ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

ละครไทยโอเวอร์แอคติ้งเพราะพื้นฐานการศึกษา หรือ เพราะพื้นฐานด้านวัฒนธรรม

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์


http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8051760/A8051760.html


 ~ เป็นไปได้ไหม ที่ละครไทย ต้องแสดง Overacting เพราะโดยพื้นฐาน คนไทยมีการศึกษาไม่สูง ~ 
คือวันนี้ผมดูละครไทยช่วงบ่าย เรื่องลิขิตกามเทพ
ปกติผมไม่ค่อยได้ดูละครไทยเท่าไร

พอผมลองมาดู มันจะมีฉากที่พระเอก(มั้ง) เรียกตัวร้ายขึ้นรถ
แล้วตัวร้าย ก็ overacting ดีใจแบบ คนธรรมดาทำไม่ได้

ผมเลยคิดว่า ที่ละครไทยต้องทำอะไรแบบนี้เช่น

ตัวร้ายเกลียด = กรี๊ด
พระเอกให้ท่าตัวร้าย = ดีใจออกนอกหน้า
เสียใจ = ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรและคิดตามเรื่องอดีต

หรืออะไรก็ตามแต่ เป็นเพราะว่า ผู้จัดละครเชื่อว่า
คนไทย "คิดตามไม่ได้"

และถ้าเป็นเช่นนั้น เป็นไปได้ไหมว่า ในอนาคต เมื่อคนไทยมีการศึกษา
สูงมากกว่าตอนนี้ ในทุกหย่อมหญ้า มาตราฐานละครไทย จะเปลี่ยนไป

และดีขึ้นกว่าที่เป็น ?

จากคุณ : 2j Jay  - [ 6 ก.ค. 52 17:29:36 ] 


--------------------------------------------------------------------------------

 ความคิดเห็นที่ 1   

ไม่มั้ง ผมก็เห็นคนออฟฟิศจบป.ตรี ป.โท ก็ติดละครไทย

คนในเหลิมไทยนี่ก็ส่วนใหญ่การศึกษาไม่น้อย ก็เห็นติดละครไทยนี่ครับ

จากคุณ : ชาเขียว    - [ 6 ก.ค. 52 17:36:53 ] 

 : NangMarn2000Years
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 2   

แต่เราก็เคยเห็นคนแบบในละครนะ overacting ซะไม่มี
กรี๊ดกร๊าด น่ารำคาญ การศึกษาสูงด้วย

จากคุณ : ไร่ปลายตะวัน    - [ 6 ก.ค. 52 17:46:35 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 3   

แล้ว จขกท. ล่ะ ติดตามเหมือนกัน แล้วการศึกษคุณละ ขนาดไหน

ไอ้ overacting ไอ้ฝรั่งขี้นก ก็เคยเห็นมันแสดง แล้วมันด้อยการศึกษาหรือเปล่า???

จากคุณ : เด็กขายก๋วยจั๊บ    - [ 6 ก.ค. 52 17:47:16 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 4   

แล้ว จขกท. ล่ะ ติดตามเหมือนกัน แล้วการศึกษคุณละ ขนาดไหน

ไอ้ overacting ไอ้ฝรั่งขี้นก ก็เคยเห็นมันแสดง แล้วมันด้อยการศึกษาหรือเปล่า???

แล้วมันทุกเรื่องเลยหรือ ???

จากคุณ : เด็กขายก๋วยจั๊บ    - [ 6 ก.ค. 52 17:47:47 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 5   

ฝรั่งส่วนใหญ่ไม่กรี๊ดเพราะเขาคงเอาเสียงไปทำอย่างอื่นให้เร้าดีกว่า
ละครเกาหลี นางร้ายมันไม่กรี๊ด เพราะมันเก็บเสียงไปกรี๊ด SJ ดงบัง อะไรเทือกนั้น
ส่วนคนไทย เราว่ากรี๊ดทุกสถายการณ์ไม่ว่าจะเจอแฟนอยู่กับคนอื่น เจอแมลงสาบ เจอดารา เจอกระจก เจอสิ่งที่เกลียด กรีดร้องไว้ก่อน

จากคุณ : boonyakorn    - [ 6 ก.ค. 52 17:51:41 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 6   

คห.4 ละครไทยมันก็มีดีๆนะคะ ไม่ได้โอเวอร์แอคติ้งทุกเรื่อง
ไม่ว่าอะไร มันก็มีทั้งดีไม่ดีนั่นแหละค่ะ ไม่ใช่ ละครห่วย แต่ซีรีย์เกาหลี ฝรั่ง ดีเลิศหรอก

แต่เราก็ไม่เคยเห็นพระเอกให้ท่าตัวร้ายมาก่อนในละครนะคะ ^^
จริงๆเราก็เห็นด้วยกับจขกท.นะ เพราะบางเรื่องบางตัวละครมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ

จากคุณ : marina_rain  - [ 6 ก.ค. 52 17:52:17 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 7   

ถ้าเปลี่ยนหัวข้อเป็น

"เป็นไปได้ไหมที่การแสดงแบบ overacting มีพื้นฐานจากคนดูมีการศึกษาน้อย
เลยต้องแสดงแบบนี้เพื่อให้เข้าใจง่าย"
^
^
แบบนี้จะดีกว่าไหม

เพราะเท่าที่ดูงานจากหลายประเทศ ก็ไม่มีประเทศไหนเลยที่ไม่ Overacting
มันมีทุกที่แหละ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แล้วอีกอย่างประเทศไทยก็ใช่แต่จะมีแบบนี้แบบเดียว

...
แก้ไขเมื่อ 06 ก.ค. 52 17:53:42

จากคุณ : yibby    - [ 6 ก.ค. 52 17:52:59 ] 


 : - b a l l s i g n -
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 8 

4#

ผมไม่รู้ครับ ปกติผมไม่ค่อยดูละคร เห็นแค่เพียงผ่าน ๆ
ส่วนการศึกษา ผมไม่ได้หมายความว่า ต้องเรียนให้จบเลิศเลอ

ผมคิดว่า ม.6 ก็เรียกว่ามีการศึกษาที่เหมาะสมแล้วหล่ะครับ

"ไอ้ overacting ไอ้ฝรั่งขี้นก ก็เคยเห็นมันแสดง แล้วมันด้อยการศึกษาหรือเปล่า???"

ไม่รู้ครับ แต่ผมเห็นว่าละครไทย overacting มากกว่า 10 เท่า

"แล้วมันทุกเรื่องเลยหรือ ???"

