ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

!!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ จักรกรด

  • *
  • 26
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • อีเมล์
Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มกราคม 28, 2016, 10:02:49 AM »
@ต้องขออภัยที่ไม่ได้มาแต่งต่อซะนานเลยนะคะ ช่วงที่ผ่านมาติดธุระเยอะจริงๆคะ. w25 ขอบคุณคุณ K.N.K คะ^^


จันทราภารู้สึกว่าตนเองไม่ได้อยู่เมืองทิศพลของท้าวนวดลผู้เป็นพระอัยกาแต่อย่างใดกลับพบสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเกลียวทองกับอัญญานีในที่รกร้างแห่งหนึ่งเท่านั้น
"ที่นี่ที่ไหน แล้วท่านจับเรามัดไว้ทำไมกัน"
"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าแม่ของเจ้าตอนนี้ก็โดนจับอยู่เช่นกัน" เกลียวทองพูด สายตาจับจ้องที่จันทราภา
"เสด็จแม่ ท่านเอาเสด็จแม่เราไว้ที่ไหน"
"เราไม่บอกเจ้าหรอก แต่เราจะช่วยให้เจัาเจอกับแม่เจ้าไวๆ ดีไหมหละ"
"ดีสิ แล้วพี่หิ่งห้อยหละ"
"พี่หิ่งห้อยก็เหมือนแม่เจ้านั่นแหละถ้าอยากได้พวกเขาคืนมาก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อย"
"อะไร"
" เอาเกราะกายสิทธิ์มาแลกไงหละ"
-----------------++-
ทางด้านฝั่งของหิ่งห้อย ตุ้บเท่ง และเจ้าของสังวาลย์มณีแน่นอนว่าวันเปลี่ยนก็เปลี่ยนคนได้เช่นกันจากแสงสุรีย์เด็กหญิงกลายเป็น จันทลักษณ์เด็กชายขึ้นมา เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองอยู่ในห้องขังแห่งหนึ่ง หันมองซ้ายขวาเจอหิ่งห้อยยักษ์ กับสิ่งมีชีวิตที่ประหลาดหลับไหลไม่ได้สติเลย ด้วยความที่รู้วิชาทำนายหยั่งรู้มาบ้างจึงได้นั่งสมาธิถึงเรื่องราวต่างๆมากมาย พอรู้เรื่องราวก็ได้ช่วยให้ทั้งสองฟื้นขึ้นมา
+++++++------+++++------
"เกราะกายสิทธิ์หรือ"
"ใช่เกราะกายสิทธิ์   แต่เจ้าต้องถอดออกมาให้แก่เรา"
"แล้วเราจะถอดได้อย่างไร ในเมื่อถูกจับมัดเช่นนี้" จันทราภาเกิดคิดบางอย่างขึ้นมาในหัว
" เราจะแก้มัดให้" เชือกหลุดออกมาอย่างง่ายดายราวกับไม่ได้มัดไว้
จันทราภาจับที่เกราะทำท่าจะถอดออกมา แม่มดเกลียวทองตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ ทันใดนั้นเองเกราะก็ได้ส่องแสงสีเหลืองส่องประกายออกมาเข้าตาเกลียวทองอย่างจัง จันทราภาไม่รอช้ารีบพาอัญญานีที่บาดเจ็บหนีออกมาแล้วก็เจอกับ.........
"พี่หิ่งห้อย ตุ้บเท่งพวกท่านไม่เป็นอะไรนะ"
"ไม่เป็นไรพระเจ้าค่ะ พระธิดาหละพระเจ้าค่ะ"
"เราไม่เป็นไร แล้วนี่..."
"เราจันทลักษณ์  เราว่าอย่าช้านักเลยเดี๋ยวจะไม่ทันการ"
"ดีเราไปกันเถอะ"
"รอข้าด้วยสิ!!!"  ตุ้บเท่งวิ่งตามมา
หลังจากออกนอกบริเวณเมืองได้แล้วทั้งหมดจึงพักที่ป่าเสียก่อน แล้วช่วยกันรักษาอัญญานี
"เจ้าเป็นอะไรกับแม่มดนั่น!!!"ตุ้บเท่งถาม
"ลูกเลี้ยง เมืองนั่นก็เมืองของเสด็จพ่อเรา"
"เหตุุใดเมืองจึงร้างเช่นนั้น เจ้าช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้หรือไม่"
"ได้เราจะเล่าให้ฟัง" อัญญานีเล่าให้ฟังถึงความหลังแต่ก่อนเก่าของเมืองร้างแห่งนั้น



