ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

จอมใจ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 05:32:45 PM »
ตอนที่  7   เชลย

   สองพระพี่เลี้ยงวิ่งกระหืดกระหอบมายังพลับพลาของโอรสวรเทพ   

“พระโอรสเพคะ  เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ  ตอนนี้พระธิดาแก้วโกมุทถูกจับเป็นเชลยแล้วเพคะ”

“เจ้าว่าอะไรนะ  น้องแก้วของเราถูกศัตรูจับไปอย่างงั้นหรือ” 

เสียงตวาดดังลั่น  สองพระพี่เลี้ยงตกใจพูดตะกุกตะกัก

  “เพคะ    ได้โปรดสั่งทหารออกติดตามเถิดเพคะ”

“ทหาร  จัดกำลังทหารม้าที่มีฝีมือ  แยกย้ายกันออกตามหาน้องแก้วของเราให้พบโดยเร็วที่สุด

 เราจะบั่นคอไอ้ศัตรูที่บังอาจมาจับน้องแก้วของเราไปด้วยมือของเราเอง” 

 ทหารรับคำรีบจัดกำลังออกตามโดยเร่งด่วน 

วรเทพควบม้าคู่ใจติดตามไป  ด้วยดวงใจที่ร้อนรน   โอรสแห่งคีรีนครรู้สึกห่วงหานางอันเป็นที่รักยิ่งนัก

 ไม่อยากแม้แต่จะคิดว่าป่านนี้  นางจะหวาดกลัวเพียงใด  เจ้ารอพี่ก่อนนะน้องแก้วพี่จะรีบไปช่วยเจ้ากลับมา

เดี๋ยวนี้
   
 ฝ่ายโอรสนครินทร์ที่จับตัวเชลยไว้  ก็ได้พานางควบม้าตะบึงเพื่อไปยังจุดนัดพบกับพระอนุชาที่ประตู

พระนครให้เร็วที่สุด  อย่างน้อยอีกสามราตรีคงถึงประตูเมือง  ค่ำคืนเดือนแรมเช่นนี้  ยากนักที่ทัพทหารที่ไม่

ชำนาญทางจากคีรีนครจะค้นหาราชธิดาได้โดยง่าย   เสียงนกแสกกรีดร้องจนแสบแก้วหู 

 แก้วโกมุทผวาร้องด้วยความตกใจที่จู่ ๆ เจ้านกบ้า ก็กรีดร้องพร้อมกับบินผ่านหน้านางไป   นางจึงผวาไปกอด

คนที่นั่งซ้อนอยู่บนหลังม้าแน่นพร้อมกับหลับตาปี๋ ตัวสั่นด้วยความกลัว   โอรสนครินทร์หยุดม้าเพราะนึกไม่ถึง

ว่านางจะโผมาซบกับอกตนแนบแน่น  เป็นเวลานานกว่านางจะรู้สึกตัวแล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตร

ของคนที่จ้องอยู่ก่อนแล้ว  ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยเลือดฝาดที่อีกฝ่ายก็มองไม่ชัดเนื่องจากเป็นคืนเดือนแรม
 
นางรีบปั้นหน้าและบอกเสียงกร้าวกับคนที่นั่งชิดอยู่บนหลังม้า 

“เจ้าถอยออกไปหน่อยได้ไหม  เราอึดอัดเต็มทีแล้ว”

“เจ้าจะให้เราถอยไปไหนในเมื่อม้าก็ตัวแค่นี้  อย่าเรื่องมากเลยอย่าลืมซิเจ้าเป็นเชลยของเรา  เราไม่ปล่อยให้เจ้า

เดินตามหลังม้าก็บุญแล้ว”

“เรายินดีลงไปเดิน  ดีกว่านั่งอยู่กับเจ้า”

 ยังคงเถียงด้วยความถือดี   โอรสนครินทร์ชักหมั่นไส้พ่อหนุ่มน้อยคนเก่ง  ดีล่ะจะปล่อยให้เดินซะให้เข็ด 

อวดดีนัก    เมื่อสั่งม้าหยุดก็กระโดดลงจากหลังม้าทันที

“อยากเดินใช่ไหม  ดี  งั้นเจ้าลงมาเดี๋ยวนี้เลย”

ธิดาแห่งรัตนะนคร  นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเอาจริง  นางจึงเผลอค้อนให้ชายหนุ่ม  ทำให้อีกฝ่ายรอบอมยิ้มกับ

ท่าทางแสนงอนของนาง

“ม้ามันสูงนี่  เราจะลงได้อย่างไร”  หาข้ออ้างไปเรื่อย

“ลงมาเถอะ  เจ้าบอกว่าชอบเดินมิใช่หรือ” 

ตรัสพลาง  มองคนบนหลังม้า ที่ยังคงทำหน้าอิดออด  เพื่อหาข้ออ้างไม่อยากลงจากหลังม้าเอาดื้อๆ 

“เราหิวแล้ว  และเราก็ง่วงด้วย”  นางเปลี่ยนเรื่องทันที

“หิวเราก็จะให้เจ้ากินไปด้วย  และก็นอนบนหลังม้านี่ล่ะ  ขืนหยุดพักเสียเวลา เดี๋ยวพรรคพวกของเจ้าก็ตามมา

พอดี”

“จะนอนไปได้อย่างไร  บนหลังม้า” 

