ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« เมื่อ: ธันวาคม 24, 2014, 11:58:22 PM »


ติดตามเรื่อง...โม่งป่าได้ เร็วๆนี้









นำแสดงโดย : ศาสตรา ศรีวิไล, สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา

 

**ภาพบางตอนไม่ค่อยชัดภาพมืดบ้างเบลอบ้างต้องขออภัยไว้ก่อนล่วงหน้าคะ ปรับได้เท่านั้นจริง


เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2014, 05:29:09 PM »
ณ เมืองพลีปัท
ภายในห้องเก็บศาสตราวุธ พระมเหสีมัจฉาทรงเล่าเรื่องในอดีตให้พระโอรสไภยทัตฟัง
“"เรื่องที่แม่จะเล่าให้ลูกฟังนี้ มันนานมากแล้ว ตั้งแต่ที่สมันเสด็จตาของลูกยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ตอนนั้นเสด็จตาเก่งกล้ามาก
ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาระรานเมืองของเราจนกระทั่งเสด็จตาสวรรคต เมืองของเราก็ยังอยู่สุขสงบร่มเย็นมาตลอดเพราะทุกคนยำเกรงในอำนาจของเสด็จตา"”









แล้วก็ทรงเปิดหีบที่เก็บดาบแก้วออก
" “แต่ก่อนหน้านั้นเสด็จตาของลูกได้สั่งแม่ไว้"”
... “"อาวุธนี้เก็บไว้ให้หลานของตา จะได้เอาไว้ป้องกันบ้านเมือง เพราะสวามีของเจ้าเป็นผู้ที่ใฝ่สันติ ขอให้หลานของตาทำให้ตาได้ชื่นใจด้วยเถอะ"”...








แล้วพระโอรสไภยทัตก็หยิบดาบขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ " “นี่น่ะเหรอพระเจ้าค่ะ อาวุธ” "
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะแม่ไม่ได้เห็นมันมานานละ” พระมเหสีมัจฉาบอกลูกชายแล้วก็เดินไปดูใกล้ๆแล้วยิ้มออกมา พลันก็มีเสียงฟ้าร้องจนตกใจถอยออกห่างจากดาบแก้ว



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2015, 08:03:41 PM โดย rainbow »
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2014, 09:38:34 PM »
เช้าวันต่อมา ทหารเมืองพลีปัตกำลังฝึกซ้อมการต่อสู้กันอยู่ หมื่นอนุชากับหมู่อาวุธ ฝึกต่อสู้ไปก็ต่างโอ้อวดท่าทางและพาลจะทะเลาะกัน
พอดีไภยทัตเดินถือดาบแก้วเข้ามาทั้งหมื่นอนุชากับหมู่อาวุธก็รีบแยกย้ายไปเข้าเฝ้า







“พระโอรสพระเจ้าค่ะ พระโอรสทรงเจริญวัยมากแล้วนะพระเจ้าค่ะ” หัวหมู่อาวุธนึกว่าพระโอรสถือของเล่น
“แต่ทำไมถึงได้ เอ่อ .... ” หมื่นอนุชาจะถามแต่ไม่กล้า ไภยทัตจึงถามแทน
“ทำไมเหรอ”
“ก็ยังทรงเล่นอะไรเหมือนยังทรงพระเยาว์อยู่พระเจ้าค่ะ” หัวหมู่อาวุธทูลตอบไป








หมื่นอนุชาเห็นพระโอรสมองแต่ดาบแก้วด้วยความอยากรู้ก็ถามไป “นี่อะไรเหรอพระเจ้าค่ะ”
“เนี่ยเหรอ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร แต่เป็นอาวุธของเสด็จตา” ทั้งหมื่นทั้งหมู่เห็นละหัวเราะ
“นี่เหรอพระเจ้าค่ะ อาวุธ ขอข้าพุทธเจ้าชมหน่อยพระเจ้าค่ะ” หมื่นอนุชาขอดูไภยทัตก็ยื่นให้ไป



