ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

ละครแนะนำ : เทพสามฤดู ๒๕๔๖

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มีน

  • *
  • 239
  • 0
ละครแนะนำ : เทพสามฤดู ๒๕๔๖
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2017, 01:58:15 PM »
ขอพื้นที่บอร์ดในการเก็บข้อมูลค่ะ

ที่มา https://www.facebook.com/pg/jukwongthai/photos/?tab=album&album_id=1330341553748450

____________________________________


หลังจากที่แนะนำเรื่องเทพศิลป์อินทรจักรไป...เมื่อนานมาแล้ว (แล้วแอดมินก็หายเงียบ)
จากข่าวการรีเมค เทพสามฤดูเวอร์ใหม่เร็วๆ นี้ ทำให้ระลึกถึงเทพสามฤดู ปี 2546 อีกครั้ง

เทพสามฤดู มีการดัดแปลงมาแล้วหลายเวอร์ชั่น ทั้งภาพยนตร์ ปี 1972 ละครช่อง3 และ ช่อง 7
บางเวอร์ชั่น ใช้ชื่อว่า ฝนสามฤดู
เป็นเรื่องราวของ เทพ 3 องค์ คือ พระพิรุณ พระราหู และจินดาเมขลา (ปี 2530 ชื่อ จินดาเหมันต์ ช่อง 3 ชื่อ ดวงจินดา)
ลงมาเกิดในร่างเดียวกัน และจะสลับกันปรากฏตัวในแต่ละฤดูกาล
พระพิรุณ - วรรษสันตฤดู
พระราหู - คิมหันตฤดู
จินดาเมขลา - เหมันตฤดู

เทพสามฤดู ปี 2546 นั้น มีการดัดแปลงเรื่องราวต่อยอดไปจากต้นฉบับอยู่มาก (จนเกือบออกทะเล) แต่สามารถคงความสนุก และตรึงใจคนดูได้มากที่สุดเช่นกัน แม้ตอนจบจะมีบางปมที่ไม่เคลียร์ก็ตาม
นักแสดงทุกคนสร้างความประทับใจ และแสดงได้สมบทบาท จนกลายเป็นคู่ขวัญ อาทิ ฆธาวุธ ปิ่นทอง-ศิริวัฒนา เบญจมาธิกุล (ชื่อในขณะนั้น)
เลอสรรค์ คงเจริญ-ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
นับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ เป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่มีแฟนคลับมารวมตัวกันในอินเตอร์เน็ตมากเป็นเรื่องแรก ในบอร์ดดีด้าเก่า (ไม่ใช่บอร์ดแยกฟอรัมที่เพิ่งมาปรับเปลี่ยนใหม่ตอนเรื่องโกมินทร์นะคะ)
มีแต่กระทู้ที่เอ่ยถึงเทพสามฤดู มากกว่าละครเรื่องอื่นของดีด้าในขณะนั้น

ในความรู้สึกของแอดมิน เทพสามฤดู เป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องสุดท้าย ที่ทำให้เกาะติดจอรอดูทุกตอนได้ (หลังจากนั้น แอดมินดูไม่ครบทุกตอนอีกเลย)
เทพสามฤดู ไม่ใช่เรื่องที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เป็นเรื่องที่สร้างคาแรกเตอร์ตัวละครออกมาได้หลากหลายแตกต่างกันไป ประทับใจคนดู ไม่ว่าจะเป็นพระเอก นางเอก หรือ ตัวร้าย
คอสตูม แม้ไม่สวยที่สุด แต่มีความลงตัวเป็นเรื่องสุดท้าย ก่อนที่เรื่องต่อๆ มาจะมีการประยุกต์เครื่องประดับจนบางชิ้นออกมาประดักประเดิด
บทโทรทัศน์ที่คงความสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ ให้เอาใจช่วยทั้งพระนางและตัวร้าย



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2017, 02:10:22 PM โดย มีน »

ออฟไลน์ มีน

  • *
  • 239
  • 0
Re: ละครแนะนำ : เทพสามฤดู ๒๕๔๖
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2017, 02:11:26 PM »
เรื่องย่อ #เทพสามฤดู
cr. บอร์ดดีด้าเก่า / สามารถหาอ่านได้ในนิตยสารเล่ม เทพสามฤดู ของสามเศียร
**เรื่องย่อนี้ มีบางส่วนไม่ตรงกับบทโทรทัศน์ เวอร์ชั่น ปี 2546**
v
v
v

ท้าวตรีภพ ผู้ครองเมืองอุดม มีมเหสี 2 คน ฝ่ายขวาชื่อ นางมณี ฝ่ายซ้ายชื่อ นางสุทัศน์ แต่ทั้งสองไม่มีโอรสสืบราชสมบัติ ทำให้ท้าวตรีภพเดือดร้อนใจยิ่งนัก จึงทำการ บวงสรวงเทวดา ซึ่งเนื่องจากท้าวตรีภพมีความตั้งใจอันแน่วแน่ คำขอจึงไปถึงวิมานพระอิศวร พระอิศวร จึงให้ พระพิรุณ ลงมาเกิด แต่เนื่องจากพระพิรุณมีเพื่อนรักอีก 2 คน คือ เทพหน้าเป็นยักษ์ชื่อ ราหู และนางฟ้าชื่อ เมขลา ทั้ง 3 สาบานเป็นพี่น้องกัน พระราหู และ เมขลา จึงไปอ้อนวอน พระอิศวรขอตามไปเกิดด้วย พระอิศวรเห็นใจในความรักความผูกพันของทั้ง 3 จึงตกลงใจให้ไปเกิดด้วยกัน แต่เนื่องจากท้าวตรีภพต้องการลูกคนเดียว ทั้ง 3 จึงต้องผลัดกันออกมาคนละฤดู คือ พระพิรุณ จะออกมาในฤดูฝน ในรูปร่างของเทพบุตรรูปงาม พระราหูออกมาในฤดูร้อน ในรูปร่างอัปลักษณ์ของยักษ์ร้าย (แต่ใจดี) และนางจินดาเมขลาจะออกมาในฤดูหนาว เป็นสาวงาม นี่เป็นที่มาของ "ฝนสามฤดู"