80% ที่ผมหยุดดู เป็นหมดครับ

จากคุณ : มหาชะนี (2j Jay)  - [ 6 ก.ค. 52 17:53:35 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 9   

การศึกษาสูง overacting ก็เยอะแยะ (หมายถึง บางคนนะคะ)

จากคุณ : อยากให้ความเห็น   - [ 6 ก.ค. 52 17:57:02 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 10   

ละครมันมีพัฒนาการมาจากลิเก จะโอเวอร์แอคไปบ้างก็อาจเป็นเพราะยังสลัดคราบลิเกไม่หมดมากกว่า

ไม่น่าเกี่ยวกะการศึกษา

 
   
 
 
 



จากคุณ : tokei/tookei     - [ 6 ก.ค. 52 17:57:13 ] 

 : พฤหัส, เจ้าสมุทร
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 11   

ข้อดี
- เป็นการปลดปล่อยในสิ่งที่ ชีวิตจริงทำไม่ได้ผ่านตัวละคร คนดูสะใจที่ตัวร้ายโดนทำร้ายไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ และดีใจที่ชีวิตคู่พระนางมีความสุขแบบอุดมคติชวนฝัน

ข้อเสีย
- เกิดการเลียนแบบ ทำอะไรต้องสุดๆ ทั้งดีทั้งเลว พระเอกต้องข่มขืนนางเองเพื่อให้ได้มาครอบครองแล้วนางเอกยกโทษให้ภายหลัง ตัวร้ายต้องร้ายแบบสุดๆ สาดน้ำกรดใส่คนที่ไม่ชอบ

ละครสะท้อนสภาพสังคมในเวลานั้น ทั้งในด้านที่เกิดขึ้นอยู่ตามปกติ และด้านที่ถูกปิดหรือเก็บกดเอาไว้ ยิ่ง overacting หรือยิ่งบิดเบี้ยว บิดเบือนไปจากความปกติมาเท่าไหร่ ยิ่งสะท้อนว่าคนในสังคมมีความอ่อนแอทางจิตใจมากเท่านั้น

การศึกษาก็ส่วนหนึ่ง แต่ความต้องการพื้นฐานที่คนควรจะมีอาจยังไปไม่ถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็อาจจะมีแต่ละครชวนฝันหลังเลิกงานแบบนี้ที่คอยปลอบประโลมจิตใจในแต่ละวันของคนหาเช้ากินค่ำให้มีความสุข ลืมเรื่องทุกข์ใจแล้วมาสนุกกับตัวละครซัก 1-2 ชั่วโมง

ทำไมไม่มีละครแบบ CSI ในบ้านเรา เพราะมันไกลตัวเกินไป ใครจะตายหรือจะสืบอย่างไรก็ไม่เห็นสำคัญเท่ากับละครที่มีบ้านหลังใหญ่ๆ รวยๆ หรือหากมีปัญหาครอบครัวแต่สุดท้ายก็ได้รับการแก้ไขได้อย่าง happy ending .. แท้จริงคนจำนวนไม่น้อยอาจโหยหาอะไรบางอย่างจากละครน้ำเน่านี่บางคนบ่นว่าไร้สาระ แต่น้ำเน่าก็ยังเห็นเงาจันทร์

ทำไมละครเกาหลีมีแต่เรื่องรักๆ ใสๆ .. ผู้หญิงได้รับการปฏิบัติอย่างทะนุทะนอม แท้จริงสังคมในเกาหลีต่างจากละครโดยสิ้นเชิง มันก็ชวนฝันแบบบ้านเรานี่แหละครับ

ผมว่าไม่ใช่การศึกษาอย่างเดียว แต่หลายๆ อย่างประกอบกันครับ หากชีวิตคนเรามั่นคงแล้ว ถึงค่อยสนใจเรื่องของคนอื่น ถึงจะมี CSI bangkok หรือหนังที่มี hero มาช่วยมนุษย์ที่ตกอยู่ในอันตราย หรือค่อยมองไปถึงเรื่องไกลตัวอย่าง x-file ที่ให้ได้ขบคิดว่ามีเราคนเดียวที่อยู่ในจักรวาลนี้หรือไม่

อะไรทำนองนี้มั้งครับ

จากคุณ : B.    - [ 6 ก.ค. 52 18:15:28 ] 

 : หงส์อรุณ, tua_tuanoi, badhermit, 7 LOGIN, ตุ๊กตาขาวีน, ชีนะ, absent-minded
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 12   

ละครไทยมักจะเน้นพฤติกรรมของตัวละครให้ชัดเจน
ดีก็เป็นคนดีที่สุดในโลกไปเลย
ร้ายก็ร้ายสุดขั้ว
กระแดะก็กระแดะสุดฤทธิสุดเดชไปเลย
ไม่ค่อยมีพัฒนาการของตัวละครเท่าไหร่
ประเภทเป็นตัวละครที่มีพฤติกรรมแบบเดียว ไม่ค่อยเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น

จากคุณ : i love summer rain  - [ 6 ก.ค. 52 18:18:52 ] 

 : - b a l l s i g n -
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 13 

คำถามแบบนี้มันมีมากว่า10ปีแล้ว ทำไมละครไทยถึงโอเวอร์กรี๊ดกร๊าด เป็นเพราะให้คนที่มีการศึกษาน้อยดูรึเปล่า

ผ่านมาเป็น10ปีก็ยังเหมือนเดิม คนไทยก็มีการศึกษาเพิ่มขึ้น คนที่ดูระดับป.ตรีขึ้นไปก็เยอะขึ้น แต่การแสดงก็ยังเหมือนเดิม

ก็คงสรุปได้ว่าไม่เกี่ยวกับการศึกษา เป็นรสนิยมของคนไทยส่วนใหญ่ เหมือนหนังอินเดียที่ต้องร้องเพลง ละครญี่ปุ่นที่นั่งนิ่งกันทั้งเรื่อง ละครเกาหลีที่พระเอกยังกับเทพบุตร

แต่หลังๆนี่ละครไทยก็โกอินเตอร์หลายเรื่องอยู่นะ

จากคุณ : หัวนกกระจอก - [ 6 ก.ค. 52 18:19:26 A:125.27.204.42 X: TicketID:111025 ]
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 14   

ไอ้ตรงที่

พระเอกให้ท่าตัวร้าย = ดีใจออกนอกหน้า

เรื่องไหนเหรอครับหรือ พจน์ อานนท์ หันมากำกับละครแล้ว

จากคุณ : bigcy   - [ 6 ก.ค. 52 18:20:41 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 15   