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2014, 09:43:22 PM โดย rainbow »
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2014, 10:28:28 PM »
ทั้งสองดูแล้วก็พากันวิพากษ์วิจารณ์  “เนี่ยเหรออาวุธของพระบิดาของพระมเหสี”
หมื่นอนุชาพูดไปหัวเราะไป “แปลกนะ” หมู่อาวุธก็วิจารณ์แล้วพากันหัวเราะ อยู่ๆดาบแก้วที่อยู่ในมือหมื่นอนุชาก็ไปตีหัวหมู่อาวุธสองที
“ตีฉันทำไมท่านหมื่น” “ฉันไม่ได้ตีนะมันไปเอง” หมื่นอนุชาเริ่มกลัวๆ








แล้วดาบแก้วในมือหมื่นอนุชาก็แล่นไปตีหัวหมู่อาวุธเอง  หมื่นอนุชาบังคับไม่ได้ก็ปล่อยหลุดมือดาบแก้วลอยขึ้นฟ้าแล้ววกมาทางหมู่อาวุธ
หมู่อาวุธกลัวจนต้องเอามือมาบังพอเห็นดาบนิ่งๆหมู่อาวุธก็รีบวิ่งหนี พระโอรสไภยทัยรู้สึกพอพระทัยที่ได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของดาบแก้ว
แล้วดาบแก้วก็สำแดงอานุภาพ เหล่าทหารพากันหลบ จนสายฟ้าฟาดไปโดนกิ่งไม้ตกโดนหัวหมื่นอนุชาแล้วจึงหยุดสำแดงเดช








ที่อุทยานเมืองพลีปัต ท้าวคีรีทัตทรงพระเกษมสำราญกับบรรดานางกำนัลอยู่ หมื่นอนุชาตาเขียวช้ำ หมู่อาวุธก็ยอกไปทั้งตัว นั่งเข้าเฝ้าอยู่
พระมเหสีมัจฉาเห็นอาการของหมื่นอนุชากับหมู่อาวุธก็คาดโทษพระโอรสไภยทัต
“ไภยทัตลูกนะโตแล้วทำไมลูกชอบเล่นเป็นด็กๆแบบนี้อีก”



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2014, 10:38:39 PM โดย rainbow »
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2014, 10:42:17 PM »
“เล่นแบบเนี้ยเหรอเขาว่าเล่นแบบเด็ก แหม่ หมื่นอนุชากับหมู่อาวุธ บาดเจ็บขนาดนี้เหรอเล่นแบบเด็ก” ท้าวคีรีทัตว่าให้ลูก
“โถ เสด็จพ่อเสด็จแม่ ลูกไม่ได้เป็นคนทำสักหน่อยทำ” คุณท้าวก็รีบกระซะมาใกล้พระโอรสจะมาช่วย แต่ท้าวคีรีทัตไม่เชื่อ
“เห็นไหมละเนี่ย เห็นอยู่อย่างนี้ ถ้าลูกไม่ได้ทำแล้วใครทำ”








“ก็อาวุธของเสด็จตาต่างหากละพระเจ้าค่ะที่ทำหนะ” ไภยทัตทูลตอบตามจริง “แก้ตัวอีก”   ท้าวคีรีทัตยังไม่เชื่อ
แล้วคุณท้าวเฉิดฉันก็เข้ามาปกป้อง “โถ่ ยังทรงพระเยาว์อยู่นะเพคะ”   พระมเหสีเห็นคุณท้าวเฉิดฉันออกโรงแบบนี้ก็ทรงกริ้ว
“คุณท้าวเฉิดฉัน เจ้าน่ะคอยให้ท้ายไภยทัตอยู่เรื่อย”  









คุณท้าวเฉิดฉันได้ยินดังนี้ก็สะดุ้งรีบกระถดถอยไปนั่งที่เดิมไภยทัตเห็นเสด็จแม่โกรธจึงขอโทษ
“ลูกกราบขอโทษเสด็จแม่ที่ทำให้ไม่พอพระทัยต่อไปลูกจะไม่ทำแบบนี้อีกพระเจ้าค่ะ”
“ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”   พระมเหสีมัจฉาตักเตือน ท้าวคีรีทัตได้ยินก็หัวเราะชอบใจ
“มันก็เป็นแบบนี้ทุกทีแหละ แล้วก็ใจอ่อน”  