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 11, 2017, 03:39:34 PM โดย จักรกรด »

ออฟไลน์ จักรกรด

  • *
  • 26
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • อีเมล์
Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2016, 09:43:19 AM »
*แต่งต่อตอนปิดเทอมคะ. ขอบคุณคะ

ออฟไลน์ จักรกรด

  • *
  • 26
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • อีเมล์
Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มีนาคม 24, 2016, 07:51:12 PM »
"แต่เดิมเมืองนี้คือเมืองโกสุมพิสัยเป็นเมืองของเท้าทรงพลบดีซึ่งเป็นเสด็จพ่อของเรา  หลายปีที่เมืองนี้อยู่อย่างสงบสุขแล้ววันหนึ่งเสด็จพ่อก็ได้รับเกลียวทองมาเป็นพระสนม ต่อมาไม่นานนักเสด็จแม่ก็ทรงประชวร พระอาการก็หนักขึ้นเรื่อยๆจน...จนเสด็จแม่สิ้นพระชนม์..จากนั้นเกลียวทองก็เลื่อนจากตำแหน่งพระสนมขึ้นเป็นพระมเหสีแทนเสด็จแม่
หลังจากนั้นซักประมาณ1ปี ราษฎรก็เป็นโรคล้มตายกันเป็นจำนวนมากแม้แต่คนในวังก็เป็นลามไปจนถึงเสด็จพ่อก็ประชวรด้วยโรคนั้นเช่นนั้น ที่น่าแปลกคือราษฎรที่ล้มตายไปนั้น ศพของพวกเขาก็หายไปจนน่าตกใจ สุดท้ายแล้วเสด็จพ่อก็สิ้นพระชนม์แต่ก่อนสิ้นพระชนม์ก็ทรงมีรับสั่งให้เกลียวทองดูแลเรา ซึ่งนางก็ทำตาม นางก็ออกจะร้ายกับเราอยู่แล้วเราก็ไม่คิดอะไร ช่วงเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่เดือนก็พรากชีวิตคนทั้งเมืองไปหมดเหลือเพียงเรากับเกลียวทองเท่านั้น. จนกระทั่งวันหนึ่งเราก็พบศพคนจำนวนมากที่ตำหนักของนาง ซึ่งตอนนั้นนางกำลังเอาเลือดของศพพวกนั้นเอามารดให้แก่ต้นไม้เป็นเสมือนอาหาร นางก็เห็นเราแต่นางไม่ฆ่าเรา มีหลายครั้งที่เราพยายามหนีแต่ก็หนีไม่พ้นเสียทีจนมาเจอพวกเจ้านี่หละ" อัญญานีเล่าให้ฟังจนหมดแล้วก็หันมองไปที่จันทราภาและจันทลักษณ์
"เราน่าสงสารเ2รึสียจริงอัญญานี เราเสียใจด้วยนะ"จันทราภาพูดพร้อมจับมืออัญญานี
"เราขอบใจเจ้ามาก"
"แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อไปดีหละ จะให้อัญญานีไปด้วยก็คงไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นักนะ"
"ควรให้อัญญานีไปที่เมืองของเสด็จตาก่อน พี่หิ่งห้อยจ๊ะ.!!"
"พระเจ้าค่ะ พระธิดา"
"พี่ช่วยพาอัญญานีไปอยู่กับเสด็จตาก่อนนะจ๊ะ เราจะมุ่งหน้าไปรัตนบุรีกันก่อน"
"ได้พระเจ้าค่ะ พระธิดาแล้วพี่หิ่งห้อยจะรีบตามไปพระเจ้าค่ะ"
"พระธิดา แล้วข้าหละ ข้าสุดหล่อหละ"
"จันทราภาให้สุดหล่อไปกับพวกเราเถอะ ถ้าเกิดพรุ่งนี้เรากลัวว่าปัทมาสน์จะอาละวาดจนเสียเรื่อง มีคนห้ามบ้างก็ดี"
"เราก็ว่าดีเหมือนกันเพราะพรุ่งนี้เป็นอังคาสเจ้าอารมณ์เสียด้วย ให้สุดหล่ออยู่ก็ดีเหมือนกัน"
"อัญญานีเราไปก่อนนะ แล้วเจอกันอีก"
"ลาก่อนจันทราภา ลาก่อนจันทลักษณ์"
"เราไปกันเถอะพระเจ้าค่ะพระธิดาอัญญานี"
"เจอกันที่รัตนบุรีนะจ๊ะ พี่หิ่งห้อย"
"พระเจ้าค่ะพระธิดา". หิ่งห้อยยักษ์ก็บินพาอัญญานีไป
"พวกเราไปกันเถอะ"
"ไปกัน" จากนั้นทั้งสามก็มุ่งหน้าไปยังรัตนบุรี

