ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์

มากเกินไป [18 มิ.ย. 51 - 16:32]
 
ผมขอนำจดหมายท่านผู้อ่านมาแสดงความคิดเห็น เกี่ยวโยงไปถึงวงการละครบ้าน เราสักฉบับ

น่าสนใจตรงประเด็นที่ว่า ละครไทยกำลังเดินหน้าไปทางไหน? และใครเป็นผู้กำหนดทิศทาง?

สาระสำคัญคือ แฟนละครเป็นแค่เพียงคนดู แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกในสิ่งที่ชอบใช่หรือไม่?

“เรียนคุณแจ๋วริมจอที่เคารพ ติดตามอ่าน ผลงานวิจารณ์ของท่านมาตลอด เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไปนะคะ

ดิฉันขอมีส่วนกับเสียงวิจารณ์ละคร บ้าง เชื่อว่าคุณแจ๋วคงจะสะท้อนไปถึงเจ้าของช่องซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดีเลยค่ะ

ปัจจุบันละครบ้านเราแทบทุกค่ายและทุกช่อง จะผลิตละครออกมาคล้ายๆกันหมด

มีนางเอกแสนดี มีพระเอกหูเบา โง่นิดๆ และนางร้ายที่แสนจะดุร้ายและปัญญาอ่อน ทั้งหมดนี้คือคาแรกเตอร์ตัวละครหลักที่ระยะหลังมีซ้ำกันนับสิบๆเรื่อง

ดิฉันและแฟนละครต้องจำยอมดูโดย รู้อยู่แล้วว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรและจบลงแบบไหน

แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับว่า นักแสดงที่มารับบทเหล่านี้ แสดงเหมือนๆกันหมด แทบไม่มีความแตกต่างเลย

ดิฉันไม่ทราบว่าตลาดละครส่วนใหญ่ “ชอบ” อย่างที่สถานีและผู้จัดผลิตละครแนวนี้เสนอออกมาจริงหรือไม่?

แต่ในความเป็นจริง ดิฉันก็เหมือนแฟนละครทั่วไปที่อยากจะดูละครหลายๆแนว อยากดูบทบาทของดาราที่ชื่นชอบหลายๆคาแรกเตอร์

ยิ่งละครหลากแนว ก็ตอบสนองความต้องการของคนดูมากขึ้น ให้ความบันเทิงที่หลากหลาย

ดิฉันขอถามว่าสถานีเอาอะไรมาวัดว่า คนดูส่วนใหญ่ชอบละครแนวนี้ เลยตะบี้ตะบันผลิตออกมาจนล้นตลาด (ต่างกันแค่นักแสดง)

ทิศทางของละครไทยจึงเป๋ไปเป๋มา ไม่พัฒนา ไปถึงไหน ต้นเหตุเชื่อว่าไม่ได้อยู่ที่ผู้จัด น่าจะเป็นสถานีที่ชี้เป็นชี้ตายมากกว่า

ดิฉันอยากให้สถานีทำการสำรวจก่อนที่จะผลิตละครสักเรื่องหนึ่ง และพยายามหาความแตกต่าง เพื่อให้คนดูมีสิทธิ์ “เลือก” มากกว่า ที่เป็นอยู่ขณะนี้

ไม่เช่นนั้นผู้ชมก็จะไม่มีทางเลือก ก็จะได้ชมแต่ละครแนวนี้ตลอดไป มากๆเข้าก็เบื่อนะคะ”.

"แจ๋วริมจอ"
 

http://www.thairath.co.th/news.php?section=entertainment05&content=93823
 

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2008, 02:42:41 PM »
ทำไมถึงแตกต่าง [19 มิ.ย. 51 - 15:29]
 
แต่ก่อนเคยนึกสงสัยตลอดว่า คนที่ติดละครเกาหลีเขาคิดยังไง มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ ละครเกาหลีเข้ามานั่งในหัวใจคนไทยรวดเร็วถึงเพียงนี้

คิดไปถึงว่ามันจะแตกต่างจากละครไทยมากมายเชียวหรือ? มันก็ความบันเทิงที่มีรูปแบบเดียวกัน

ละครไทยน่าจะมันกว่า สนุกกว่าด้วยซ้ำ เพราะมีดาราที่เราชื่นชอบมากมายให้เลือก

จนกระทั่งผมลองนำละครเกาหลีซีรีส์ (ออน-แอร์ไปแล้ว) มานั่งดูจนจบเรื่อง ถึงได้รู้คำตอบว่า

คนที่ติดละครเกาหลีเขาคิดยังไง?