พระอิศวรเล็งเห็นว่า นางมณีเป็นคนดี ส่วนสุทัศน์มีจิตใจริษยา จึงประทานเทพ ทั้ง 3 มาเกิดกับนางมณี แต่เนื่องจากกรรมเก่าจะทำให้พลัดพราก ก็บันดาลให้นางมณีคลอดลูกตรงกับฤดูร้อน หลังจากตั้งครรภ์ถึง 5 ปี เด็กที่ออกมาจึงกลายเป็นเด็กโต และออกมาในรูปยักษ์ เพราะเป็นที่ของพระราหู สร้างความโกรธกริ้วให้กับท้าวตรีภพมาก ประกอบกับการยุแหย่ของ นางสุทัศน์ ท้าวตรีภพจึงสั่งให้ลอยแพราหูออกจากเมือง ไป โดยไม่ฟังคำขอร้องของนางมณี ส่วนนางมณีนั้นจะขอตามลูกไปด้วย แต่พระราหูเกรงแม่จะลำบากจึงปลอบใจแม่ต่างๆ นานา จนแม่เชื่อว่าพระราหูมีบุญญาธิการ และจะปลอดภัยทุกอย่างจึงปล่อยให้ไป นางมณีร้องไห้อาลัย ลูกจนสลบไป

ส่วนพระราหูนั้นถูกลอยแพมาเรื่อย ผจญอันตรายต่างๆ แต่ไม่เป็นอันตราย เพราะเทพคุ้มครองไว้ จนกระทั่งมาพบผีกระหังชื่อ เจ้างั่ง งั่งจะจับพระราหูกินเพราะความหิว พอดี พระฤาษีโคดม มาช่วยเอาไว้ แล้วพาราหู และ งั่งไปอาศรม สอนให้งั่งเป็นคนดี และ เป็นพี่เลี้ยงของราหู พระราหูอยู่กับพระฤาษีต่อมาได้ร่ำเรียนศิลปะวิทยามากมาย แล้วได้เปลี่ยนร่างเป็นจินดา และพระพิรุณในที่สุด สร้างความตื่นเต้นให้กับพระฤาษี และ งั่งยิ่งนัก

ฝ่ายนางมณี นับตั้งแต่ลูกจากไปก็ไม่มีความสุข แม้ท้าวตรีภพเองก็เริ่มเบื่อหน่าย เพราะไม่พอใจที่คลอดลูกออกมาผิดมนุษย์ ประกอบกับนางสุทัศน์ใส่ร้ายว่าคบชู้เป็นยักษ์ โดยหาหลักฐานรูปปั้นยักษ์ไปลอบใส่ไว้ในตำหนักมณี นางมณีจึงถูกท้าวสุทัศน์เนรเทศออกไป จากเมือง และให้เพชฌฆาตฆ่าเสียกลางทาง

ระหว่างที่เพชฌฆาตจะลงมือประหาร มีสัตว์ประหลาด รูปร่างเหมือนมนุษย์ ปีกเท้าเป็นครุฑ แต่มีหางเหมือนไก่ ใจคอโหดร้าย ได้เดินทางเหาะผ่านมา เห็นนางเข้าก็พอใจ จึงเหาะลงไป เพชฌฆาตหนีกระเจิงไปหมด เหลือแต่มณี ตัวประหลาดหรือ ตัวอระหัน นี้ได้ลวนลามนาง แต่เกิดมีพญาลิงยักษ์ชื่อ นันทะเสน ซึ่งมีฤทธิ์มากมาขัดขวาง แย่งชิงนางอีก นันทะเสนได้ฆ่าอระหันตาย และออกปากฝากรักนาง แต่ก็ถูกยักษ์ชื่อ สุระผัด ซึ่งผ่านมาแย่งชิงนางอีก ขณะที่กำลังรบอยู่นั้น พระฤาษีชื่อ มหาโพธิ์ ได้มาขัดขวางไว้ พร้อมกับเทศน์สั่งสอน เรื่องความไม่เบียดเบียนกัน จนทั้งหมดกลับใจโดยเฉพาะนันทะเสนสำนึกบาปที่ฆ่าอระหันตาย พระฤาษีจึงพาไปชุบชีวิตขึ้นล้าง บาปให้นันทะเสนโดยควักหัวใจนันทะเสนมาใส่อระหัน แต่เนื่องจากนันทะเสนมีอิทธิฤทธิ์มาก ร่างอระหันก็กลับเป็นนันทะเสนอีก ทั้งคู่รวมกันเป็นคนเดียว ยิ่งทำให้นันทะเสน มีอิทธิฤทธิ์มากขึ้น ทั้งหมดคือมณี และ นันทะเสน และ สุระผัด สาบานกันเป็นพี่น้อง และสัญญาว่าถ้ามณีมีเรื่องเดือดร้อนจะมาช่วย โดยพระฤาษีให้ระฆังวิเศษ กับมณี ไม่ว่านันทะเสนหรือสุระผัดอยู่ที่ไหน ถ้าได้ยินระฆังสัญญาณจะมาช่วยทันที นางมณีจึงพักอยู่กับพระฤาษีมหาโพธิ์

กล่าวทางพระพิรุณได้ขอลาพระโคดมออกหาแม่ โดยมีงั่งไปเป็นเพื่อน พระฤาษี มอบของวิเศษให้ด้วย พระพิรุณ และ งั่งกราบลาพระฤาษีออกเดินทาง ระหว่างทางทั้งสองได้ผจญภัยมากมายเพราะความซื่อ และ ไม่มีประสบการณ์ของพระพิรุณ แต่ก็เอา ตัวรอดจากหมู่มารมาได้ทุกครั้ง จนกระทั่งหลงมาในวงแขนของท้าวครอบจักรวาล (ขณะนั้นพระพิรุณกลายร่างเป็นจินดาเมขลาแล้ว) พระยายักษ์ใหญ่ซึ่งนอนหลับอยู่ นางไม้บริเวณนั้นสงสารว่า ถ้า ท้าวครอบจักรวาล ตื่นขึ้น จะต้องตกเป็นเหยื่อ จึงหาทางช่วยออกมา และขอให้จินดาเป็นลูกบุญธรรม และ นางไม้ได้ให้ของวิเศษไว้ด้วย