นางยังคงสงสัย  โอรสหนุ่มแห่งโรมวิสัยยิ้มที่มุมพระโอษฐ์พลางตรัสว่า

“ก็นอนมาที่ไหล่เรานี่งัย  เจ้าตัวนิดเดียวเอง  เราไม่หนักหรอก  อีกอย่างเจ้าก็เป็นชายมิใช่หรือ  แล้วจะไปเกรง

อะไรเล่า พ่อหนุ่มน้อย” 

นางจึงคิดได้ว่า  นางได้แสดงตนว่าเป็นชายมาแต่แรก  เจ้าทึ่มนี่ท่าทางจะเชื่อนางเสียด้วย  ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว 

ก็ขอทำตัวเป็นเจ้าแก้วหนุ่มน้อยคนนั้นต่อไปก็แล้วกัน

“เออ  ก็ใช่  เราเป็นชาย  แต่เราก็สูงศักดิ์พอที่จะถือตัว  มิให้ผู้ใดมาตีตนเสมอได้  ดังนั้นเจ้านั้นล่ะ ควรลงไปจูงม้า

ให้เรานั่ง”  คิดว่าตนเป็นต่ออยู่มากโข

“คงมิได้กระมังพ่อหนุ่มน้อย  เพราะเราก็หาได้ต่ำศักดิ์ไปกว่าเจ้าไม่  เราคือนครินทร์โอรสแห่งนครโรมวิสัย”

ผู้ฟังถึงกับสะดุ้ง  พระพักตร์งามเปลี่ยนสีไปทันที 

“อ๋อ  ท่านก็เป็นศัตรูของเราน่ะสิ  ท่านทำไมใช้อุบายสกปรกเยี่ยงนี้   จับตัวเรามาเพื่อเป็นตัวต่อรอง

กับเจ้าพี่วรเทพอย่างนั้นหรือ  ทำไมท่านไม่ใช้วิธีที่ชายชาตินักรบเขาทำกันเล่า  ข้าว่าควรจะทำการศึกที่ยุติธรรม

  รู้แพ้รู้ชนะด้วยการรบกันจักดีกว่านักนะ”   นางยังคงใช้วาจาหว่านล้อมให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจปล่อยนางกลับไป

“คงไม่ได้กระมัง  พ่อหนุ่มน้อย  เออเจ้ามีนามว่ากระไรหรือ”   

“ข้าชื่อพ่อแก้ว”          คนตอบ ก็ตอบแบบห้วนๆ

“คงมิได้หรอกพ่อแก้ว  เพราะโรมวิสัยของเราเองก็มิเคยเป็นศัตรูกับใคร  แล้วเหตุไฉนคีรีนคร จึงต้องยกทัพมา

ข่มเหงเยี่ยงนี้”       นครินทร์แสร้งทำทีเรียกนางว่าพ่อแก้วตามที่นางได้บอกกล่าว

“คีรีนครไม่ใช่สุนัขลอบกัดใครก่อน  เรามาทำการศึกเพื่อความเป็นปึกแผ่นมั่นคง  ให้บรรดาเมืองน้อยใหญ่ได้รู้

ว่าเราเป็นหนึ่ง  มิใช่เมืองอ่อนแอที่ใครจะมารุกรานได้ในภายภาคหน้าต่างหาก  และเจ้าพี่วรเทพ

ก็ทรงพระปรีชาสามารถเหนือผู้ใด”     นางยังคงเถียงอย่างไม่ลดละ   โอรสนครินทร์ทรงรู้สึกหมั่นไส้

คนช่างเจรจาบนหลังม้าเหลือกำลัง  รวมไปถึงเจ้าพี่วรเทพที่พ่อหนุ่มแก้วมักจะกล่าวถึงอยู่บ่อยๆ  นั่นด้วย

“เราไม่สนหรอกว่า  เจ้าจะมีเหตุผลอันใดในการบุกรุกพระนครของเรา  แต่เราขอบอกเจ้าตรงนี้ว่า  โรมวิสัยมิใช่

เมืองอ่อนแอที่ใครจะมาข่มเหงได้ง่ายๆ  ต่อให้เจ้าพี่วรเทพของเจ้าจะมีพระปรีชาสามารถมากแค่ไหนก็ตาม”

   โอรสนครินทร์กล่าวอย่างมุ่งมั่น     ทำให้หนุ่มน้อยที่อ้างตนว่าชื่อแก้วต้องแอบลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง 

พลางนึกไปว่าถ้าขืนต้องร่วมเดินทางกับเจ้าทึ่มหน้าดุนี้  มิรู้ว่า     จะโดนเอาเปรียบแตะเนื้อต้องตัวอีกมากน้อย

แค่ไหน  ลำพังให้นั่งอิงแอบบนหลังม้าก็เกินกำลังที่ราชธิดาผู้สูงศักดิ์อย่างนางจะรับได้   แล้วถ้าหากถึงยาม

รุ่งทิวาเล่า  เจ้าทึ่มจะจับได้หรือไม่ว่านางเป็นหญิง มิใช่หนุ่มน้อยตามที่นางกล่าวอ้าง   ดูเอาเถิดขนาดนางบอกว่า

เป็นชายก็ยังโดนเอาเปรียบ  แล้วถ้าให้ล่วงรู้ว่าเป็นหญิงเล่า  นางจะโดนเอาเปรียบหรือโดนรังแกมากแค่ไหน 