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2014, 10:46:09 PM โดย rainbow »
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2014, 11:38:47 PM »
พระมเหสีมัจฉาทรงดำเนินมากับท้าวคีรีทัตพลางปรึกษาเรื่องของไภยทัต
“ถ้าขืนปล่อยไว้อย่างนี้ลูกไภยทัตก็เอาแต่สนุกสนานไปวันๆไม่มีความรับผิดชอบอะไรเห็นทีเราต้องทำอะไรสักอย่างนะเพคะ”  
“เห้อ จะให้ลูกทำอะไร พวกศิลปวิทยาก็ม่เห็นต้องไปร่ำเรียนเลยมีของดีออกอย่างนี้แล้ว”    คุณท้าวเฉิดฉันก็รีบทูล
“ถ้าอย่างนั้นคงจะต้องให้มีพระชายาแล้วกระมังเพคะ”    คุณท้าวอีกคนมาห้าม แต่พระมเหสีมัจฉาทรงเห็นด้วย
“ใช่ จะต้องให้ลูกอภิเษก อายุอานามก็สมควรแล้วจะได้มีความรับผิดชอบซะบ้าง ”  
“จริงสินะ”    ท้าวคีรีทัตเห็นด้วย “ถ้าอย่างนั้นพี่จะให้อำมาตย์แสนเมืองออกไปวาดรูปเจ้าหญิงตามแคว้นต่างๆให้ลูกเลือก ”  









“ไม่เพคะ ถ้าทำอย่างนั้นลูกก็จะสบายเกินไป จะมีเมียทั้งทีพ่อแม่ก็หามาประเคนให้”  
“อืมๆๆ มัจฉาคงไม่ได้หมายความว่าจะให้ลูกออกไปหาคู่แล้วมาอภิเษกเองนะ”  
“หม่อมฉันหมายความอย่างนั้นเพคะ”    ท้าวคีรีทัตไม่เห็นด้วย
“แล้วถ้าลูกไปเจอเอาคนไม่ดีมาจะทำยังไงละ”  
“ข้อนั้นหม่อมฉันมีวิธีเพคะ”    พระมเหสีมัจฉาทรงมั่นใจแต่ท้าวคีรีทัตยิ้มแหยะๆไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนั้น








แล้วพระโอรสไภยทัตก็มาเข้าเฝ้าพระมเหสีมัจฉา
“ตายแล้วเสด็จแม่นี่จะให้ลูกออกไปหาคู่เองยังแทบยากเลยพระเจ้าค่ะ ไหนจะต้องพามาให้เสด็จแม่ทอดพระเนตรอีกหรือพระเจ้าค่ะ”    
“อ้าว ก็ลูกเป็นลูกของแม่ แม่ก็ต้องมีส่วนในการเลือกคู่ครองสิจ๊ะ”   พระมเหสีมัจฉาชี้แจงเหตุผล
“ถ้าอย่างนั้นเสด็จแม่ทรงเลือกให้ลูกเองเลยดีกว่า ลูกจะได้ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย”   ไภยทัตเริ่มไม่อยากออกไป



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2014, 11:39:54 PM โดย rainbow »
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2014, 11:48:05 PM »
“ไม่ได้หรอกจ๊ะลูก ถึงแม่จะมีส่วนในการเลือกคู่ครองแต่แม่ก็ถือสุภาษิตที่ว่า ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ต้องตามใจผู้นอน”    
“ถ้าเกิดลูกพามาแล้วเสด็จแม่ไม่ทรงพอพระทัยล่ะพระเจ้าค่ะ”    
“ก็เพราะอย่างนั้นแม่ถึงได้ย้ำนักย้ำหนาไม่ให้ลูกล่วงเกินผู้หญิงคนนั้นก่อนถึงเมืองไงจ๊ะ”    
“อย่างงั้นลูกก็แย่เลยสิพระเจ้าค่ะ”    









