ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

สุดยอดซีรีส์จีนแห่งปี 2011 ปู้ปู้จิงซิน (บัลลังก์รัก บัลลังก์เลือด)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์

ไปอ่านรีวิวที่พันทิปแล้วแบบว่า อยากดูสุดๆ เรื่องนี้  เลยเอามาแนะนำที่บอร์ดด้วยค่ะ



ปู้ปู้จิงซิน (Bu Bu Jing Xin) ซับไทย จบบริบูรณ์
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A11799966/A11799966.html

สุดยอดซีรีส์จีนแห่งปี 2011 ปู้ปู้จิงซิน (บัลลังก์รัก บัลลังก์เลือด)

credit : http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2011/10/A11159420/A11159420.html


รีวิว+แนะนำ สุดยอดซีรีส์จีนแห่งปี 2011 ปู้ปู้จิงซิน (บัลลังก์รัก บัลลังก์เลือด) อีกแง่มุมหนึ่งของฮ่องเต้หย่งเจิ้น    
สวัสดีค่า จากกระทู้นี้ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A11077616/A11077616.html ที่เหล่าสหายร่วมดูออนไลน์ทุกท่านได้ร่วมคุยร่วมแจมกันจนตอนนี้ละครได้ฉายจบที่จีนแล้ว จึงอยากจะมาแบ่งปันแนะนำให้กับสหายท่านอื่นๆที่ไม่ได้ดูออนไลน์และไม่เคยอ่านนิยายกันค่ะ

ปีนี้ทางจีนแผ่นดินใหญ่มีละครยุคราชวงศ์ชิงออกฉายเยอะมาก แต่ละเรื่องก็ฟอร์มใหญ่ทั้งนั้น ตามดูแทบไม่ทันเลยทีเดียว

ปู้ปู้จิงซิน ถ้าแปลตรงตัว คือ สะท้านขวัญทุกย่างก้าว บางคนฟังชื่อแล้วอาจจะไม่รู้ว่าเป็นหนังแนวไหน โบราณ หรือ ปัจจุบัน สยองขวัญ โรแมนติก ดราม่า หรืออะไรกันแน่ แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับใคร อะไร ที่ไหน เลยขอตั้งชื่อไทยให้พอจะนึกภาพกันออก คือ บัลลังก์รัก บัลลังก์เลือดหย่งเจิ้น

แน่นอนว่าละครจีนที่เกี่ยวกับหย่งเจิ้นฮ่องเต้ถูกสร้างมานับไม่ถ้วน พอๆกับเสด็จพ่อคังซี เสด็จลูกเฉียนหลง ประมาณนั้น  บ้างก็สร้างให้หย่งเจิ้นดูดี บ้างก็สร้างให้ดูร้าย

แต่ปู้ปู้จิงซิน แตกต่างจากทุกเรื่องที่เคยสร้างมาค่ะ เพราะเน้นในเรื่องของโรแมนติก พีเรียดดราม่า เมโลดี้ เรียกน้ำตาได้อย่างที่คุณอาจจะไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในละครหย่งเจิ้นที่ผ่านๆมา โดยครึ่งแรกเน้นเรื่องราวชิงไหวชิงพริบการเมืองในราชสำนักยุคคังซีครองราชย์ปีที่ 44-60 ซึ่งถือว่าเป็น light side ขององค์ชาย 4 (หย่งเจิ้น) และครึ่งหลังที่องค์ชาย 4 ครองราชย์ก็จะเริ่มเข้าสู่ dark side แต่เป็น dark side ที่ทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นให้น้องสิบสามและปกป้องนางเอกของเรื่องค่ะ

อยากบอกว่าไม่เคยมีละครจีนเรื่องไหนทำให้เราร้องไห้เป็นเผาเต่า แถมยังซึมไปเป็นอาทิตย์ๆ ได้แบบนี้เลยค่ะ T^T

ชื่อเรื่อง : 步步惊心/ปู้ปู้จิงซิน/Startling by Each Step
ออกฉายที่จีน : 10 กย. – 29 กย. 2011
ช่อง : Hunan tv
จำนวน : 35 ตอน
สร้างจากนิยายของถงหัว นำมาสร้างเป็นละครครั้งแรกของนิยายฉบับนี้ค่ะ

เรื่องนี้ต่างจากละครราชสำนักจีนเรื่องอื่นตรงที่ดำเนินเรื่องได้รวดเร็วฉับไว และตัวละครทุกตัวล้วนโดดเด่นไม่แพ้กัน (แต่ก็แน่นอนว่ายังไงซะ พระนางของเรื่องก็ต้องเด่นที่สุดอยู่แล้ว)

เนื้อเรื่องย่อ : นางเอกของเรื่อง  จางเสี่ยว เป็นคนในยุค 2011 ที่เกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าช็อต ทำให้หลงกลับไปสู่ช่วงเวลาในอดีตยุคปลายของคังซีฮ่องเต้ เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของ หม่าเอ่อไท่รั่วซี (อนุมานได้ว่าเป็นอดีตชาติของเธอนั่นแล) ลูกสาวคนรองของแม่ทัพตระกูลหม่าเอ่อไท่ ซึ่งถูกส่งตัวมาอยู่กับพี่สาวคนโตที่ชื่อ รั่วหลาน ซึ่งเป็นชายารองขององค์ชาย 8 โอรสของคังซี เท่ากับว่ารั่วซีก็คือน้องสะใภ้ขององค์ชาย 8 นั่นเอง รั่วซีเมื่อรู้ดังนั้นก็หวั่นใจ เพราะเธอรู้ประวัติศาสตร์ดีว่าในภายหลังเมื่อองค์ชาย 4 ได้ขึ้นครองราชย์เป็นหย่งเจิ้นฮ่องเต้ องค์ชาย 8 ก็จะถูกจับขังและตายในคุก

รั่วซีต้องเตรียมตัวเพื่อการคัดเลือกสาวงามเข้าวัง (ตามธรรมเนียมของราชวงศ์ชิง ทุกๆ 3 ปี จะมีคัดเลือกเด็กสาวอายุระหว่าง 13-16 ปี จากตระกูลขุนนางเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเข้าวัง แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้เป็นสนมทุกคน คนที่ไม่ต้องตาก็อาจถูกส่งไปเป็นนางกำนัลตามแผนกต่างๆ) ระหว่างนี้เธอก็ได้พบกับองค์ชาย 4 ซึ่งมีบุคลิกที่เงียบขรึม หน้าตางี้เย็นชาจนรั่วซีตั้งฉายาให้ว่าหน้าน้ำแข็ง แต่ใครจะรู้เลยว่าสุดท้ายแล้วเขาจะกลายเป็นคนที่เธอรักอย่างหมดหัวใจ องค์ชาย 13 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเพื่อนซี้ของเธอ  องค์ชาย 14 ผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อน และคนที่อยู่กับเธอในวาระสุดท้ายของชีวิต องค์ชายแปด พี่เขยซึ่งกลายเป็นปั๊บปี้เลิฟของรั่วซี และยังมีบุคคลอื่นๆอีกมากมายที่รั่วซีได้พบในช่วงเวลานั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างรั่วซีกับองค์ชาย 4 เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป อุปสรรคช่างมีมากเหลือเกิน ทั้งจากคนรอบข้างและความรู้สึกของคนทั้งสองเอง






จากคุณ   : JC >_< sweetgirl 
เขียนเมื่อ   : 5 ต.ค. 54 21:11:44

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
เรื่องราวในช่วงนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม การแก่งแย่งชิงดี แผนซ้อนแผน คลุกเคล้ากันไป แบบที่เรียกได้ว่าหาที่ติไม่ได้เลยจริงๆ


จากการวิ่งเต้นของเหล่าองค์ชายเพื่อช่วยไม่ให้รั่วซีได้เป็นสนม รั่วซีเลยได้เป็นหัวหน้านางกำนัลแผนกชา ก่อนที่คังซีจะสวรรคต ได้มีราชโองการที่ยังไร้ซึ่งตราประทับระบุว่า ให้รั่วซีแต่งกับองค์ชาย 14 แต่ก็ยังไม่มีผล เพราะรั่วซีขัดโองการจนถูกปลดไปทำงานแผนกซักล้างซึ่งเป็นแผนกที่ต่ำสุดในวัง สุขภาพของรั่วซีทรุดโทรมบอบช้ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่งรั่วซีได้กลับมาแผนกชาอีกครั้งจากความช่วยเหลือของหัวหน้าขันทีหลี่กงกงให้มาทำของว่างให้คังซีในช่วงที่กำลังประชวร