  “เจ้าไม่ต้องกลัวหรอกหนุ่มน้อย  เรามิได้วิปริตเห็นว่าเจ้าเป็นหญิงงดงามเสียจนอยากนั่งใกล้เจ้าหรอก เจ้ามันก็

แค่หนุ่มน้อยตุ้งติ้งเหมือนบัณเฑาะว์   ทนเอาหน่อยก็แล้วกัน เมื่อถึงโรมวิสัยเราจะไม่เข้าใกล้เจ้าเลยสักเพียงนิด” 

พูดเหมือนรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย

“เจ้า  จะพาเราไปโรมวิสัยอย่างนั้นหรือ”     ถามเสียงสูงด้วยความตกใจ

“อ้าว  ก็นั่นบ้านเมืองของเรา  เราจับตัวเจ้ามาเป็นเชลย  เราก็ต้องพาตัวเจ้ากลับบ้านเมืองของเราซิ  แค่นี้เจ้าก็

เบาปัญญาที่จะคิดได้หรือ   พ่อแก้ว  ข้าอยากรู้จังว่าโอรสวรเทพนำเจ้าติดตามมาด้วยได้อย่างไร   เพราะนอกจาก

จะมิได้ช่วยอะไรแล้ว  หากแต่จะเป็นภาระมากกว่าเดิมเสียอีก”

“นี่  หยุดนะ  เจ้าบังอาจมาว่าเราโง่เขลาได้อย่างไร  ขนาดเจ้าพี่วรเทพยังมิกล้าต่อว่าเราเยี่ยงนี้เลย” 

“นั่นมันก็เรื่องของเจ้ากับเจ้าพี่ของเจ้า   เราก็คือเรา  ไม่ใช่วรเทพ  อย่าเอาไปเปรียบ  เพราะมันไม่เหมือนกันโดย

สิ้นเชิง”   คนพูดเสียงดุเข้ม  อย่างไม่พอพระทัยนัก

“แล้วนี่ ก็จวนจะสว่างแล้ว  เจ้าไม่สงสารม้าตัวนี่หรอกหรือ  มันเดินมาทั้งคืนแล้วนะ”

“ม้าของเราก็มีความอดทน เช่นเดียวกับเรานั่นล่ะ  ต่อให้เดินอีกสามราตรี ก็ยังไม่เมื่อยล้า  อ่อนแรงหรอก”

“แต่เราเหนื่อย   และก็หิวด้วย”  บอกเสียงแผ่ว  เหมือนอ่อนล้าเต็มที  เพราะนางต่อล้อต่อเถียงกับ

โอรสแห่งโรมวิสัยมาทั้งคืนแล้ว
 
“ก็ได้  เราจะให้เจ้าพัก  เราหาลำธารแถว ๆนี้ก่อนก็ได้  ทัพของเจ้าพี่วรเทพของเจ้าคงตามมาไม่ทันแล้วล่ะ 

พรุ่งนี้  เราคงถึงจุดนัดหมายที่อนุชาของเรารออยู่”

ธิดาแห่งรัตนะนคร ลงจากหลังม้าโดยมีหัตถ์แข็งแกร่งของอีกฝ่ายช่วยประคอง  นางจักขัดขืนการช่วยเหลือนั้น 

แต่เมื่อเจ้าทึ่มบอกว่า  เป็นบุรุษเหมือนกัน  นางจึงปล่อยให้โอรสหนุ่มถูกเนื้อต้องตัว  โดยที่มิเห็นแววตามี

ประกายขบขันของอีกฝ่าย     นครินทร์คิดหาวิธีจะแกล้งนางที่แสนจะเจ้าเล่ห์นี่นัก   จึงเอ่ยชวนนางไปอาบน้ำที่


ลำธาร  ธิดาแห่งรัตนะนครได้ฟังก็สะดุ้ง  ตกใจ  ตายล่ะถ้าขืนไปอาบน้ำกับเจ้าทึ่มนี่  มีหวังโดนจับได้แน่นอน 

“อะไร  หรือเจ้ากลัวว่า เราจะเคลิบเคลิ้มพิศวาสเจ้า   ไม่ต้องกลัวหรอกน่า  เพราะต่อให้เจ้าเป็นหญิง  ด้วยรูปร่าง

หน้าตาแสนจะธรรมดา  และองค์เอวแบนราบไร้ส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างเจ้า  ไม่ใช่แบบที่เราใฝ่ฝันเลยสักนิด”

  ตรัสพลางชำเลืองมองและอมยิ้มยียวน  เจ้าเล่ห์     แก้วโกมุทหลงกลจึงยืนปั้นปึงด้วยความโมโห    หนอย! 

บังอาจมาว่าเราไม่มีความงามเยี่ยงสตรี  ถ้าเจ้ารู้ว่าเราเป็นหญิง  อยากรู้นักเจ้าจะทำหน้าอย่างไร  เจ้าทึ่ม 

  นางยืนเก้ๆกังๆ อยู่ริมลำธาร  ขณะที่โอรสนครินทร์ทรงปลดฉลองพระองค์ออกช้า ๆ  สายตาจับจ้องใบหน้า

หนุ่มน้อยที่บัดนี้เริ่มแดงระเรื่อ พร้อมกับรีบสะบัดหน้าหนีภาพตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

“คนบ้า  เจ้านี่มันบ้าชัด ๆ  ข้าจะไปรอเจ้าข้างบนนะ”  พูดพลางรีบหันหลังกลับหากแต่นครินทร์เร็วกว่าที่คิด 