มันเป็นรูปแบบละครเอเชียด้วยกัน แต่มีข้อ เปรียบเทียบให้เห็นมากมาย

เหมือนละครคุณภาพของบ้านเราใน อดีต น่าจะเป็นภาพที่ชัดเจนที่สุด

ขอเรียนท่านผู้อ่านว่า ละครเกาหลีคือภาค อุตสาหกรรมการส่งออกรูปแบบหนึ่งที่ประเทศเกาหลีใต้ พยายามจะเข้าไปตีตลาดในประเทศต่างๆทางเอเชีย

จะสังเกตว่า ละครทุกเรื่องของเขาจะเน้นเรื่องวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดูเรียบง่าย

ขายความเป็นชาติของชาวเกาหลี เพื่อปรับทัศนคติของคนชาติอื่นในอดีต ที่เคยมอง เกาหลีในแง่ลบมาตลอด

ในด้านเนื้อหาไม่ได้แตกต่างไปจากละครไทย แม้แต่นิดเดียว แต่มันต่างกันมากในการนำเสนอ

มีทั้งความน่ารัก กุ๊กกิ๊ก อิจฉาริษยา ความ สมหวัง-ผิดหวัง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ต่างกัน เลยครับ

แต่ “ต่าง” กันมากมายในเรื่องของความละเอียด พิถีพิถัน และความเป็นธรรมชาติของตัวละคร

ไม่โหดร้าย ไม่ทารุณ ไม่กรี๊ด ไม่หยาบคาย แต่ตัวตนความร้ายมันซ่อนอยู่ในอารมณ์ของนักแสดงทั้งสิ้น

ยิ่งดูยิ่งหลงรักและคล้อยตามไม่ยาก และซูฮกว่า ของเขาตั้งใจใช้สมองผลิต

สำคัญคือไม่ดูถูกคนดูว่าสติปัญญาอ่อนด้อย

พูดอย่างนี้ใช่ว่าจะมายกยอละครเกาหลีว่าดีเลิศกว่าละครไทย เพราะของเราก็เคยไปถึงจุดนั้น มาก่อน

แต่ปัจจุบันเรา “หลง” ตัวเอง เอาการตลาด โดยคนกลุ่มเดียว มากำหนดชะตากรรมของละครไทย

จึงทำให้ละครไทยถอยหลังเข้าคลอง ไม่ใช้สมองเท่าอดีต!!

"แจ๋วริมจอ"
 
 

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2008, 02:44:10 PM »
นานะจังอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 18 มิย 51 ที่ผ่านมาค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าโดนใจมากๆ มันเป็นความรู้สึกที่อยากบอกมาตลอดว่า
คนที่ผลิต ละคร เอาอะไรมาวัดเหรอ ว่าคนดูเค้าชอบ เรื่องที่อยู่แบบนี้จริงๆ นานะจังรู้จักกับเพื่อนรุ่นพี่
ที่เรียนป.โท ด้วยกันที่น้องชายของเค้าเป็นผู้กับกำละคร ซิทคอมของ
 แอ็กแซ็ก เค้าก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อย ที่ ไม่สามารถทำละครในแบบที่เค้าต้องการได้
เพราะ เงิน การเมือง ธุรกิจมันมาบีบ ให้ต้องทำละครน้ำเน่า
ที่เอาใจ ตลาด แต่ก่อนานะจังติดละครของ แอ็กแซ็กมาก ที่มีรูปแบบ
ไม่เหมือนช่องอื่น ตัวละครมีความเป็นมนุษย์สูง ไม่เหมือนเด๋วนี้
กี่ช่องๆ ทำมาเหมือนกันเด๊ะ ตอนนี้เลยดู แต่ ซีรีย์ญี่ปุ่น อย่างเดียว เกาหลีก็ดูบ้างบางเรื่อง

