ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

(เล่ห์ริษยา บัญชารักจากปลายฟ้า)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

(เล่ห์ริษยา บัญชารักจากปลายฟ้า)
« เมื่อ: มีนาคม 18, 2014, 02:13:21 PM »
รัตนมาลีผู้ทรงโฉม  (แยม  รุ้งรดา)
งามประโลมโลกหล้าพาหวั่นไหว
เป็นมิ่งแก้วสนิทแนบหฤทัย
วิศรุตเทพไท้จอมจักรา


จันทราเนตรเจ้าเอย (ฟ้า  )
ยากเอื้อนเอ่ยความใน
รักแค้นแน่นหทัย
ซ่อนเอาไว้...ในอุรา

วิศรุตเทพผู้องอาจ  (ต้น  วรานันท์)
สองนุชนาถปรารถนา
ร้อยเล่ห์มนต์มายา
เสน่หามามัดใจ

ปมรักซ่อนปมแค้น
ที่ฝังแน่นในหทัย
จุดจบ...คือความตาย
แม้มิได้อยู่ครอบครอง....  ใน  เล่ห์ริษยา










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 19, 2014, 12:44:01 AM โดย supawadee »

Re: ใหม่ (ยังไม่มีชื่อเรื่อง)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 18, 2014, 11:42:06 PM »
ด้วยบัญชาจากสวรรค์   นำเขาและเธอต้องมาพบเจอกันทุกชาติภพ   

 หนึ่งบุรุษผู้ห้าวหาญ  หนึ่งนางที่อ่อนไหว  และหนึ่งนางที่ต้องการครอบครองดวงใจ

  นำพาซึ่งความรัก  ความขัดแย้ง   ความริษยา

    สู่การช่วงชิง...สูญเสีย..แต่ปาฏิหารย์จะนำพาทั้งเขา
และเธอ 

    กลับมาพบกันอีกครั้ง...

    ต่อให้ข้ามภพข้ามชาติกี่ร้อยปี...

    แม้ต้องพบเจออุปสรรคมากมาย

   แต่ความรักก็ยังคงอยู่  รอวันเคียงคู่ตลอดไป....

เกริ่นนำภาคสองซึ่งเป็นอีกภพชาติของเล่ห์ริษยานะคะ  อยากรู้ที่มาที่ไปก็คอยติดตามต่อไปนะคะ


บัญชารักจากปลายฟ้า

“มะลิจ๋า  น้องมะลิอยู่ไหนจ๊ะ  พี่ตู่มตู๊มมีข่าวดีมาบอก”

 เสียงเรียกจากหนุ่มน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ลูกชายคนเดียวของกำนันธงยศแห่งหนองน้ำใสดังลั่นสวนมะลิ 
 
ขายาวๆที่มาพร้อมกับกางเกงทรงเด็ปสุดฮิตสีแดงแป๊ดนั้น  บาดตาบาดใจผู้พบเห็นอย่างยิ่งไม่รวมกับ

เสื้อลายสก๊อตสีแสบทรวงไม่แพ้กัน  เจ้าตัวจงใจแต่งสุดฤทธิ์ งานนี้มีหวังได้เกิดเป็นแน่    ไม่นานนัก

ร่างสมส่วนของมะลิก็ก้าวพรวดออกมาจากดงดอกมะลิที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วสวน

 “มีอะไรไอ้พี่มะตูมแห้ง   เรียกซะดังลั่น   หูไม่ได้หนวก  จะแหกปากอะไรนักหนา” 

 เจ้าของร่างนั้นเป็นสาววัยรุ่นอายุ  19  ปี   ใบหน้าใสที่มีหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆเกาะอยู่ตามไรผมตรงหน้าผาก

  ดูมีเสน่ห์ให้น่ามองยิ่งขึ้นเมื่อบวกกับผิวหน้าแดงระเรื่ออันเป็นผลมาจากแสงแดดที่แผดเผาในช่วงบ่ายเศษๆ

“คืออย่างนี้จ๊ะ น้องมะลิ  พี่ตู่มตู๊มมีข่าวดีมาบอก    อยากรู้ไหมเอ่ย  ติ๊กต่อก  ติ๊กต่อก “ 

“โอ๊ย!  ไอ้พี่มะตูมจะลีลาท่าเยอะไปทำไมห่ะ   ฉันรอฟังอยู่เนี่ย  รีบพูดมาเร็วๆ  อย่าเยอะ  เดี๋ยวปั๊ด!” 
 
เจ้าคนที่รอฟังอยู่เริ่มจะหงุดหงิดในความเยอะของอีกฝ่าย

“บอกๆ แล้วจ้ะ  คืออย่างนี่นะ  วันนี้น่ะม่ามี๊ ของพี่ตู่มตู๊ม  ไปตลาดได้ยินคนในตลาดเขาพูดกันว่าน้องมะลิได้โควตาไปเรียนเกษตรที่เจียงใหม่นู้นน่ะเจ้า   อีปี๊ก็เลยรีบมาบอกอีน้องนี่กะเจ้า”

“โถ่!  นึกว่าเรื่องอะไร  ฉันรู้ตั้งนานแล้วย่ะ  และเนี่ยก็เตรียมตัวแล้วด้วย  กะจะไปดูสถานที่ก่อนเปิดภาคเรียน “

“หมายฟามว่า  น้องมะลิจะไปเจียงใหม่แล้วกะ   โอ๊ยๆๆๆ   อกพี่ตู่มตู๊มร้าวระบม  พี่คงคิดถึงน้องมะลิมาก 
 
อยากจะตามไปด้วยเลยเนี่ย” 

คนพูดใส่ลีลาแอคชั่นเต็มที่  บรรดาท่าที่คิดว่าหล่อ เก๋ เท่ห์ สมาร์ททั้งหลายถูกนำมาโพสประกอบการพูดไปด้วย