อืมม เรื่องนี้ไม่รู้อ่าค่ะ แต่เคยได้ยินว่า มันมาจากเดิม แรกมีแต่ละครเวที

เค้าต้องแสดงให้เวอร์มากขี้น เพื่อให้อารมณ์ที่ส่งไปชัด เดี๋ยวคนดูด้านหลังไม่เห็น

ไม่รู้สึกได้ ว่าตัวละครรู้สึกอะไรอยู่ ทีนี้ พอเป็นละครทีวี ก็เลยลักษณะติดธรรมเนียม

การเล่นสืบๆกันมา

จริงหรือไม่ ไม่ทราบนะคะ แค่เคยได้ยินมาเท่านั้น ^^
แก้ไขเมื่อ 06 ก.ค. 52 18:35:05

จากคุณ : บ้านสวนสีชมพู   - [ 6 ก.ค. 52 18:33:46 ] 

 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 16   

ชอบค่ะ
ตอบดีมากๆ
ไม่เเขวะ-มีเหตุผล


" น้ำเน่าก็ยังเห็นเงาจันทร์ "

(^^)/

 
   
 
 
 



จากคุณ : tua_tuanoi   - [ 6 ก.ค. 52 18:40:58 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 17   

ละครไทยโอเวอร์แอคติ้งเพราะพื้นฐานการศึกษา หรือ เพราะพื้นฐานด้านวัฒนธรรม
ความคิดเห็นนี้ได้แตกไปยังกระทู้ A8051960

จากคุณ : Yeonsan    - [ 6 ก.ค. 52 18:43:16 ]
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 18   

อืม อีกเหตุผลน่าจะเป็นเพราะละครโทรทัศน์ส่วนใหญ่มีที่มาจากนวนิยายที่เขียนด้วยขนบเก่าๆ หรือเปล่าคะ
โดยเฉพาะเรื่องที่หยิบมาทำละคร มักจะมีโครงเรื่องที่ต้องมีตัวร้ายที่อีคิวบกพร่องอย่างแรง
ไม่ชอบก็ตบ ขัดใจก็กรี๊ดดด...

นิยายเรื่องหนึ่งที่เพิ่งอ่าน ตัวละครส่วนใหญ่ก็ดูดีมีสติ มีการมีงานทำ (อ่ะ..อันนี้น่าปลื้ม)
แต่...ก็ต้องมีตัวร้ายๆ ที่ยังหลุดมิติมากรี๊ดกร๊าดให้แสบหูอยู่ดี
ทั้งๆที่ ลองดูโครงเรื่องแล้ว ไม่มีตัวแบบนี้ นิยายก็สมบูรณ์ได้
แต่ความขัดแย้งในเรื่อง อาจจะต้องเปลี่ยนจากที่เน้นปมขัดแย้งจากบุคคล จากสถานการณ์
(ตัวอิจฉาวางแผนสร้างความร้าวฉาน) ...มาเป็นความขัดแย้งในตัวเองของตัวเอก หรือระหว่างตัวเอก
ซึ่งพล็อตแบบนี้ อาจจะเขียนยากกว่าหรือเปล่า

และอีกอย่างนอกจากเขียนยาก คนที่อ่านเพื่อความเพลิดเพลินอาจจะชอบพล็อตเรื่องง่ายๆ อ่านสบายมากกว่าซับซ้อน
ขนบเดิมๆ เลยถูกนำมาใช้เรื่อยๆ จากนิยาย...สู่ละครโทรทัศน์
วนไป...วนมา...

จากคุณ : Quasar   - [ 6 ก.ค. 52 18:46:11 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 19 

คนแบบในละครมันมีจริงๆนะเออ

จากคุณ : lost butterfly  - [ 6 ก.ค. 52 19:01:03 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 20   

การศึกษาไม่ได้เป็นตัวชี้วัดทุกอย่างเสมอไป และไม่ตายตัวด้วย อย่าสรุปว่าเป็นเพราะอย่างโน้นอย่างนี้สิคับ ปัจจัยมีมากกว่านั้น ผมเองบางทีก็แล้วแต่อารมณ์ อยากดูก็ดู บางทีไม่อยากดู แต่หลายทีโดนบังคับให้ดูก็ติดเอาได้เหมือนกัน

สรุปเอาเองนะครับ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรแน่นอน แต่ไม่ใช่ระดับการศึกษาซะทีเดียวหรอก นะคับ

จากคุณ : sangiam   - [ 6 ก.ค. 52 19:09:20 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 21   

แต่ผมสงสัยว่า ทำไมตัวละครไทยคิดในใจไม่เป็น หรือแสดงท่าทางแทนคำพูดไม่เป็นเหมือนชาติอื่นๆ

ต้องพูดออกมาตลอดแม้กระทั่งอยู่คนเดียว

แบบว่า

"ชั้นจะต้องฆ่าแก แกทำให้ฉันอับอาย โน่นนี่นั่น"

ผมอยู่นอกจอ ก็จะตอบกลับไปตลอดว่า คิดในใจไม่เป็นรึไงฟร่ะ

ชาติอื่นไม่เห็นเค้าต้องแสดงให้มันชัดเจนจนปัญญาอ่อนแบบนี้เลย

เรื่องการศึกษาคนไทยจะไปเกี่ยวข้องอะไรกับกับแอคติ้งไม่ขอพูด เพราะรู้สึกเฉยๆ ทุกชาติมีคนฉลาด คนไม่ฉลาดเหมือนกันหมด

จากคุณ : phoenixia   - [ 6 ก.ค. 52 19:09:24 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 22   

อีกประเภทที่ต้องบอกคนดูทุกครั้งว่าคิดอะไรอยู่.. ก็น่ารำคาญ

คอยดูนะ อีนังเด็กขม ฉันจะต้องฆ่าแกให้สาสม..
(แล้วทำปากเบี้ยวๆ ทำตาลุกวาว)

แต่ลองมองดูรอบๆตัว มันก็มีอยู่จริงนะ คนที่ทำตัวแบบนี้ (พูดสิ่งที่คิดจะทำ) แต่เราว่า เขาได้รับอิทธิพลจากละครมากกว่า แบบ ดูทุกวัน จนติดมาใช้

จากคุณ : จูริง    - [ 6 ก.ค. 52 19:09:55 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 23   

อเมริกา เค้าก็น้ำเน่ากันเยอะแยะครับ

แต่มันเป็นรูปแบบ Realiy Show ซึ่งจริงๆแล้วมันก็จัดฉากน่ะแหละ
ด่า ตบ จิกหัว กันเมามันส์

จากคุณ : พ ยู น แ ม ว น้ อ ย  - [ 6 ก.ค. 52 19:10:57 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 24   

