ยินดีต้อนรับสู่บ้านอบอุ่นของคนรัก บอย สพล ชนวีร์

เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 12:19:48 PM »
พรานสันติจึงเป่าใบไม้ตามคำบัญชาขององค์เนือหัวทำให้วิชิตชัยที่ยืนฟังอยู่ไม่พอใจ นี่ไอ้พรานป่าเพลงของเจ้าข้าฟังขอทานร้องเพลง
ยังจะเพราะกว่าเสียอีก หม่อมฉันขอทูลลา เมื่อกลับไปถึงพลับพลา เป็นเพราะจุลนีย์ใท้ยมันไอ้พราน่ามันถึงพาดพิงกระทบกระเทียบเรา
พรานสันติก็ยังไม่หยุดเป่า และเป่าต่อไปเรื่อยๆจนกระมัทั่ง จุลนีย์สะกิด พอแล้ว อ้าวพระองค์ไม่ทรงฟังต่อหรือพระเจ้าค่ะ เราเองก็ทนฟัง
ไม่ไหวเหมือนกัน



นี่เจ้าพรานไหนเจ้าลองเล่าแผนการณ์ของเจ่าต่อไปสิ พระองค์ทรงทอดพระเนตรนั่นสิพระเจ้าค่ะพอยามสี่ล่วงแล้วพระองค์จะได้ยินเสียวโหย
หวนเหมือนกับที่พระองค์ทรงเคยสุบินนิมิตรมาแล้ว แล้วเหตุการณ์ประหลาดก็จะเกิดขึ้นพระเจ้าค่ะ



เมื่อถึงยามสี่ เหตุการณ์ที่เคยปกติก็เปลี่ยนไปเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง สายลมพัดกระหน่ำ ลับพลาปริวไสวไปตามลม เหล่าทหารต่างพากัน
ตื่นตระหนก รวมทั้งองค์เหนือหัวจุลนีย์ก็ทรงตื่นจากบบรรทมเช่นกัน ท่านหมื่นเวคินจึงสั่งการให้หัวหมู่ทั้ง 2 ถวายการอารักขาหน้าพลับพลาอย่าง
ใกล้ชิดและคอยจับตาดูว่าพรานสันติจะพาองค์เหนือหัวเสด็จไปทางไหน


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 12:44:34 PM »
ทางด้านท่านราชครูได้คำนวนตามหลักโหราศาสตร์ ชักจะยุ่งละสิ ดินฟ้าอากาศแปรปรวนพายุหมุนแรงหอบได้แม้กระทั่งช้างตัวใหญ่เท่าภูเขา
จะขยายไปคนละทิศละทางเลยทีเดียวนี่มันจะร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอท่านราชครู ตามตำรามันบอกว่าอย่างนั้นนะ องค์จุลนีย์ตื่นบรรทมเมื่อ
ทรงได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นและชัดเจน ช่วยยยยด้วยยยยๆๆๆ



นี่รานสันติเจ้าได้ยินเสียงอะไรมั๊ย ได้ยินพระเจ้าค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินเสียงชัดเจนโดยไม่ได้ฝัน ทางด้านราชครูเปิดม่านมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ท่านอำมาตย์ตื่นเถิดนี่ยามสี่แล้ว พายุใหญ่กำลังจะมา พระองค์ต้องเตรียมพร้อมแล้วพระเจ้าค่ะ พระองค์ต้องเดินทางไปทางดวงจันทร์และข้ามภูเขาไป
ให้ได้อย่าทรงห่วงใยใครทั้งสิ้นเชิญเสด็จพระเจ้าค่ะ