"

ออฟไลน์ จักรกรด

  • *
  • 26
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • อีเมล์
Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กันยายน 18, 2016, 07:12:32 PM »
จักรกรดต้องอภัยที่หายหน้าไปเสียนานนะคะ ไม่ค่อยว่างจริงๆในชีวิตตอนม.3นี่ กำลังจัดเรื่องให้เข้าลู่เข้าทางอยู่ค่ะ
สอบเสร็จแล้วจะมาเขียนต่อแน่นอนค่ะ จักรกรดยังรักในงานเขียนและละครพื้นบ้านหรือละครจักรๆวงศ์ๆเสมอค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านเรื่องนี้มากๆนะคะ  แล้วเจอกันแน่นอนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2017, 02:54:32 PM »
อ่านได้ความรู้เยอะเลย

ออฟไลน์ จักรกรด

  • *
  • 26
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • อีเมล์
Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 07:53:45 PM »
ขอบคุณ คุณ Pridezero ที่มาแสดงความคิดเห็นนะคะ จักรกรดไม่ได้มานานนับปีแล้ว ยอมรับเลยค่ะว่ามีเทจริงๆเพราะงานกับไม่มีเวลาเลยคิดไปว่าคงจะไม่มาแล้ว แต่ก็เข้ามาเพราะคิดถึง อ่านแล้วอยากแต่งต่อ จักรกรดจะพยายามแต่งให้จบไม่ทอดทิ้งแล้ว ณ จุดๆนี้คิดถึงมากจริงๆ ต่อจากเม้นนี้ก็จะแต่งต่อแล้วค่ะ w15 w15 w15

