมไว้ในปากได้ไม่นานก็ต้องคายออกมาเพราะทนความร้อนและรัศมีของเทวดานพเคราะห์ทั้งสองไม่ได้ เกิดเป็นเหตุของปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคาตามคติความเชื่อของคนโบราณ

ในโหราศาสตร์ไทย พระราหูถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ 8 และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากหัวกะโหลก 12 หัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น 12

[แก้] อ้างอิง
อุระคินทร์ วิริยะบูรณะ และคณะ.พรหมชาติ ฉบับหลวง. กรุงเทพฯ:สำนักงาน ลูก ส.ธรรมภักดี, ม.ป.ป.
เทพย์ สาริกบุตร และคณะ.พรหมชาติ ฉบับราษฎร์. กรุงเทพฯ:สำนักงาน ลูก ส.ธรรมภักดี, ม.ป.ป.

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2009, 01:14:38 PM »
นิทานชาติเวร

ตำนานชาติเวร ดาวประจำวันเกิด

ได้กล่าวถึงตำนานกำเนิดแห่งดวงดาวทั้ง ๘ คือ ๑. อาทิตย์, ๒. จันทร์, ๓.อังคาร, ๔. พุธ, ๕.พฤหัสบดี ,๖. ศุกร์, ๗. เสาร์, ๘.ราหู ให้รู้ความการเป็นมาตั้งแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ก่อนพุทธกาล อันพอสมควรแล้ว ความจริงดวงดาวทั้งหลายที่ยังมีอำนาจ และมีอิทธิพลในตัวของบุคคลโดยทั่วไปนั้นที่สำคัญมี ๙ ดวง คือ เพิ่มพระเกตุอีก ๑ ดวง และทั้งหมดที่มีด้วยกัน ๑๒ ดวง  ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดลบันดาล ความเป็นไปในชีวิตแห่งสัตว์โลก อีก ๓ ดวงต่อไป ก็คือ มฤตยู พลูโต และ เนปจูน แต่จะงดไว้ไม่ขอกล่าว ณ ที่นี้ เพราะมีมากด้วยกัน จะทำให้เป็นการก่อเรื่องยาวสาวเรื่องยืด

ตำนานชาติเวรและหักโหราศาสตร์ในเล่มนี้เกิดขึ้นจากการค้นคว้าจากตำรับตำราโบราณ และได้เรียบเรียงโดยท่านอาจารย์ ส.วรศิลป ซึ่งจะนำเสนอเรื่องราวและตำนานที่มีมาแต่โบราณกาล มาให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษาและสนใจ ได้รู้เรื่องหลักเกณฑ์ในการพยากรณ์ การใช้สี เครื่องแต่งกาย และการบูชาพระประจำวันเกิด ตามตำนานโบราณที่ได้บันทึกไว้



เครดิต :  http://www.amulet.in.th/forums/view_topic.php?t=82




๑. พระอาทิตย์
ตามตำนานโหราศาสตร์กล่าวไว้ว่า พระอิศวรเป็นเจ้าได้สร้างพระอาทิตย์ขึ้น ต้องเอาราชสีห์ ๖ ตัวมาเป่าลง แล้วห่อด้วยผ้าสีแดง (Red Rose) พรมด้วยน้ำอมฤต ก็บังเกิดเป็นองค์พระสุริยะทิพย์เทพยาทินกรขึ้น มีกายเป็นสีแดงทรงเครื่องทิพย์อาภรณ์พรายแพรวด้วยแก้วปัทมราช และวิมานสีแดง ทรงบนหลังราชไกรสร (ราชสีห์) เป็นพาหนะ สถิตอยู่ในอิสานทิศ

ตำนานมีว่า
ก. ในกาลครั้งหนึ่ง พระพฤหัสบดีเกิดเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ พระอาทิตย์เกิดเป็นมาณพไปเรียนวิชาศิลปะศาสตร์ในสำนักพระพฤหัสบดี อาจารย์ยกนางจันทร์ให้เป็นภรรยา พระอาทิตย์มีความพอใจรักใคร่นางมาก จึงเอานางใส่ตลับทองคำเก็บไว้ในเวลาเข้าป่าหาผลไม้ พระอังคารเกิดเป็นพิทยาธรเข้าไปสมจรด้วยนางจันทร์ในตลับนั้น  พระพฤหัสบดีรู้เห็นเหตุการณ์นั้นโดยตลอด จึงทำเป็นปริศนาไว้รอท่าพระอาทิตย์เพื่อบอกเหตุการณ์  ครั้นพระอาทิตย์กลับมาจากป่า เข้าไปหาพระพฤหัสตามปกติ แลเห็นเชี่ยนหมากตั้งแยกกันออกเป็น ๓ ที่ซึ่งทุกทีเคยมีตั้งเพียง ๒ ที่เท่านั้น ก็เกิดความสงสัยจังถามพระอาจารย์ไปตามได้เห็นผิดสังเกต ทุกวันมาพระอาจารย์เคยตั้งเพียง ๒ ที่ มาวันนี้ไฉนจึงตั้งเป็น ๓ พระอาจารย์จึงแจ้งว่า ถ้าเธอใคร่จะรู้ว่าปริศนานั้นมีความหมายกระไร ก็จงไปเปิดตลับดูก่อนเถิด เมื่อพระอาทิตย์เปิดตลับดู ก็เห็นพระอังคาร ก็มีความโกรธแค้นมาก จึงยกพระขรรค์ขึ้นจะฟัน พิทยาธรพระอังคาร ก็จรเหาะขึ้นไปบนอากาศ แล้วกลับเอาพระขันธ์ฟันถูกศีรษะพระอาทิตย์แยก พระอาทิตย์จึงขว้างด้วยจักรไปต้องพิทพยาธรขาขาด ฯลฯ

ข. ในกาลครั้งหนึ่งพระอาทิตย์เกิดเป็นวานร พระอังคารเกิดเป็นพราน เมื่อโคทองของนายพรานหาย ก็เที่ยวตามหาในป่า ครั้นไปพบวานรอยู่บนต้นไม้ก็หมายจะเอาเป็นอาหาร จึงได้เอาก้อนดินขว้างขึ้นไปถูกศีรษะวานรแตก ฯลฯ


ตามหลักการพยากรณ์
การที่ตัวของพระอาทิตย์ ได้ถูกสร้างขั้นด้วยราชไกรสรนั้น จังมีนิสัยดุร้ายเหมือนกับราชสีห์