เพราะจอทีวีส่วนใหญ่จอมันเล็ก
แถมเทคโนโลยีของเครื่องส่ง ก็ยังไม่พัฒนาเหมือนต่างประเทศ
ความละเอียดที่ออกอากาศก็ไม่สูง ภาพก็เลยไม่ค่อยชัด

ถ้าทำอะไรไม่โอเวอร์เข้าไว้ คนดูทีวีทางบ้านจะไม่รู้

จากคุณ : ตะพานหิน   - [ 6 ก.ค. 52 19:11:47 ] 

 : กลิ่นหอมหวานรับประทานง่าย
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 25   

# 24  เอ...ไม่น่าเกี่ยวนะคับ  - -"

จากคุณ : sangiam   - [ 6 ก.ค. 52 19:15:12 ] 

 : บ้านสวนสีชมพู
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 26 

คงทำตามที่ผู้กำกับสั่ง

จากคุณ : ดำ - [ วันอาสาฬหบูชา 14:26:45 A:125.25.35.141 X: TicketID:155125 ]
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 27   

อาจมีคนทำงานออฟฟิศอีกหลายคนที่ไม่ดูทีวีเพราะกว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่น...เราคนนึงที่นานๆดูที

จากคุณ : padme' amidala   - [ วันอาสาฬหบูชา 16:39:06 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 28   

ของฝรั่งก็มีนะคะที่เป็นละครที่ดูเล่น over acting หรือละครน้ำเน่า ฝรั่งเขา
เรียกว่า soap opera หรือ soap movie มันมาจากละครเวทีซะส่วนใหญ่
ต้องเล่นให้ใหญ่ไว้ก่อนคนจะได้มองเห็นชัด ไทยก็คงจะรับเขามา  พอมา
ทำเป็นละครก็เลยยีดติดมาตลอด โดยที่ไม่ได้ปรับให้เหมือนกับคนปกติที่
เขาทำกันในชีวิตจริง ในขณะที่ต่างชาติเขาปรับกันไปหมดแล้ว

จากคุณ : Dolly (- b a l l s i g n -)  - [ วันเข้าพรรษา 14:06:04 ] 
 
   
 
 
 





ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 7234
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8051960/A8051960.html


 ละครไทยโอเวอร์แอคติ้งเพราะพื้นฐานการศึกษา หรือ เพราะพื้นฐานด้านวัฒนธรรม{แตกประเด็นจาก A8051760} 

กระทู้นี้แตกประเด็นมาจาก A8051760

นับตั้งแต่มีโทรทัศน์เป็นต้นมา  รายการบันเทิงต่าง ๆ ก็ ทยอยมาลงจอตู้กันแทบจะหมดสิ้น  และละครก็เป็นหนึ่งในรายการเหล่านั้น ซึ่งแต่ก่อนแต่ไรมา  มีเพียงชนชั้นผู้มีอันจะกินเท่านั้นที่ได้เสพ  จนกระทั่งมีการขยับขยายทางเศษฐกิจ  จนในปัจจุบันอย่างน้อย 1 บ้านต้องมีหนึ่งเครื่อง ( ยกเว้นคนที่ไม่มีจะกินจริง ๆ )

ยุคแรกเริ่มของละครโทรทัศน์ผมก็ไม่อาจอธิบายได้เพราะเกิดไม่ทัน

แต่ถ้าเริ่มตั้งแต่ 2532 - 2538 เป็นมายังพอจะจำความได้  ( ที่บ้านมีทีวีเครื่องแรก  2532 )

ยุคที่นางเอกยังแสนดี จนจะกลายนางฟ้าอยู่รอมร่อ  พระเอกต้องเป็นสุภาพบุรุษ  ไม่ก็ดิบเถื่อนไปเลย  แต่นางร้ายยังไม่กรี๊ดกร๊าดมาก  แต่ยังไงก็ดูออกว่าเป็นตัวอิจฉา  แล้วก็เป็นที่กล่าวขวัญหลายเรื่องแต่ไม่มากมาย เด่น ๆ ก็มีจำเลยรัก  คู่กรรม  และปิดท้าย ด้วยดาวพระศุกร์  ( จบยุคประถม )

ยุคถัดมา 2539 - 2544  นางเอกต้องแสนซน สู้คนมากขึ้น พระเอกจะออกแนวกรุ้มกริ่ม เจ้าชู้ หรือไม่จริงจังกับชีวิต เช่น ธรณีนี่นี้ใครครอง พลับพลึงสีชมพู แต่ถ้ามีละครน้ำเน่ายุงไข่ออกมาจะเปรี้ยงปร้างมากหากมือถึง เช่น น้องปี่เอ๊ะ จากเงาอโศก คุณสนและอีเนียน อาญารัก  ยุคนี้เริ่มมีการปล่อยเก้งกวางเข้าจอแต่ยังไม่มากมาย     จบยุคมัธยม ยุคนี้มีซีรี่ญี่ปุ่นที่ฮือฮาเรื่องหนึ่ง   นางเอกถูกข่มขืนและพระเอกต้องรักษาเธอด้วย.....  จนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งหลายฉบับ  และเป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่นหนึ่งในสองเรื่องที่ผมตั้งใจดู
ไม่นับหุ่นกระบอกสามก๊ก และ โอชิน  ตอนนั้นรู้สึกว่าแอคติ้ง ญี่ปุ่นจืดมาก ๆ

2545 เกาหลี เดอะบีกิน กระแสเกาหลีน่าจะเริ่มจากปีนี้ แต่ผมก็ยังไม่ได้ดู เอาทั่มอินมายฮาร์ทซักกะทีจนบัดนี้ ( เรื่องแรกที่ดูคือฟูลเฮาท์ แดจังกึมรีรัน ซึ่งก็ล่วงเข้า 2547 - 2548 แล้ว ที่ติดจริง ๆ จะเป็น กุง )  แต่ก็ได้ยินเสียงชื่นชมอย่างน่ามันไส้จากท่านอาจารย์หัวอนุรักษ์นิยมท่านหนึ่ง แล้วก็มีระเบิดเอฟโฟรมาลงจอเป็นปรากฎการณ์นอออกครั้งใหญ่ ( ขออภัยใช้คำไม่สภาพ ) และเป็นการเปิดศักราชใหม่ของซีรี่ย์ต่างชาติ  แล้วไทวันก็กิมจิกลบไปตามวัฎจักร  จบยุคประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