ไม่นานคังซีก็สวรรคต จากการขับเคี่ยวแย่งชิงบัลลังก์กันของเหล่าองค์ชาย ในที่สุดองค์ชายสี่ก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป รั่วซีได้อยู่เคียงข้างกับพระองค์ทุกวัน โดยที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งพระสนมหรือเจ้าจอมใดๆ เพราะหย่งเจิ้นไม่อยากให้นางมีตำหนักเป็นของตัวเอง ซึ่งถ้าหากเขาอยากพบนางก็จะต้องเลือกเสี่ยงไม้ที่มีชื่อของนางจากบรรดาชื่อสนมทั้งหมด ซึ่งเขาไม่ต้องการแบบนั้น จึงให้รั่วซีมาอยู่ที่ตำหนักของเขาเอง ทุกครั้งที่หย่งเจิ้นมาค้างคืนกับรั่วซีก็เพียงแต่นอนกอดกันเท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใดๆเพราะรั่วซียังไม่พร้อม และเขาเองก็ไม่ต้องการฝืนใจนาง

จนกระทั่งวันหนึ่งรั่วซีได้รับข่าวรั่วหลานป่วยหนักและอาจจะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อรั่วหลานสิ้นใจ รั่วซีก็เสียใจมาก แต่เมื่อเฉิงฮวน ธิดาขององค์ชาย 13 มาอยู่เป็นเพื่อน นางก็จะกลับมาร่าเริง ทำให้หย่งเจิ้นใช้ไม้ตายสุดท้านอ้อนวอนขอให้นางมีลูกให้เขาเพราะเขาอยากเห็นนางยิ้มทุกๆวัน รั่วซีตกลงยินยอมอย่างพร้อมใจ



ต่อมารั่วซีเริ่มรับรู้ข่าวคราวความโหดร้ายของหย่งเจิ้นจากขันทีคนสนิท ไม่ว่าจะเป็นการบีบบังคับให้หัวหน้าขันทีคนเก่า หลี่กงกง ดื่มยาพิษตาย เพื่อปิดปากการขึ้นครองบัลลังก์ที่ไม่ชอบธรรมของเขา, การใช้ห้าม้าแยกร่างขุนนางที่เคยให้ร้ายเขาจนน้องสิบสามต้องรับโทษแทนถูกขัง 10 ปี, การออกคำสั่งตัดแขนขาลิ้นของจางกงกง ที่เคยกระทำไม่ดีต่อรั่วซีตอนที่นางถูกปลดไปทำงานที่ห้องซักล้าง, และสองสิ่งสุดท้ายที่นางไม่อาจให้อภัยให้เขาได้เลย นั่นคือ การสั่งนึ่งคนทั้งเป็น (เอ่อ เหมือนนึ่งซาลาเปา ><) โทษฐานแอบมาตีซี้รั่วซี เป็นสายให้องค์ชายเก้า ซึ่งคนๆนั้นคือนางกำนัลที่นางรักเสมือนน้องสาวแท้ๆ และการที่เขาออกคำสั่งบังคับให้องค์ชาย 8 หย่ากับชายาเอกเพราะนางทำให้รั่วซีต้องแท้งลูก และไม่อาจมีลูกได้อีก ทำให้ชายาเอกผูกคอตายและเผาบ้านเกรียมไปทั้งหลัง รั่วซีทนไม่ได้อีกต่อไปที่จะต้องเห็นองค์ชายสี่คนที่นางรักสุดหัวใจกลายเป็นฮ่องเต้ผู้เหี้ยมโหด เพียงเพื่อจะปกป้องนาง แบบนี้นางไม่ต้องการ



ดังนั้นรั่วซีจึงยินยอมที่จะแต่งงานออกไปอยู่กับองค์ชาย 14 ตามราชโองการของคังซี และองค์ชาย 8 ก็ช่วยนางโดยการเล่าความหลังอันหวานชื่นสมัยรั่วซีมีปั๊บปี้เลิฟกับเขา ทำให้หย่งเจิ้นโกรธมาก ประทับตราลงในราชโองการของคังซีทันที

รั่วซีต้องใช้ชีวิตที่เหลือโดยคิดถึงแต่หย่งเจิ้น ไม่ว่ายังไงนางก็ไม่อาจลืมเขาได้ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตนางก็ไม่ได้พบเขา นางจากไปด้วยความรู้สึกอาลัยรักองค์ชายสี่ คนที่นางรักแต่เพียงผู้เดียวในหัวใจ

หย่งเจิ้นเองก็เจ็บปวดรวดร้าวไม่แพ้กัน เขาไม่รู้เลยว่านางจะจากเขาไปแบบนี้ และไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีจดหมายของนางส่งมาถึงเขา จนกระทั่งได้รับข่าวการตายของนาง เขาอยากเจอนางอีกครั้ง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว.....(แอบงุบงิบตอนจบ งุงิ)



ไม่ต้องห่วงเลยว่าการที่เล่าแบบหมดเปลือกแบบนี้ จะสปอยให้เสียอรรถรสในการดู เพราะรับรองได้เลยค่ะว่าคนที่อ่านนิยายมาละเอียดทุกซอกมุมมาแล้ว พอมาดูหนังกลับยิ่งประทับใจ และร้องไห้ตามตัวละครแบบไม่อายใครเลยค่ะ

หม่าเอ่อไท่ รั่วซี / จางเสี่ยว  รับบทโดย หลิวซือซือ

ต้องยกนิ้วและจุดพลุฉลอง  ให้กับซือซือค่ะ เธอทำได้ยอดเยี่ยมมากกับบทที่ต้องบีบคั้นอารมณ์แบบนี้ พัฒนาการ 7 ปีในวงการบันเทิงของเธอ ได้รับการยอมรับในที่สุดจากปู้ปู้จิงซินนี่เอง  เธอทุ่มเทให้กับกองถ่ายเรื่องนี้มากๆ จนมีเวลานอนแค่ 3-4 ชม. ต่อวัน ใช้เวลา 5 เดือนในการถ่ายทำ ส่งผลให้สิวขึ้นที่ใบหน้าและถูกสื่อโจมตีเรื่องสิว (ไร้สาระสุดๆ เพราะสื่อไม่สามารถโจมตีเรื่องการแสดงของเธอได้ เลยเบนมาเรื่องสิวบนหน้าแทน)

บทรั่วซีเป็นบทที่มีพัฒนาการของตัวละคร จากเด็กสาวอายุแค่ 16 ปี จากโลกอนาคต บุคลิกกระโตกกระเตก จนถึงอายุ 34 ปี วัยผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก รู้วิธีหลีกหนีเอาตัวรอด และการวางตัวในราชสำนักชิงที่เข้มงวด

เชื่อไหมคะว่าทุกวันนี้ซือซือยังคงร้องไห้เมื่อเธอได้เห็นอะไรก็ตามจากละครเรื่องนี้ ทั้งรูปภาพ โฆษณา เพลงประกอบ ฯลฯ เธอยังอินและยังลืมบทรั่วซีไม่ได้ค่ะ



องค์ชายสี่/หย่งเจิ้นฮ่องเต้ รับบทโดย อู๋ฉีหลง

รู้สึกว่านี่จะเป็นเรื่องแรกที่เฮียนิคกี้ต้องโกนหัว  จริงๆไม่ได้ดูหนังของเฮียเค้ามานานมากแล้ว เพิ่งได้มาดูปู้ปู้อีกครั้งนี่แหล่ะค่ะ จากบทนิ่งๆในช่วงครึ่งแรกที่ยังเป็นองค์ชายสี่ จนถึงบทที่ต้องปะทุอารมณ์โกรธ เสียใจ เศร้าโศก สารพัดในช่วงท้าย เรียกได้ว่าร้องไห้กันจนเหนื่อยแทบทุกคนเลยค่ะเรื่องนี้ โดยเฉพาะชายที่ต้องเค้นน้ำตาอย่างเป็นบ้าเป็นหลังในเรื่องมีอยู่สองคนค่ะ คือ องค์ชายสี่กับแปดนั่นเอง (แต่ร้องมากสุดก็รั่วซีนั่นแล)

ถ้าจะพูดแบบไม่เข้าข้างว่าองค์ชายสี่เป็นพระเอกของเรื่อง ก็ต้องบอกว่าองค์ชายสี่น่าสงสารค่ะ เพราะมีแม่แต่แม่กลับรักน้อง(สิบสี่)มากกว่า ขุนนางในราชสำนักและบรรดาพี่น้องก็สนับสนุนองค์ชายแปดกันแทบทั้งนั้น ตัวเขาเองมีแค่น้องสิบสามกับขุนนางแม่ทัพแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ไหนจะเทียวไล้เทียวขื่อรั่วซีเวลาไล่เลี่ยกับองค์ชายแปด แต่ไหงรั่วซีกลับมีใจให้องค์ชายแปดก่อนเขาซะงั้น นี่เลยเป็นความโกรธครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถอภัยให้รั่วซีได้ เมื่อรู้เรื่องราวครั้งนั้นนั่นเอง (แถวบ้านเรียกหึงขั้นเทพ)


ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
องค์ชายแปด รับบทโดย เควิน เจิ้งเจียอิง

ดาราดังทีวีบีที่ข้ามฟากมาขอแบ่งพื้นที่ในหัวใจจากสาวๆแผ่นดินใหญ่ อิอิ องค์ชายแปดเป็นตัวละครที่โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญที่ขับเคี่ยวมากับองค์ชายสี่ เพียงแต่ช่วง 10 ตอนสุดท้าย อาจจะบทน้อยลงไป เพราะต้องเน้นโฟกัสไปที่บทดราม่าของคู่พระนางนั่นเอง

บทองค์ชายแปดแรกๆก็ดูจะคล้ายองค์ชายสี่ ต่างกันตรงที่องค์ชายสี่จะเก็บความรู้สึกได้มิด ชนิดที่ว่ามองไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่องค์ชายแปดพอจะสื่อออกทางใบหน้าและรอยยิ้มถึงความทะเยอทะยานในราชบัลลังก์ สำหรับบทกุ๊กกิ๊กกับรั่วซีในช่วงแรก จะหาว่าเราลำเอียงไปทางองค์ชายสี่-รั่วซีก็ได้ เพราะเราไม่อินในความรักขององค์ชายแปด-รั่วซี เลย  และไม่รู้สึกว่าองค์ชายแปดจะรักรั่วซีจริง เหมือนเขาเห็นเธอเป็นตัวแทนของรั่วหลานมากกว่า แต่ตัวรั่วซีเองก็สองมาตรฐาน เพราะองค์ชายแปดเลือกบัลลังก์ รั่วซีจึงขอเลิกกับเขา แต่พอองค์ชายสี่เลือกบัลลังก์บ้าง รั่วซีกลับไม่ว่าอะไร ถ้าเราเป็นองค์ชายแปดก็คงแค้นเหมือนกัน อิอิ แต่ก็นะ เพราะรั่วซีรู้ว่ายังไงองค์ชายสี่ก็ต้องได้บัลลังก์อยู่แล้ว การที่เลือกเขาก็ปลอดภัยกว่าอยู่กับองค์ชายแปดที่ต้องตายในคุกตามประวัติศาสตร์ที่เธอรู้มาแน่นอน

ที่อยากพูดถึงเควินคือ รู้สึกอึ้งกับการทุ่มเทแสดงบทร้องไห้คลุ้มคลั่งของเขาแบบไม่ห่วงหล่อเลย อาจเพราะไม่เคยเห็นเควินเล่นบทแบบนี้มาก่อนก็เป็นได้ (มีแฟนคลับเฮียเขาบอกว่าอยู่กับทีวีบีไม่เคยได้โอกาสแสดงฝีมือแบบนี้มาก่อนเลย)




องค์ชายสิบสาม รับบทโดย หยวนหง

ไม่ใช่ว่าหยวนหงโดนลดบทกลายเป็นแค่ตัวรองๆไปซะแล้ว เพราะในตอนแรก ทางผู้สร้างวางตัวให้เขาเล่นเป็นองค์ชายสี่ค่ะ แต่หยวนหงปฎิเสธ เขาบอกว่าอยากเล่นบทสบายๆ อิสระ ไม่เครียด ไม่กดดัน ก็เลยเลือกเล่นบทสิบสามนี้แทน

องค์ชายสิบสาม ถึงจะเป็นพี่น้องคนละแม่กับองค์ชายสี่ แต่กลับสนิทรู้ใจกันมากกว่าองค์ชายสิบสี่ที่เป็นน้องแท้ๆขององค์ชายสี่เสียอีก อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทนั่งวงเหล้าของรั่วซีอีกด้วย บทก็เรื่อยๆ เปื่อยๆ อิสระ อย่างที่หยวนหงต้องการจริงๆค่ะ



องค์ชายสิบสี่ รับบทโดย หลินเกิงซิน

จับตามองหนุ่มคนนี้ไว้ดีๆนะคะ ตอนนี้ในเว่ยปั๋วหรือทวิตเตอร์จีนของหนุ่มคนนี้ มียอด Follower แซงหน้าเจ้าเวย หยวนหง และดาราดังคนอื่นๆไปแล้วค่ะ

จากบทองค์ชายสิบสี่ น้องเล็ก (แต่ก็ไม่เล็กสุด) ในบรรดาก๊วนองค์ชายโตๆ เรียกคะแนนความน่าเอ็นดูไปได้เพียบค่ะ แม้จะต้องแสดงบทน้ำตาในตอนท้าย แต่หนุ่มคนนี้ก็ไม่หวั่นแม้วันมามาก  หน้าใหม่แต่ใจรักการแสดงแบบนี้ เอาใจไปเลยค่ะน้อง



นอกจากบรรดาองค์ชายที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะมี องค์ชายที่พอมีบทบาทอีก 3 คน คือ องค์ชายเก้า สิบ กับ สอง (รัชทายาท) แต่คงไม่กล่าวถึง เพราะบทไม่มีอะไรมากค่



คังซีฮ่องเต้ รับบทโดย หลิวสงเหยิน

เป็นยุคของคังซีในช่วงบั้นปลายของชีวิตที่ผ่านศึกทั้งในและนอกวังมามาก หลิวสงเหยินจึงถ่ายทอดออกมาในแบบที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นฮ่องเต้ที่น่าเคารพยำเกรง เป็นที่เกรงกลัวของบรรดาลูกๆ บรรยากาศในท้องพระโรงที่คังซีออกว่าราชการเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ละครมีความสมจริงค่ะ  ดังคำกล่าวที่ว่าฮ่องเต้คือเจ้าเหนือหัว ใครขัดราชโองการต้องตายสถานเดียว (ประมาณนั้น )

เราชอบการที่ผู้สร้างถ่ายทอดให้ความสัมพันธ์ระหว่างคังซีกับรั่วซี เหมือนพ่อกับลูกสาวคนหนึ่ง (เรียกว่าคู่พ่อลูกซีซีเลยดีไหม ) คังซีรักและเอ็นดูรั่วซีมาก ถึงขนาดรัชทายาทเอ่ยปากขอแต่งงานด้วย คังซีก็เสียดายไม่ยอมยกให้ จนสุดท้ายอยากให้รั่วซีมีคู่เพราะอยู่ในวังมานานแล้ว (คงจะประมาณว่าลูกสาวชั้นเริ่มแก่ เดี๋ยวขึ้นคาน ) จึงยกให้องค์ชายสิบสี่ แต่ใจรั่วซีไม่ได้มีให้ ก็ขัดโองการจนโดนทำโทษปลดตำแหน่ง ผ่านไป 7 ปีคังซีก็ยอมให้อภัย



ส่วนตัวละครสาวๆคนอื่นๆ ที่มีบทบาทในเรื่อง

หม่าเอ่อร์ไท่รั่วหลาน-พี่สาวรั่วซี
หมิงฮุ่ย-ชายาเอกองค์ชายแปด
หมิงเย่ว์-ชายาเอกองค์ชายสิบและน้องสาวหมิงฮุ่ย
องค์หญิงหมินหมิ่น-องค์หญิงมองโกลที่หลงรักองค์ชายสิบสาม
อวี้ถาน-นางกำนัลที่รั่วซีสาบานเป็นพี่น้องด้วย (เป็นอีกตัวแปรที่นำไปสู่จุดแตกหักระหว่างองค์ชายสี่กับรั่วซีเลยก็ว่าได้)
ลวี่อู๋  ภรรยาไม่มีตำแหน่งคนหนึ่งขององค์ชายสิบสาม



ความละเมียดละไมและความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด

ถังเหรินและคาเรน ผู้สร้างปู้ปู้จิงซิน ได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ ทั้งเสื้อผ้า ทรงผมเครื่องประดับต่างๆ ล้วนทำขึ้นด้วยมือทุกชุดทุกชิ้นและใช้วัสดุจริงที่ไม่ใช่พลาสติกเหมือนในละครยุคชิงเรื่องอื่นๆที่เราเคยเห็นกัน เราจะเห็นได้ว่าสีสันลวดลายของเสื้อผ้าไม่ออกแนวฉูดฉาด จะเป็นในสีโทนกลางถึงหม่น ตามเสื้อผ้าที่สาวชิงยุคนั้นสวมใส่กันจริงๆ  รวมถึงถ้าเป็นชุดลำลองของเหล่าองค์ชายก็จะใช้แบบเรียบๆ ส่วนชุดออกงานจะปักดิ้นลวดลายตามของจริงทุกอย่าง อย่าได้นำสีสันและลวดลายของเสื้อผ้าไปเทียบกับองค์หญิงกำมะลอเด็ดขาด เข้าใจว่าโทนสีเสื้อผ้าก็จะสื่อถึงแนวของละครเรื่องนั้นๆด้วย  ถ้าตลกก็มีสีสันเยอะหน่อย ถ้าเน้นดราม่าและความสมจริงก็ต้องตามแบบที่เห็นในปู้ปู้ค่ะ


จากคุณ   : JC >_< sweetgirl 
เขียนเมื่อ   : 5 ต.ค. 54 21:22:57




ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
<a href="http://www.youtube.com/v/rv3VedHM_f0?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/rv3VedHM_f0?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash</a>

<a href="http://www.youtube.com/v/Q3la2mA3C2o?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/Q3la2mA3C2o?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash</a>



<a href="http://www.youtube.com/v/rXXsZNWh-Ok?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/rXXsZNWh-Ok?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash</a>


<a href="http://www.youtube.com/v/hVQLp0Xc5j0?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/hVQLp0Xc5j0?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash</a>


<a href="http://www.youtube.com/v/IV4_i0wN4jw?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/IV4_i0wN4jw?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash</a>

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
แปะรูปเพิ่ม ค่ะ
ปล. อย่าแปลกใจถ้ามีรูป หยวนหง มากกว่าเพื่อน เพราะ ปลื้มองค์ชาย สิบสาม สุดๆ ละ ^^  :)

credit : http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2012/02/A11667096/A11667096.html
           http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2012/02/A11723434/A11723434.html

































ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

ความคิดเห็นที่ 11
#8
คนจีนโบราณ เกลียดใคร ก็ร้องเพลงด่า ชอบใครก็แต่งเพลงเชียร์
เรื่องของสามฮ่องเต้นี้ มักเป็น"เรื่องเล่า" เสียมาก เพื่อทำลายก็มี หรือเพื่อให้เห็นว่ามีความใกล้ชิดชาวฮั่นก็มี เช่น
คังซีตามหาพ่อ,ได้องค์หญิงหมิงเป็นชายา
เฉียนหลง มีเชื้อฮั่น

"ต้านชิง กู้หมิง" บางท่านยังว่าพวกแมนจูสร้างกระแสกันเองด้วยซ้ำ เพราะหมิงปลุกไม่ขึ้นแล้ว และต้าชิงยุคแรก จนถึงหย่งเจิ้น ใส่ใจชาวฮั่นมาก เพราะศึกษาข้อผิดพลาดจากต้าหยวนเป็นอย่างดี และต้องการพัฒนาต้าชิงให้เป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ มีการปฏิรูปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนคังซีปฏิรูปเป็นระบบที่ชาวฮั่นยอมรับได้สำเร็จ แบบแบ่งเค็กลงตัว

และส่งมอบภาระกิจไปยังหย่งเจิ้น ซึ่งเป็นตอใหญ่ ที่เชื่อกันว่ามีส่วนให้กลับสวรรค์ก่อนกำหนด ขนาดแต่งตั้งองครักษ์พิเศษยังเอาไม่อยู่เลย ไม่ใช่คนในทำ ก็มองไม่ออกว่าจะลอบเข้ามาในเทืองต้องห้ามได้ยังไง ฮ่องเต้นอนไหน หน้าตาเป็นอย่างไรไม่มีคนนำไม่มีทางหาเจอ

เรื่องที่ว่ากินยาเกินขนาด ถ้าไม่ทำเป็นขบวนการ ไม่มีทางสำเร็จ สารหนูไม่ใช่สารพิษถ้ารู้วิธี สตุพิษออกมาได้ แต่ฝรั่งไม่รู้วิธีก็กล่าวว่าเป็นสารพิษ

ยาลมห้าปราสาททองใส่สารหนูเป็นส่วนผสม ก็ไม่เป็นพิษ กินมาเป็นชั่วคนไม่ตาย
แต่แผนฝรั่งไทยชักดิ้นชักงอ บังคับให้เอาออก จนเขาต้องปรับสูตรยาใหม่ อะไรที่แผนฝรั่งไม่รู้นี้ถึงถูกต้องเป็นผิด เพราะพวกเขาคิดว่าผิด แถมอยากได้สูตรยาโบราณฟรีด้วยแบบสำแดงทั้งหมด

ขอยกจากที่มีผู้รู้ตอบไปก่อนหน้ามาลงไว้ ณ ที่นี้


ข้อขัดแย้ง ชิงราชบัลลังค์ของหย่งเจิ้นฮ่องเต้ ในศึกสายเลือด

ผมมีความตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องหนังอิงประวัติศาสตร์จีนยุคราชวงศ์ชิงให้จบ แต่ก็ขาดช่วงไปนาน เนื่องจากไม่มีเวลานั่งหน้าคอมนานๆ ในการเรียบเรียงเรื่องราว ซึ้งต้องใช้เวลานานทีเดียว

ในช่วงที่ผมจะกล่าวถึงหลังจากยุคคังซี ก็เป็นยุคของหย่งเจิ้นฮ่องเต้ ที่มีหนังกล่าวถึงมากอีกช่วงหนึ่ง เนื่องจากมีเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจ และขัดแย้งกันในช่วงนี้ ซึ่งขึ้นอยู่ว่า ผู้ประพันธ์จะหยิบยกเอาแง่มุมไหนของหย่งเจิ้นมาเขียน

โดยคร่าวๆ เรื่องราวของหย่งเจิ้นมักจะถูกสร้างออกมา ใน 2 แง่มุมคือ
ในช่วงก่อนขึ้นครองราชย์ จะเป็นช่วงที่มีการแย่งชิงบัลลังก์กันระหว่างพี่น้อง ซึ่งในช่วงนี้ หนังที่พูดถึงที่เรารู้จักกันดี คือ ศึกสายเลือด

และเรื่องของการต่อต้านชิง กู้หมิง ซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่องนับจากที่ชนกลุ่มน้อยชาวแมนจู ได้ขึ้นมาปกครองประเทศจีนที่ต่างเชื้อชาติออกไป

ในเอนทรีนี้ ผมจะขอกล่าวถึงในช่วงของการแย่งชิงราชบัลลังก์ก่อน
ในเรื่องศึกสายเลือด ที่มองหย่งเจิ้นเป็นตัวร้าย ทั้งฆ่าพ่อ ฆ่าน้อง ปลอมราชโองการ แย่งบัลลังก์ และโหดเหี้ยม ล้วนมองไปในแง่ลบ เป็นบทประพันธ์อิงประวัติศาสตร์ของนักเขียนชื่อดัง โก้วเล้ง และแปลออกมาเป็นภาษาไทย โดย ว . ณ เมืองลุง


ในเรื่องศึกสายเลือด จะเป็นการแย่งชิงบัลลังก์กันระหว่าง องค์ชายสี่ อินเจิ้น หรือ หย่งเจิ้นฮ่องเต้ และ องค์ชาย 14 หยิ่งถี้ โดยมีองค์ชายอีหลายคนที่มาร่วมมีบทบาท

1. องค์ชายสี่ ต่อมาได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ์หย่งเจิ้นเพราะฆ่าฮ่องเต้คังซีและปลอมแปลงราชองค์การเพื่อขึ้นเป็นฮ่องเต้ซะเอง
2. องค์ชายสิบสี่ ผู้ที่เป็นรัชทายาทตัวจริงตามราชองค์การที่ฮ่องเต้คังซีร่างไว้
3.เหนียนเกิ้นเหย้า ผู้รับใช้ใกล้ชิดหย่งเจิ้น ช่วยตั้งแต่การขึ้นชิงบัลลังก์จนกระทั่งเป็นแม่ทัพปราบศึก แต่สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือของหย่งเจิ้น
4.หลงเค้อตัว พระปิตุลาผู้ช่วยหย่งเจิ้นปลอมแปลมราชองค์การของคังซี แต่ในที่สุดก็พบจุดจบไมต่างจากเหนียนเกินเหย้า และยังมีตัวละครอีกหลายตัวที่สร้างสีสรรให้กับตัวละครอีกเช่น หลีซื่อเหนียง,เจิงจิ้ง,ลามะแดง(ที่ใช้กรงจักรเด็ดหัวคน),ฯลฯ

โดยรวมจากทั้งสองภาคมีเรื่องราวที่ดำเนินไปในทางเดียวกันคือ
1. ตอนเป็นองค์ชาย หย่งเจิ้นถูกกดดันและกลั่นแกล้งจากพี่น้องที่เป็นองค์ชายเหมือนกัน รวมทั้งตัวหย่งเจิ้นเองก็รู้สึกว่าฮ่องเต้คังซีลำเอียงและไม่ชอบตัวหย่งเจิ้นด้วย
2. เมื่อฮ่องเต้คังซีสวรรคต หย่งเจิ้นก็ใช้อุบายร่วมกับหลงเค้อตัวในการปลอมแปลงราชองค์การให้ตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ซะเอง
3. หลังจากขึ้นเป็นฮ่องเต้แล้ว หย่งเจิ้นก็ได้เริ่มไล่ชำระแค้นกับพี่น้องทุกคนที่ทำตัวเป็นปรปักษ์กับตนเอง และได้บีบบังคับจนแม่ของหย่งเจิ้นเองต้องผูกคอตาย(ในภาคสอง)

ในภาพรวมของเรื่องศึกสายเลือดนี่ หย่งเจิ้นช่างเป็นทรราชเสียยิ่งกะไร เป็นคนที่เหี้ยมโหดที่เค้นฆ่าผู้บริสุทธิ์,พ่อ-แม่-พี่-น้อง รวมไปถึงบุคคลที่คาดว่าจะเป็นเสี้ยนหนามต่อราชบัลลังก์ของหย่งเจิ้นเอง ซึ่งเรื่องศึกสายเลือดทั้งสองภาคเป็นละครที่สร้างจากฮ่องกง

ข้อขัดแย้งของนักประวัติศาสตร์

แต่ย้อนหลังมานักประวัติศาสตร์ ไม่เชื่อว่าจะมีการปลอมแปลงราชโองการได้ เนื่องจาก ภาษาจีนในยุคนั้น น่าจะมีการกำกับด้วยภาษาแมนจู ซึ่งปลอมแปลงได้ยาก

14 十四  shísì ไปเป็น 4 于四  yúsì หรือ 第四  dìsì

แต่ถ้าจะว่ากันตามหลักฐานจริงๆก็ยากที่จะเชื่อ เพราะในสมัยชิงนั้นตัวอักษร 于 นั้น ใช้กันน้อยเหลือเกิน

คังซีเป็นฮ่องเต้ที่มีความสามารถ และครองราชย์อย่างยาวนาน มีโอรสหลายองค์ ทำให้ปลายรัชสมัย ก็มีความกังวลว่าบุตรจะแย่งชิงราชบัลลังก์กัน

ก่อนที่องค์คังซีจะสิ้นพระชนม์ ไดเรียกให้องค์ชายสี่ผู้ที่พระองค์หมายมั่นว่าจะให้ขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปขึ้นเฝ้า โดยได้สั่งเสียไว้ก่อนสิ้นพระชมน์ในสิ่งที่พระองค์ยังทรงเป็นห่วง คือ

1. ให้พี่น้องรักใคร่ ปรองดองกัน
2. ให้ดำเนินการปฎิรูปให้สำเร็จด้วย

การปฎิรูปในที่นี้คือ การสร้างระบบเก็บภาษีอากรแบบใหม่เนื่องจากในรัชสมัยของคังซี ท้องพระคลังมีเงินลดลงจนอยู่ในขั้นวิกฤต จนต้องมีราชองค์การให้องค์ชายสี่ (หย่งเจิ้น) เป็นคนจัดเก็บเงินกู้ที่ทั้งเชื้อพระวงศ์และข้าราชการที่กู้เงินจากท้องพระคลังไป

ในรัชสมัยของคังซีได้มีการตั้งแต่องค์รัชทายาทขึ้น ก็คือองค์ชายสอง ซึ่งต่อมาก็ถูกปลดเนื่องจากมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม และคังซีมีราชประสงค์ที่จะปกปิดชื่อขององค์ชายที่ทรงจะแต่ตั้งขึ้นเป็นรัชทายาท เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างเหล่าองค์ชาย โดยราชองค์การแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่นี้ถูกร่างไว้โดยมี หลงเค้อตัว ถูกเลือกไว้ให้เป็นผู้นำราชองค์การนี้ไปประกาศเมื่อองค์คังซีสวรรคต

ในสมัยกลางค่อนปลายของรัชกาลคังซี (ค.ศ. 1704) แม่น้ำฮวงโหเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้น ประชาชนประสบกับความลำบากอย่างแสนสาหัส องค์คังซีจึงมีราชโองการให้องค์ชายสี่ และองค์ชายสิบสามเป็นผู้แทนพระองค์ ลงไปช่วยชาวใต้ผู้ซึงประสบกับวาตภัยครั้งนี้

แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือท้องพระคลังในตอนนั้นแทบจะไม่มีเงินเหลืออยู่เนื่องจากถูกให้ยืมแก่มณฑลต่างๆ และเหล่าขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์ องค์ชายสี่จึงได้รับหน้าที่ในการจัดท้วงหนี้เหล่านี้ให้คืนมาด้วย ซึ่งเป็นการกระทำที่แม้จะต้องขัดแย้งกับเหล่าผู้มีอิทธิพลในสมัยนั้น แต่ก็ดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์และยุติธรรม ภายหลังจึงได้รับการเลื่อนขึ้นให้เป็นอ๋องหย่งเจิ้น

คังซีมองเห็นว่าราชสำนักมีเงินในท้องพระคลังไม่พอเพียง จะต้องทำการปฎิรูประบบการจัดเก็บรายได้ใหม่ แต่การปฏิรูปนี้มิได้เกิดขึ้นทันในสมัยคังซี หน้าที่นี้จึงได้ถูกมอบหมายให้หย่งเจิ้นเป็นผู้สานต่อ

เนื่องจากการในระบบการจัดเก็บภาษีของราชสำนักเดิมนั้นผู้เสียภาษีส่วนใหญ่คือ ราษฎรทั่วไป แต่เหล่าบัณฑิตและขุนนางนั้นไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งหย่งเจิ้นมองว่า ขุนนางควรจะเสียภาษีด้วย หย่งเจิ้น ไม่เป็นที่ชอบ พอใจของขุนนางในยุคนั้นมากนัก เนื่องจากการปกครองที่เข้มงวด ทำให้ขุนนางใส่ร้ายว่าปลอมแปลงราชโองการ

อีกข้อหนึ่ง ช่วงก่อนที่องค์คังซีจะสววรคตนั้นองค์ชายสิบสี่(หยิ่งถี้) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพควบคุมกองกำลังที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ นักประวัติศาตร์บ้างท่านได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า การส่งองค์ชายสิบสี่ไปเป็นแม่ทัพในครั้งนี้เพื่อต้องการฝึกฝนองค์ชายสิบสี่เพื่อต่อไปจะได้ขี้นเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป หรือในทางตรงกันข้าม เพื่อให้องค์ชายสี่(หย่งเจิ้น) ขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างสะดวก จึงส่งองค์ชายสิบสี่ไปเป็นแม่ทัพในที่ที่ห่างไกลจากปักกิ่ง
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=398892

สมัยหย่งเจิ้นครองราชย์ใหม่ๆ มีเงินคงคลังแค่ 5 ล้านตำลึง ก็การทำสงครามที่ซีเป่ยกับพวกมองโกล เหนียนเกินเหยา ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่บอกว่าต้องใช้เงินถึง 10 ล้านตำลึง กองทัพสามแสนคน ถึงจะอยู่ได้

ฮ่องเต้หย่งเจิ้ง จึงปฏิวัติระบบการเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า ใครมีที่นามาก เสียมากมีน้อยเสียน้อย เร่งปราบขุนนางที่ฉ้อฉล เก็บหนี้หลวงมาคืนคลัง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่เป็นตาของฮ่องเต้เอง จนกระทั่งได้ชัยชนะที่ซีเป่ย ราชวงศ์ชิงในสมัยนั้นจึงสงบสุข ว่ากันว่า ช่วงรอยต่อจักรพรรดิหย่งเจิ้งกับจักรพรรดิเฉียนหลง มีเงินในท้องพระคลังถึง 50 ล้านตำลึง
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=40520.0

หย่งเจิ้นไม่ได้ชิงบัลลังค์ครับ
ผมเคยถามคนที่ศึกษาประวัติศาสตร์จีนที่ปักกิ่งแล้ว
บอกเลยครับว่าคังซีแต่งตั้งหย่งเจิ้นแน่นอน
เพราะว่าราชโองการของแมนจู (ราชวงศ์ชิง)นั้น
จะเขียนเป็นภาษาแมนจูครับ ไม่ได้เขียนเป็นภาษาจีนฮั่น
ตัวหนังสือสี่กับสิบสี่นี่คนละตัวกันครับ ในหนังเราจะ
เห็นว่าแค่เติมขีดเดียวก็เป็นตัวสิบสี่ แต่อักษรแมนจูจะ
เป็นอีกแบบหนึ่งครับ ใครเคยไปวังต้องห้ามก็จะเห็นป้าย
ที่ติดอยู่ตามตำหนักต่าง ๆ จะเห็นครับ
(อย่าว่าแต่ราชโองการเลยครับที่ต้องใช้ภาษาแมนจู
แม้แต่หนังสือราชการธรรมดาก็ใช้ภาษาแมนจู)