ออฟไลน์ จักรกรด

  • *
  • 26
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • อีเมล์
Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 10:27:29 PM »
ในวันต่อมาทั้งสองได้เปลี่ยนเป็นอังคาสกับ ปัทมาสน์ โดยมีตุ้บเท่งนั่งดูอยู่
" ต่างเป็นเจ้าอารมณ์กันทั้งคู่ ดีล่ะข้าจะทำให้แตกคอกัน จากนี้จะไม่มีใครมาคุ้มกันเกราะกายสิทธิ์แล้ว " ตุ้บเท่งคิดอยู่ในใจแล้วยิ้มกรุ่มกริ่ม
" ที่นี่ที่ไหน เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน " ปัทมาสน์ลืมตาตื่นขึ้นมาพบตนเองไม่ได้อยู่ในตำหนักจึงพึมพำกับตัวเอง
" ที่นี่ก็คือป่ายังไงล่ะพระธิดา " ตุ้บเท่งตอบเมื่อได้ยินเสียง
" ข้ารู้แล้วว่าที่นี่เป็นป่า ข้าอยากรู้ว่าข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง !!!! " ปัทมาสน์ลุกขึ้นท้าวเอวถามตัวประหลาดที่พอเจอ
" ถามสุดหล่อ สุดหล่อจะรู้ได้ไง นู่น ถามพระโอรสอังคาส นู่น " ตุ้บเท่งพูดพร้อมหันหน้าไปทางอังคาสที่กำลังหลับอยู่ใต้ต้นไม้อีกต้น
" นี่มันเจ้าคนที่มันบุกรุกที่ของข้านี่....ตื่นขึ้นมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้นะ!!! " ยักษ์น้อยพูดขึ้นพร้อมกับกระทืบเท้าลงแผ่นธรณี สนั่นไหวไปทั่วทุกทิศ
 " โอ้ย!!! นี่เจ้า!! ครั้งที่แล้วเจ้าก็จะฆ่าเรา ยังตามมาฆ่าเราอีกเหรอ " อังคาสตื่นขึ้นเพราแรงสะเทือน แล้วพบกับยักษ์ที่จะทำร้ายมื่อก่อนเก่าก็จำได้
" ใช่ๆพระโอรส ยักษ์น้อยตนนี่กำลังจะจับพระโอรสกิน " ตุ้บเท่งได้จังเติมไฟไป
" นี่เจ้าพูดอะไรระวังปากด้วย คนแบบนี้ข้าไม่กินหรอกนะ!!! " 
"สุดหล่อเห็นจริงๆ สุดหล่อเป็นพยายานได้"
" ไม่จริง!! ข้าตื่นมาก็พบตัวประหลาดนี่ก่อนแล้ว ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด"
" อย่ามาโกหก !!!" อังคาสตอบกลับ
" ตัวประหลาดอะไรกัน เรียกสุดหล่อตะหากล่ะ สุดหล่อดีกว่าเยอะ "
" อเวจีล่ะสิไม่ว่า!!!" อังคาสและปัทมาสน์ตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
" ทีอย่างนี้สามัคคีว่าสุดหล่อจริงนะ เมื่อคืนนี้ยังตีกันจะตายอยู่เลย "
" เมื่อคืนอะไรกันเราเพิ่งจะเถียงกันเมื่อไม่นานมานี้เองนะ " อังคาสกล่าว
" ก็เมื่อคืนพระโอรส พระธิดาก็ตีกันแทบตายดีนะที่ห้ามไว้ทันไม่งั้นก็...."  ตุ้บเท่งได้ยุแยงขึ้นอีกครั้ง
" หมายความว่าเมื่อคืนคนของเจ้าก็ทำร้ายคนของข้าล่ะะสิ " ปัทมาสน์กล่าว
" อย่ามาว่าจันทราภานะ คนของเจ้าล่ะสิไม่ว่า!!! " อังคาสกล่าวปกป้องผู้เป็นพี่
" จันทลักษณ์ไม่เคยหาเรื่องใครก่อน ห้ามว่าคนของข้า!!! " ปัทมาสน์ก็ตอบกับเช่นกัน
" จำได้ว่าบาดเจ็บกันด้วยนะ " ตุ้บเท่งเติมประโยคลงไปอีก
" บาดเจ็บเหรอ... ข้ายอมไม่ได้ เจ้าต้องชดใช้แทนคนของข้า!!! " ปัทมาสน์พูดแล้วเนรมิตกายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
"เราก็ยอมไม่ได้ เจ้าก็ดีแต่แปลงกายให้ใหญ่ เจ้าอย่าคิดนะว่าเราจะสู้เจ้าไม่ได้เหมือนครั้งก่อน !! " อังคาสเรียกพระขรรค์ออกมา
" แล้วเจ้าจะรู้ว่าข้าไม่ได้เก่งแค่ตัวใหญ่อย่างเดียว !!! " พระธิดายักษ์กล่าวแล้วจึงใช้มือไล่คว้าตัวพระโอรสมนุษย์ให้ทั่ว แต่ไม่ทันจับได้เหมือนครั้งก่อน เหตุเพราะอังคาสมิได้เผลอตัวแล้ว
" ดี ตีกันให้ตายไปเลย " ตุ้บเท่งหลบอยู่หลังต้นไม้แล้วดูเหตุการณ์ไปคิดไป
________

" พระโอรส พระธิดา หยุดเถอะพระเจ้าค่ะ" เสียงห้ามปรามที่ดังมาแต่ไกลทำให้ทั้งสองหยุดการต่อสู้
" พี่หิ่งห้อย ห้ามเราทำไม!?! " อังคาสถามหิ่งห้อยยักษ์ที่เขามาห้าม
" เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามข้า!!!! " ปัทมาสน์มองไปยังหิ่งห้อย
" ทั้งสองพระองค์จะทรงสู้กันมิได้พระเจ้าค่ะ เพราะทั้งสองพระองค์เป็นมิตรกัน " หิ่งห้อยกล่าวตอบ
" เอ๊ะ!! ข้าเป็นมิตรกับเจ้านี่ตอนไหนกัน" ปัทมาสน์กล่าวถามแล้วลดตนเป็นขนาดปกติ
" ตั้งแต่พระธิดาแสงสุรีย์กับพระโอรสสุริยะพระเจ้าค่ะ " หิ่งห้อยยักษ์ตอบคำถามอีกครั้ง
" นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? "
" เรื่องเป็นอย่างนี้พระเจ้าค่ะ ........." หิ่งห้อยยักษ์ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับสองบุตรกษัตริย์ฟัง

" แล้วข้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าแสงสุรีย์กับจันทลักษณ์เต็มใจ แล้วข้าจะต้องช่วยต่อ? " ปัทมาสน์ถามอย่างเคลือบแคลงใจ
" หม่อมฉันไม่มีหลักฐาน มีแต่คำที่พระธิดาแสงสุรีย์ทรงตรัสไว้ว่า หากพระธิดาปัทมาสน์ช่วยเหลือคนก็ควรช่วยให้ทั่วถึงด้วย พระเจ้าค่ะ "

ปัทมาสน์ได้ยินดังนั้นจึงครุ่นคิดสักพักหนึ่งจึงนึกได้ว่ามีแต่พวกสังวาลย์กับพระบิดาเท่านั้นที่รู้คำกล่าวนี้ของแสงสุรีย์ จึงไว้ใจ
" ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะช่วยพวกเจ้าเอง" พระธิดากล่าว
"คำก็ข้าสองคำก็ข้า พูดดีๆไม่เป็นหรอกหรือยังไง?" อังคาสกล่าวขึ้นหลังจบคำพูดของปัทมาสน์
" ก็ได้ ข้า...เราพูดดีก็ได้ เราจะพูดข้ากับคนที่เราไม่พอใจเท่านั้นล่ะ " ปัทมาสน์ตอบเสร็จก็หันหน้ามองตุ้บเท่ง
ตุ้งเท่งจึงหลบหน้าหันมองอังคาส
" พระโอรสคงไม่ว่าสุดหล่อใช่ไหม " ตุ้บเท่งยิ้มเฟื่อนๆ
" ไม่หรอก " อังคาสตอบ
ตุ้บเท่งยิ้มอย่างดีใจ
" แต่เราจะทำให้เจ้าพูดไม่ได้อีกตลอดชีวิต " อังคาสพูดเสร็จเตรียมจะลงโทษตุ้บเท่ง
" พอๆ พวกเราไปกันได้แล้ว ชักช้าจะไม่ทันกาล เจ้าตัวประหลาดไว้ทีหลัง" ปัทมาสน์ปรามไว้แล้วชวนให้เดินทางต่อ
" ได้ " อังคาสตอบแล้วทั้งหมดจึงเดินทางไปยังเมืองรัตนบุรีต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะมีอันตรายใดๆรออยู่

ออฟไลน์ จักรกรด

  • *
  • 26
  • 0
  • เพศ: หญิง
    • อีเมล์
Re: !!!!เกราะกายสิทธิ์แรงฤทธี สังวาลย์มณีเรืองฤทธา!!!!
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:36:53 PM »
ณ เมืองรัตนบุรี
สไบทองได้ลืมตาขึ้นมาในห้องบรรทมของตนเมื่อครั้งยังเป็มเหสีฝ่ายขวาอยู่
" ท...ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ " สไบทองลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆห้อง พลางนึกทบทวน
" เราจำได้ว่าตอนนั้นเราไปหาเสด็จพี่พีเชษฐ์นี่" สไบทองนึกได้เพียงเท่านี้มิอาจจะคิดต่อไปได้เพราะหลังจากนั้นก็มีแต่ความมืด