“ไม่แย่หรอกจ๊ะ เป็นลูกผู้ชายต้องมีความอดทน มีความรับผิดชอบไม่ชิงสุกก่อนหาม แม่จะดูสิว่าลูกของแม่จะเชื่อฟังคำพูดแม่สักแค่ไหน”    
“ดีเหมือนกัน ลูกก็เบื่อชีวิตในวัง วันๆไม่เห็นมีอะไร” ไภยทัตเริ่มเอออ่อไปกับเสด็จแม่
“แม่เชื่อในสายตาของลูกว่าจะต้องหาลูกสะใภ้ที่เป็นเบญจกัลยานีให้แม่ได้”    
“ลูกขอถวายสัญญาพระเจ้าค่ะ”     ไภยทัตเข้าไปกอดพระมเหสีมัจฉา







แล้วไภยทัตก็เดินเข้ามาในห้องอาวุธ หยิบดาบแก้วขึ้นมาแล้วหันไปเจอรูปโม่งป่าก็เลยใช้อิทธิฤทธิ์ของดาบแก้วแปลงร่างเป็นโม่งป่า



เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 08:37:58 PM »
กลายร่าง  โม่งป่า  นฤมิตร
วิปริต  อัปลักษณ์  หนักหนา
ดำสนิท  ยามมอง สยองตา
เจราจา ด้วยกระบัตร ตัดรอน
กวัดแกว่ง ดาบแก้วศักดิ์สิทธิ์
อิทธิฤทธิ์  เหาะข้าม   สิงขร
ท่องไป  ในโลก  รุ่มร้อน
เสาะหา สายสมร คู่ใจ








เมืองทศวงษ์
ที่ชายทะเล พระธิดานิลวดีและเหล่าพระพี่เลี้ยงพร้อมนางกำนัลต่างพากันเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน









“ขึ้นเถอะเพคะพระธิดานี่มันก็สายมากแล้ว เดี๋ยวคุณท้าวกับคุณนางก็มาบ่นว่าพวกหม่อมฉันอีกเพคะ” พระพี่เลี้ยงชวนพระธิดากลับ
“บ่นว่าพวกเจ้าได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเราต่างหากที่ไม่ยอมขึ้นจากน้ำเอง ไม่ใช่พวกเจ้าสักหน่อย” พระธิดานิลวดีไม่สนใจยังคงเล่นน้ำต่อไป
“โถ่พระธิดา” นางกำนัลโอดครวญ แล้วนางกำนัลอีกคนก็มาลากพระพี่เลี้ยงไปเล่นน้ำต่อ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2014, 07:39:43 PM โดย rainbow »
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2014, 08:34:59 PM »
เวรกรรม ต้องจำพรากไปลำบาก จากแดนไกล
เวียนว่ายในธาราใครเรียกหาไม่ยอมไป
ยังมีจอมปักษาใหญ่นักหนาอยู่พงไพร
บินข้ามขอบฟ้าไกลมาหาเหยื่อเพื่อเลี้ยงตน








พระธิดานิลวดีเล่นน้ำกับเหล่าพระพี่เลี้ยงอย่างสนุกสนานโดยไม่ระวังถึงอันตราย  นกหัสดี(นกที่มีหัวเป็นช้าง)
 บินออกมาหาเหยื่อเมื่อมาเจอพวกพระธิดานิลวดีเล่นน้ำอยู่ก็หมายจับไปกินเป็นอาหาร พวกพระพี่เลี้ยงก็พากันว่ายน้ำขึ้นฝั่งหนีบางนางก็หลบทัน
นิลวดีพึ่งขึ้นมาจากน้ำนกหัสดีหันไปเห็นก็บินไปทางนิลวดีแล้วจับขึ้นไป เหล่าพระพี่เลี้ยงต่างตกใจที่เห็นพระธิดานิลวดีถูกจับตัวไป