เมื่อพระองค์เสด็จตามพรานสันติไปแล้วหัใหมู่ดินดำดินแดงจึงตะโกนเรียกท่านหมื่นสุดเสียง ท่านหมื่นขอรับรีบไปกันเถอะขอรับ ดินแดงรีบไปกับหมื่น
เวคิน ดินดำก็เรียกท่านราชครูและท่านอำมาตย์ ตาพรานพาองค์เหนือหัวเสด็จไปทางโน้นแล้วขอรับ หัวหมู่ดินแดงกับหมื่นเวคินกำลังติดตามไป เฮ้ยจะ
มัวรอช้าทำไมเล่าเราก็รีบตามไปสิ ในที่สุดพลับพลาที่ประทับก็ล้มครืนลงมาทหารต่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 01:07:37 PM »
เมื่อทุกคนวิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดเอาไว้จู่ๆทั้งหมดก็ถูกลมพายุลูกใหญ่หอบไปทั้งหมด ทำให้แต่ละคนกระเด็นไปกันคนละทิศละทาง
เมื่อพรานสันติรู้สึกตัวก็ออกเดินตามหาพวกที่เหลือเห็นองค์เหนือหัวหมดสติอยู่จึงปลุกพระองค์ขึ้น เมื่อจุลนีย์รู้สึกตัวจึงถามกับพราน เราอยู่
กันที่ไหนนี่ ป่าอาถรรพ์พระเจ้าค่ะ ป่าอาถรรพ์เหรอ สักครู่จุลนีย์ก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากอีกด้านนึง นั่นมันเสียงพวกนั้นนี่



โอ๊ยยใครบอกให้ทับลงมาเล่าเจ็บจะตาย ก็ฉันบอกแล้วไงให้จับมือกันแน่นๆจะได้ไม่พลัดพลากจากกัน แต่ก็ไม่ได้บอกให้โถมตัวลงมานี่
หนักก็หนัก ทุกคน องค์เหนือหัว เป็นอย่างไรกันบ้าง จุลนีย์จึงเดินสำรวจไปทั่วๆก็พบท่านราชครูแลหัวหมู่ดินดำดินแดง ทุกคนเป็นไงกันบ้าง
พวกข้าพุทธเจ้าสบายดีพุทธเจ้าค่ะ เราดีใจนะที่ทุกคนปลอดภัย



เออแน่...เออแน่ นี่พวกเจ้ารู้ได้ยังไงถึงตามมาถึงที่นี่ เราก็แกะรอยตามมาน่ะสิพวกเราเป็นทหารราชองค์รักษ์จะให้โง่ได้ยังไง แต่นี่เป็นการ
ขัดคำสั่งนะเนี่ยที่ตามเรามาโทษถึงหัวขาดเลยนะ เออ...ขอเดชะพระอาญาไม่พ้นเกล้าข้าพุทธเจ้าทุกคนยอมเสียสละทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต
เพื่อถวายความปลอดภัยพระเจ้าข้า ขอบใจมากเราจะหาใครที่จงรักภักดีเท่าพวกท่านไม่มีอีกแล้ว


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 01:29:35 PM »
ทุกคนพากันเดินสำรวจ ทำไมป่าอาถรรพ์มันถึงได้ขาดแคลนถึงเพียงนี้เนี่ย งั้นเค้าจะเรียกว่าป่าอาถรรพ์รึ แล้วถ้าไม่มีเสบียงอาหารและน้ำ
เราจะอยู่กันได้ยังไง เดี๋ยวนะ พรานสันติได้กลิ่นจึงเดินดูดกลิ่นอยู่พักนึง จู่ๆก็ตะโกนออกมา เออแน่...เออแน่ข้าได้กลิ่นน้ำแล้ว ทุกคนพา
กันงง พระองค์เชิญเสด็จทางนี้พระเจ้าค่ะ



นี่แอ่งน้ำ แอ่งน้ำอยู่บนภูเขาได้อย่างไร ทุกคนต่างพากันไปที่แอ่งน้ำด้วยคงามกระหายจุลนีย์จึงจะเสวยน้ำทันที ช้าก่อนพระเจ้าค่ะ น้ำในแอ่ง
ใสสะอาด อาจจะมีอันตรายพระเจ้าค่ะ ท่านอำมาตย์จึงเป็นคนทดลองดื่มก่อน เมื่อดื่มแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสวยได้แล้วพระเจ้าค่ะ งั้นก็กินกัน
พร้อมๆกันทุกคนนี่แหละ เราต่างคนต่างเหนื่อยและกระหายน้ำด้วยกันทั้งนั้น ทั้งหมดตะโกนพร้อมกัน พระเจ้าค่ะ