กล่าวกันว่า ราชสีห์มีนิสัยดุร้าย รักยศ รักความสวยงาม เจ้าชู้ ถือตัว ปัญญาไว ไหวพริบดี เฉียบขาด โอบอ้อมอารี ใจคอกว้างขวาง กล้าได้กล้าเสีย ชอบความอิสระ มีมานะ ไม่ง้องอนใคร แต่มักเป็นกำพร้า ทั้งพระอาทิตย์เป็นเขยพระพฤหัสบดี ซึ่งเป็นสามีนางจันทร์ เป็นศัตรูกับพระอังคาร (ดังตำนานกล่าวมาแล้ว) ข้อสังเกต ที่กล่าวถึงอุปนิสัยนี้ ก็เพราะธาตุไฟเป็นหลัก และมีสีแดง คือ สีของไฟประลัยกัลป์นั้นเอง บาง

ตำรากล่าวไว้ว่า ดวงอาทิตย์เป็นดวงดาวสำคัญ ควรเปรียบเหมือนพระราชา ดาวดวงอื่นเปรียบเหมือนบริวาร (ตามหลักวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และ ดาราศาสตร์) โดยบริวารเหล่านั้น ต้องได้รับอำนาจจากพระอาทิตย์ จึงเป็นดาวบาปเคราะห์

การใช้สีผ้าแต่งตัว
แต่งตัวปัดธำมะราชนั้นระวี จรูญจรัสรัตนมณีแจ่มจ้า แสงจับรับพรรณฉวีแดง (Red Rose) เปล่ง สวมสร้อยสนิทผ้า แต่พื้น พรรณแดง

พระบูชาวันเกิด
คนเกิดวันอาทิตย์ ควรมีพระพุทธรูปปางถวาย พระเนตรบูชา จึงจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดี
 
 



ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2009, 01:22:44 PM »
๒. พระจันทร์



ตำนานโหราศาสตร์กล่าวว่า พระอิศวรผู้เป็นเจ้าสร้างพระจันทร์ จากนางฟ้า ๑๕ องค์ โดยร่ายเวทให้นางฟ้าทั้ง ๑๕ องค์ให้ละเอียดลง แล้วหุ้มห่อด้วยผ้าสีเหลืองอ่อน (Light Yellow) แล้วประพรมด้วยน้ำอมฤต ก็บังเกิดเป็นพระจันทร์เทพบุตรขึ้น มีกายสีนวล ทรงเครื่องทิพย์อาภรณ์แก้วประมวลนิวัตร และวิมานแก้วสีมุกดา ทรงอัศวราช(ม้า) เป็นพาหนะ สถิตในบูรพาทิศ

ตำนานกล่าวว่า
ก.ในกาลครั้งหนึ่ง พระจันทร์เกิดเป็นคนเข็ญใจ จึงไปขอกู้เงินพระราหู ซึ่งเกิดเป็นคฤหบดีมาทำทุน ครั้นนานเข้า พระราหู คฤหบดี ก็ไปทวงเงินจากพระจันทร์ผู้ยากจน พระจันทร์ยังไม่มีเงินใช้หนี้ จึงได้หลบหนีซ่อนตัวอยู่เสียที่อื่น พระเสาร์เกิดเป็นพ่อค้าเป็นสหายของพระราหู คฤหบดีเดินทางไปค้าขายในที่ต่างๆ เผอิญไปพบที่อยู่ของพระจันทร์เข้า จึงนำความไปบอกพระราหูผู้เป็นสหาย พระราหูจึงไปตามจับพระจันทร์ พระพุธซึ่งเกิดเป็นสุนัขเห็นเหตุการณ์เข้า ก็เกิดความสงสารพระจันทร์ จึงโดดเข้าไปกัดพระราหู พระจันทร์ได้ทีก็หลบหนีรอดพ้นไปได้ ฯลฯ

ข. ครั้งหนึ่งในอดีตกาล เศรษฐีหัสวิไสยมีบุตร ๓ คน ครั้นเมื่อถึงกาลมีภรรยาแล้ว บุตรทั้ง๓ คนได้นิมนต์พระมาทำบุญ ครั้งถึงเวลาตักบาตร พี่ชายใหญ่ได้ ขันทองคำ คนรองได้ขันเงิน ส่วนน้องคนสุดท้องไม่มีขันใส่บาตร จึงได้เอากระทายที่ทำด้วยไม้มาเป็นภาชนะ พี่ชายใหญ่ อธิษฐานขอเป็นพระอาทิตย์ส่องโลกกลางวัน ส่วนคนรองขอเป็นพระจันทร์ส่องโลกกลางคืน น้องคนสุดท้องได้ยินดังนั้นก็โกรธ จึงอธิษฐานขอไปเป็นพี่ชายใหญ่ของพระอาทิตย์ และพระจันทร์ ครั้นถึงกาลมรณะแล้ว คนทั้งสองก็ได้ไปเกิดตามความปรารถนาทุกคน น้องชายคนเล็กนั้นได้เกิดเป็นพระราหู จึงเมื่อพระราหูมาพบพระอาทิตย์ก็เกิดเป็นสุริยุปราคา เมื่อราหูมาเยี่ยมจันทร์ก็เกิดจันทรุปราคา ฯลฯ

ตามหลักพยากรณ์
เมื่อพระจันทร์ถูกสร้างตัวขึ้น ด้วยนางฟ้า ๑๕ องค์จึงมีลักษณะเป็นสตรี มีรูปร่างงดงาม น่ารัก น่าเอ็นดู มีนิสัยอ่อนโยนละมุนละไม เปลี่ยนใจง่าย ขี้หึง แสนงอน ตื่นตกใจง่าย แต่เมื่อถึงคราวกล้า ก็กล้าอย่างน่าพิศวง ช่างประดิษฐ์ ชอบอ่านหนังสือ  และรักโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน รักความงาม ศิลปะ ร่าเริง เพลิงพิศวาสแรงเร้า เจ้าเสน่ห์
ตามตำราโหราศาสตร์กล่าวว่า เมื่อผู้ใดลักขณากุมจันทร์ มักจะพยากรณ์ว่า รูปงามใจบุญ อุดมด้วยยศ ทรัพย์สมบัติ
ตามตำราจักรทีปนี คือ ว่าลักขณาปฏิสนธิมีคุณประเสริฐอำนาจอิทธิพลในตัว สามารถช่วยเหลือแล้ คุ้มภัยอันตรายได้
ตำรายังกล่าวว่าเป็นผู้ชอบพอรักใครกับพุธ พุธต้องจันทร์ จันทร์ต้องพุธในดวงชาตาแล้ว ดีมาก พระจันทร์เล่าก็เป็นภรรยาของอาทิตย์ แต่ก็ไม่ถูกกับอาทิตย์ เพราะพระจันทร์ทำความชั่วที่เป็นเจ้าชู้กับอังคาร  ดังนั้น ถ้าจันทร์กับอังคารร่วมราศีกันเพียง ๒ ดวงมักทำให้เป็นคนเจ้าชู้ มีเสน่ห์ พอใจแต่ในด้านกามารมณ์และมั่วสุมอยู่กับเพลิงสวาท และพระจันทร์นี้เป็นลูกสาวพระพฤหัส แต่ก็ไม่ถูกกับพระพฤหัส เพราะพระพฤหัสบดีเป็นผู้อยู่ในศีลธรรม คอยเข้าข้างพระอาทิตย์ซึ่งเป็นเขยของตน  ที่บอกกับพระอาทิตย์เรื่องจันทร์มีชู้ ด้วยเหตุนี้ พระจันทร์จึงไม่ถูกกับพระพฤหัส ถ้าพระพฤหัสบดี ต้องกับพระจันทร์ หรือพระจันทร์ต้องกับพระพฤหัสบดี มักถูก ตำหนิติเตียนไปในทางไม่ดีไม่งาม จันทร์เกลียดมากก็คือพระราหู เพราะพระราหูรูปไม่งาม และราหูเคยเป็นนายทุนหน้าเลือดของพระจันทร์ ราหูชอบเย้าหยอกจันทร์ ถ้าราหูทับจันทร์ มักเป็นอันตรายแก่เจ้าชาตา จันทร์เป็นดาวศุภเคราะห์

