ข่าว: วิธีแก้ภาษาต่างดาวเมื่อล็อกอินเข้าบอร์ด  Click >>>

  • กรกฎาคม 07, 2015, 09:26:15 AM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้เขียน หัวข้อ: กลอนวรรณคดี  (อ่าน 109032 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นานะจัง

  • Admin
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 6779
  • การ์ม่า: -2
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2008, 08:25:00 PM »
มาขอกำลังใจจากพี่ๆบอร์ดนี้นะคะ เร็วๆนี้ ยิมมีโปรแกรมแข่งขันแต่งคำประพันธ์ ประเภทกาพย์ยานี 11 ปีที่แล้วเคยไปถึงเหรียญทองระดับภาคเหนือมาแล้ว ปีนี้จะสู้ต่อไปให้ถึงระดับประเทศค่ะ ฝากคำอวยพรหน่อยนะคะ

แล้วก็อีกโปรแกรมหนึ่ง เป็นการแข่งขันแต่งกาพย์ฉบัง 16 ระดับเขต ยินข่าวแว่วมาว่าเข้มมาก ผู้ชนะได้รับรางวัล 1,000 บาท และเป็นตัวแทนสู่ระดับประเทศ ยังไงก็ขอกำลังใจด้วยนะคะพี่ๆชาวบอยคลับ

ว้าว นี่เราได้ กวีเหรียญทองมาแต่งกลอนให้เหรอเนี่ย สุดยอดจริงๆ น้องๆบอร์ดนี้แต่ละคนไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย
พี่นานะจัง ก็ขอให้น้องยิม ชนะเลิศในระดับประเทศนะคะ สู้ๆ เยาวชน ที่เก่งขนาดนี้เราต้องส่งเสริม
ตั้งใจทำให้ดีที่สุดนะจ๊ะน้องยิม พวกพี่เป็นกำลังใจให้จ้า


แก้วนพเก้า Click >>>   โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา
<a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf" target="_blank" class="new_win">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove.swf</a><a href="http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf" target="_blank" class="new_win">http://basic-animation.com/moodle/file.php/1/oolove22.swf</a>

ออฟไลน์ กันย์ณภัทร

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 2185
  • การ์ม่า: -1
  • จงปลดโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ ด้วยคมดาบแห่งใจตน
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 02:49:57 PM »
มาขอกำลังใจจากพี่ๆบอร์ดนี้นะคะ เร็วๆนี้ ยิมมีโปรแกรมแข่งขันแต่งคำประพันธ์ ประเภทกาพย์ยานี 11 ปีที่แล้วเคยไปถึงเหรียญทองระดับภาคเหนือมาแล้ว ปีนี้จะสู้ต่อไปให้ถึงระดับประเทศค่ะ ฝากคำอวยพรหน่อยนะคะ

แล้วก็อีกโปรแกรมหนึ่ง เป็นการแข่งขันแต่งกาพย์ฉบัง 16 ระดับเขต ยินข่าวแว่วมาว่าเข้มมาก ผู้ชนะได้รับรางวัล 1,000 บาท และเป็นตัวแทนสู่ระดับประเทศ ยังไงก็ขอกำลังใจด้วยนะคะพี่ๆชาวบอยคลับ
เอาใจช่วยค่ะ
สู้ๆนะคะ
ขอให้ได้รางวัลชนะเลิศค่ะ


:::::::: อิมเมจ: ศตายุ+รวิชา :::::::::

ออฟไลน์ bobenz

  • แฟนพันธุ์แท้แก้วนพเก้า
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 5694
  • การ์ม่า: -1
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 09:12:28 AM »
~..ตำนาน..กุหลาบบ่มพิษรัก..~