ทุกคนกำลังดื่มน้ชำระร่างกายอย่างเพลิดเพลิน หัวหมู่ดินดำก็มองไปเห็นปลาเข้าให้ พวกเราที่นี่มีปลาด้วย หมื่นเวคินก็เห็นเช่นกัน นั้นไงดูสิสีสัน
สวยงามเหลือเกิน จุลนีย์เมื่อทอดพระเนตรเห็นปลาเข้าก็ต้องตกตะลึง


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 01:55:38 PM »
หมื่นเวคินจึงสั่งให้หัวหมู่ดินดำดินแดงและคนอื่นๆไปหาอุปกรณ์ที่จะมาจับปลากัน ทุกคนดีใจที่จะไม่อดตายแล้ว ทางด้านวิชิตชัยที่อยู่
เฝ้าพลับพลาก็ให้ทหารบางส่วนออกไปตามหาองค์เหนือหัวจุลนีย์ แต่ทหารกลับมารายงานว่าไม่บแม้กระทั่งร่องรอยเลย จึงอดคิดไม่ได้
ว่า ถ้าหากจุลนีย์หายตัวไปราชบัลลังค์เป็นของเราแน่ๆ



นี่ได้มาแล้วเมื่อหัวหมู่ทั้งสองไปทำแหมาเพื่อดักปลา แต่ก็อดสงสัยไม่ได้นะในแอ่งน้ำนี่มันจะมีปลาอยู่ได้ยังไง ตาพรานรีบตอบคำถาม
ไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้นโยนแหไปเร็วๆ งั้นเอาแล้วนะโยน ดักให้ได้ๆ มีเสียงเชียร์ตามหลังคนทอดแหมาเป็นระยะ ดินดำเหวี่ยงแหไปหลายที
ก็ไม่ได้ปลาติดมาสักตัวเดียว



หัวหมู่ดินแดงจึงอาสาทอดแหเอง เดี๋ยวคอยดูคราวนี้ต้องได้แน่นอน และแล้วก็ไม่ได้สักตัวเช่นกัน เอามานี่ตัวข้าจัดการเอง หมื่นเวคินเป็นคนอาสา
เองคราวนี้ ท่านหมื่นเวคินก็ไม่สามารถทอดแหได้อีกคน ตอนนี้ก็ปาไป 3 คนแต่ก็ยังไม่มีใครดักปลามาได้เลยสักตัวเดียว ไหนลองให้ข้าลองสิ
องค์เหนือหัวจุลนีย์จะเป็นคนทอดแหด้วยพระองค์เอง


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 02:18:34 PM »
เมื่อองค์เหนือหัวทรงเหวี่ยงแหลงไป ทุกคนต่างพากันใจจดจ่อ เมื่อสาวขึ้นมาก็ได้ปลามาหลายตัว ทำให้ทุกคนดีใจมาก แต่เอ๊ะทำไม
มันถึงมีสีแบบนี้ล่ะ พอตกค่ำทุกคนก็เตรียมก่อกองไฟเพื่อเผาปลา



แต่ยังไม่ทันที่จะก่อกองไฟ ฟ้าฝนเริ่มแปรปรวน ทหารอารักษ์ขาองค์เหนือหัวท่านอำมาตย์รีบสั่งการ ไม่ต้องชื่อก็บอกแล้วว่าป่าอาถรรพ์
มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นย่อมเป็นเรื่องธรรมดา พรานสันติถึงกับเอ่ยปาก พระองค์ตรัสได้ชอบธรรมแล้วพระเจ้าค่ะ ดินดำดินแดงองค์เหนือ
หัวทรงดำรัสขึ้น จัดการปิ้งปลาเถอะทุกคนคงจะหิวแล้ว พระเจ้าค่ะ



ทางด้านวิชิตชัย หัวหมู่กลาง ใหญ่ เล็ก อย่าลืมนะเมื่อกลับไปถึงเมืองแล้วให้ทูลตามที่ข้าสั่ง และกำชับทหารทุกคนด้วยเข้าใจมั๊ย พระเจ้าค่ะ
ฟากหัวหมู่ดินดำดินแดงก็ปิ้งปลาจนใกล้จะสุก กลิ่นปลาปิ้งหอมฟุ้ง เออแน่...เออแน่ ปลาใกล้จะสุกเสวยได้แล้วพระเจ้าค่ะ นี่หยุดสอพลอสักที
ท่านอำมาตย์เบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของพรานสันติ


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 03:27:59 PM »
ข้าจะจัดการถวายองค์เหนือหัวเอง  เดี๋ยวก่อนจงฟังเราเมื่อปลาสุกจงแบ่งเป็นหกส่วนเท่าๆกัน เรากินคนเดียวกินไม่ลง ขณะนั้นจู่ปลาก็ลุกขึ้นมา
จากข่าปิ้งและกราบทูลว่า องค์เหนือหัวพระเจ้าค่ะ  ทหารผู้ติดตามทุกคนร้องกันลั่น  องค์เนือหัวพระเจ้าค่ะโอ๊ยปลาผี



ปลาสี่ตัวบนข่าปิ้งต่างดิ้นไปมาแล้วก็บ่นว่า ร้อน..... และก็มีสัมภเวสีโผล่ออกมาอีกหนึ่งตน ทหารพากันตกอกตกใจอีกแล้ว ผีบอกว่า อ้าวหายไปไหน
กันหมดอุส่าห์มาดีๆแท้ๆ เจ้าปลาสามสีเจ้าบ่นว่าไฟมันร้อนใช่มั๊ย เจ้าเองก็กลัวตายเหมือนกันใช่มั๊ย  ไม่ใช่เพราะพวกเราตายกันไปแล้ว



ความลับไม่มีใครคนตายจงพูดมา ความลับอยู่หน้าเมืองล่มยังไงเล่า ฮะมีสิ่งใดอยู่หน้าเมืองล่มหรือเจ้าปลา มีถังอยู่ข้างนอกมีจอกอยู่ข้างใน
แล้วปลาหายตัวตัว อ้าวไปไม่ล่ำไม่ลากันเลยก็ได้วะข้าก็ไปเหมือนกัน  แล้วสัมภเวสีก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2009, 09:54:58 AM โดย bobenz »

ออฟไลน์ Moon

  • **
  • 782
  • 0
  • เพศ: หญิง
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2009, 04:36:17 PM »
สนุกค่ะ มาอัพต่อไวๆนะคะ   ;D 

ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 09:51:33 AM »
เมื่อเหล่าสังคเวสี รวมทั้งปลาผีหายตัวไปทั้งหมดมันก็ยิ่งทำให้จุลนีย์ อยากรู้ในสิ่งที่ถูกเก็บงำไว้มากขึ้น มันน่ากลัวและดุร้ายเหลือเกิน
พระเจ้าค่ะมีแต่พวกผี แล้วเจ้าพรานมันหายไปไหนของมันนะ ท่านอำมาตย์รู้สึกวิตกกังวล เออแน่...เออแน่ข้าอยู่นี่ไง อยู่ตรงนี้ไม่ได้
ไปไหนอยู่ตรงนี้ตลอดโถ่เอ๊ยนี่ตาพราน แกนี่ไวอย่างกับลิงว่อง นี่แกกลัวผีเหมือนกันเหรอ หมื่นเวคินได้ทีก็ต่อว่าเป็นการใหญ่ เออแน่...
เออแน่ผีน่ะข้าไม่กลัวหรอกแต่ข้าต้องถวายความปลอดภัยองค์เหนือหัว



เราคิดว่าเค้ามาดีไม่ได้มาร้ายและต้องการบอกกับพวกเราโดยใช้ปริศนา ขอเดชะแต่ตอนนี้ทั้งปลาทั้งผีไปกันหมดแล้วพระเจ้าค่ะ ดินดำ
ดินแดงกอดกันกลมเกลียว ค่อยยังชั่วหน่อยข้านี่กลัวจนขนลุกไปหมดเลย ข้าก็ไม่รู้จะหัวโกลนเมื่อไหร่ ท่าราชครูได้ยินหัวหมู่ทั้ง2อุทาน
ก็ตวาดใส่ เจ้าทั้ง2นี่ใช้ไม่ได้สักคนเลยเมื่อมีอันตราย ระทิ้งหน้าที่ถวายอารักษ์ขาโทษถึงประหารเชียวนะ