 จนคนดูชักจะเอือมในความเยอะของคนที่คิดว่าตนเองหล่อที่สุดในหนองน้ำใส 

“ เอ่อ  ไอ้พี่ตูม แกอย่าเยอะได้ไหม  ฉันไปเรียนนะไม่ได้ไปเที่ยว อีกสี่ปีฉันก็จะกลับมาที่หนองน้ำใสนี่แหละ “

“กลับมาจริงๆนะน้องมะลิ  แม่ยอดยาหยีของพี่  พี่ตู่มตู๊มจะเก็บถนอมดวงใจไว้รอ”   

“เออ...แกบ้ารอไปคนเดียวเหอะ ไอ้พี่ตูม  แล้วเนี่ยที่มานี่นอกจากเรื่องนี้แล้วมีอะไรอีกไหม”

“มีซิจ๊ะ ก็พี่ตู่มตู๊มไม่มีอะไรจะให้เป็นของแทนใจแทนกาย  มีแต่แหวนวงนี้  เป็นแหวนตั้งแต่คุณทวดของคุณ

ทวดและคุณทวดอีกที สืบทอดมาหลายร้อยปีเลยนะพี่ให้น้องมะลิแทนแหวนเพชรเม็ดงามไว้ก่อนนะ  ไว้พี่รวย

เมื่อไหร่  น้องมะลิกลับมาพี่จะให้พ่อกำนันไปสู่ขอกับพ่อผู้ใหญ่นะจ๊ะ”

 มะตูมถอดแหวนที่ใส่ติดนิ้วมาตลอดให้กับสาวเจ้า   มะลิลามองแหวนรูปทรงแปลกตานั้นอย่างสนใจ  ทั้งที่ไม่

อยากรับของจากคนอื่น  แต่ทว่าเมื่อได้เห็นแหวนวงนี้ มิรู้ว่าความดีใจมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร  ความรู้สึก

เหมือนกับได้เจอสิ่งที่ตามหามานาน  จนเผลอหยิบแหวนนั้นมาเพ่งพิศดู   ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตตัว
หลวมนั้น 
“ขอบใจนะ  ฉันไม่อยากให้พี่มะตูมเสียน้ำใจ ก็จะรับไว้ก็แล้วกัน  กลับมาฉันจะเอามาคืนพี่ “

 คนหล่อประจำหมู่บ้านยิ้มแป้นอารมณ์ดี 
 
“น้องมะลิ จะไปวันไหนเหรอ”

“ฉันเก็บของเรียบร้อยแล้ว  เดินทางพรุ่งนี้เลย  ก็อีกแค่สองอาทิตย์มหาลัยก็เปิดแล้ว”

“อย่าลืมเขียนจดหมายมาหาพี่บ้างนะ  หรือจะโทรเข้ามือถือพ่อกำนันก็ได้นะ “

“ฉันมีโทรศัพท์ที่ไหนกันล่ะ  เออๆๆ  เดี๋ยวฉันจะส่งข่าวก็แล้วกันนะ  ว่าแต่ทางนี้ฉันฝากพ่อกับแม่ด้วยนะ และก็

ฝากสวนมะลิด้วย “

“ได้ซิจ๊ะ แค่นี้ตู่มตู๊มทำได้  สบม. สบายมาก”

ค่ำคืนนี้ พระจันทร์เหลือเพียงแค่เสี้ยว  แสงดาวระยิบระยับประดับประดาทั่วท้องฟ้า  ณ  ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

มะลิลายืนเหม่อลอยอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ          ลมพัดพาความเย็นฉ่ำจากกระแสน้ำยามค่ำคืนโชยมาปะทะ

ใบหน้าใสนั้นเป็นระลอกๆ  กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิและดอกราตรีที่บานสะพรั่งจนขาวโพนอยู่ในสวน

ลอยมากับสายลมจนเจ้าตัวเผลอสูดเอากลิ่นหอมนั้นอยู่หลายครา   ท่ามกลางความเงียบสงัดหญิงสาวเผลอ

ปล่อยความคิดจมดิ่งไปไกลแสนไกล  ก่อนจะยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงชื่อของตนที่แม่ดอกคูณของเธอบอกว่า

ไพเราะนักหนา  และไม่มีซ้ำกับใครๆอย่างแน่นอน   นางสาวมะลิลา  รักสงบ  ทั้งชื่อและนามสกุลของเธอ

อาจจะฟังดูเชยๆ  แต่ก็มีที่มาที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว   เมื่อครั้งแม่ดอกคูณแพ้ท้อง  ก็ร่ำร้องอยากกินแต่

ดอกมะลิ  ทุกเช้าเมนูสุดโปรดเป็นอะไรไปไม่ได้  นอกจากเมนูที่มีส่วนผสมของดอกมะลิ   

พ่อผู้ใหญ่กลัวว่าเมียรักจะได้รับสารพิษตกข้างจากยาฆ่าแมลงในดอกไม้จึงเอามะลิมาปลูกเอาใจเมียเสียเอง   

และเมื่อมะลิลาออกดอกหอมกรุ่นทั่วสวน  แม่ดอกคูณก็จะไปเด็ดมาเจียวไข่บ้าง แกงส้มบ้าง  ชุบแป้งทอดบ้าง 
               
ผัดน้ำมันหอยบ้างหรือเอาไปยำบ้าง สารพัดเมนูที่ล้วนแต่มาจากดอกมะลิ  ซึ่งทุกๆ วันร่างอวบอ้วนอุ้ยอ้ายจะ

มาเดินเล่นที่สวนมะลิ   จนกระทั่งเจ็บท้องคลอดแม่ดอกคูณก็เป็นเอามาก  ดึงดันจะคลอดในสวนมะลิท่าเดียว

และก็มหัศจรรย์เสียจริงด้วยเด็กหญิงตัวน้อยคลอดเองโดยธรรมชาติในสวนดอกมะลิ  “มะลิลาลูกพ่อ 

ชื่อนี้เหมาะแก่หนูมากที่สุดเลย”  นี่คือเรื่องราวที่เธอได้รับรู้จากผู้เป็นพ่อกับแม่  ดังนั้นชีวิตของเธอก็ยังคงผูกพัน