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
จันทร์แปลงนุ่งห่ม     โขมพัสตร์
แต่งเครื่องสีขาวเหลือง(Light Yellow)จรัส  เลื่อมแพร้ว
มุกดาสภาวรัตน์     เยียรดับ
แปลงเปลี่ยนโอบอแก้ว    กอบรุ่ง เรือนชู



๓. พระอังคาร
 ตำนานโหราศาสตร์กล่าวไว้ว่า พระอิศวรผู้เป็นเจ้าสร้างพระอังคารขึ้นด้วยมหิงษา (กระบือ) ๘ ตัว ทรงร่ายพระเวทให้ละเอียดลง แล้วห่อด้วยผ้าสีแดงอ่อน ๆ (Cumson Lake) ของแก้วเพทาย แล้วพรมด้วยน้ำอมฤต ก็เกิดเป็นองค์พระอังคารเทพเรืองฤทธิ์ขึ้น มีกายเป็นสีแก้วเพทาย ทรงรัตนโกเมนเป็นอาภรณ์ และมีสีวิมานเป็นทับทิม ทรงราชเกษร (ถวาย) ในหนังสือโลกธาตุว่า ทรงขรราช (ลา) เป็นพาหนะสถิตในอาคเนย์ทิศ

ตำนานกล่าวว่า
ก. ในอดีตกาลครั้งหนึ่ง พระอังคาร เกิดเป็นพระยาราชสีห์ กินเนื้อสัตว์กระดูกไปติดขวางคออยู่ ครั้งนั้น พระอาทิตย์เกิดเป็นนกกะใน พระยาราชสีห์ขอความช่วยเหลือ นกกะในก็เจาะคอพระยาราชสีห์ จนทะลุเหวอะหวะเอากระดูกออกมา

ข. ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระเสาร์เกิดเป็นไม้สะคร้า พระอังคารเกิดเป็นพญาโปริสาท ออกไปไล่เนื้อ ถูกเสี้ยนไม้สะคร้ายอกเท้า ได้รับความทรมานเจ็บปวดเดือดร้อนมาก ฯลฯ

ค. กาลครั้งหนึ่ง พระอังคารเป็นไม้สะเกตถ์ พระราหูเป็นไฟไหม้ไม้สะเกตถ์

ตามหลักพยากรณ์
 ดาวพระอังคาร เป็นดาวบาปเคราะห์ชนิดร้ายแรง สร้างตัวด้วยกระบือ ดังนั้น นิสัยและความรู้ของพระอังคารจึงเหมือนกระบือ (ควาย) มีปัญญาโง่ทึบ อาศัยไดแต่กำลังกาย ฉะนั้นคนวันอังคารจังมักเป็นคนใจแข็ง ใจร้อน โมโหง่าย ใจเร็ว ใจง่าย ใจน้อย โกรธง่าย เข้มแข็ง ฉุนเฉียว มุทะลุ ตึงตัง ทำงานชอบเร็ว แต่เร็วแค่แรกเริ่ม ได้ ทำราชการมักเจริญดีเมื่อตอนต้น ผลสุดท้ายทรุดโทรม ทำลายตัวเอง นิสัยเจ้าชู้ กามราคะร้ายแรง เจ้าชาตามักได้รับความลำบากในทางกามารมณ์ ตามวิสัย มีนิสัยถูกต้อง ชอบพอกับพระศุกร์ เพราะเป็นมิตรกัน นอกนั้นไม่ถูกกับใคร เป็นชู้รักกับพระจันทร์ถ้าถูกพระพฤหัสบดี เสาร์ อาทิตย์ และ ราหูแล้วมักจะให้โทษ แต่ถ้าถูกลัคนา แม้จะเป็นศรีจรมาก็ไว้ใจยากได้เคยพบมาแล้ว ถ้าพูดถึงความกล้าหาญอดทนแล้ว ไม่แพ้ใครง่าย ๆ ไม่เกรงกลัวใคร ชอบตีรันฟันแทง ฆ่ายิง มักวางโต โง่แกมหยิ่ง อยากเป็นนายคน แต่ทำตนไม่สมกับตำแหน่ง ทำไปไม่เท่าไร ก็มักทอดทิ้งกลางคัน อังคารนี้คล้ายกับจันทร์ โกรธง่าย ใจน้อย พรวดพราด แต่ถ้าจรมาต้องกับจันทร์ หรือ จันทร์ต้องกับอังคารก็ดี มักตกใจเสมอ ดาวดวงนี้ ประมาทไม่ได้ เพราะเป็น “เจ้าแห่งสงคราม” นิสัยกล้าหาญอดทน เป็นทหารดี แต่มีโทษะจริตเป็นเจ้าเรือนประจำ

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
 ชมพู (Pink) พรรณฉัตร ใช้อังคารจรัสมณี รัตนประพาษเผือดคล้ำ สารสรรพอลังการงามแผ่ผาดพิศ พิจิตรล้ำเล่ห์เพี้ยงงอัปสร

พระบูชาวันเกิด
 คนเกิดวันอังคารควรมีพระพุทธรูปปางทรงไสยา หรือ พระไสยาสน์ (บางคนที่ถือโชคลาง จัดเห็นพระพุทธไสยาสน์เป็นท่านิพพาน เลยเปลี่ยนใช้พระพุทธรูปท่าพระคันธารราฐแทนก็มี) บูชา จึงจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดี

พระบูชาวันเกิด
คนเกิดวันจันทร์ควรมีพระพุทธรูปปางประทานอภัย (ห้ามสมุทร) บูชาจึงจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดี

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2009, 01:27:47 PM »