ช่างเถอะท่านราชครูเป็นธรรมดาที่ทุกคนต้องกลัวแม้แต่เราแต่ว่ามีใครบ้างไขปริศนาเมื่อกี้ได้บ้าง ขอเดชะปลา 3 สีเมื่อกี้ยังบอกอีกว่าความ
ลับอยู่ที่เมืองล่ม เมืองล่มก็คือเมืองร้าง โคลงกระดูกยังถามอีกว่ามีอะไรที่หน้าเมืองล่มจุลนีย์จึงตรัสออกมา มีถังอยู่ข้างนอกมีจอกอยู่ข้างใน



ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 11:10:14 AM »
เมื่อวิชิตชัยมากราบทูลเรื่องการตายขององค์เหนือหัวจุลนีย์ก็ทำให้พระชนนีเศร้าเสียใจ โถ่ลูกแม่แม่เตือนแล้วเจ้าก็ไม่เชื่อฟัง อากาศมัน
แปรปรวนหนักอยู่ดีๆก็มีพายุหมุนพรัดเอาองค์เหนือหัวและราชองค์รักษ์หายไปในพริบตา สุดวิสัยที่หม่อมฉันจะช่วยได้ทันพระเจ้าค่ะไม่
เพคะเสด็จพ่อลูกไม่ยอมนะเพคะ เสด็จพ่อสัญญากับลูกว่าจะดูแลเจ้าพี่จุลนีย์ แต่พอเจ้าพี่ตกอยู่ในอันตรายเสด็จพ่อกับเสด็จหนีกลับมา



อัคนีพ่อกับคนพวกนี้ก็โดนพายุหมุนเหมือนกันนะลูกไม่เชื่อเจ้าลองถามพวกนี้ดูสิ เป็นเช่นนั้นจริงๆพระเจ้าค่ะพายุหมุนราวกับมือยักษ์มา
ปัดข้าพุทธเจ้ากระเด็นกระดอนกันไปคนละทิศละทางจริงมั๊ยน้องกลาง น้องเล็ก ซ้ำยังมีเสียงคำรามคล้ายสัตว์ร้ายวิ่งตามพระองค์ไปเช่น
นั้นพระเจ้าค่ะ แล้วทำไมเสด็จพ่อไม่ย้อนกลับไปช่วยเจ้าพี่ล่ะเพคะ ถ้าเจ้าพี่ถูกลมหอบเข้าป่าอาถรรพ์ไปแล้วพวกเราจะทำยังไง



นั่นน่ะสิแล้วเราจะทำยังไงกันจุลนีย์ของแม่ หลานจุลนีย์เนี่ยนะเป็นผู้มีบุญญาธิการอีกทั้งยังประจักษ์แก่ผู้คนแล้วอีกอย่างยังมีพรานผู้ชำนาญ
ป่าเป็นผู้นำทาง หม่อมฉันเชื่อว่าจะพากันกลับมาผ่านเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆมาได้ เราควรจะรอกันอีกระยะหนึ่ง เสด็จป้าเพคะหลานเป็นห่วงเจ้า
พี่เหลือเกินเป็นห่วงไม่น้อยไปกว่าเสด็จป้านะเพคะ


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 11:38:38 AM »
ณ ป่าอาถรรพ์ไม่มีแม้กระทั่งอาหารจะให้จุนเจือท้อง พรานสันติเตรียมเสบียงอาหารที่สำรองติดมาด้วยนำไปถวายแก่องค์เหนือหัวจุลนีย์
ขอบใจมาก อ้าวแล้วของเจ้าล่ะ ข้าพุทธเจ้าไม่หิวพระเจ้าค่ะ ข้าพุทธเจ้าเป็นพรานมาจนถึงปลายอายุขัยแล้ว วันใดไปล่าสัตว์ถ้าไม่ได้ก็อด
น้ำใจของเจ้าประเสริฐนัก แต่เจ้าน่ะแก่แล้วร่างกายก็ไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนแล้วอีกอย่างเมื่อคืนเจ้าก็ไม่ได้กินอะไรเลย พระองค์อย่า
ได้ทรงห่วงใยข้าพุทธเจ้าเลย ข้าพุทธเจ้าได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์และก็มีโอกาสครั้งสุดท้ายในชีวิตข้าพุทธเจ้าที่มีแต่
บาปกรรมแม้จะต้องตายก็ไม่เสียดายพระเจ้าค่ะ