จินดา และ งั่งเดินทางต่อมา จนกระทั่งมาพบกับนันทะเสน เกิดรบกัน แต่ไม่มีใครแพ้ ใครชนะ ไม่ว่าจะรบกันอย่างไรก็ตาม จึงเกิดถามไถ่ประวัติกันขึ้น นันทะเสนนึกเอะใจว่า จินดาจะเป็นลูกของมณี จึงพากันไปหานางที่พระฤาษีมหาโพธิ์ เมื่อแม่ลูกพบกัน ทุกคนก็มีความสุข แต่จินดานั้นแค้นใจมากที่แม่ลูกสุทัศน์ใส่ร้ายจนต้องออกจากเมือง จึงคิดแก้แค้นตลอดเวลา แต่มณีห้ามไว้ว่า ใครที่ทำกรรมอะไรก็จะได้รับกรรมอันนั้น เอง โดยที่เราไม่ต้องไปลงมือ

ต่อมามณี และ พิรุณ (ซึ่งถือเวลาเปลี่ยนร่างต่อจากจินดา) และ งั่งก็กราบลาพระฤาษี เดินทางกลับบ้านเมือง ระหว่างทางได้พบเสือสมิง เสือสมิงจะเข้าทำร้าย แต่เจ้างั่งขวางไว้ ขณะที่สมิงจะเสียทีนั้น พระพิรุณได้ห้ามงั่ง สร้างความประทับใจให้สมิงมาก จึงขอเข้าเป็นพวก ทั้งหมดเดินทางต่อ จนกระทั่งพระยายักษ์ตนหนึ่งชื่อ อนันตะวงศ์ มาพบเข้า ก็พอใจนางมณีจึงรมยาพระพิรุณและพรรคพวก แล้วลักพานางมณีไป
อนันตะวงศ์นั้นมีชายาชื่อ นางโชตะนา นางโชตะนานั้นเบื่อท้าวอนันตะวงศ์ พานางมนุษย์มาก็โมโห ให้คนไปบอกบิดาคือ ท้าวจักรวรรดิ ว่าสามีตนได้นางเชลยหน้าตา สวยงามมา ขอให้บิดามาดู ถ้าชอบใจก็จะได้ขอไป

ทางฝ่ายมณีถึงแม้จะหวาดกลัวอนันตะวงศ์เพียงใด แต่ก็แกล้งผัดผ่อนขอให้ตน สบายใจเสียก่อน คือในเย็นวันรุ่งขึ้นจึงจะยินยอมพร้อมใจ
ทางฝ่ายพระพิรุณตื่นมาไม่เห็นแม่ก็ตกใจ สั่นระฆังเรียกพรรคพวกทุกคนมา แล้วแยกย้ายกันค้นหา ทางด้าน นันทะเสนมาพบท้าวจักรวรรดิ ซึ่งมีอาวุธวิเศษคือพัดชีวิต ซึ่งถ้าพัดไปทางหนึ่งคนจะตาย พัดอีกทางหนึ่งคนจะฟื้น นันทะเสนทำทีเป็นจงรักภักดี ท้าวจักรวรรดิเอ็นดูจึง บอกว่า ตนกำลังจะไปดูนางเชลยมนุษย์ที่ลูกเขยจับมาได้ นันทะเสนเอะใจ จึงไปด้วย และได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกเอาพัดมาพัดท้าวจักรวรรดิตาย ตนเองแปลงกายเข้ามา จนหานางมณีพบ นันทะเสนแยกตัว ให้ส่วนหนึ่งพามณีออกไป อีกส่วนหนึ่งอยู่ล่อ ท้าวอนันตะวิก และ ฆ่าท้าวอนันตะวิกในที่สุด

ขณะที่นันทะเสนพามณีตามหาพระพิรุณนั้น ก็ถูกยักษ์อีก 2 ตนชื่อ อนันตะวิก และ อนันตะเวก สองพี่น้องทำเล่ห์กลเอามณีไปอีก ส่วนอนันตะเวกแปลงกายเป็นมณีแทน (อนันตะวิกและอนันตะเวกนั้นเป็นสหายท้าวอนันตะวงศ์และจักรวรรดิ) ระหว่างทาง อนันตะเวกทราบว่า สหายตนถูกนันทะเสนฆ่าตาย ก็คิดจะแก้แค้น โดยเมื่อพบพระพิรุณและพรรคพวกแล้วก็หลอก พาไปเมืองตน ทุกคนหลงเชื่อเพราะนึกว่าเป็นมณีตัวจริง

ฝ่ายมณีตัวจริงนั้น เทวดาได้ช่วยให้ร่างกลายเป็นชาย เพื่อท้าวอนันตะวิกจะได้ ทำอะไรไม่ได้ อนันตะวิกโกรธ จึงสั่งขังไว้
อนันตะเวกหลอกพิรุณและพรรคพวกมาขังไว้ในห้องกล ซึ่งอาวุธวิเศษต่างๆ ก็ช่วยไม่ได้ จนในที่สุดนางไม้แม่เลี้ยงจินดาก็มาช่วย ทุกคนปลอดภัย ท้าวอนันตะวิกและ อนันตะเวก ถูกจับ แต่พิรุณไม่ถือโทษ ทั้งสองเลยกลับใจมาช่วยพิรุณอีก
ทั้งหมดลาอนันตะวิก และ อนันตะเวกกลับเมืองอุดม ครั้นมาถึงก็ได้ทำอุบายหลอกท้าวตรีภพให้ยกนางสุทัศน์ให้ ท้าวตรีภพไม่ยอม จึงต้องใช้เล่ห์กลกันอีก
เมื่อท้าวตรีภพได้ทราบความจริงทั้งหมดก็โกรธสุทัศน์ สั่งให้ประหาร แต่มณีสงสาร ได้ขอชีวิตไว้ สุทัศน์จึงถูกเนรเทศไป ระหว่างเดินทางในป่า สุทัศน์ถูกยักษ์ชื่อ อัศตัน จะจับตัวไปเป็นชายา พอดีมีผู้วิเศษ โคธรรพ์ มาช่วยไว้ อัศตันสู้ไม่ได้จึงยอมเป็นศิษย์โคธรรพ์ ต่อมาสุทัศน์ ได้กับโคธรรพ์เพื่อหวังกลับไปแก้แค้นตรีภพ และ มณี ทั้งสองมีลูกชื่อ สามศรี