กับดอกมะลิและสวนดอกไม้มากมายภายในบ้านสวน   มะลิลายิ้มคนเดียวจนแก้มปริเธอแอบภูมิใจกับชื่อที่ไม่

เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนนั้นอยู่ลำพัง   ใกล้ฤดูฝนแล้วความชุ่มฉ่ำสดชื่นของต้นไม้ในบ้านสวนหลังเก่า   

ที่เป็นทรงไทยโบราณยกสูงยังโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์   ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก   แต่ชีวิตความเป็นอยู่

ของผู้คนที่นี่กลับเรียบง่ายคนที่นี่สัญจรทางเรือเป็นส่วนใหญ่   ดังนั้นทุกๆบ้านจึงมีศาลาท่าน้ำสำหรับขึ้นลงเรือ

 หญิงสาวเหม่อมองไปยังต้นลำพูสูงเด่นที่พลิ้วไหวตามแรงลม  หิ่งห้อยตัวน้อยเปล่งแสงวิบวับอยู่บนกิ่งลำพู   

ทำให้คนมองเผลอนึกไปถึงความรักของพ่อดอกมะลิกับแม่อังศุมารินอันเป็นตำนานรักอัมตะนิรันกาลที่เล่าสืบทอดกันมา   

 “เฮ้อ... ฉันจะเจอคนที่รักฉันจริงอย่างแม่อังไหมหนอ...มะลิลาเจ้าเอ๋ย”  เจ้าตัวหลับตาอธิษฐานใต้ต้นลำพูริมสายน้ำนั้น   

“ขอให้ได้เจอเนื้อคู่ของมะลิลา   ขออย่าให้มะลิลาดอกนี้ต้องแห้งเหี่ยวรอคอยความรักอีกเลย  ฉันไม่อยากรออีกแล้ว  มันเหมือนตกอยู่ในความทุกข์ทรมานมานานแสนนานยังงัยก็ไม่รู้

  เมื่อไหร่ความรู้สึกนี้จะลบออกไปซะที  เฮ้อ...สาธุ...ลูกขอให้เจอคนที่ลูกฝันถึงทุกครั้งที่หลับตานอน   ขอให้เห็นดวงหน้าดุแต่แววตาอบอุ่นนั้นเสียที..”   

“มะลิเอ๊ย  มานอนเถอะลูก  พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า “  เสียงแม่ดอกคูณแม่ของเด็กสาวร้องเรียกบุตรสาวคนเดียวให้กลับขึ้นบ้าน

“จ้าแม่”  หญิงสาวจำต้องอยู่ความคิดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินตัวปลิวขึ้นบ้านและเข้าห้องนอนจนหลับไปด้วยความสุขดังเช่นทุกๆ วัน


     แว่วเสียงไก่ขันปลุกแต่เช้าตรู่ดังก้องไปทั่วคลุ้งน้ำ   มะลิลารีบเด้งตัวตื่นจากที่นอน แล้วผลัดเปลี่ยนผ้าผ่อนลงมาอาบน้ำที่ท่าน้ำ 

ความเย็นของสายน้ำสัมผัสผิวกายทำให้เจ้าตัวรู้สึกความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที 

วันนี้แล้วซินะที่มะลิลาต้องจากบ้าน จากสายน้ำที่เป็นดังชีวิตของเธอ  กว่าจะได้กลับมาก็อีกตั้งสี่ปี  คิดถึงต้นลำพูคิดถึงสวนมะลิจังเลย...


“เอ๊า...พร้อมรึยังลูก ลุงกำนันกับป้าสมใจ และพี่มะตูม  มาคอยนานแล้วนะ อ้อ! แสงเดือนก็มาด้วย”

แม่ดอกคูณบอกกับลูกสาวหลังจากที่เจ้าตัวแต่งชุดเตรียมพร้อมเดินทาง  หากแต่ยังมัวอ้อยอิ่งอยู่กับหน้าต่าง

ห้องนอนที่มองออกไปเห็นสวนมะลิอยู่ท้องร่องหลังบ้าน   เธออยากซึมซับภาพความทรงจำนี้ไว้นานๆ 

เสียงเรียกของผู้เป็นแม่ปลุกลูกสาวให้ตื่นจากภวังค์  “เรียบร้อยแล้วจ้าแม่”

เช้านี้คนที่รักเธอมากมายตามมาส่งเธอถึงสถานีรถโดยสารที่กรุงเทพฯ  ข้าวของมากมายที่บรรดาพี่ป้าน้าอา


บ้านใกล้เรือนเคียงนำมาฝาก  ทั้งปลาแห้ง  กล้วยตาก    ที่จัดใส่ชลอมให้เธออย่างดี มะลิลามองทุกๆคน

อย่างขอบคุณ  ก่อนจะเข้าไปกอดผู้ใหญ่ดอกรักผู้เป็นพ่อและแม่ดอกคูณของเธอ   “พ่อจ๋า แม่จ๋า  หนูไปแค่สี่ปี

เองจ้า  เรียนจบแล้วหนูจะกลับมาดูแลสวนของเรา  พ่อกับแม่ดูแลตัวเองด้วยนะจ๊ะ”  รอยรื้อของน้ำตาที่คลอ

เป้าตาอยู่พาลจะไหลเสียให้ได้  หากแต่ผู้เป็นพ่อรีบเปลี่ยนสถานการณ์เศร้าให้เป็นครื้นเครงทันที  “เอ..อย่าขี้แย

ซิเจ้ามะลิลูกพ่อ  แกต้องยิ้มเข้าไว้  เข้มแข็งและดูแลตนเองนะลูก”


“จ้าพ่อ   หนูฝากพ่อดูแลแม่และก็สวนมะลิของหนูด้วยนะ”

“เอ้อ..เอ็งไม่ต้องเป็นห่วงหรอก  พ่อจะดูแลให้อย่างดีเลย”

จากนั้นเจ้าตัวก็หันมากราบลาผู้ใหญ่ที่มาส่งทุกคน  ก่อนจะหันมาหาไอ้พี่มะตูมที่วันนี้สวมกางเกงสีเหลืองอ๋อย

ยืนทำตาละห้อยมองอยู่ก่อนแล้ว  “ฉันไปนะไอ้พี่ตูม  แล้วฉันจะส่งข่าวบ่อยๆ อย่าลืมที่ฉันฝากนะ  และก็ดูแล

แสงเดือนเพื่อนฉันด้วย”  สุดท้ายไม่ลืมที่จะฝากเพื่อนรักคู่ซี้อย่างสาวห้าวแสงเดือนที่ยืนสงบเสงี่ยมกว่าทุกครั้ง
 
ทั้งที่รู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ปรับกัน    เพราะมะตูมชอบมาเกาะแกะกวนใจมะลิลาจนทำให้สาวห้าวเพื่อนซี้อย่างแสงเดือนรำคาญจนเกิดวางมวยอยู่หลายครั้ง 
 

เพราะฝ่ายมะตูมก็คิดว่าแสงเดือนเป็นทอมบอยที่คอยหึงหวงมะลิลา   ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่ปรับที่ไม่ลงลอยกันสักครั้ง 
 
“จ้าพี่สัญญาว่าจะทำตามที่น้องมะลิสั่งไว้ทุกอย่างจ้า”

“ฉันไปแล้วนะแสงเดือน  แล้วฉันจะเขียนจดหมายถึงแกบ่อยๆ  ฉันฝากแกดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะ” 

“ได้ซิ  ฉันจะรอแกกลับมานะ โชคดีนะเพื่อน  ฉันรักแกนะ” ทั้งสองเพื่อนซี้โผเข้ากอดกันกลมก่อนที่มะลิลาจะโบกมือลาทุกคนแล้วเดินขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ที่หมาย


อาทิตย์กว่าๆแล้วที่หญิงสาวมาอยู่ที่เชียงใหม่  ช่วงปลายพฤษภาคมจะย่างเข้าสู่ต้นฝน  ใบไม้เริ่มเขียวขจี ดอกไม้งามแห่งเมืองเหนือเบ่งบานทั่วเมือง 

 สีเหลืองของสุพรรณิการ์แกมกับสีม่วงของตะแบกที่อยู่สองข้างทางแลดูสดใส  หญิงสาวยืนกอดอกอยู่ระเบียงบ้านพัก

  เธอมาเช่าบ้านหลังเดี่ยวอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย  มะลิลาไม่ได้อยู่หอพักภายในมหาวิทยาลัยด้วยเพราะเธออยากมีเวลาส่วนตัว 

บ้านหลังนี้มีเนื้อที่กะทัดรัดเหมาะที่เธอจะปลูกต้นไม้  ดังนั้นทันทีที่ย้ายเข้ามามะลิลาจึงนำดอกมะลิมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน   ต้นดอกปีบแผ่กิ่งก้านปกคลุม

ให้ร่มเงาร่มรื่น   ม้าหินอ่อนเล็กๆหน้าบ้านนั้นมีร่างกลมปุ๊กลุ๊กของกรันเกราเพื่อนใหม่ของเธอ  เธอรู้สึกถูกชะตาทันทีที่พบเจอกันบนรถโดยสารประจำทางจากกรุงเทพฯถึงเชียงใหม่     

เมื่อพูดคุยสอบถามจึงได้รู้ว่าเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันแถมเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันเพียงแต่ต่างคณะกันเท่านั้น     

ด้วยเหตุนี้ทำให้ทั้งคู่ยิ่งถูกใจกันไปใหญ่  จึงตกลงมาหาบ้านพักอยู่ด้วยกัน   กรันเกรานั้นเรียนเศรษฐศาสตร์ เพราะที่บ้านของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า 

 เธอเป็นคนอารมณ์ดี ชอบกินจุกจิก ส่งผลให้ร่างของเธอกลมปุ๊กลุ๊กดังที่เห็น    มะลิลาเหม่อมองไปยังตึกสูงอันเป็นคอนโดหรูสามชั้นที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าสิบเมตร 

ซึ่งเป็นที่พักของผู้มีอันจะกินหรือเรียกว่าระดับเศรษฐีเลยทีเดียว  เธอสังเกตว่ารถหรูหลายสิบคันจอดใต้คอนโดนั้น  บ่งบอกว่าผู้ที่อยู่นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ 

“ไอ้ลิ  มากินมะม่วงน้ำปลาหวานเร็วๆ  อร่อยมากเลย”  เสียงชักชวนของกรันเกราเพื่อนสาวที่นั่งเคี้ยวมะม่วงตุ้ยๆอยู่อย่างเอร็ดอร่อย 

มะลิลามองแล้วน้ำลายสอตาม  ก่อนจะเดินมานั่งกินกับเพื่อน


“เย็นนี้เราไปเดินเล่นกันนะ  ฉันอยากก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ”

“ก็ได้  แต่ไม่กลับค่ำนะ   พรุ่งนี้ที่คณะฉันมีนัดรวมรุ่นน้องใหม่ปีหนึ่ง”


“ตกลง  แหม เธอนี่นอกจากจะสวยแล้วยังใจดีอีกนะเนี่ย  สงสัยเปิดเรียนวันแรกมีรุ่นพี่มาจีบแกตรึมแน่เลย  พูดแล้วอิจฉาว่ะ  อยากสวยและผอมเพรียวเหมือนแกจังเลย” 

คนพูดพูดด้วยความชื่นชมจากใจจริง  พูดพลางหยิบของกินใส่ปากไม่ยอมหยุด  จนทำให้อีกคนอดแขวะเพื่อนไม่ได้

“อยากสวยผอมเพรียวก็หยุดกินซิจ๊ะ  ถ้ากินแบบนี้ขึ้นปีสี่แกกลิ้งเป็นโอ่งราชบุรีแน่เลย”

“ว้าย! หยาบคาย  แกว่าฉันอ้วนเหรอ  อย่างนี้เขาเรียกว่าอวบอิ่มจ๊ะ  เข้าใจใหม่ด้วยนะ”   

 คนพูดค้อนปะหลับปะเหลือกให้กับเพื่อนสาว  ทำให้มะลิลาหัวเราะลั่นอย่างกลั้นไม่อยู่กับท่าทางของเพื่อนของเธอ


เช้าวันเปิดเรียนฝนดันตกลงมาปรอยๆตั้งแต่ค่อนคืนจนถึงเช้า  มะลิลาในชุดกระโปรงจีบรอบกับเสื้อนักศึกษาสีขาวดูสดใสสมวัย 

วันนี้มะลิลาตั้งใจจะออกจากหอพักแต่เช้าเพื่อไปเตรียมร่วมกิจกรรมรับน้องตามด้วยการจับสลากน้องรหัส  แต่ฝนเจ้ากรรมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะไม่หยุดตก  โชคยังดีหน่อยที่มันหยดแค่ปรอยๆ   

เธอหยิบเอาร่มแล้วปั่นจักรยานออกจากบ้านอย่างช้าๆ เพราะเกรงว่าการขี่จักรยานโดยใช้มือจับข้างเดียวนั้น

จะทำให้การควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควร   เมื่อรถจักรยานเข้าไปจอดในที่สำหรับจอดรถจักรยานเรียบร้อย

 มะลิลา รีบเดินมายังหอประชุมที่ใช้รวมรุ่นน้องปีหนึ่ง  หญิงสาวหยุดสำรวจความเรียบร้อยของตนเองอยู่ริมถนนใกล้ๆ หอประชุม 

 เจ้าตัวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนใหม่และได้เป็นนักศึกษาเต็มตัวเป็นวันแรก     

เมื่อคืนนี้เจ้าตัวตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ  สาวน้อยที่เพิ่งจะเข้ามหาลัยแอบฝันว่าวันแรกนี้ เธออาจจะเจอเนื้อคู่เหมือนที่วาดหวังก็เป็นได้   

ก็ในละครทีวีที่เธอชอบดูนักหนาพระเอกนางเอกมักจะมีอดีตรักในวัยเรียน  ไม่เจอกันตอนเรียนมหาลัย  ก็เจอกันตั้งแต่ตอนเด็กๆ  และผูกพันเป็นความรัก...

”ว้าว! โรแมนติกโคตรเลย   ขอให้เขาคนนั้น  หล่อ  รวย  เพอร์เฟคด้วยเถิด  สาธุ! “  สิ้นสุดคำอธิษฐาน   

ย่ามสีหม่นถูกสะพายไว้ที่ข้างลำตัว  มือเล็กกระชับสายย่ามก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ  ก่อนที่ขาเรียวเล็กจะก้าว

ไปข้างหน้าอย่างมาดมั่น    รถบีเอ็มคันหรูขับเข้ามาอย่างเร่งรีบไม่ทันได้ดูว่ามีน้ำขังอยู่ที่พื้นถนน  จึงทำให้น้ำนั้นกระเด็นไปยังคนที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปหอประชุม 

ชุดนักศึกษาขาวสะอาดบัดนี้เลอะเทอะไปด้วยน้ำที่ขังอยู่พื้นถนน   มะลิลายืนอึ้งอยู่นาน ก่อนจะสบถออกมาอย่างยั้งไม่อยู่

 “ไอ้บ้าเอ๊ยจะรีบไปหาสวรรค์วิมานอะไรวะ ไม่ดูตาม้าตาเรือ  หมดกันฉัน  ทำไมโชคร้ายอย่างนี้วะ  ไอ้ลิ”
   

ภูริชเหยียบคันเร่งเต็มที่  เพื่อมาส่งน้องสาวเข้าหอประชุม       ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับไปประชุมที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางเมืองเชียงใหม่ 

 ทุกครั้งที่ต้องมาติดต่อธุรกิจที่เชียงใหม่     เขาก็จะนั่งเครื่องมาและมาพักที่คอนโดหรูของน้องสาว  พร้อมกับใช้รถของน้องสาวสำหรับเดินทางติดต่อธุระทุกครั้ง 

วันนี้เขานัดมิสเตอร์เดวิด  หุ้นส่วนทางธุรกิจที่มาพักผ่อนที่เชียงใหม่   สายมากแล้วจึงทำให้ต้องเร่งเวลาเพราะไม่อยากผิดเวลานัด 
 
เขาจึงได้เห็นว่าตนเองขับรถไปเหยียบเอาน้ำที่เจิ่งนองบนพื้นถนนกระเด็นไปโดนคนเดินเท้าเข้าอย่างจัง

ซึ่งมองจากกระจกหลังก็รู้ว่าคู่กรณีนั้นเต้นเป็นเจ้าเข้าและก็คงกล่าวสรรเสริญอวยพรเขาซะจนไม่มีชิ้นดีเป็นแน่ 

“พี่ภู  รีบๆหน่อยอย่าไปสนใจเลยเขาไม่เป็นไรซะหน่อยแต่พีซนี่จะโดนรุ่นพี่เล่นงานถ้าหากเข้าห้องประชุมช้าเป็นหนึ่งในสามคนสุดท้าย  พีซอาย ไม่เอานะ  ไปเลยๆ”

เสียงรบเร้าของน้องสาวทำให้เขาต้องเสียมารยาทที่จะจอดรถเอ่ยปากขอโทษคู่กรณีผู้โชคร้ายคนนั้น  ชายหนุ่ม

จอดรถข้างหอประชุม  ก่อนที่น้องสาวที่ค่อนข้างเอาแต่ใจแต่ขี้ประจบจะลงไปจากรถและไม่ลืมกล่าวลาพี่ชาย

“เย็นนี้พีซจะรอนะคะ  เดี๋ยวพีซโทรหา มารับพีซด้วยนะคะ”

“โอเค จ๊ะ “  รถคันสวยเคลื่อนออกไปเวลาเดียวกับที่เจ้าของร่างเปียกปอนนั้นจะวิ่งมาถึง  มะลิลาวิ่งเข้าหอประชุมโดยมีพีซหรือพีชญา   ธีรรัตน์มนตรี   

ลูกสาวเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทยวิ่งตีคู่กันเข้าไปภายในหอประชุม  ที่บัดนี้มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องคับคั่งไปหมด
 
“หยุด!”  ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่ร่างของทั้งสองที่หยุดเบรกกะทันหันราวกลับมีดิสเบรคอย่างดี

 “น้องสองคนน่ะมาช้า  ออกมายืนข้างหน้า”

มะลิลาพ่นลมออกจากปากอย่างเสียความรู้สึกเช่นเดียวกับพีชญาที่บ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่คนเดียว  ก่อนทีจะก้าวไปยืนข้างหน้าคู่กัน   

สภาพของคนที่เพิ่งโดนสาดน้ำหลังผ่านสงกรานต์นานเป็นเดือนยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างหน้าไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตกน้ำ   

ส่วนอีกมุมคือภาพคุณหนูขาวีนแสนสวยที่ยืนเป็นตุ๊กตาเซรามิคเคลือบที่แสนจะบอบบางน่าทนุถนอม 

“น้องชื่ออะไรกันบ้าง  รายงานตัวซิ”  เสียงรุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้าคณะ  สั่งเสียงเข้มและหนักแน่นจนทำให้สองสาวหน้าจ๋อย 

ก่อนจะชำเลืองมองอีกฝ่ายเป็นเชิงบอกว่าเธอก่อนซิยะ  มะลิลาจำต้องก้าวมาข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวก่อนจะเอ่ยรายงานตัวดังๆ   ด้วยถ้อยคำชัดเจน   

“สวัสดีค่ะ  ชื่อมะลิลา   รักสงบค่ะ”   สิ้นเสียงรายงานตัวทั้งชื่อและนามสกุลที่เป็นจุดเรียกความสนใจจากทุกๆคนก็มีเสียงครางหือ  ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียง

หัวเราะบ้างรอยยิ้มบ้าง  ที่ทำเอามะลิลาชักเริ่มประหม่าสูญเสียความมั่นใจ  ซึ่งเจ้าตัวก็รีบเก็บอาการด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะนับหนึ่งถึงสาม   ก็ไม่หยุด  ยังคุยกัน 

ยังตลกขบขันเกี่ยวกับชื่อของเธออีก  หึ่ม!  ยังอีก  ยังไม่หยุดอีก....ไม่ไหวแล้วโว้ย....


“ไม่ทราบว่าฉันชื่อมะลิลานี่มันตลกตรงไหน  หน้าฉันเหมือนน้าเท่งน้าโหน่งเหรอ หัวเราะกันจัง ชื่อแบบนี้มันไปหนักส่วนไหนของใครไม่ทราบ”


 เสียงแข็งกร้าวแววตาเอาเรื่องบวกกับท่าทางมือเท้าสะเอวนั้น  ก็พอจะปรามๆเสียงหัวเราะลงได้มากโข          ทุกสายตาจึงมาจับจ้องที่แม่เสือปีหนึ่งนามว่ามะลิลาเป็นตาเดียว 

ไม่เว้นแม้แต่พีชญาที่มองด้วยความรู้สึกทึ่ง 

“โห!  เจ๋งสุดยอดว่ะ  เธอมั่นมากกล้ามากเลยยัยนี่” 
 
“เอาล่ะๆ   ตามกติกาคนที่มาช้าสามคนสุดท้ายต้องโดนลงโทษตามข้อตกลง   ไหนน้องตุ๊กตาบาร์บี้รายงานตัวซิ”

รุ่นพี่บอกให้คุณหนูพีชญารายงานตัวต่อ  คุณหนูไฮโซเชิดคอตั้งตรงก่อนจะเอ่ยเสียงหวานกังวาน

“สวัสดีค่ะ พีชญา    ธีรรัตน์มนตรี   ค่ะ”  สิ้นเสียงรายงานตัวก็ตามมาด้วยเสียงครางโอ้โฮ!  ตามด้วยรอยยิ้มชื่นชมของบรรดาหนุ่มๆ  และแววตาอิจฉาของบรรดาสาวๆ     

ด้วยชื่อและนามสกุลก็บ่งบอกว่านี่คือทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทยและนี่คือคุณหนูไฮโซในวงการผู้ดีตัวจริง   

 พีชญายิ้มภูมิใจกับเสียงชื่นชมนั้น  ก่อนที่รุ่นพี่จะพูดต่อไปก็มีอีกหนึ่งเสียงที่ขัดขึ้นพร้อมด้วยร่างสูงวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ด้านหน้าข้างๆสองสาว

“รอด้วยครับ  ผมนายโรมรัน   พงษ์ปัญญาวิทย์  ครับ”  รายหลังก็มีเสียงฮือฮาไม่แพ้กันก็นามสกุลคนดังทั้งนั้น  นี่ก็ทายาทเจ้าของรีสอร์ทชื่อดังหลายแห่งในเมืองไทย     
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2014, 02:44:56 AM โดย supawadee »

ออฟไลน์ seray

  • *
  • 41
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: ใหม่ (เล่ห์ริษยา บัญชารักจากปลายฟ้า)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 19, 2014, 12:38:42 AM »
สู้ๆน้าาา  :icon_neutral: :icon_neutral:
ดอกไม้งาม...อยู่ในป่า

Re: (เล่ห์ริษยา บัญชารักจากปลายฟ้า)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 05, 2014, 01:32:04 AM »
       ทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์วงการธุรกิจและข่าวซุบซิบไอโซ มักจะปรากฏชื่อพร้อมกับหน้าตี๋หล่อคนนี้อยู่ประจำ จึงไม่แปลกที่ทั้งหอประชุมจะครางฮือพร้อมกันเมื่อได้เจอตัวเป็นๆ ของสองทายาทมหาเศรษฐีแบบเป็นๆอย่างนี้
 