เสียงประตูเปิดเข้ามาในห้องนี้ทำให้สไบทองหันตามเสียงไปแล้วพบกับสตรีนางหนึ่ง
" สไบแก้ว!! " อดีตมเหสีรู้สึกตกพระทัยเป็นอย่างยิ่งเมื่อพบว่าสตรีนางนั้นคือพระมเหสีฝ่ายซ้ายของอดีตพระสวามี
" ใช่ เราเอง " สไบแก้วตอบรับเสียงที่เรียกชื่อของตน
" ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วท้าวพีรเชษฐ์ล่ะ" สไบทองถามขึ้นเพราะจำได้ว่าเมืองนั้นน่าจะถูกยึดครองแล้ว
"เสด็จพี่ทรงบรรทมอยู่ที่ห้องของเรา" สไบแก้วตอบคำถามของสไบทอง
" แสดงว่าเขายังอยู่ดีกินดีใช่ไหม" สไบทองถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
" ใช่เสด็จพี่ยังอยู่ดี" สไบแก้วตอบอีกครั้งพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ
" เหตุใดเจ้าถึงจับเรามา เราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีกแล้ว" สไบทองถามในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ
" ไม่มีก็แค่นั้น ที่เราจับเจ้ามาเพราะเกี่ยวข้องกับลูกของเจ้า"
" เจ้าจะทำอะไรทำไมต้องมายุ่งกับลูกของเราอีก"
"เราจับเจ้ามาเพื่อให้ลูกของเจ้านำเกราะกายสิทธิ์มาให้กับพ่อของเรา" สไบแก้วแก้ความกังขาให้กับสไบทอง
" เจ้ารู้เรื่องเกราะกายสิทธิ์ได้ยังไง!!"
" เรื่องนี้ออกจะแพร่หลายไปทั่วทุกแห่งหนใยเล่าเราจะไม่รู้ "
" สไบแก้วเราไม่คิดเลยว่าเจ้าเป็นคนเช่นนี้ เรารักเจ้าเหมือนน้องแท้ๆ  เจ้าไม่รักเราบ้างเลยเหรอ"
" รัก? เราจะรักเจ้าทำไมในเมื่อเจ้าไม่ใช่พี่ของเรา"
"  ใช่สิ เสด็จพ่อรับเจ้าเป็นลูกคนหนึ่ง เราก็ต้องเป็นพี่ของเจ้า "
" อย่าพูดดีเลย ตลอดชีวิตนี้เราเคยได้อะไรเท่าเจ้าที่เป็นลูกแท้ๆบ้าง ดีที่เรายังมีท่านพ่ออยู่ ไม่อย่างนั้นเราคงเสียเปรียบไปตลอดแน่"
" เราให้เจ้าตลอดยังเสียเปรียบอยู่อีกเหรอ"
" เจ้าไม่รับรู้ความเจ็บปวดของเราหรอก ฉะนั้นแล้วเจ้าจะต้องเจ็บปวดเสียบ้าง จะได้รู้ว่าความทรมานเป็นยังไง !! "
สไบแก้วพูดจบจึงรีบเดินออกจากห้องไปด้วยความโมโห สไบทองพยายามวิ่งออกตามแต่ไม่ทันประตูที่ปิดลง
" ลูกแม่..เจ้าอย่ามาช่วยแม่นะเจ้าจะเป็นอันตราย " สไบทองร่ำไห้ไม่อยากให้ลูกมาช่วยตนแล้วจึงกลับไปนั่งที่บรรทมดังเดิม
__________________
" ท่านพ่อเราจะทำยังไงต่อไปจ๊ะ " สไบแก้วถามปุโรหิตซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของตน
" เราจะต้องรอให้เด็กนั่นมาถึงแล้วเราจะได้ชิงเอาเกราะกายสิทธิ์" ผู้เป็นพ่อตอบคำถามของลูกสาว
"  ถ้าเรารออยู่อย่างนี้แล้วเมื่อไหร่จะถึงล่ะจ๊ะ ข่าวคราวเรื่องเกราะนี่ก็รู้กันไปทั่วแล้ว "
" มันต้องมาถึงเร็วนี้แน่ๆ องค์วิษุวัติบอกเราขนาดนี้แล้ว ระหว่างนี้เจ้าจะทำอะไรกับพระมเหสีสไบทองก็ได้ทั้งนั้น"
" จะ ท่านพ่อ "
" เจ้ารีบไปเถอะ พระสวามีของลูกคงตื่นพระบรรทมแล้ว"
"จะ ท่านพ่อ แล้วลูกจะมาหาท่านพ่ออีก "
กล่าวจบแล้วไสบแก้วก็กลับไปยังพระตำหนักของตน
______