๔. พระพุธ
พระอิศวรผู้เป็นเจ้า ได้สร้างพระพุธขึ้นด้วยพญาคชสาร ๑๗ ตัว โดยเอามาป่นลง แล้วห่อด้วยผ้าสีเขียวใบไม้ (Green) ประพรมด้วยน้ำอมฤต บังเกิดเป็นองค์พระพุธเทพเทวา สีกายเป็นสีแก้วมรกต และมีวิมานเป็นสีมณี ทรงคชคเชนทร(ช้าง) เป็นพาหนะ สถิตอยู่ในทักษิณทิศ

ตำนานกล่าวว่า กาลครั้งหนึ่ง พระพุธเกิดเป็นพญาฉัททันต์ พระอังคารเกิดเป็นนานโสณอุดร เลื่อยงาพญาฉัททันต์

ตามหลักพยากรณ์
พระพุธสร้างกายขึ้นด้วยช้าง จึงมีนิสัยสุภาพอ่อนโยน กริยามรรยาทเรียบร้อย วาจาไพเราะอ่อนหวาน มรรยาทสวยงามน่าเอ็นดู เป็นดาวที่มีวุฒิสูง ฉลาดในเชิงพูด มีลิ้นเป็นนักการพูด เป็น ”เจ้าแห่งวาทะศิลป” มีความคิดละเอียดสุขุม แต่ค่อนข้างจะเอาเปรียบอยู่สักหน่อย มีความละโมบ และมักใหญ่ใฝ่สูง ตกใจง่าย เปลี่ยนความคิดรวดเร็ว ดีในเชิงค้าขาย นายหน้าและผู้ทนในการพูดจา ถ้าพุธไม่ดียังเป็นกาลกิณีนำหน้าลักขณาเลยเป็นคนปากคอเราะราญด่าคนง่าย วาจาไม่หวานหู ชอบไปในทางร้องรำทำเพลง การประพันธ์ เต้นรำ แสดงการละครภาพยนตร์ และนาฏศิลปะประเภทต่างๆ ตามประเพณีของบ้านเมืองและสถานที่อยู่ เป็นมิตรกับพระจันทร์เพราะนิสัยถูกกัน ดาวทุกดวงสังเกตดูเกรงใจพุธ ถึงจะให้โทษก็ไม่ร้ายแรง ถึงพุธไปถูกดวงอื่นก็ไม่สู้จะร้อนแรงนัก ถ้าเดินไปร่วมกับอาทิตย์อ่อนแอลง พุธกลับแรงขึ้น ทั้งนี้เพราะพุธมีนิสัยเยือกเย็นมาก เลยทำดวงดาวอื่น ๆ อ่อนโยนตามกันไปด้วย เช่น พุธอยู่ในธาตุน้ำได้อาทิตย์มาต้อง หรืออาทิตย์จรอยู่ในน้ำ พุธมาต้องก็ทำให้อากาศเยือกเย็น บางทีก็มีฝนตก ต้องได้อำนาจพุธมาแก้อาทิตย์ และทัดทานดาวดวงอื่น ๆ เป็นการดีมาก เป็นที่ตั้งแห่งสติ ถ้าพุธอยู่ในที่เสีย เจ้าชาตา มักจะบังคับสติไม่ได้ แต่ถ้าพุธยังดีอยู่แล้ว สติก็ยึดมั่นดีมาก อาจคุ้มภัยให้แก่พวกพ้องวงวารได้ด้วย พุธเป็นดาวศุภเคราะห์

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
พัตราภรณ์พุธพื้นเขียว (Green) สรรพสิ่งแฮ ขจีจรัสรัตน์หิรัญเลื่อมแพร้ว มรกตสดสีบรรเจิด เพริดพราย เฮยช้าช้อน อาภรณ์แผ้วเพ่งเพี้ยงพวงตา

พระบูชาวันเกิด
คนเกิดวันพุธ กลางวัน ควรมีพระพุทธรูปปางทรงโปรดเวไนย์(อุ้มบาตร) บูชาจึงจะมีความสุขความเจริญ




๕. พระพฤหัสบดี
พระอิศวรผู้เป็นเจ้า สร้างขึ้นจากฤๅษี ๑๙ ตน คือ ทรงร่ายเวทให้กายฤๅษี ๑๙ ตนนั้นละเอียดลง แล้วเอาผ้าสีแสด (Bright Red, Orange) ห่อผงนั้น ประพรมด้วยน้ำอมฤต ก็บังเกดเป็นองค์พระพฤหัสบดีขึ้นมา มีสีกายเป็นสีแก้วไพฑูรย์ ทรงทิพยอาภรณ์ สุวรรณรัตนรูจี แจ่มด้วยมุกดาหาร และมีวิมานเป็นสีบุษรากับทรงมฤคราช (กวางทอง) ในอธิไทยโพธิบาทว์ กล่าวว่าทรงมณฑก (กบ)  พระพฤหัสบดี มีมณฑกนั้นเป็นพาหนะสถิตใน ปัจฉิมทิศ

ตำนานกล่าวว่า
ก. กาลครั้งหนึ่ง พระพฤหัสบดีเกิดเป็นนกอีลุ้ม พระจันทร์เกิดเป็นเหยี่ยว บินมาจับนกอีลุ้ม นกอีลุ้มจึงหันไปหลบ ซุกซ่อนอยู่ในรอบเท้าโค เหยี่ยวบินโผลงมาปะทะมูลดินแห้งกับรอยเท้าโค อกแตกตาย

ข. ในกาลสมัยหนึ่ง พระจันทร์มีความกำเริบเพราะเหตุที่ทำพิธีราชสูระสำเร็จ จึงไปลอบลักพานางดารา ผู้ซึ่งเป็นชายาแห่งพระพฤหัสบดีมา ครั้นผัวติดตามไปขอคืน ก็ไม่ยอมให้ ผลสุดท้ายเลยเกิดรบกันใหญ่ ระหว่างพวกเทวดากับเทวดาที่เรียกกันว่า “เทวาสุรสงคราม” ผลของการรบสงบลงด้วยมีพระพรหมมาห้าม และบังคับให้พระจันทร์ส่งนางดาราคืนให้แก่พระพฤหัสบดี แต่ในในระหว่างที่นางดาราได้ไปตกอยู่กับพระจันทร์ จึงได้เสียกับพระจันทร์จนมีครรภ์กับพระจันทร์แล้ว ภายหลังเมื่อประสูติโอรสออกมา คือ พระราหู