ฤทธิ์แรงรัก จักก่อ เกิดทุกที่

ปฐพี นาคปุระ ฤๅสวรรค์

เหล่าเทวะ อสูร ส่ำคนธรร

นรนั้น ยื้อหมาย ไขว่คว้าครอง


ณ.แดนดิน เทวาลัย อันไกลแสน

พิมานแมน องค์สุเทษณ์ เวทย์ผยอง

ปฏิพัทธ์ มัทนา ปิ่นฟ้ากรอง

ผุกจิตรพ้อง เทพี ผู้วิไล


มัทนา หามีใจ ใคร่สมัคร

พิโรธนัก จึ่งสาบ กุหลาบไม้

สถิตย์เพียง ป่าเขา ลำเนาไพร

เพ็งเพ็ญได้ กลายร่าง เป็นผู้คน


มนต์จะคลาย ได้เมื่อ เจ้ามีรัก

แต่โศกนัก รักจะพ่าย ละลายพ้น

จะไม่สม ภิรมร์ ใด ในกมล

จะร้อนรน ทนท้อ ทรมาน


พิษแห่งรัก ริดรอน กร่อนด้วยพิษ

หาญห้าวฤทธิ์ มะหิตแรง กำแหงหาญ

ราญแหลกยับ ขับข่ม จมรอนราญ

รมกำยาน ระย่อกลิ่น กามารมณ์


มัทนา มั่นรัก กลายไม้ต้น (กุหลาบ)

ยอดรักตน ป่นเถ้า ระร้าวขม

จอมเทวา ท่าสิ้น ดิ้นระทม

ทุกผู้ตรม แตกดับ ลับลาไป


มัทนะ..พาธา...ค่าผลลัพภ์

แม้อาภัพ พังพิณ สิ้นรักไซร์

ก็ขอตรา พารารู้ สามโลกไกล

กุหลาบไพร ได้ขาน ตำนานเนา.....
.....................................................................

มัทนา มาจากศัพท์ มทน แปลว่า ความลุ่มหลงหรือความรัก
มัทนะพาธา มีความหมาย ความเจ็บปวดและความเดือดร้อนเพราะความรัก
ตำนาน กุหลาบ ต้นนี้....กุหลาบที่เป็นพิษ ระหว่าง เทวบุตรสุเทษณ์ และ เทพธิดา มัทนา กับ ชัยเสนกษัตริย์หนุ่ม
.หาอ่านกันได้ครับ......
มัทนะพาธาเป็นพระราชนิพนธ์เรื่องเอกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นหนังสือที่แต่งดี ประเภทฉันท์ เป็นบทละครพูดซึ่งแปลกและแต่งได้ยาก มีตัวละครและฉากสอดคล้องกับวัฒนธรรมภารตะโบราณและเข้ากับเนื้อเรื่องได้ดี

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kingsoke&month=04-2009&date=01&group=3&gblog=24

ออฟไลน์ กาฬรหัสย์

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 6358
  • การ์ม่า: -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 11:15:11 AM »
ฉันท์เรื่องมัทนพาธา   เป็นฉันท์ที่ไพเราะมาก 
กาฬเคยเรียนตอนม.6  ยกบางส่วนมาให้อ่าน
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ 0ydi;'LN

  • Member
  • *
  • กระทู้: 43
  • การ์ม่า: -1
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 12:10:46 PM »
ขอแจม ด้วย ได้ป่ะครับ ฟังมา จากเรื่องมณีนพเก้าอ่ะครับ เป็นตอนที่ หลังจาก ทารกมณีแดงได้รับ การถ่ายเลือดจากอสูร ทำให้ โต เป็น วัยรุ่นภายใน 7 วัน ครับ



      พอล่วงเลยเจ็ดวันผันผ่าน   ก็เกิดการอัศจรรย์อันหนักหนา

มณีแดงเติบใหญ่วัยพันทาง       ทั้งกายาแกร่งกร้าวห้าวเกินใคร

มีพละกำลังเทพสร้างสรรค์       อัศจรรย์ยิ่งดูเกินผู้ใหญ่

ยกคนได้ทั้งคนพ้นแปลกใจ      ทั้งว่องไวพรากเพียรเรียนวิชา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2009, 12:20:53 PM โดย jakwong »