ดังนั้นทั้งสาวๆ รุ่นน้องและสาวๆ รุ่นพี่จึงพากันยิ้มปลื้มกับความหล่อใสน่ารักของหนุ่มน้อยไฮโซกันยกใหญ่   คุณหนูพีชญา และนางสาวมะลิลาต่างหันมามองเพื่อนหนุ่มที่วิ่งเข้ามาเป็นคนสุดท้ายพร้อมกัน  ร่างสูงผิวขาว

และดวงหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นดูมีเสน่ห์อย่างมาก  ผู้ชายคนนี้เวลายิ้มแล้วทำให้โลกแทบจะละลาย

“เฮ้อ!  ผู้ชายอะไรหล่อโฮกเลยแฮะ” คุณหนูพีชญาแอบคิดในใจด้วยความปลื้มหนุ่มที่เข้ามาใหม่เต็มที่มะลิลารู้สึกสะดุดตากับแววตาขี้เล่นและดูอบอุ่นนั้นอย่างบอกไม่ถูก เธอเผลอยิ้มตอบเมื่อโรมรันส่งยิ้มมาให้อย่างมีไมตรี

“เอาล่ะ   สรุปว่าพวกน้องสามคนมาสาย   พี่จะลงโทษทั้งสามคนที่ไม่รู้จักรักษาเวลา”   

เสียงรุ่นพี่คนเดิมพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบของหอประชุม  สามหนุ่มสาวต่างพร้อมใจกันหันมาตามทิศทางของเสียงนั้นอย่างพร้อมเพรียง

“แต่ ก่อนที่จะให้บทลงโทษกับน้องๆ  วันนี้เรามีกิจกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของรุ่นพี่รุ่นน้องพี่จะให้น้อง ๆ ทุกคนได้ตามหารหัสที่ห้อยคอตัวเองอยู่ ซึ่งมันจะตรงกับรหัสของพี่ๆปีสอง  เมื่อเจอแล้วให้น้องเข้าไป

แนะนำตัวทำความรู้จักคุ้นเคย เพราะนั่นคือพี่รหัสผู้ซึ่งจะคอยดูแลช่วยเหลือและให้คำปรึกษาน้องเมื่อน้องก้าวเข้ามาเรียนที่คณะของเราและน้องๆทุกคนก็จะมีรหัสของบั๊ดดี้ด้วย  น้องๆ จะต้องเป็นผู้ที่เข้าไปทำความรู้จักคุ้นเคย

กับเพื่อนใหม่ด้วยตนเอง  ซึ่งอาจจะจับเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มสามคนก็ไม่ผิด    กิจกรรมที่ว่านี้ให้เวลาจนถึงบ่ายสี่โมงเย็น  เราจะมารวมที่หอประชุมอีกครั้ง    น้องๆเข้าใจกันนะครับ”   เมื่อจบคำอธิบายอันยาวเหยียดของรุ่นพี่ 

มะลิลาก็เริ่มดูรหัสที่ห้อยบนคอของตนเอง

“พี่รหัส  เฮ้อ!   จะหาเจอไหมเนี่ยมะลิเอ๊ย..”

“อ้อ!  น้องสามคนหลังจากเสร็จกิจกรรมแล้วให้มารอพบพี่ที่นี่  เพราะพี่มีกิจกรรมดีๆที่จะให้น้องทำ”

“ให้มารอพบหลังบ่ายสี่โมงเย็นเหรอคะ”     พีชญารีบถามเพราะจำได้ว่าเมื่อเช้าเธอนัดพี่ชายให้มารับเวลาสี่โมงเย็น 
“ใช่ครับ   มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ “
“ดีแล้วครับเชิญน้องๆไปค้นหารหัสของตนได้แล้วครับ”     

ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันไป  เกือบเที่ยงมะลิลาจึงตามหาพี่รหัสของเธอเจอ  ซึ่งพี่รหัสนั้นเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดีรูปร่างเก้งก้าง  คุยเก่งชื่อพี่จ้อ หรือชื่อจริงคือจีรเดช   พี่จ้อของเธอพามาเลี้ยงข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร ทั้งคู่พูดคุยกัน

อย่างสนิมสนมเพราะพื้นเพไม่แตกต่างกัน และชอบต้นไม้เหมือนกัน   หลังจากที่ได้เจอพี่รหัสแล้วก็ถึงเวลาหาบั๊ดดี้ของเธอต่อ  มะลิลาแอบมานั่งที่ใต้ต้นหูกวางโดยมีหนึ่งหนุ่มกับหนึ่งสาวนั่งอยู่ก่อนแล้ว
 
“เธอ ๆ  เจอพี่รหัสหรือยัง”  เสียงพีชญาเอ่ยถามขึ้นมาก่อน

“เจอแล้ว  เธอล่ะเจอหรือยัง”

“เจอแล้ว  แต่ยังหาบั๊ดดี้ไม่ได้เลย “

“เหมือนกันเลยครับ  งั้นเราสามคนมาจับกลุ่มกันดีกว่าไหมจะได้ไม่ต้องตามหาให้เหนื่อย  เราก็นั่งคุยทำความรู้จักกันไปในตัวเลยงัย  ไม่เสียเวลา”  โรมรันเสนอความคิดเห็นซึ่งสองสาวต่างเห็นว่าเป็นการดี ทั้งสามจึงนั่งพูด

คุย  เรื่องราวและชีวิตของตนเองให้เพื่อนใหม่ได้รู้การแลกเปลี่ยนพูดคุยทำให้ทั้งสามสนิทและคุ้นเคยกันอย่างง่ายดายและรวดเร็ว  เมื่อมะลิลาเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของเธอจบ ทั้งพีชญาและโรมรันต่างรู้สึกชื่นชอบชีวิต

ที่เรียบง่ายและมีความสุขของเธอ 

“ปิดเทอม  อย่าลืมชวนเราไปเที่ยวด้วยนะ “

“ได้สิ   แต่ตอนนี้ฉันว่าเราไปหอประชุมกันเถอะ”