ทางฝ่ายเมืองอุดม พิรุณซึ่งโตเป็นหนุ่มขอพ่อออกมาเลือกคู่เอง ระหว่างทาง ได้นางไม้ เป็นชายา มีลูกชื่อ ทุมมา มีฤทธิ์เดชมาก พระพิรุณอยู่กับนางไม้จนกลายร่างเป็นจินดาและราหูในที่สุด ราหูออกเดินทางต่อไปจนไปพบเมืองโรมวิสัย ซึ่งมี ท้าวคันธมาศ และ นางรัชฎา ปกครองอยู่ ทั้งคู่มีธิดาสองคนชื่อ สุวรรณอัมพร กับ อัปสรสวรรค์ ท้าวคันธมาศได้ประกาศหาคู่ให้ธิดาทั้งสอง มีคนมามากมาย แต่ทั้งคู่ไม่พอใจ จนมียักษ์ร้ายชื่อ ปราบไตรจักร แปลงร่างเป็นมนุษย์รูปงามเข้ามาเที่ยวเล่น พร้อมกับราหูซึ่งเดินทางมาถึงเมืองนี้เช่นกัน ผู้คนพลเมือง ต่างก็ตกใจในความที่หน้าเป็นยักษ์ของราหู พอๆกับ ที่ตื่นเต้นในความงามของปราบไตรจักร
ในที่สุดอัปสรสวรรค์ก็เลือกปราบไตรจักรเป็นคู่ครอง ในขณะที่สุวรรณอัมพร เลือกพระราหู ทำให้ท้าวคันธมาศโกรธที่ไปเลือกยักษ์ จึงไล่ให้สุวรรณอัมพร และ ราหูไปอยู่กระ ท่อมท้ายวัง

ทางฝ่ายปราบไตรจักรก็ไม่สามารถเข้าใกล้อัปสรสวรรค์ได้ เพราะอัปสรไม่ใช่เนื้อคู่ของ ตน จึงทำให้ตัวร้อนทุกครั้งที่เข้าใกล้ ในที่สุดก็แยกตำหนักออกมา ปราบไตรจักรออกจับ ประชาชนพลเมืองกิน แล้วใส่ร้ายว่าเป็นราหู ทุกคนเชื่อเพราะราหูหน้าเป็นยักษ์ ในที่สุดปราบไตรจักรก็ลักพาเอาสุวรรณอัมพรเหาะกลับเมืองตน แต่ถูกนันทะเสนชิงตัวไว้ได้ระหว่างทาง นันทะเสนรู้ว่าอัมพรเป็นชายาราหูก็ดีใจ ออกติดตามราหู ฝ่ายราหูถูกจับฆ่า แต่ไม่ว่าจะฆ่าด้วยวิธีใดๆ ราหูก็ไม่ตาย ปราบไตรจักรจึงใช้ จักรวิเศษฆ่า แต่ราหูกลับขาดเป็น 2 ท่อน ไม่ตายอีก จึงให้ขังไว้

ปราบไตรจักรเอาใจพ่อตาแม่ยายโดยเอาของวิเศษของราหูคือ พัดชีวิตกับระฆังมาให้ รัชฎา เมื่อใช้พัดๆ ตนก็ตายทันที ปราบไตรจักรจึงสั่นระฆังเพราะคิดว่าจะแก้กันได้ จึงทำให้ พรรคพวกพระราหูมากันหมด เมื่อได้ยินเสียงระฆัง ความจึงแตกออกว่าที่แท้ปราบ ไตรจักรเป็นยักษ์ร้าย แต่ปราบไตรจักรก็หนีไปได้ ฝ่ายราหูถูกจำจองจนเข้าฤดูหนาวก็กลายร่างเป็นจินดา พอดีกับพรรคพวกมาช่วยไว้ ทุกคนเข้าใจกัน จินดาพักอยู่โรมวิสัยจนกลายร่างเป็นพระพิรุณ ท้าวคันธมาศยกอัปสรสวรรค์ให้พระพิรุณ และอยู่กันมาด้วยความสุข

ทางฝ่ายสุทัศน์ได้พยายามพูดจาให้ลูกได้ทราบถึงความเจ็บแค้นของตน พอดีกับ โคธรรพ์ได้ชุบฝาแฝดอีก 2 คนให้มีลักษณะเหมือนสามศรีทุกประการ เพื่อไว้ป้องกันสามศรี พอสบโอกาส สุทัศน์ก็เล่าเรื่องราวของตนโดยพลิกแพลงเอาความดีใส่ตัวเอง สามศรีแค้นมากเพราะอารมณ์เด็กจึงชวนอัศตันออกไปเมืองอุดม ทั้งสามศรีได้ตัวท้าวตรีภพ และ มณีมาขังไว้ในถ้ำ ปิดทางออกเพื่อให้อดอาหาร และขาดอากาศตาย แต่เทวดารักษาถ้ำช่วยเอาไว้ โดยให้มีทาง ช่องเปิด และเกิดรังผึ้งวิเศษให้มีน้ำผึ้งไหลออกมาตลอดเวลา ทั้งคู่จึงอยู่ในถ้ำอย่างปลอดภัย
โคธรรพ์เมื่อได้ทราบเรื่องก็สั่งสอนสามศรีไม่ให้ทำเช่นนี้อีก เพราะอาจจะเป็นการชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านก็ได้ แต่สุทัศน์รู้สึกสะใจ
ฝ่ายพิรุณเกิดฝันร้าย สังหรณ์ว่าบิดามารดาคงตกอยู่ในอันตราย จึงขอลาท้าวคันธมาศออกไปนอกเมือง แต่เนื่องจากเกรงว่าปราบไตรจักรจะย้อนกลับมาอีก จึงเรียกทุมมาและ นันทะเสนมาเฝ้าเมืองไว้ ตนเองออกเดินทางพร้อมกับงั่ง และ สุระผัด ซึ่งพอมาถึงเมืองอุดม ก็ได้รู้ว่าพ่อแม่หายไป จึงออกติดตาม โดยให้งั่ง และ สุระผัดช่วยเฝ้าเมือง แต่เนื่องจากกรรมเก่าจึงทำให้ไม่พบ

ทางเมืองโรมวิสัย ปราบไตรจักรย้อนกลับมาใหม่ แต่ถูกทุมมา และ นันทะเสนฆ่าตาย ครั้นเสร็จศึก ทุมมาก็กลับป่า ส่วนนันทะเสนออกไปเมืองอุดมตามพระพิรุณ ทางงั่ง และ สุระผัด ได้พยายามออกตามหาท้าวตรีภพ และ มณีด้วยความเป็นห่วง อีกแรงหนึ่ง จึงขัดคำสั่งของพิรุณ ทั้งสองมาถึงเมืองของโคธรรพ์ จึงลงไปดูด้วยความ ประหลาดใจว่าเมืองอะไรมาอยู่กลางป่า สมิงรู้สึกประทับใจโคธรรพ์ ในขณะที่งั่งสงสัย ขณะเดียวกันสุทัศน์มาเห็นเข้า ก็จำงั่งได้ จึงรีบหลบไป แล้วเล่าให้โคธรรพ์ฟัง ทั้งสองจึงกำจัดงั่ง และ สมิง โดยผลักลงไปในเหวพิษพญานาค แต่เนื่องจากงั่ง และ สมิงมีอาคมแก่กล้า จึงไม่ตาย แต่ก็ขึ้นมาไม่ได้
นันทะเสนเดินทางมาเมืองอุดมก็มาพบเมืองโคธรรพ์เช่นกัน นันทะเสนเห็นสุทัศน์ด้วยก็สงสัยว่ามาอยู่ทำไมที่นี้ จึงเข้ามาสืบโดยปลอมตัวเป็นกุมารน้อยชื่อ นันทะกุมาร สุทัศน์รู้สึกชอบเด็กคนนี้ในขณะที่โคธรรพ์นึกสงสัย แต่ยังไม่ทันทำอะไร เพราะโคธรรพ์ถึงเวลาต้องจำศีลภาวนาในถ้ำเดิม

วันหนึ่งสามศรีกับอัศตันไม่อยู่ เพราะเป็นคราวเคราะห์ของสุทัศน์ นันทะกุมารได้หลอก สุทัศน์ไปแล้วถามเอาความจริง สุทัศน์สารภาพ นันทะเสนจึงต้องฆ่าปิดปาก แล้วแกล้งทำเป็นว่านางผูกคอตายเอง ตนเองกลับมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วแกล้งเขียนเป็นลาย มือสุทัศน์ว่าถูกยักษ์ป่ามาลอบปล้ำ ตนอายจึงขอลาตายจากไป วันนั้นเองขณะที่โคธรรพ์กำลังจำศีลเกิดลางสังหรณ์ เป็นห่วงสุทัศน์รีบกลับ สามศรีก็เช่นกัน พอมาเห็นสุทัศน์ ตายก็เสียใจ พร้อมทั้ง ไล่นันทะกุมารไป เพราะไม่เฝ้าสุทัศน์ให้ดี

โคธรรพ์ทำพิธีชุบสุทัศน์ แต่สุทัศน์มีกรรมมากมาย จึงไม่ฟื้น และ กลับกลายเป็นผีดิบ มาเล่าความจริงให้ฟัง โคธรรพ์ และ อัศตันตามนันทะเสนไปโดยแปลงเป็นงั่ง และ สมิงเพื่อแก้แค้นบ้าง นันทะเสนหลงเชื่อ ถูกงั่ง และ สมิงปลอมพามาที่บ่อเหวพิษพญานาค และผลักตกไป แต่นันทะเสนก็ไวพอที่จะดึงเอาโคธรรพ์ และ อัศตันลงไปด้วย
กล่าวถึงพิรุณ เห็นหาพ่อแม่ไม่เจอแน่แล้วก็สั่นระฆังเรียก แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมาได้เลย จึงรู้ว่าต้องมีอันตรายแน่ จึงอธิษฐานขอให้พบพ่อแม่ คราวนี้พิรุณมาพบสามศรีเฝ้าวัง อยู่ เกิดมีการไต่ถามกันขึ้น ปรากฏว่าสามศรี และ พิรุณต้องรบกัน ไม่แพ้ไม่ชนะ

ทางฝ่ายพญานาคพอถึงเวลาพ่นพิษก็ขึ้นมา เห็นผู้คนในเหวด้วยความเป็นนาคถือศีลก็ เกิดเมตตา พาขึ้นจากเหวจนหมด โคธรรพ์กับอัศตันรบกันต่อกับนันทะเสน, งั่ง และ สุระผัด พอดีพิรุณซึ่งกำลังรบกับสามศรีถอยมาทางนี้พอดี พญานาคจึงห้ามปรามทั้ง 2 ฝ่าย โคธรรพ์ไม่ฟัง เรียกไฟกลดมาเผา พญานาคจึงช่วยพวกพิรุณไว้ โคธรรพ์, อัศตัน และ สามศรีหนีรอดไปได้ พวกพิรุณจึงติดตามท้าวตรีภพ และ มณีต่อ ในที่สุดต้อง บวงสรวงเจ้าป่าเจ้าเขา จึงได้พบพ่อแม่ และ พากลับเมือง
ฝ่ายปีศาจสุทัศน์ยังเจ็บแค้นไม่หาย จึงพาปีศาจป่ามาหลอกหลอน พวกพิรุณตกอยู่ในวงล้อมของปีศาจ จนกระทั่งทุมมาต้องมาช่วยพากลับเมืองได้โดยปลอดภัย
ทางฝ่ายโคธรรพ์, อัศตัน และ สามศรีได้ปลอมตัวหนีมาที่เมืองๆ หนึ่ง ชื่อ กาญจราช มี ท้าวจิตภักดิ์ ซึ่งเป็นยักษ์ครองอยู่ มเหสีชื่อ มาลีมาศ โคธรรพ์ทำอุบายจนกำจัดจิต ภักดิ์ไปได้ และ ให้อัศตันแปลงร่างแทน ทั้งหมดจึงอาศัยอยู่ที่กาญจราชด้วยความสุข