ออฟไลน์ 0ydi;'LN

  • Member
  • *
  • กระทู้: 43
  • การ์ม่า: -1
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 12:19:40 PM »
        อีกบทครับเป็นตนที่หลังจาก มณีแดง โตเป็น วัยรุ่น ภายใน 7 วัน จน คนเขา กลัวกัน และทำให้ มณีแดง น้อยใจอย่างหนัก จน ต้องเรียกหาอสูร และมีอสูร คนเดียวที่เป็นเพื่อน จนโดนอสูร บอกกล่าวแต่สิ่งผิด ๆ แต่ตอน วัยรุ่น
มณีแดงไม่ได้เรียก อสูรว่า พ่ออสูร แต่เรียกว่า อสูร และบอกว่า อสูรเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

    ด้วยมีความเป็นมารน่าประหลาด  คนจึงขลาดพึงพรั่นทั้งหวันไหว

ต่างเล่าขานบอกกล่าวเล่ากันไป     ถึงมือใหญ่อสูรยักษ์พาลศักดา

ทั้งเติบใหญ่ผิดมนุษย์สุดเร็วนัก      ผู้คนจักเข้าใกล้ก็ไม่กล้า

พูดกับใครเขาออกห่างต่างถอยหน้า อนิจาเหลียวหาใครไม่มีเลย

ออฟไลน์ กาฬรหัสย์

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 6358
  • การ์ม่า: -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: เมษายน 30, 2009, 12:38:23 PM »
มณีแดงภาคที่แล้วน่าสงสารจัง  :icon_redface:
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ นับดาว

  • Jr. Member
  • *
  • กระทู้: 61
  • การ์ม่า: 0
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2009, 12:19:25 PM »
มาช้าไปหน่อย แจมนิดหนึ่ง ไม่เพราะไม่ว่ากันนะคะ อิอิ

สังข์ทอง ตอนรจนาเลือกคู่
 
    รจนาพิศดูเจ้าเงาะป่า             เห็นกายาเป็นทองงามผ่องใส
ด้วยพระสังข์ร่ายมนต์เผยรูปใน    จอมขวัญเสี่ยงมาลัยให้ด้วยยินดี
พระบิดามารดาฉงนนัก              ใยลูกรักเลือกคนป่าไร้ราศี
สูญสิ้นเกียรติย่อยยับทำอัปรีย์     ไม่รักดีหรือไรเจ้าธิดา 

แหะๆ  เอาสั้นๆก่อนนะคะ แต่งยาวๆแล้วมันจะไปนอกโลก
นับดาววันละดวง

ออฟไลน์ นับดาว

  • Jr. Member
  • *
  • กระทู้: 61
  • การ์ม่า: 0
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2009, 10:51:27 AM »
สี่ยอดกุมาร

        สี่กุมารหาญกล้าน่าเกรงขาม  สง่างามนามเกรียงไกรไปทั่วหล้า
ทั้งเก่งกาจอาจองทรงศักดา          ครองมหาศาสตราวุธเรืองฤทธี
องค์โอรสปฐพีครองตรีศูล  เจิดจำรูญประจำพระสง่าศรี
องค์น้ำค้างจอมนางราชเทวี  เคียงคู่บารมีองค์ราชา
องค์ที่สองครองคทายอดอาวุธ  อรนุชเกร็ดแก้วคู่เสน่หา
ครองรักเคียงองค์พระคงคา  ด้วยบุญญาวาสนาเกื้อกูลกัน
องค์วายุครองจักรทรงฤทเดช  ครองคู่เยาวเรศนวลสวรรค์
องค์น้ำทิพย์เทพธิดาเคียงราชันย์  สมสุขสันต์หรรษาชื่นฤทัย
องค์สุดท้องครองสังข์เสียงเสนาะ  พริ้งไพเราะชวนสดับทั่วพิสัย
เคียงคู่นางนาคนรีเจ้าจอมใจ  แสงสุรีย์ยิ่งใหญ่ในธานี
                           
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2009, 11:17:33 AM โดย นับดาว »
นับดาววันละดวง