อย่าพูดเรื่องตายสิ แต่ข้าพุทธเจ้าสังหรณ์ใจ สังหรณ์ใจจริงๆสักวันหนึ่งพระองค์จะทรงเห็นว่าสังหรณ์ใจของข้าพุทธเจ้าไม่เคยผิดพลาดเลย
ขอประทานอภัยที่ข้าพุทธเจ้านำเรื่องไม่เป็นมงคลมากราบบังคมทูลพระเจ้าค่ะ ฝ่ายท่านหมื่นเวคินเมื่อเห็นพรานสันติสนิทสนมกับองค์เหนือ
หัวก็ไม่พอใจ หมันไส้เจ้าพรานนั่นจริงๆ เหลือเกินเลยพั๊บผ่าสิ



ว่าแล้วหมื่นเวคินก็หยิบห่อข้าวขึ้นมา อ้าวมีอาหารติดมาด้วยเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็นคนรอบคอบ หากท่านอำมาตย์จะเสนอความดีความ
ชอบล่ะก็อย่าลืมนึกถึงเหตุการณ์วันนี้นะท่านราชครูก็เหมือนกันท่องชื่อฉันเอาไว้ให้แม่นๆ เวคินๆๆๆ เออน่าฉันไม่ลืมชื่อหมื่นเวคินหรอก ไปพวก
เราไปกินกัน เชิญๆๆ เหลือก็แต่ดินดำกับดินแดงที่ไม่ได้มีอาหารตกถึงท้อง


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 11:59:40 AM »
เสด็จพ่อเพคะตอนนี้เราก็อยู่กันตามรำพังและเสด็จพ่อมีอะไรจะพูดกับลูกก็บอกมาเถอะเคะ พ่อไดเพดไปหมดแล้ว แต่ลูกไม่เชื่อแล้วลูกก็รู้
ด้วยว่าเสด็จพ่อทรงเซี่ยมสอนท่านขุนวังทั้ง 3 ให้พูดด้วย เสด็จพ่อทรงเกลียดเจ้าพี่จุลนีย์ นี่ลูกเจ้าพูดอย่างนี้ออกมาได้ยังไงหากว่าถ้ามีใคร
มาได้ยินพ่อของเจ้าจะหัวขาดนะ เสด็จพ่อน่ะกุมกำลังทหารอยู่ครึ่งต่อครึ่งไม่มีใครกล้าแตะต้องเสด็จพ่อหรอกเพคะ



เมื่ออัคนีพูดยังไงวิชิตชัยก็ไม่สนใจท่าเดียว อัคนีจึงอ้อนวอน เสด็จพ่อ...เสด็จพ่อก็รู้นี่เพคะว่าลูกน่ะขาดเจ้าพี่จุลนีย์ไม่ได้ลูกรักเจ้าพี่จุลนีย์
มากนะเพคะ ถ้าไม่มีเจ้าพี่จุลนีย์ชีวิตของลูกก็หมดความหมาย แต่วิชิตชัยก็ไม่ยอมรับฟังลูกสาวและรีบเดินหนีออกไปทันที



ส่วนคุณท้าวส้มลิ้มที่กำลังจัดแจงสั่งนางกำนัลให้คอยจับตาองค์เหนือหัวเอาไว้อย่าให้คลาดสายตา เมื่อวิชิตชัยเสด็จมา แต่คุณท้าวก็ยังไม่หยุด
ออกคำสั่งส่วนนางกำนัลทั้งหมดรู้ตัวแล้วจึงรีบนั่งลงทันที คุณท้าวเมื่อเห็นวิชิตชัยเสด็จมาตนจึงทำอะไรไม่ถูก


ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 02:46:43 PM »
พรานสันติดูแลและปรนนิบัติองค์เหนือหัวจนอิ่มแล้วจึงเดินไปทักทายพวกท่านอำมาตย์ เออแน่...เออแน่มีเสบียงอาหารพกมาก็ไม่บอก
หมื่นเวคินจึงตอบกับไปบ้าง เออแน่...เออแน่ ก็พรานสันติอยากหาอาหารให้พวกฉันกินไม่ได้ทำไมล่ะ หาน่ะหาได้แต่กลัวจะกินไม่ได้
อ้าว ทำไมจะกินไม่ได้ ก็นี่ไง พูดเสร็จพรานก็โยนถุงย่ามใบใหญ่ให้กับหมื่นเวคิน