ทางฝ่ายสุวรรณอัมพร พอครบกำหนดก็คลอดลูกชายรูปงามชื่อ ตรีสุริวงศ์ ขณะเดียวกัน อัปสรสวรรค์ก็คลอดลูกชื่อ ตรีสุริยา ทั้ง 2 กุมารฉลาด และ เก่งกล้าสามารถตามบิดาคือ ราหูและพิรุณ
ทางฝ่ายพระอิศวรเล็งไปในโลก เห็นจินดาอยู่คนเดียว ก็ไม่เห็นใครจะเหมาะสม เท่าตน จึงลงมาในรูปเทพบุตรรูปงามอยู่กับจินดาจนตั้งครรภ์ คลอดบุตรออกมาเป็นหญิงชื่อ แก้วฟ้า
ต่อมาตรีสุริวงศ์เป็นหนุ่มขอเดินทางลาไปเยี่ยมญาติทางฝ่ายบิดา ระหว่างทางพบพราหมณ์ชื่อ วิชายง เกิดถูกชาตากัน จึงร่วมเดินทางไปถึงเมืองๆ หนึ่ง ชื่อ จักรพรรดิมี ท้าวมหาวงษ์ และ มเหสีกาญจนา มีธิดาสวยมากชื่อ สร้อยสวรรค์ สร้อยสวรรค์นี้เองที่โคธรรพ์หมายมั่นไว้จะให้สามศรี แต่ถูกวิชายงวางแผนแย่งชิงเอามาให้ตรีสุริวงศ์ ในที่สุดก็เกิดสงครามขึ้น ตรีสุริวงศ์จึงสั่นระฆังเรียกพรรคพวกมาช่วย ปรากฏว่าโคธรรพ์สู้ไม่ได้ จึงไปเฝ้าพระอาทิตย์ และ ขโมยเอาแสงอาทิตย์มาส่องพวกพิรุณจนสลบหมด ร้อนถึงพระจันทร์ต้องเอา แสงจันทร์มาช่วยแก้ไขให้ฟื้น สามศรีถูกฆ่าตาย ปีศาจสุทัศน์เป็นห่วงลูกจึงเอาหัวสามศรีไปให้โคธรรพ์ต่อ โคธรรพ์แปลงเป็นแมลงภู่ไปเอายา พระอาทิตย์มาต่อหัวลูกอีก
ครั้นสำเร็จ โคธรรพ์, อัศตัน และ สามศรี จึงก่อสงครามขึ้นอีก คราวนี้พระอิศวรได้บันดาลให้สามฤดูออกปรากฏตัว พร้อมๆ กัน จึงฆ่าโคธรรพ์ อัศตัน และสามศรีได้ ทุกคนจึงอยู่ด้วยความสงบสุขตลอดไป

**เทพสามฤดู 2546 ดำเนินเรื่องถึงแค่ราหูกับพิรุณ ครองรักกับ สุวรรณอัมพร และ อัปสรสวรรค์**




ออฟไลน์ มีน

  • *
  • 239
  • 0
Re: ละครแนะนำ : เทพสามฤดู ๒๕๔๖
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2017, 02:18:42 PM »
เทพสามฤดู
บทโทรทัศน์ : พิกุลแก้ว
ออกอากาศ พ.ศ. 2546

เนื่องจาก ท้าวตรีภพ (ศักดิ์สิทธิ์ ทวีกุล) ผู้ครองนครอุดม ต้องการโอรสสืบราชสมบัติจึงทำพิธีบวงสรวงขอโอรส องค์อิศรา (มาฬิศร์ เชยโสภณ) หรือ พระอิศวร จึงทรงเลือกให้ พระพิรุณ (เลอสรรค์ คงเจริญ) ลงมาเกิด พระพิรุณจึงไปร่ำลา พระราหู (ฆธาวุธ ปิ่นทอง) และ เทพธิดาจินดาเมขลา (อุษณียาภรณ์ ผลเจริญ) พี่น้องร่วมสาบาน
เมื่อทั้งสองรู้ข่าวจึงขออาสาลงไปเกิดด้วย แต่เงื่อนไขที่ท้าวตรีภพขอโอรสแค่คนเดียว พระราหูจึงเสนอว่า จะลงไปเกิดในร่างเดียวกัน แต่หมุนเวียนเปลี่ยนกันปรากฏตัวตามแต่ฤดูกาล

เมื่อองค์อิศราทรงอนุญาต ทั้งสามจึงลงไปเกิดในครรภ์ของ นางมณี (ชนากาญจน์ ผิวงาม) มเหสีฝ่ายขวา ทำให้นางทัศนีย์ (สุภัสสร มามีเกตุ) มเหสีฝ่ายซ้ายริษยา แต่เนื่องจากท้าวตรีภพลืมบวงสรวงขอบพระคุณที่ทรงประทานโอรสให้ ทำให้นางมณีต้องตั้งครรภ์นานถึง 5 ปี กว่าท้าวตรีภพจะระลึกได้ เมื่อบวงสรวงขอบพระคุณแล้ว มณีก็คลอดโอรสทันที
ในเวลานั้น เป็นฤดูร้อน เป็นเวลาของพระราหู ทุกคนต่างตกใจที่มณีคลอดเด็กยักษ์ออกมา ท้าวตรีภพคิดว่าราหูเป็นกาลกิณี จึงเนรเทศลอยแพไป แต่ได้พระฤๅษีโคดมช่วยไว้ และมีงั่ง กระหังป่าที่หมายจะจับเด็กน้อยกิน แต่ถูกฤทธิ์ของคาถาเด็กจู้จี้ที่พระฤๅษีสอนราหูคอยกำราบ จนต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เด็กทั้งสาม

ฝ่ายมณีถูกทัศนีย์ใส่ร้ายว่าแอบลักลอบคบชู้กับยักษ์ จึงถูกสั่งให้นำไปประหาร แต่ได้สุระผัดกับนันทะเสนช่วยเหลือไว้ และฝากให้ถือศีลอยู่กับพระฤๅษีมหาโพธิ์

เทพทั้งสามออกตามหามารดา ระหว่างนั้นก็ต้องผจญภัยกับยักษ์ร้าย อนันตะวงศ์ และจักรวรรดิ จนได้พบกับมณี องค์อิศราทรงคอยช่วยเหลือเทพทั้งสามจนพวกยักษ์ท้าทายหาว่าเทวดาลำเอียง องค์อิศราจึงรับคำท้าว่าจะลงไปเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาไม่มีอิทธิฤทธิ์อะไรต่อกรกับพวกยักษ์

มณีพาเทพทั้งสามกลับนครอุดม และพิสูจน์ให้ท้าวตรีภพเห็นในความบริสุทธิ์ของตนเองและลูก ท้าวตรีภพจึงสั่งให้ประหารทัศนีย์ แต่นางและพรรคพวกหนีรอดไปได้ และตกเป็นเมียของโคธรรพ์ ปิศาจวัวที่บำเพ็ญเพียรจนมีอิทธิฤทธิ์ มีบุตรชายด้วยกันคือ สามศรี (สพล ชนวีร์)

เมื่อเติบโตขึ้น เทพทั้งสามออกเดินทางท่องเที่ยว ได้พบคู่ครองของตนเอง พิรุณได้นางไม้ลักษณา (ปณิตา พัฒนาหิรัญ) เป็นชายาคนแรก ก่อนจะต้องจากกันเมื่อฤดูหนาวมาเยือน จินดาเมลขา ได้พบกับองค์อิศรา ที่ลงมาเป็นมนุษย์ธรรมดา ทำให้ ขันธมาร (กิตติ ดัสกร) ซึ่งคิดจะยึดครองสามโลกได้โอกาสกำจัดองค์อิศราา และราหู ได้พบกับ สุวรรณอัมพร (ศิริวัฒนา เบญจมาธิกุล) ธิดาคนโตของท้าวคันธมาศน์และมเหสีรัชฎา แห่งเมืองโรมวิสัย นางเสี่่ยงมาลัยเลือกคู่มาให้

ทั้งสองถูกขับไล่ไปอยู่กระท่อมปลายนา เพราะเลือกยักษ์เป็นคู่ครอง จนถึงฤดูฝน พิรุณได้พบกับ อัปสรสวรรค์ (ประถมาภรณ์ รัตนภักดี) น้องสาวของสุวรรณอัมพร ที่เสี่ยงมาลัยเลือกคู่ ปราบไตรจักร (ฉัตรมงคล บำเพ็ญ) เป็นสามี โดยที่ไม่รู้ว่าปราบไตรจักรเป็นยักษ์ร้าย แม้พิรุณจะพยายามหาวิธีเตือนนางก็ไม่เชื่อ

ทัศนีย์ให้สามศรีกลับมาแก้แค้น ลักพาตัวท้าวตรีภพ มณี ลักษณา และองค์อิศรา ไปขังที่เมืองโคธรรพ์ ล่อให้เทพทั้งสามไปช่วยเพื่อจะได้สังหารเสีย ทุมมา (นนท์ หงส์มานพ) ลูกของพิรุณ รู้แผนการจึงไปเตือนเทพทั้งสาม หลังจากที่เทพทั้งสามออกจากเมืองโรมวิสัย สุวรรณอัมพรนึกสงสัยท่าทีของราหู รวมถึงเรื่องเล่าลือของเทพทั้งสามที่เปลี่ยนร่างไปตามฤดูกาล จึงชวนอัปสรสวรรค์ออกไปตามหาความจริง

การผจญภัยครั้งนี้นอกจากจะทำให้พวกนางรู้ความจริงเรื่อง ราหู พิรุณ และจินดาเมขลาอยู่ในร่างเดียวกันแล้ว อัปสรสวรรค์จึงได้เห็นกับตาว่าปราบไตรจักรเป็นยักษ์

โคธรรพ์ทำพิธีแยกร่างเทพทั้งสามออกจากกัน สามศรีหลงรักจินดาเมขลา แต่เพราะนางเป็นลูกของศัตรู และนางไม่มีวันรักตน เพราะนางรักอยู่กับองค์อิศรา จึงแก้แค้นด้วยการสาปให้องค์อิศรากลายเป็นเสือในเวลากลางคืน และจินดาเมขลากลายเป็นนกในเวลากลางวัน ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ จนกว่าตนจะตายจึงจะถอนคำสาปได้

พิรุณ ราหู และจินดาเมขลา จะต้องพาองค์อิศราไปที่สวนปาริชาต เพื่อให้องค์อิศราสูดกลิ่นเกสรดอกปาริชาต กลับมามีอิทธิฤทธิ์ดังเดิม แต่ขันธมารทำลายสวนปาริชาตจนสิ้น พระพาย (โอฬาร ชูชาญ) แอบเก็บเมล็ดพันธุ์ปาริชาตได้ จึงมอบให้สุวรรณอัมพรและอัปสรสวรรค์ดูแลจนกว่าจะผลิดอกให้องค์อิศราสูดกลิ่นได้...

พรุ่งนี้มาต่อ แนะนำตัวละครนะคะ
#เทพสามฤดู #เทพสามฤดู2546





ออฟไลน์ มีน

  • *
  • 239
  • 0
Re: ละครแนะนำ : เทพสามฤดู ๒๕๔๖
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2017, 02:20:26 PM »
ราหู
นักแสดง : โฟน ฆธาวุธ ปิ่นทอง

บทพระราหู ถือเป็นเรื่องที่แจ้งเกิดพี่โฟนได้อย่างเต็มตัวจริงๆ กับรูปลักษณ์ของ พ่อยักษ์เขี้ยวน้อย ขี้ใจน้อย รักเดียวใจเดียว โดยเฉพาะความกลัว เอ๊ย เกรงใจเมีย  ที่สร้างความประทับใจจนกลายเป็นบทบาทพระเอกอันดับต้นๆ ที่อยู่ในใจคนดูทั้งหลาย
ราหูเป็น หนึ่งในเทพทั้งสามที่ลงมาเกิด และจะปรากฏตัวใน คิมหันตฤดู (ฤดูร้อน) มี กระบองแก้ว เป็นอาวุธ บนสวรรค์มีตำแหน่งเป็นกึ่งเทพกึ่งอสูร ถูกตัดกายขาดสองท่อนก็ฆ่าไม่ตาย
ราหูถือเป็นพี่ใหญ่ในบรรดาพี่น้องทั้งสาม เป็นผู้ที่เสนอความคิดให้ลงมาเกิดเปลียนร่างหมุนเวียนกันคนละฤดูกาล หลายครั้งที่ราหูเป็นผู้นำ และตัดสินใจในภาระหน้าที่ต่างๆ เก่งกล้าสามารถในเรื่องรบ แต่ไม่ชำนาญในเรื่องรัก แม้กระทั่งจะเข้าไปยึดกระท่อมคืนในฐานะสามียังไม่กล้า ได้แต่นอนแคร่เฝ้าหน้ากระท่อม
เพราะมีเขี้ยวยักษ์ (ถึงแม้จะเขี้ยวน้อยน่ารัก) และไม่คิดจะปิดบังตัวตน ด้วยเชื่อมั่นในความดีของตนเอง ทำให้ผู้คนที่พบเห็นและมองแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกพากันรังเกียจ ไม่เว้นแม้แต่บิดาของตน
รวมทั้ง สุวรรณอัมพร หญิงสาวที่ตนหลงรักเมื่อแรกก็ยังแสดงท่าทีชิงชัง จนไม่เข้าใจว่าถ้านางรังเกียจเขาถึงขนาดนี้ จะเสี่ยงมาลัยเลือกคู่มาให้เขาทำไม?
แต่ราหูก็ไม่เคยท้อใจที่จะแสดงความรักและความจริงใจจนนางเริ่มเปิดใจให้ตนทีละนิด ถึงจะมีนางยักษ์อย่างโชตะตามาตามตื๊อหมายปอง ราหูก็ไม่เคยไขว้เขว ไม่เคยนอกใจสุวรรณอัมพรแม้สักครั้งเดียว

#เทพสามฤดู





ออฟไลน์ มีน

  • *
  • 239
  • 0
Re: ละครแนะนำ : เทพสามฤดู ๒๕๔๖
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2017, 02:29:55 PM »
พิรุณ
นักแสดง : เจมส์ เลอสรรค์ คงเจริญ

ถ้าหากราหูพี่ชายเข้าหาสาวไม่เป็น พิรุณนั้นจะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงค่ะ บทบาทของพิรุณ เป็นสไตล์พระเอกละครจักรๆวงศ์ๆ และวรรณคดีทั่วไป รูปงาม เก่งทั้งรบและรัก
เมื่อครั้งเป็นเทพอยู่บนสวรรค์ ก็ดำรงตำแหน่งพระพิรุณ เทพแห่งสายฝน มีพระขรรค์เป็นอาวุธ มีกุมภีล์เป็นพาหนะ ปรากฏตัวใน วรรษสันตฤดู (ฤดูฝน)
พิรุณมีนิสัยเจ้าชู้ตามสูตรสำเร็จ เมื่อพบนางไม้ลักษณา ก็ตอบสนองความรักต่อนาง ให้ความหวังนาง แล้วจากไป ทำเสมือนนางเป็นดอกไม้ริมทาง หากลักษณาไม่ได้มีลูกกับพิรุณ เขาก็คงจะลืมนางไปหมดสิ้นเมื่อพบหญิงอื่น
เพราะเมื่อพบอัปสรสวรรค์ก็หลงรักโดยง่ายดาย พยายามเตือนนางว่าสามีที่นางเลือกมาครองเป็นยักษ์ร้ายแปลงตัวมา ท่าทีอ่อนโยน (และเจ้าแผนการ) ทำให้อัปสรสวรรค์เริ่มหวั่นไหว สร้างความหึงหวงให้แก่ลักษณาจนทำให้ลักษณาต้องทำสิ่งที่ผิดพลาดเพราะความรัก
ถึงแม้พิรุณจะไม่ได้รักเดียวใจเดียวแบบราหู แต่ความน่ารักในการแสดงของพี่เจมส์ก็เอาใจคนดูหลายๆ คนไปมากอยู่
เมื่อรักปักใจกับอัปสรสวรรค์แล้วก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจ และถือเป็นบทเรียนของพิรุณที่สร้างปัญหารักสามเส้าเอาไว้ ครั้นมาพบรักแท้จึงเป็นอุปสรรคที่ทำให้อัปสรสวรรค์ไม่อาจยอมเปิดใจให้ตนได้




ออฟไลน์ มีน

  • *
  • 239
  • 0
Re: ละครแนะนำ : เทพสามฤดู ๒๕๔๖
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2017, 02:30:58 PM »
จินดาเมขลา
นักแสดง : หน่อย อุษณียาภรณ์ ผลเจริญ

จินดาเมขลา คาดเดาว่าน่าจะมีเค้าโครงมาจาก นางฟ้าเมขลา เนื่องจากมีอาวุธเป็นดวงแก้วเหมือนกัน ชื่อ จินดาเมขลา ก็มีความหมายเดียวกับ มณีเมขลา
ถึงแม้จะเป็นหญิง และเป็นน้องเล็ก แต่ก็แกร่งกล้า และชำนาญการต่อสู้ไม่แพ้พี่ชายทั้งสอง นางเป็นสาวแกร่ง เชื่อมั่นในตัวเองสูง ทระนงตน เฉลียวฉลาด...มือหนัก บาทาหนัก (งั่งคอนเฟิร์ม)
เป็นแบบฉบับนางเอกสายบู๊ที่เก่งมากและมีคนดูพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่ง (และพี่หน่อยหุ่นดีมาก ไม่ว่าจะสวมชุดไทยหรือชุดเดินป่าก็สง่างามทุกชุด) ปรากฏตัวใน เหมันตฤดู (ฤดูหนาว)
และด้วยความเก่งกล้าเกินหญิงนี้ จึงสะดุดตาสะดุดใจสามศรีตั้งแต่แรกเห็น แต่นางไม่เคยแยแส (แอดมินก็แอบเชียร์ให้จินดารักตอบสามศรีอยู่นะ แต่นางใจแข็งจริงๆ)
จินดาเมขลา เป็นผู้พิทักษ์อารักขาใกล้ชิดองค์อิศราในการเดินทางตามหาต้นปาริชาตมากที่สุด จนบังเกิดเป็นความรักที่ผูกพันแน่นแฟ้นต่อกัน
ในขณะที่พี่ชายสองคนซึ่งต้องแยกไปเคลียร์ทางกัน 'คู่' ละทาง ก็มัวแต่เดินทางไปสวีทกันไป จินดาเมขลาจึงค่อนข้างรับศึกหนักอยู่หลายครั้งจากการโจมตีของศัตรู
เดี๋ยวตายเดี๋ยวฟื้น ทนทุกข์กับคำสาป แต่นางก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้แต่ตอนที่สามศรีขู่จะฆ่าองค์อิศราเพื่อแลกกับตัวนาง จินดาเมขลายังยืนกรานที่จะตายพร้อมองค์อิศราดีกว่าต้องเป็นของสามศรี

#เทพสามฤดู