ตามหลักพยากรณ์
พระพฤหัสสบดี เป็นดาวขนาดใหญ่รองลงมาจากพระอาทิตย์ สร้างขึ้นจากพระฤๅษี ตามธรรมดาพระฤๅษีต้องแก่กล้าไปด้วยวิชาอาคม เวทมนต์ ญาณต่างๆ ดังนั้น พระพฤหัสบดีจึงมีอำนาจอิทธิฤทธิ์และอิทธิพลมาก เป็นเจ้าแห่งศิลปวิทยาการทุกประเภท มีศีลมีธรรมอันสูงส่ง ผู้ใดมีพระพฤหัสบดีกุมลัขณา ถือว่าเป็นโกมุท เกณฑ์มีกลิ่นหอม เป็นที่เคารพบูชาของสมณชีพราหมณ์ทั้งหลาย ดาวพระพฤหัสบดีเสมอด้วยพระอิศวร คือเจ้าแห่งดาวนพเคราะห์ทั้งหลาย มีความรู้ความสามรถชำนาญในทางไสยศาสตร์ ไตรเภทต่าง ๆ กอปรด้วยมีใจเมตตากรุณาปราณี โอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อ สุขุมรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน ไม่ให้โทษแก่ผู้ใด เพียงแต่ไม่ช่วยเท่านั้นก็พอแล้ว ถ้าได้เป็นศัตรูกับใครแล้วร้ายกาจนัก ถึงกับวอดวายฉิบหายขายตนทีเดียว

ผู้ที่มีพระพฤหัสบดีเป็นศัตรู นับว่าเคราะห์ร้ายที่สุด ในการดูดวงชาตาการพยากรณ์ทั้งหลาย ก็ต้องดูพระพฤหัสบดีเป็นลักขณาก่อนอื่นเสมอ มิตรของพระพฤหัสบดีก็คือพระอาทิตย์ เพราะเป็นบุตรเขย ส่วนพระอังคาร พระเสาร์ แ ละ ราหู ใน ๓ ดวงนี้ ถ้าไปต้องกันเข้าเมื่อใด เจ้าชาตามักได้รับความเดือดร้อน แต่ได้ไปถูกพระอาทิตย์ พุธ ศุกร์ ก็จัดว่าดีได้ หากไปกับพระจันทร์ ซึ่งเป็นธิดาแล้ว บิดาสั่งสอนธิดาไม่ยอมเชื่อถ้อยคำของบิดา กลับโกรธบิดา ครั้นบิดาลงโทษทัณฑ์ ก็สงสาร เล่นเอาหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปทั้งสองฝ่าย ต่างไม่ลงรอยซึ่งกันและกัน ทำให้เจ้าชาตาเข็ดหลาบไปนาน เพราะจะให้โทษก็ไม่เชิง  ให้คุณก็ไม่ใช่ กลายเป็นทุกข์ลาภไปเพราะทำให้สุดแสนจะทนทุกข์ทรมานเดือดร้อน กลุ้มใจ เศร้าโศกาหมองศรีไป พฤหัสบดีนี้โบราณาจารย์ถือกันต่าง ๆ มาจนทุกวันนี้ ถือกันว่าเป็นครู เยาวชนผู้เริ่มเข้าโรงเรียนมักจะตั้งต้นไปเข้ากันในวันพฤหัสบดี บูชาครูกันในวันพระพฤหัสนี้ทุกรายไป แม้ในโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งรัฐบาลและราษฎร์ในทุกวันนี้ พอขึ้นปีใหม่หรือเทอมใหม่ มักจะให้เด็กนักเรียนนำดอกไม้ธูปเทียนมาไว้ครูกันเสียครั้งหนึ่งในวันพระพฤหัสบดีนี้ พระพฤหัสบดีนี้เป็นดาวศุภเคราะห์

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
แต่งกายพฤหัสบดีล้วนสีเหลือง (เลื่อมปภัสสร) (Light Yellow) ส่งกาญจนประเทืองเทียบแท้ ไพฑูรย์ รัตน์รองเรืองรั้งสฤษดิ์ ผาดผ่าน สังวาลพราวเพ็ชรรัตน์รุ่งเรือง จรัสจรูญ

บูชาพระวันเกิด
คนใดเกิดวีนพระพฤหัสบดี ควรมีพระพุทธรูปปางทรงประทับนั่งสมาธิ (โพธิบัลลังก์) บูชาจึงจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดี


ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2009, 01:29:48 PM »


๖. พระศุกร์

พระอิศวรผู้เป็นเจ้า ได้สร้างพระศุกร์ขึ้นจาก คาวี (ในอธิไทยโพธิบาทว์ กล่าวว่า สร้างด้วยนาค “ศุกรนาค แปลงนามอินทร์ชุบขึ้นแฮ” ในหนังสือเคล็ดลับโหราศาสตร์กล่าวว่า สร้างจากพิทยาธร หรือ คนธรรพ์ทั้ง ๓ อย่างนี้ จะสร้างขึ้นด้วยอะไรแน่ ขอให้เป็นการพิสูจน์จากท่านผู้รู้ทั้งหลายคิดเองเถิด) ๒๑ ตัวโดยร่ายพระเวทให้โค ๒๑ ตัวนั้นป่นละเอียด แล้วห่อด้วยผ้าสีน้ำเงินหรือสีคราม (Light indigo Blue) ประพรมด้วยน้ำอมฤต ก็บังเกิดเป็นองค์พระศุกร์เทวาขึ้น มีกายเป็นสีประภัสสร ทรงนิราภรณ์ เลื่อมประภัสสรโอภาส และมีวิมานเป็นสีทอง ทรงโคศุภราช(วัว) เป็นพาหนะ สถิตในอุดรทิศ

ตำนานกล่าวว่า
ในกาลครั้งหนึ่ง พระศุกร์เกิดเป็นรุกขเทวดา พระอังคารเกิดเป็นกบ พระเสาร์เกิดเป็นงู วันหนึ่งงูไล่กบมา กบโดดหนีเข้าอาศัยโพรงไม้ที่รุกขเทวดาอยู่ เทวดาเห็นงูไล่กบมาก็ออกยืนขวางทางกั้นทางไว้ งูจึงมิอาจไล่กบเข้าไปได้ กบก็รอดจากความตาย