ออฟไลน์ มณีจันทร์

  • Hero Member
  • **
  • กระทู้: 536
  • การ์ม่า: 0
  • เพศ: หญิง
  • If you're my destiny I will meet you (may be !!!)
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2009, 08:20:41 PM »
เมย์จำกลอนตอนที่แต่งตั้งชายาของอิเหนาไม่ได้อ่ะ  เคยอ่านจากหนังสือแต่ตอนนี้หาหนังสือไม่เจอ
ถ้าเจอเมื่อไหร่จะเอามาลงนะค่ะ หรือไม่ก็ถ้ามีใครที่รู้ช่วยโพสต์ด้วยนะค่ะ ส่วนตัวชอบมากเลยค่ะ
จำได้แต่ว่าแต่งตั้งให้จินตหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา  ให้บุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย
ให้สักการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา  ให้มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย จำได้แค่นี้อ่ะค่ะ(แถมยังไม่เป็นกลอนอีกด้วยอ่ะ)

 :icon_mad:

 :'(    :icon_biggrin:

ออฟไลน์ นับดาว

  • Jr. Member
  • *
  • กระทู้: 61
  • การ์ม่า: 0
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2009, 12:40:34 PM »
คราวนี้แต่งกลอนแบบว่าเชิญชวนให้คนอนุรักษ์บทกวี ลองอ่านดูนะคะ

         บทกวีที่คนมองว่าไร้ค่า            แฝงลีลาศรศิลป์สิ่งสร้างสรรค์
จรรโลงใจให้ข้อคิดเป็นสำคัญ            บ้างขำขันพาหรรษามานมนาน
ทั้งกลอนฉันท์วรรณคดีที่เลิศล้ำ         ร้อยลำนำร่ายร้องก้องขับขาน
ทั้งบทเห่บทละครบอกตำนาน            ทั้งสืบสานงานโคลงคงนิยม
แม้ผู้ใดว่ากวีไร้ศรีศักดิ์                    แลไม่รักษ์บทกวีที่สั่งสม
คงมิมีบทกวีไว้ชื่นชม                      เพราะว่าจมเหือดหายตามกาลเวลา
อันกวีคือผู้เสียสละ                        ที่สืบสานศิลปะแห่งภาษา
แม้คนมองว่าต่ำต้อยถอยราคา         ยังอุตส่าห์อนุรักษ์ความเป็นไทย 
ขอพี่น้องร่วมรักษาวรรณศิลป์         ให้คงอยู่คู่แผ่นดินพิสมัย
ทรงคุณค่าคงคู่ความภูมิใจ              ประดับไว้ในสยามนานนิรันดร์       
นับดาววันละดวง

ออฟไลน์ กาฬรหัสย์

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 6358
  • การ์ม่า: -4
  • เพศ: หญิง
  • ஐ~ เผ่าพันธุ์นาคีซ่อนพิษไว้เสมอ ~ஐ
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2009, 08:38:40 PM »
สี่ยอดกุมาร

        สี่กุมารหาญกล้าน่าเกรงขาม  สง่างามนามเกรียงไกรไปทั่วหล้า
ทั้งเก่งกาจอาจองทรงศักดา          ครองมหาศาสตราวุธเรืองฤทธี
องค์โอรสปฐพีครองตรีศูล  เจิดจำรูญประจำพระสง่าศรี
องค์น้ำค้างจอมนางราชเทวี  เคียงคู่บารมีองค์ราชา
องค์ที่สองครองคทายอดอาวุธ  อรนุชเกร็ดแก้วคู่เสน่หา
ครองรักเคียงองค์พระคงคา  ด้วยบุญญาวาสนาเกื้อกูลกัน
องค์วายุครองจักรทรงฤทเดช  ครองคู่เยาวเรศนวลสวรรค์
องค์น้ำทิพย์เทพธิดาเคียงราชันย์  สมสุขสันต์หรรษาชื่นฤทัย
องค์สุดท้องครองสังข์เสียงเสนาะ  พริ้งไพเราะชวนสดับทั่วพิสัย
เคียงคู่นางนาคนรีเจ้าจอมใจ  แสงสุรีย์ยิ่งใหญ่ในธานี
                           