ออฟไลน์ กันย์ณภัทร

  • *
  • 2248
  • -1
  • จงปลดโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ ด้วยคมดาบแห่งใจตน
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2008, 07:17:17 PM »
โหยยยพี่นานะ โดนสุดๆเรยยอ่ะ
กันย์กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้พอดี
เพราะกันย์จะทำวิจัยเรื่อง การเปลี่ยนวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินค้า เน้นเรื่องของกระแสนิยม ซีรี่ย์เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน อ่ะค่ะ
แต่ตอนนี้กำลังเป็นวุ้นอยู่เรยยอ่า
ขอบคุณมากๆนะคะที่เอาบทความดีๆงี้มาให้อ่าน และก้อกันย์อยากจะทราบมากๆเกี่ยวกับกระแสนิยมในกลุ่มผู้บริโภคละครหรือซีรี่ย์ เอเชียตะวันออกน่ะค่ะว่ามีความคิดเห็นยังไงกันบ้าง
ชอบซีรี่ย์พวกนี้ตรงงไหน
และอะไรที่ละครไทยไม่มี
อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆช่อยแสดงความคิดเห็นเยอะๆนะคะ
อีกหน่อยกันย์อาจจะมาขอให้ทุกคนในนี้ช่วยทำแบบสอบถามก็ได้ อิอิ :)

โดยส่วนตัวกันย์ที่ชอบซีรี่เกาหลีก็เพราะ
1.ตัวละครมีความพอดี และมีความเป็นมนุษย์จริงๆ จะสังเกตได้ว่าทั้งพระเอก นางเอก ตัวรอง ตัวอิจฉาต่างก็มีทั้งด้านดี และด้านลบอยู่ในตัว เพียงแต่อาจจะแสดงให้เห็นออกมาต่างกัน
และจะไม่มีความร้ายก็ร้ายจนเว่อร์ ดีก็ดีเหลือแสนนน แบบละครไทยหลายๆเรื่อง
ทุกๆความร้ายกาจของตัวร้ายจะมีเหตุผลเสมอ และสุดท้ายพวกเขาก็จะยอมรับในความดีได้ ฯลฯ
2.มีความลงตัวในฉาก แสงสี สถานที่ บรรยากาศ เรียบง่าย แต่เก๋ และที่สำคัญ โรแมนติก มากมาย
3.ไม่มีบท+ฉากเลิฟซีนแบบรุนแรงให้เห็น(พวกตบจูบๆ) แต่จะเป็นที่การแสดงความรักถึงกันและกันด้วยความรู้สึก การให้เกียรติ อย่างเรื่องปิ้งรักสลับขั้ว เรื่องfull house goong ฯลฯ พระเอกนางเอกอยู่บ้านเดียวกัน ห้องนอนเดียวกัน หรืออาจจะเตียงเดียวกันด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ไม่ล่วงเกินกันและกัน แต่กลับมีความรักอันบริสุทธิ์ให้แก่กัน ฯลฯ สรุปมันเป็นความรักที่น่ารักอ่ะ
4.เนื้อหา บท มีความลงตัว แบบดูแล้วมันคลาสสิคอ่ะ

จบแค่นี้ก่อนนะคะแล้วจะมาแสดงค.เห็นใหม่ :)

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2008, 07:32:39 AM »
โอเค ด้วยความยินดีอย่างยิ่งจ้า มีไรให้ช่วยก็บอกเราครอบครัวเดียวกันนี่นา
พี่ตั้งกระทู้ นี้รอพี่ galdewis มาตอบเลยนะเนี่ย คิดว่าต้องได้ความเห็นที่น่าทึ่งอีกตามเคยล่ะนะ

Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2008, 09:16:15 AM »
ถ้ามันยังอยู่ในระบบเดิมๆ พี่ว่าละครก็คงพัฒนายาก คงต้องลองให้มีค่ายละครในฝันเกิดขึ้นมาก่อนล่ะมั๊ง นานะ ::) ::)

ออฟไลน์ ninda

  • *
  • 334
  • 0
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 09:43:43 AM »
เรื่องละครเหรอ.............

คือ ถึงจะชอบ นักร้อง+ดาราเกาหลี บางคน บางกลุ่ม แต่อันที่จริง ก็พูดได้ไม่เต็มปากนะว่า ชอบซีรีย์เกาหลี
อยากบอกว่าตามทัศนคติแล้ว 80% มันน่าเบื่อ...น่ะ

พล๊อตเรื่องมักจะเวียนวนไปที่เดิม ตลกบริโภค นางเอกเอกพระเอกตาย...และ...อีกหลายๆ อย่าง

ซึ่งกับบางเรื่องก็เน่าแบบไม่ได้มีความแตกต่างกับพล๊อตเรื่องไทยเท่าไหร่นัก

แต่...ก็ยอมรับว่า เน่าแบบดีกว่า
เพราะว่ามีความพิถีพิถันกว่า มีความใส่ใจมากกว่า และมีผู้สนับสนุนที่ดีกว่า

สนับสนุนในที่นี้คือ รัฐบาลนะคะ ไม่ใช่นายทุนที่มองเห็นแต่การตลาด



กรณีผู้สนับสนุนหลัก

ประเทศเกาหลีมีดีแค่หิมะ ไม่ได้สวยไปกว่าเมืองไทยเลยค่ะ แต่เวลาออกมาในซีรีย์แล้วมันดูดีมากๆ
จนทำให้คนอยากไปเกาหลีเพิ่มเป็นเท่าตัว นอกจากฝีมือการถ่ายแล้ว ก็เป็นเพราะว่าเขามีการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม
รัฐบาลเข้ามาเป็นคนมาดูแล ดูแลนะคะ ไม่ใช่ควบคุม เขาดูแลดี
ยิ่งพอละครออกมาแล้วฮิต สถานที่ที่ถ่ายทำก็จะฮิตตาม
รัฐเขาเปิืดให้มีการตามรอย full house coffee prince และอื่นๆ เลยทำให้เศรษฐกิจของเขาคล่องตัว 
นำเงินส่วนนี้มาคอย support ในส่วนของซีรีย์ ทำให้ซีรีย์บ้านเขามีคุณภาพ (เพราะมีเงินจ้างบุคลากรที่มีคุณภาพ)
ซึ่งเราก็ต้องยอมรับกันว่า ในเวลานี้บ้านเราไม่ได้มีหน่วยไหนมาคอยดูแล
มีแต่นายทุนทั่วไป ซึ่งก็เข้าใจด้วยว่า นายทุน เขาต้องมองที่ "เงิน"+"การตลาด" อันนี้เป็นเรื่องปกติ...


กรณีจริยธรรมในละคร

ซีรีย์เกาหลีสมัยก่อนเรื่อง autumn in my heart ก็พอๆ กับบ้านเรา แต่ในทุกวันนี้เรากลับสู้เขาไม่ได้
บ้านเขาถ้าอะไรมันแย่ไป เขาก็ตัดทิ้งกลางคันเลย
ยกตัวอย่างซีรีย์เรื่องหนึ่งที่มีนักร้องสาวคนดังแสดงก็ถูกปลดออกอากาศ เพราะว่ามีโฆษณาที่แฝงในละครมันเยอะไป

ลองเทียบดูว่า ถ้าเป็นบ้านเราจะมีใครกล้าปลดออกกลางคันเพราะเรื่องโฆษณาไหม???

กับบางเรื่องที่มันหมิ่นเหม่ศิลธรรมสุดๆ ยังไม่มีหน้าไหนออกมาทำอะไรได้ นอกจากวิจารณ์อย่างเดียว
เพราะ็บ้านเรา ยังไม่มีคนดูแลอย่างเป็นรูปธรรมค่ะ...

กับบางเรื่องต้องยอมรับว่ามันแรง ชนิดที่คนที่ดูละครมานานอย่างเรารับไม่ได้
จะไปโทษที่คนเขียนนิยายก็ไม่ใช่เสมอไปนะคะ เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของนักเขียนท่านหนึ่ง
ท่านว่า มีละครที่ทำจากนิยายของท่าน บทบาทค่อนข้างแรงจนหลานของท่านต้องถามว่าทำไมตัวละครมันร้ายจัง...
ท่านบอกว่าในนิยายไม่ได้แรงขนาดนี้ แต่พอมาเป็นละครมันเลยต้องใส่สีสันเข้าไป...
(ยกเว้นนิยายสมัยใหม่ที่แรงและมีแต่ฉาก...จน...เอ่อ...สงสัยจะติดละครไทยกันจริงๆ )

ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งคำตอบนะว่า ตัวอิจฉาในละครมันเป็นสูตรสำเร็จของละครไทยไปแล้ว
โดยส่วนตัวไม่ได้เบื่อตัวร้ายตัวอิจฉา เท่ากับ เบื่อ พวกพระเอกโรคจิต ที่ ข่ม ขืน นางเอก
ไร้จริยธรรม ไร้ความเป็นมนุษย์ แม้จะอ้างว่า ในหัวใจมันรัก แต่มันก็...เลว...(มีเยอะมากๆๆๆๆๆ)
แล้วมันก็ดังได้ ดังดี ดังแบบ เฮ้อ...เอาเถอะค่ะ เราขอไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้


กรณีความพิถีพิถันของผู้ถ่ายทำ


มีน้องที่เป็นคนเกาหลี เขาส่งรายการโทรทัศน์มาให้
เป็นรายการที่มาถ่ายทำสถานที่ถ่ายซีรีย์เกาหลีในไทย เื่รื่อง the hour of dog and wolf
พอเราได้ดูในรายการเรารู้สึกว่า เมืองไทยสวยมาก แล้วเขาก็ถ่ายเจาะที่ร้านอาหาร เห็นแล้วก็อยากไปนั่งในร้าน
อันนี้แค่ในรายการนะคะ ยิ่งไปดูในละครนี่มันแบบ...ประเทศไทยสวยมากกกก

น้องเขาบอกว่าคนเกาหลีที่ชอบดูละครเรื่องนี้ "อยากมาเมืองไทย"
เขาอยากให้มีการตามรอยละครเรื่องนี้เหมือนที่บ้านเขามีบ้าง (อันนี้ก็ต้องวกไปอ่านหัวข้อ...กรณีผู้สนับสนุนหลัก)
จะมีฉากหนึ่งที่เขาไปถ่ายทำกันที่วัดบุคคโลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
เราเองไม่เคยรู้ถึงความสวยของวัดนี้เลยนะคะ แต่พอซีรีย์นี้ออกอากาศที่เกาหลี
พอเราได้เห็นความสวยของมัน เราก็ได้แวะไปที่นั่น ตอนนี้กลายเป็นวัดที่เราและกลุ่มเื่พื่อนไปกันบ่อยมากๆ
มันร่มรื่นจริงๆ และมันก็สวยสงบจริงๆ...

แต่...เราไม่ค่อยเห็นภาพสวยๆ ในละครบ้านเราหรอกนะคะ เพราะเขาซูมคนเป็นส่วนใหญ่
อีกอย่างเคยเห็นการถ่ายทำของพวกเกาหลีแล้วอึ้ง เพราะว่า กล้องเยอะมาก มุมนั้น มุมโน้น มุมนี้ หลายตัวมาก
ไม่แค่นั้นนะคะ ยังถ่ายเจาะแล้วเจาะอีก มุมโน้นมุมนี้ ถ่ายเอาทุกมุม
เห็นแล้วแบบ...โห มิน่าเวลาถ่ายออกมาถึงได้มีทุกมุม ตัดต่อออกมาเลยทำได้สวยมาก

แต่เราไม่รู้นะคะว่าบ้านเรามีกล้องถ่ายกี่ตัว (ให้เดาก็คิดว่า คง น้อย...หรืออาจจะมีแค่ตัวเดียว)
แต่เหมือนเคยดูรายการหนึ่งเลยรู้ว่า มีงานของคุณ ศรันยูน่ะค่ะที่กล้องเยอะ
ซึ่งในส่วนตัว ยอมรับว่า รักละครของคุณศรันยูนะ เพราะภาพสวย และเป็นละครที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สูง
(ตามความเห็นส่วนตัว เป่าจินจงเทียบไม่ติดเลย...น่ะ) น่าเสียดายนะคะที่เขาไม่ได้ทำแล้ว...เลยทำให้เราพลาดเรื่องดีๆ แบบนี้ไป


สรุปเราต้องยอมรับว่า ละครไทย คือ ภาพสะท้อนของรูปแบบการดำเนินชีวิตของความเป็นคนไทย
ตราบใดที่เรายังคงเช้าชามเย็นชาม ละเลยกับบางจุด ใส่ใจแต่กับเรื่องที่มันได้เงิน เห็นแก่ตัว
ตราบนั้น ละคร ไทย ไม่มีวัน กระ เตื้อง ได้ ดี ไปกว่านี้
ถ้าจะปรับปรุงมันเป็นไปได้ยาก เพราะมันถูกฝังรกรากมาตั้งนานแล้ว

แต่ขอแนะนำให้ดู ซิทคอมนะคะ 90% ของซิทคอมไทย มีสาระดีๆ แทรกเต็มไปหมดเลยค่ะ
เมื่อก่อนชอบ "บุญดีผีคุ้ม" มาก แต่ก็เข้าใจว่า ตัวละครยังเรียกคนดูได้ไม่ดีพอ
เลยทำให้มันต้องจบไป แต่อยากบอกว่า เรื่องนี้ดีมากจริงๆ...


EDIT : คำผิด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2008, 09:48:49 AM โดย ninda »

ออฟไลน์ ninda

  • *
  • 334
  • 0
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 09:50:51 AM »
ถ้ามันยังอยู่ในระบบเดิมๆ พี่ว่าละครก็คงพัฒนายาก คงต้องลองให้มีค่ายละครในฝันเกิดขึ้นมาก่อนล่ะมั๊ง นานะ ::) ::)

ถูกกกค่ะพี่ เห้นด้วย

รู้สึกตอนนี้เขามีเกี่ยวกับหนังสั้นอยู่

แต่หนูว่า ตราบใดที่ ไม่มีเงินสนับสนุน

ตราบนั้น มันก็ ไม่มีทาง สำเร็จ หรอกค่ะ

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 01:44:35 PM »
สุดยอดดดดดดมากนินดา วิพากษ์วิจารณ์ได้ถึงพริกถึงขิงจริงๆ

ทุกอย่างมันต้องแก้ที่ ตัวบุคคล จึงจะสามารถแก้ไขทั้งระบบได้

ถ้าจะบอกว่าเงินทุน เป็นสิ่งสำคัญในการทำละคร นั่นมันก็ใช่นะ

แต่มันเป็นแค่ส่วนประกอบให้ดูสมจริงเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญมากหรือเป็น หัวใจ

คือ บทโทรทัศน์ ต่างหาก  ละครที่ทำมาทุกวันนี้ เนื้อหา แทบจะไม่แตกต่างจาก

เมื่อสิบยี่สิบปีที่แล้วเลยซักนิด บางทียังคิดว่า ละครแต่ก่อนทำได้สนุกกว่าเด๋วนี้ด้วยซ้ำ

แบบว่าเสียดายเวลาที่ออกอากาศ อ่ะ อย่างรายการสารคดี ที่ดีๆ เวลาออกอากาศ ก็ไม่ดี

ละคร ก็ทำ สุกเอาเผากิน ไม่เข้าใจจริงว่าทำไม ถึงไม่รักความก้าวหน้ากันหรืออย่างไร

ดีแต่ถอยหลังลงคลองแทบทุกวัน ชาวบ้านเค้าไปไหนถึงกันแล้ว

ถ้าจะหวังพึ่งเงินทุนจากรัฐบาล มาช่วยสนับสนุนก็อย่างคาดหวังเลย

ตอนที่เรียนประวัติศาตร์ อเมริกา เค้าก็มีนโยบาย ให้คน ช่วยตัวเองก่อน โอกาสน่ะมีให้เสมอ

อยู่ที่ใครจะไขว่คว้าโอกาส นั้นไว้ได้ ไม่ใช่มัวแต่มานั่งงอมืองอเท้ารอให้รัฐช่วยอย่างเดียว

ผู้ผลิตละคร ก็เหมือนกัน ถ้ามัวแต่หวังพึ่งรัฐอย่างเดียวมันคงไม่ได้ ผู้ผลิตต้องปฏิวัติ ความคิด ตัวเองให้ได้ก่อน

นานะจังรู้ว่าเราไม่มีปัญญา ที่จะ ไปทำ ซีรี่ย์ฟอร์มยักษ์ อย่าง แดจังกึม จูมง หรือ The Legand ได้

แต่ขอแค่เพียง ปรับเปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาบ้าง ไม่ใช่ 20 เรื่อง ก็ทำมาคล้ายกันหมด ไม่เบื่อกันบ้างเหรอ

ตอนแรกก็คิดว่า มีศรันยู นี่แหละ ผู้กับกำกับ และ พระเอกในดวงใจเลย

 ทำละครออกได้ สุดยอด ละเมียดละไมทุกขั้นตอน ตัวละครมีความเป็นมนุษย์ ที่สามารถจับต้องได้

แหวกแนว และคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ได้อย่างงดงาม แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ ธุรกิจ

อยากรู้ว่า แค่ว่า ผู้ผลิตคิดจริงๆหรือว่า คนดูส่วนใหญ่เค้าชอบดูละคร แบบที่ทำๆกันอยู่นี้จริงๆเหรอ

ไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือไง ทุกอย่างมันอยู่ที่เงินอย่างเดียวเหรอ แล้วความตั้งใจที่ดีงาม

ที่จะทำละคร ที่สนุกและแฝงด้วยสาระ ไม่ใช่แบบยัดเยียดอะไรก็ไม่รู้ให้คนดูก็ไม่รู้อย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้

ด้านนักแสดง : หลายคนแสดง ไม่ได้เรื่อง ก็ยังให้มาเล่นอยู่ได้ น่าเบื่อมากมาย

นานะจังเชื่อว่า คนที่งาน ศิลปะ แท้ ที่เกี่ยวกับละคร เงินหาใช่ปัจจัยหลักใหม่ เพราะงานศิลป์จริงๆนั้นต้องมาออกมาจากจิตใจ ที่บริสุทธิ์ ในการสร้างสรรค์งาน ที่ดีออกมาให้แก่คนดูไม่ใช่เหรอคะ

แล้วอีกอยางฝากเตือนคนดู ช่วยเข้ามาทวงสิทธิ์ตรงนี้หน่อยเถอะ ไม่ใช่ว่า เค้าเสนอหรือยัดเยียดอะไรมา ก็รับหมด
ไม่ว่างานนั้นหยาบซักแค่ไหนก็ตาม มีให้ดูก็ดูไป เพราะผู้ผลิตตอนนี้ก็มักจะคิดว่า ถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องดู เปลี่ยนช่องหรือปิดทีวีไปก็ได้ แค่นั้นเอง แต่นั่นมันทางแก้ปัญหาเหรอ แล้วไอ้เริ้ตติ้งละครที่วัดอยู่ทุกวันเนี้ย
ว่าต่ำกว่า 18 ห้ามดู หรือควรมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ หรือดูได้ทุกเพศทุกวัย มันช่วยอะไรได้อ่ะ
ทำไมไม่ทำละครที่คนดูได้ทุกเพศทุกวัยล่ะคะ ผู้ผลิต ขอให้สำนึกไว้ด้วยว่า ละคร นั้นมีอิทธิพลต่อคนดูอย่างมหาศาล
เกินกว่าที่ท่านคิดไว้มาก อย่างละครน้ำดี บางเรื่อง ที่เสนอข้อคิดเตือนใจดีๆไว้ อาจเปลี่ยนชีวติคนๆนึงได้เลย
อย่าคิดว่าสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ไม่มีผลนะคะ มีผลมาก ตอนนี้ประเทศมันแทบจะพังพินาศไปหมดแล้ว
สังคมเหลวแหลกสิ้นดี ผู้ผลิต ก็ยังคงทำละครแบบเดิม ตบตี แย่งชิง เอารัดเอาเปรียบกัน แบบนี้อยู่
แล้วประเทศนี้จะอยู่ได้อย่างไรคะ



ปล.ขออนุญาติเอาข้อความ ของ นินดา ไปโพสลงดีด้าหน่อยนะคะ
เพราะเป็นประโยชน์อย่างมาก


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: ตีแผ่วงการละครไทย คนดูมีสิทธิ์เลือกแค่ไหน
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2008, 10:48:22 PM »
วิจารณ์ได้เร้าใจมากนานะจังไอ้พี่หนีไปชอบดูฟุตบอลต่างประเทศถ่ายทอดสดแทนก็เพราะละครมันเป็นแบบนี้ไง  โดยส่วนตัวไอ้ละครแนวตลาดแบบนี้พี่ไม่ซีเรียสหรอกเพราะคิดว่ามัก็คงมีคนอยู่อีกส่วนนึงที่ยังยึดติดกับละครแนวนี้อยู่(ถ้าจะเยอะอยู่เหมือนกัน)แต่ละช่องถึงได้ยัดเยียดกันแบบนี้แต่ก่อนคูณนพพลจากเป่าจินจงก็พยายามทำละครน้ำดีแนวสร้างสรรค์สังคมออกมาแต่เรตติ้งไม่ดีเพราะเนื้อหาเครียดไปแต่พี่ชอบอุดมการณ์นะถึงจะไม่เคยได้ดูก็เถอะสุดท้ายก็ระเห็ดไปจากช่อง7 เคยได้ยินบทวิเคราะห์ทางวิทยุเค้าว่าพวกเด็กและเยาว์ชนชอบดูฉากข่มขืนที่สุดมันสะท้อนอะไรออกมาบ้างล่ะจากละครที่แต่ล่ะช่องนำเสนอแล้วที่เด็กนักเรียนหญิงทะเลาะวิวาทบทตีกันตามโรงเรียนผลมันก็น่าจะมาจากค่านิยมเอาอย่างละครที่ได้เสพจนติดจากแต่ละช่องอย่างไม่ต้องสงสัยไม่เถียงถ้าจะบอกว่านี่คืออรรถรสของละครแต่เคยได้ยินไหมคำกล่าวที่ว่าละครหรือภาพยนต์ของแต่ละประเทศมันก็คือภาพสะท้อนของสังคมประเทศนั้นๆได้เป็นอย่างดีแล้วสังคมบ้านเราประเทศเราล่ะ...ตบตี..ขัดแย้ง...แกร่งแย่งชิงดีชิงเด่น...มีคดีข่มขืน...โอ๊ยไม่อยากจะบรรยายต่ออีกแล้วที่นินดาบอกว่าเกาหลีเค้ามีดีที่หิมะแล้วประเทศเราก็มีดีที่ทะเลเพราะทะเลเราสวยระดับโลกแต่ละครของเราไม่มีดีพอจะนำละครไปเป็นจุดขายเพื่อให้ต่างระเทศออกมาเที่ยวมาชมประเทศเราอย่างเค้าบ้างได้ยินกระแส J-pop  K-pop แล้วปวดใจทำไมจะได้เห็น T-pop ในตลาดเอเซียแบบเค้าบ้าง