เพราะฉะนั้นหย่งเจิ้นเป็นฮ่องเต้ที่ชอบธรรมครับ
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/K2782233/K2782233.html


จากคุณ   : ต็กโกวคิ้วป้าย
เขียนเมื่อ   : 13 พ.ค. 54 09:10:48


credit : http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2011/05/K10547778/K10547778.html



ความคิดเห็นที่ 7      
ตอบคำถามของเจ้าของกระทู้ ก็คือ Bu Bu Jing Xin เป็นเรื่องแต่งขึ้น 
ที่ถ้าจัดหมวดหนังสือ ก็คือนิยายรักอิงประวัติศาสตร์ที่ดีอย่างยิ่งเล่มหนึ่ง 
ซึ่งผู้แต่งคือ Tong Hua แต่งได้ดีมาก ทั้งในเชิงความรักโรแมนติค
กับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ เอาเรื่องราวของตัวเอกเข้าไปอยู่
ในประวัติศาสตร์ได้ โดยไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น (อาจจะมีที่เลี่ยง
ไม่กล่าวถึงรายละเอียดปลีกย่อยบ้าง) (ลองเทียบกับเรื่อง Gong
ที่ลอกเนื้อเรื่องหลักมาจากปู้ปู้ฯ แต่ยำประวัติศาสตร์เสียเละ)   

ส่วนที่เกี่ยวกับนางเอก ก็คือเรื่องแต่งทั้งหมด ดังนั้นภาพเขียนในตอนจบเรื่อง
ก็คือเรื่องแต่งด้วย (ซึ่งในฉบับนิยาย นางเอกไม่ได้เดินทางกลับมาใน
ปัจจุบันด้วยซ้ำ)

ทางประวัติศาสตร์ เรื่องการแก่งแย่งบัลลังก์ระหว่างองค์ชาย
Nine Princes battle  九王夺嫡 ในช่วงปลายยุคคังซีเป็นข้อเท็จจริง
ในนิยาย แทบจะผูกเรื่องว่าจุดเปลี่ยนของเหตุการณ์
เกิดขึ้นเพราะนางเอกไปบอกให้องค์ชายแปดระวังองค์ชายสี่
แต่ว่าในละคร องค์ชายสิบสามได้เตือนนางเอก
ไม่ให้เข้ามายุ่งเรื่องต่อสู้ระหว่างพี่น้อง เพราะองค์ชายทุกองค์โตมาพร้อมการเมืองในราขสำนัก รู้ว่าเลี่ยงเรื่องการแย่งชิงอำนาจไม่พ้นและก็รู้ว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเป็นฝ่ายแพ้ ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่ได้กล่าวถึงในปู้ปู้ฯ ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง
อย่างเช่นที่ระบุใน คคห. ที่ห้า การช่วยเหลือราษฎรในคราวมหาวาตภัย
ความเข้มงวดขององค์ชายสี่ ในการปราบทุจริตและการเก็บภาษี
ทำให้ไม่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ข้าราชการ 
หรือองค์ชายแปดเป็นที่ชื่นชอบของขุนนางกับบรรดาคนรวย
ที่มีอำนาจ เพราะการคอร์รัปชั่น การให้สินบนต่างๆ
(ในละคร กลายเป็นฝีมือขององค์ชายเก้าไป) 
สาเหตุของการลงโทษองค์ชายสิบสามของคังซ๊ ในประวัติศาสตร์จริง
ก็ไม่ใช่เหตุตามในละคร
จำไม่ได้ว่าอ่านจากที่ไหนว่าการลงโทษองค์ชายแปดในตอนหลัง
ก็เพราะองค์ชายแปดไม่ยอมเลิก ยังพยายามบ่อนทำลายหยงเจิ้น
โดยไปยุให้หงซื่อสังหารหงลี่ (เฉียนหลง)
เมื่ออ่านแบบนี้แล้ว เลยไม่ได้นึกเห็นใจองค์ชายแปด
หรือสิบสี่เท่าไหร่   



จากคุณ   : Eureka101 
เขียนเมื่อ   : 26 พ.ค. 55 02:02:17 

credit : http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A12145856/A12145856.html

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6333
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
แป่ะภาพและ comment เพิ่มค่ะ ^^

credit : http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A12101707/A12101707.html

ความคิดเห็นที่ 51      
#20 เรื่องนี้อารมณ์แบบ อ่านการ์ตูนตาหวานญี่ปุ่นเลย  ประเภท นางเอกป๊อบจัง มีแต่คนมารุมรัก  แถมชีก็หว่านไปทั่วอีกต่างหาก  ออกแนวฮาเร็ม =_=

--เอ่อ ได้ดูต่อเนื่องหรือเปล่าคะเนี่ย ถ้าดูแบบไม่ข้ามตอน หรือดูจนจบ จะรู้ได้เลยว่ามันไม่ใช่ออกแนวมีผู้ชายมารุมรักนางเอกเลยนะคะ นางเอกก็ไม่ได้หว่านเสน่ห์ให้ใครเลยสักนิดค่ะ

-กับองค์ชายสิบ นางเอกก็คุยและรู้สึกเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ด้วยความที่เขาดูเป็นคนไม่มีพิษมีภัย ดูโง่ๆบื้อๆทึ่มๆ เธอเลยรู้สึกว่าได้คุยกับเขาแล้วสบายใจคลายกังวล

-กับองค์ชายสิบสาม นี่ยิ่งเห็นชัดว่านางเอกไม่เคยคิดอะไรด้วยเลย นอกจากเห็นว่าเป็นเพื่อนในยามดื่มเหล้า พูดคุยกันถูกคอ คอยช่วยเหลือกันในทุกๆเรื่อง

-กับองค์ชายสิบสี่ ด้วยวัยที่ใกล้เคียงนางเอกที่สุด เธอจึงเห็นเขาเป็นเพื่อนเช่นกัน ถึงแม้ตอนท้ายๆสิบสี่จะมีใจให้ก็ตาม แต่มันไม่ใช่ในแบบที่ว่าตามรักตามจีบมาตั้งแต่ต้น จะเห็นได้ว่าช่วงต้นๆออกแนวเดี๋ยวก็ดีกัน เดี๋ยวก็ทะเลาะกันด้วยซ้ำไป แต่เป็นเพราะความผูกพัน ความใกล้ชิดกว่า 16 ปีที่ได้พบเจอพูดคุยกันมาตลอด

-กับองค์ชายแปด เอาง่ายๆเลยก็คือเขาเห็นเธอเป็นตัวแทนของพี่สาวนางเอกที่เขารักมากแต่นางไม่รักเขา เลยเบนเข็มมาทางน้องสาว ส่วนนางเอกด้วยความใกล้ชิดที่อยู่จวนเดียวกันเธอก็คิดว่าตัวเองคงมีใจให้ แต่สรุปคือไม่ใช่

-กับองค์ชายรอง (รัชทายาท) ที่เขาขอนางเอกกับคังซี เพราะเห็นว่านางเอกสนิทสนมรู้ใจกับองค์หญิงมองโกลหมินหมิ่น ก็เลยจะใช้นางเป็นเครื่องมือให้ฐานะรัชทายาทขอตัวเองมั่นคง เขาไม่ได้รักนางเลยสักนิด

-กับองค์ชายสี่ เป็นความรักในแบบที่ค่อยๆหยั่งรากลึก นางเอกไม่เคยหว่านเสน่ห์ให้องค์ชายสี่เลย ที่คอยทำนู่นนี่นั่นให้เขาในตอนต้น ก็เพราะเธอรู้ว่าเขาจะได้เป็นฮ่องเต้ในอนาคต และเป็นฮ่องเต้ที่น่ากลัวมาก เธอก็เลยเอาใจเขามากกว่าองค์ชายคนอื่นเท่านั้นเอง  ตรงนี้ในหนังนางเอกก็อธิบายเอาไว้อย่างชัดเจนดีแล้ว

เรื่องนี้สร้างได้ละเมียดละไม และไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์จนน่าเกลียด ตัวละครทุกตัวทำให้รู้สึกได้ว่าเหมือนเป็นบุคคลนั้นๆในประวัติศาสตร์จริงๆ ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของปู้ปู้จิงซินค่ะ
 
จากคุณ   : pookagege (JC >_< sweetgirl) 
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ค. 55 10:58:22 