เพราะมากๆ เลยจ้า



มีบทนึง  พี่ชอบมาตั้งแต่ป.3  แต่หาไม่เจอซักที  เพิ่งจะมาเจอ

จากเรื่อง   พระยาฉัททันต์ อดีตชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า
เรื่องเกิดจากเมื่อครั้งทรงกำเนิดเป็นพญาช้าง  นางจุลสุภัทราชายาตนหนึ่งน้อยใจ จึงกลั้นใจตายแล้วได้ไปเกิดใหม่เป็นธิดาของพระเจ้าพรหมทัต ยังมีความเคียดแค้นต่อพระสวามีในอดีตชาติ ทรงปรารถนางาของพระยาฉัททันต์ จึงให้นายพรานไปดักตัดงามาให้  เมื่อพระยาฉัททันต์ทรงทราบ  จึงยอมพลีพระองค์ และมอบงาให้ไปพร้อมกลอนบทนี้   
เมื่อนางจุลสุภัทราทราบความ ก็เศร้าเสียใจจนตรอมใจตาย



     ยังรักน้องเท่าฟ้าเวหาหาว          อยากได้ดาวก็จะได้หากให้หา
น้องประสงค์มุ่งหวังทั้งสองงา          จึงมอบมาให้เห็นเป็นขวัญใจ
     พี่ขอลานงนุชสุดถนอม             สองงาพร้อมอยู่ชิดพิศมัย
เกิดชาติปางใดหนอต่อต่อไป          ขอจงได้เคียงครองกับน้องเอย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2009, 08:48:34 PM โดย กาฬรหัสย์ »
**จักรวาลนี้กว้างไกลแลไพศาลนัก เราเป็นเพียงละอองธุลีอันน้อยนิดล่องลอย ยากที่จะเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งให้จบครบสิ้น
สิ่งที่เรามิเคยเห็น ใช่ว่าจะมิมี แลสิ่งที่มิเคยได้ประสบ ก็ใช่ว่าจะมิเคยเกิดขึ้น**

ออฟไลน์ นับดาว

  • Jr. Member
  • *
  • กระทู้: 61
  • การ์ม่า: 0
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2009, 01:43:44 PM »
ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะพี่กาฬ แต่เฟิร์นว่ามันยังแปลกๆอยู่อ่ะ อิอิ แต่ว่าจะพยายามแต่งนะคะ แต่เฟิร์นว่ากลอนที่เฟิร์นแต่งได้ดีที่สุดน่าจะเป็นบทข้างล่างนี้นะคะ


         บทกวีที่คนมองว่าไร้ค่า            แฝงลีลาศรศิลป์สิ่งสร้างสรรค์
จรรโลงใจให้ข้อคิดเป็นสำคัญ            บ้างขำขันพาหรรษามานมนาน
ทั้งกลอนฉันท์วรรณคดีที่เลิศล้ำ         ร้อยลำนำร่ายร้องก้องขับขาน
ทั้งบทเห่บทละครบอกตำนาน            ทั้งสืบสานงานโคลงคงนิยม
แม้ผู้ใดว่ากวีไร้ศรีศักดิ์                    แลไม่รักษ์บทกวีที่สั่งสม
คงมิมีบทกวีไว้ชื่นชม                      เพราะว่าจมเหือดหายตามกาลเวลา
อันกวีคือผู้เสียสละ                        ที่สืบสานศิลปะแห่งภาษา
แม้คนมองว่าต่ำต้อยถอยราคา         ยังอุตส่าห์อนุรักษ์ความเป็นไทย 
ขอพี่น้องร่วมรักษาวรรณศิลป์         ให้คงอยู่คู่แผ่นดินพิสมัย
ทรงคุณค่าคงคู่ความภูมิใจ              ประดับไว้ในสยามนานนิรันดร์       
นับดาววันละดวง

ออฟไลน์ bobenz

  • แฟนพันธุ์แท้แก้วนพเก้า
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 5694
  • การ์ม่า: -1
Re: กลอนขำๆจาก"พระอภัยมณี" ฮาโคตร!!!!
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2009, 10:14:14 AM »
สุดยอดกลอน! พระอภัยมณีฉบับ(โค-ตร)ฮา~
posted on 15 Dec 2006 22:13 by woratana กลอนที่ใช้แสดงในเรื่อง พระอภัยมณีฉบับสมบูรณ์
แสดงวันที่ 29 ก.ค.49 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549 ณ โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม


เริ่มเรื่อง

มาจะกล่าวสาวความไปตามเรื่อง
ถึงความปราชญ์ความเปรื่องกวีขาน
สุนทรภู่ครูกลอนเชลงกานต์
ยอดนิทานเรื่องพระอภัยมณี
มากหลายตอนสอนจิตให้คิดได้
เช่นตอนไซร้พระอภัยคลาไคลหนี
นางผีเสื้อยักษาอสุรี
ได้แง่คิดดีดีมิเสื่อมคลาย
มาวันนี้จะแสดงแถลงไข
ถึงความในที่ไม่สมอารมณ์หมาย
ของปวงเทพเทวัญดลภูตพราย
อย่ากล้ำกรายทำลายสุขสนุกเทอญ


กล่าวชมพระอภัยมณี

จะกล่าวถึงตัวเรานั้นเป็นเจ้า
เป็นท้าวรัตนาธานีศรี
ชื่อของเรานั้นไซร้อภัยมณี
เหมือนวิลลี่จุติมาบัลดล
พักตร์ประดุจสุดหล่อแห่งสยาม
แต่เลวทรามไปบ้างเป็นบางหน
เมื่อมีภัยใดมาไม่อับจน
เพราะส่งคนไปตายแทนตัวมา
อันความหล่อหล่อยิ่งผู้หญิงใคร่
เบิร์ดธงชัยแท่งศักดิ์สิทธ์ยังอิจฉา
บิ๊กแดนบีมพี่ฟิล์มยังระอา
แม้พี่ติ๊กเจษฏายังพาที
พี่ศรรามถามไปทำไงหล่อ
ไปหาหมอผ่าตัดหรือน้องพี่
พระอภัยตอบหนุ่มไปบิ๊กซี
ซื้อเพ็ดดิกรีมากินเดี๋ยวหล่อเอง


กล่าวชมนางเงือก

โอ้น้องหญิงงามยิ่งวิจิตรตรี
หทัยพี่ปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
อรชรตอนกราบก้มบังคมคัล
หน้าตานั้นดวงเดือนเหมือนนางฟ้า
มองทางซ้ายเหมือนแอนทองประสม
หน้าตาคมผมสวยเหมือนพิตต้า
น้องโดนัทแตงโมยังระอา
แคทรียาแมคอินทอทยังถอดใจ
เรื่อยยลขวาหน้างามหว่าน้องนุ่น
ปูไปรยาไม่ติดฝุ่นหึ่นไม่ให้
ชมมองหลังฝังความงามประไพ
พี่นึกไปว่าน้องกบก็ไม่ปาน
แต่มองใกล้ทำไมหน้าน้องแก่
ตอนยิ้มแล้ตีนกามาไพศาล
อีกหนังเหี่ยวเกี้ยวพาหน้าโบราณ
หน้าอกยานไปหน่อยไม่ค่อยดี
โอ้อุราพาขนลุกจนหัวโกร๋น
เมื่อน้องโยนรหัสลับมาให้พี่
รหัสลับที่ว่าขอพาที
ก็กลิ่นปากอยากหนีโคตรเหม็นเลย




นางผีเสื้อสมุทรด่าพระโยคี

นางผีเสื้อเหลือโกรธพิโรธร้อง
มาตั้งซ่องศีลจะมีอยู่ที่ไหน
ช่างเฉโกโยคีหนีเขาใช้
ไม่อยู่ในศีลสัตย์มาตัดรอน
เขาว่ากันผัวเมียกับแม่ลูก
ยื่นจมูกเข้ามาแส่ชะแง้สอน
แม้นคบคู่กูไว้มิให้นอน
จะราญรอนรบเร้ามิห่างไกล
อนิจจาลามกจกเปรต
น่าสมเพชซุกหญิงไว้อิงไซร้
ช่างหื่นกามตามโฉดมิโปรดภัย
กางเกงในไม่ใส่เดี๋ยวก็ยาน
อีตาแก่หนังเหี่ยวเดี๋ยวก็ตาย
ยังมิวายสอดเรื่องเปรื่องกล่าวขาน
ทำธรรมมะธัมโมมาเนิ่นนาน
แท้สันดานยุแยงให้แตกกัน
รอยตีนกาหน้าย่นหาสนไม่
ทำปากไวไอ้เหี่ยวเดี๋ยวอาสัญ
ใต้สบงคงเย็นกูเห็นมัน
ช่างน่าขันอันกระจ้อยหนอยทำโชว์