ทั้งสามเข้าไปในหอประชุมเหมือนเดิมซึ่งเมื่อรุ่นพี่ได้พูดคุยแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อเข้ามาเรียนในคณะนี้และให้ทุกคนได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนใหม่แล้ว ก็ให้รุ่นน้องกลับบ้านพักผ่อน  และให้พีชยา  โรมรัน  มะลิลา  ทำความ

สะอาดห้องน้ำในหอประชุมให้หมด   คุณหนูพีชญาถึงกับหน้าจ่อยเพราะในชีวิตแทบจะไม่เคยทำเลย มะลิลาขัดห้องน้ำด้วยท่าทางคล่องแคล่ว  ยิ่งทำให้ทั้งโรมรันและพีชญาเป็นปลื้มกับเพื่อนใหม่ที่ทำได้แทบทุกอย่างของเธอ


          รถบีเอ็มคันงามมาจอดรอท่าที่ต้นจามจุรีหน้าหอประชุม         ชายหนุ่มมองดูนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า  นี่น้องสาวตัวดีของเขาผิดเวลานัดมาเป็นชั่วโมง  โทรไปก็ฝากข้อความ  ภูริชถอดเสื้อสูท

และเนคไทน์ออกและลงมานั่งรอที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นจามจุรี   

“พีซนะพีซ มัวไปทำอะไรอยู่นะ”   

หนุ่มสาวสามคนก้าวเดินเรียงกันเป็นหน้ากระดาน  โดยมีมะลิลาอยู่ตรงกลางเพื่อห้ามทัพไม่ให้บั๊ดดี้หมาดๆ ทั้งสองคนของเธอปะทะคารมกันอีก    คุณหนูพีชญาแอบลอบมองเสี้ยวหน้าของหนุ่มหน้าตี๋เพื่อนใหม่ของเธอ

อยู่บ่อยครั้ง ทันทีที่ได้เจอหน้าครั้งแรกนั้นเธอรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับเขามานานแสนนาน  อยากจะพูดคุยด้วยดีๆ แต่ก็มีเหตุให้ต้องอารมณ์เสียหงุดหงิดเพราะความปากไม่มีหูรูดและการพูดจาตรงโผงผางของอีกฝ่าย         

ด้านโรมรันนั้นรู้สึกถูกชะตากับมะลิลาเป็นพิเศษ  จนถึงขนาดเอ่ยปากชวนกลับด้วยกัน เป็นผลทำให้คุณหนูคนสวยแอบนอยด์นิดๆ 

“อ้าว! พี่ภู มารอพีซนานแล้วเหรอคะ”  เสียงใสๆเอ่ยทักพี่ชายอย่างประจบประแจงเมื่อสังเกตได้ว่าพี่ชายนั้นหน้าตาบอกไม่สบอารมณ์อย่างมากที่น้องสาวไม่รู้จักรักษาเวลา  พีชญารู้ดีว่าพี่ชายของตนนั้นเป็นคนที่เคร่งในเรื่อง

ของเวลาเป็นอย่างมาก  ทุกอย่างต้องเป๊ะตามแบบฉบับของหนุ่มหล่อไฟแรงสุดยอดผู้บริหารอย่างแท้จริง

“ก็รอนานเหมือนกัน  หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วนี่”

“แหม!  พี่ชายสุดหล่อของพีซ   มานี่ๆ พีซจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่   นี่มะลิ  และนั่น นายกรุงโรมเพื่อนพีซเอง”

“กรุงโรมเหรอ...ชื่อแปลกดีนะ”

“เอ่อ...สวัสดีครับพี่ภู  ผมชื่อโรมเฉยๆครับ  และนี่ก็มะลิครับ  มะลิลา”

ภูริชมองสบตาเจ้าของชื่อที่ดูแปลกๆและเชยๆนั้นอย่างสนใจ  แวบแรกแววตาของชายหนุ่มเหมือนมีแววดีใจพอใจที่ได้เห็นหน้าเพื่อนใหม่ของน้องสาวที่ชื่อมะลิลา    เจ้าของดวงหน้าสวยนั้นยิ้มน้อยๆก่อนจะยกมือขึ้นสวัสดี

อย่างนอบน้อม  และรู้สึกประหม่ากับแววตาคมที่จ้องมองนั้นอยู่พอสมควร

“สวัสดีค่ะพี่ภู ”

“สวัสดีครับ  จะกลับกันยังงัยล่ะ  เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ  พวกเธอมีรถมาไหม”

“ของผมเอารถเครื่องมาครับ  ส่วนมะลิเขาเดินมาเดี๋ยวผมอาสาไปส่งเองครับ”

“ได้งัยล่ะ  ฉันจะไปส่งยายมะลิเอง  จะได้รู้จักหอพักมะลิด้วยงัย”  พีชญารีบชิงตัดบท  เพราะแอบหมั่นไส้ที่โรมรันให้ความสำคัญกับมะลิลามากกว่าตน  เลยต้องแอบดักคอซะเลย

“พี่ภูขา  ส่งยายมะลิด้วยนะคะ  อ้อ!  พี่ภูหิวด้วยนี่ งั้นเราไปทานข้าวกันก่อนนะคะ”  หันมาอ้อนพี่ชายสุดหล่อ

“ได้เลยจ้า  ไปขึ้นรถกัน”

“แต่เราว่า  เดี๋ยวเราจะ..”

“ไม่ต้องเลยยายมะลิ  ฉันรู้ว่าเธอจะพูดว่าอะไร  ไปขึ้นรถเลยไป” 
 
เมื่อเจอเพื่อนรู้ทัน  มะลิลาเลยจำต้องเงียบและก้าวขึ้นรถคันงามที่มีสุภาพบุรุษสุดหล่อเปิดประตูรออยู่  พีชญาและมะลิลาโบกมือลาโรมรันที่ยืนยิ้มแป้นอยู่แล้ว  รถคันงามจึงวิ่งพาสาวน้อยทั้งสองออกจากประตู

มหาวิทยาลัยมุ่งหน้าเข้าไปยังตัวเมือง