คุณนางหลังจากได้ทราบเรื่องพระธิดาจากนางกำนัลก็รีบมาทูลท้าวพันทุมหน้าตาตื่น
“องค์เหนือหัวเพคะ...เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ...นกยักษ์เพคะ” คุณนางพูดติดๆขัดๆ
“หา เจ้าว่าอะไรนะ”   ท้าวพันทุมตกใจ
"นกยักษ์เพคะ มันบินมาจากไหนไม่ทราบเพคะ มันมาโฉบเอาพระธิดาไปแล้วเพคะ ฮือๆๆ”  ทุกคนตกใจพระมเหสีจันทร์มณีถึงกับเป็นลมล้มพับไป


เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2014, 08:36:39 PM »
ท้าวพันทุมได้สติรีบถามต่อ   “แล้วมันบินไปทางไหน”
“หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ ต้องถามเหล่าพระพี่เลี้ยงเพคะ”   เหล่าพระพี่เลี้ยงก็ไม่ทราบ
ท้าวพันทุมจึงหันไปสั่งอำมาตย์พรหมมาสให้รีบติดตามนกยักษ์ อำมาตย์ก็หันไปสั่งท่านหมื่นกับหมู่ให้ทหารออกติดตามพระธิดา แล้วก็หันไปดูแลพระมเหสีจันทร์มณีที่เป็นลมยังไม่ฟื้น









ภายในตำหนักคุณท้าวและหมอหลวงกำลังดูแลพระมเหสีที่ยังไม่ได้สติ สักพักก็ทรงฟื้นขึ้นมา
“องค์เหนือหัวเพคะพระมเหสีทรงฟื้นแล้วเพคะ”   พระมเหสีจันทร์มณีฟื้นขึ้นมาก็คร่ำครวญหาลูก
  “จันทร์มณี” ท้าวพันทุมเข้ามาปลอบ
“เจ้าพี่เพคะ ลูกของเราจะเป็นอะไรรึเปล่าเพคะ”










"คงไม่เป็นไรหรอก  เพราะพี่สั่งให้อำมาตย์พรหมมาสกับหมื่นสุทัดพร้อมพลธนูฝีมือดีออกออกติดตามเรียบร้อยแล้ว คิดว่าอีกสองสามวันคงจะรู้เรื่อง”
  “แต่ แต่ถ้า...” พระมเหสียิ่งคิดก็ยิ่งกันแสงหนักอีก พวกคุณท้าวกับคุณนางก็พากันปลอบ
  “เอาน่าจันทร์มณี อย่าคิดอะไรที่มันร้ายๆเลย เราสองคนปกครองนครทศวงษ์ด้วยทศพิธราชธรรม พี่ว่าผลบุญที่เราสร้างไว้คงติดตามคุ้มครองลูกนิลวดีของเราไว้ได้”   คุณท้าวคุณนางก็ต่างร้องไห้เป็นห่วงพระธิดานิลวดี




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2014, 08:51:47 PM โดย rainbow »
เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2014, 10:13:07 PM »
หมื่นสุทัดและหมู่พาเหล่าทหารออกติดจามหาพระธิดานิลวดีแต่ก็ไม่พบ หัวหมู่จึงถามท่านหมื่นว่าจะทำยังไงต่อ หมื่นสุทัดบอกก็แล้วแต่
“ก็แล้วแต่ๆถึงได้เป็นท่านหมื่นจนแก่” หัวหมู่ว่าให้ท่านหมื่น  ท่านหมื่นก้มมองตัวเองก็แล้วก็ถอนหายใจก็มันเรื่องจริง








กลับมาทีท้องพระโรง เมืองทศวงษ์ ท่านราชครูกำลังดูดวงชะตาพระธิดานิลวดี ทุกคนในที่นั่นก็พากันลุ้น
“ขอเดชะพระอาญาไม่พ้นเกล้า พระธิดานิลวดีทรงมีพระชนม์ชีพอยู่พระเจ้าค่ะ” ได้ยินแบบนี้ทุกๆคนก็ยิ้มออก
“แล้วเวลานี้ลูกของเราอยู่ที่ไหนท่านราชครู” พระมเหสีจันทร์มณีรับสั่งถาม