อ๊ากกกก เอาไป หมื่นเวคินโยนให้ท่านราชครู ท่านราชครูก็โยนต่อให้ท่านปุโรหิต แล้วสุดท้ายก็โยนมันทิ้งลงพื้นไปเลย เมื่ออย่ามหล่นพื้น
งูเหลือมที่อยู่ในย่ามก็เลื่อยออกมา หมื่นเวคินสั่งว่าหัวหมู่ดินดำหัวหมู่ดินแดงจับมัน ทั้งสองจำต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา



เฮ้ยเดี๋ยวก่อนสิ นี่จะมาจับฉันด้วยเรื่องอะไร  องค์เหนือหัวจุลนีย์ตรัสว่า เอาล่ะๆเล่นกันมามากพอแล้วเรามีอีกหลายอย่างที่ต้องทำกัน และที่
สำคัญคือต้องหาทางแก้ไขปริศนาก่อน ท่านอำมาตย์ทูลว่าขอเดชะปริศนาบอกว่าความลับอยู่ที่เมืองร้างพระเจ้าค่ะ ท่านปุโรหิตถามว่าแกเคย
เห็นใช่มั๊ยตาพราน เออแน่เคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็น อ้าว ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน


ออฟไลน์ นานะจัง

  • *
  • 6896
  • -3
  • เพศ: หญิง
  • นิศาอรพินท์
    • อีเมล์
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 02:49:33 PM »
คุณติ๊ก ฉัตรมงคลยังหล่อเหมือนตอนที่เล่นเรื่องแรกๆเลยนะคะเนี่ย อย่างน้อยพระเอกสองคน อย่าง คุณบอย ปริญญา กับ คุณติ๊ก
ก็ได้เล่นเป้ฯ พ่อ พี่บอย สพล ทั้งสองคนเลยแฮะ อิอิ  :icon_smile:

ออฟไลน์ bobenz

  • *
  • 5780
  • -1
Re: เล่าเรื่อง^0^สี่ยอดกุมาร
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 03:32:52 PM »
ระหว่างที่ทั้งหมดกกำลังสนทนากันอยู่นั้นก็มีเสียงคนร้องให้ช่วย ช่วยด้วยๆๆ แต่เมื่อเหนือหัวหันไปมองเสียงนั้นกับกลายเนดวงวิญญาณ
ของเด็กชาวบ้าน 2 คนและดวงวิญญาณนั้นก็ชี้มือไปอีกทางหนึ่งเหมือนจะบอกเป็นนัยๆแล้ววิญญาณ 2 ดวงก็หายไปจู่ๆดวงวิญญาณอีก
2 ดวงก็มาปรากฎต่อหน้าอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ดวงวิญญาณของคนธรรมดาดวงวิญญาณสูงศักดิ์ 2 ดวงก็มาชี้บอกทางอีกเช่นกัน



เริ่มเดินทางอีกทีดั่งปีศาจ                       ด้วยหมายมาทคืนร้างดั่งในฝัน   
มีทั้งข้อปริศนาสารพัน                         ที่รอวันหาใครไขเงื่อนปม
 



ณ ที่ตำหนักอัคนี นางกำนัลที่ปรนนิบัติต่างทยอยกันเก็บสำรับกับคืน เมื่อคุณท้าวส้มลิ้มมาถึงก็รายงาน คุณท้าวเจ้าคะพระธิดายังไม่ยอม
เสวยอะไรเลยไม่ยอมพูดจาเอาแต่นิ่งเฉย คุณท้าวจึงบอกให้พวกนางกำนัลออกไปเดี๋ยวตนจะเกลี้ยกล่อมเอง องค์หญิงเพคะ แต่ก็ไม่มีที
ท่าอัคนีจะตอบรับ องค์หญิงเพคะ องค์หญิงทรงเสวยบ้างสิเพคะกับข้าวที่องค์หญิงทรงโปรดทั้งนั้นเลยนะเพคะ องค์หญิงต้องทรงเสวยบ้าง
นะเพคะเชื่อหม่อมฉันบ้างสิเพคะ