หัตถ์บางถูกหัตถ์แกร่งของอีกฝ่ายยึดเอาไว้ก่อนที่จะ ออกแรงเหวี่ยงร่างอรชรลงไปในลำธาร

“ว้าย...”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2012, 05:59:07 PM โดย supawadee »

Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 05:38:55 PM »
ตอนที่   8   ห่วงหา


         ร่างบางตกลงไปในลำธาร อย่างไม่ทันตั้งตัว  ตามติดไปด้วยร่างสูงของโอรสนครินทร์

ราชธิดาแก้วโกมุทพยายามตะเกียกตะกายอยู่ในลำธาร  เนื่องจากนางรู้สึกถึงความเย็นและความลึกของน้ำ 

นางพยายามที่จะโผล่ขึ้นมายังผิวน้ำ  หากแต่ด้วยความอ่อนล้า  นางจึงไม่สามารถจะพาร่างอันอ่อนแรงขึ้นมาได้ 

โอรสนครินทร์ ทรงคิดว่านางแกล้งมารยาเจ้าเล่ห์จึงได้แต่มองนางตะเกียกตะกายช่วยตนเองจนร่างบางค่อยๆ

จมลงใต้น้ำ  สำนึกสุดท้ายของนางคือ

 “เจ้าพี่วรเทพทรงช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ  หม่อมฉันหายใจไม่ออก  ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”

“น้องแก้วโกมุท”    โอรสวรเทพสะดุ้งตื่นจากภวังค์     ใบหน้าในฝันของนางอันเป็นที่รักยังวนเวียนอยู่

ในห้วงคำนึง  หลายราตรีแล้วที่พี่เฝ้าตามเจ้ามา  ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าและไอ้คนชั่วที่จับตัวเจ้ามา   ป่านนี้

น้องแก้วของพี่จะเป็นเช่นไรบ้างหนอ  พระพักตร์งามเยี่ยงชายชาตรีบัดนี้หมองคล้ำ  อิดโรย  ถ้าหากเสด็จพ่อกับ

เสด็จอารู้ว่า  ราชโอรสผู้เก่งกล้าเยี่ยงชายชาตินักรบ  มิสามารถปกป้องนางอันเป็นที่รักได้ ทุพระองค์จะ

ทรงผิดหวังมากเพียงใด   คิดแล้วก็ทรงแค้นยิ่งนัก  หัตถ์แกร่งกำพระจุฑามณีของพระน้องนางไว้แน่น 

จนคมของพระจุฑามณีกรีดลงไปบนอุ้งพระหัตถ์ โลหิตสีแดงสดไหลออกมา  ก็มิอาจสร้างความเจ็บปวดเทียบเท่า

กับพระหทัยในเพลานี้ที่เต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรพระน้องนางแก้วโกมุท

“ทรงตื่นจากบรรทมแล้วหรือพระเจ้าข้า”  หมื่นทิพย์ผู้จงรักภักดีนั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมพระพี่เลี้ยงทั้งสอง

“นี่เราเป็นอะไรไป   พบพระธิดาหรือยัง”      เมื่อลืมพระเนตรขึ้นก็มองหาพระน้องนางด้วยความห่วงหา

“แก้วโกมุท  เราเห็นแก้วโกมุทกำลังจมน้ำ  เราจะไปช่วยน้องแก้วของเรา”

“ขอเดชะ  พระโอรสทรงไม่ได้พักพระวรกายเลยพระเจ้าข้า  ตลอดสามราตีที่ตามหาพระคู่หมาย พระองค์ไม่ทรง

พักไม่ทรงเสวยอันใดเลย  จึงทำให้ทรงหมดสะติไปพระเจ้าข้า” 

“เราไม่หิว  ท่านไปบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมเราจะตามหาน้องแก้ว   เราเชื่อว่าพวกโรมวิสัยเป็นคนจับตัวนาง

ไปอย่างแน่นอน”

เมื่อมิมีผู้ใดสามารถที่จะห้ามปรามราชโอรสหนุ่ม  ที่ทรงมีพระทัยรุ่มร้อนที่จะออกติดตามหาพระคู่หมายอันเป็น

ที่รักได้  กองทัพจึงออกเดินทางมุ่งตรงไปยังกรุงโรมวิสัยทันทีตามพระกระแสรับสั่งของผู้เป็นแม่ทัพ

   ฝ่ายโอรสนครินทร์ หลังจากที่ช่วยราชธิดาแห่งรัตนะนครขึ้นมาจากน้ำแล้ว  ก็ทรงอุ้มร่างอรชรที่ไร้หมด

สติมาวางไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ลำธาร   เจ้าของดวงหน้าอันผุดผ่องยังคงหลับใหลไม่ได้สติ  นางจมน้ำ

ราชโอรสหนุ่มจำต้องช่วยนาง  โอษฐ์อุ่นประทับลงบนกลีบโอษฐ์บางสีชมพูจิ้มลิ้มนั้น  แม้นางหลับใหลไม่ได้

สติ  แต่โอรสหนุ่มก็รู้สึกถึงความวาบหวิวรัญจวนใจ  นางจะโกรธไหมนะถ้าล่วงรู้ว่ามีชายได้ล่วงเกินนาง

 แต่ทั้งหมดมิได้เป็นการฉวยโอกาสหากแต่เป็นการช่วยเหลือนางต่างหาก  แพรขนตางอนยังคงหลับสนิท
 
ดวงหน้างดงามละมุนนั้นยังคงงดงามแม้ยามหลับใหล   ใยเจ้าจึงคิดว่าเราจะเชื่อว่าเจ้าเป็นชาย  ในเมื่อสัมผัส

ชิดใกล้เจ้าตลอดเวลาที่จับมาเป็นเชลย  เจ้ามิเคยห่างไกลตัวเราเลยสักนิด   นางมีความงดงามที่ทำให้หลงใหลได้

โดยง่าย  หาได้ใช้มายาหญิงให้ลุ่มหลงไม่    นโรธรแอบรักนางตั้งแต่แรกพบ  ทั้งที่มิเคยได้พูดคุยหรือใกล้ชิด

นางเลย   นางเป็นหญิงที่พระอนุชาอันเป็นที่รักของเราหมายปองไว้  และนางก็เป็นหญิงที่ศัตรูของเราหวงแหน

เช่นเดียวกัน   การจับตัวนางมาครั้งนี้  มิรู้ว่าจะเป็นผลดีหรือผลร้ายกันแน่  แต่ที่แน่ๆ  นางกำลังทำให้จิตใจที่เคย

เข้มแข็งของโอรสหนุ่มเริ่มหวั่นไหว 

“เจ้าพี่วรเทพช่วยน้องแก้วด้วยเพคะ  น้องหายใจไม่ออกเพคะ... เสด็จพ่อเสด็จแม่ช่วยลูกแก้วด้วยเพคะลูกกลัว” 

 เสียงแผ่วเบาดังมาจากริมฝีปากบางของคนที่หลับใหล  นางกำลังละเมอไขว่คว้าหาที่พึ่งอย่างกับคนขวัญเสีย 

  น้ำใสๆ ไหลออกมาจากเนตรงามที่ยังคงหลับพริ้มอยู่  หากแต่หัตถ์น้อยก็ไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวอยู่มิหยุด

โอรสนครินทร์  มองกิริยานั้นด้วยความหวั่นไหว   ทำไมเราต้องรู้สึกหวั่นไหวไปกับนางด้วย 

นางควรได้รับการปฏิบัติดังเช่นเชลยศึก  เพราะนางคือคนที่คิดร้ายต่อโรมวิสัย   อีกใจหนึ่งก็อดที่จะห่วงหานาง

มิได้  ร่างอรชรนั้นสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น  นางกำลังถูกพิษไข้เล่นงานซะแล้ว   กองไฟที่ก่อไว้มิได้ช่วย

ให้นางคลายหนาวได้เลย  แสงแห่งสุริยาลับขอบฟ้า   นางหลับใหลมาครึ่งวันแล้ว  โอรสหนุ่มค่อยๆ แตะที่นลาฏ

เกลี้ยงเกลานั้นอย่างเบามือ 

 “ทำไมตัวร้อนอย่างนี้นะ  แล้วเราจะทำอย่างไรดี  ไม่เคยดูแลคนเป็นไข้เสียด้วย  เฮ้อ...เจ้าก็ช่างมีแต่เรื่องให้เป็น

ภาระให้เราอยู่เรื่อยเลย  แทนที่เราจะถึงจุดนัดหมาย  กลับทำให้ล่าช้าไปอีก”   

คนที่นอนหลับใหลพลิกกายหนาวสั่น

“หนาวเหลือเกิน  เจ้าพี่วรเทพเพคะ  น้องแก้วหนาวเหลือเกินเพคะ”

 ดวงหน้างดงามซีดเซียว  โอรสหนุ่มมองกิริยาของนางด้วยความรู้สึกสงสาร  เอาเถอะไหน ๆ เจ้าก็มากับเราแล้ว 

เราจะช่วยเจ้าอีกครั้งก็แล้วกัน  แต่เรามิได้ฉวยโอกาสกับเจ้าหรอกนะ    ร่างสูงสง่าเข้าไปนอนใกล้ๆ ร่างบาง

พร้อมกับตวัดวงแขนอบอุ่นกอดรัดนางไว้แนบอุระให้คลายหนาว  ราชธิดาแก้วโกมุทซุกหาไออุ่นนั้นด้วย

สัญชาตญาณ  “อย่าทิ้งแก้วให้อยู่คนเดียวนะเพคะเจ้าพี่  แก้วกลัว”      ดูเถิดแม้ยามหลับใหลไม่ได้สติ 

นางยังรำพึงรำพันหาชายผู้นั้น   ในราตรีอันยาวนานที่นางหลับใหลในอ้อมแขนอบอุ่นนั้น

   แสงแห่งรุ่งอรุณสาดส่องผ่านแมกไม้มายังคนที่นอนหลับใหลอยู่   โอรสนครินทร์กระพริบตาถี่ ๆ  ไล่

ความงุนงงออกไป    รับรู้ถึงน้ำหนักที่กดทับบนท่อนแขนของตน   ใบหน้างดงามนั้นอยู่แค่คืบ  นางยังคง

หลับใหล  และไข้ของนางลดลงแล้ว  หากแต่เจ้าตัวคงยังเหนื่อยล้า  จึงหลับพริ้มอยู่อย่างนั้น   นครินทร์จึงค่อยๆ

วางศีรษะของนางลงอย่างเบามือ  ก่อนที่จะไปหาอาหารมาไว้ให้คนป่วย   

เปลือกตาที่ประดับไปด้วยแพรขนตางามงอนกระพริบถี่ๆ  ก่อนที่ดวงตาคู่งามดั่งเนตรทรายนั้นจะลืมตาขึ้น 