“นั่นนะสิลูกของเราอยู่ที่ไหนลองดูสิท่านราชครู” ท้าวพันทุมดีใจอยากรู้ว่าธิดาของตนอยู่ที่ไหน
ท่านราชครูหยิบกระดานฉนวนมาขีดๆเขียนๆมองไปเห็นนกหัสดีแบพระธิดานิลวดีอยู่บนท้องฟ้า
“เป็นยังไงบ้างท่านราชครู”



เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2014, 10:16:12 PM »
“ขณะนี้นกหัสดีกำลังพาพระธิดาบินข้ามมหาสมุทรแห่งหนึ่งพระเจ้าค่ะ” ท่านราชครูตอบไปตามที่เห็น
“โถ ลูกแม่” พระมเหสีจันทร์มณีส่วนคุณท้าวกับคุณนางคร่ำครวญไปแล้ว
  “แล้วทำยังไงให้ลูกนิลวดีของเรากลับมาได้” ท้าวพันทุมรับสั่งถามด้วยความเป็นห่วง
“ข้อนี้สุดแต่บุญกรรมของพระธิดานิลวดีพระเจ้าค่ะ ข้าพุทธเจ้าพยามเพ่งแล้งเพ่งอีก ก็ไม่มีอะไรนอกจากเมฆหมอกพระเจ้าค่ะ”







ท้าวพันทุมคิดหนัก “ขอให้เพียงแต่ลูกของเรายังมีชีวิตอยู่ก็ดีล่ะ”
“แล้วระหว่างเวลานั้นล่ะเพคะ เจ้าพี่ ลูกนิลวดีจะประสบเคราะห์กรรมยังไงบ้างก็ไม่รู้” แล้วคุณนางก็เล่าให้คุณท้าวฟัง
“นกยักษ์มันเอากรงเล็บมาจิกพระธิดาไปเลยนะ ตัวมันใหญ่มากเลยนะ แต่มันคงไม่ทำอะไรพระธิดาหรอก” คุณท้าวได้ฟังแบบนี้ก็ใจคอไม่ดีร้องห่มร้องไห้ไปอีก “พอ ๆ ๆ ”









ด้านนิลวดีที่ถูกนกหัสดีโฉบมาก็ร้องขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย ช่วยเราด้วย” จ้าวสมุทรได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากด้านบนก็ขึ้นมาจากใต้สมุทร



เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2014, 10:19:00 PM »
จ้าวสมุทรเห็นนกหัสดีบินผ่านไปพร้อมหญิงสาวสวยอีกคนก็บันดาลให้เกิดลมพายุจนนกหัสดีต้องปล่อยเหยื่อให้หลุดจากกรงเล็บนิลวดีก็ตกลงไปในมหาสมุทร







แสนสงสาร พระธิดา ใครมาช่วย
เจ้าสมุทร ฉุดม้วน ด้วยตัณหา
ดึงลงสู่ กลางมหา ชลาลัย
หวังเอาไป เคียงคู่ อยู่ด้วยกัน
นิลวดี ดิ้นรน จนเหนื่อยอ่อน
ใจรอนรอน เพียงว่า จะอาสัญ
ปิตุเรศ มาตุรงค์ คงลาพลัน
หากลูกนั้น ดับดิ้น สิ้นชีวา








โม่งป่าเหาะผ่านมหาสมุทรแห่งนั้นเห็นพระธิดานิลวดีกำลังจะจมน้ำก็เข้าไปช่วย เจ้าสมุทรเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจสุดๆ


เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 01, 2015, 12:05:14 AM »
โม่งป่าอุ้มนิลวดีขึ้นมาบนฝั่งแล้วร่ายมนต์เพื่อให้ฟื้นขึ้นเมื่อฟื้นมาก็โวยวาย
“เจ้า เจ้าเป็นใครนะ”
“เราต้องถามว่านางเป็นใคร อยู่ดีๆถึงได้ลงไปว่ายน้ำในทะเลนั้น อ่อ รึว่านางคิดจะฆ่าตัวตาย นางคงถูกคนรักทอดทิ้ง คิดจะฆ่าตัวตายแน่ๆ เราไม่น่าช่วยนางไว้เลย” โม่งป่าพูดซะไม่เว้นช่องว่าง