ตามหลักพยากรณ์
พระศุกร์นี้ ตามตำราอื่นหรือโหราจารย์โดยมากกล่าวว่า สร้างจากคาวี (โค) ดังได้กล่าวไว้ที่เชิงบาทแล้ว แต่ตำรานี้อธิบายว่าสร้างจากพิทยาธรหรือคนธรรพ์ อันลักษณะของพิทยาธรนี้ ชาวเรามีใครพบหรือเห็นรูปร่างหน้าตาแม้แต่ประการหนึ่งประการใดเลย นอกจากจะได้อ่านพบในหนังสือต่างๆ ดังนั้น จึงมิใช่มนุษย์หรือเทวดา แต่คงเข้าใจเอาเองว่า เหาะเหินเดินอากาศได้อย่างเทวดา เสพย์นารีผลเป็นภรรยา พิทยาธรผู้หญิงเรียกว่า “พิทยาธรี” ตามปทานุกรมแปลว่า ผู้ทรงวิชา หรือ มิวิชากายสิทธิ์ ฉะนั้น จึงเป็นผู้ชำนาญพระเวทย์ ไม่แพ้พระพฤหัสบดีเท่าใดนัก จะน้อยกว่าที่กำลังญาณเท่านั้น แต่เป็นอาจารย์ของพวกอสูรหรือพวกมานพ จึงเป็นพวกชนิดนักเลง หรือ ฝ่ายพาล ชอบทางกามคุณ จึงถือกันว่าเป็นราคะจริตไปด้วย เป็นพระเจ้าแห่งความรัก ความสวยงาม และ สันติภาพ และทำให้มนุษย์มีนิสัยสุภาพ สงบเสงี่ยม รักสวยรักงาม มัชฌิมา ปฏิปทา ถ้าจะดูโภคสมบัติให้ดูศุกร์ ขอให้สังเกตดูในเรื่องเกษตร ห้องศุกร์ ถ้ามีเสาร์หรือราหูมาอาศัย ก็ทำให้มีอิทธิฤทธิ์ขึ้นได้ ฉะนั้น จึงเป็นที่นับถือของฝ่ายต่ำ หรือ พาล ผู้ใดกุมศุกร์มักมีกามราคะแรง มีเนื้อคู่มากเพราะไม่ค่อยเลือก โวหารการพูดดีมาก มีสัจจธรรมเหมือนกัน และชอบกับดาวพระเคราะห์อื่น ๆ แทบทุกดวงคล้ายกับพุธ ไม่ถือตน ไว้ยศกับผู้ใด เว้นแต่ถ้าใครพาลก่อนจึงจะให้โทษ ฉะนั้น เวลาราหูเสาร์มาถูกก็ให้โทษ ไม่สู้ร้ายแรงนัก ส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ก็เป็นกลาง ๆ ที่ร้ายก็มีที่ดีก็มี เพราะว่าพระอาทิตย์ถือยศไว้ตัว นิสัยไม่กินกับศุกร์ แต่ถึงคราวดีก็มีคนกุมศุกร์ ถ้าอาทิตย์ไปเข้าก็ยิ่งทำให้กามราคะแรง ถึงได้ศุกร์ทุกข์เหมือนกัน ชอบในทางกามารมณ์เป็นราคะจริตก็จริง แต่มีศรัทธาจริตรวมอยู่ด้วย พูดถึงดาวในอากาศ ฝ่ายโหราจารย์กล่าวว่า ดาวรุ่งที่ขึ้นตอนเช้ามืดนั้น คือดาวพระศุกร์ มีข้อสังเกตว่า ดาวพระศุกร์รวมกับดาวพระอาทิตย์ในดวงพอเต็มหนุ่มสาวมักได้แต่งงานกันแต่แรกรุ่น ถึงศุกร์กับพระอาทิตย์จะเป็นคู่สมพงศ์ก็ส่งไปตามอิทธิพล หากไปถูกคนเกิดวันอาทิตย์ดังนี้ ให้เห็นผลเป็นคนขี้เหนียว แต่คนอดอยากด้วยกาลกิณีร่วมด้วยกัน ด้วยเหตุที่ให้คุณมากกว่าโทษ ทางโหร จัดเป็นดาวศุภเคราะห์น้อย รองจากพระพฤหัสบดี

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
วันศุกร์ประสารจัดระจิตร์ไว้สีน้ำเงิน (Light indigo Blue) พิพิธพัตราส่งสรรพแช งามเงื่อนเตือนเนตร ให้แต่งตังตลึงหลง

บูชาพระวันเกิด
คนใดเกิดในวันศุกร์ ควรมีพระพุทธรูปปางทรงพระรำลักถึงพระธรรม (พระรำพึง) บูชา จะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดีขึ้น





๗. พระเสาร์


พระอิศวรผู้เป็นเจ้า สร้างพระเสาร์ขึ้นจากพยัคฆ์ ๑๐ ตัว โดยร่ายพระเวทให้เสือนั้นป่นลง แล้วจึงห่อด้วยผ้าสีดำ (Dark Brown Sehia) ประพรมด้วยน้ำอมฤต ก็บังเกิดเป็นองค์พระเสาร์เทวราชขึ้น มีสีกายเป็นสีคล้ำ ทรงรัตนนิลเป็นทิพยอาภรณ์ มีวิมานเป็นสีมรกต ทรงพยัคฆ์ราช (เสือ) เป็นพาหนะ สถิตในหรดีทิศ

ตำนานกล่าวว่า
ในกาลครั้งหนึ่ง พระเสาร์เกิดเป็นนาคราช พระอังคารเกิดเป็นอาลัมพายน์ (หมองู) จับเอาพญานาคไปเที่ยวเร่แสดงให้คนดู ให้ได้รับความลำบากแก่ตัวยิ่งนัก ฯลฯ

ตามหลักการพยากรณ์
พระเสาร์เป็นดาวขนาดใหญ่ รองจากพระพฤหัสบดี และสร้างด้วยเสือ ดังนั้น จึงมีใจดุร้ายดัง พยัคฆ์ราช รักษาเกียรติยศ (อดอยากเยี่ยงอย่างเสือสงวนศักดิ์) ระวังภัยมาก มีในเป็นพาลมีทิฏฐิมานะกล้าหาญ ชอบคบพาล และ นักเลงโต ชอบการตีรันฟันแงต่อสู้ คล้ายพระอังคาร รูปไม่งาม แต่ท่าทางผึ่งผายองอาจ เป็นที่เกรงขามของเหล่าศัตรู ชอบอยู่เพียงเงียบ ๆ ขรึม รักความสันโดษ แก้ตัวคล่องแคล่วว่องไว เอาตัวรอดได้ดี หึงหวง กล้าได้กล้าเสีย ถ้ามียศถาบรรดาศักดิ์ มักข่มเหงผู้น้อย ดุร้าย แต่ผู้เป็นนายรักใคร่ชอบพอ จะทำสิ่งใด ก็รอบคอบ สุขุม ยั่งยืนถาวร สติปัญญาหลักแหลม ไม่ยอมเสียเปรียบใครได้ง่าย ๆ ถ้าเสียเปรียบใครแล้วมักผูกพยาบาทไม่หาย เข้าใจรักษาตัว ตรงไปตรงมา เฉียบขาด เหมาะสมกับเป็นหัวหน้า หรือผู้นำคณะ เป็นคนที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลมรรยาท นอกจากราหู แล้วก็ไม่ยอมเป็นมิตรกับใคร ยิ่งอังคารด้วยแล้ว เป็นศัตรูกันอย่างออกหน้าออกตา ไม่ใคร่ชอบการศึกษาและการเล่าเรียน แต่มีปฏิภาณดี โกรธง่ายหายเร็ว เป็นเจ้าแห่งการกสิกรรมและอารยธรรม มีความมานะบากบั่นอดทน และบึกบึนเป็นที่หนึ่ง โหราจารย์ชาวฝรั่งและชาวอินเดีย มีความขยาดเกรงกลัวดาวดวงนี้นักหนา โหราจารย์ก็มักพยากรณ์โทษทัณฑ์ทุกข์โศก ฯลฯ ด้วยเสาร์นี้ ได้เป็นกาลกิณีตกในเรือนวินาศน์ ก็พันห่วงไปเทียวพระเสาร์เป็นดาวบาปเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด

การใช้สีเครื่องแต่งกาย
วันเสาร์ม่วงสีอ่อน (Light Purple) งามเพราเพริศพริ้งอาภรณ์ พิจิตรเฉลาฉลักสุพรรณแฮ นิลมณีรัตน์กลิ้งกรอกน้ำ สล่ำสลัว

บูชาพระวันเกิด
คนเกิดวันเสาร์ ควรจะมีพระพุทธรูปปางพระนาคปรกบูชา จึงจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองดี
 



๘. พระราหู
พระอิศวรผู้เป็นเจ้า สร้างพระราหูขึ้นโดยใช้ศีรษะผีโขมด ๑๒ ตัวมาป่นลง แล้วประพรมด้วยน้ำอมฤตก็บังเกิดเป็นองค์พระอสุรินทรเรืองฤทธิ์ (ดำสลัว) (Dark) ทรงทิพยสุวรรณแสงสีใสสะอาด และมีวิมานเป็นสีนิลมีมหาสุบรรณราช(ครุฑ) เป็นพาหนะ สถิตในทิศพายัพ

ตำนานกล่าวว่า
ในอดีตปฐมกาลล่วงมาแล้ว พระอาทิตย์เกิดเป็นพญานาค พระพฤหัสบดีเกิดเป็นพระอินทร์ พระเสาร์เกิดเป็นพญานาค และพระอังคารเกิดเป็นพญาราชสีห์ ดำริห์พร้อมใจกันจะสร้างสระน้ำ ไว้ให้เป็นที่อาศัยแก่มนุษย์ และ เทวดา จึงพากันไปปรึกษาพระราหู พระราหูว่า เราไม่ได้อาศัยน้ำ และ แผ่นดินนั้นด้วย แต่นั้นมา เทวดาทั้ง ๔ ก็เคียดค้นต่อพระราหู ครั้นประชุมกันสร้างมหาสระชื่อว่า “สุรามฤต” เสร็จแล้วก็คิดอ่านช่วยกันรักษา ฝ่ายพระอินทร์ รักษาทางด้านเขาพระสุเมรุ พระยาครุฑรับรักษาทางด้านเขาสตบริภัณฑ์ พระยาราชสีห์รับรักษาทางป่าหิมพานต์ พระยานาครับรักษาทางดานมหาสมุทร อยู่จำเนียรกาลนานมาเกิดพิบัติเหตุวันหนึ่งพญาครุฑไล่จะจกกินพญานาค พญานาคหนีไปพึ่งพระราหู ขอร้องให้ช่วยชีวิต พระราหูเห็นดังนั้น จึงตวาดว่า เหวยครุฑใจบาป เอ็งมาไล่พวกข้าทำไม พญาครุฑตอบว่า นาคนี้เป็นอาหารของเรา พระราหูก็โกรธทะยานเข้าวิ่งไล่ พญาครุฑก็แล่นหนีไปพึ่งพระอินทร์ พระราหูมิอาจไล่เข้าไปได้ ก็หยุดอยู่ และเกิดกระหายน้ำเป็นกำลัง จึงลงไปกินน้ำในสระสุรามฤต พระอินทร์เห็นดังนั้น ก็ขว้างจักรไปถูกกายพระราหูขาดสองท่อน เดชะอำนาจที่ได้ดื่นน้ำสุรามฤต จึงมิตาย

ตามหลักพยากรณ์
พระราหูสร้างด้วยศีรษะผีโขมดป่า ดังนั้น นิสัยจึงเป็นผี คือ ชอบกินเครื่องเซ่น เช่นกุ้งพร่า ของยำ และ อาหารชนิดสุก ๆ ดิบ ๆ นอกนั้นยังชอบเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด เช่น กัญชา ยาฝิ่น เป็นต้น นิสัยคล้ายคลึงกับพระเสาร์ โหราจารย์บางคนใช้พระเสาร์พยากรณ์แทนก็มี ซึ่งไม่ใคร่ผิดจากกันเท่าใดนัก พระราหูเป็นสหายรักสนิทกับเสาร์ และนอกจากเสาร์แล้ว ราหูไม่ยอมคบหาสมาคมกับพวกดาวพระเคราะห์ใด ๆ เลย มีนิสัยชอบยอชอบสรรเสริญ ชอบฟังเสียงที่เพราะเสนาะหู เช่น ดนตรี และความรื่นเริงบันเทิงใจเป็นที่สุด โกรธง่ายหายเร็ว ใจคอบึกบึน องอาจ กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวสิ่งใด แต่ถ้ายอมกลัวแล้ว ก็ยอมอย่างราบคาบจริง ๆ ชอบผจญภัย เป็นประมุขของเหล่าพาล ขึ้นชื่อนักเลงแล้วเป็นของราหูทุกชนิด ลงได้รักก็รักจนหลง ลงได้เกลียดใครก็เกลียดไม่รู้หาย ทำนองพวกอสุรยักษ์ ตามพยากรณ์บางแห่งเรียกอสุราก็มี ถือว่าเป็นยักษ์เอาทีเดียว ตามอิทธิฤทธิ์ของดวงดาว ถือว่าราหูคือธาตุลมพายุ มีลักษณะร้ายแรง สิ่งใดที่กีดขวางต้องวินาศไปหมด ถ้าราหูให้ร้ายแม้จะกำเนิดในตระกูลเศรษฐีอันอุดมไปด้วยทรัพย์ ก็ล้างผลาญเสียมิให้เหลือหลอ แม้นราหูจะเป็นตัวดี หากกุมลักขณาก็ยังข่มขี่ให้ซวดเซไปในอารมณ์แปลก ๆ ได้ ราหูเมื่อผลาญได้เท่าใด ก็อาจสามรถที่จะช่วยทำคุณให้รวดเร็วดุจกัน ดังคำกล่าวว่า “ให้คุณอนันต์โทษมหันต์” สามารถช่วยตนเอง แล้วยังช่วยผู้อื่นได้ด้วย