<a href="http://www.youtube.com/v/vlcuD3fZRUk?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/vlcuD3fZRUk?version=3&amp;amp;hl=th_TH&quot; type=&quot;application/x-shockwave-flash</a>

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
อภิปรายฉากเด็ด ฉากเกือบจบใน Bu Bu Jing Xin (ปู๊ ปู๊ จิง ซิน)      

ถ้าใครยังดูเรื่องนี้ไม่จบ อย่ามาอ่านนะครับ รู้เรื่องก่อนจะดูไม่สนุก

ผมขออภิปราย (เพ้อเจ้อ) กับฉากเกือบสุดท้ายของ BBJX คือฉาก รูปภาพคังซี องค์ชายทั้งหลาย กับ Ruoxi พร้อมปิ่นมู่หลัน

ก่อนอื่นผมขอชมฝ่าย Production ที่นำฉาก Hilight นี้ไว้ใน Title และทำให้ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่มีการซ่อนฉากเฉลยไว้อย่างเนียน ๆ

ผมขออภิปรายฉากนี้ถึง 4 ประเด็น
ทั้งหมดเป็นความเห็นของผม โดยไม่เคยอ่านหนังสือ หรือ คำวิจารณ์ใด ๆ ของผู้อื่น
และขออนุญาตแบ่งเป็นหลาย ๆ ตอน เพื่อให้อ่านง่าย และปั่นกระทู้ด้วย
ผมอยากแฟน ๆ แม่ยก พ่อยก มาช่วยวิจารณ์ด้วย


จากคุณ   : toxicobkk
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 17:01:58 




ความคิดเห็นที่ 1      

ประเด็นที่ 1
ที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ฝันไป

เมื่อ Ruoxi ฟื้นขึ้นมา ก็พยายามค้นประวัติศาสตร์หา Maerti Ruoxi แต่ก็ไม่พบมีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เลย
ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่น่าแปลก เพราะ Ruoxi เป็นเพียงสาวใช้ บริการน้ำชาของฮ่องเต้ ไม่ควรจะมีบันทึกในประวัติศาสตร์อยู่แล้ว

 
แต่ในกรณีของ Maerti Ruoxi จะแตกต่างออกไป เพราะเธอเป็นชายารองขององค์ชายสิบสี่ ดังนั้นจะต้องมีการบันทึกอยู่ราชพงศาวลี
ฉะนั้นการไม่พบชื่อของ Ruoxi ในราชพงศาวลี แสดงว่า Ruoxi ไม่มีตัวตน


อย่างไรก็ตาม Ruoxi ในอดีต ตายไปก่อนที่จะรู้ว่าองค์ชายสี่ หรือจักรพรรดิหย่งเจิ้นไม่เคยใส่ชื่อ Ruoxi เป็นชายารองขององค์ชายสีบสี่ ทำให้ชื่อของ Ruoxi จะไม่มีอยู่ในประวัติศาสตร์

ใน series นี้ ในช่วงใกล้ ๆ จบ มีการเน้นหลายครั้งว่า องค์ชายสี่ และสิบสาม สงสัยแล้วว่า Ruoxi มาจากอนาคต
องค์ชายสี่อาจจะตระหนักว่าชื่อของ Ruoxi จะไม่ปรากฏในประวัติศาสตร์ แต่จะไปใส่ชื่อให้เป็นชายารองขององค์ชายสิบสี่ ก็ยอมไม่ได้เช่นกัน
และจะไปเขียนบันทึกเกี่ยวกับสาวใช้ก็จะผิดวิสัยจักรพรรดิ

จึงจัดทำรูปภาพนี้ขึ้นมา เพื่อให้ Ruoxi ในอนาคตรู้ว่า มี Maerti Ruoxi อยู่จริงในประวัติศาสตร์


ฉากในรูปภาพนี้ แม้จะปรากฏใน series Episode ที่ 19 แต่องค์ชายสี่จงใจ ให้ Ruoxi ในรูปภาพใส่ปิ่นมู่หลัน ทั้ง ๆ ที่ Ruoxi ไม่เคยใส่ปิ่นนี้ระหว่างการบริการน้ำชาเลย
ทั้งนี้เพราะถ้าวาดเป็นรูปสาวใช้เฉย ๆ เมื่อ Ruoxi มาดูรูปนี้ก็ยังคงไม่แน่ใจว่าเป็นรูปของตนเอง

จากคุณ   : toxicobkk
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 17:03:43 



ความคิดเห็นที่ 2      

ประเด็นที่ 2
สารลับ สื่อรัก


โดยส่วนตัวคิดว่าประเด็นนี้สำคัญมาก ๆ แต่ผู้แต่งซ่อนนัยให้ผู้ชมคิดเอง ต่างกับประเด็นที่ 1 ที่ให้ Ruoxi บอกออกมาตรง ๆ

Ruoxi รอองค์ชายสี่จนตัวตาย ก่อนตายยังคิดอยู่ว่า องค์ชายสี่โกรธ เกลียด และที่แย่ที่สุดก็คือลืม Ruoxi ไปแล้ว

องค์ชายสี่จึงทำรูปภาพนี้ขึ้นมา เพื่อแสดงให้ Ruoxi ในอนาคตรู้ว่า องค์ชายสี่ให้อภัย รักสุดหัวใจ และที่สำคัญที่สุดก็คือจะจดจำ Ruoxi ไปตลอดกาล

มาดูว่าในรูปนี้มีสาระอะไรบ้าง

- เขาเลือกให้ Ruoxi จดจำเขาในฐานะองค์ชายสี่ ไม่ใช่จักรพรรดิหย่งเจิ้น
- เขาตั้งใจใส่ปิ่นมู่หลัน ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ที่มี 2 คนในโลกเท่านั้นที่ล่วงรู้ (บวกผู้ชมทางบ้านอีกนับล้าน)
- องค์ชายสี่เลือกเหตุการณ์ที่ Ruoxi แกล้งตนเองต่อหน้าคังซี เพราะรู้ดีว่า Ruoxi ไม่ลืมเหตุการณ์นี้แน่นอน
- นอกจากนี้องค์ชายสี่ยังเลือกปิ่นมู่หลัน ซึ่งเป็นของกำนัลที่เคยหักไปแล้ว และจัดทำขึ้นมาใหม่ เป็นการสื่อว่า ความรักของเขาทั้งสอง ก็จะฟื้นขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน

มีแก้ไขเพิ่มเติมในคห 22



จากคุณ   : toxicobkk
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 17:06:28 
credit  : http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A12944034/A12944034.html

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์

ความคิดเห็นที่ 3      

ประเด็นที่ 3
จุดนัดพบเหนือกาลเวลา


องค์ชายสี่ได้ลั่นวาจาไว้ว่า ถ้า Ruoxi จากเขาไปโดยฝืนความต้องการ เขาจะติดตามหา Ruoxi จนกว่าจะพบ

แต่กาลเวลา สถานที่ และบุคคลย่อมผันแปร และแผ่นดินนี้ช่างกว้างใหญ่นัก องค์ชายสี่จะตามหา Ruoxi ได้อย่างไร

องค์ชายสี่ก็ต้องสร้างจุดนัดพบ โดยจัดทำรูปภาพนี้ ซึ่งในรูปมีจักรพรรดิคังซี และองค์ชายหลายองค์
ดังนั้นจึงเป็นมรดกชาติจะต้องมีการรักษาไว้เป็นอย่างดี และมีสารลับ (ปิ่นมู่หลัน) ให้ Ruoxi รู้

จากคุณ   : toxicobkk
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 17:08:01 



ความคิดเห็นที่ 4      

ประเด็นที่ 4
คิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ


องค์ชายสี่อาจจะไม่ได้จัดทำรูปภาพนี้เพราะประเด็นที่ 1 ถึง 3 เลยก็ได้

แต่เขาต้องการอนุสรณ์ความรักของเขากับ Ruoxi
ซึ่งเขาเองจะทำโจ่งแจ้งไม่ได้ เพราะ Ruoxi ในสายตาคนภายนอกเป็นชายารองขององค์ชายสิบสี่

การทำรูปภาพนี้ขึ้นมาก็ไม่มีคนสงสัย จะดูทุกวันก็ได้

จากคุณ   : toxicobkk
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 17:08:49 


ความคิดเห็นที่ 11      

จ๊าก ผมพลาดไปถนัดใจ ไม่ได้สังเกต กำไลเลย

องค์ชายสี่ไม่รู้เรื่อง กำไล นี่หว่า

องค์ชายสิบสี่ก็ไม่รู้เรื่อง ปิ่น

องค์ชายสิบสามไม่รู้อะไรเลย

มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องทั้ง กำไลเลือดวายุภักษ์ (phoenix blood jade) และปิ่นมู่หลัน คือ Ruoxi