“เรา เราไม่ได้จะฆ่าตัวตาย แต่เราถูกนกมันพามา” นิลวดีอธิบาย
แต่โม่งป่าก็กวนโอ้ย “อ่อ คู่รักของนางเป็นนกยักษ์ แปลกนะนางก็หน้าตาออกจะสวยงาม ทำไมถึงไปชอบนกยักษ์ได้ละ”
“บ้า เจ้าน่ะสิบ้า คนที่ไหนจะไปชอบนก” โม่งป่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง
  “โถ่ เจ้าพยามเข้าใจคำพูดของเราหน่อยสิ” นิลวดีพูดจบก็ร้องไห้
“ผู้หญิงนี่ไม่ไหวเอาซะเลยเอะอะก็ร้องไห้ อะ ก็ได้เราจะฟังนาง ไหนลองเล่ามาสิว่านางเป็นใคร มาจากไหน” โม่งป่าทำเอียงหูฟัง








ใต้สมุทร โพไซดอน เอ้ย จ้าวสมุทรก็นึกโกรธที่โม่งป่าเข้ามาช่วยนิลวดี “เจ้าโม่งป่า เจ้าบังอาจแย่งนางไปจากข้า เจ้าตายแน่” แล้วจ้าวสมุทรก็ขึ้นมา


เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ

ออฟไลน์ rainbow

  • *
  • 2481
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง >>> ...โม่งป่า...>3<
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 01, 2015, 12:07:46 AM »
โม่งป่าได้ฟังเรื่องของนิลวดีก็หัวเราะขบขัน
“ฮ่าๆๆๆ เป็นเจ้าหญิงถูกนกยักษ์ลักตัวมา ว่างั้นเถอะ ฮ่าๆๆๆ เอ๊ะ เราจะเชื่อรึเปล่านะ”   โม่งป่าทำท่าคิดหนัก
“เจ้าไม่เชื่อก็ตามใจ” นิลวดีไม่สน โม่งป่าหันไปดูนิลวดีแล้วถามนาง
“ว่าแต่เจ้าแต่งตัวอย่างนี้ไม่หนาวเหรอ เราไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าหญิงเขาแต่งตัวยังไง แต่ที่นี่มันในป่าเอาให้เหมาะสมกับสภาพหน่อยละกัน”








แล้วโม่งป่าก็ร่ายเวทมนต์คาถาม ชุของนิลวดีก็เปลี่ยนไป นางลุกขึ้นมองตัวเองแล้วบอกโม่งป่า “เราไม่เคยใส่เสื้อผ้าเก่าๆสกปรกอย่างนี้นะ”
“ไม่เคยเหรอ ไม่เคยก็ต้องเคยซะบ้างสิ” โม่งป่าบอกนิลวดี







แล้วก็มีเสียงดังขึ้น จ้าวสมุทรขึ้นมาเอาเรื่องโม่งป่า ทั้งสองไม่รู้ว่าเกิดอะไรจึงหันไปมอง นิลวดีไม่เคยเห็น
“นั้นตัวอะไรน่ะ” นิลวดีถามโม่งป่า โม่งป่าวิ่งไปดู “เราไม่รู้”
แล้วจ้าวสมุทรก็มุ่งหน้ามาทางที่โม่งป่ากับนิลวดีอยู่ “ฮะ ฮะ ฮ่า โม่งป่า เราลงลงทุนช่วยนางจากนกหัสดี ฉะนั้น นางต้องเป็นของเรา ” จ้าวสมุทรมาเจรจากับพี่โม่งป่า


เมื่อไร้รัก   ไร้ชีวิต   ไร้จิตใจ

ยังอยู่ได้   แค่ร่างกาย    ไร้วิญญาณ