" บดิศรแม่ของเจ้าหายไปไหน" ท้าวพีรเชษฐ์ถามพระโอรสเมื่อตื่นบรรทมแล้วไม่เห็นพระชายาของตน
" เสด็จแม่เสด็จไปเยี่ยมท่านตาพระเจ้าค่ะ " บดิศรตอบคำถามพระบิดา
" แล้วจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ? "
" หม่อมฉันกลับมาแล้วเพคะ " สไบแก้วกลับเข้ามาในพระตำหนักแล้วได้ยินเสียงถามถึงตนจึงตอบ
" ทำไมเจ้าไปนานนักล่ะสไบแก้ว" พีรเชษฐ์ถามด้วยความสงสัย
" ไม่นานหรอกเพคะ หม่อมฉันเพียงไปปรึกษาหารือเรื่องหนึ่งก็เท่านั้น "
" เรื่องอะไรกัน" พีรเชษฐ์ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างกังขา
" เรื่องของวิเศษ เกราะกายสิทธิ์เพคะ " สไบแก้วคลายความกังขาลง
"ของวิเศษ !!" เหล่านางกำนัลพูดกันอย่างสนใจ
" พวกเจ้าออกไปก่อน นี่ไม่ใช่ธุระของพวกเจ้า " สไบแก้วให้เหล่านางกำนัลออกไปเพื่อจะไม่ให้ใครรู้เรื่องเกราะกายสิทธิ์มากนัก
" เสด็จแม่เรื่องนี้ท่านตาไม่ให้บอกใครนะพระเจ้าค่ะ " บดิศรแย้งขึ้นมาหลังจากเหล่านางกำนัลออกไปหมดแล้ว
" ไม่เป็นไรหรอก ทรงเป็นสด็จพ่อของลูก ยังไงรู้ไว้ก็ดีแล้วนี่ " สไบแก้วตอบกลับผู้เป็นลูก
" แล้วเกราะกายสิทธิ์นี่คืออะไรกันสไบแก้ว " พระสวามีถามขึ้นมา
"เป็นเกราะที่มีอานุภาพมากเพคะ หากใครได้สวมใส่ก็จะมีอิทธิฤทธิ์เป็นอย่างมาก"
สไบแก้วกล่าวตอบ
" แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ "
" อยู่ที่พระโอรสสุริยะเพคะ "
" เด็กกาลีบ้านเมืองนั่นไม่ใช่ลูกของเราอย่าพูดแบบนี้อีก!!" พีรเชษฐ์รู้สึกอารมณ์ไม่ดีเมื่อได้ยินชื่อของอดีตพระโอรส
"ขอพระราชทานอภัยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ" สไบรีบกล่าวขออภัยที่ทำให้พระสวามีอารมณ์เสีย
" ไม่เป็นไร แล้ว เราจะทำยังไงให้ได้มันมาล่ะ " พีรเชษฐ์ถาม
" ต้องรอให้สุริยะมาถึงแล้วเสด็จพ่อก็ทรงดึงเกราะกายสิทธิ์ออกตอนมันเผลอสิพระเจ้าค่ะ" บดิศรตอบคำบิดาแทนมารดาของตน
" แล้วจะมาหาเราได้ยังไงกัน ? "
" ได้สิเพคะ สุริยะต้องมาแน่ " สไบแก้วตอบไปยิ้มไป
...
" องค์เหนือหัวพระเจ้าค่ะ ท่านเสนาอำมาตย์มีเรื่องจะกราบทูลพระเจ้าค่ะ "
เสียงทหารเข้ามารอหน้าประตูกราบทูลให้พีเชษฐ์ไปยังท้องพระโรง
" วันนี้เราไม่ว่าง ให้ท่านปุโรหิตออกว่าราชการแทนเรา " พีเชษฐ์ตอบทหารของตน
" แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่!!!! ไปได้แล้ว !! " กษัตริย์ออกปากไล่ทหารให้กลับไปโดยไม่สนใจอะไรเลย
-------
" ท่านอำมาตย์ขอรับ องค์เหนือหัวทรงให้ท่านปุโรหิตออกว่าราชการแทนอีกแล้วขอรับ " ทหารคนเดิมได้บอกกับอำมาตย์เรืองรองเจ้านายของตน
" แปลกจริงๆ นี่ก็ตั้งนานแล้วทำไมองค์เหนือหัวยังไม่ทรงออกว่าราชการเองอีก "
อำมาตย์เรืองรองกล่าวขึ้นเมื่อได้ทราบเรื่องที่ปฏิเสธเช่นเดิม
" ให้ปุโรหิตเฒ่านั่นออกว่าราชการแทนจนจะขึ้นเป็นเจ้าเมืองได้อยู่แล้ว " อำมาตย์พิชัยกล่าวขึ้น
" นี่เมืองใครกันแน่นะ เห้อ..." อำมาตย์เรืองรองทอดถอนหายใจ
.............






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมื่อวานนี้ เวลา 04:38:55 PM โดย จักรกรด »