นางค่อย ๆพยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนล้า   สำนึกสุดท้ายของนาง  คือเจ้าพี่วรเทพ

“เจ้าพี่วรเทพ  เจ้าพี่อยู่ไหนเพคะ  เจ้าพี่มาช่วยน้องแก้วแล้วใช่ไหมเพคะ”

“อ้าว  ฟื้นแล้วหรือ  เรานึกว่าเจ้าจะเป็นไข้จนหนาวตายเป็นผีเฝ้าป่าซะแล้ว”

ไม่ใช่เจ้าพี่วรเทพหรอกหรือ  แล้วคนที่อยู่กับเราเมื่อคืนนี้ก็คือ...ไม่อยากจะคิดเลย   เจ้าทึ่มคงรู้ว่านางมิใช่

หนุ่มน้อยเสียแล้ว  หากแต่เป็นสตรีน้อยนางหนึ่งเท่านั้น  ใบหน้างดงามสะบัดมาหาคนพูดอย่างรวดเร็ว 

พร้อมกับโต้ตอบกลับอย่างไม่ลดละ 

“เจ้านั่นล่ะ ที่จะเป็นผีเฝ้าป่า  ถ้าเจ้าพี่ของเรามาพบเราเข้า  ทางที่ดีเจ้ารีบปล่อยเราเถอะ  ไม่เช่นนั้นเจ้าเองจะ

เดือดร้อน”

“เราชักกลัวเจ้าพี่  วรเทพคนรักของเจ้าแล้วซิ”

“เราไม่ได้เป็นคนรักของใคร”  เถียงทันที  ด้วยเพราะในส่วนลึกของจิตใจนางมิได้รู้สึกต่อวรเทพเช่นคนรัก 

หากแต่  วรเทพคือที่พึ่งสุดท้ายของนางท่ามกลางภัยอันตรายนานาประการในป่าเช่นนี้  พอนึกขึ้นได้  นางจึงรีบ

เฉไฉทันที

 “เราเป็นพระคู่หมั้นกันต่างหาก  ทันทีที่เรายึดโรมวิสัยเป็นเหมือนประเทศราชได้แล้วล่ะก็เราจะอภิเษกกับเจ้า

พี่วรเทพทันที”

 คำตอบของนางมีจุดประสงค์เพียงเพื่อเอาชนะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า  หารู้ไม่ว่าได้สร้างความเดือดดาลให้กับผู้ฟัง

ยิ่งนัก   ที่นางเห็นโรมวิสัยเป็นเพียงของกำนัลในวันอภิเษกของนาง


“เจ้าคงลืมไปแล้วกระมัง  ว่าเจ้าเป็นเชลย  เพราะฉะนั้นจงหยุดกิริยาวาจาสามหาวเช่นนี้  เพราะเราคงไม่ใช่คน

อย่างเจ้าพี่วรเทพของเจ้า  ที่หูหนวกตาบอด  ลุ่มหลงในตัวของเจ้า  เพราะผู้หญิงอย่างเจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับเถาวัลย์

หรอกนะ  ใกล้ที่ไหนก็พันที่นั่น”

“พระโอรสนครินทร์   เจ้าหยุดวาจาดูแคลนเราเดี๋ยวนี้  ไม่เช่นนั้นจะหาว่าเราไม่เตือน” 

ร่างบอบบางลุกขึ้นประจันหน้ากับร่างสูงสง่าอย่างไม่เกรงกลัว   โอรสแห่งโรมวิสัยมองนางไม่วางตา    ดีในเมื่อ

เจ้าอวดดีนักทั้งๆ ที่ไม่มีดีจะอวด  เราก็จะสนองความอวดดีของเจ้า  ดังนั้นผลไม้ที่เตรียมมาให้นางจึงถูกโยนทิ้ง

ไปอย่างไม่ใยดี

“ในเมื่อเจ้ามีแรงเดินทางแล้วก็รีบไปกันได้แล้ว  ป่านนี้พระอนุชาของเราคงรอนานแล้ว”

“แต่เรายังไม่ได้กินอะไรเลย”

“เชลยอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรอกนะ  น้องแก้ว”  ปลายเสียงที่เรียกน้องแก้วจงใจล้อเลียนและยั่วโมโหนาง

อย่างเต็มที่   ราชธิดาแก้วโกมุทเชิดพระพักตร์ตั้งตรงอย่างถือดี  และไม่ต่อล้อต่อเถียงใดๆอีก  นางขึ้นหลังม้าตาม

แรงฉุดดึงของฝ่ายผู้มีกำลังมากกว่า  ตลอดทางที่แสนยาวไกลไม่มีเสียงพูดจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  นอกจาก

ความเงียบ  นครินทร์ลอบยิ้มที่มุมโอษฐ์ได้รูป  ดวงหน้างดงามที่อยู่ใกล้แค่คืบนั้น   พระพายพัดพากลิ่นหอมจางๆ

จากกายคนที่อยู่ข้างหน้ามาปะทะปลายนาสิกเป็นระยะๆ    ก็ดีเหมือนกันที่เจ้าเงียบเราจะได้ไม่ต้องมาต่อล้อ