อนึ่งราหูนี้ ตามตำนานกล่าวว่า เคยไปลักน้ำทิพย์กิน ถูกขว้างด้วยจักรตัวขาดครึ่งท่อน อาศัยที่ได้กินน้ำทิพย์ จึงมิตาย ฉะนั้นราหูจึงมักมีโรคประจำท้องเสมอ ตามมหาทักษากล่าวว่า เมื่อราหูเสวยอายุนั้นร้ายกาจนัก เท่าที่ได้สังเกต มักป่วยตั้งแต่สะดือลงมาถึงหัวเข่าในร่มผ้า มักจะเป็นโทษของราหูดุจกัน ไม่รู้จักอาย และเกรงใจใคร คือความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่ เจ้าโวหารเล่นลิ้นผิดผันด้วย ถ้าหากราหูนำหน้าลัคขณาแล้วมีเสาร์ตามหลัง หรือมีเสาร์ตามหน้าราหูตามหลังแล้ว ใน ๒ ประการนี้มีแก่ผู้ใด ผู้นั้นมักมีนิสัยกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งความตาย ตัวอย่างเช่น ในดวงพระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรของเราทำนองนี้ ยอมปล้นค่ายอย่างทหาร เอาพระชนม์ชีพเข้าแลก จนประสบชัยชนะ แต่ถ้าเสาร์ราหูเล็งกันแล้ว เจ้าชาตามักตายด้วยอาการรวดเร็ว  แม้เจ้าชาตาจะสูงอายุ ราหูก็ยังทรงอำนาจ แม้จะเป็นดาวพระเคราะห์ที่ต่ำกว่าดาวทั้งหลาย แต่ก็เป็นที่เกรงกลัวของหมู่ดาวสูงสุด เพราะความเป็นพาลของพระราหู และมีดีอีกอย่างหนึ่งของราหูคือไม่เบียดเบียนข่มเหงผู้น้อยที่ยอมเกรงกลัว  หรือผู้ที่อยู่ใต้อำนาจ ถ้าเป็นหัวหน้า พวกบริวารก็มีความยำเกรง รักใคร่นับถือเป็นที่พึ่งได้อย่างดี ถ้าเป็นนายทหารชั้นผู้บังคับบัญชา ย่อมเป็นที่รักใคร่นับถือของบรรดาผู้อยู่ใต้อำนาจ เพราะไม่ถือตนไว้ยศ มีทรัพย์ก็ไม่ยึดถาวร เพราไม่ตระหนี่ ทำอะไรใหญ่โตมโหฬาร คิดใหญ่ใฝ่สูง แต่ไม่ยั่งยืนถาวร ทำคุณให้แก่ใครไม่ขึ้นก็ชอบทำ เพราะเห็นเป็นของสนุก เวลาราหูมีอิทธิฤทธิ์แข็งกล้า พฤหัสบดีอยู่สูงก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องพ่ายแพ้แก่ฝ่ายต่ำในบางเวลาเช่นเดียวกัน

อนึ่งราหูนี้ไม่มีเรือนชาตาที่อยู่ ต้องไปอาศัยเรือนเสาร์ในราศีกุมภ์เป็นเรือนครอง และไปอยู่ในราศีตุลย์ เป็นราชาโชค อุจจาวิลาศในเรือนศุกร์กับราศีเมถุน เป็นปกิณกะโชคในเรือนพุธ เพราะใน ๓ ราศีนี้เป็นธาตุลม ราหูอาศัยได้ ฉะนั้น ราหูจึงเป็นเจ้าแห่งความดุร้ายเก่งกาจในเรือนเสาร์ เป็นอาจารย์และแรงกามคุณในเรือนศุกร์ เจ้าโวหารพลิกแพลงในเรือนพุธ ดาวราหูนี้ เป็นดาวสำคัญในการพยากรณ์ที่เต็มไปด้วยอำนาจตามตำราโบราณ แต่งเป็นกลอนทำนายไว้ว่า “ราหูมาต้องลักขณา แม้สูงศักดิ์สุราลัยจะจากยศไกร วิบากใจไฟเผาผลาญ” ในโชคเทวฤทธิ์ก็ว่า “อสุรินทร์ทับลักขณาในบาปเคราะห์ จรไปเข้าทับกันทั้งจันทร์มาต้องลักขณา ท่านทายตัดชีวาถึงอาสัญ” ที่ร้ายก็ร้ายเอามากดังนี้

ถ้าจะถึงฝ่ายดีก็ดีเลิศ เช่น ตำราว่าพฤหัสบดี เสาร์ ราหู ทั้ง ๓ หมู่มาเป็นศิริต้องลักขณา วัตะสังคี มีบริวารเหลือหลาย ลูกไพร่นักเป็นนาย แม้เชื้อสายจะครองเมือง เวลาดี และร้ายเทียบเสมอ พฤหัสบดี ได้ในด้านตรงข้าม

อนึ่งตำนานของอินเดีย กล่าวว่า ราหูนี้เป็นหมุดจุดสกัดของโลก อยู่ตรงข้ามกับดาวพระเกตุ มีลูกเป็นดาวหางหรือผีพุ่งใต้ ราหูนี้มี ๒ ตอน คือ เมื่อขาดโดยถูกจักรของพระอินทร์แล้ว คงเป็นดาวตอนหนึ่งมาเป็นโลกพิภพ คือ โลกที่เราอยู่ตอนหนึ่ง โหรฮินดูเกรงขามราหูไม่น้อยกว่าเสาร์ ส่วนโหรฝรั่งไม่สู้กลัวราหู แต่กลัวเกตุ ซึ่งเป็นท่อนหางมากกว่า อย่างฮินดูกล่าวว่า ถ้าหางไปฟาดอะไรเข้า จะทำให้สิ่งนั้นวอดวายเสียหาย ส่วนท่อนหัว ซึ่งเป็นพิภพนี้ กระทำความเที่ยงไม่มีในโลก โดยจิตใจของมนุษย์ย่อมหวั่นไหวมัวเมาไปด้วยอำนาจ ของธาตุราหู

ในการยกเอาราหูขึ้นมาพยากรณ์มากกว่าดาวนพเคราะห์อื่น ก็เพราะว่าราหูแม้จะจรในจักรราศี ก็ไม่เหมือนดาวต่างๆ คือ เดินย้อนพวกดาวอื่น และเกตุก็เดินย้อนเช่นเดียวกันกับราหู จึงถือกันว่า หัวกับหางไปด้วยกัน และเป็นดาวบาปเคราะห์

พระบูชาวันเกิด
คนที่เกิดวันพุธกลางคืน ควรมีพระพุทธรูปปางเสด็จประทับในป่าปาริเลยยถะ (ป่าเลไลย) บูชา จึงจะมีความสุขความรุ่งเรืองดี



ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ภาพเทพพราหมณ์ฮินดู - เทพนพเคราะห์
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2009, 01:41:50 PM »
อันนี้เป็นภาพที่ได้จาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ค่ะ

พระอาทิตย์



พระจันทร์


พระอังคาร



พระพุธ


พระพฤหัสบดี


พระศุกร์


พระเสาร์


พระราหู


พระเกตุ