แล้วทำไม Ruoxi ในรูปจึงมีทั้ง 2 สิ่ง

มีแก้ไขเพิ่มเติมในคห 22

ปวดหมอง ปวดหมอง

ลองคิด (มั่ว) ความเป็นไปได้

1. องค์ชายสี่เป็นคนช่างสังเกต อาจแอบเห็น Ruoxi ใส่กำไลนี้เป็นประจำ จึงคิดว่าเป็นเครื่องประดับโปรดของ Ruoxi จึงวาดไว้ด้วย โดยไม่ทราบความนัย (555 ปาเย่ strikes back)

2. ในประวัติศาสตร์ หลังจากหย่งเจิ้นสวรรคต จักรพรรดิเฉียนหลงก็ปล่อยตัวองค์ชายสิบสี่ออกจากการกักบริเวณในบ้าน (House arrest)

เป็นไปได้หรือไม่ว่า องค์ชายสิบสี่สั่งคนไปวาดกำไลเพิ่มในรูปนี้??? เพราะถึงองค์ชายสิบสี่ไม่รู้เรื่องปิ่น ก็ดูออกอยู่แล้ว หญิงในรูปคือ Ruoxi

งง งง งง

ใครมี idea บรรเจิด ช่วยบอกด้วย

แก้ไขเมื่อ 18 พ.ย. 55 21:29:47

จากคุณ   : toxicobkk
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 21:40:27 

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ความคิดเห็นที่ 12      
รั่วซีใส่กำไลนี้ในช่วงที่องค์ชายสี่จีบเธอใหม่ๆ จนถึงช่วงที่เธอเปิดใจรับ กำไลนี้จึงหายไป

เนื่องจากทรงเป็นคนละเอียดอ่อน หากเป็นผู้ดำริภาพนี้ขึ้นมา ย่อมเป็นไปได้ว่าต้องการให้มีสัญลักษณ์บางอย่างระบุตัวตนที่ชัดเจนของรั่วซี

(บุ๊งๆๆๆๆ) พวกเราเวิ่นเว้อจริงๆนะตะเอง

จากคุณ   : oilchung
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 22:10:21 



ความคิดเห็นที่ 13      
เราว่านี่คือการแฝงความนัยของผู้กำกับ ที่ต้องการจะบอกว่าในช่วงเวลาหนึ่งที่จางเสี่ยวได้มาใช้ชีวิตในยุคของฮ่องเต้คังซีในร่างของรั่วซี เธอมีความทรงจำที่ทั้งงดงามและเจ็บปวดกับผู้ชายสองคน คนนึงเป็นรักแรกของเธอ ที่เธอใช้ความรักเป็นเดิมพันเพื่อจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ กับอีกคนที่เป็นรักแท้ รักครั้งสุดท้ายที่ตายไปพร้อมกับความทรงจำที่ยังรู้สึกว่าเขาเกลียดเธอ และไม่ยอมอภัยให้เธอ เมื่อกลับมาในโลกปัจจุบันของสองสิ่งจึงเป็นการบอกให้จางเสี่ยวรู้ว่าเมื่อครั้งที่เธอเป็นรั่วซีนั้น เธอมีตัวตนอยู่จริงๆ และมีความรักกับองค์ชายถึงสองพระองค์

แต่ในเรื่องของภาพวาด มองในมุมของตัวละคร เราก็ว่าเป็นไปได้เรื่องปิ่นตามที่วิเคราะห์มาข้างบนค่ะ แต่สำหรับกำไรหยก...เป็นคำตอบที่หาไม่ได้จริงๆ หรืออาจจะเป็นองค์ชาย 14 ที่ให้คนมาวาดเพิ่มที่หลังก็เป็นไปได้ค่ะ งง งง งง เหมือนกัน

จากคุณ   : ทับทิม (เหอเทียนอวี้) 
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 22:26:53 





ความคิดเห็นที่ 14      
องค์ชายสี่รู้ค่ะว่ากำไลข้อมือที่รั่วซีใส่เมื่อตอนเข้าวังใหม่ๆได้มาจากองค์ชายแปด (ตอนที่ 33 นาที่ 25 กว่าๆ) จากที่่อ่านมาหลายๆที่ เขาวิเคราะห์กันว่า องค์ชายสี่ต้องการสื่อให้รู้ว่าเขาไม่ถือโกรธเรื่องรั่วซีกับองค์ชายแปดแล้วค่ะ

จากคุณ   : happiistrawberry 
เขียนเมื่อ   : 17 พ.ย. 55 23:55:08 



ความคิดเห็นที่ 19      
ทั้งปิ่นทั้งกำไลเราว่าทีมสร้าง/คนวาด/ย่งเจิ้งจงใจใส่เป็นสัญลักษณ์ค่ะ   เพราะฉากต้นแบบนั้น รั่วซีไม่ได้ใส่เครื่องประดับทั้งคู่(ตามรูปเทียบที่เราโพสค่ะ) 

คิดเหมือนกันว่า น่าจะจงใจทิ้งให้รั่วซีรู้ว่า สุดท้ายแล้ว พระองค์คิดอย่างไงกับรั่วซี  แต่เรื่องกำไลนี้ เรากลับคิดไว้สองประเด็นค่ะ

1.แบบแรกคือ ตามที่ทุกท่านว่า ย่งเจิ้งไม่ได้คิดแค้นถึงเรื่องอดีตของรั่วซีกับน้องแปดแล้ว แต่เพราะเรื่องสี เพราะกำไลนี้เป็นสีเขียว ไม่ใช่สีแดง/ขาว

และไม่มีสาเหตุอะไรที่ กำไลจะเป็นสีแดงในรูปไม่ได้ ขนาดหมวกของคังซียังเป็นสีแดงเลย :D เราเลยคิดไปอีกแบบคือ

2. เราคิดถึงคำพ้องของกำไลที่ว่า "หวน 環" ค่ะ ที่พ้องกับหวนอีกคำที่แปลว่า "กลับมา"  หรือตัวหวนที่แปลว่ากำไลเอง ก็หมายความว่า วกกลับมา (loop)ด้วย

บวกกับการเล่นเรื่องสี ที่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมาก  เพราะงั้นในความคิดเราทั้งปิ่นมู่หลานบวกกับกำไลนั้น เป็นข้อความถึงรั่วซีว่า

"ข้านั้นไม่เคยลืมเจ้า ไม่เคยเลิกรักเจ้า และจะกลับมาหาเจ้าอีกครั้ง" ค่ะ



ในความคิดเรานะคะ เพ้อไปเรื่อย 555

(แต่พระองค์ต้องสั่งเก็บรูปนี้ดีมากๆเลยนะเนี้ย ที่รอมาจากวังหยวนหมิงหยวนได้เนี้ย :P)




จากคุณ   : ปืนติดพิษ 
เขียนเมื่อ   : 18 พ.ย. 55 13:44:11 

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
ความคิดเห็นที่ 23      
^
^
หย่งเจิ้งจำรูปลักษณ์ของกำไลนั้นได้ค่ะ พี่แปดไม่ได้บอกก็จริงว่ากำไลอะไร (ภาษาจีนก็ไม่พูด เพราะบอกแค่ว่ากำไล) แต่จากนั้นที่ไปคุยกับรั่วซี หย่งเจิ้งพูดถึงกำไลนั้นว่า 

" 'กำไลนั้น'ที่เจ้าใส่ตอนเข้าวังแรกๆ "

เราว่ามันสื่อนะคะ จากประโยคนี้ ว่าพี่แกจำกำไลได้ เพราะรู้ว่าตอนนั้นรั่วซีใส่กำไลอะไรแบบไหน และตอนไหน เพราะงั้นถึงได้ปรี๊ดขนาดนั้น
(อีกอย่าง ความจำระดับพี่สี่ซะอย่าง )



ส่วนรูปนี้เชิญเถอะคะ เราก็เจอมาอีกที =w=;

จากคุณ   : ปืนติดพิษ 
เขียนเมื่อ   : 19 พ.ย. 55 17:07:58 


ความคิดเห็นที่ 38      
ภาพวาดมีปิ่นมู่หลานเพื่อจะสื่อว่า องค์ชายสี่ ได้ให้อภัยและยังรักรั่วซี่ เพราะคิดว่ารัวซี่กลับไปโลกของตนก็จะได้เห็นภาพนี้

ส่วนภาพวาดมีกำไลสีเขียว นี่คาดเดาได้ยาก เรย์เดาว่าเพราะรู้ว่ารั่วซีใส่กำไล แต่ปวดใจไม่อยากเห็นกำไลสีเลือดนก จึงทำเป็นสีเขียวแทน

จากคุณ   : blueboyhub   
เขียนเมื่อ   : 21 ธ.ค. 55 20:27:29