ต่อเถียงกับคนถือดีเช่นเจ้า  เก่งให้ตลอดก็แล้วกันพระธิดาแก้วโกมุท    อีกไม่นานพระคู่หมั้นของเจ้าคง

ตามมาทัน  แต่จะทันเวลาหรือเปล่านั้นก็อยู่ที่ตัวเจ้าแล้วล่ะ  ว่าจะสามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่
 
ครั้นเมื่อมาถึงประตูเมือง  พระอนุชานโรธรซึ่งรออยู่ก่อนแล้ว  รีบมารับพระเชษฐาด้วยความยินดี
 
พร้อมกับเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบของผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเชลยด้วยความเป็นห่วง 

“เป็นอย่างไรบ้างพระเจ้าข้าพระธิดา  ทรงเหนื่อยไหมพระเจ้าข้า”   

หากแต่ผู้ถูกถามกลับยังคงนิ่งเฉย เลี่ยงที่จะตอบเสียดื้อๆ

“นโรธร น้องพี่   พระธิดาแห่งรัตนะนครผู้นี้   นางเป็นใบ้  นางไม่ได้ยินที่เจ้าพูดหรอก”

“เจ้านั่นล่ะ  ที่จะเป็นใบ้พูดไม่ได้  ถ้าขืนเจ้ายังพูดมากอยู่อีกข้าจะตัดลิ้นเจ้าเสีย โอรสนครินทร์” 

 ทั้งๆ ที่เป็นเชลยแต่นางก็ยังมีฤทธิ์เดชเถียงอย่างไม่ลดละ  นครินทร์ได้แต่ทรงพระสรวลอย่างชอบใจกับกิริยาเอา

เรื่องของนาง  ผิดกับนโรธรที่ดูจะห่วงใยความรู้สึกของธิดาแห่งรัตนะนครผู้นี้ยิ่งนัก 

“รีบเข้าวังเถอะน้องพี่  เรามีการณ์สำคัญต้องทูลแก่เสด็จพ่อเสด็จแม่เป็นการด่วน  ก่อนที่ทัพของเจ้าพี่วรเทพของ

นางจะมาถึงพระนครของเราในวันพรุ่ง”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2012, 08:25:50 AM โดย supawadee »

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 6893
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 07:32:36 PM »
 :icon_cool:ขอแปะไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวแวะมาอ่านปุ่นแก้วนพเก้าอยู่ ^^

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 6893
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2012, 03:34:07 PM »
ขอ comment ตอนที่ 1-3 ก่อนนะคะ

การเปิดเรื่อง ก็ยังคงกลิ่นอายความเป็นละครจักรๆวงศ์ๆ การดำเนินเรื่องอ่านง่าย สบายๆ ใช้ภาษาสำนวนไม่ยากมาก การเขียนจะค่อนไปทางบทโทรทัศน์

พล็อตเรื่องจะเน้นไปที่ความรัก ตามชื่อเรื่อง คือ จอมใจ ซึ่งชื่อเรื่อง นานะคิดว่า ถ้าแต่งแนวจักรๆวงศ์ๆ น่าจะใช้ชื่อ ที่มันมีกลิ่นอายความเป็นจักรๆวงศ์ๆมากกว่านี้

เช่น  ยอดเยาวลักษณ์  ยอดยุพเรศ อะไรประมาณเนี้ยอ่ะค่ะ


V
V

ตรงสำนวน อาจจะมีมึนๆ ใช้คำสมัยใหม่ไป  หรือใช้คำที่สื่อความหมายแปลกๆ  ซักนิดนึง

“ เอ...ถ้าหม่อมฉันจำไม่ผิด  รัตนะนครเป็นเมืองขนาดกลางทางตอนใต้ของเรา  ที่เสด็จพ่อเคยพาหม่อมฉันไปเยือนเมื่อเยาว์วัยใช่ไหมพระเจ้าข้า”  ทูลถามพระบิดาให้หายสงสัยตามวิสัยที่มุทะลุของตน

 “เอ...แก้วโกมุท

จะติดใช้คำว่า เอ... เยอะ ซึ่งการพูดจามันดูเป็นคำสมัยใหม่


“ใช่แล้วจ้าวรเทพ


ไม่น่าใช้คำว่า  "จ้า"   น่าจะเป็น ใช่แล้ววรเทพ จะดูดีกว่า พระเป็นคำพูดของมเหสี ไม่ใช่คนธรรมดาที่พูดกับลูก


ที่เข้าเฝ้าเต็มท้องพระโรง  เฉกเช่นกับทุกวันที่มีพระราชกิจเร่งด่วน    เหนือหัวโกเมน และมเหสีสุวรรณมาลีประทับ

ที่ประแท่นอันสง่างาม    เมื่อร่างระหงของพระธิดาหัวแก้วหัวแหวน  ที่เดินแกมวิ่งเข้ามายังท้องพระโรงพร้อมกับขึ้นไป


ประทับบนพระแท่นตรงกลางระหว่างพระราชบิดาและพระราชมารดาเหมือนที่เคยทำแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์

ที่ประแท่น   คือ อะไรคะ คือ แท่นที่ประทับหรือเปล่า     แล้วกิริยาของ นางเอก ถือว่าไม่สำรวมมาก เพราะเป็นถึงราชธิดา

ที่จะใช้กิริยแบบ เดินแกมวิ่ง แบบนั้น  แล้วยิ่งไปนั่งแทรกระหว่างกลางที่ประทับ ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง





 “เสด็จพ่อเสด็จแม่ให้ลูกเข้าเฝ้ามีราชกิจใดสำคัญเร่งด่วนหรือเพคะ   “ 

ราชกิจ น่าจะใช้เวลาที่ ตรวจฎีกา หรือ ออกว่าราชการ หรือหารือกับขุนนาง มากกว่า 


 “เสด็จพ่อทรงมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ลูกทราบน่ะจ้ะ 

ไม่น่าใช้ว่า มีเรื่องสำคัญจะแจ้ง ดูเป็นระดับที่ คนสามัญใช้กัน มากกว่า และเป็นไปในทางความหมายที่เป็นทางการบอกกล่าวบุคคลในระดับเดียวกัน


“จำได้เพคะ  เสด็จลุงวิรุฬราช  เสด็จป้าสุวินตรา  และก็เจ้าพี่วรเทพ  ที่ลูกเคยบังคับให้เป็นม้าให้ลูกขี่หลังวิ่งรอบอุทยาน “

การที่ ราชวงศ์ ที่อยู่ในระดับพระธิดา จะบังคับ ให้ โอรส ซึ่งมีศักดิ์ เท่าเทียม หรือ อาจสูงกว่า เป็นม้าให้ขี่ มันน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรนะคะ
เพราะไม่ใช่สามัญชน เป็นถึงหน่อเนื้อกษัตริย์


บางครั้งเวลาเราแต่ง เราควรจะดูบริบทของตัวละครนิดนึง  ถ้าเป็นสามัญชน กิริยา การประพฤติ สามารถทำได้ แต่ถ้าเป็น ถึงระดับผู้ครองเมือง

แล้วมันดูเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอ่ะค่ะ

แล้วตรงเนื้อเรื่องที่ เมืองนางเอกมาเยี่ยมเมืองพระเอก แต่กลับไม่เห็น ทั้งโอรสและธิดา ทั้งสองเมือง มาเฝ้าเข้า  แต่ดันไปเดินเล่นอุทยาน
อีกคนนึงก็มัวแต่ยิงธนู ไม่สนใจใครจะไปใครจะมา ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรค่ะ จริงๆควรเข้าเฝ้าก่อน และจะไปทำภาระกิจอะไรก็ตามแต่ เพราะตามมารยาท การเยี่ยมเยือนน่าจะให้เกียรติ
ทั้งผู้มาเยือนและผู้ต้อนรับ


ปล. เป็นกำลังใจให้นะคะ   :icon_smile:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2012, 03:40:00 PM โดย นานะจัง »

Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2012, 07:19:30 PM »
ขอบใจมากจ้า  สำหรับคำติชม  เป็นกำลังใจอย่างมากเลย  เดี๋ยวจะพยายามนะคะ

ออฟไลน์ ปากกาแก้ว

  • *
  • 79
  • 0
  • เพศ: หญิง
  • ~"ความรักและความหวังยังอยู่กับเราเสมอ"~
Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2012, 09:16:09 PM »
หลังจากที่ได้อ่านแล้วตามเนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องที่สนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ  ;D แต่ก็เห็นด้วยกับคุณนานะจังนะคะว่าบางประโยคในเนื้อเรื่องยังเป็นคำที่ค่อนข้างจะสมัยใหม่ไปสักนิดนึงเลยไม่ค่อยเข้ากันเรื่องแนวนี้นะค่ะเพราะเวลาอ่านมันยังแปลกๆ
ในบางประโยคน่ะค่ะ :icon_smile:แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ จะรออ่านตอนต่อๆไปนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ :icon_evil:

ออฟไลน์ อัคนีสีเพลิง

  • *
  • 549
  • 0
  • เพศ: หญิง
  • อะ วิช สุ นุต สา นุ ติ
    • อีเมล์
Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มกราคม 09, 2013, 08:04:39 PM »
เนื้อเรื่องโดยรวมสนุกค่ะ ชอบจ้า อยากให้แต่งมาอีกแต่บางประโยคก็แปลกๆเหมือนกัน ค่อยๆหัดไปนะคะ แต่งเสร็จก็เอามาลงให้อ่านด้วยล่ะหลายๆตาช่วยกันอ่านช่วยกันดู หุหุ :o

Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 12:29:41 AM »
หลังจากได้รับกำลังใจและคำติชมจากทุกๆคน   วันนี้จอมใจเตรียมลงมาให้ทุกๆคนได้คอมเม้นท์อีกแล้ว  อดใจรอสักหน่อยนะคะ  คราวนี้ถึงบทสรุปที่มาของจอมใจแน่นอน  แล้วมีภาคต่อไปอีกนะคะ

Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2013, 12:46:53 AM »
เฮ้อ  ตอนจบจอมใจ จะรออีกนานไหมหนอ  ทั้งที่พยายามจะให้เสร็จ  นี่ก็นานแล้ว  ยังเหมือนเดิม    :icon_mad:

ออฟไลน์ กาฬฯ

  • *
  • 6317
  • -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2013, 10:15:38 AM »
สู้ๆ ค่ะ บางทีถ้่ากลับมาอ่านเล่นๆ อีกรอบตั้งแต่ต้น อาจเกิดไอเดียใหม่ๆ ที่อยากแทรกหรือเพิ่มเข้าไปเยอะขึ้นนะคะ
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

Re: จอมใจ
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2013, 06:50:55 AM »
ขอบใจมากจ้าน้องกาฬย์