ยุคทำงานและเรียนต่อ - ปัจจุบัน
2547 ดูเรื่อง ฟ้าใหม่ เรื่องเดียว  แล้วก็ไม่ได้ดูทีวีนานมาก ๆ  มาเริ่มดูอีกที 2549 เรื่องแรกที่ได้ดูปีนี้คือ  โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ( วันนั้นเข้ากะดึกที่ทองหล่อ ) รู้สึกว่าแอคติ้งผู้แสดงนำทั้ง 5 คน เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกเป็นอย่างยิ่ง 5555  แต่ที่ฮือฮาไม่แพ้กันคือ  รากราคะ  ที่สาวน้อยสาวใหญ่ควานหาทั่วแผ่นดิน  ( จนห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งต้องสรรหามาโชว์ว่ามีจริง )

จากคุณ : Yeonsan    - [ 6 ก.ค. 52 18:43:16 ] 


 


--------------------------------------------------------------------------------

หน้าหลัก แจ้งลบ bookmark ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ โหวตกระทู้ เก็บเข้าคลังกระทู้ กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป
 
   
 
 
 
 


--------------------------------------------------------------------------------

 ความคิดเห็นที่ 1 

ตัวผมมองว่า ละครก็เหมือนอาหาร ที่สะท้อนความต้องการของแต่ละคร ที่ชอบในรสชาติที่แตกต่างกันออกไป

คนไทยส่วนใหญ่ชอบรสจัด กินง่าย ครบรส เห็นปุ๊บรู้ว่าเผ็ดเปรี้ยวหวาน

คนอเมริกาให้ดูดีหน่อย ทำง่าย กินง่าย แต่ต้องมีประโยชน์  ยกเว้นมื้อหลักอาจประณีตนิดนึง

คนญี่ปุ่น  ต้องจัดให้สวยงาม  มันจึงเรียบเอื่อยแต่มีนัยยะ

คนจีน ต้องจัดสวยงาม มีคุณค่าแฝง มันจึงสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศ

ยุโรป(อังกฤษ) เรียบเอื่อยเฉื่อยมากพิธีการ

อินเดีย สีสันแสนฉูดฉาด  กลิ่นได้แต่รสชาติไม่ถึง
********************************
และอีกประการหนึ่ง ไทยรับวัฒนะรรมหลายอย่างมาจากฝั่งภารต  ถ้าได้ดูซีรี่ฝั่งนั้นซักเรื่องจะรู้จักคำว่าโอเว่อร์แอคติ้งของแท้ นะครับท่านผู้มีการศึกษาสูงทั้งหลาย

จากคุณ : Yeonsan    - [ 6 ก.ค. 52 18:53:41 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 2 

เคยอ่านมา จำไม่ได้ว่าจากไหน เค้าว่าที่ละครไทยโอเวอร์แอคติ้งเป็นเพราะเราติดมาจากเวลานำเสนอลิเก เพราะลิเกมีฉากเดียว เครื่องแต่งกายเดียว เวลานำเสนอก็ต้องโอเว่อร์ว่านี่คือท้องพระโรงนะ นี่คือพระเอกนะ นี่คือตัวร้ายนะ คือคาแรคเตอร์ในลิเกมันก็จะชัดมากๆ ว่าใครเป็นใคร พอมาเป็นละครทุกอย่างมันก็จะโอเวอร์ๆ

ประมาณนี้

จากคุณ : ~StrawberryFieldsForever~ - [ 6 ก.ค. 52 19:14:16 A:117.47.154.184 X: TicketID:217133 ]
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 3 

โอเวอร์แอคติ้งมาจากผุ้กำกับ โดยเฉพาะหลังเรามีผู้กำกับที่เป็นสาวประเภทสอง
ที่ดังมาจากบทโดนตบหน้าด้วยหนามทุเรียน เป็นต้น
จากนั้นมาก็จะมีโอเวอร์แอคติ้งขึ้นเรื่อย ๆ
ละครพวกนี้จะแพ้รีโมทในมือผุ้ชม ที่คอยกดหนีเวลามีฉากโอเวอร์แอคติ้ง

จากคุณ : กรกฏ (Alway love you)   - [ 6 ก.ค. 52 19:25:59 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 4   

คงจะเป็นด้านวัฒนธรรมนะ เดี๋ยวนี้วัฒนธรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นมา ซึ่งมันไม่เหมือนเก่า

จากคุณ : อยากให้ความเห็น   - [ 6 ก.ค. 52 19:29:44 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 5   

ก็ผุ้จัดเขาบอกว่าคนดูชอบนี่....(โยนซะงั้น)

จากคุณ : ผมก็ยังคิดว่าผมหล่อ    - [ 6 ก.ค. 52 19:32:40 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 6   

ชอบความเห็น 1 มากๆ เปรียบเทียบประกอบอธิบายได้ภาพชัดเจน  ถ้าให้กิ๊ฟได้จะให้สามคะแนนเลยเอ้า !

เมื่อก่อนเราก็เป็นคนที่ดูละครแล้วมันต้องได้อะไรที่สะท้อนความเป็นจริง   และมีสาระ  แต่เดี๋ยวนี้  ชีวิตเปลี่ยนต้องปะทะความเครียดมากขึ้น  ละครที่ชอบเลยเปลี่ยนแนวไป  กลายเป็นจากดราม่าน้ำตาท่วมจอ  ต้องคิดเครียดตาม  ตีความสนั่นจออยู่คนเดียว  กลายเป็นดูอะไรที่คิดง่ายๆ ไม่เครียดและให้โอกาสหัวเราะอย่างบริสุทธิใจบ้าง  มีอะไรกุ๊กกิ๊กให้สดชื่นเป็นครั้งคราว  เมื่อก่อนละคระแฝงปรัชญา  คติชีวิตหรือหลักธรรมอย่าง ปี่แก้วนางหงส์  ภาพยนตร์จีนสามก๊ก  ฯลฯ  อะไรเทือกนั้นจะชอบมาก 

แต่ตอนนี้  แม้แต่  Ko One พันธุ์เด็กแสบก็ดูได้   ชอบบ่วงหงส์ด้วย  และเริ่มติดเรื่องรักแท้แก้ได้อีกเรื่องหนึ่ง   ( แต่เสาร์ห้าขอบาย  มันไม่ใช่แนวที่ชอบ  เกลียดเลือด  ไม่ชอบดูอะไรที่คนตายมากๆ )

น่าเสียดาย  ช่องสามมาเปลี่ยนระบบสัญญาณใหม่  บ้านเราไม่มีเสา  ก็เลยไม่ได้ดูช่องสามอีก ( ใจจริงก็นึกหมั่นไส้  จะเปลี่ยนทำไมให้เรื่องมาก  ขี้เกียจซื้อเสาใหม่  ก็เลยแก้แค้นไม่ดูมันซะเลย  ปัจจุบันก็ยังมีความสุขดี  แม้ทีวีไม่มีช่อง 3 )

จากคุณ : หงส์อรุณ   - [ 6 ก.ค. 52 19:37:58 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 7   

เพราะบทมันแย่ มันเลยต้องโอเวอร์แอคติ้ง คือคนเขียนบทไม่สามารถสร้าง ปูมหลังตัวละคร  แรงจูงใจของตัวละครให้ออกมาเป็นแอคชั่น(จากพล๊อตเรื่อง)ได้  เวลาเล่นก็เลยต้องโอเวอร์แอคติ้งแบบนั้น  เวลาดีใจก็บอกว่า"ฉันดีใจมาก" เวลาโกรธก็บอก"ฉันโกรธมาก" ในโลกแห่งความจริงไม่มีใครพูดออกมาแบบนั้น  อาจจะเพราะมันต้องออนแอร์ทุกอาทิตย์ต้องรีบเขียนบทรีบถ่ายหรืออะไรก็ตาม

แต่ถ้าเป็นหนังก็จะเป็นอีกเรื่องเลย คือ ทุกอย่างจะเป็นแอคชั่นที่ถูกส่งจากบท ยิ้มน้อยๆด้วยสีหน้า บนฉากที่สว่าง นี่คือการแสดงอาการดีใจโดยไม่ต้องใช้คำพูด หรือโอเวอร์แอคติ้ง

ละครไทยนี่โหลยโท่ยมาก

จากคุณ : the author    - [ 6 ก.ค. 52 22:59:00 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 8   

ก่อนอื่น ชอบการเปรียบเปรยใน คห 1 จังเลยค่ะ ^^



เราคิดว่ามีหลายปัจจัย ที่ส่งเสริมกันและกันนะคะ


เรื่องแรก เป็นไปอย่าง คห 2 พูดเลยค่ะ
การแสดงบ้านเรา มีพื้นฐานมาจากระเม็งละครแบบลิเก ตัวละครมีลักษณะ flat (ดี-ชั่ว สุดขีด) ตัวเนื้อเรื่องเองก็เช่นกัน เนื้อหามักจะวนเวียนที่การชิงเมือง และ ชิงนาง ส่วนแอคติ้งนั้น ก็มีระบุไว้ชัดเจนว่า ท่านี้เรียกโศก ท่านี้เรียกมีความสุข ความสนุกสนานเฮฮาอยู่ที่การด้นสด และลีลาที่เราเรียกกันว่าโอเวอร์แอคติ้ง นี่แหละค่ะ
นอกจากนั้น ความสวยงามยังอยู่ที่ความอูู้ฟู่ของชุด การแต่งหน้าจัดๆ ชัดเจน  ซึ่งคนดูก็มักให้ความสำคัญอยู่เสมอค่ะ

สังเกตดูสิคะว่าลิเกนั้น เหมือนละครโทรทัศน์ยุคปัจจุบันบ้านเราแค่ไหน

ลิเกจึงนับเป็นวัฒนธรรมความบันเทิงที่เข้าใจได้ง่ายมาตั้งแต่ยุคสมัยไหน ตราบจนส่งผลถึงละครโทรทัศน์ในปัจจุบัน ที่มีจุดมุ่งหมายในการมอบความบันเทิงให้พี่ๆน้องๆ ชาวบ้านชาวช่อง ไม่ต่างกับสมัยที่เมืองเรายังมีมโหรสพ ไม่มีโทรทัศน์ให้ดูนั่นแหละค่ะ


แต่ข้างบนนี่ ... ก็ตามที่เราเรียนมานะคะ

เราว่าความเป็นจริงแล้ว เหนืออื่นใดที่ละครโทรทัศน์ในยุค 2009 นั้น Overacting อยู่ นั่นได้แก่

"การขาดความประณีตในการสร้างสรรค์งาน"

อันนี้หมายถึงขั้นตอนการเตรียมพร้อมนักแสดง และการ Coaching ค่ะ ผู้สร้างที่ละเอียด ใส่ใจตัวงานจริงๆ

ตั้งแต่ขั้นตอน Casting ผกก ย่อมคัดเลือกนักแสดงที่มีฝีมือ หากไม่มีฝีมือก็ต้องพร้อมจะส่งนักแสดงนั้นไปเรียนแอคติ้งให้เลิศเสียก่อนที่จะมาปล่อยออกจอ
แล้วใครว่าเมืองไทยเราไม่มีครูแอคติ้งเก่งๆนี่ไม่จริงนะคะ ... มีค่ะ แต่มันก็ขึ้นอยู่ด้วยว่า ศิษย์เองมีเวลารับแค่ไหน และเวลาแค่นั้น รับได้มากแค่ไหน

ในขั้นตอน Coaching ตอนแสดงก็เช่นเดียวกันค่ะ นักแสดงที่ดี ทำการบ้านมาดี เข้าใจถึงตัวละครจริง และมีพื้นฐานการแสดงอันดี บวกกับ ผกก ที่ละเอียด เขาก็จะไม่ Overacting หรอกค่ะ
ในกรณีที่ ผกก ชุ่ย (ขออนุญาตใช้คำ) เวลานางร้ายเธอจะต้องไม่พอใจดี ก็จะสั่งนักแสดงให้ "... โกรธกว่านี้ ... โกรธกว่านี้" อยู่นั่นแหละ โดยนักแสดงเธอก็ถลึงตาไป กรี๊ดไป เพราะแบบนี้แหละ คนดูเข้าใจแล้วว่ายัยนี่กำลังโกรธ ไม่จำเป็นต้องมาทำอารมณ์อะไรจาก inside หรอก นางร้ายนิ่งๆให้ตายยังไงก็ขอถลึงตาหน่อยเถอะ ... เป็นต้น

สรุป เราว่าจะไปบอกว่าเป็นเพราะวัฒนธรรมบันเทิงแต่สมัยลิเกนั้น ก็คงไม่ใช่ แต่คงต้องบอกว่าเป็นเพราะวัฒนธรรมใหญ่ของเรา ที่ "ชอบแบบเข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก" มากกว่า

ก็ถ้าคนทำก็ง่ายตรงที่ บอกแอคติ้งไปตรงๆ ให้โอเวอร์ แบบง่ายๆ
คนดูก็พึงพอใจกับแอคติ้งง่ายๆ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องตีความ ไม่ได้ใส่ใจความสมจริงอะไร

win win แบบนี้ ทำไมผู้สร้างจะไม่ทำ ..



ปล อีกสาเหตุหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลย คือ เรื่องบทประพันธ์ค่ะ บ้านเรามีบทประพันธ์ประเภท melo drama หรือเรียกง่ายๆว่า น้ำเน่า เยอะมาก ... บางทีในบทประพันธ์ก็ระบุมาให้นางรายเธอกรี๊ดดิ้นๆ ไปเสียแล้ว ถ้าไม่มีการตีความที่ลึกซึ้งจากนักแสดงและ ผกก ... เห็นบทให้กรี๊ด เธอก็กรี๊ดโดยไม่คิดอะไรแล้วล่ะค่ะ
ดังนั้น melo drama ต้องอาศัยการทำการบ้านหนักมากเลยนะคะ หนักกว่า drama ทั่วไปอีก ถ้าต้องการให้เรื่องออกมาไม่ Overacting คนดูเชื่อในความสมจริง (ซึ่งอันทีจริงแล้ว คนที่ดู melo drama เขาไม่ได้คาดหวังความสมจริงอะไรเลย  จุุดมุ่งหมายสูงสุดของละครแนวนี้ก็คือการพาฝัน หลุดพ้นโลกของตัวเองนั่นเองค่ะ)

ความเห็นนี้ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยนะคะ ^^

จากคุณ : +KikKle+   - [ 6 ก.ค. 52 23:46:36 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 9 

อ่านแล้วชอบการเปรียบเปรยใน คห 1 เหมือนกันค่ะ 

จากคุณ : ฝันไปเถอะหล่อน   - [ วันอาสาฬหบูชา 01:25:23 ] 
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 10   

"การขาดความประณีตในการสร้างสรรค์งาน"

โดนนนน

เห็นด้วยกับคห1 และคห.8

ขอแชร์เพิ่มกับบางประเด็นในฐานะ คนเคยทำละคร นะครับ


ประเด็นแรก เรื่องของเวลา ละครทีวีไทยมีเวลาทำงานในแต่ละฉากน้อย

มากๆ น้อยเกินกว่าที่ผกก.จะได้แอ็คติ้งที่ดีที่สุดของนักแสดง

วันหนึ่งต้องถ่ายยี่สิบเกือบสามสิบฉาก รวมเวลาจัดไฟ แต่งหน้า ทำผม

ย้ายกอง ถ่าย หารแล้ว ฉากหนึ่งเหลือเวลาไม่เท่าไหรก็ต้องถ่ายฉากต่อไป

แล้ว เมื่อไม่มีเวลา นักแสดงก็ต้องเล่นให้ "ชัด" ซึ้งถ้าไม่พอดี ก็เป็นโอเวอร์

แอ็คไป ไม่ชอบแต่กต้องปล่อยผ่านเพราะเวลาไม่มี

ประกอบกับ

เรื่องที่สอง ความสามารถของนักแสดง

นักแสดงที่"เข้าใจ" การแสดงจริงๆมีน้อยยิ่งกว่าน้อย

ดังนั้นก็จะเจอการแสดงประเภทหัดแสดงหน้ากระจก "ทำหน้าโกรธ" "ทำท่าอิจฉา"
ทำท่า บลาๆๆๆ ซึ่งตามหลักการแสดงแล้วควรจะ"รู้สึก"ก่อนแล้วค่อยแสดงออกมา

บ้านเรา ดาราเยอะแต่นักแสดงน้อยครับ

อย่างที่คห8 บอก ถูกครับ เรื่องCasting แต่

ละครไทย ไม่มีครับ คนที่เลือกนักแสดง คือใครรู้ไหมครับ

ช่องเจ็ดก็คุณแดง ช่องสามก็คุณสมรักษ์ (สมัยผมทำนะครับ สมัยนี้ไม่ทราบ)

ผู้จัดเสนอไปครับ ว่าจะให้ใครเล่น ช่องจะเลือกว่าเอาไม่เอา บางทีก็กำหนดมาเลยว่าต้องเป็น คนนั้น คนนี้ บางคนความสามารถดี รับผิดชอบงาน คาแรคเตอร์ตรงกับบท ช่องดันนไม่เอา ที่เลือกมาก็ เฮ้อออ

เรื่องเรียนแอ็คติ้ง ลืมไปได้เลย แค่คิวถ่ายยังแย่งกันแทบตาย จะให้มาเรียนแอ็คติ้ง ก็ต้องจ้างละครับ เผลอๆหาว่าดูถูกกันอีก จะได้ก็ พวกหน้าใหม่ไม่ดังนะพอไหว


ที่สำคัญก็


คนดูครับ


บทห่วย

แสงห่วย เอาแค่ แสงได้ถ่ายติดก็พอ สาดไฟเข้าไป แยกไม่ออก ว่าคนหรือกำแพง

เล่นห่วย จนดูแล้วสงสัย นี้ หรือ มืออาชีพ

กำกับห่วย ปล่อยงานงี้มาได้ไงฟระ


ดันนนนนน เรตติ้งดี


งี้ก็จบข่าว
แก้ไขเมื่อ 07 ก.ค. 52 03:32:52

จากคุณ : หมาสายตาสั้น  - [ วันอาสาฬหบูชา 03:32:11 ] 

 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 11 

บทบาทแอคติ้งก็ลอกๆ บุคลิกกันมา เพราะมันง่ายที่จะตะโกน ตะคอก ตบตีด่าทอ ทำหน้าทำตาแบบอิจฉาตาร้อนสุดๆ เฮ้อ เมื่อไหร่จะพัฒนาก็ไม่รู้สิ

จากคุณ : สาธิต - [ วันอาสาฬหบูชา 17:05:33 A:112.142.113.136 X: TicketID:161864 ]
 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 12   

เมื่อวานเผลอไปกดทีวีดู "เสาร์ห้า"

ช๊อคกับแสงที่ไม่สมจริง 
นักแสดงทำหน้าทำตาได้ผิดมนุษย์มาก
พระเอกคนหนึ่งไปเจอ "สไนเปอร์ พลแม่นปืน"  แต่ขอโทษ  สไนเปอร์ชนิดไหนไปนั่งบนตั้งไม้เห็นเด่นชัดมาแต่ไกลห้าคน     
หันมาเห็นพระเอก พี่ใช้ปีนเอ็มสิบหกรัวใส่พระเอก (สไนเปอร์ชนิดไหน ใช้ เอ็มสิบหก แถมใช้กระสุนเปลืองอีกต่างหาก)   พระเอกไม่เป็นไร ลูบอกแล้วพูด "ดีที่เราหนังเหนียว" ด้วยแววตาว่างเปล่า ไม่น่าเชื่อถือ โอ้นี่หรือนักแสดง   (-_-!) เฮ้อ....

ไปหา " Enemy at the gate" มาล้างตาดีกว่า  โธ่ สไนเปอร์  พลแม่นปืน
แก้ไขเมื่อ 07 ก.ค. 52 19:22:52

จากคุณ : Zenithius  - [ วันอาสาฬหบูชา 19:22:11 ] 

 
   
 
 
 


 ความคิดเห็นที่ 13   

ถ้าละครไทยก็พัฒนามาจากลิเก ทำไมคนไทยถึงดูถูกละคร แต่ยกย่องลิเกกันนัก?
ความคิดเห็นนี้ได้แตกไปยังกระทู้ A8056459

จากคุณ : ~StrawberryFieldsForever~ - [ วันเข้าพรรษา 01:47:52 A:117.47.154.184 X: TicketID:217133 ]
 
   
 
 
 



--------------------------------------------------------------------------------



ออฟไลน์ air2535

  • *
  • 108
  • 0
    • อีเมล์
สวัสดีค่ะพี่นานะ ^^ ไม่ได้คุยกันนานแล้วนะคะ

ความคิดเห็นที่ 15   

อืมม เรื่องนี้ไม่รู้อ่าค่ะ แต่เคยได้ยินว่า มันมาจากเดิม แรกมีแต่ละครเวที

เค้าต้องแสดงให้เวอร์มากขี้น เพื่อให้อารมณ์ที่ส่งไปชัด เดี๋ยวคนดูด้านหลังไม่เห็น

ไม่รู้สึกได้ ว่าตัวละครรู้สึกอะไรอยู่ ทีนี้ พอเป็นละครทีวี ก็เลยลักษณะติดธรรมเนียม

การเล่นสืบๆกันมา

จริงหรือไม่ ไม่ทราบนะคะ แค่เคยได้ยินมาเท่านั้น ^^
แก้ไขเมื่อ 06 ก.ค. 52 18:35:05

จากคุณ : บ้านสวนสีชมพู   - [ 6 ก.ค. 52 18:33:46 ]





ความคิดเห็นที่ 2 

เคยอ่านมา จำไม่ได้ว่าจากไหน เค้าว่าที่ละครไทยโอเวอร์แอคติ้งเป็นเพราะเราติดมาจากเวลานำเสนอลิเก เพราะลิเกมีฉากเดียว เครื่องแต่งกายเดียว เวลานำเสนอก็ต้องโอเว่อร์ว่านี่คือท้องพระโรงนะ นี่คือพระเอกนะ นี่คือตัวร้ายนะ คือคาแรคเตอร์ในลิเกมันก็จะชัดมากๆ ว่าใครเป็นใคร พอมาเป็นละครทุกอย่างมันก็จะโอเวอร์ๆ

ประมาณนี้

จากคุณ : ~StrawberryFieldsForever~ - [ 6 ก.ค. 52 19:14:16 A:117.47.154.184 X: TicketID:217133 ]




ความคิดเห็นที่ 21   

แต่ผมสงสัยว่า ทำไมตัวละครไทยคิดในใจไม่เป็น หรือแสดงท่าทางแทนคำพูดไม่เป็นเหมือนชาติอื่นๆ

ต้องพูดออกมาตลอดแม้กระทั่งอยู่คนเดียว

แบบว่า

"ชั้นจะต้องฆ่าแก แกทำให้ฉันอับอาย โน่นนี่นั่น"

ผมอยู่นอกจอ ก็จะตอบกลับไปตลอดว่า คิดในใจไม่เป็นรึไงฟร่ะ

ชาติอื่นไม่เห็นเค้าต้องแสดงให้มันชัดเจนจนปัญญาอ่อนแบบนี้เลย

เรื่องการศึกษาคนไทยจะไปเกี่ยวข้องอะไรกับกับแอคติ้งไม่ขอพูด เพราะรู้สึกเฉยๆ ทุกชาติมีคนฉลาด คนไม่ฉลาดเหมือนกันหมด

จากคุณ : phoenixia   - [ 6 ก.ค. 52 19:09:24 ] 



          ถ้าละครในปัจจุบันมีพื้นฐานมาจากลิเกจริงๆ ก็...
ใช่แล้วค่ะ เพราะเวทีลิเกเราคงไม่สามารถโฟกัสให้คนดูจ้องหน้านักแสดงได้ว่าหน้าตาแบบนี้ใจคิดอะไรก็เลยต้องพูดทุกอย่าง ผสมกับท่าทางที่โอเวอร์มากๆ
แต่ ปัจจุบันเรามีทีวีกันแล้วค่ะ^^ ละครทีวีโฟกัสได้ค่ะ 

                     
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2009, 07:40:17 PM โดย air2535 »

ออฟไลน์ กันย์ณภัทร

  • *
  • 2248
  • -1
  • จงปลดโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ ด้วยคมดาบแห่งใจตน
อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน คงแล้วแต่คนชอบ

แต่โดยส่วนตัวกันย์ก็ไม่ค่อยชอบพวกโอเวอร์แอคติ้งเท่าไหร่ อะไรจะเว่อร์ปานนั้น

แต่เท่าที่ดูก็ไม่ค่อยเห็นละครไทยมีโอเวอร์แอคติ้งมากนักนะคะ(หรือมีตอนนี้? เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยดูละครเลย ดูแต่รุกฆาตเรื่องเดียวง่ะ ก่อนหน้าก็ดูเสาร์ห้าเรื่องเดียว)

โอเวอรืแอคติ้งส่วนใหญ่จะเป็ฯตลกซะส่วนใหญ่ ของไทยนะเท่าที่เห็น


แต่ที่เห็นบ่อยๆก็พวกหนังซีรี่ย์เกาหลี ไต้หวันอ่า โอเวอร์แอคติ้งสุดๆ เว่อร์โคตร  โดยเฉพาะเรื่อง....ไรน๊าช่องสามอ่ะ อ๋อปิ๊งรักสลับขั้ว อันนี้ที่เห็ฯโอเว่อร์แอคติ้งสุดเรื่อง ดูไม่เหมือนคนปกติเลยซักติ๊ดดดด

ไม่ใช่ในชีวิตจริงคนเราจะไม่มีการโอเวอร์แอคติ้งนะ มันก็มีบ้างในหลายๆคนแต่ส่วนใหญ่ก็จะแสดงในที่ลับตาคนใช่มะ แต่นี่แสดงออกทั้งๆที่เพื่อน หรือคนรักอยู่ข้างๆ อะไรจะเว่อร์ปานนนั้น แต่กันย์ก็ดูนะ ตลกดี ขำๆ555+ (ซะงั้น-*-)