นางผีเสื้อสมุทรด่านางเงือก

แล้วชี้หน้าด่าอึงหึงนางเงือก
ทำซบเสือกสอพลออีตอแหล
เห็นผัวรักยักคอทำท้อแท้
พ่อกับแม่มึงเข้าไปอยู่ในท้อง
ทำปั้นเจ๋อเย่อหยิ่งมาชิงผัว
ระวังตัวมึงให้ดีอีจองหอง
อย่าให้เผลอเลินเล่ออีน่าปอง
กูจะจองลองลิ้มชิมรสมึง
อีนางเงือกเหงือกบานสันดานถ่อย
อีด่างพร้อยหอยแครงอีแร้งทึ้ง
อีหน้าโบสถ์โบราณแม้นหน้าตึง
ไม่ได้ครึ่งของกูหรอกอีดอกทอง
ทำเล่นลิ้นสิ้นดีอีชาติชั่ว
มาพรากผัวหัวใจให้ไกลน้อง
อีอ้วนเตี้ยตัวเขียวทำเหลียวมอง
ทำลองของร้องไห้ให้เห็นใจ
อีหน้ากลมนมแฟบแนบกับพื้น
ทำอวดยื่นเทียบกูจะสู้ไหว
คิดว่าตัวสวยตายอีควายไพร
แค้นโวยแค้นทรวงในหทัยกู


พระโยคีด่านางผีเสื้อสมุทร

พระโยคีชี้หน้าว่าอุ่เหม่
ยังโว่เว่วุ่นวายอีตายโหง
เพราหลงผัวมัวเมาเฝ้าตะโกง
ว่ากูโกงมึงก็ตกนรกเอง
อียักษาตาโตโมโหมาก
รูปก็กากปากก็เปราะไม่เหมาะเหม็ง
นมสองข้างอย่างกระโปรงดูโตงเตง
ผัวของเอ็งเขาระอาไม่น่าชม
ดูรูปร่างข้างขวาอีห่าเอ๋ย
อย่างกระเทยกล้ามโตโอ้โคตรสม
คิดว่าตัวสวยสง่าหมามองชม
หมายังหมดอารมณ์ผสมพันธ์
ดูรูปร่างข้างซ้ายฉายแววเน่า
ก็กลิ่นเต่าเย้ายวนให้ชวนฝัน
ปากก็เหม็นเม็นทรอทสักล้านอัน
ก็สุดกลั้นกลิ่นปากอันมากนา
ยังนี้หรือใครจักรักมึงแท้
ว่าคนแพ้โพนทะนาอีหน้าหมา
อีหัวบานด้านอยู่ได้ไม่อายฟ้า
ผัวเขาไล่เพ้อบ้าเที่ยวด่าไป
อนิจจาหาว่ากูไปสอด
อีหอยหลอดมึงวิเศษณ์มาจากไหน
อีสันขวานปานแย้ตอแหลไว
ลอลิเอะไม่ใส่อุ๊ยแฉะจัง
อีจูออนท่อนซุงอีพุงพุ้ย
มาพูดซุยคุยโตอีโอหัง
อยากจักดูจักต้านทานพลัง
เวทมนต์ขลังของกูได้อย่างไรกัน



-------------------------------------------
Credit: วราวุธ แหยมญาติ พิมพ์+ประพันธ์
29 พฤศจิกายน 2549
เวลา 23.00 น

Direct Source: http://otouto.18.forumer.com/index.php?showtopic=14

ออฟไลน์ mint_rp

  • แฟนพันธุ์แท้แก้วนพเก้า
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 211
  • การ์ม่า: 1
  • เพศ: หญิง
Re: กลอนวรรณคดี
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2009, 07:25:22 PM »
ฮาจริงๆค่ะพี่โบว์เบนซ์  :icon_idea: